Friday, 6 November 2026
Hard News Team

ตม.สงขลา ผนึกกำลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ สกัดจับเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ ลักลอบเข้าประเทศช่วงเทศกาลตรุษจีน

วันนี้ (13 ก.พ. 67) พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ ผกก.ตม.สงขลา เปิดเผยว่า ภายใต้นโยบายของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. ให้อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวซึ่งมีการเดินทางเป็นจำนวนมากในช่วงเทศกาลตรุษจีน พร้อมทั้งเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลเดินทางเข้า-ออก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดลักลอบเข้าประเทศ อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา ประสานข้อมูลบุคคลตามหมายจับเฝ้าระวังของกรมสอบสวนคดีพิเศษ สืบทราบว่าจะมีบุคคลในขบวนการค้ามนุษย์ลักลอบเข้าเมืองทางช่องทางชายแดนมาเลเซีย จึงได้เฝ้าระวัง ต่อมาเมื่อวันที่ 12 ก.พ.2567 เวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา ได้ตรวจพบบุคคลตามหมายจับ ศาลอาญา ความผิดฐาน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ 1 ราย คือ นางสาวพิมพา กำลังเดินทางผ่านช่องทางด่าน ตม.สะเดา จึงได้ทำการจับกุมตัวพร้อมประสานไปทางเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้ออกหมายจับ ให้มารับตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ฯ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้ เป็นนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล  ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม.ที่มีนโยบายเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลในการผ่านเข้าออกประเทศ โดยการตัดไฟแต่ต้นลม ในการให้ด่านชายแดนเป็นพื้นที่คัดกรองตรวจสอบประวัติบุคคล  ไม่ให้มีผู้กระทำความผิดกฎหมาย  เข้ามาสร้างความเสียหายแก่ประเทศไทยได้  จึงขอฝากข้อมูลถึงประชาชน หากพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สตม.1178

'จิ๊บ ศศิกานต์' แนะ!! ‘แก๊งทะลุวัง’ ป่วนขบวนเสด็จฯ คนรุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องก้าวร้าว-สร้างความขัดแย้ง

(13 ก.พ.67) น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ หรือ ‘จิ๊บ’ อดีตผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตบางแค ภาษีเจริญ พรรครวมไทยสร้างชาติ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

ถึง น้องที่ทำการใด ๆ ลงไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

พี่เห็นข่าวที่น้องมีการพยายามขับรถจี้เข้ามาที่รถคันปิดท้ายในขบวนเสด็จกรมสมเด็จพระเทพฯ รวมทั้งบีบแตรยาวใส่ จนพี่ ๆ ตำรวจต้องเข้ามาปราม โดยที่น้องอ้างสิทธิเสรีภาพของตนเองนั้น 

พี่ดูคลิปของน้องและฟังน้องพูดคำว่า "ขบวนเสด็จฯ ปิดถนนทำไมๆๆ" หลายรอบมาก ๆ จนอดสงสัยไม่ได้ว่า ชุดความคิดนี้อาจอยู่ในสมองของน้องจนเห็นเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าอย่างบิดเบือนไป หรือเพราะเหตุใดน้องจึงพยายามพูดคำนี้ออกมา ทั้ง ๆ ที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ น้องและเพื่อนขับรถเข้าไปจี้รถในขบวนเสด็จฯ เอง 

ถ้ามองในแง่ลบ พี่ก็นึกเผิน ๆ ว่าน้องพยายามอัดคลิปทำคอนเทนต์ อ้างว่าขบวนเสด็จปิดถนน แล้วนำไปขยายผลต่อในโลกโซเชียลมีเดีย เพื่อประโยชน์ทางการเมือง หรือเพื่อความสนุกสนาน หรือเพื่อส่งการบ้านให้ใคร พี่ไม่อาจทราบได้ 

พี่อ่านเฟซบุ๊กของน้อง ที่พยายามแก้ต่างให้ตัวเอง บิดเบือนประเด็นเป็นเรื่องของการออกมาขอโทษที่ขับรถเร็ว ด้วยแววตาที่ไม่ได้รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย

พี่ขอบอกว่าผ่านสื่อตรงนี้ ในฐานะพี่สาวร่วมประเทศคนนึงค่ะว่า น้องอาจเกิดไม่ทัน หรือเกิดทัน แต่ไม่มีโอกาสได้รับรู้ถึงสิ่งที่กรมสมเด็จพระเทพฯ ได้ทรงอุทิศพระวรกายในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้กับประชาชน...ซึ่งก็ไม่เป็นไร 

ชุดความคิด และความเชื่อในสมองของเรา ไม่เหมือนกัน 

แต่น้องจ๋า...การแสดงออกว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ไม่จำเป็นต้องก้าวร้าว หรือก้าวล่วงนะคะ ไม่ว่าจะกับใคร ๆ ก็ตาม..การเป็นคนรุ่นใหม่ที่น่ารัก กล้าคิด กล้าทำและแสดงออกแบบให้เกียรติซึ่งกันและกัน และทำตัวให้เป็นที่รักของคนทุก ๆ คน น่าจะดีกว่าการพยายามสร้างความขัดแย้งและความเกลียดชังในสังคมนะ พี่ว่า…

พี่จิ๊บ ศศิกานต์

บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เปิดตัว ‘Super S Series’ UTP CAT 6A และ FTTR สินค้าเรือธงรุ่นไฮไลท์แห่งปี 2024 พลิกโฉมวงการระบบโครงข่ายสายสัญญาณ ตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศไทย เพราะอนาคตมาเร็วกว่าที่คิด

