Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

‘อ.นิด้า’ ชี้!! มีคนชอบไปซื้อหา ‘ปริญญาปลอม’ อุปโลกน์ตัวเอง ทั้งที่ไม่ได้มีคุณภาพเป็น ‘ดอกเตอร์’

(13 ก.ค.67) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘ปริญญาปลอม’ โดยได้ระบุว่า …

ปริญญาปลอม คำนำหน้าปลอม ค่านิยมปลอมๆ ของสังคมไทย

ผศ.ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
สาขาวิชาปัญญาและการวิเคราะห์ธุรกิจ
สาขาวิชาสถิติศาสตร์
สาขาวิชาพลเมืองวิทยาการข้อมูล 
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ปัญหาเรื่องวุฒิการศึกษาปลอม คำนำหน้าปลอมในสังคมไทยนี้ เป็นมานาน ชอบไปหาซื้อปริญญาปลอม อุปโลกน์คำนำหน้าปลอมให้ตัวเอง 

เลยทำให้มหาวิทยาลัยห้องแถวในอเมริกา หลอกขายปริญญาคนมีเงินกันได้ ก็เพราะคนไทยหูตาแหกชื่นชมคำว่าดอกเตอร์กันจนไม่ลืมหูลืมตา 

จริงๆ คุณภาพดอกเตอร์นั้นมันก็แตกต่างกันมากเหลือเกิน ที่จบปริญญาเอกจริงๆ ไม่ได้คุณภาพก็มีมาก ไม่อยากจะบรรยายให้ฟังครับ ค่านิยมปลอมๆ บ้าปริญญาทำให้ขายใบปริญญาปลอมได้

อย่าง California University อะไรนี่เป็นมหาวิทยาลัยห้องแถวโนเนมในสหรัฐอเมริกา แต่คนไทยก็ไม่รู้เรื่อง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเองก็ไม่รับรอง แต่ก็ยังมีคนไทยไปซื้อปริญญาเอกเสกได้ด้วยเงินจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้

มหาวิทยาลัยในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกานั้นมีมาก แต่กลุ่ม University of California นั้นเป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยใหญ่สุดในรัฐแคลิฟอร์เนีย มีนับ 10 วิทยาเขตหรือ Campus แล้วก็มีชื่อเสียงกันไปคนละทาง

University of California, Berkeley นี่ดังทางวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์
University of California, San Francisco นี่ดังทางการแพทย์และสาธารณสุข
University of California, Davis นี่ดังด้านการเกษตรและชีววิทยา 
University of California, Los Angeles นี่ดังทางสังคมศาสตร์และวิทยาศาสตร์หลายด้าน เช่นด้าน ภาพยนตร์ การละคร animation คอมพิวเตอร์กราฟิค บริหารธุรกิจก็ดัง เรียกย่อๆ ว่า UCLA 

กลุ่มมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย คือ California State University ก็เป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยใหญ่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เช่นกัน ก็มีหลายสิบแคมปัส กระจายไปทั่วรัฐแคลิฟอร์เนีย 

ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ยังมี Stanford University ที่โด่งดังมากเช่นกันครับ ส่วน California University นั้นแม้แต่คนอเมริกันก็ยังไม่รู้จักและไม่เคยได้ยินชื่อครับ

จบเรื่องปริญญาปลอม มาเรื่อง คำนำหน้าปลอมกันบ้าง

ศาสตราจารย์ปลอม  หม่อมราชวงศ์ปลอม  ปลอมเป็นเจ้านายก็มีครับ แอบอ้างเบื้องสูงก็มีครับ พวกนี้ต้องเจอคุกเสียบ้างครับ มาตรา 112 นี่แหละครับ บางคดีอ้างแอบอ้างเฉยว่าเจ้านายจะทรงค้าทองคำ! 

