Tuesday, 11 August 2026
Hard News Team

‘หงส์ไทย’ ร่วมอัดฉีด นักกีฬาโอลิมปิก ‘เหรียญละ 2 แสน-ยาดม 1,200 โหล’ เผย!! ดีใจที่ได้เพิ่มกำลังใจ สร้างความสดชื่น ขอเคียงข้างทุกความสำเร็จของคนไทย

(11 ส.ค. 67) จากชัยชนะครั้งสำคัญของนักกีฬายกน้ำหนักไทยที่คว้าเหรียญโอลิมปิก 2024 มาได้ถึง 3 คน ได้แก่ ฟ่าง ธีรพงศ์ ศิลาชัย, ออย สุรจนา คำเบ้า และเวฟ วีรพล วิชุมา

ได้กลายเป็นไวรัลอยู่ช่วงหนึ่ง ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันได้ปรากฏภาพของ ฟ่าง ธีรพงศ์ ศิลาชัย นักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย คว้าเหรียญเงินจากยกน้ำหนักรุ่น 61 กิโลกรัมชาย ในกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่ดมยาดมสมุนไพรตรา ‘หงส์ไทย’ ก่อนขึ้นแข่ง ทำเอาชาวเน็ตถึงขั้นแซวว่า ‘ดมหงส์ไทยแล้วทรงพลัง’ เลยทีเดียว ซึ่งต่อมา บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ออกมาแสดงความยินดีกับการชิงคว้าชัยของ ฟ่าง ธีรพงศ์ ก่อนหน้านี้ รวมทั้งนักกีฬาที่คว้าเหรียญโอลิมปิกคนอื่นๆ ด้วย

ล่าสุด บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ก็ได้ออกมาร่วมสนับสนุนนักกีฬาไทย ผู้คว้าชัยชิงเหรียญโอลิมปิก ปารีส 2024 ทุกเหรียญรางวัล คนละ 200,000 บาท พร้อมมอบผลิตภัณฑ์สมุนไพร จำนวน 1,200 โหล (คิดเป็น 14,400 ชิ้น) ให้ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)

โดยระบุว่า หงส์ไทย ร่วมสนับสนุนนักกีฬาไทย ผู้คว้าชัยชิงเหรียญโอลิมปิกเกมส์ปารีส 2024 มอบให้กับนักกีฬาทุกเหรียญรางวัล ท่านละ 200,000 บาท

พร้อมมอบผลิตภัณฑ์สมุนไพร จำนวน 1,200 โหล ให้ทาง กกท. (การกีฬาแห่งประเทศไทย) เพื่อส่งมอบให้ทางสมาคมกีฬาของนักกีฬาที่ได้เข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้

ขอขอบคุณนักกีฬาทุกท่านที่สนับสนุน ยาดมหงส์ไทย มาโดยตลอด ขอขอบคุณที่ทำให้เรามีทุกวันนี้

(ธรรมชาติพัฒนา เพื่อความพึงพอใจ ของผู้บริโภค)

หงส์ไทยดีใจที่ได้เป็นส่วนร่วม เพิ่มกำลังใจสร้างความสดชื่น เป็นอาวุธลับ อยู่คู่นักกีฬาไทย และอยู่เคียงข้างมุ่งสู่ความสำเร็จของคนไทยทุกคน

ผู้ช่วย ผบ.ตร. ย้ำขับขี่ประมาทหวาดเสียว ยกล้อ นอนหมอบ มีโทษตามกฎหมาย ยกตัวอย่างคดี “4 กรณีสายแว้น” ศาลสั่งทั้งจำทั้งปรับ-ริบรถของกลาง

วันนี้ (11 ส.ค. 67) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้มีนโยบายกวดขันวินัยจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียที่เกิดจากความประมาท ละเลยกฎจราจร เพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด

ตัวอย่างอุทาหรณ์ 4 เหตุการณ์ล่าสุด กรณีที่ 1 เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ปรากฎคลิปจากเพจ “เฮียขับรถ” ซึ่งเป็นกลุ่มรถจักรยานยนต์ขับขี่ในลักษณะประมาทน่าหวาดเสียว คณะทำงานจึงได้บูรณาการร่วมกับ บก.น.7 โดยมี พ.ต.อ.ชัยพล เอกกุล รอง ผบก.น.7 และ พ.ต.อ.บุญโรจน์ โลจายะ ผกก.สน.ธรรมศาลา สืบสวนสอบสวนจนสามารถติดตามนำตัวหนึ่งในผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา และนำตัวส่งฟ้องศาลในข้อหา “ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยฯ ,ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ต่อมาศาลพิพากษา จำคุก 1 เดือน ปรับ 4,500 บาท โทษจำคุกรอ 2 ปี รายงานตัว 4 ครั้ง ทำงานบริการสังคมหรือสาธารณะประโยชน์ 20 ชั่วโมง