(12 ก.พ. 67) บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เปิดตัว ‘Super S Series’ UTP CAT 6A และ FTTR สินค้าเรือธงรุ่นไฮไลท์แห่งปี 2024 โดยเปิดเผยว่า…เหนือกว่าที่เคยมี! กับนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่แห่งยุคดิจิทัลที่เจ๋งกว่าเดิมกับงานเปิดตัวสินค้า ‘Super S Series’ UTP CAT 6A และ Fiber Optic To The Room Solution ในโรงภาพยนตร์ 270 องศา ที่สะเทือนวงการระบบโครงข่ายสายสัญญาณอย่าง ‘Super S Series’ กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นเรือธงแห่งปี 2024 ของกลุ่ม ‘บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์’ จากความตั้งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศไทย โดยได้จับมือร่วมกับ LINK ASIA และยังเป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวที่ได้รับอนุญาต ร่วมคิดค้น และพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อมาตอบโจทย์แก่เทคโนโลยีแห่งยุค เป็นการออกแบบภายใต้แนวคิด 3 ด้าน ‘Smart Small & Save’ (Smart: ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย และผลิตจากเทคโนโลยีขั้นสูง) (Small: มีขนาดเล็ก และให้ประสิทธิภาพสูงเหนือกว่ามาตรฐานกำหนด) (Save: ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย รวมถึงประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง หรือ Pathway และประหยัดค่าใช้จ่ายในการ Maintenance) เน้นย้ำชัดคุณภาพเยี่ยม การันตีด้วยมาตรฐานโลก เตรียมพร้อมสร้างสแตนดาร์ดใหม่แห่งวงการที่เป็นกุญแจสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จ ตอกย้ำภาพผู้นำด้านผลิตภัณฑ์สายสัญญาณด้วยวิวัฒนาการที่ดีที่สุด 

อีกทั้งยังได้รับการันตีจากทุกภาคส่วนที่ให้ความไว้วางใจ เชื่อมั่นในสินค้า LINK AMERICAN อีกด้วย เพราะเราเชื่อมั่นว่าสินค้า Super S Series คือ อนาคตสำหรับทุกที่ พร้อมย้ำชัดเป็นสินค้าเรือธงที่จะสามารถกระตุ้นยอดขาย ทำรายได้ให้กลุ่มบริษัทฯ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืนแบบมีคุณภาพแน่นอน และวันนี้พร้อมแล้วที่จะมาพลิกโฉมวงการระบบโครงสร้างพื้นฐานด้วยวัตกรรมใหม่ที่ดีที่สุด

“อลงกรณ์”วิพากษ์พรรคประชาธิปัตย์ในมุมที่มองไม่เห็น(Unseen Democrat Party)กับปัญหาภัยคุกคามของโลกและโอกาสของไทย

วันนี้(13 ก.พ.) นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตเลขาธิการCALDได้โพสต์ข้อเขียนวิพากษ์พรรคประชาธิปัตย์กับปัญหาภัยคุกคามของโลกและโอกาสของไทยในหัวข้อเรื่อง “พรรคประชาธิปัตย์ :มุมที่มองไม่เห็น Unseen Democrat Party”ในเฟสบุ๊คซึ่งเป็นเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับบทบาทระหว่างประเทศของพรรคประชาธิปัตย์ที่ควรค่าต่อการรับรู้ของสังคมไทยในฐานะพรรคการเมืองเก่าแก่ของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนายอลงกรณ์เขียนข้อความดังต่อไปนี้

“พรรคประชาธิปัตย์ :มุมที่มองไม่เห็น Unseen Democrat Party”

พรรคประชาธิปัตย์มีหลายมุมที่มองเห็นและมีหลายมุมที่มองไม่เห็นหรือหลายคนไม่เคยรู้

ความเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดของประเทศมีอายุกว่าเจ็ดทศวรรษเป็นสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยในฐานะพรรคการเมืองของประเทศไทยได้มีบทบาทในความร่วมมือกับองค์กรทางการเมืองระหว่างประเทศหลายองค์กร

ตัวอย่างเช่นการเป็นพรรคการเมืองที่ร่วมก่อตั้งและเป็นสมาชิกของสภาพรรคการเมืองเสรีนิยมและประชาธิปไตยแห่งเอเชีย (CALD) หรือการเป็นสมาชิกขององค์กรเสรีนิยมนานาชาติ(LI: Liberal international) โดยพรรคประชาธิปัตย์มีบทบาทอย่างสำคัญในการสนับสนุนและส่งเสริมอุดมการณ์ประชาธิปไตยในแนวทางเสรีนิยมทั้งในมิติของอุดมการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจรวมถึงประเด็นความท้าทายใหม่ๆของโลกเช่น ปัญหาภาวะโลกร้อนปัญหาความมั่นคงทางอาหารปัญหาความยากจน ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ทุกประเทศจะต้องร่วมมือกันในการรับมือและร่วมกันแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะในระดับนโยบายทางการเมืองซึ่งแต่ละพรรคการเมืองในภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ล้วนแล้วแต่มีหน้าที่ไม่ว่าในฐานะรัฐบาลหรือฝ่ายค้านในการตอบโจทย์ประเด็นสำคัญๆเหล่านี้ 
สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำขององค์กรพรรคการเมืองระหว่างประเทศในฐานะประธานและเลขาธิการCALD เช่นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ นาย อลงกรณ์พลบุตร นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และนายเกียรติ สิทธิอมร รองประธานองค์กรเสรีนิยมนานาชาติ เป็นต้น

ดังนั้นความร่วมมือภายใต้องค์กรทางการเมืองนานาชาติจะช่วยให้เกิดพลังอย่างมีพลวัตมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วง 30 กว่าปีที่ผ่านมา คนของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งคนรุ่นใหม่และรุ่นใหญ่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในระดับนโยบายผ่านกิจกรรมต่างๆกับพรรคการเมืองในทวีปอเมริกาทวีปยุโรปและทวีปเอเชียทั้งที่มีแนวคิดและปรัชญาทางการเมืองสอดคล้องกันและแตกต่างกันอย่างไร้พรมแดน

โลกวันนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า จากปัญหาสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี รวมทั้งปัญหาประชากรที่เพิ่มขึ้น ปัญหาความขัดแย้งและสงครามในภูมิภาคต่างๆรวมถึงภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและโรคระบาดที่เกิดขึ้นเช่น โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตและทุกประเทศ

ดังนั้นความร่วมมือไม่ว่าในระดับรัฐต่อรัฐ ประชาชนต่อประชาชนและพรรคการเมืองต่อพรรคการเมืองจึงเป็นแพลตฟอร์มที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปีที่ผ่านมาโดยส่งผ่านภารกิจจากหัวหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์จนถึงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ด้วยความเชื่อมั่นว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องมีบทบาทสำคัญและความรับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหาและรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ที่เป็นทั้งภัยคุกคามและโอกาสประการสำคัญคือ เราไม่สามารถอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเราไม่อาจที่จะละทิ้งความรับผิดชอบที่มีต่อประเทศและโลกของเรา ทั้งรุ่นนี้และรุ่นต่อไปในอนาคต.

อลงกรณ์ พลบุตร
อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
อดีตเลขาธิการCALD
จาการ์ตา , อินโดนีเซีย
13 กุมภาพันธ์ 2567
 

ผบช.ภ.4 เปิดอบรมหลักสูตรการสืบสวนคดียาเสพติดเฉพาะทาง “นักสืบ 5G P4+1” สร้างนักสืบปราบยาเสพติดภาค 4

เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 67 เวลาประมาณ 09.00 น. พล.ต.ท.สรายุทธ  สงวนโภคัย  ผบช.ภ.4 ได้เป็นประธาน   เปิดการฝึกอบรม โครงการฝึกอบรมหลักสูตรการสืบสวนคดียาเสพติดเฉพาะทาง “นักสืบ 5G P4+1” ณ โรงแรมอวานี ขอนแก่นโฮเทล แอนด์คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ จังหวัดขอนแก่น โดยมี พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน รอง ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบช.ภ.4 ร่วมในพิธีเปิด
โครงการฝึกอบรมหลักสูตรการสืบสวนคดียาเสพติดเฉพาะทาง “นักสืบ 5G P4+1” เป็นการฝึกอบรมโดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกิจการยาเสพติดและการบังคับใช้กฏหมายระหว่างประเทศ สถานฑูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย (International Narcotics and Law Enforcement – INL) โดยมุ่งเน้นการเตรียมบุคลากรให้เท่าทันกับรูปแบบอาชญากรรมใหม่ ๆ โดยเฉพาะการสืบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงและการรวบรวมพยานหลักฐานของการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งจะต้องมีการเรียนรู้แนวทางการสืบสวนที่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 100 นาย ประกอบด้วย หน่วยที่ปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด ทั้งหน่วยปฏิบัติงานหลักในตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 90 นาย และ หน่วยปฏิบัติงานหลักภายนอกตำรวจภูธรภาค 4 คือ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) จำนวน 7 นาย นอกจากนี้ยังได้รับความสนใจจากหน่วยสนับสนุนคือ  สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ส่งผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 3 นาย ทำการอบรมตั้งแต่ 12 – 25 ก.พ.67 รวม 14 วัน

ในการฝึกอบรมผู้เข้ารับการอบรม จะได้เรียนรู้การสืบสวนสมัยใหม่ อาทิ การสืบสวนทางเทคโนโลยี  การสืบสวนจากเส้นทางการเงิน การสืบสวนติดตามทรัพย์ที่ได้จากการกระทำความผิด การสืบสวนทางดิจิตอล ซึ่งจะได้รับการถ่ายทอดจากวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถ และเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มาให้การถ่ายทอดทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เข้ารับการอบรมจะได้ฝึกทักษะการสืบสวนคดียาเสพติดที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงการฝึกยุทธวิธีในการสืบสวนคดียาเสพติดต่าง ๆ เช่น การปิดล้อมตรวจค้น การจับกุม การขับรถไล่ล่ารถต้องสงสัย รถที่ผู้ต้องหาขับขี่ หลบหนี การสกัดจับหยุดรถต้องสงสัย การวางแผนล่อซื้อ จับกุม เป็นต้น  เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้โครงการยังมุ่งเน้นให้ผู้เข้ารับการอบรม รู้เท่าทันต่อสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนจากการทำธุรกรรมแบบเดิมเป็นการทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือการใช้ระบบไอที เข้ามาอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน   มากขึ้น โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด ฉะนั้น ผู้เข้ารับการอบรมจะต้องเชี่ยวชาญการใช้เครื่องมือพิเศษ และเทคโนโลยี    การสืบสวน ขยายผลถึงกระบวนการค้ายาเสพติด และพัฒนาทักษะ ความชำนาญในการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปอย่าง        มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยหลักสูตรจะมีการถอดบทเรียนจากการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและสูญเสีย นำมาถ่ายทอดให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม และสอนยุทธวิธีในการจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ อีกด้วย

พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4 กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ตำรวจภาค 4 ได้จัดทำขึ้นเพื่อสนองนโยบายรัฐบาล ในเรื่องการปราบปรามและการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ซึ่งทางรัฐบาลได้เลือกจังหวัดนครพนม เป็นพื้นที่ปกครองพิเศษ ที่จะต้องดำเนินการสกัดกั้นการลำเลียง เป็น Pilot Project 
ตำรวจภาค 4 จึงได้จัดการอบรมนักสืบ 5G P.4 + 1 เพื่อรองรับการสกัดกั้นยาเสพติดโดยเฉพาะ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และการพัฒนา สามารถนำไปใช้งานได้จริง และสามารถร่วมทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง ป.ป.ส. หรือ บช.ปส. 

