Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

กาฬสินธุ์ปลูกป่าศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของชุมชน รมว.กลาโหมเปิดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ  พร้อมนำทุกภาคส่วนจัดกิจกรรมโครงการปลูกป่าศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจแ

วันที่ 13 กรกฎาคม 2567 ที่บริเวณพื้นที่ 28 ไร่ โครงการ คทช. ต.ภูปอ อ.เมือง  จ.กาฬสินธุ์ ดร.สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ และเปิดโครงการปลูกป่าศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของชุมชน

โดยมีนายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์  นายวิรัช พิมพะนิตย์ ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นายอุทัย สิงห์ทอง พัฒนาการ จ.กาฬสินธุ์ นายวิทยา ปัญจมาตย์ ผอ.ทสจ.กาฬสินธุ์ นายสำเนียง หวังเจริญ ท้องถิ่น จ.กาฬสินธุ์ ดร.พรพิทักษ์ แม้นศิริ ผอ.สำนักประชาสัมพันธ์เขต 1  หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เข้าร่วมโครงการจำนวนกว่า  1,000 คน 

ทั้งนี้สืบเนื่องจากการประชุมเสวนาเพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเกษตรอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2567 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลนาจารย์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โดยมี ดร.สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม ซึ่งเป็นที่มาของรูปแบบการพัฒนาที่ชื่อว่า "กาฬสินธุ์โมเดล" โดยมีแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินตามแนวทางโครงการ คทช. โดยทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนเกษตรกรทุกๆ ด้าน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการผลิต การตลาด การบริหารจัดการองค์กรเศรษฐกิจ และการสร้างความมั่นคงในชุมชนท้องถิ่น จึงได้จัด โครงการปลูกป่าศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของชุมชน ขึ้น เพื่อให้สอดรับกับแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

สำหรับการปลูกป่าในครั้งนี้เป็นการบูรณาการระหว่างจังหวัดกาฬสินธุ์และส่วนราชการในจังหวัด  มูลนิธิพลังอีสานเพื่อการพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์  เครือข่ายสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน  เครือข่าย ป.ป.ช. ภาคประชาสังคมภาคอีสาน อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เทศบาลตำบลภูปอ  และสำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 ขอนแก่น

รวมพลังเยาวชน กองทัพเรือ สร้างสรรค์ชุมชนปลอดยาเสพติดกองทัพเรือ โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมการอบรมเยาวชนและแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 นาวาเอก กฤษดา จิระไตรพร รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานเปิดกิจกรรมการอบรมเยาวชนและแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ณ โรงเรียนบ้านบึงต้นชัน ตำบลชากบก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยมี นางรุ่งกานต์ คงชูชาติ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบึงต้นชัน ให้การต้อนรับ

โดยกิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยของยาเสพติดแก่เยาวชน และส่งเสริมการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ผ่านการเล่นกีฬา ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด การอบรมและแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก อำเภอบ้านค่าย สาธารณสุขอำเภอบ้านค่าย รวมถึงคณะครูและนักเรียนฯ โดยมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การบรรยาย เรื่องการป้องกันยาเสพติด โดยวิทยากรจาก โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการจิตวิทยา ฐานทัพเรือสัตหีบ อบรมให้ความรู้ และร่วมกิจกรรมนันทนาการ เล่นเกมส์ และการแข่งขันเกมกีฬาต่าง ๆ ให้กับน้อง ๆ

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทัพเรือภาคที่ 1 ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกันระหว่างชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและปลอดจากยาเสพติด เพื่ออนาคตที่ดีของเยาวชนในพื้นที่

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

‘เศรษฐา’ เยือน ‘เชียงราย’ ลุยบริหารจัดการ อนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองฮ่าน อนุมัติ!! 3 โครงการ 110 ล้านบาท พร้อม HBD ‘วิสาร’ ครบรอบ 68 ปี

(13 ก.ค.67) ที่โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองฮ่าง ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ และน.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านพูดคุยประเด็นปัญหาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองฮ่าง เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวบ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับจำนวนมาก และมีนักเรียนจากโรงเรียนป่าแดงวิทยา ตีกลองสะบัดชัยเพื่อเป็นการต้อนรับนายกฯ พร้อมมอบภาพวาดให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายฯได้มอบลายเซ็น และขอให้เก็บไว้เป็นที่ระลึก ทั้งนี้ นายกฯได้รับมอบดอกไม้ และผ้าขาวม้าจากชาวบ้านที่นำมาต้อนรับด้วย