กรณีที่ 2 เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้ปรากฏภาพบนโซเชียลมิเดียโพสต์คลิป ชายขับขี่รถจักรยานยนต์ในลักษณะส่ายไปมา-นอนขับ-ยืนขับ พร้อมทั้งโชว์บั้นท้าย คณะทำงานฯ จึงได้มีการประสานข้อมูลบูรณาการร่วมกับ ภ.จว.สุรินทร์ โดยมี พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ และ พ.ต.อ.วีระพันธ์ ณ ลำปาง ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ ท้องที่เกิดเหตุ สืบสวนสอบสวนจนสามารถติดตามนำตัวผู้ก่อเหตุ มารับทราบกล่าวหาและนำตัวส่งฟ้องต่อศาล ในข้อหา “ขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยฯ” ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 5,000 บาท รอลงอาญา 1 ปี ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

กรณีที่ 3 เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ปรากฎคลิปภาพเยาวชนอายุ 14-16 ปี จำนวน 8 ราย ได้ขับรถมาจอดรอบริเวณสี่แยกไฟแดง แล้วมีการเบิ้ลเครื่องส่งเสียงดัง-ยกล้อและจอดรถมายืนชูมือกลางถนน ท่ามกลางฝนตกหนัก คณะทำงานจึงได้บูรณาการร่วมกันกับ ภ.จว.ขอนแก่น โดยมี พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ท้องที่ที่เกิดเหตุ สืบสวนสอบสวนจนสามารถติดตามนำตัวผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา โดยชุดสืบสวนได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 4 คันไว้เป็นของกลาง พาชายเยาวชนทั้ง 8 คนเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานขับรถโดยประมาทน่าหวาดเสียวฯ ,ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยฯ ,ก่อให้เกิดเสียงดังเดือดร้อนรำคาญในถนนสาธารณะ ,ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถ,และไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน”และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

และกรณีสุดท้าย เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้ปรากฎคลิปภาพรถจักรยานยนต์ ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในโซเชียล คณะทำงานจึงได้บูรณาการร่วมกับ บก.น.8 โดย พ.ต.อ.เจษฎา สวยสม รอง ผบก.น.8 และ พ.ต.อ.จุมพล สินศิริพงษ์ ผกก.สน.ทุ่งครุ ท้องที่เกิดเหตุ สืบสวนสอบสวนจนสามารถติดตามนำตัวผู้ก่อเหตุ มารับทราบกล่าวหาและนำตัวส่งฟ้องต่อศาล ในข้อหา “ขับขี่รถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวฯ, ขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยฯ” ศาลมีคำพิพากษาลงโทษ จำคุก 1 เดือน ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง โทษจำคุกรอลงอาญา 1 ปี

นอกจากนี้ พล.ต.ท.สำราญฯ ย้ำว่า คณะทำงานป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้วางแนวทางการดำเนินคดีอย่างเข้มงวดในกรณีขับขี่ในลักษณะนี้ คือการนอนหมอบขับขี่-ยกล้อ-เบิ้ลเครื่องส่งเสียงดัง ล้วนเป็นการขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งของตนเองและผู้อื่น เป็นอันตรายและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นเป็นอย่างมาก และศาลมีแนวทางคำพิพากษาลงโทษหนัก ทั้งผู้ขับขี่และเจ้าของรถ ทั้งนี้ ยังได้ขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ทั้งการโพสต์ชักชวน เชิญชวน บนสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ รวมทั้งการรวมตัวกันบนท้องถนนที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน โดยพี่น้องประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสเหตุได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘หมอวรงค์’ เดินหน้าเสนอให้ยุบ ‘พรรคประชาชน’ หลังพบหลักฐานสำคัญ ชี้!! ‘ถิ่นกาขาว’ มีสาขาไม่ครบ เป็นพรรคที่สิ้นสภาพ เอามาดำเนินการไม่ได้

(11 ส.ค. 67) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า ... 