หลักสูตรนี้ เป็นการหล่อหลอม ประสบการณ์ของนักสืบรุ่นเก่า นำมาถ่ายทอดบทเรียนที่ผ่านมา ประกอบกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสืบสวนสอบสวนทางอากาศ อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย โดยจับกุมผู้ต้องหาและปราบปรามให้สิ้นซาก นอกจากนี้ ยังเป็นการรวบรวมนักสืบรุ่นใหม่ ทั้ง 12 จังหวัด และ บก.สส. เข้ามาหล่อหลอมให้เกิดการทำงานร่วมกัน เพื่อเกิดเป็นมิติใหม่ของตำรวจภาค 4 ซึ่งมิตินี้ได้ขาดหายไป จึงได้ให้ บก.สส.ภ.4 ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการ จัดทำโครงการขึ้นมา เพื่อระดมนักสืบภาค 4 ทั้งหมดเพื่อมาปราบปรามและการสกัดการลำเลียงยาเสพติ

 ผบช.ภ.4 กล่าวในที่สุด
 

มสส.ร่วมเครือข่ายฯแถลงการณ์จดหมายเปิดผนึก จี้นายกฯเศรษฐาดันทบทวนขยายเวลาเปิดผับ

กรุงเทพฯ-มสส.ร่วมกับสสสย.จัดเวทีระดมความเห็น “ปัญหาจากนโยบายขยายเวลาจำหน่ายสุราหลังรัฐบาลเศรษฐาเปิดผับ บาร์สถานบันเทิงถึงตี4 อ้างกระตุ้นเศษฐกิจ ได้ออกแถลงการณ์เปิดจดหมายเปิดผนึกจี้นายกฯทบทวนขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึงตี4 ชี้ระวังเกิดคลื่นสึนามิหรือพายุใหญ่น้ำเมาในประเทศไทย

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ห้องปทุมวัน รร.เอเชีย ราชเทวี กรุงเทพฯ, มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) ร่วมกับ เครือข่ายสื่อมวลชนขับเคลื่อนสุขภาวะเพื่อสังคมไทยยั่งยืน (สสสย.) จัดเวทีระดมความเห็นว่าด้วย “ปัญหาจากนโยบายขยายเวลาจำหน่ายสุรา” หลังจาก “รัฐบาลเศรษฐา” ได้ขยายเวลาเปิดผับ บาร์ และสถานบันเทิงได้ถึงตี 4 ในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2566 โดยมีเป้าหมายทางเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยมีวิทยากรร่วนเสวนาประกอบด้วย นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว ผอ.สถาบันส่งเสริมการวิจัยและนวีตกรรมสู่ความเป็นเลิศ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นายธีระ วัชรปราณี ที่ปรึกษาภาคีป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ภปค.) โดยมี นายศักดา แซ่เอียว ประธานเครือข่ายสื่อมวลชนขับเคลื่อนสุขภาวะเพื่อสังคมไทยยั่งยืน (สสสย.) หรือ “เซีย ไทยรัฐ” การ์ตูนนิสต์ชื่อดัง เป็นผู้ดำเนินรายการ 

ก่อนเข้าสู่การเสวนา ได้มีการ เปิดคลิปข่าวความสูญเสีย “น้องทู” ด.ช.วีรยุทธ จินดาแดง หรือ “เด็กชายจิตอาสา” สนับสนุนกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง วัย 13 ปี ที่ต้องจบชีวิตลง ขณะช่วยงานกู้ภัยเพราะคนเมาแล้วขับ จากนั้น ได้มีการยืนไว้อาลัยต่อการจากไปของ “น้องทู” เป็นเวลา 1 นาที 

โดยในวงเสวนา นายอภิวัชร์ เกตุทัต ประธานมูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) กล่าวถึงวัตถุประสงค์การประชุมครั้งนี้ว่า…นโยบายขยายเวลาให้กับสถานบริการ ถือเป็นเรื่องที่ มสส.รู้สึกห่วงใยต่อผลกระทบที่จะมีตามมา โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ หรือการทะเลาะวิวาทจากการดื่มสุรา รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครกู้ภัยต่างๆ ที่จะมีเพิ่มขึ้นและหนักขึ้น จำเป็นที่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะสื่อมวลชนหลักจะต้องช่วยกันสะท้อนปัญหา พร้อมกับเสนอแนะและหาทางออกในเรื่องนี้ 

ด้าน นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ กล่าวว่า เหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากปัญหา “เมาแล้วขับ” ส่วนใหญ่จะถูกกดทับจากผู้กระทำผิด ทั้งนี้ หากผู้กระทำผิดเป็นผู้มีอิทธิพล มีอำนาจเงินและเชื่อมต่อกับอำนาจรัฐ เหยื่อเหล่านั้นจะยิ่งถูกกดทับกันไปใหญ่ กรณีของ “น้องทู” พบว่า ผู้กระทำผิดจ่ายเงินเยียวยาให้กับครอบครัว “น้องทู” เพียงน้อยนิด และระหว่างงานสวดพระอภิธรรมฯ ไม่ปรากฏร่างของผู้กระทำผิดแต่อย่างใด ที่ผ่านมามีเพียงส่วนอดีตภรรยาที่เลิกรากันไป และลูกมาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมเท่านั้น

