Friday, 6 November 2026
Hard News Team

‘สรรเพชญ’ ถาม ‘รัฐบาล’ ผู้กล้าหาญปราบยางเถื่อนหายไปไหน?? เหตุใดราคายางลดฮวบ ลั่น!! ถนัดเคลมผลงานไปเรื่อย โกหกปชช.

(13 ก.ค.67) นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้ความเห็นกรณีสถานการณ์ราคายางพาราในประเทศที่ลดฮวบ ซึ่งในพื้นที่ท้องถิ่นมีการรับซื้อจริงเหลือประมาณ 57 บาท/กิโลกรัมและน้ำยางลดเหลือ 61 บาท/กิโลกรัม จากเดิมที่ควรจะถึงระดับ 100 บาท/กิโลกรัม โดยในเรื่องนี้นายสรรเพชญกล่าวว่า หากย้อนกลับไปช่วงที่มีการอภิปรายในรัฐสภา ท่านอดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย และท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้มีการตั้งข้อสังเกตในเรื่องราคายางไว้ด้วยความเป็นห่วงว่าราคายางจะลดลง เพราะในขณะนั้นราคายางที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากเป็นไปตามกลไกของตลาดเพราะอยู่ในช่วงฤดูยางพาราผลัดเปลี่ยนใบ ซึ่งชาวสวนยางจะไม่กรีดยาง น้ำยางพาราจึงมีน้อยราคาจึงสูงขึ้น ไม่ใช่ผลงานของรัฐบาลตามที่รัฐบาลกล่าวอ้าง 

แต่รัฐบาลโดยท่านนายกเศรษฐา และท่านรัฐมนตรีเกษตรฯ ร้อยเอกธรรมนัส ก็ต่างพูดกันอย่างเสียงแข็งว่าเป็นเพราะผลงานของรัฐบาลที่เดินหน้าปราบยางเถื่อนทำให้ราคายางเพิ่มสูงขึ้นในรอบ 10 ปี เมื่อมาพิจารณาราคายาง ณ ปัจจุบัน เหตุใดราคายางจึงลดลงเป็นอย่างมากหรือเป็นเพราะรัฐบาลไม่ได้ทำงานจริงจังในเรื่องของการปราบยางเถื่อนแล้วราคาจึงลดฮวบลงแล้วส่งผลกระทบต่อรายได้ของชาวสวนยางเช่นนี้ นายสรรเพชญจึงได้ขอให้รัฐบาลเร่งทำงานให้สมกับที่ได้คุยโวไว้ในสภาว่ารัฐบาลนี้ทำผลงานเรื่องราคายางไว้เป็นประวัติศาสตร์ เพราะหากรัฐบาลนิ่งเฉยหรือไม่ทำอะไร ตนเป็นกังวลว่าจะเป็นการเคลมผลงานโกหกประชาชนไปวัน ๆ เท่านั้น

นอกจากนี้ นายสรรเพชญ ยังขอให้รัฐบาลได้ฟังเสียงของสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทยที่ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้เรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติเพื่อวางมาตรการแก้ไขปัญหาราคายางที่ลดลงอย่างต่อเนื่องอย่างเร่งด่วนในการช่วยเหลือชาวสวนยางต่อไป

‘อัครเดช’ หารือในสภาฯ เดินหน้า แก้ปัญหาให้ชาวบ้านโป่ง สร้างที่จอดรถ-ติดไฟส่องสว่าง-ซ่อมถนน บรรเทาความเดือดร้อน ปชช.

เมื่อเร็วๆนี้ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสัปดาห์ที่ผ่านมานายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส. ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ วอน!! กระทรวงสาธารณสุข สร้างอาคารจอดรถ รองรับผู้มาใช้บริการ รพ.บ้านโป่ง 

ในขณะเดียวกัน ก็ยังได้ขอให้ กระทรวงมหาดไทย ติดตั้งไฟส่องสว่าง ถ.เลียบคลองชลประทาน หลังพบว่า มีไฟเพียงฝั่งขวาฝั่งเดียว พร้อมขอกรมป่าไม้ เร่งอนุญาตให้ อบจ.ราชบุรี เข้าซ่อมถนน บรรเทาความเดือดร้อนชาวบ้าน

