Friday, 6 November 2026
Hard News Team

พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล เป็นประธานมอบโล่เชิดชูเกียรติ ชูพลังสตรี ร่วมแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ หวังปลดล็อกกีดกันทางการค้าถาวร เนื่องในวันสตรีสากล (International Women’s Day)

พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานมอบโล่เชิดชูเกียรติ ให้กับสตรีที่มีผลการปฏิบัติงานช่วยเหลือเด็ก  สตรี ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และงานจราจรเนื่องในวันสตรีสากล (International Women’s Day)

วันพุธที่ 13 มีนาคม 2566 เวลา 10.00 น. พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจโท กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,  พลตำรวจโท ภาคภูมิภิภัทฒ์  สัจจพันธุ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/รองผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พลตำรวจโท ธนายุตม์  วุฒิจรัสธำรงค์  ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/คณะทำงาน ศพดส.ตร., พลตำรวจโท สันติ์ สุขวัจน์,  พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์, พลตำรวจโท พนัญชัย  ชื่นใจธรรม,พลตำรวจตรี นิพนธ์ เจริญผล และ พลตำรวจตรี ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ คณะที่ปรึกษา ศพดส.ตร. รวมถึง นายพงษ์วาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม, นายอนุกูล  ปีดแก้ว รองปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นางมารศรี  ใจรังษี รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ผู้แทนกระทรวงแรงงาน, นางจตุพร แสงหิรัญ  อธิบดีอัยการ สำนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ ร่วมพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติ ให้กับสตรีที่มีผลการปฏิบัติงานช่วยเหลือเด็ก สตรี ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และงานจราจรเนื่องในวันสตรีสากล (International Women’s Day) ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  

วันสตรีสากล (International Women’s Day) ตรงกับวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี วันสตรีสากลนี้เป็นเสมือนจุดเริ่มต้นในการขจัดการแบ่งแยกและการเหยียดเพศให้หมดไป เปิดโอกาสให้ผู้หญิงทุกคนได้แสดงความสามารถ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความทัดเทียมกัน ในประเทศไทยทุกวันที่ 8 มีนาคม ของทุกปี จะมีการจัดกิจกรรมเพื่อฉลองเนื่องในวันสตรีสากล โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดนิทรรศการต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้จักและเห็นความสำคัญของวันสตรีสากล และยังได้จัดให้มีการประกาศเกียรติคุณแก่สตรีดีเด่นประจำปี เนื่องในวันสตรีสากล ทั้งนี้ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติสตรีผู้สร้างประโยชน์ในสาขาอาชีพต่าง ๆ อีกด้วย

พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์  หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ได้เล็งเห็นความสำคัญ ถึงบทบาท หน้าที่ของสตรี ในยุคปัจจุบัน ที่มีความรู้ความสามารถ ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดี จึงมีแนวคิดที่จะมอบโล่เชิดชูเกียรติ ให้กับข้าราชการตำรวจหญิงที่ปฏิบัติงานด้านการปกป้อง คุ้มครองเด็กและสตรีดีเด่น ,ข้าราชการตำรวจหญิงที่ปฏิบัติงานจราจรดีเด่น และสตรีผู้ปฏิบัติงานในองค์การนอกภาครัฐ (NGOs) ซึ่งมีผลงานด้านการปกป้อง คุ้มครองเด็ก  และสตรีดีเด่น เพื่อเชิดชูเกียรติ และสร้างขวัญกำลังใจให้กับสตรี เนื่องในวันสตรีสากล (International Women’s Day) ผ่านการเสนอชื่อจากสายการบังคับบัญชา เสนอคณะกรรมการคัดเลือกพิจารณา โดยมี พลตำรวจโท ภาคภูมิภิภัทฒ์  สัจจพันธุ์  ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/รองผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน ซึ่งได้มีการคัดเลือกสุภาพสตรีที่ได้รับรางวัล 3 สาขา จำนวน 31 ท่าน 

พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล กล่าวว่า ที่ผ่านมาการค้ามนุษย์ในประเทศไทยกลายเป็นปัญหาระดับชาติเนื่องจากไทยถูกลดระดับและกีดกันทางการค้าจากความไม่เอาใจใส่ในการปราบปรามการค้ามนุษย์  กระทั่งสามปีที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังทำให้สหรัฐอเมริกา มองเห็นถึงความจริงจังในการดำเนินการจึงปรับระดับจาก 2.5 มาเป็น 2 และในปีนี้ผลงานด้านการปราบปรามที่ไปนำเสนอในเวที ทิป ออฟฟิศ ก็ยังคงได้รับคำชื่นชมจากวุฒิสภาสมาชิกของรัฐสภาสหรัฐอเมริกา ทำให้ไทยมีสิทธิ์ลุ้นที่จะได้รับการปรับระดับอีกครั้ง  ทั้งนี้ความสำเร็จที่เกิดขึ้นก็ล้วนเป็นผลมาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะกลุ่มสตรีซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการร่วมกันแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และการกระทำอนาจารต่อเด็กและสตรี  และในวันนี้ยังมีสุภาพสตรีจำนวนนึงที่รับราชการตำรวจและเลือกปฏิบัติหน้าที่งานด้านจราจร ให้บริการประชาชนบนท้องถนน ซึ่งเป็นงานที่มีความเสี่ยงภัย แต่ตำรวจจราจรหญิงเหล่านี้ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ทัดเทียมกับตำรวจจราจรชาย ในฐานะที่ผมกำกับดูแลงานจราจรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญ และขอชื่นชมสุภาพสตรีเหล่านี้  นี่จึงถือเป็นโอกาสที่ดีในวันสตรีแห่งชาติ ศูนย์พิทักษ์เด็กสตรี ครอบครัว ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอมอบโล่เชิดชูเกียรติให้กับสุภาพสตรีทุกท่าน เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนในการร่วมแก้ปัญหาต่อไปในอนาคต และหวังว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังเหล่านี้จะนำไปสู่การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างถาวร ซึ่งจะทำให้ไทยไม่ถูกกีดกันทางการค้าอีกต่อไป

เอกสารแนบท้าย
(รายชื่อผู้ได้รับโล่เชิดชูเกียรติ จำนวน 31 ท่าน)

ข้าราชการตำรวจหญิงที่ปฏิบัติงานด้านการปกป้อง คุ้มครองเด็กและสตรีดีเด่น จำนวน 14 ท่าน ได้แก่
พ.ต.อ.หญิง กษิรานิษฐ์  เตชิตวรเศรษฐ์  รอง ผบก.สก.สกพ.(ฝอ.ศพดส.ตร.)
พ.ต.อ.หญิง จรีย์วรรณ  พุทธานุรักษ์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.5
พ.ต.ท.หญิง จารุวรรณ  มากยงค์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองระนอง ภ.จว.ระนอง
พ.ต.ท.หญิง ชมภูนุช  อนันตญากุล  รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ป่าตอง ภ.จว.ภูเก็ต
พ.ต.ท.หญิง ฐิติพร  เรืองรอด รอง ผกก.วป.ผอ.
พ.ต.ท.หญิง เมธาวรินทร์  เอี่ยมชู    รอง ผกก.ปพ.ผอ.
พ.ต.ท.หญิง ชนัญชิดา ตุ่ยสิมา สว.(สอบสวน) กก.6 บก.ปคม.
พ.ต.ท.หญิง พรรัมภา  พัฒนาวาท  สว.กก.ดส.
ว่าที่ พ.ต.ต.หญิง ภูษณิศา  จันทรัชภ์  สว.(สอบสวน) สภ.ราชบุรีเพชรบุรี ภ.จว.ราชบุรี
ร.ต.อ.หญิง ขวัญดาว  หิรัญ รอง สว.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต บก.ตอท.
ร.ต.อ.หญิง พิสมัย  วิชัยศร  รอง สว.กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.4 
(ชป.TICAC ภ.4)
ร.ต.อ.หญิง พรรณวดี  เกษร  รอง สว.(สอบสวน) กตค.บก.กค.ภ.4
ร.ต.ท.หญิง ณัฐวดี  ศรีคำสุข รอง สว.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศ
ต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต บก.ตอท.
จ.ส.ต.หญิง ทิพยรัตน์ สมสวัสดิ์ ผบ.หมู่ 1 กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.4
(ชป.TICAC ภ.4)    