จากนั้น ประชาชนในพื้นที่ ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย ได้สะท้อนปัญหาในพื้นที่ ว่า 40 กว่าปีก่อน พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ทำมาหากินของปู่ย่าตายาย แต่เมื่อปี 2545 มีการขุดเกาะน้ำเป็น 3 เกาะ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างมากทั้งน้ำท่วมซ้ำซาก และน้ำแล้ง อีกทั้งไม่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้เพราะน้ำตื้นเขิน วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่นายกฯ และคณะลงพื้นที่เพื่อที่จะได้ช่วยพัฒนาพื้นที่ เพราะปี 67 ได้งบ 10 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอ ส่วนปี 68 ไม่มีงบ จึงอยากขอความเมตตาจากนายกฯและคณะ ช่วยผลักดันงบประมาณให้ชาวบ้าน และขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ

ด้านนายกฯ กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาที่นี่ครั้งแรกในบรรยากาศที่สบายๆ วันนี้เรามาครบทั้งกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และฝ่ายที่ดูแลเรื่องงบประมาณ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเรื่องน้ำเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลให้ความมุ่งมั่นที่จะต้องดูแลให้ดีทุกพื้นที่ ซึ่งเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้ง ตนได้ส่งทีมงานลงมาคุยในพื้นที่ก่อนล่วงหน้าแล้ว ดังนั้น เรื่องของการที่เราจะพัฒนาสนับสนุนเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภคบริโภค หรือการพัฒนาให้บริเวณนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเราจะสนับสนุนอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของงบประมาณที่บอกว่ามีแค่ 10 ล้านบาท ส.ส.ในพื้นที่ก็ได้มีการมาพูดคุยกับตนหลายครั้งแล้ว เรื่องของงบประมาณเราเข้าใจว่า 10 ล้านบาท คงไม่เพียงพอ แต่เรามี 3 โครงการในพื้นที่จึงขอให้เติมศูนย์อีกตัวที่ไม่ใช่ 10 ล้านบาท แต่เป็น 110 ล้านบาท เราไม่ได้นิ่งนอนใจ และพยายามจะทำให้ดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายกฯพูดคุยกับชาวบ้านเสร็จ น.ส.วิสาระดี ได้เซอร์ไพรส์วันเกิดนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ซึ่งเป็นบิดาที่จะมีอายุครบ 68 ปีในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.) โดยได้น.ส.วิสาระดีได้มอบเค้กให้บิดา และขอให้บิดาได้ถ่ายรูปกับนายกฯ

จากนั้น นายกฯได้เดินเยี่ยมชมบูทโอท็อป ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าทางการเกษตร ที่ชาวบ้านในพื้นที่นำมาแสดง และจำหน่าย ก่อนที่จะมอบพันธุ์ปลา และรับฟังบรรยายสรุปจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จ.เชียงราย ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติงบกลางล่าสุดซึ่งจะทำให้เกษตรกรได้ประโยชน์กว่า 20,000 ไร่ โดยใช้น้ำระบบท่อ จากนั้นนายกฯ ได้ปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10 เพื่อเป็นที่ระลึกกับชาวบ้าน ต.ทานตะวัน ด้วย

‘รัดเกล้า’ เผยมาตรการ อนุญาตให้ ‘เอกชน-เอกชน’ ซื้อขายไฟฟ้ากันได้ ชี้!! นโยบายนี้กระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยพัฒนาระบบพลังงาน เพื่อคนไทยทุกคน 

(13 ก.ค.67) เนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์คลิป อธิบายถึง ‘Direct PPA’ โดยได้ระบุว่า ...

