Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ เฮ!! ศาลนนทบุรี พิพากษา ‘ไม่มีความผิด’ เผย!! อดทนรอมา 4 ปี กรณีโดนกล่าวหาว่า อมเงินช่วยไฟป่า

เมื่อวานนี้ (26 ก.ค.67) ‘ฌอน บูรณะหิรัญ’ พิธีกรและนักสร้างแรงบันดาลใจ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับกรณีที่ถูกฟ้องร้องว่า ฉ้อโกงประชาชน ปมเงินบริจาคช่วยเหลือไฟป่าที่เชียงใหม่ โดยได้ระบุว่า ...

วันนี้ที่ผมอดทนรอคอยมาตลอด4ปี ศาลนนทบุรีพิพากษายกฟ้อง 

จากความเป็นจริง คือ ผมได้นำเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับมาจากการบริจาคของทุกท่านไปช่วยเรื่องไฟป่าแล้วอย่างครบถ้วนสมบูรณ์

ด้วยความเคารพต่อศาล 4 ปีที่ผ่านมาท้าทายมากๆสำหรับผม และ ครอบครัว

ขอบคุณทุกกำลังใจ ครอบครัว เพื่อน แฟน ๆ ที่ไม่แม้แต่สงสัยในตัวผม ทุกคนเชื่อมั่นในตัวผม อยู่เคียงข้างผมมาตลอด 
ขอบคุณทนาย และ ที่ปรึกษาทุกท่านที่เมตตาเอ็นดูผม 

ที่สุดคือคำพิพากษาของศาลว่า ผมไม่มีความผิด

ตื่นเต้นและรอคอยที่จะได้แชร์เรื่องราวให้ทุกคนฟังนะครับ

I’ve been fighting a silent battle for the last 4 years… today the court dismissed all charges and ruled “not guilty”. 

All the allegations and rumors have been proven wrong. The truth is, I did help with forest fire prevention in northern Thailand and I did help hospitals during covid 19. 

The last 4 years have been tough but as the saying goes “tough times don’t last, tough people do.” I can’t wait to tell you guys all about it.

Saudi Aramco บริษัทพลังงาน (มหาชน) อันดับหนึ่งของโลก วิสาหกิจของซาอุฯ ที่ ‘พีระพันธุ์’ นำคณะไปสานความสัมพันธ์

เมื่อวันที่ 15-17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ‘รองพีร์ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้นำคณะข้าราชการและผู้เกี่ยวข้องกับกิจการพลังงานของไทยไปเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อ...

(1) กระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ 

(2) หารือในประเด็นความร่วมมือต่างๆ ที่สำคัญ ตามที่มีความตกลงร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยโดยกระทรวงพลังและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 โดยเฉพาะเรื่องของการลงทุนด้านพลังงานเพื่ออนาคตคือ ก๊าซไฮโดรเจน ซึ่งปัจจุบันได้ริเริ่มความร่วมมือผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาโครงการไฮโดรเจนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Hydrogen) ในไทย รวมทั้งโครงการ Downstream partnership ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ปตท. และ Saudi Aramco บริษัทด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกของซาอุดีอาระเบีย ที่ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อสํารวจศักยภาพความร่วมมือด้านพลังงานและการลดคาร์บอน ซึ่งจะช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรมและปิโตรเคมีร่วมกันในภูมิภาค

นอกจากนั้นแล้ว ‘รองพีร์’ ยังได้หารือกับซาอุดีอาระเบียในเรื่องของราคาน้ำมัน โดยหลังจากระบบการสำรองเชื้อเพลิงปิโตรเลียมทางยุทธศาสตร์ (SPR) ของไทยเกิดขึ้นแล้ว รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานจะสามารถจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงราคามิตรภาพจากซาอุดีอาระเบีย เพื่อเก็บสำรองไว้ในคลัง SPR เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ 50-90 วันต่อไป 

ทั้งนี้ ฝ่ายซาอุดีอาระเบีย ซึ่งนำโดยเจ้าชาย Abdulaziz bin Salman Al Saud รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ให้การต้อนรับคณะของ ‘รองพีร์’ เป็นอย่างดียิ่ง พร้อมทั้งจัดเครื่องบินพิเศษให้ ‘รองพีร์’ และคณะได้ไปเยี่ยมชมการทำงานของ ‘Saudi Aramco’ บริษัทพลังงาน (มหาชน) อันดับหนึ่งของโลก ณ สำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ เมือง Dhahran จังหวัดตะวันออก (Eastern Province) ซึ่งรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ (90.19%) กองทุนการลงทุนมหาชน (Public Investment Fund) 4% และ Sanabil 4% 