นายพลปลอม ตำรวจ ทหาร ปลอม อ้างเพื่อรีดไถ ก็มีครับ มีเยอะครับ มีทั้งที่อุปโลกน์เองเพื่อความโก้เก๋ และมีที่อุปโลกน์เพื่อหลอกลวงตบทรัพย์ เป็นมิจฉาชีพก็มีครับ 

ทั้งหมดนี้เกิดจากค่านิยมปลอมๆ เปลือก ในสังคมไทยนี่แหละครับ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติสรุปผลการจับกุมการลักลอบเล่นพนันทั้งออนไลน์และออนไซต์ ช่วงแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 ตั้งแต่เริ่มแข่งขัน จับ 224 เว็บไซต์ ผู้ต้องหาทั้งออนไลน์และออนไซต์เกือบ 4,000 คน 

วันนี้ (13 กรกฎาคม 2567) พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันในทุกมิติ ตลอดห้วงการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 17 หรือฟุตบอลยูโร 2024 ซึ่งมีขึ้นระหว่างในวันที่ 14 มิถุนายน ถึง 14 กรกฎาคม 2567 

ผลการจับกุมการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 ทั่วประเทศ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 5 - 11 กรกฎาคม 2567 จับกุมผู้ต้องหารวม 666 คน แบ่งเป็น
1. การจับกุมการพนันออนไซต์ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 462 คน แบ่งเป็น เจ้ามือ 5 คน , ผู้เล่น 456 คน , คนเดินโพย 1 คน เงินหมุนเวียน 48,013 บาท 
2. การจับกุมการพนันออนไลน์ สามารถจับกุมได้ 59 เว็บไซต์ ผู้ต้องหารวม 204 คน แบ่งเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน 54 คน , ผู้เล่น 150 คน เงินหมุนเวียนในระบบ 540,439,319 บาท

ภาพรวมสถิติการจับกุมการพนันออนไลน์และออนไซต์ ตั้งแต่เปิดศูนย์ฯ วันที่ 14 มิถุนายน ถึง 11 กรกฎาคม 2567 มีผลการจับกุมผู้ต้องหา รวม 3,863 คน แบ่งเป็น
1. การจับกุมการพนันออนไซต์ 3,017 คน แบ่งเป็น เจ้ามือ 50 คน , ผู้เล่น 2,944 คน , คนเดินโพย 23 คน เงินหมุนเวียน 443,655 บาท 
2. การจับกุมพนันออนไลน์ 224 เว็บไซต์ ผู้ต้องหารวม 846 คน แบ่งเป็น ผู้จัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ 145 คน , ผู้เล่น 701 คน เงินหมุนเวียนในระบบ 2,465,209,989 บาท โดยล่าสุดกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เปิดปฎิบัติการ ทลาย 3 เครือข่ายเว็บพนันฟุตบอลยูโรรายใหญ่ พบเงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 130 ล้านบาท

พล.ต.ท.อัคราเดชฯ กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 ซึ่งจะมีการชิงชนะเลิศในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 เดินหน้าปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทั้งออนไลน์และออนไซต์อย่างต่อเนื่อง ย้ำการพนันฟุตบอลมีความผิดตามกฎหมายในหลายมาตรา ทั้งผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน ผู้เล่นพนัน และผู้โฆษณาชักชวน มีโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ

"พัชรวาท" สั่งสร้างเครือข่ายชาวต่างชาติช่วยงานอุทยานฯ ดึงตำรวจท่องเที่ยวร่วมอบรมเพื่อดูแลนักท่องเที่ยว

วันที่ 12 กรกฎาคม 2567 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานในพิธีปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ รุ่นที่ 1 และพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยมี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ นางอภินันท์ ขอพร ผู้อำนวยการส่วนกู้ภัยอุทยานแห่งชาติ นายเพิ่มศักดิ์ คงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) ร่วมด้วย และได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.อรรถพล สุดสาย ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการท่องเที่ยว 3 ร่วมบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ การอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว นายสรรเพ็ชญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ นายตรรก ศิริวรรณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยเครือข่ายชาวไทย และชาวต่างชาติ ได้แก่ ประเทศฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา
อิงแลนด์ เบลเยี่ยม กรีซ อินเดีย รัสเซีย ปากีสถาน แคนาดา เดนมาร์ก โคลัมเบีย และเมียนมาร์ ที่มีความพร้อมและมีความสนใจในการสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมระหว่างวันที่ 11 - 12 กรกฎาคม 2567 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ภูพาโน รีสอร์ท กระบี่ จังหวัดกระบี่

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายและสั่งการให้กรมอุทยานฯ สร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติให้เข้มแข็ง เนื่องจากในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติกว่า 3.7 ล้านคน เมื่อมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เกิดอุบัติเหตุหรือภัยธรรมชาติต่าง ๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นในการตัดสินใจในการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ

อุปสรรคสำคัญที่พบมาก คือ การสื่อสาร กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ดังนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องดังกล่าว จึงต้องสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยกรมอุทยานฯ ได้ประสานตำรวจท่องเที่ยวเพื่อยกระดับความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือและบูรณาการร่วมกันกับทุกภาคส่วน จึงได้จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย ภาคบรรยายและภาคปฏิบัติ เกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติในประเทศไทย กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวและนันทนาการในอุทยานแห่งชาติ การเกิดปะการังฟอกขาวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล การปฐมพยาบาลฉุกเฉินบริเวณพื้นที่ชายฝั่ง การกู้ชีพ กู้ภัย ในอุทยานแห่งชาติ การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR & AED) และการสร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ การแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์งานด้านการสร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากรผู้มีความรู้ความสามารถจากสำนักอุทยานแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช (ไสใหญ่) โรงพยาบาลกรุงเทพปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

‘รมว.ปุ้ย’ ชูกลไก 3 ด้าน ขับเคลื่อน ‘อุตฯ สีเขียว’ ปักธงลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก 7.2 ล้านตันต่อปี

เมื่อวานนี้ (12 ก.ค. 67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการกำหนดทิศทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสีเขียวจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านกลไก 3 ด้าน ประกอบด้วย

>>Green Productivity โดยการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน เพื่อก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตชั้นนำของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค พร้อมสนับสนุนพลังงานสะอาด อาทิ ปลดล็อกเรื่องการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ชนิดติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) และโครงการโรงไฟฟ้าสีเขียว (UGT) เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานของภาคธุรกิจ 

ผลักดันการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม Circular แห่งแรกของประเทศในพื้นที่ EEC เน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ส่งเสริมการ Recycle เพื่อลดการเกิดของเสีย สนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดี และการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากใบและยอดอ้อยเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าชีวภาพแทนการเผาทิ้ง เพื่อแก้ปัญหา PM 2.5 

พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้นวัตกรรมในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมดำเนินธุรกิจให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการเหมืองแร่สีเขียว (Green Mining) โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) และโครงการยกระดับธุรกิจ SME ด้วยการประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG

>>Green Marketing เน้นการเตรียมความพร้อมให้กับภาคอุตสาหกรรม และ SME ในตลาดยุคใหม่ที่มีการกีดกันทางการค้า รวมถึงกฎหมาย และกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดการภาวะโลกร้อนที่เป็นความ ท้าทายในโลกยุคปัจจุบัน พร้อมสนับสนุนการทำ Carbon Footprint of Product และ Carbon Footprint of Organization นอกจากนี้ ยังส่งเสริมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

>>Green Finance ด้วยการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน ผ่านการให้สินเชื่อลดโลกร้อน ต่าง ๆ อาทิ สินเชื่อลดโลกร้อน (Decarbonize Loan) จากกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ สินเชื่อธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (BCG Loan) จากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) และสินเชื่อธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม (DIPROM Pay for BCG) จากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM)

ทั้งนี้ ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงและความผันผวนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายต่าง ๆ ให้ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาวะโลกเดือด โดยมีสาเหตุหลักมาจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้นจนเกินสมดุล

นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวอีกว่า ได้มอบหมายให้ดีพร้อม เร่งสร้างการรับรู้ให้ภาคอุตสาหกรรมได้ตระหนักและให้ความสำคัญ ในการลดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง ลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดการภาวะโลกร้อนที่เป็นความท้าทายต่อภาคการผลิตของประเทศ โดยคาดว่าจะสามารถนำร่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมได้มากกว่า 7.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีดีพร้อม กล่าวว่า ดีพร้อม ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม ‘Moving Green Forward ก้าวไปข้างหน้า เพื่อโลก เพื่อเรา’ ซึ่งจะมีเทรนด์ธุรกิจ องค์ความรู้ และมุมมองการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ครบทุกมิติ ทั้งการบรรยายและเสวนาจากองค์กรและบริษัทชั้นนำที่ดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงการบริหารจัดการด้านอุตสาหกรรมสีเขียว 