Direct PPA ย่อมาจาก Direct Power Purchase agreement 

ซึ่งก็คือ การอนุญาตให้เอกชนและเอกชนซื้อขายไฟฟ้ากันได้

รัฐบาลมีแนวคิดอยู่ 2 แนวทาง

ประการแรกก็คือการส่งเสริมการลงทุนจากทางภาคเอกชน โดยให้เอกชนมีทางเลือกในการซื้อไฟฟ้า โดยสามารถซื้อไฟฟ้าจากเอกชนด้วยกันได้

ประการที่ 2 ก็คือ ลดการผูกขาดค่าราคาไฟฟ้า ซึ่งในส่วนนี้ระยะยาวจะช่วยให้มีการแข่งขันกันเกิดขึ้น ซึ่งราคาค่าไฟฟ้าก็จะถูกลง และมีความเป็นธรรมต่อประชาชนมากขึ้น

มาตรการนี้นอกจากจะช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นการเปิดประตูไปสู่การพัฒนาระบบไฟฟ้าในรูปแบบใหม่ๆ รวมถึงพลังงานสะอาดอีกด้วย

อัพเดทล่าสุดจาก คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ได้เห็นชอบ โครงการที่ดีมีประโยชน์ดีแล้ว ทั้งนี้ก็ได้ดำเนินการผ่านระบบวงการไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่ 3 โดยโครงการนี้จะอนุญาตให้ บริษัทชั้นนำของโลก ที่รัฐบาลได้เชิญชวนไว้ให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย

ซึ่งจากนี้เป็นต้นไปก็ต้องมีการศึกษาถึงผลกระทบ แล้วจะทำค่าบริการให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้

ทำเพื่อคนไทยทุกคน

‘โบว์ ณัฎฐา’ เผย ‘ก้าวไกล’ คุมสื่อไว้ได้ทั้งหมดแล้ว ชี้นำ!! ได้ทุกประเด็น สามารถนำเสนอข่าวปั่นกระแสได้

(13 ก.ค.67) น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว และนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับการที่พรรคก้าวไกล เข้ามาครอบงำ การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน โดยได้ระบุว่า ...

80% ของสื่อมวลชน กระแสหลักทั้งหมด เป็นแนวร่วมของพรรคก้าวไกลไปแล้ว เราดูจากอะไรเราดูจากการนำเสนอในแต่ละประเด็น สื่อเหล่านั้นพร้อมใจนำเสนอไปในทิศทางเดียวกัน โดยไม่แคร์ที่มันจะซ้ำกัน ไม่ได้รู้สึกกระดากในการที่จะนำเสนอข้อมูล

ดูจากการนำเสนอข่าวสว. การเลือกตั้งที่ผ่านมา เราจะเห็นการเลือกในการนำเสนอข่าว ที่เอนเอียงไปในค่ายนี้ สัมภาษณ์ นำเสนอข่าว วนเวียนไปแค่ไม่กี่คน ไปในทิศทางเดียวกัน

หลังการเลือกตั้งสว. มีคนมาพูดถึงปัญหาต่างๆ ก็เป็นคนที่มีแนวคิดไปในทิศทางเดียวกัน

สมัยก่อนเรามีรายการดีเบตคนสองคนคนสองข้างมาดีเบตกัน แล้วให้คนฟังได้ฟังความเห็นของทั้งสองฝ่าย เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่าเชิญ 2 คนแต่ไป 2 คนที่เชียร์ในพรรคเดียวกัน

แล้วถ้ามันยังเป็นอย่างนี้ต่อไป เท่ากับว่า ถ้าเขาอยากจะชี้นำสังคมไปในทิศทางไหนซึ่งมันอาจจะไม่เป็นเรื่องจริง สังคมก็จะได้รับฟังข้อมูลด้านเดียว

ทั้งนั้นไม่น่าแปลกใจ ถ้าก้าวไกลจะไม่ได้ทำอะไรใหม่ แต่คะแนนนิยมพุ่งขึ้นสูงได้ก็เพราะเขาคุมสื่อ คุมทิศทางของสื่อได้จริงๆ โบว์ ณัฎฐากล่าวทิ้งท้าย

‘ยูนิลีเวอร์’ เตรียมปลดพนักงานครั้งใหญ่กว่า 3,200 คน  หั่นคนทิ้ง!! 1 ใน 3 ภายในสิ้นปี 68 นี้ คาดทำเพื่อฟื้นฟูองค์กร