จากการที่ “เหยื่อ” ต้องมาเจอกับนโยบายรัฐบาลเช่นนี้ มันจึงไม่ต่างจากการถูกระทำซ้ำเติม เสมือนเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้กับ “เหยื่อ” มากยิ่งขึ้น นับเป็นเรื่องที่สะเทือนใจมากๆ ส่วนตัวเชื่อว่า เรื่องความพยายามที่จะผลักดันให้มีการเปิดสุราเสรีไม่ใช่เรื่องใหม่ และมีความพยายามมาโดยตลอด โดยเฉพาะการใส่ชุดแนวคิดดังกล่าวไปให้น้องๆ เยาวชนที่ออกมาเคลื่อนไหวและเรียกร้องในเรื่องต่างๆ กระทั่ง ขยายผลไปถึงการเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายการเปิดเสรีสุรากันเลย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากลุ่มต่อต้านยังพอจะต้านทานอยู่ กระนั้น ก็มีความพยายามในการแตะมือระหว่างกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์กับกลุ่มผู้ประกอบการ ที่แม้จะมีจำนวนไม่มากนัก แต่ก็เป็นกลุ่มที่มีเสียงดัง 

ซึ่งความพยายามรอบใหม่ คนกลุ่มนี้เริ่มเป็นงาน มีการปรับตัวและดำเนินการเหมือนฝ่ายต่อต้านทุกอย่าง โดยมีกลุ่มธุรกิจสุราต่างประเทศอยู่เบื้องหลัง ถือเป็นการงานยากของฝ่ายต่อต้าน เนื่องจากพวกเขามีการสร้างเครือข่ายและความเคลื่อนไหวต่อเนื่องเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ พยายามสร้างเรื่องว่า “ขายเหล้าได้” โดยไม่สร้างผลกระทบใดๆ และเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่ ก็พยายามเข้าหา “เบอร์ 1” คือ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ที่มีมุมมองในเชิงเศรษฐกิจเป็นหลัก พอ “เบอร์ 1” ซื้อ เบอร์รองๆ ก็ต้องขยับตาม ตรงนี้ถือเป็นความสำเร็จของคนกลุ่มนี้แล้ว

รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว ผอ.สถาบันส่งเสริมการวิจัยและนวีตกรรมสู่ความเป็นเลิศ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่า จากงานวิจัยในต่างประเทศ พบบทเรียนที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะในประเทศออสเตรเลีย นอร์เวย์ หรือในฮอลแลนด์ ที่มักมีปัญหาคล้ายๆ กัน กล่าวคือ จากการขยายเวลาการจำหน่ายสุราเพียง 1 ชั่วโมง พบว่าเกิดปัญหาตามมา ไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะวิวาทหรืออุบัติเหตุ ที่มีเพิ่มขึ้น 15-30% สำหรับ ในประเทศไทย หากมีการขยายเวลาการเปิดสถานบริการเป็นตี 4 เชื่อว่าจะส่งผลกระทบตามมาต่อผู้คนที่ใช้ชีวิตตามปกติในเช้าวันรุ่งขึ้น เนื่องจากข้อมูลสถิติพบว่า มักจะเกิดอุบัติหลังจากหยุดดื่มสุราในอีก 3 ชั่วโมงต่อมา ซึ่งจะกลายเป็นความเสี่ยงต่อผู้คนที่เดินทางไปทำงาน  เด็กๆ ไปโรงเรียน พ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขาย

“ปัจจุบันที่มีการห้ามจำหน่ายสุราในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. เพราะหากปล่อยให้มีการจำหน่ายและดื่มสุราในช่วงเวลาดังกล่าว ก็อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนที่ไม่ต่างจากช่วงเช้า กระนั้น ก็มีความพยายามที่จะยกเลิกคำสั่งห้ามจำหน่ายสุราในช่วงนี้” รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ ระบุ
ขณะที่ นายธีระ วัชรปราณี ที่ปรึกษาภาคีป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ภปค.) กล่าวถึงการแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ระหว่างฝ่ายรณรงค์กับฝ่ายสุราเสรี ว่า นับตั้งแต่ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ ประกาศใช้ 16 ปี พบว่าสถิติอุบัติเหตุนับตั้งแต่ปี 2551ถึง2565 ที่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ ช่วงเทศกาลปีใหม่ ลดลง 12.2% ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ลดลง 9.5% นับเป็นมาตรการควบคุมฯ ที่พิสูจน์ว่าได้ผลจริงในการลดปัญหาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

“ในวันที่ 9 มี.ค.นี้ จะมีการนำเสนอร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ ระหว่างฝ่ายที่ต้องการให้เปิดสุราเสรีกับฝ่ายของเราที่ต้องการรณรงค์ต่อต้านการผลิตและจำหน่ายแบบเสรี เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วาระ 1 ซึ่งเรายอมรับว่าหนักใจ หาก สส.ในสภาฯ เลือกที่จะรับร่างกฎหมายของฝ่ายที่ต้องการเปิดเสรี ซึ่งจะถือเป็นปัญหาที่หนักมาก 

อย่างไรก็ตาม เรายังมีความหวังว่า สส.จะมองเห็นมหันตภัยหากปล่อยให้มีการผลิตและขายสุรากันอย่างเสรี แม้กระทั่งหลายประเทศในยุโรปเขาก็ไม่ได้เปิดให้ขายอย่างเสรีแบบที่บางฝ่ายอยากทำ ยกตัวอย่าง นอร์เวย์ ห้ามขายวันอาทิตย์ เท่ากับปีหนึ่งต้องหยุดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 52 วัน ขณะที่บ้านเราห้ามขายเฉพาะวันสำคัญทางศาสนา (5 วันใน 1 ปี) เท่านั้น ซึ่งหากกฎหมายเสรีผ่านการพิจารณาบังคับใช้ นอกจากจะซื้อสุราได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว เขายังต้องการให้ยกเลิกห้ามขายวันพระใหญ่อีกด้วย รวมถึงมีความพยายามจะให้ขายผ่านระบบออนไลน์ เจตนาของเราให้การปรับปรุง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 เพื่อปรับแก้ให้เหมาะสมกับสภาพสังคมในปัจจุบัน ไม่สุดโต่งจนเกินไป และไม่เอื้อให้กับนายทุนขนาดใหญ่ ซึ่งเราก็หวังว่ารัฐบาลจะเข้าใจในเจตนารมณ์ของเรา” นายธีระ ย้ำ