Saudi Aramco มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Saudi Arabian Oil Group หรือเรียกสั้นๆ ว่า Aramco (ชื่อเดิมคือ Arabian-American Oil Company) เป็น บริษัทปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ ที่รัฐบาลซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าของ ถือเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย ในปี 2022 Saudi Aramco เป็นบริษัทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกเมื่อวัดจากรายได้ โดย Saudi Aramco ถือครองน้ำมันดิบสำรองมากเป็นอันดับสองของโลก มีปริมาณมากกว่า 270 พันล้านบาร์เรล (43 พันล้านลูกบาศก์เมตร) และเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายวันที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาบริษัทผู้ผลิตน้ำมันทั้งโลก 

นอกจากนี้ Saudi Aramco ยังมีการดำเนินธุรกิจมากมายทั่วโลก ธุรกิจของบริษัทประกอบด้วย การสำรวจ การผลิต การกลั่น ปิโตรเคมีภัณฑ์ การจัดจำหน่าย และการตลาด ที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงพลังงาน โดยกิจกรรมทั้งหมดของบริษัทจะถูกกำกับดูแลและตรวจสอบโดยกระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียร่วมกับสภาสูงสุดด้านปิโตรเลียมและเหมืองแร่ อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ก็มีบทบาท อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบใน Saudi Aramco มากกว่าสภาฯ 

Saudi Aramco มีมูลค่าบริษัทกว่า 7.6 ล้านล้านริยาล (หรือประมาณ 73 ล้านล้านบาท) และติดอันดับ 4 บริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก เป็นรองเพียงบริษัทอเมริกันอย่าง Microsoft, Apple และ Nvidia ตามข้อมูลเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2024 เป็นหนึ่งในบริษัทพลังงานและเคมีภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในโลกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 90 ปี โดยเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1933 ที่ซาอุดีอาระเบียเซ็นสัญญาให้สัมปทานบ่อน้ำมันกับบริษัทน้ำมันสหรัฐฯ Standard Oil Company of California (SOCAL) หรือ Chevron ในปัจจุบัน 

ด้วยต้นทุนการผลิตน้ำมัน 1 บาร์เรลของ Saudi Aramco นั้นอยู่ที่ประมาณ 5-6 USD ต่อบาร์เรล ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตในสหรัฐฯ ถึง 10 เท่า ในฐานะบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลกที่ส่งออกน้ำมันปริมาณมหาศาล จึงแตกต่างไปจากบริษัทน้ำมันส่วนใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องยึดราคาจำหน่ายที่อิงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก สามารถคุมราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ด้วยการเพิ่มหรือลดอุปทานอย่างรวดเร็ว และส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างรวดเร็วเช่นกัน ในปี 2023 Saudi Aramco ได้รับการจัดอันดับจาก Forbes ว่าเป็นบริษัทที่สามารถทำกำไรได้มากที่สุดในโลก

ในปี 2022 ยอดเงินในการลงทุน Saudi Aramco อยู่ที่ 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์ (หรือประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 18% จากปี 2021 โดยประมาณการลงทุนของบริษัทฯ ในปี 2023 อยู่ที่ราว 4.5-5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (หรือประมาณ 1.6-1.9 ล้านล้านบาท) รวมการลงทุนนอกประเทศแล้ว 

ด้วยความแข็งแกร่งและมั่งคั่ง รวมทั้ง Saudi Aramco เอง ก็มีความสนใจในการลงทุนนอกประเทศอยู่แล้ว โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กอปรกับมีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียจนกลับมาสู่สภาวะปกติ จึงทำให้ ‘รองพีร์ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ใช้ความพยายามโน้มน้าวและชักจูงอย่างเต็มที่เพื่อให้ Saudi Aramco ได้เพิ่มการลงทุนในบ้านเรา โดยเฉพาะการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมในด้านพลังงานใหม่ 

โดยการหารือพูดคุยระหว่าง ‘รองพีร์’ กับเจ้าชาย Abdulaziz bin Salman Al Saud รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ ถือว่าเป็นไปได้ด้วยดี ได้รับการสนองตอบด้วยท่าที และมิตรภาพอันดียิ่ง 