(13 ก.ค.67) สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ยูนิลีเวอร์ มีแผนที่จะลดพนักงาน 1 ใน 3 ของตำแหน่ง ในสำนักงานทั้งหมดในยุโรป ภายในสิ้นปี 2568 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ไฮน์ ชูมัคเกอร์ ในการฟื้นการเติบโตของบริษัท

ซีอีโอ ไฮน์ ชูมัคเกอร์ ที่เข้ามารับช่วงต่อเมื่อปีที่แล้ว ได้วางแผนในเดือนตุลาคม เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนมา หลังจากที่ทำได้ไม่ดีนักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ยูนิลีเวอร์ กล่าวกับผู้บริหารระดับสูงเมื่อวันพุธ ว่าจะมีการปลดพนักงานมากถึง 3,200 ตำแหน่งในยุโรป ภายในสิ้นปี 2568

‘อีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เราจะเริ่มกระบวนการปรึกษาหารือกับพนักงาน ที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่เสนอ’ โฆษกของยูนิลีเวอร์ กล่าวในอีเมล

ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานรายละเอียดเป็นครั้งแรก เกี่ยวกับการปรับลดนี้ ว่าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มผลผลิต ที่ประกาศเมื่อเดือนมีนาคม ซึ่งรวมถึงการลดพนักงานมากถึง 7,500 คน

คอนสแตนตินา ทริบู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล กล่าวระหว่างสนทนาทางวิดีโอว่า ผลที่คาดหวังในยุโรประหว่างปัจจุบันถึงสิ้นปี 2568 อยู่ในช่วง 3,000 – 3,200 ตำแหน่ง

‘มาตรการเหล่านี้ หมายถึงการปรับลดตำแหน่งงานที่ใหญ่ที่สุดในยูนิลีเวอร์ มานานหลายทศวรรษ’ เฮอร์มันน์ ซ็อกเกเบิร์ก หัวหน้าสภาโรงงานแห่งยุโรปของยูนิลีเวอร์กล่าว

เอกซเรย์!! 'นักการเมืองไทย' จบมหาวิทยาลัยในแคลิฟอร์เนีย  'เรียนจริง-เก่งจริง-จบจริง' สปีคอิงลิชได้แบบไฟแลบ

(13 ก.ค.67) ช่วงนี้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ถึงที่มาของวุฒิศึกษากับคนดังในสังคมบางท่าน โดยเฉพาะกับวุฒิการศึกษาที่มีการนำมายืนยันว่าจบเมืองนอกในสถาบันการศึกษาชื่อดัง เพื่อการันตีดีกรีความน่าเชื่อถือแก่ตำแหน่งสำคัญทางสังคมที่ได้รับมา

อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวคงยังต้องติดตามกันต่อไป ว่าสุดท้ายบทสรุปจะไปลงเอยที่ 'ของแทร่' หรือ 'ของปลอม' 

พอพูดถึงเรื่องดีกรีคนไทยคนดังกับการจบนอก ก็ทำให้อดไม่ได้ที่จะต้องย้อนมาค้นดูว่า แล้วในสังคมบ้านเรามีคนดังคนไทยคนไหน ที่มีดีกรีแบบ 'เรียนจริง-เก่งจริง-จบจริง' สปีคอิงลิชไฟแลบจริง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรียนจบจากรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา กันบ้าง

>> นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
จบการศึกษาปริญญาโท คณะวิศวกรรมศาสตร์ จาก University of Southern California ประเทศสหรัฐอเมริกา

>> นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
จบการศึกษาปริญญาตรี วิศวกรรมอุตสาหการ จาก University of California, Berkeley ประเทศสหรัฐอเมริกา

>> นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ
จบการศึกษาปริญญาโท ด้านรัฐประศาสนศาสตร์ จาก University of Southern California ประเทศสหรัฐอเมริกา

ก็ต้องขอบอกว่า บุคคลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ

***(อนึ่ง: นายชัยวุฒิ และ นายปานปรีย์ จบมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน)

‘สภากาชาดไทย’ เชิญชวนคนไทย ร่วมจิตอาสาทำความดีบริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดเดือนมหามงคล

จากรายการ THE TOMORROW มหาชนต้องรู้ ออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES ได้พูดคุยกับ คุณปิยนันท์ คุ้มครอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านจัดหาโลหิตและภาพลักษณ์องค์กร ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ที่ได้มาเชิญชวนพสกนิกรทั่วประเทศ ร่วมเป็นจิตอาสา ทำความดีบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 67 โดยคุณปิยนันท์ ได้กล่าวถึงสาระสำคัญ ดังนี้…

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 ด้วยมีพระราชประสงค์ทรงเจริญรอยตามพระยุคลบาท เพื่อสืบสานรักษา และต่อยอดพระราชปณิธาน พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแด่อาณาประชาราษฎร์ 

โดยทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ซึ่งล้วนมีการสร้างสรรค์ความผาสุขสงบแก่ประชาชน นำความเจริญไพบูลย์ และความมั่นคงมาสู่ประเทศ ดังพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการ ความว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”

ทั้งนี้ ในด้านภารกิจของสภากาชาดไทย ทรงดำรงตำแหน่งพระบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทย ทรงสนับสนุนงานบริการโลหิต โดยเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริจาคโลหิต นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ในการนี้ ทรงมีพระราชดำรัสเนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเข็มที่ระลึก ผู้บริจาคโลหิต ครั้งที่ 6 เมื่อวันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2518 ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร ความว่า...

“โลหิตเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงรักษาชีวิตให้ดำรงอยู่ นับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งชีวิต การบริจาคโลหิต จึงเทียบได้กับการบริจาคชีวิตเป็นทานซึ่งเป็นทานที่สูง ควรแก่การยกย่องสรรเสริญอย่างยิ่ง”   

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ  สภากาชาดไทย  จึงได้จัดกิจกรรมเชิญชวน พสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศ ร่วมเป็นจิตอาสา ทำความดีบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 พร้อมทั้งลงนามถวายพระพรออนไลน์ ตลอดเดือนกรกฎาคม 2567 

โดยประชาชนสามารถ บริจาคโลหิต ได้ที่... 

- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย   
- หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Stations) 7 แห่ง ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สาขาบางแค สาขาบางกะปิ สาขางามวงศ์วาน สาขาท่าพระ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม  และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง)

- ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต

- โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ 8 แห่ง ในกรุงเทพฯ ได้แก่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โรงพยาบาลรามาธิบดี  โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า โรงพยาบาลตำรวจ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลราชวิถี และ โรงพยาบาลสิรินธร

- สาขาบริการโลหิต โรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ

สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร. 0 2263 9600-99 ต่อ 1760, 1761

'รศ.ดร.นงนุช' เผย!! รายละเอียดบนใบปริญญาบัตร แบบไหนเรียก 'ปริญญาบัตร' แบบไหนเรียก 'ใบรับรองวุฒิฯ'

(13 ก.ค.67) รศ.ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์ นักวิชาการด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลังและภาษี มหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม เทรนต์ ประเทศอังกฤษ และ Visiting Academic, School of Electronics & Computer Science, University of Southampton ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

PhD = DPhil = Doctor of Philosophy หมายถึง ปริญญาเอก เนื่องจากการทำปริญญาเอก คือ การเรียนรู้การทำวิจัยอย่างเป็นระบบที่สร้างความรู้ใหม่ให้กับสาขาวิชาที่มีความเป็น general & fundamental (philosophy) ค่ะ 

ปกติแล้วจะต้องตามด้วยคำว่า in..... เช่น PhD in Economics, DPhil in Economics เพื่อจะบอกว่าเป็นการสร้างหลักความรู้ใหม่ในสาขาวิชาไหน 

ปริญญาเอกของบางหลักสูตร จะใช้คำว่า Doctor of โดยไม่มีคำว่า Philosophy แต่ใส่สาขาวิชาเลย เช่น DBA = Doctor of Business Administration 

Doctorate/Doctoral Degree เป็นคำเรียกระดับปริญญาเอก ที่ใช้ในประโยคที่จะบอกว่าเราจบปริญญาเอกนะ แต่ในใบปริญญา ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ เราจะไม่ใช้ Doctorate of .... ค่ะ

📌 สรุป 1 👩‍🎓 ใบปริญญาปกติจะใช้คำว่า PhD in ... , DPhil in ... หรือ Doctor of ....   