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ สื่อมวลชนอาวุโส กล่าวสรุปในการเสวนาครั้งนี้ ว่า มีหลายเรื่องในเวทีเสวนานี้ที่จะเป็นคำถามส่งต่อไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะข้อมูลและความคิดเห็นของวิทยากรทุกคน ไม่ว่าจะเป็นประโยค “ก้าวไกลคิด เพื่อไทยทำ” ของ รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ หรือ “พายุลูกใหญ่” ของ นายจิระ ห้องสำเริง สื่อมวลชนอาวุโส สำหรับ บทบาทของ สสสย. นั้น จากวงเสวนาข้างต้นถือเป็นโจทย์สำคัญไม่เฉพาะกับ สสสย. แต่ยังรวมถึง มสส. ที่จะต้องหาทางรับมือกับปรากฏการณ์เหล่านี้ โดยสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มสื่อมวลชนแกนหลักในการนำเสนอข่าวสารข้อมูลและข้อเท็จจริงในประเด็นเหล่านี้ รวมถึงการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องเป็นการเฉพาะ ซึ่ง สสสย. อาจเข้ามาช่วยเสริมในส่วนนี้ได้

ขณะที่ นายศักดา แซ่เอียว ประธานเครือข่ายสื่อมวลชนขับเคลื่อนสุขภาวะเพื่อสังคมไทยยั่งยืน (สสสย.) กล่าวขอขอบคุณวิทยากรผู้ร่วมเสวนาและเพื่อนสื่อมวลชน พร้อมขอความร่วมมือกับสื่อมวลชนกลุ่มหลักให้ช่วยติดตามและนำเสนอข่าวสารเหล่านี้ พร้อมกันนั้น ได้ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึง นายเศรษฐา ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ทบทวนการออกมาตรการ นโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ (อ่านต่อข่าว... “สสสย.” ชงจม.เปิดผนึก เรียกร้องนายกฯเศรษฐา ทบทวนเปิดสถานบริการถึงตี 4)    

13 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ‘วันรักนกเงือก’ สัตว์ป่าโบราณ สัญลักษณ์แห่งรักแท้ 1 ในสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ เพราะความเชื่อของมนุษย์

13 กุมภาพันธ์ ‘วันรักนกเงือก’ สัตว์ที่ถูกคุกคามเพราะความเชื่อจนใกล้สูญพันธุ์ นำหัวและโหนกมาทำของขลังและเครื่องประดับ

‘นกเงือก’ เป็นสัตว์โบราณสืบสายพันธุ์มานานราว 60 ล้านปี หลายคนอาจรู้จักมันในฉายา ‘สัญลักษณ์แห่งรักแท้’ เพราะนกเงือกเป็นสัตว์ผัวเดียวเมียเดียวไปตลอดชีวิต หากตัวผู้ที่ออกไปหาอาหารตาย ตัวเมียและลูกน้อยที่รออยู่ในรังก็จะไม่ออกไปไหนและรอจนตัวตายเช่นกัน

นอกจากเรื่องราวความรักที่มีต่อสายพันธุ์เดียวกันแล้ว นกเงือกยังส่งต่อความรักให้แก่สิ่งมีชีวิตอื่นในผืนป่าและมนุษย์ด้วย

โดยการดำรงอยู่ของพวกมันจะช่วยขยายพันธุ์พืชได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถกินผลไม้ได้กว่า 300 ชนิด โดยเฉพาะผลไม้ที่มีขนาดผลใหญ่กว่า 1.5 เซนติเมตร ที่นกขนาดเล็กไม่สามารถช่วยกระจายเมล็ดได้ แล้วปลูกเมล็ดด้วยการขับถ่ายและขย้อนออกทางปาก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง

นอกจากนี้นกเงือกยังเป็นผู้ล่าสำคัญของระบบนิเวศป่า จึงช่วยควบคุมประชากรสัตว์ขนาดเล็ก อย่างแมลงและหนูได้ด้วย ด้วยเหตุนี้นกเงือกจึงมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่า

สำหรับในประเทศไทยมีนกเงือกทั้งหมด 13 ชนิด แต่น่าเสียดาย ที่ ‘นักปลูกป่ามือฉมัง’ อย่างนกเงือก กำลังถูกคุกคามจากมนุษย์ที่ไล่ล่าหมายหัวพวกมันเพียงเพราะความเชื่อและค่านิยมในการนำหัวและโหนกของนกเงือกมาทำของขลังและเครื่องประดับ ทำให้หลายชนิดอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์

หากนกเงือกมีจำนวนลดลงหรือสูญพันธุ์ สิ่งมีชีวิตอื่นๆ อาจสูญพันธุ์ตามไปด้วย ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2547 มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งดำเนินการศึกษาวิจัยนกเงือกมานานกว่า 20 ปี จึงได้กำหนดให้วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็น ‘วันรักนกเงือก’ เพื่อให้สังคมและประชาชนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์นกเงือกที่ใกล้สูญพันธุ์อยู่ทุกขณะ

ในวันสำคัญนี้จึงถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องช่วยกันปกป้องรักแท้นี้ไว้ ก่อนที่ความรักอันยาวนานของนกเงือกจะจบลงที่ยุคของเรา…