รวมถึงกิจกรรมคลินิกให้คำปรึกษาแนะนำจากหน่วยงานพันธมิตรที่มาจัดแสดงสินค้านวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การให้แนะนำสินเชื่อสำหรับธุรกิจรักษ์โลกจากสถาบันการเงิน 

นอกจากนี้ โครงการยกระดับธุรกิจ SME ด้วยการประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG ยังมีรูปแบบกิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมการใช้นวัตกรรมในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยตั้งเป้ายกระดับผู้ประกอบการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งประเทศจำนวนกว่า 1,800 ราย และคาดการณ์ว่าการดำเนินโครงการดังกล่าว สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 1,380 ล้านบาท 

"เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2608"

13 กรกฎาคม วันคล้ายวันประสูติ 'พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ'

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ มีพระนามเดิม หม่อมหลวงโสมสวลี กิติยากร เป็นธิดาพระองค์ใหญ่ของหม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร กับท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร พระองค์เป็นทั้งพระภาติยะและอดีตพระสุณิสาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องจากอภิเษกสมรสกับพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระองค์มีพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาฯ ถือเป็นเจ้านายพระองค์แรกที่ดำรงพระอิสริยยศเป็นพระวรชายา มีพระธิดาพระองค์เดียวคือสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ภายหลังการหย่าในปี พ.ศ. 2534 พระองค์ยังมีสถานะเป็นเจ้านายและได้รับการเฉลิมพระนามว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติและทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 พระองค์ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระองค์เจ้าต่างกรมฝ่ายใน ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

'วีระศักดิ์ โควสุรัตน์' แนะ!! บทบาทของผู้นำองค์กร ต่อการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

(11 ก.ค.67) ศาสตราจารย์ ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) มอบของที่ระลึกแก่ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา รองประธานกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่มาเป็นผู้ปาฐกฐาพิเศษ ซึ่งจัดโดยสำนักงาน กลต.เรื่อง 'บทบาทของผู้นำองค์กร ต่อการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ' 

โดยปาฐกฐาพิเศษดังกล่าวเ็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม 'Leading theChange..Driving Sustainability Aspiration into Action' ซึ่งมีผู้เข้ารับฟังเป็นระดับ กรรมการ และผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.) และสถาบันการเงินต่างๆ ณ ห้องพาวิลเลียน โรงแรมโรสวูด ถนนเพลินจิต กรุงเทพมหานคร

​​​​​​

 

Zhengxin Chicken แฟรนไชส์ไก่ทอดจีนบุกไทยต่อเนื่อง เปิดสาขาใหม่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชูโมเดลสไตล์คล้าย Mixue

(12 ก.ค. 67) เพจ 'BrandCase' รายงานว่า Zhengxin Chicken Steak (เจิ้งซิน) ซึ่งเป็นร้านไก่ทอดจากประเทศจีน ที่มีกว่า 20,000 สาขา และเข้ามาเปิดสาขาแรกในไทยที่ ONE ConneX แถว ๆ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยล่าสุดก็ได้เปิดอีกสาขา ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ชั้น 7 ใกล้ ๆ กับร้าน Sushiro 

ที่น่าสนใจคือ ร้านนี้เหมือนจะมีกลยุทธ์คล้าย ๆ กับ MIXUE ในมุมที่เน้นขยายสาขาจำนวนมาก ๆ เข้าไว้ จนทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of scale) และต้นทุนเฉลี่ยต่อชิ้นของสินค้าถูกมาก ๆ เพราะสั่งซื้อ สั่งเตรียมวัตถุดิบทีละมาก ๆ เลยทำให้สามารถขายไก่ทอดในราคาถูกได้ 

แล้ว Zhengxin ขายถูกแค่ไหน ? มาดูตัวอย่างราคาของไก่ทอดร้านนี้กัน...