#ทำไมต้องเสนอยุบพรรคประชาชน

ตามที่สื่อเสนอข่าวว่า พรรคประชาชนเกิดจาก การที่นำพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล มาเปลี่ยนชื่อพรรค เนื่องจากพรรคการเมืองเป็นสถาบันสำคัญ ของระบอบประชาธิปไตย ต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้

จากการตรวจสอบผ่านเว็บกกต. พบว่าพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล ซึ่งเป็นพรรคต้นกำเนิด ของพรรคประชาชน มีสาขาพรรค3สาขา ภาคเหนือ 2สาขา และภาคกลาง 1 สาขา ไม่มีสาขาภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กฎหมายพรรคการเมือง กำหนดไว้ว่าพรรคการเมืองย่อมสิ้นสภาพ ถ้ามีสาขาพรรคการเมือง เหลือไม่ถึงภาคละ1สาขา เป็นระยะเวลาติดต่อกัน1ปี นั่นหมายความว่า พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล ต้องมีสาขาครบทั้ง4ภาค ห้ามขาดหายไปติดต่อกัน1ปี ถ้าไม่ครบพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลต้องสิ้นสภาพ

ข้อมูลหน้าเว็บกกต. พบว่าพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล มีสาขาพรรคเพียงแค่ 2ภาค ซึ่งไม่ครบ4ภาค และจัดตั้งตั้งแต่ปี 2555 เพื่อความโปร่งใส กกต.ต้องตรวจสอบและชี้แจง ให้ประชาชนได้รับทราบ รายละเอียดการมีสาขาในแต่ละปี

ถ้าพรรคถิ่นกาขาวมีสาขาไม่ครบ4ภาค ติดต่อกัน1ปี จะเข้าข่ายการสิ้นสภาพของพรรคตามกฎหมาย นั่นหมายความว่าพรรคประชาชน จะไม่สามารถนำพรรคที่สิ้นสภาพ มาดำเนินการเปลี่ยนชื่อพรรคได้

พรรคไทยภักดีจะไปยื่นเรื่องดังกล่าว ให้กกต.ตรวจสอบ และดำเนินการต่อไปให้เป็นไปตามกฎหมาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนระวังมิจฉาชีพเลียนแบบโดเมน “.go.th” ของแท้จะต้องอยู่ช่องแรกถัดจาก https:// เท่านั้น

วันนี้ (11 สิงหาคม 2567) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ โดยปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่าได้มีกลุ่มมิจฉาชีพทำการเลียนแบบโดเมน “.go.th” ซึ่งเป็นโดเมนที่มีไว้สำหรับหน่วยงานราชการ แล้วนำมาใช้ในการหลอกลวงพี่น้องประชาชน

โดยมิจฉาชีพจะสร้างลิงก์ที่มีข้อความ “.go.th” ลงท้าย ไว้ในส่วนที่เป็นพาธ (Path) หรือเส้นทางที่นำไปสู่ไฟล์หรือตำแหน่งต่าง ๆ ของข้อมูลบนเว็บไซต์ ซึ่ง Path จะอยู่ด้านหลังของชื่อโดเมนเสมอและคั่นเครื่องด้วยหมายทับ “/” เช่น หากเป็น URL https://www.royalthaipolice.go.th/index.php Path ของ URL ดังกล่าวคือ “index.php” ส่วนเว็บไซต์ปลอมที่สร้างเลียนแบบที่ตรวจสอบพบคือ https://dif.link/www.ccid1.ccib.go.th ซึ่งจะเห็นได้ว่าหากไม่ได้สังเกตให้ดี อาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการที่ลงท้ายด้วย “.go.th” แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียง Path ของเว็บไซต์ https://dif.link เท่านั้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนพี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวังในการกดลิงก์ URLs ต่าง ๆ โดยให้สังเกตก่อนว่าเป็นเว็บไซต์ที่ท่านต้องการเข้าใช้งานจริงหรือไม่ และในส่วนของการสังเกตว่าเป็นโดเมน “.go.th” ของจริงหรือไม่ ให้ดูจากโดเมนของเว็บไซต์ ซึ่งจะอยู่หลัง “https://” และอยู่ก่อนหน้า “/” เช่น https://www.royalthaipolice.go.th/ เป็นต้น

ในส่วนของเว็บไซต์เลียนแบบที่ตรวจสอบพบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานงานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการร้องขอต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ดังกล่าว อย่างไรก็ดี มิจฉาชีพอาจสร้างเว็บไซต์ปลอมขึ้นใหม่เพื่อใช้ในการหลอกลวงพี่น้องประชาชน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการตรวจสอบหาเว็บไซต์ปลอมในลักษณะดังกล่าวอยู่เสมอ และจะได้การสืบสวนสอบสวนเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุดท้ายนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

'อ.พงษ์ภาณุ' ชี้ 3 ตัวแปร Black Monday ตลาดหุ้นทั่วโลก 'AI ไม่ปังดังหวัง-ญี่ปุ่นปรับขึ้นดอกเบี้ย-สหรัฐฯ ว่างงานพุ่ง'

จากรายการ Easy Econ ซึ่งออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES เมื่อวันที่ 11 ส.ค.67 ได้พูดคุยในประเด็น 'Black Monday ตลาดหุ้นทั่วโลก: ไทยเตรียมรับแรงกระแทกอย่างไร?' โดยมี 'อ.พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์' อดีตปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศ ได้พูดถึงประเด็นนี้ ว่า...