มาต่อในเรื่องของคำอธิบายบนใบปริญญา

ถ้าเป็นของฝั่งอังกฤษ ใบปริญญาจะเขียนสั้นๆ ไม่ต้องบรรยายอะไรมากมาย และไม่ต้องให้กระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษรับรองอะไร เพราะมหาวิทยาลัยไม่ได้ถูกกำกับโดยกระทรวงการต่างประเทศค่ะ 

มหาวิทยาลัยที่จดทะเบียนถูกต้องมีศักดิ์และสิทธิ์ในการออกใบปริญญาบัตรให้กับผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอย่างถูกต้องตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย โดยการกำหนดเกณฑ์การสำเร็จการศึกษาของหลักสูตรต้องผ่านกระบวนการตาม requirement ของ HIgher Education Academy

แต่ถ้าเป็นของฝั่งอเมริกา อาจจะมีเขียนคำบรรยาย certify (รับรอง) ว่าผู้ถือใบปริญญามีคุณสมบัติครบถ้วน (qualify หรือ satisfy the requirement) หรือประโยคที่แสดงถึงการมอบปริญญาเมื่อจบการศึกษา (admitted to, conferred upon)

คำบรรยายในปริญญาบัตร (degree certificate) ที่มีการมอบให้หลังสำเร็จการศึกษาที่สถาบันการศึกษาจะไม่ใช้คำว่าเทียบเท่า (Equivalence) หรือตรวจสอบความถูกต้อง (Validate) ค่ะ 

เช่น equivalency degree แปลตรงตัว คือ วุฒิเทียบเท่า และแม้จะตามมาด้วยว่าจบหลักสูตรอะไร … กระดาษใบนั้นเราไม่เรียกปริญญาบัตรค่ะ เราเรียกมันว่าใบรับรองวุฒิเทียบเท่า (equivalency degree certificate)

📌 สรุป 2 🎓 การที่ใช้คำว่าเทียบเท่าหรือตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่นำมาเทียบเท่าในใบประกาศ แปลตรงๆ ก็คือว่า ไม่ได้มีการศึกษาจริง ณ สถาบันการศึกษานะคะ แต่เป็นเอาเอกสารหลักฐานใดๆ ตามแต่กำหนดมาให้ดู มีครบ ก็เอาใบรับรองนี่ไป

คราวนี้มาถึงคำว่า 'ศาสตราจารย์'

ในต่างประเทศ "ศาสตราจารย์" หรือ 'professor' เป็นตำแหน่งงานในมหาวิทยาลัยค่ะ ต้องมีสถานะเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัย และต้องมีผลงานวิจัยที่มีคุณภาพในปริมาณที่มากพอและมี contribution ให้กับสาขาวิชา

ผลงานตีพิมพ์เป็นหนึ่งในหลายๆ เกณฑ์ ที่ทำให้อาจารย์ได้ปรับตำแหน่งจาก Lecturer ไปเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ Assistant Professor และจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ไปเป็นรองศาสตราจารย์ Associate Professor และต่อไปเป็นศาสตราจารย์ Professor ก่อนจะขึ้นไปจุดสูงสุดที่ตำแหน่ง Chair 

📌 สรุป 3 👩🏻‍🏫 ตำแหน่ง Professor หรือศาสตราจารย์ ในต่างประเทศจึงไม่ใช่ตำแหน่งวิชาการที่แจกให้กับคนจบปริญญาเอกทุกคนนะคะ แต่เป็นตำแหน่งงานที่ต้องใช้ประสบการณ์ทำงานนับสิบปี และมีผลงานวิจัยเป็นหลักสิบชิ้น (ไม่ใช่หลักหน่วยค่ะ) แถมยังต้องมีผลงานวิจัยที่ได้รับเงินสนับสนุนงบวิจัย มีงานตีพิมพ์ที่อ้างอิงงานวิจัยของเรา และมีประสบการณ์ด้านการบริหารไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียนการสอนหรือการทำวิจัย

++++ ตอนแรกก็ว่าจะไม่เขียน แต่ก็ถือว่าบันทึกไว้ เผื่อมีใครสงสัย

‘เคทีซี’ จัดกิจกรรม พี่ KTC Coop ส่งภาษามือจูงน้องเรียนรู้มรดกเหนือกาลเวลา ดาวินี อะไลฟ์!! ให้กับน้องพิการทางการได้ยิน ที่รร.เศรษฐเสถียร