ข้าราชการตำรวจหญิงที่ปฏิบัติงานจราจรดีเด่น จำนวน 8 ท่าน ได้แก่
พ.ต.ต.หญิง ปวีณา ชุมฤทธิ์ สว.จร.สภ.เมืองภูเก็ต
ร.ต.อ.หญิง เนตรนฤมนต์ ปล้องใหม่ รอง สว.ป.สภ.กงหรา ภ.จว.พัทลุง
ร.ต.อ.หญิง สุชิรา ยะโกะ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เบตง ภ.จว.ยะลา
ร.ต.อ.หญิง ธวัลรัตน์ เอี่ยววิบูลธนกิจ รอง สว.จร.สภ.บางละมุง ภ.จว.ชลบุรี
ร.ต.ท.หญิง กุลภัสสร์สรณ์  นิลวรรณ รอง สว.(ป.) สน.บางรัก
จ.ส.ต.หญิง มัลลิกา รามบุตรดี ผบ.หมู่ (ป.) สภ.โนนศิลา ภ.จว.ขอนแก่น
จ.ส.ต.หญิง บุษบา กำเลิศภู ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เมืองอุดรธานี ภ.จว.อุดรธานี
จ.ส.ต.หญิง สิริยุพา ศิริวัจนพร ผบ.หมู่ (ป.) สภ.หนองสองห้อง ภ.จว.ขอนแก่น

สตรีผู้ปฏิบัติงานในองค์การนอกภาครัฐ (NGOs) ซึ่งมีผลงานด้านการปกป้อง คุ้มครองเด็ก และสตรีดีเด่น จำนวน 9 ท่าน ได้แก่
คุณปวีณา หงสกุล มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี
นางอภิญญา ทาจิตต์  Stella Maris
น.ส.ณัฐกานต์ โนรี โครงการสปริง มูลนิธิการศึกษาเพื่อชีวิตและสังคม
น.ส.รำไพพรรณ จิตต์ธรรม มูลนิธิเพื่ออิสรภาพ (The Exsodus Road)
นางวีรวรรณ มอสบี้ โครงการฮัก ภายใต้มูลนิธิสานสัมพันธ์ครอบครัว
น.ส.พรนิภา  คำสม มูลนิธิเพื่อความเข้าใจเด็ก (FOCUS)
น.ส.พรรณรัชฏ์ ยุทธวารีชัย  องค์การ โอ ยู อาร์ ประเทศไทย (O.U.R.)
น.ส.พชรลิตา  หรรษคุณาฒัย องค์การ โอ ยู อาร์ ประเทศไทย (O.U.R.)
น.ส.นันท์นารี  หลวงมอย  มูลนิธิศูนย์เพื่อน้องหญิง

‘อิตาเลียนไทย’ รับ!! ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทำจ่ายเงินเดือน พนง.ไม่ครบ ขอเวลา 2-3 เดือน

(13 มี.ค. 67) บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ชี้แจงข้อเท็จจริงจากกระแสข่าวประสบปัญหาสภาพคล่องว่า ปัจจุบันบริษัทฯ ยังขาดสภาพคล่องทางการเงินจริง ทำให้การจ่ายเงินเดือนพนักงานไม่ครบถ้วน และมีแรงงานบางส่วนลาออก บางส่วนหยุดงาน ซึ่งบริษัทฯ ได้เจรจากับพนักงานเหล่านั้นทำความเข้าใจและจ่ายเงินบางส่วนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายไปก่อน และธนาคารที่สนับสนุนโครงการต่าง ๆ ก็เข้ามาให้ความช่วยเหลือบ้างแล้ว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรายรับจากโครงการยังน้อยกว่าค่าใช้จ่ายบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จึงต้องขอกู้ยืมเงินจากธนาคารเพิ่มเติมเพื่อนำเงินมาบริหารกิจการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการขอสินเชื่อและเจรจากับธนาคารที่เกี่ยวข้อง และคาดว่าภายหลังจากที่ได้รับสินเชื่อใหม่แล้ว อีกประมาณ 2-3 เดือน สถานการณ์ของบริษัทฯ จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ


 

“พล.ต.ท.นิธิธร ฯ” เยี่ยมและมอบสิ่งของบำรุงขวัญ “ร.ต.ท.มานะ ฯ” ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ซึ่งเคยทำคลอดให้กับหญิงคลอดบุตร 109 คน ถูกรถเก๋งเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ ขณะอำนวยความสะดวกการจราจรให้กับผู้ป่วยสูงอายุที่จะไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช

วานนี้ (12 มี.ค. 67) เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. /หัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร เดินทางไปยังอาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจเพื่อเยี่ยมและมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับ ร.ต.ท.มานะ จอกโคกสูง รอง สว.งานปฏิบัติการจราจรตามโครงการพระราชดำริ 1 กก.6 บก.จร.  ที่ได้รับบาดเจ็บถูกรถยนต์เก๋งเฉี่ยวชนระหว่างการปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจรให้กับผู้ป่วยสูงอายุที่จะไปรับการรักษาที่ รพ.ศิริราช โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 มี.ค.67 เวลาประมาณ 12.40 น. ที่ ถ.หลานหลวง หน้าโรงแรมรอยัลปริ้นเซส หลานหลวง กรุงเทพมหานคร หลังจาก ร.ต.ท.มานะ ฯได้รับแจ้งได้นำกำลังเพื่อออกให้การช่วยเหลือ โดย ร.ต.ท.มานะ ฯ  ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทางราชการ โดยใช้เส้นทาง ถ.หลานหลวง เมื่อถึงบริเวณหน้าโรงแรมรอยัลปริ้นเซส ได้เฉี่ยวชนกับรถกระบะตู้ทึบ ทำให้รถจักรยานยนต์ของ ร.ต.ท.มานะ ฯ เสียหลักและล้มลงบริเวณทางเท้า เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.ตำรวจ เบื้องต้นได้รับบาดเจ็บกระดูกหัวแม่มือซ้ายหัก และมีบาดแผลถลอกบริเวณมือข้างขวา ปากและใบหน้าเล็กน้อย 

ร.ต.ท.มานะฯ ปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ มาตั้งแต่ปี 2540 มีความชำนาญในการช่วยเหลือการทำคลอดฉุกเฉินให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาการจราจรติดขัด และต้องการความช่วยเหลือในการทำการคลอดบุตรบนท้องถนน ร.ต.ท.มานะฯ จะเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วในการเดินทางไปให้ความช่วยเหลือ ซึ่งที่ผ่านมา ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ได้ให้ความช่วยเหลือการทำคลอดบุตรฉุกเฉินมาแล้วเป็นจำนวนถึง 281 ราย เป็นการช่วยทำคลอดด้วยฝีมือของ ร.ต.ท.มานะฯ เอง ถึง 109 ครั้ง 

พล.ต.ท.นิธิธร ฯ กล่าวว่า ในวันนี้ต้องขอขอบคุณแพทย์ รพ.ตร. ที่ทำการผ่าตัดซ่อมแซมรักษา และจัดเรียงกระดูกข้อมือที่หักของ ร.ต.ท.มานะฯ ให้เข้ารูปและเข้าที่ เพื่อให้ข้อมือข้างซ้ายของ ร.ต.ท.มานะฯ ที่หักนั้นกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว เพื่อมือทั้งสองข้างจะได้หายดี และสามารถไปช่วยเหลือประชาชนจำนวนมากได้ดังเดิม

‘จตุพร’ เชื่อ!! หากก้าวไกลถูกยุบ ปชช. ‘เฉยชา-ไม่ปกป้อง’ ชี้!! ไม่แตกต่างจากการยุบพรรคการเมืองที่ผ่านมาในอดีต

(13 มี.ค. 67) นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ โดยเชื่อว่า หากการยุบพรรคก้าวไกลเกิดขึ้นจริงแล้ว ความตื่นตัวของประชาชนคงยังนิ่งเงียบ เฉยชาทางการเมืองไม่แตกต่างการยุบพรรคการเมืองที่ผ่านมาในอดีต ซึ่งไม่มีประชาชนจำนวนมากออกมาพิทักษ์สิทธิเพื่อปกป้องพรรคที่ลงคะแนนเสียงให้ด้วยความศรัทธาเลย 

นายจตุพร กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติยื่นยุบพรรคก้าวไกลนั้น แนวโน้มศาล รธน.จะรับพิจารณาถึง 99 % แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ การดีลกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ไปฮ่องกงพบทักษิณ ชินวัตร เพราะคนเชื่อถึงการจับมือกันในการร่วมรัฐบาล ดังนั้น การยุบพรรคแสดงถึงการดีลเป็นรัฐบาลจะพังย่อยยับไปทันที

อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าการยุบพรรคก้าวไกลจะไม่เกิดอะไรขึ้น เพราะการยุบพรรคการเมืองผ่านมา ทั้งยุบไทยรักไทย, พลังประชาชน และอนาคตใหม่ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นการยุบพรรคก้าวไกลคงไม่เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นเช่นกัน เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองกับประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งขาดจิตวิญญาณสัมพันธ์ผูกพันต่อกัน จึงไม่เกิดแรงเหวี่ยงทางการเมือง แต่มีความระส่ำระสายของสมาชิกพรรคจะตามมาเท่านั้น