ดังนั้นการเยือนซาอุฯ ของ 'รองพีร์' ในครั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสที่ดีมากของไทย ทั้งในด้านความร่วมมือระหว่างกัน และด้านการลงทุนในไทยจากนักลงทุนจากซาอุดีอาระเบีย ซึ่งนับว่าเป็นข่าวที่ดีมากๆ สำหรับเศรษฐกิจโดยรวมของไทยในอนาคต

‘AiStudio.wedding’ จัดโปรโมชันเอาใจคู่รัก พาบินลัดฟ้าถ่ายพรีเวดดิ้ง ปักหมุด!! ประเทศสิงคโปร์ กับราคาสุดพิเศษเพียงแค่ 59,999 บาท

(26 ก.ค. 67) AiStudio.wedding ผู้ให้บริการด้านการถ่ายภาพแบบครบวงจร เอาใจคู่รักสายทราเวล จัดโปรโมชันพิเศษ ‘Ai Pre Wedding @ Singapore’ พาคู่รักที่หลงรักการเดินทาง บินลัดฟ้าถ่ายภาพพรีเวดดิ้งกับแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองสิงคโปร์ อาทิ Merlion Park, Marina Bay, Gardens by the Bay และ Universal Studios เป็นต้น ในราคาสุดพิเศษเพียง 59,999 บาท รวมค่าเดินทางสำหรับ 2 ท่าน ห้องพักจำนวน 1 คืน และ ทีมงาน AiStudio.wedding พิเศษสำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจภายใน 31 สิงหาคมนี้ รับ Photobook และ E-Card มูลค่ารวมกว่า 10,000 บาท ฟรี

ทั้งนี้ สำหรับคู่รักที่สนใจสามารถจองและเลือกช่วงเวลาที่ต้องการได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2567 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 085-355-4449, 098-449-9992 หรือ Line ID : @aistudio.wedding ติดตามโปรโมชั่นและผลงานได้ที่ IG : aistudio.wedding

‘RS’ เปิดโปรเจกต์ ‘LONELY LOUD FEST เทศกาลเหงาตะโกน’ ‘นนท์ ธนนท์-อิ้งค์ วรันธร-PIXXIE’ นำทัพมาฮีลใจ เริ่มจองบัตร 30 ก.ค.นี้

(26 ก.ค. 67) อาร์เอส มัลติเอ็กซ์  ภายใต้ อาร์เอส มัลติมีเดีย แอนด์ เอนเตอร์เทนเมนท์ ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป เดินหน้าโปรเจกต์ใหม่ที่จะมาฮีลใจ พร้อมปลุกไฟคนเหงาให้อ้าแขนโอบกอดรับความสุข กับงาน ‘LONELY LOUD FEST เทศกาลเหงาตะโกน’ งานรวมพลคนเหงา ที่ไม่ว่าจะอกหัก ว้าเหว่ เพื่อนเมิน ก็มาตะโกนเพลิน ๆ ให้โลกได้รู้ว่าคนเหงาก็มีความสุขได้ เตรียมวอร์มและอุ่นเครื่องร่างกายของคุณมาให้พร้อม และมาตะโกนความเหงา พร้อมกันใน วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายนนี้ ณ UNION HALL ศูนย์การค้า UNION MALL พูดเลยว่างานนี้ ถึงตอนมา จะมาคนเดียว แต่กลับไปแบบไม่เดียวดายแน่นอน คอนเฟิร์ม!

แล้วคนเหงา จะกลับไปแบบไม่เดียวดายจริงหรือ? คำตอบนี้ ไม่มีใครจะการันตีได้ นอกจากใครที่เหงา จะต้องมาสัมผัสและมาพิสูจน์ด้วยตัวของคุณเอง เพราะภายในงาน ‘LONELY LOUD FEST เทศกาลเหงาตะโกน’ เหล่าบรรดาคนเหงา นอกจากจะไม่เหงาใจแล้ว ยังไม่เหงาหูแน่นอน เพราะจะได้พบกับศิลปินสุดขี้เหงา ที่จะทำให้คุณได้ร้องตะโกนให้ดังลั่น กับเพลงช้า เพลงฮีลใจ ปลดปล่อยความเหงาให้สุดเสียง พร้อมมาโดด แต่ไม่เดี่ยวกับศิลปินสุดฮิต แบบนันสต๊อป นำโดย นนท์ ธนนท์, อิ้งค์ วรันธร, PIXXIE, LIPTA, SERIOUS BACON และ WIM หรือ  กานต์-กษิดิ์เดช หงส์ลดารมภ์ 