(13 ก.ค.67) ‘เคทีซี’ หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท ไลฟ์ อิมแพค อีเว้นท์ จัดกิจกรรม  "พี่  KTC Coop ส่งภาษามือจูงน้องเรียนรู้มรดกเหนือกาลเวลาของ ดาวินชี อะไลฟ์” ณ ไอคอนสยาม ให้กับน้องๆ ที่บกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 - 6 เพื่อเปิดประสบการณ์นอกห้องเรียน โดยมีนิสิต นักศึกษาโครงการ KTC Coop ร่วมเป็นพี่เลี้ยงดูแลน้องๆ ตลอดกิจกรรม

นางสาวปิยะสุดา แคว้นนนทรีย์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานทรัพยากรบุคคล ‘เคทีซี’ หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนึ่งในนโยบายการทำการพัฒนาที่ยั่งยืน (SD) ของเคทีซีคือการให้โอกาสทางการศึกษา และร่วมพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยให้มีคุณภาพในด้านต่างๆ อย่างไม่มีขีดจำกัด เพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมไทยอย่างยั่งยืน เคทีซีจึงได้ร่วมมือกับ บริษัท ไลฟ์ อิมแพค อีเว้นท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรของเคทีซี จัดกิจกรรม "พี่ KTC Coop ส่งภาษามือจูงน้องเรียนรู้มรดกเหนือกาลเวลาของ ดาวินชี อะไลฟ์” ณ ไอคอนสยาม ให้กับน้องๆ ที่บกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนเศรษฐ-เสถียรในพระราชูปถัมภ์ 

โดยมุ่งหมายให้น้องๆ ได้เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านมรดกเหนือกาลเวลาของเลโอนาร์โด ดาวินชี อัจฉริยะก่อนกาล 500 ปี เจ้าของผลงานชิ้นเอกระดับโลกอย่างภาพวาด Mona Lisa และ The Last Supper รวมทั้งเป็นนักประดิษฐ์ นักออกแบบ นักดนตรี นักคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ จนได้ชื่อว่าเป็น ‘พหูสูต’ แห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance) และได้รับการยอมรับว่าเป็นอัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก ชมผลงานที่ประสบความสำเร็จของเลโอนาร์โด ชีวิตและความฉลาดของอัจฉริยะที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้ ในด้านวิทยาศาสตร์ ความคิดสร้างสรรค์ และความคิดเชิงเทคนิค ในผลงานชิ้นเอก สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ตำราโบราณ และภาพวาดของปรมาจารย์ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา อิทธิพลของเลโอนาร์โดที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ ศิลปะ วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ แสด’ให้เห็นถึงวิธีการค้นพบการประดิษฐ์ในรูปแบบใหม่ๆ และข้อสงสัยเกี่ยวกับโลกที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งในกิจกรรมครั้งนี้จะมีพี่ๆ นิสิต นักศึกษาโครงการ KTC Coop ร่วมเป็นพี่เลี้ยงดูแลน้องๆ ตลอดกิจกรรม

KTC COOP (KTC Cooperative Program) คือ โครงการที่เคทีซีเข้าร่วมกับโครงการสหกิจศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากหลายสาขาวิชาเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์และฝึกปฏิบัติงานกับทีมงานมืออาชีพทางด้านธุรกิจการเงิน โครงการ KTC COOP เริ่มต้นในปี 2566 และมีนักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการ 

ทั้งภาคภาษาไทยและนานาชาติกว่า 100 คน นอกจากนิสิตและนักศึกษาในโครงการ KTC COOP จะได้มีโอกาสปฏิบัติงานจริงเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์แล้ว เคทีซียังมุ่งพัฒนาคนรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกการทำงานอย่างมั่นคง ด้วยการจัดหลักสูตรฝึกอบรมและกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างทักษะความสามารถเชิงสมรรถนะ (Soft Skill) รวมทั้งจัดหลักสูตรอบรมเทคนิคการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์งาน เพื่อเตรียมน้องให้พร้อมสู่โลกการทำงานหลังจากจบโครงการ นอกจากนี้ยังมีโอกาสเข้าร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ของบริษัทอีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top