อีกอย่าง การยุบพรรคการเมืองไม่ได้ทำให้สภาพนักการเมืองหมดไป เพราะได้เตรียมชุดหนึ่ง-สอง-สาม ไว้ทำงานรับผิดชอบนำพาพรรคกันใหม่อยู่แล้ว รวมทั้งกล่าวว่า การเมืองรอบนี้หาสาระไม่ได้ และไม่มีหลักการจับยึดมาพูดวิเคราะห์กันเลย จึงได้แต่ติดตามอย่างใกล้ชิด ยิ่งยุบพรรคก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับประชาชนเช่นกัน

ที่สำคัญหลักคิดความแตกต่างทางความเชื่อแบบอนุรักษ์นิยม เสรีนิยม ประชาธิปไตย อำนาจนิยม และฝ่ายก้าวหน้า ยังสงบนิ่งเหมือนเดิม ไม่มีประชาชนตื่นตัวออกมาเรียกร้องอะไรทั้งสิ้น อดีตบอกไว้อย่างนั้น โดยเล่าถึงความเชื่อศรัทธาของประชาชนทางการเมืองที่หยุดนิ่งเฉยเงียบ อนาคตของประเทศจึงเป็นเช่นนี้ ดังนั้น การยุบพรรคก้าวไกลหนนี้ถ้าเกิดขึ้นจริง ย่อมไม่แตกต่างการยุบพรรคที่ผ่านมาเช่นกัน คือ ประชาชนนิ่งเฉย ไร้การตื่นตัวเพื่อพิทักษ์สิทธิ์ของตัวเอง

“อย่าหวังว่าการยุบพรรคจะพลิกหน้ามือเป็นหลังมือกับสถานการณ์คนไทยเป็นอยู่เหมือนเดิมแบบนี้ จึงยากสุดที่จะเกิดการตื่นตัว และไม่ได้มีหลักยึดมั่นทางการเมืองกับพรรคใดอย่างมั่นคง โดยพรรคเพื่อไทยตระบัดสัตย์ในการตั้งรัฐบาลเป็นสิ่งสะท้อนอารมณ์ทางการเมืองและความเชื่อในพรรคการเมืองเป็นอย่างไรได้ดีที่สุด คือ เงียบและไม่เกิดอะไรขึ้นเลย แล้วทุกฝ่ายทั้งอนุรักษ์นิยม ประชาธิปไตยและฝ่ายก้าวหน้ายอมให้เกิดขึ้น และยังไม่ได้ประโยชน์อะไรสักอย่างเลย”

ประเทศไทยต้องมาก่อน 

โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมสนับสนุนทีมแพทย์ พยาบาล ปฏิบัติภารกิจจัดการแข่งขันมวยสากลระดับโลกเพื่อคัดเลือกไปโอลิมปิก

พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่(สบ 8)โรงพยาบาลตำรวจ มอบหมายให้ พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นายแพทย์ (สบ 8)โรงพยาบาลตำรวจ/กรรมการและประธานฝ่ายแพทย์/คณะกรรมการการจัดการแข่งขันมวยสากลระดับโลก เพื่อคัดเลือกไปโอลิมปิก จัดการประชุมคณะทำงานฝ่ายแพทย์ คณะกรรมการจัดการแข่งขันมวยสากลระดับโลก

โดยมี พล.ต.ต. ภาณุเดช บุญเรือง กรรมการและรองเลขานุการ คณะกรรมการจัดการแข่งขันมวยสากลระดับโลก เพื่อคัดเลือกไปโอลิมปิก, พล.ต.นายแพทย์ ภูษิต เฟื่องฟู กรรมการคณะกรรมการจัดการแข่งขันมวยสากลระดับโลก เพื่อคัดเลือกไปโอลิมปิก, อาจารย์ ณรงค์ สุขมะโน กรรมการคณะกรรมการจัดการแข่งขันมวยสากลระดับโลกเพื่อคัดเลือกไป
โอลิมปิก, พล.ต.ต.เอกลักษณ์ ดีรุ่งโรจน์ นายแพทย์ (สบ 6) หัวหน้าศูนย์ส่งกลับและรถพยาบาล โรงพยาบาลตำรวจ , ทีมแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลตำรวจ เข้าร่วมประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมทีมแพทย์ พยาบาลในการดูแลนักกีฬา