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้หารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ว่า จากการลงพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนชาวบ้านโป่ง ได้ฝากปัญหาความเดือดร้อน 3 เรื่อง เพื่อประสานให้หน่วยงานที่รับผิดชอบพิจารณาดําเนินการแก้ไขต่อไป เรื่องแรก เป็นปัญหาที่จอดรถของโรงพยาบาลโป่ง ซึ่งมีไม่เพียงพอในการรองรับประชาชนที่มาใช้บริการ 

ขณะเดียวกัน อาคารนิราพาธพิธาน โรงพยาบาลบ้านโป่ง อาคาร 9 ชั้น ซึ่งตนได้ผลักดันและได้เป็นกรรมาธิการงบประมาณในการอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างอาคารดังกล่าว เมื่อครั้งเป็น สส.สมัยที่แล้ว และอาคารดังกล่าวกําลังจะก่อสร้างแล้วเสร็จ แน่นอนว่า เมื่ออาคารนี้สร้างเสร็จ จะมีพี่น้องประชาชนเดินทางมาใช้บริการกันเป็นจํานวนมาก และปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมานั่นก็คือ ปัญหาเรื่องที่จอดรถ เพราะในปัจจุบันที่จอดรถของโรงพยาบาลบ้านโป่งนั้นก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว 

ดังนั้น จึงอยากจะขอให้ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้พิจารณาสร้างอาคารจอดรถขนาด 300 คันให้กับโรงพยาบาลโป่งเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนที่มารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลโป่งด้วย 

สำหรับเรื่องที่สอง ได้รับการร้องเรียนจากทางพี่น้องประชาชน ตําบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง ว่า ถนนเส้นเลียบคลองชลประทานคลอง 1 ขวา 5 ซ้าย ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตําบลท่าผา ซึ่งเป็นถนนเลียบคลองฝั่งขวาเข้าหมู่บ้านหลักหก ปัจจุบันนี้มีไฟส่องสว่างดี แต่ทว่าฝั่งซ้ายกลับยังไม่มีไฟส่องสว่าง ซึ่งเป็นถนนที่เข้าหมู่บ้านโพธิ์ทองในพื้นที่หมู่ที่ 12 และหมู่ 9 ของตําบลท่าผา จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาดําเนินการติดไฟส่องสว่างให้พี่น้องประชาชนด้วย

ขณะที่ เรื่องที่ 3 ปัจจุบันสะพานบ้านโป่ง ซึ่งเป็นสะพานหลักในการข้ามแม่น้ำแม่กลอง เชื่อมระหว่างบ้านโป่งฝั่งตะวันตกกับฝั่งตะวันออก ขณะนี้ อยู่ระหว่างการปิดใช้งาน เพื่อก่อสร้างสะพาน และขยายถนน จาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร เพื่อรองรับถนน 4 เลน ที่กําลังก่อสร้างจาก ต.หนองปลาหมอ ไป ต.เบิกไพร ซึ่งขณะนี้พี่น้องประชาชนต้องใช้สะพานวัดโกสินารายณ์ เชื่อมกับสะพานวัดลาดบัวขาว ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง 

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันถนนที่เชื่อมจากสะพานนี้ไปถึง หมู่ที่ 11 บ้านโป่งลาน ต.เบิกไพร มีสภาพชำรุดเสียหายอย่างมาก จึงขอให้กรมป่าไม้ เร่งพิจารณาอนุญาตให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ได้เข้าไปเร่งปรับปรุงพื้นผิวการจราจร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนต่อไป

‘หนุ่มใหญ่ สุราษฎร์’ บุกยิง!! พนักงานการไฟฟ้าฯ ตำรวจปิดล้อมนานกว่า 3 ชม. ก่อนควบคุมตัวได้ 

เมื่อวานนี้ (12 ก.ค.67) นายสมชาย เพชรถาวร อายุ 50 ปี ชาวบ้านห้วยทรายขาว หมู่ที่ 6 ต.สาคู อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ได้ขับรถจักรยานยนต์เข้าไปที่สำนักงานการไฟฟ้าอำเภอพระแสง พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด และปืนสั้นอีก 1 กระบอก เมื่อไปถึงนายสมชาย จอดรถและไม่พูดจา ยกปืนลูกซองยาวยิงใส่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าที่ยืนอยู่หน้าสำนักงาน ประมาณ 2- 3 นัด โชคดีกระสุนไม่ถูกใคร แต่พนักงานไฟฟ้า 4-5 คนต่างตกใจวิ่งหนีตายกันอลหม่าน กระสุนปืนถูกที่ตัวอาคารได้รับความเสียหาย จากนั้นนายสมชาย ได้เดินไปที่รถกระบะของการไฟฟ้า พร้อมกับใช้ท้ายปืนตีกระจกรถจนแตกกระจาย ก่อนเดินไปทุบกระจกที่ประตูเข้าสำนักงานและกระจกด้านหน้าอาคารจนกระจกแตกกระจาย 