เท่านั้นยังไม่พอภายในงาน ยังมีกิจกรรมแก้เหงา ให้เหล่าคนเหงาได้มาปล่อยใจ ปล่อยจอย ร่วมสร้างแอคทิวิตี้ด้วยกันอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น โซนเล่นตะโกน  มาเล่นตะโกนระบายอารมณ์กับมุมแปะ POST-IT ระบายความเหงาและ Installation ART, โซน HEAL ด้วยการหาเพื่อนใหม่แบบไม่เดียวดายด้วย QR FRINDS แลก Contact / แจกวาร์ป ช่องทาง ให้คุณไปดีลต่อแบบโดนใจ พร้อมกับกิจกรรม ฮีลใจ ด้วยการนำของเก่ามาแลกของใหม่สุดพิเศษจากงาน ภายใต้คอนเซปต์ ‘เอาแฟนเก่ามาแลกแฟนใหม่’ และแน่นอน การจะมีความรักดี ๆ เรื่องของมูเตลู ก็สำคัญกับโซน เสริมความสุข กับมูชาปอง / ของขลัง / ของมูสายความรัก และที่ขาดไม่ได้เลย กับกูรูที่จะช่วยคุณให้ Move On ให้ก้าวต่อไปแบบไม่หลงทาง มาดูหมอ หามูLOVE ดูดวง แก้ดวง แก้ชง กันจนกว่าจะสบายใจ

โดยความสุขที่คนเหงาทั้งหลายจะได้พบเจอทั้งหมดภายในงาน ‘LONELY LOUD FEST เทศกาลเหงาตะโกน’ ปักหมุดละลายความเหงา ใน วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายนนี้ ณ UNION HALL ศูนย์การค้า UNION MALL ขอเน้น และขอย้ำให้ทุกคนได้ท่องจำกันจนขึ้นใจ และรีบกดบัตรด่วน สำหรับบัตร EARLY BIRD ราคาทำถึง เพียง 567 บาทเท่านั้น (จากปกติ 789 บาท) ซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม - 30 สิงหาคม 2567 เท่านั้น ที่ THE CONCERT https://www.theconcert.com/concerts/lonely-loud-fest สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง FACEBOOK / X / Instagram /TikTok : RSMultiX ราคาจึ้งขนาดนี้ อย่าลังเล เพราะคุณจะไม่เหงาอีกต่อไป

‘5 แบรนด์จีน’ ทุ่มเงินเป็นสปอนเซอร์ศึก ‘ยูโร 2024’ พร้อมผงาดขึ้นแท่นประเทศที่สนับสนุนมากที่สุด

(26 ก.ค. 67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (UEFA European Football Championship) เป็นหนึ่งในการแข่งขันฟุตบอลที่มีมายาวนานและได้รับความสนใจจากบรรดาแฟนบอลทั่วโลก โดยเฉพาะแฟน ๆ ชาวจีนที่ตื่นเต้นกับการแข่งขันยูโร 2024 ในปีนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีแบรนด์จีนที่ได้เฉิดฉายในสนามฟุตบอลด้วยองค์ประกอบที่โดดเด่น แสดงให้เห็นถึงความทรงอิทธิพลของแบรนด์จีนที่กำลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในตลาดโลก

โดยในรายชื่อผู้สนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรประดับโลกอย่างเป็นทางการจำนวนทั้งสิ้น 13 รายประจำปีนี้ มีแบรนด์จีนถึง 5 ราย อันได้แก่ ไฮเซนส์ (Hisense) ผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ, อาลีเพย์ (Alipay) แพลตฟอร์มการชำระเงินออนไลน์, อาลีเอ็กซ์เพรส (AliExpress) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน, วีโว (Vivo) ผู้ผลิตโทรศัพท์สัญชาติจีน และบีวายดี (BYD) ยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ไฟฟ้า

นับเป็นครั้งที่สองติดต่อกันที่จีนกลายเป็นประเทศที่ครองรายชื่อผู้สนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมากที่สุด