พล.ต.ต. ภาณุเดช บุญเรือง กรรมการและรองเลขานุการ คณะกรรมการจัดการแข่งขันมวยสากลระดับโลก เพื่อคัดเลือกไปโอลิมปิก กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่จะทำให้นักกีฬามวยสากลทั่วโลกได้ไปแข่งขันกันที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยจัดการแข่งขันที่สนามกีฬาอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน มากกว่า 600 คน จาก 40 ประเทศ ถือเป็นโอกาสดีที่จะประชาสัมพันธ์ความพร้อมของประเทศไทย ซึ่งครั้งนี้ได้รับเกียรติจากโรงพยาบาลตำรวจ ให้การสนับสนุนด้านการแพทย์ ที่จะร่วมกันสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ

พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นายแพทย์ (สบ 8)โรงพยาบาลตำรวจ/กรรมการและประธานฝ่ายแพทย์/คณะกรรมการการจัดการแข่งขันมวยสากลระดับโลก เพื่อคัดเลือกไปโอลิมปิก กล่าวว่า ภารกิจครั้งนี้เป็นภารกิจครั้งยิ่งใหญ่ ที่มีความสำคัญระดับโลก โรงพยาบาลตำรวจขอบคุณผู้จัดการแข่งขัน ที่ให้ทางโรงพยาบาลตำรวจ ร่วมภารกิจครั้งนี้ ซึ่งทางโรงพยาบาลตำรวจ มีความพร้อมให้การสนับสนุน โดยจัดทีมแพทย์ พยาบาล ประจำการแข่งขัน เพื่อดูแลนักกีฬา ตลอดระยะเวลาการแข่งขันทั้ง 11 วัน ซึ่งจัดทีมแพทย์ 3 ทีม ต่อวัน รวมทั้งรถพยาบาล จากศูนย์ส่งกลับโรงพยาบาลตำรวจ ในการนำส่งนักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บเข้ารักษาดูแลต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ สื่อสารองค์กร และโฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ขออนุญาตเผยแพร่ภาพและข่าวประชาสัมพันธ์ที่มีภาพบุคคลในกิจกรรมดังกล่าว

"ศูนย์กลางข่าวสาร ประสานฉับไว ใส่ใจบริการ เพื่อตำรวจและประชาชน"

#PGH
#โรงพยาบาลตำรวจ
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์สื่อสารองค์กรและโฆษกโรงพยาบาลตำรวจ

'โจ-มณฑานี' ปลื้ม!! ช่องยูทูบดังด้านดนตรีบำบัดจิตใจ หลังพบภาพวิวสวยเมืองไทย ถูกนำมาประกอบคอนเทนต์เพียบ

(13 มี.ค.67) จากเฟซบุ๊ก 'Jo Montanee' โดยคุณโจ มณฑานี ตันติสุข ดีเจ พิธีกร นักวิจารณ์ นักเขียนและวิทยากรชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

ช่องยูทูบ 'Sceneric Relaxation' ที่มีผู้ติดตามทั่วโลกกว่าล้านคน เป็นช่องดนตรีเวิลด์มิวสิคแนวบำบัดใจ ที่นำเอาดนตรีมาประกอบภาพภูมิประเทศอันงดงามระดับ 4K

Thailand เราอยู่ในเพลย์ลิสต์ของช่องด้วย ซึ่งประเทศแถบอาเชียน พี่โจไล่ดูภายใน 1 ปี ไม่มีเลยค่ะ มีแต่ไทย! 

คลิปวิดิโอยาวสะใจ ภาพฉ่ำๆ ตระการตา เหมาะกับการเปิดคลอดูเพลินยาวๆ ไปได้เลยค่ะ 🇹🇭❤️

https://youtu.be/SadzfrxVuF0?si=0pPhlxGh9m1pFw6X

🔎ส่อง 6 ผลงาน ‘รมว.ท็อป’ แห่ง พม.

รมว.ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากพรรคชาติไทยพัฒนา ตลอดการเข้ารับตำแหน่งเจ้ากระทรวง พม. ภายใต้รัฐบาล ‘เศรษฐา 1’ ได้สร้างผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนคนไทย ได้แก่

✨โครงการ 'ปฏิบัติการคนไทยไม่ไร้ที่พึ่ง' ช่วยเหลือคนไร้บ้าน พัฒนาครัวเรือนเปราะบางในภาวะวิกฤต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต โดยดำเนินงานเชิงรุกผ่านศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) ตลอด 24 ชม.