หลังจากระบายอารมณ์ด้วยความโกรธแค้นแล้ว ได้ขับรถจักรยานยนต์ออกไปและขับตรงไปห้างซุปเปอร์ชิปที่อยู่ไม่ห่างจากสำนักงานไฟฟ้าไม่มากนัก จากนั้นถือปืนเดินเข้าไปในห้าง ชาวบ้านและพนักงานต่างต้องวิ่งหนีออกจากห้างกันอลหม่าน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นสถานที่ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นมา พร้อมกันทุกคนออกจากห้าง ปล่อยนายสมชาย อยู่ภายในห้างคนเดียว โดยทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการกดดันหรือเข้าเจรจาแต่อย่างใด

ส่วนสาเหตุนายสมชาย ก่อเหตุในครั้งชาวบ้านบอกว่า วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าได้ไปตัดไฟฟ้าและยกหม้อไฟฟ้า นายสมชายกลับมาบ้านพบว่าถูกตัดไฟฟ้าจึงมีอารมณ์โกรธจัด จึงเอาปืนไปก่อเหตุดังกล่าว

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. วันเดียวกัน นายสมชาย ได้เดินออกจากห้างมาที่ลานจอดรถ โดยเอาปืนลูกซองสะพายไหล่ พร้อมกับขับรถจักรยานยนต์ออกจากลานจอดรถ จังหวะนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มตัวอยู่ได้วิ่งกรูกันเข้าชาร์จจับกุมตัวนายสมชาย ได้โดยละม่อม พร้อมกับอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด อาวุธปืนสั้นขนาด .357 และเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง นอกจากนั้น ยังพบว่านายสมชายพกมีดพกด้ามงาช้างมาอีก 1 เล่ม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปควบคุมตัวที่ สภ.พระแสง เพื่อให้สงบสติอารมณ์ก่อนแล้วจะทำสอบปากคำดำเนินคดีต่อไป ท่ามกลางประชาชนที่เฝ้าดูสถานการณ์จำนวนมาก

สมุทรปราการ-ครอบครัว “พาณิชย์พิศาล” บริจาคทุนทรัพย์กว่า 2 ล้านบาท บูรณะปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญหลังชำรุดทรุดโทรมมานาน

เมื่อวันที่13 กรกฎาคม 2567 ภายในศาลาการเปรียญ ณ วัดมหาวงษ์ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้มีพิธีฉลองศาลาการเปรียญ โดยทางครอบครัวพาณิชย์พิศาล นำโดย นายอัครนันท์ พาณิชย์พิศาล นำครอบครัวพาณิชย์พิศาล โดยมี นางธัญยธรณ์ นางสาวปิยนุช และผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล ครอบครัวเศรษฐีผู้ใจบุญ ที่ได้บริจาคทุนทรัพย์เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท

นำไปบูรณะศาลาการเปรียญหลังเดิมที่ทรุดโทรมมานานและไม่สามารถประกอบพิธีทางศาสนาได้ เนื่องจากหลังคามีรอยแตกร้าวเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดน้ำรั่วซึมและศาลาหลังดังกล่าวมีสภาพที่ชำรุดทรุดโทรมพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนไม่สามารถใช้ประกอบพิธีทางศาสนาได้ อีกทั้ง ทางวัดมหาวงษ์ไม่มีงบประมาณเพียงพอในการบูรณะ กระทั่งทางครอบครัวพาณิชย์พิศาลได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์ส่วนตัวในการซ่อมแซมศาลาการเปรียญให้กลับมาใช้งานได้ดั่งเดิม