- ไก่กรอบสไปซี่ ราคาชิ้นละ 15 บาท 
- เฟรนช์ฟรายส์ ราคาชุดละ 20 บาท 
- ชิกเกน วิงซ์ (น่องไก่ทอด) ราคาชิ้นละ 25 บาท 
- เบอร์เกอร์เนื้อ ราคาชิ้นละ 30 บาท 
- ชิกเกน สเต๊ก ราคาชิ้นละ 50 บาท
- สไปซี ชิกเกน เบอร์เกอร์ ราคาชิ้นละ 50 บาท 
- โค้ก กระป๋องละ 20 บาท 

นอกจากนี้ยังมี ไอศกรีม (คล้าย ๆ ของ MIXUE) เป็นของหวาน ขายราคาโคนละ 15 บาทด้วย ซึ่งราคานี้ต้องบอกว่าค่อนข้างถูก เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น ๆ โดยเฉพาะร้านที่ขายอยู่บนศูนย์การค้า 

ส่วนรสชาตินั้น Zhengxin Chicken Steak จะมีรสชาติเหมือนไก่ทอดทั่วไป แต่จะมีการคลุกผงรสเผ็ดของทางร้านอยู่ด้วย ทำให้มีรสชาติแปลกใหม่ ต่างจากไก่ทอดร้านอื่น ๆ 

‘แท็กซี่ร้อยเอ็ด’ เก็บเงินครึ่งล้านได้ ประสานส่งคืนเจ้าของชาวซาอุฯ เผย ไม่เคยคิดจะเอาไว้ เพราะต้องการซื่อสัตย์ต่ออาชีพตนเอง

(12 ก.ค. 67) ที่สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.FM91 ดร.ไจตนย์ ศรีวังพล ผู้ร่วมดำเนินงานสถานีวิทยุ สวพ.FM91 นายสกล ถาวรกาญจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายสื่อสารองค์กร น.ส.พิชญา อังคทะวานิช ผอ.ฝ่ายรายการ พร้อมด้วย น.ส.จิตต์ผ่องใส ศรีวังพล ผอ.ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเเละจิตอาสาสัมพันธ์ ร่วมเป็นสักขีพยานส่งมอบเงินสกุลต่างชาติ มูลค่ารวม 566,127 บาท คืนเจ้าของชาวซาอุดีอาระเบีย หลังลืมไว้บนรถแท็กซี่

สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ นายเสน่ห์ ไชยคาม อายุ 56 ปี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ สีเขียวเหลือง มฎ-970 กทม. โทรมาแจ้งผ่านโทร 1644 สวพ.FM91 ว่า มีผู้โดยสารลืมกระเป๋าถือสีดำไว้บนรถ ภายในกระเป๋า มีเงินสกุลต่างชาติจำนวนมาก แต่ไม่กล้าเปิดดู

จากนั้นจึงเดินทางเข้ามาที่ สวพ.FM91 เพื่อให้ช่วยตรวจนับทรัพย์สิน ประกาศตามหาเจ้าของ และให้ช่วยประสานส่งคืนทรัพย์สินที่เก็บได้ เป็นกระเป๋าถือสีดำ เป็นลักษณะช่องซิป 2 ช่อง มีปากกา สมุดโน๊ต นามบัตรระบุชื่อ Mr.Ibrahem M.Al Dossary หลังจากตรวจนับ

พบว่า มีเงิน 1,885 เดอร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเงินดอลลาร์ 15,094 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 566,127 บาท คาดว่าจะเป็นของผู้โดยสารที่รับมาจากถนนรัชดาภิเษก ระหว่างซอยรัชดาภิเษก 24-26 จะไปมาบุญครอง แต่รถติด จึงขอลงที่สยามสเเควร์ เวลาประมาณ 15.30 น

แท็กซี่พลเมืองดี เปิดเผยว่า หลังจากที่ผู้โดยสารลงไปแล้ว ก็ขับรถออกไปต่อ พอจังหวะรถติดไฟแดง ได้หันกลับไปดูหลังรถ เห็นมีกระเป๋าสีดำ ตกอยู่ที่พื้น บริเวณหลังเบาะคนขับ ตอนแรกไม่กล้าเปิด แต่พอเปิดมาดู รู้สึกตกใจมาก ไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน ไม่กล้าตรวจสอบข้างใน

นึกถึง สวพ.FM91 จึงรีบโทรมาแจ้ง ให้ช่วยประกาศตามหาเจ้าของ และนำเข้ามาฝากไว้ “ไม่เคยคิดจะเก็บเงินไว้เอง อยากส่งคืนเจ้าของ เงินนี้ไม่ใช่ของเรา เราต้องซื่อสัตย์ต่ออาชีพของเรา”