เนื่องจากขยายตัวอย่างรวดเร็วของการค้ากับต่างประเทศและการเติบโตของการส่งออกสินค้าจีน ทำให้แบรนด์จีนกำลังได้รับความนิยมและขยายอิทธิพลในตลาดต่างประเทศทั่วโลกมากขึ้น

ด้าน สภาการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของจีน (CCPIT) รายงานว่า ปัจจุบันมีแบรนด์จีนอยู่ในตลาดกว่า 200 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก และมี 48 แบรนด์สัญชาติจีนที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุด 500 อันดับแรกของโลก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าส่งออก

แบรนด์จีนจำนวนมากขึ้นได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะแบรนด์เองก็พยายามขยายตลาดพร้อมกับพัฒนาตนเองอย่างมีคุณภาพ ด้วยนวัตกรรมและการปรับตัวให้ตอบโจทย์ลูกค้าในท้องถิ่น

นักเรียน ‘รร.สตรีวัดระฆัง’ ร่วมประดิษฐ์พวงมาลัยคล้องคอเรือพระที่นั่ง ด้าน ‘ผอ.’ เผย!! เด็กทุกคนภูมิใจได้เป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีสำคัญ

เมื่อวานนี้ (25 ก.ค. 67) ที่อู่เรือธนบุรี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหารของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งมอบพวงมาลัยคล้องคอเรือพระที่นั่ง 3 ลำ พร้อมอุบะ จาก รร.สตรีวัดระฆัง ให้แก่กองทัพเรือ 

โดยมี ว่าที่ ร.ต.เฉลิมรัฐ ติ่งอ่วมผู้อำนวยการ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง พร้อมตัวแทนครูและนักเรียน รวม 11 คน เป็นตัวแทนโรงเรียนสตรีวัดระฆัง ในการส่งมอบ และพล.ร.ท.วิจิตร ตันประภา รองเสนาธิการทหารเรือ พร้อมคณะ เป็นตัวแทนกองทัพเรือในการรับมอบ 

หลังรับมอบเจ้าหน้าที่ของกองทัพเรือได้นำพวงมาลัยคล้องประดับเรือพระที่นั่งทั้ง 3 ลำ คือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์, เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช 

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้อัญเชิญพุ่มทองมามอบให้แก่ผู้แทนกองทัพเรือ เพื่อประดับบนบุษบก ในเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชด้วย

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวัดระฆัง กล่าวด้วยความปลาบปลื้มว่า โรงเรียนรู้สึกเป็นเกียรติ ครูและนักเรียนทุกคนภาคภูมิใจและดีใจที่ได้มีส่วนร่วมในการประดิษฐ์พวงมาลัยคล้องคอเรือ ตั้งแต่ปี 2502 โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 16 ที่โรงเรียนได้รับโอกาสในการประดิษฐ์มาลัยคล้องคอเรือ ซึ่งได้เริ่มงานตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว มีการปรับปรุงแก้ไขหลายครั้ง เพื่อให้ได้พวงมาลัยคล้องคอเรือที่ประณีตสวยงามที่สุดในวันนี้ 

ชื่นชม!! ‘โชเฟอร์หนุ่ม’ นั่งรอผู้โดยสารมาเอาเงินที่ทำตกไว้บนรถ ลั่น!! ไม่ชอบเอาเปรียบคน ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่รู้สึกภูมิใจ

(26 ก.ค. 67) กรณีโชเฟอร์แท็กซี่ ผู้ใช้ติ๊กต็อก @dy92z7rm2vo1 โพสต์คลิปเหตุการณ์ ขณะที่ตนกำลังนั่งรอผู้โดยสาร มาเอาเงินสดที่ทำตกไว้ 2,000 บาท คืน พร้อมระบุแคปชั่นว่า ‘ก่อสร้างครับ ใจเขาใจเรา คืนเรียบร้อย’ จนชาวเน็ตมาคอมเมนต์ แห่ชื่นชมจำนวนมาก

ล่าสุด คุณต้อง คนขับแท็กซี่เจ้าของโพสต์ดังกล่าว เปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ ว่า ตนขับแท็กซี่มากว่า 20 ปีแล้ว ชอบถ่ายวิดีโอ ทำคลิปลงติ๊กต็อก ด้วยความที่เวลามีผู้โดยสารลืมของไว้ ตนก็มักจะถ่ายไว้เป็นหลักฐาน จนไปค้นเจอคลิปนี้ที่ยังไม่ได้ลบออก