โดยในวันนี้ทางคณะสงฆ์วัดมหาวงษ์ตลอดจนพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์จากวัดต่างๆ ร่วมประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถาและร่วมฉลองศาลาการเปรียญหลังดังกล่าว ซึ่งบริเวณด้านหน้าศาลาจะมีป้ายเขียนว่า ศาลาการเปรียญบูรณะโดย คุณอัครนันท์-คุณธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาลและครอบครัว

ทางด้าน นายอัครนันท์ กล่าวว่า เนื่องจากหลังคาศาลาการเปรียญ ที่บริเวณ ชั้น 2 เกิดชำรุดกระเบื้องมีรอยแตกร้าว รั่วมานานหลายปี ประกอบกับภายในก็ทรุดโทรมไม่เคยได้รับการบูรณะ ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งจะส่งผลเสียและทรุดโทรมลงไปทุกวัน จึงได้ปรึกษากับทางครอบครัวโดยร่วมใจกันบูรณะ โดยให้ช่างรื้อหลังคาและฝ้าออกมา พบว่าถูกปลวกกินจนเสียหายเป็นจำนวนมากจึงได้ทำการปรับปรุงทำหลังคาใหม่และรีโนเวทภายในให้มีความสวยงาม ทาสีใหม่ ประดับไฟภายในใหม่ อีกทั้งปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด รวมทั้งห้องน้ำด้านบนโดยใช้เงินในการบูรณะทั้งหมดกว่า 2 ล้านบาท โดยเริ่มทำมาตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2566 เป็นเวลา 210 วัน วันนี้จึงได้ทำพิธีฉลองศาลาและทำบุญเลี้ยงพระเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว

ด้านนางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล กล่าวว่า เข้าพรรษานี้พระภิกษุสงฆ์ก็สามารถใช้ศาลาการเปรียญ ชั้น 2 ในการประกอบพิธีทางศาสนาได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ประชาชนผู้ที่จะมาถือศีลก็สามารถมานอนค้างที่วัดได้สะดวกสบาย เพราะก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ได้บูรณะหลังคารั่ว มีน้ำไหลนอง จนไหลมาถึงชั้นล่าง ทำให้ไม่สามารถใช้ศาลานี้ประกอบพิธีทางสงฆ์ได้ วันนี้จึงถือว่าได้ฤกษ์งามยามดี และมีประชาชนมาร่วมพิธีฉลองศาลา ร่วมพิธีทำบุญเลี้ยงพระกันเป็นจำนวนมาก ได้อิ่มบุญกันถ้วนหน้า เพราะทั้งพระภิกษุสงฆ์สามารถใช้ศาลาประกอบพิธีทางสงฆ์ได้และประชาชนก็ใช้ศาลามาในการทำบุญได้ตามปกติ

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

‘เศรษฐา’ ห่วง ‘เศรษฐกิจ’ ชี้!! ต้องใช้ ยาแรงกระตุ้น หวัง ‘กระเป๋าเงินดิจิทัล’ กอบกู้การบริโภคช่วยพี่น้องปชช.

(13 ก.ค.67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟสบุ๊กว่า ...

การอุปโภคบริโภคในประเทศของคนไทย ถือว่าอยู่ในระดับน่าเป็นห่วง ที่ผ่านมาเราโชคดีที่พยุงเศรษฐกิจส่วนนี้ไว้ด้วยการท่องเที่ยว คนไทยจำนวนมากกำลังอ่อนแรง การใช้จ่ายที่ลดลงทำให้โรงงาน ภาคการผลิต การจ้างงาน อ่อนลงตาม ซึ่งหากไม่กระตุ้นให้แรงพอ เศรษฐกิจก็จะฟื้นไม่ได้ 

กระเป๋าเงินดิจิทัลจะเป็นยาแรงที่มากอบกู้เศรษฐกิจในภาคการบริโภค เชื่อมโยงไปสู่ภาคการผลิต และอีกหลายๆ มาตรการที่ออกไป เช่น การลดราคาพลังงาน การพักหนี้ การขอให้ธนาคารช่วยลดดอกเบี้ยสำหรับกลุ่มเปราะบาง ก็จะเพิ่มสภาพคล่องให้กับทุกๆ ครัวเรือน และพี่น้องประชาชนทุกคน 

สุดท้ายจะทิ้งการท่องเที่ยวไม่ได้ เพราะยังเป็นตัวแบกเศรษฐกิจอยู่ในปัจจุบันและปีหน้านี้ จึงเป็นที่มาของการโปรโมทการท่องเที่ยว ดึงดูดเงินต่างชาติเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