หลังจากได้รับแจ้งจากแท็กซี่คนดี ทางทีมงานสถานีวิทยุสวพ.FM91 ได้ประกาศตามหาเจ้าของ ขณะเดียวกันได้ประสานงาน ไปทางสน.ปทุมวัน เจ้าของพื้นที่ด้วย จึงทราบว่ามี ชาวซาอุดีอาระเบีย เข้าไปแจ้งความลืมเงินไว้พอดี จึงได้มีการประสานงานนัดหมายส่งคืน

ด้าน นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย เจ้าของเงินเปิดเผยว่า รู้สึกปลื้มใจมาก ๆ ที่รู้ว่าจะได้เงินคืน เนื่องจากตนเองมีแล็ปทางการแพทย์ และได้เตรียมเงินมาซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ในงานนิทรรศการเกี่ยวกับเครื่องมือทางการแพทย์ในประเทศไทย หลังจากลืมกระเป๋าไว้บนรถแท็กซี่

ได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สน.ปทุมวัน จากนั้นจึงเข้าพักที่โรงแรมย่านสุขุมวิท ต่อมาได้รับการติตต่อกลับว่า มีแท็กซี่เก็บกระเป๋าเงินได้ และนำมาฝากไว้ที่สวพ.FM91 เพื่อประกาศตามหาเจ้าของ “ดีใจมาก ที่รู้ว่ามีแท็กซี่คนดี เก็บของได้และพร้อมจะส่งคืน จึงขอชมเชยและขอบคุณ ตำรวจ แท็กซี่ และสวพ.FM91 ที่ประสานส่งคืนให้ ประทับใจมาก”

ทั้งนี้ เจ้าของเงินดังกล่าว ได้มอบสินน้ำใจ ให้กับแท็กซี่ จำนวน 10,000 บาท เพื่อเป็นการขอบคุณและชื่นชมในความซื่อสัตย์ของแท็กซี่คนดี

‘มหาดไทย’ ขยายฟรีวีซ่าเข้าไทยเพิ่มเป็น ‘93 ประเทศ’ 'หนุนท่องเที่ยว-ติดต่อธุรกิจ-ทำงานระยะสั้น' เริ่ม 15 ก.ค.นี้

(12 ก.ค. 67) รายงานข่าวระบุว่า น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ซึ่งต้องดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง (Ease of Travelling) กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการออกประกาศกระทรวงมหาดไทย 4 ฉบับ เพื่อปรับปรุงมาตรการการตรวจลงตรา ให้เป็นปัจจุบันสอดคล้องกับสถานการณ์ที่ทั่วโลกมุ่งแข่งขันดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ

“นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้พิจารณาและลงนามประกาศทั้ง 4 ฉบับแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนนำเสนอให้นายกรัฐมนตรีลงนาม จากนั้นจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาและทุกฉบับมีผลบังคับพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 67 เป็นต้นไป” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

น.ส.ไตรศุลี กล่าวอีกว่า สำหรับประกาศกระทรวงมหาดไทยทั้ง 4 ฉบับ มีดังนี้

1.ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดรายชื่อประเทศและดินแดนที่ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว ทำงานหรือการติดต่อธุรกิจระยะสั้น ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราและให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกิน หกสิบวัน เป็นกรณีพิเศษ มีสาระสำคัญ เป็นการกำหนดรายชื่อประเทศ/ดินแดนที่ได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตรา (ยกเว้นวีซ่า หรือ วีซ่าฟรี) สามารถพำนักในประเทศไทยได้ไม่เกิน 60 วัน (ผ.60) เพื่อการท่องเที่ยว การติดต่อธุรกิจและการทำงานระยะสั้น จำนวน 93 ประเทศ/ดินแดน เพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่ 57 ประเทศ/ดินแดน

2.ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดรายชื่อประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือ เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวจะขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง มีสาระสำคัญ เป็นการปรับปรุงรายชื่อประเทศที่ได้รับสิทธิตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival: VOA) เป็น 31 ประเทศ/ดินแดน เพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่ จำนวน 19 ประเทศ/ดินแดน