'นายพลดอลล่าร์' ฟาดแรง!! ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะยอมต่อไปไม่ได้

(12 ก.พ. 67) จากอินสตาแกรมของ พล.ต.พัชร รัตตกุล หรือ นายพลดอลล่าร์ สามี คุณหญิงแมงมุม ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล ได้โพสต์ข้อความอย่างดุเดือด ระบุว่า…

“ความรักและความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ คือ Soft Power ตัวจริง ที่ทำให้ประเทศชาติอยู่รอดมาได้ และทำให้คนไทยทุกคน สามารถเผยอหน้าขึ้นมาสู้ชนชาติอื่น อย่างมีศักดิ์ศรีได้จนทุกวันนี้ อย่าปล่อยให้เสนียดสังคม ซึ่งไม่เคยทำประโยชนให้กับส่วนรวมแม้แต่น้อยนิด มาทำให้คนไทยต้องแตกแยกความสามัคคี”

พร้อมตามด้วยแคปชันว่า “ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะยอมต่อไปไม่ได้ #ชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ #อยู่อย่างจงรัก #ตายอย่างภักดี #เพื่อชาติและราชบัลลังก์ #ทนมากเกินพอ #ราชอาณาจักรไทย #ชื่อบอกอยู่แล้ว #อ่านออกไหม”

‘ปู่ไบเดน’ ตัดสินใจเปิดบัญชี ‘TikTok’ เดินหน้าหาเสียง เจาะกลุ่มวัยรุ่น

(12 ก.พ.67) ผู้นำโลกต่างร่วมวง ‘ติ๊กต็อก’ แพลตฟอร์มมาแรงในหมู่วัยรุ่น และล่าสุดคือ ประธานาธิบดี ไบเดน

โดยเมื่อวันอาทิตย์ (11 ก.พ.67) ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดี วัย 81 ปี จากพรรคเดโมแครต โพสต์คลิปประเดิมบนบัญชี @bidenhq พูดคุยสบายๆ ในหลายๆ เรื่อง ตั้งแต่การเมืองไปจนถึงเกมนัดชิง NFL

ความเคลื่อนไหวของไบเดนสวนทางกับท่าทีของทางการ ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐไม่ว่าจากพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครตล้วนวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเป็นของบริษัทจีน ‘ไบต์แดนซ์’ ซึ่งนักการเมืองสหรัฐกล่าวหาว่า ถูกรัฐบาลปักกิ่งใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ แต่ ‘ไบต์แดนซ์’ ปฏิเสธมาโดยตลอด

หลายรัฐในสหรัฐรวมถึงรัฐบาลกลางห้ามใช้แอปติ๊กต็อกบนเครื่องมือของราชการ แต่แม้รัฐบาลกลางไม่ไว้ใจก็ไม่ได้ห้ามหรือควบคุมการใช้แอปเพิ่มมากไปกว่านี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อการเลือกตั้งสหรัฐใกล้เข้ามา ติ๊กต็อกยิ่งเป็นช่องทางให้เข้าถึงวัยรุ่น ไบเดนจึงตัดสินใจใช้แพลตฟอร์มนี้ โดยคลิปเมื่อวันอาทิตย์จบลงที่ประธานาธิบดีตอบคำถามว่า เขาชอบใครระหว่างตนเองกับโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวเก็งจากพรรครีพับลิกัน

“ล้อเล่นหรือเปล่า ชอบไบเดนซิ” เจ้าตัวตอบพลางหัวเราะ

'สส.รังสิมันต์' ยอมรับ!! สังคมไม่เห็นด้วยปม 'ตะวัน' ป่วนขบวนเสด็จฯ ยัน!! ก้าวไกลไม่ได้อยู่เบื้องหลังใครและไม่มีใครอยู่เบื้องหลังพรรคได้

(12 ก.พ. 67) ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่มีการหาว่าพรรคก้าวไกล เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง กลุ่มทะลุวังที่มีการบีบแตรใส่ขบวนเสด็จฯ ว่า ความคิดที่บอกว่ากลุ่มต่าง ๆ มีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่เรื่องใหม่เกิดขึ้นแล้วหลายครั้ง ซึ่งไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาสังคม รวมถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น หลายครั้งที่พรรคก้าวไกลถูกปรักปรำในลักษณะนี้ อะไรคือหลักฐานว่าเราอยู่เบื้องหลัง และในช่วงเวลาที่ผ่านมาที่เราอยู่ท่ามกลางวิกฤตทางการเมือง 

ในอดีตเราหลายคนอาจจะไปประกันตัว อาจจะไปเป็นนายประกันให้ แต่การทำในลักษณะนั้นต้องแยกออกจากการที่เขาขับเคลื่อน ซึ่งเหตุผลที่เราไปเป็นนายประกันให้คือสามารถทำได้ตามกฎหมาย รวมถึงให้สิทธิ์เขาในการต่อสู้คดี ไม่ได้หมายความว่าคนที่ไปประกันตัวจะเห็นด้วยกับการกระทำ ไม่เช่นนั้นการประกันตัวที่เกิดขึ้นเต็มไปหมดในเรื่องต่างๆ เท่ากับคนที่ไปประกันตัวจะต้องไปเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หากคิดอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา ถือว่าเป็นการคิดที่ผิด

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การเชื่อมโยงกลุ่มต่างๆกับพรรคก้าวไกลมีเหตุผลคืออาจจะเป็นกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มทะลุวัง และต้องการสร้างความชอบธรรมหรือการดิสเครดิตกลุ่มทะลุวัง และต้องการทำลายพรรคก้าวไกลเช่นเดียวกัน ซึ่งไม่ควรจะไปมองแบบนั้น