‘ปลอดประสพ’ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ มาตรฐาน ‘ปริญญาเอก’ แจง!! ทุกขั้นตอน ต้องทำวิทยานิพนธ์ที่ไม่ซ้ำกับใครในโลก

(13 ก.ค.67) ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า ใบปริญญาโทและเอกของจริงครับ

เช้าดูรายการคุณสรยุทธ ตกเย็นฟังคำอธิบายจากอาจารย์ฝ่ายรับรอง ฟังแล้วเหมือนดูละครตลก ด้วยเคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงอว. มาก่อนและเมื่อวานนี้ผู้ช่วยปลัดฯก็ได้แถลงแล้วว่า ยังไม่เคยรับรองการเทียบวุฒิของ California University ประกอบกับผมจบปริญญาเอกจริงๆ จึงขอเล่ามาตรฐานปริญญาเอกของแคนาดาที่ผมเรียนและจบมาให้ฟัง

ขั้นต้นมหาวิทยาลัยจะต้องรับเป็นนักศึกษาปริญญาเอกเสียก่อน จากนั้นก็จะเรียน Coursework ใช้เวลาประมาณ 2-3ปี เมื่อจบ Coursework แล้วก็จะต้องสอบ Comprehensive ซึ่งจะมีทั้งข้อเขียนและสัมภาษณ์ เมื่อผ่านแล้วจึงมีสถานะPh.D Candidate มีสิทธิ์ทำวิทยานิพนธ์ เรื่องที่ทำต้องไม่ซ้ำกับใครในโลก โดยทั่วไปในสายวิทยาศาสตร์มักจะใช้เวลาอีก 2-3 ปี

เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว คณะกรรมการที่ปรึกษาจะตรวจสอบแก้ไข และส่งร่างฯนี้ไปยังอาจารย์มหาวิทยาลัยอื่น (External Examinor ) ตรวจเพื่อให้คุณภาพอยู่ในมาตรฐานระดับสูง (Higher Education) จากนั้นสอบปากเปล่าเพื่อ Defense

สิ่งที่ท่านได้มาดูมันง่ายและรวดเร็วเหลือเกิน ส่วนจะจริงเท็จอย่างไรคงต้องมีการสอบสวนกันอย่างจริงจัง ขณะนี้ท่านเป็นบุคคลสาธารณะ ท่านต้องอดทน ต้องยอมรับการตรวจสอบ เพราะหน้าที่สว.จะต้องไปตรวจสอบคนอื่น ไม่ใช่มาขู่ฟ้องร้องคนอื่นเขา ถ้ารับการตรวจสอบไม่ได้ ก็ไม่ควรอยู่เป็นสว.หรอกครับ

‘สพฐ.ตร.’ ลงนาม MOU ‘มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี’ เพื่อประสานความร่วมมือ พัฒนางานวิจัย ด้านการตรวจพิสูจน์หลักฐาน

(13 ก.ค.67) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ.ตร. ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อสร้างความเข้มแข็งและยกระดับความร่วมมือ ให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านพิสูจน์หลักฐาน

โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาบุคลากรและนักศึกษาทางด้านวิชาการ ด้วยการให้คำปรึกษาและฝึกอบรม การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจพิสูจน์หลักฐาน และ การให้บริการทดสอบและวิเคราะห์ทางด้านวิทยาศาสตร์