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของเดือนพ.ค.จำได้ว่ารับผู้โดยสาร แถวสะพานลอยโลตัส พลัสมอลล์ บางใหญ่ มาส่งที่ซอยโรงเรียนเทพศิรินทร์ ซึ่งแถวนั้นเลยมานิดนึง จะเป็นแคมป์ก่อสร้าง

ผู้โดยสารมากันเป็นครอบครัว มีพ่อแม่ลูกและผู้หญิงอีกหนึ่งคน น่าจะเป็นชาวต่างชาติ เพราะได้ยินพูดภาษาเขมร เดินลงมาจากห้างเรียกแท็กซี่ พร้อมของพะรุงพะรัง ตนซึ่งปกติก็มีรับงานผ่านแอปฯ ไปเรื่อย ๆ วันนั้นอยากหาค่ากับข้าวใกล้ ๆ บ้าน เลยรับผู้โดยสาร ได้เงินมาประมาณ 60 กว่าบาท

ด้วยความที่เขาอาจจะไม่ทันได้ระวังตัวกัน จึงทำให้เงินหล่นออกมาตกลงตรงพื้นรถ พอมีถุงวางทับไว้ เมื่อถึงที่หมาย ผู้โดยสารก็ยกของลง แล้วหันหลังเดินไปเลย โดยไม่ได้สังเกตว่ามีเงินหล่นอยู่กว่า 2,000 บาท ตนนั้นมักจะชอบมองเบาะหลัง เมื่อผู้โดยสารลงรถ เพื่อดูว่ามีใครทำของอะไรหล่นไว้ไหม พอหันมามองก็เห็นว่ามีเงินหล่นอยู่ จึงถ่ายวิดีโอไว้ คิดว่าน่าจะเป็นของผู้โดยสารล่าสุด ก็เลยพูดไปตามคลิปว่า เขาต้องออกมาเอาแน่นอน

“หลังจากถ่ายคลิป ผมก็นั่งรอประมาณ 15 นาที สักพักผู้โดยสารคนดังกล่าวก็วิ่งตาเหลือกกลับมา ซึ่งก็คิดไว้แล้วว่า เขาต้องกลับออกมาแน่นอน จากนั้นก็ถามว่า “มีอะไรหรือเปล่าครับ” เขาก็บอกว่า “พี่เห็นตังค์ผมหล่นไหม” ซึ่งผมก็ไม่ได้ทำอะไรกับเงินผู้โดยสาร วางไว้ที่เดิม

แล้วถามว่า “นั่นใช่ตังค์น้องหรือเปล่า หล่นเท่าไหร่” เขาก็ไม่ได้พูดอะไร แค่มาดูและบอกว่าตังค์เขา ผมเลยให้เขาคืนไป มันก็น่าจะเงินเขานั่นแหละ คิดว่าเขาก็รีบวิ่งมา คงกลัวว่าเราจะไปแล้ว แต่เรายังไม่ไป ยังรออยู่ แต่ถ้าเขาไม่ออกมา ก็กะจะเดินเข้าไปตามหา แต่รอก่อน เพราะในแคมป์ก่อสร้างคนมันเยอะ” คุณต้อง กล่าว

คุณต้อง กล่าวต่อว่า ตอนนั้นก็เกิดความคิดสงสารยังไงไม่รู้ ด้วยความที่ตนเจอผู้โดยสารที่มาใช้บริการ ทั้งไม่มีเงินบ้าง ต้องย้ายห้องบ้าง ส่วนมากจะเป็นคนงานก่อสร้างจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่เป็นแฟนคลับตนก็เยอะ ไประยองบ้าง ไปชลบุรีบ้าง

บางทีก็บอกตนว่าไม่มีเงินนะ ลดให้ได้ไหม ตนก็ช่วยลดให้จากค่าเดินทาง 2,000 บาท ก็คิดแค่ 1,500 บาท ถ้าจะให้เอาเงินให้เลย ตนก็ไม่มีเหมือนกัน แต่ก็พอช่วยแบบนี้ได้ อาศัยว่าวันหน้าเขาคงเรียกใช้บริการอีก