✨เบี้ยเด็กแรกเกิดถ้วนหน้า ดูแลตั้งแต่เกิดจนถึง 6 ปี จำนวน 2,288,337 ราย รับเงินอุดหนุน 600 บาท และขยายจาก 6 เดือน ถึง 3 ปี มาเป็น 3 เดือนจนถึง 3 ปี

✨ปรับเบี้ยผู้สูงอายุโดยจ่ายแบบขั้นบันไดถ้วนหน้า เดือนละ 1,000 บาททุกคน เบี้ยคนพิการ 1,000 บาท (เดิม 800 บาท) ตอบแทน ผู้ช่วยฯ ชม.ละ 50 เป็น 100 บาท

✨สร้างบ้านมั่นคงเฟสใหม่ ได้แก่ 1.ชุมชนเพิ่มทรัพย์พัฒนา 2.น้อมเกล้า 3.ทรัพย์สินเก่าใต้ แนวคิด 'บ้านมั่นคงชุมชนเข้มแข็งใต้ร่มพระบารมี' บนที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

✨แถลงผ่าน Asia Pacific Population Conference (APPC) ครั้งที่ 7 เรื่องประชากรในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกรับมือสู่สังคมสูงวัยและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

✨สนับสนุนผู้พิการทางการได้ยิน ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเท่าเทียม ด้วยการบริการล่ามภาษามือทุกครั้งที่มีการถ่ายทอดข่าวสารจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

‘รมช.กฤษฎา’ จ่อชง ครม. อนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ PGS 11 5 หมื่นลบ. พร้อมผนึก ‘ธ.ออมสิน’ ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ กลุ่มอุตฯ เป้าหมาย

(13 มี.ค. 67) นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง เปิดเผยว่า เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามาตรการผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) ในโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 11 วงเงิน 50,000 ล้านบาท ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อสนับสนุนนโยบาย IGNITE Thailand ตามนโยบายของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยครอบคลุม 8 ฮับ เพื่อดันประเทศไทยเป็นที่ 1 ในภูมิภาค

นอกจากนั้นได้ให้ ธนาคารออมสิน เตรียมแพ็กเกจสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่อง หรือ ลงทุนปรับปรุงหรือขยายกิจการให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในกลุ่มอุตสาหกรรมตามนโยบาย IGNITE Thailand ได้แก่ 1. ศูนย์กลางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) 2. ศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพ (Wellness & Medical Hub) และ 3. ศูนย์กลางอาหาร (Agriculture & Food Hub)

นายกฤษฏา กล่าวย้ำว่า มาตรการดังกล่าว จะสามารถเสริมสร้างศักยภาพให้กับผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ให้มีสภาพคล่องและสามารถแข่งขันได้ในตลาดปัจจุบัน อีกทั้งจะทำให้มีเม็ดเงินหมุนระบบ เกิดการจ้างงานกระตุ้นการลงทุนอีกด้วย

'อัษฎางค์' เหน็บ 'นายกฯ' เดินสายเล่นตลกไปทั่วโลก หวังจะสร้างอิมแพคผู้นำแฟชัน เอาอะไรคิด?

(13 มี.ค. 67) เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า.. “ใคร….? ใคร… สามารถสร้างอิมแพค เกิดอิทธิพลเป็นผู้นำแฟชั่นกับโลกได้

เศรษฐา Vs ลิซ่า !
ใคร….สามารถสร้างกระแส จนกระแสกลายเป็น soft power ได้

เศรษฐา Vs ลิซ่า !
ผู้นำรัฐบาลอย่างนายกรัฐมนตรีหรือประธานาธิบดี กับ ผู้นำแฟชั่น มันคนละคนกัน

น้องลิซ่า สวมเสื้อผ้ารองเท้าตัวไหน ถือกระเป๋าอะไร ของแทบจะขายหมดในวันรุ่งขึ้น

แต่คุณเคยเห็นคนแต่งตัวตามนายกรัฐมนตรีหรือผู้นำทางการเมืองประเทศไหนบ้าง ?

คิดว่า นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนักการเมือง ที่เคยเป็นนักธุรกิจ คือผู้นำแฟชั่นของโลกหรือ? เอาอะไรคิด? คิดว่า นายกรัฐมนตรี ที่มีรสนิยมสวมถุงเท้าสีฉูดฉาดข้างละสี คือผู้มีรสนิยมที่จะเป็นผู้นำแฟชั่นระดับโลกได้ด้วยหรือ? เอาอะไรคิด?

นี่หรือนักการเมืองจากพรรคที่สาวกเชิดชูว่า เก่งเศรษฐกิจการค้า!