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า สำนักงานพิสูจน์สำรวจและวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีได้ดำเนินงานวิจัยด้านการพัฒนาด้านการตรวจพิสูจน์ร่วมกันหลายอย่าง เช่น การพัฒนาวิธีการตรวจหารอยลายนิ้วมือแฝงเพื่อพิสูจน์หลักฐานทางอาชญากรรม โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ผลงานจากโครงการดังกล่าว ยังได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้นระดับดีมาก ประจำปีงบประมาณ 2560 จึงเป็นที่มาของการนำไปสู่การทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการความร่วมมือด้านงานวิจัยและพัฒนาวิธีการตรวจพิสูจน์หลักฐาน ระหว่าง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และ มจธ. ฉบับแรกขึ้น เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559 โดยมีกำหนดเวลา 2 ปี ซึ่งได้สิ้นสุดข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการตรวจเขม่าปืน การวิจัยเรื่องการตรวจวัดสารวัตถุระเบิด การวิจัยนวัตกรรมการหารอยนิ้วมือแฝงบนปลอกกระสุนปืน การถ่ายทอดเทคโนโลยีการตรวจพิสูจน์เอกสารแบบไม่ทำลายวัตถุพยาน รวมทั้งการให้คำปรึกษาในการตรวจพิสูจน์เส้นผมอันเป็นที่มาของการคลี่คลายคดีสำคัญ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ในส่วนนี้ทั้งสองหน่วยงานจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการร่วมมือกันในเรื่องของการพัฒนานวัตกรรมและการวิจัยงานด้านวิทยาศาสตร์และการตรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนจึงเป็นที่มาของการลงนามบันทึกความเข้าใจในความร่วมมือกันในวันนี้

กาฬสินธุ์ปลูกป่าศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของชุมชน รมว.กลาโหมเปิดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ  พร้อมนำทุกภาคส่วนจัดกิจกรรมโครงการปลูกป่าศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจแ

วันที่ 13 กรกฎาคม 2567 ที่บริเวณพื้นที่ 28 ไร่ โครงการ คทช. ต.ภูปอ อ.เมือง  จ.กาฬสินธุ์ ดร.สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ และเปิดโครงการปลูกป่าศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของชุมชน

โดยมีนายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์  นายวิรัช พิมพะนิตย์ ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นายอุทัย สิงห์ทอง พัฒนาการ จ.กาฬสินธุ์ นายวิทยา ปัญจมาตย์ ผอ.ทสจ.กาฬสินธุ์ นายสำเนียง หวังเจริญ ท้องถิ่น จ.กาฬสินธุ์ ดร.พรพิทักษ์ แม้นศิริ ผอ.สำนักประชาสัมพันธ์เขต 1  หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เข้าร่วมโครงการจำนวนกว่า  1,000 คน 

ทั้งนี้สืบเนื่องจากการประชุมเสวนาเพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเกษตรอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2567 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลนาจารย์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โดยมี ดร.สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม ซึ่งเป็นที่มาของรูปแบบการพัฒนาที่ชื่อว่า "กาฬสินธุ์โมเดล" โดยมีแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินตามแนวทางโครงการ คทช. โดยทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนเกษตรกรทุกๆ ด้าน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการผลิต การตลาด การบริหารจัดการองค์กรเศรษฐกิจ และการสร้างความมั่นคงในชุมชนท้องถิ่น จึงได้จัด โครงการปลูกป่าศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของชุมชน ขึ้น เพื่อให้สอดรับกับแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

สำหรับการปลูกป่าในครั้งนี้เป็นการบูรณาการระหว่างจังหวัดกาฬสินธุ์และส่วนราชการในจังหวัด  มูลนิธิพลังอีสานเพื่อการพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์  เครือข่ายสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน  เครือข่าย ป.ป.ช. ภาคประชาสังคมภาคอีสาน อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เทศบาลตำบลภูปอ  และสำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 ขอนแก่น

รวมพลังเยาวชน กองทัพเรือ สร้างสรรค์ชุมชนปลอดยาเสพติดกองทัพเรือ โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมการอบรมเยาวชนและแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 นาวาเอก กฤษดา จิระไตรพร รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานเปิดกิจกรรมการอบรมเยาวชนและแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ณ โรงเรียนบ้านบึงต้นชัน ตำบลชากบก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยมี นางรุ่งกานต์ คงชูชาติ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบึงต้นชัน ให้การต้อนรับ

โดยกิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยของยาเสพติดแก่เยาวชน และส่งเสริมการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ผ่านการเล่นกีฬา ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด การอบรมและแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก อำเภอบ้านค่าย สาธารณสุขอำเภอบ้านค่าย รวมถึงคณะครูและนักเรียนฯ โดยมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การบรรยาย เรื่องการป้องกันยาเสพติด โดยวิทยากรจาก โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการจิตวิทยา ฐานทัพเรือสัตหีบ อบรมให้ความรู้ และร่วมกิจกรรมนันทนาการ เล่นเกมส์ และการแข่งขันเกมกีฬาต่าง ๆ ให้กับน้อง ๆ