“ด้วยความที่ผมขับแท็กซี่มานาน เจอคนลำบากมาเยอะ บางทีคนต่างชาติมาจากต่างจังหวัด นั่งรถมากทม. แล้วมาโดนหลอกโดนโกงกำเงินมา 5,000 บาท โดนโกงค่ารถไปแล้ว 2,000-3,000 บาท ไหนจะค่าห้อง ค่ากินอีก เดือนหน้าจะอยู่ยังไง และด้วยความที่เป็นคนงานก่อสร้าง ผมก็ไม่รู้ว่าเขาได้เงินวันละเท่าไหร่ แต่เงิน 2,000 บาท มันเยอะสำหรับเขาแน่นอน ก็เลยสงสาร ไม่ชอบคนเอาเปรียบคนอยู่แล้ว การที่ได้คืนเงินให้ผู้โดยสาร ผมรู้สึกภูมิใจ ดีใจ ถึงมันจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ในความรู้สึกคือ จริงใจที่จะให้” คุณต้อง กล่าว

คุณต้อง กล่าวด้วยว่า ฝากบอกทิ้งท้ายสำหรับพี่น้องแท็กซี่ อยากให้หากินโดยสุจริต สำหรับพี่น้องผู้โดยสาร หากมาจากต่างจังหวัด ขึ้นรถขนส่งต่าง ๆ ให้ดูให้ดี ๆ ว่าขึ้นแท็กซี่ตรงไหน ลงตรงไหน ถ้าแท็กซี่เหมาอะไรก็ไม่ควรนั่ง การนั่งลงรถอะไรต่าง ๆ ก็ควรตรวจสอบสิ่งของ เรื่องนี้แท็กซี่เจอบ่อยมาก บางทีก็ไม่ได้คืน กับข้าว เสื้อผ้าก็มี 

‘พิธีกรดัง’ มองมุมกลับ ปมดรามา ‘Apple’ นำเสนอเมืองไทยในมุมล้าสมัย ชี้!! ไม่ใช่การด้อยค่า แต่เป็นการโชว์ความเป็น ‘คนไทย’ ที่ไม่ซ้ำชาติใดในโลก

(26 ก.ค. 67) จากเฟซบุ๊ก 'KUL' โดย กุลวิชญ์ สำแดงเดช ผู้ดำเนินรายการ Ringside การเมือง ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า…

“Smile Thailand
ดินแดน แห่งรอยยิ้ม

เห็นมีดรามาเรื่องที่ Apple นำเสนอไทย ในโฆษณาล่าสุด ในมุมของความล้าสมัย ดูไม่เจริญ ส่วนตัว ผมมองไม่เห็นจุดด้อยตรงนั้นเลยนะ

เอาจริง ๆ ไทยก็ไม่ใช่ประเทศที่มีจุดขายด้านความศิวิไลซ์ เทคโนโลยีทันสมัยอะไรอยู่แล้ว เขามาเมืองไทยเพราะเขาต้องการมาดูวิถีชีวิตแบบไทย ๆ นี่แหละ

กลับขอบคุณ Apple ด้วยซ้ำ ที่เลือกไทย เป็น Main Content ทำให้เรา ดังไกลไปทั่วโลก

ไม่ได้ดังเรื่องความล้าหลังอย่างที่หลายคนเข้าใจ 
แต่ดังไกลในเรื่อง ‘คนไทย’ หรือ Thai People นี่แหละ

การนำเสนอคนไทย ที่มาพร้อม รอยยิ้ม ขี้เล่น ติดตลก มีไมตรี กับทุกคน นี่แหละ คือ Thai Soft power ที่ Apple ทำออกมา แล้วโคตรดี

ไอ้ความก้าวล้ำด้านวัตถุ หลายประเทศก็มี 
แต่ความเป็นคนไทย มีแต่ไทยนี่แหละที่เป็นได้

เป็น Super Soft Power เอกลักษณ์ของประเทศไทย
แล้ว Apple ก็จับจุดได้ดีจริงๆ ❤👍☺”

'ลายไทยแอปฯ’ ผลงานสุดสร้างสรรค์ 'นิสิตปี 4’ ศิลปนาฏดุริยางค์ แปลงร่าง 'สื่อโซเชียลมีเดีย' ให้กลายเป็นคนด้วย 'ลายไทย'