เสนอนโยบาย Soft power ก็ผิดตั้งแต่ความเข้าใจเรื่องคำนิยามของ Soft power แล้ว

นี่ก็คงฝันว่า จะให้นายกรัฐมนตรีไทยไปเยือนต่างประเทศแล้วเกิดกระแสจนกลายเป็น Soft power ที่ทำให้คนหันมาสนใจผ้าขาวม้าของไทย

เลือก Presenter ก็ผิดตัวแล้ว
ยังเลือกผลิตภัณฑ์ผิดอีก
หนำซ้ำ ผิดกาลเทศะ อีกต่างหาก

เวลาคุณขายบ้าน คุณให้เซลส์แมน แต่งตัวยังไง

คุณว่า ถ้าเซลส์แมนของคุณแต่งตัวเสร่อ ๆ ไปขายบ้านระดับ 100 ล้าน จะมีใครซื้อบ้านหรือคุยกับเซลแมนของคุณหรือไม่?

ยกเว้นว่าขายทาวน์เฮาส์ไม่เกินล้านต้นๆ คนเขาจะมองข้ามรสนิยมเสร่อ ๆ ของเซลส์แมนของคุณอย่างแน่นอน

ทำการบ้านให้เยอะ ๆ เปลี่ยนทีมที่ปรึกษาและทีมทำงานใหม่ทั้งหมด อาจช่วยอะไรๆ ให้ดีขึ้น

แต่ถ้าให้ดี ต้องเปลี่ยน CEO และ Executive board ที่พากันหลงทิศหลงทางเข้ารกเข้าพง คือสิ่งที่ดีที่สุด

เดินสายเล่นตลกไปทั่วโลก ด้วยเงินภาษีกู สมเพชตัวเองกันบ้างมั้ย

อัษฎางค์ ยมนาค

'พีระพันธุ์' เร่งสรุปรูปแบบการสำรองน้ำมันและก๊าซเชิงยุทธศาสตร์  สร้างความมั่นคงด้าน 'พลังงาน-ราคาน้ำมัน' เพื่อคนไทยอย่างเป็นธรรม

'พีระพันธุ์ รมว.พลังงาน' เร่งสรุปรูปแบบการสำรองน้ำมันและก๊าซเชิงยุทธศาสตร์ เน้นสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ รักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันให้ยั่งยืน

เมื่อวานนี้ (12 มี.ค.67) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดตั้งระบบสำรองน้ำมันและก๊าซเพื่อความมั่นคงทางยุทธศาสตร์และระบบรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซ ครั้งที่ 7/2567 ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล 
.
โดยได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่มีผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละด้าน รวมทั้งผู้บริหารกระทรวงพลังงานร่วมกันดำเนินการออกแบบแนวทางการจัดตั้งระบบสำรองน้ำมันและก๊าซเพื่อความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ในครั้งนี้

ตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีการพิจารณาประเด็นสำคัญในการวางรูปแบบการสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ (SPR) เพื่อความมั่นคง และรักษาเสถียรภาพทางด้านราคา โดยคำนึงถึงภาครัฐ, ภาคเอกชน และผลกระทบภาคประชาชนเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นหัวใจของการเปลี่ยนแปลงระบบการสำรองน้ำมันและก๊าซในครั้งนี้

นอกจากนี้ ได้มีการศึกษาการอุดหนุนราคาน้ำมันของประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และสิงคโปร์, การสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อความมั่นคงทางการทหารและประชาชนในประเทศไทย, การปันส่วนน้ำมันในกรณีเกิดการขาดแคลน รวมทั้งหารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำมันดิบที่ผลิตในประเทศ เพื่อให้นำมาใช้ประโยชน์ในประเทศให้มากที่สุด เนื่องจากประเทศไทยถือเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน แม้จะสามารถผลิตน้ำมันเองได้ แต่ก็เป็นส่วนน้อย

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น ปัจจัยสำคัญมาจากสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และความต้องการใช้พลังงานทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยให้สูงขึ้น 

ดังนั้น การจัดตั้งระบบสำรองน้ำมันและก๊าซในครั้งนี้ ประชาชนจะมั่นใจได้ว่าจะเป็นการจัดตั้งระบบสำรองน้ำมันและก๊าซที่เป็นธรรมกับประชาชนอย่างแน่นอน และก่อให้เกิดผลดีต่อการบริหารจัดการด้านพลังงานของประเทศในอนาคตอย่างยั่งยืน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top