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทัพเรือภาคที่ 1 ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกันระหว่างชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและปลอดจากยาเสพติด เพื่ออนาคตที่ดีของเยาวชนในพื้นที่

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

‘เศรษฐา’ เยือน ‘เชียงราย’ ลุยบริหารจัดการ อนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองฮ่าน อนุมัติ!! 3 โครงการ 110 ล้านบาท พร้อม HBD ‘วิสาร’ ครบรอบ 68 ปี

(13 ก.ค.67) ที่โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองฮ่าง ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ และน.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านพูดคุยประเด็นปัญหาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองฮ่าง เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวบ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับจำนวนมาก และมีนักเรียนจากโรงเรียนป่าแดงวิทยา ตีกลองสะบัดชัยเพื่อเป็นการต้อนรับนายกฯ พร้อมมอบภาพวาดให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายฯได้มอบลายเซ็น และขอให้เก็บไว้เป็นที่ระลึก ทั้งนี้ นายกฯได้รับมอบดอกไม้ และผ้าขาวม้าจากชาวบ้านที่นำมาต้อนรับด้วย

จากนั้น ประชาชนในพื้นที่ ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย ได้สะท้อนปัญหาในพื้นที่ ว่า 40 กว่าปีก่อน พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ทำมาหากินของปู่ย่าตายาย แต่เมื่อปี 2545 มีการขุดเกาะน้ำเป็น 3 เกาะ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างมากทั้งน้ำท่วมซ้ำซาก และน้ำแล้ง อีกทั้งไม่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้เพราะน้ำตื้นเขิน วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่นายกฯ และคณะลงพื้นที่เพื่อที่จะได้ช่วยพัฒนาพื้นที่ เพราะปี 67 ได้งบ 10 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอ ส่วนปี 68 ไม่มีงบ จึงอยากขอความเมตตาจากนายกฯและคณะ ช่วยผลักดันงบประมาณให้ชาวบ้าน และขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ

ด้านนายกฯ กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาที่นี่ครั้งแรกในบรรยากาศที่สบายๆ วันนี้เรามาครบทั้งกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และฝ่ายที่ดูแลเรื่องงบประมาณ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเรื่องน้ำเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลให้ความมุ่งมั่นที่จะต้องดูแลให้ดีทุกพื้นที่ ซึ่งเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้ง ตนได้ส่งทีมงานลงมาคุยในพื้นที่ก่อนล่วงหน้าแล้ว ดังนั้น เรื่องของการที่เราจะพัฒนาสนับสนุนเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภคบริโภค หรือการพัฒนาให้บริเวณนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเราจะสนับสนุนอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของงบประมาณที่บอกว่ามีแค่ 10 ล้านบาท ส.ส.ในพื้นที่ก็ได้มีการมาพูดคุยกับตนหลายครั้งแล้ว เรื่องของงบประมาณเราเข้าใจว่า 10 ล้านบาท คงไม่เพียงพอ แต่เรามี 3 โครงการในพื้นที่จึงขอให้เติมศูนย์อีกตัวที่ไม่ใช่ 10 ล้านบาท แต่เป็น 110 ล้านบาท เราไม่ได้นิ่งนอนใจ และพยายามจะทำให้ดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายกฯพูดคุยกับชาวบ้านเสร็จ น.ส.วิสาระดี ได้เซอร์ไพรส์วันเกิดนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ซึ่งเป็นบิดาที่จะมีอายุครบ 68 ปีในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.) โดยได้น.ส.วิสาระดีได้มอบเค้กให้บิดา และขอให้บิดาได้ถ่ายรูปกับนายกฯ

จากนั้น นายกฯได้เดินเยี่ยมชมบูทโอท็อป ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าทางการเกษตร ที่ชาวบ้านในพื้นที่นำมาแสดง และจำหน่าย ก่อนที่จะมอบพันธุ์ปลา และรับฟังบรรยายสรุปจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จ.เชียงราย ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติงบกลางล่าสุดซึ่งจะทำให้เกษตรกรได้ประโยชน์กว่า 20,000 ไร่ โดยใช้น้ำระบบท่อ จากนั้นนายกฯ ได้ปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10 เพื่อเป็นที่ระลึกกับชาวบ้าน ต.ทานตะวัน ด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top