“ผมยืนยันว่าเราไม่ได้ไปอยู่เบื้องหลังใครและใครก็ไม่มาอยู่เบื้องหลังเรา พรรคก้าวไกลก็คือพรรคก้าวไกล ที่ทำหน้าที่โดยมีจุดยืนในเรื่องของสิทธิมนุษยชน เราเชื่อในศักยภาพในการแสดงออก ส่วนเมื่อเขาแสดงออกไปแล้ว จะมีคนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็เป็นสิทธิ์ของทุกคนที่จะแสดงความคิดเห็นได้ แต่จุดยืนของพรรคก้าวไกลคือเราไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง ในการแสดงออกแบบนั้นคือการสร้างสังคมแห่งความหวาดกลัว เรามีบทเรียนมาแล้ว และไม่ได้ทำให้สังคมไทยดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า การกระทำของน.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน กลุ่มทะลุวัง สร้างเสียงวิจารณ์อยู่แล้ว ซึ่งสรุปยากว่าท้ายที่สุดสังคมจะเห็นไปในทิศทางไหน ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่ามีสังคมไม่เห็นด้วยกับการที่น.ส.ทานตะวัน แสดงออกและอาจจะมีคนเห็นด้วย ซึ่งแน่นอนในเรื่องของการอารักขาบุคคลสำคัญ ต้องมีมาตรการทั้งหมดก็นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ แต่จุดยืนสำคัญที่พรรคก้าวไกลแสดงคือไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง ส่วนที่มีการมุ่งเป้าไปที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล และพรรคก้าวไกล ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น

“สิ่งที่เราพยายามทำคือให้สติทุกคน ในการที่เราไปเป็นนายประกัน หรือการเคยเป็นนายประกันในอดีต เท่ากับเราอยู่เบื้องหลังเลยหรือ คุณเชื่อขนาดนั้นจริงๆหรือ สุดท้ายคนที่แสดงออกทางการเมืองในทุกรูปแบบ เขาก็เป็นตัวของเขา เขาก็มีจุดยืนของเขา เราเห็นด้วยหรือไม่ก็ต้องแยกเป็นกรณีไป ซึ่งถึงที่สุด เขาก็มีสิทธิ์ต่อสู้คดีในศาล สุดท้ายกลไกกฎหมาย ก็ต้องว่ากันไปตามแต่ที่มันควรจะเป็น ซึ่งก็ต้องได้สัดส่วนที่ควรจะเป็นด้วย สังคมของเราอยู่กันแบบนั้น อย่าไปสร้างสังคมแห่งความ หวาดกลัว อย่าให้เราต้องสร้างปีศาจตนใหม่ สร้างผีตนใหม่ขึ้นมา ซึ่งเหตุการณ์เดือนตุลาเคยสร้างบทเรียนให้เราแล้ว อย่าทำซ้ำอีกเลย มันไม่คุ้มกัน” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เราควรใช้เวทีของสภาฯ ใช้พื้นที่ทางการเมืองในการคลี่คลายหาทางออก และเข้าใจว่านายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี และโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ พยายามจะพูดเรื่องนี้ ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่สภาฯ จะพิจารณาพูดคุยหาทางออก และการที่ปล่อยให้ไปคุยกันตามท้องถนนถ้านำไปสู่การสร้างพื้นที่ที่อันตรายก็ไม่คุ้ม ทางหนึ่งที่ตนคิดว่าเป็นทางออกคือกฎหมายนิรโทษกรรม

เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายมองว่าควรนำเรื่องเกี่ยวกับผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ออกจากร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราเคยหาเสียงเอาไว้ เมื่อเราได้รับการเลือกตั้งมาก็พยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ซึ่งเราไม่ได้มีนโยบายแก้มาตรา 112 เท่านั้น ทางสว. อาจจะมีความคิดว่าเราไม่ควรทำแบบนั้น แต่ในจุดยืนของเราต้องกลับมาตั้งต้นว่าวันนี้ปัญหาของประเทศชาติคืออะไร เราต้องยอมรับว่ามีคนถูกดำเนินคดีในเรื่องมาตรา 112 จะมีหนทางแก้ไขอย่างไร

"ออฟชั่นเรามีอะไรบ้าง เอาเขาเข้าไปขัง ปล่อยพวกเขา นิรโทษกรรมให้พวกเขาหรืออะไร ถ้าเอากันแบบสุดโต่งเลยคือการเอาไปขัง ต้องถามว่าช่วยให้บ้านเมืองดีขึ้นอย่างไร ถึงที่สุดคนเหล่านี้ก็มีญาติพี่น้องและเขารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ความคิดเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กลุ่มนิสิตนักศึกษาหรือคนรุ่นใหม่เท่านั้น มิตรประเทศที่เขามองมายังประเทศไทยรู้สึกไม่สบายใจกับการดำเนินคดีที่มีความรุนแรง และไม่ได้ส่งผลกระทบแค่สิทธิเสรีภาพ

มีการตั้งคำถามในเชิงภาคธุรกิจ ความมั่นใจว่าหากมีการดำเนินคดีในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นกับคดีอื่นได้หรือไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นความมั่นใจทั้งหมดที่สามารถส่งผลกระทบต่อประเทศได้ ถ้าเราตั้งโจทย์ว่ามีปัญหาเกิดขึ้นเราก็ควรเริ่มต้นเปิดประตูให้กว้าง ถ้าเราบอกว่าการนิรโทษกรรมไม่รวมมาตรา 112 ถ้าเริ่มจากตรงนี้ จะแก้ปัญหาการเมืองได้จริงหรือไม่ ไม่มีประโยชน์ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ การนิรโทษกรรมก็ไม่มีประโยชน์"นายรังสิมันต์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top