เมื่อวานนี้ (25 ก.ค. 67) เฟซบุ๊ก 'นภดล มูลนะเมฆ' ได้เผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ ประจำปีพุทธศักราช 2567 ชื่อชุด ‘ลายไทยแอปฯ’ (lai thai application) 50% จากแรงบันดาลใจตัวละคร จิตรกรรมอยากเป็นแอปพลิเคชัน สู่การสร้างสรรค์งานทางด้านนาฏศิลป์ผสมผสานกับเทคโนโลยี นวัตกรรม ของสื่อโซเชียลมีเดีย ที่มีอิทธิพลต่อสังคมในปัจจุบันเป็นอย่างมาก 

โดยเป็นศิลปนิพนธ์แนวสร้างสรรค์ ชั้นปริญญาตรี ปีที่ 4 คณะศิลปนาฏดุริยางค์ ภายใต้อาจารย์ที่ปรึกษา Trirat Wisutthiphan และ Kwanjai Kongthaworn

ขอบพระคุณครูไก่สุรัตน์ จงดา และครูบิ๊กพีรมณฑ์ ชมธวัช สำหรับคำปรึกษาวิธีการเลือกใช้ผ้าเครื่องแต่งกาย และนุ่งผ้าชักชายสะบัด ขณะที่ผู้สร้างสรรค์แรงบันดาลใจภาพวาด คือ Thinnakorn Pinthong

ทั้งนี้ เจ้าของผลงานยังระบุอีกว่า “ฝากติดตามผลงานเป็นกำลังใจให้กลุ่มพวกเราด้วยนะครับ ฝากกดไลค์กดแชร์ให้หน่อยนะครับ Jutamanee Sayaing Mananya Tabtim ยังมีอีกหลายแอปฯ มาก รอติดตามชมนะครับ”

โดยโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้าไปชื่นชมอย่างต่อเนื่อง และแชร์ออกไปในวงกว้าง ตลอดจนหลายเพจนำไปเผยแพร่ต่อด้วย เช่นว่า

“จึ้ง / นี่แหละสร้างสรรค์ / รอนาง TikTok / เก่งจัง / สวยมากครับ / แต่งหน้าเหมือนตุ๊กตาพลาสติกเลยค่ะ มีความเลื่อม ๆ มัน ๆ เราชอบมากค่ะ ทำถึง / เก่งมาก ๆ ไอเดียดี สวยค่ะ อย่าลืม ใส่ธงชาติไทยน่ารัก ๆ ด้วยนะคะ กันเพื่อนบ้านแสนรักเคลมค่ะ / ชอบมาก สุดยอดความครีเอทีฟ / ทุกครั้งที่เห็นคนไทยทำและสร้างสรรค์ผลงานออกมาแต่ละทีคือจะมีความรู้สึกเสียวสันหลังมากกก ว่าอีเขมรมันต้องก๊อปและเคลมแน่ ๆ”

ขณะที่ คุณ Thinnakorn Pinthong ซึ่งเป็นผู้วาดภาพลายเส้นก็ได้แชร์ผลงานปั้นดังกล่าว พร้อมระบุว่า “นี่แหละ ๆ งานผมจะมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ แล้วครับ”

ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ร่วมพิธีเปิดและตรวจเยี่ยมกิจกรรมฝึกอาชีพบริการประชาชน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ โรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา

วันที่ 26 กรกฎาคม 2567 เวลา 10.30 น. นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นางมารศรี ใจรังษี ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ร่วมพิธีเปิดและตรวจเยี่ยมกิจกรรมงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมี พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีเปิด ณ โรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา แขวงคลองถม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) กองทัพอากาศ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน

นางมารศรี กล่าวว่า ในวันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านปลัดกระทรวงแรงงานเป็นผู้แทนร่วมพิธีเปิดและตรวจเยี่ยมกิจกรรมจิตอาสาออกหน่วยบริการแก่ประชาชนเฉลิมพระเกียรติฯ ของกระทรวงแรงงาน ซึ่งกระทรวงแรงงานได้ร่วมกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) กองทัพอากาศ และหน่วยงานต่างๆ จัดขึ้น สำหรับที่โรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา เขตสายไหมแห่งนี้ ในส่วนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรมการสาธิตและทดลองฝึกปฏิบัติอาชีพอิสระ การประดับและตกแต่งกระเป๋าผ้า ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย กระทรวงแรงงาน จึงขอเชิญชวนประชาชน เข้าร่วมงานและรับบริการฝึกอาชีพได้ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. โดยให้บริการฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top