3.ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อท่องเที่ยวและทำงานทางไกล เป็นกรณีพิเศษ มีสาระสำคัญ เป็นการเพิ่มการตรวจลงตราประเภทใหม่ Destination Thailand Visa (DTV) สำหรับชาวที่ประสงค์จะพำนักในประเทศไทยเพื่อทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน (workcation) ได้แก่ กลุ่มที่มีทักษะสูง กลุ่มอาชีพอิสระ กลุ่มทำงานระยะไกล หรือกลุ่มที่ประสงค์มาพำนักเพื่อเรียนมวยไทยและศิลปะป้องกันตัว การเรียนทำอาหาร การเรียนและฝึกซ้อมกีฬา การรักษาพยาบาล การอบรม การสัมมนา การจัดแสดงศิลปะและดนตรี โดยเมื่อได้รับการตรวจลงตราประเภท DTV แล้วจะสามารถพำนักในประเทศไทยได้ครั้งละไม่เกิน 180 อายุการตรวจลงตรา 5 ปี

4.ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อศึกษาและทำงาน เป็นกรณีพิเศษ มีสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงสิทธิสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาเรียนระดับปริญญาตรีขึ้นไป ที่ได้รับการตรวจลงตรา Non-Immigrant Visa รหัส ED เพื่อดึงดูดผู้ที่มีศักยภาพและทักษะเข้าสู่ตลาดแรงงานของประเทศ โดยขยายเวลาพำนักในประเทศไทยหลังสำเร็จการศึกษา 1 ปี เพื่อหางาน เดินทางท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ในประเทศไทยได้

อึ้ง!! ‘ไฟแนนซ์’ ยึด ‘รถบรรทุก’ สูงเป็นประวัติการณ์ แค่ที่เดียว จากหลักร้อย ทะยานสู่ 3,000 คัน

จากกรณีโลกโซเชียลกระหน่ำแชร์ภาพลานจอดรถที่มีรถถูกไฟแนนซ์ยึดเต็มลาน สะท้อนให้เห็นถึงสภาพเศรษฐกิจครัวเรือนในห้วงปัจจุบันอย่างชัดเจน 

ล่าสุด (12 ก.ค. 67) นายสิทธิศักดิ์ มหาสิทธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการตลาด บจก.สยามอินเตอร์การประมูล เปิดเผยในรายการ ‘เรื่องเด่นเย็นนี้’ ว่า จากการที่ปรึกษาพี่ ๆ น้อง ๆ วงการไฟแนนซ์รถมือสองทั้งหมด เราก็มองว่าปีที่แล้วว่าหนักแล้ว ปีนี้หนักกว่า ปีหน้าอาจจะทรง ๆ ตนว่าจากนี้ไปอีกประมาณ 3-4 ปี ถึงจะเริ่มกลับมาดีขึ้น อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานภาครัฐด้วยว่าจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร เพราะว่าหนี้เสียเยอะมากเลย การที่ปีนี้มีรถทะลักเข้ามาเยอะ หนี้เสียเยอะตามที่เราเห็น คนเดือดร้อนเยอะ กิจการปิดตัวเยอะ เพราะว่าโครงการช่วยเหลือคนตอนโควิด (พักหนี้) ได้หมดโครงการไปเมื่อปีที่แล้ว มันก็เลยมาบวม ณ ปีนี้

นอกจากนี้ยังพบว่า ปีที่แล้วมีรถถูกยึดราว 350,000 คัน และปีนี้ก็คาดจะอยู่ที่ 300,000 คัน จากสถานการณ์ปกติ จะอยู่ที่ 200,000-250,000 คันต่อปี เรียกว่าเพิ่มขึ้น 30-40% เลยทีเดียว และ 80 ถึง 90% เป็นรถที่ถูกยึดมาจากสถาบันการเงิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถบ้าน 

และในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีการยึดรถจำนวนมากเป็นประวัติการณ์จนแทบล้นลานประมูล เปิดบริษัทมา 20 ปีเพิ่งจะเคยเห็น โดยส่วนมากเป็นรถที่ถูกสถาบันทางการเงินยึด และรถที่ถูกยึดในสต๊อกเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จากที่กลุ่มรถบรรทุกเคยถูกยึดหลักร้อยคัน วันนี้เฉพาะที่สยามอินเตอร์การประมูลมีรถบรรทุกถูกยึดมากถึง 3,000 คัน นับว่าสูงที่สุดในประเทศไทย และคาดว่าจะมีรถถูกยึดเพิ่มอีกเรื่อย ๆ เพราะว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top