ตลาดทุนเป็นกลไกสำคัญที่สุดกลไกหนึ่งของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม แต่การที่ตลาดทุนมีอารมณ์ผันผวนอย่างรุนแรงเมื่อวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม และ 2-3 วันก่อนหน้า ทั้ง ๆ ที่ 2 สัปดาห์ก่อนตลาดหุ้นนิวยอร์กและตลาดโตเกียวต่างก็ทำสถิติ New High มาด้วยกัน บรรยากาศความโลภ (Greed) ถูกแทนที่ด้วยความกลัว (Fear) ภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ จึงต้องถือว่าตลาดทุนได้ส่งสัญญาณบางอย่าง ซึ่งผู้วางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมิอาจที่จะละเลยได้

ประการแรก Artificial Intelligence-AI คือทางออกของโลกจริงหรือไม่ ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับอานิสงส์จากความคาดหวังในอนาคตของธุรกิจ AI และบริษัท Tech Firms ต่าง ๆ อาทิ Apple, Amazon, Alphabet, Meta และ Microsoft เมื่อผลประกอบการที่ประกาศออกมาไม่เป็นไปตามคาด ประกอบกับแนวโน้มความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลกซึ่งจะมีผลต่ออุตสาหกรรมผลิต Chips จึงก่อเกิดผลกระทบรุนแรงต่อตลาดหุ้นทั่วโลก

ประการที่สอง ตลาด Unwind Yen Carrytrade การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่นในรอบหลาย 10 ปี ในสถานการณ์ที่ธนาคารกลางสำคัญรวมทั้ง Fed กำลังและเตรียมที่จะลดดอกเบี้ย ได้ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลสำคัญของโลกเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง และได้ก่อให้เกิดการปรับสมดุลของพอร์ตการลงทุน (Portfolio Rebalancing) ของนักลงทุนทั่วโลก ที่เคยกู้เงินเยนมาลงทุนในตราสารสกุลดอลลาร์ แต่ตลาดที่ได้รับผลโดยตรงและแรงที่สุดก็คือ ตลาดนิวยอร์กและตลาดโตเกียว ซึ่งมีดัชนีร่วงลงกว่า 10%

ประการสุดท้ายและน่าจะเป็นสาเหตุสําคัญที่สุด คือความกลัว Recession แม้ สหรัฐฯ รอดพ้นจาก Recession มาตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่าที่ Fed ขึ้นดอกเบี้ยจาก 0 มาเป็น 5.5% ในปัจจุบัน แต่ความกลัวดังกล่าวเริ่มเข้าใกล้ความจริงยิ่งขึ้นเมื่อตัวเลขการว่างงานของสหรัฐฯ ประจำเดือนกรกฎาคมมีการประกาศออกมาอยู่ที่ 4.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี การที่ Fed ไม่ลดดอกเบี้ยในการประชุมรอบที่แล้วก็ทำให้ตลาดผิดหวังมาทีหนึ่งแล้ว แม้ว่า ประธาน Jerome Powell จะได้ออกมาปลอบว่า Fed เตรียมพร้อมลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้าในเดือนกันยายน โดยตลาดเชื่อว่าอาจจะมีการลดถึง 50%

ในด้านของตลาดไทย ถึงจะได้รับผลกระทบอยู่บ้างในช่วงแรก แต่ก็สามารถตีกลับสู่ปกติอย่างรวดเร็ว และแม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ในระยะปานกลาง-ยาว แต่ตลาดไทยก็น่าจะได้รับผลบวกจากความผ่อนคลายแรงกดดันต่าง ๆ จากการลดดอกเบี้ยของ Fed 

ส่วน ‘ธนาคารแห่งประเทศไทย’ แม้จะไม่ค่อยจะมีความห่วงใยต่อปากท้องชาวบ้านเท่าไหร่ ก็ควรจะเลิกทำตัวเป็นตัวตลก และกลับตัวกลับใจมาทำหน้าที่ของตนที่ควรจะเป็นในการร่วมมือกับรัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจชาติเสียที มิเช่นนั้นคนไทยอาจจะลืมว่าประเทศไทยก็มีธนาคารกลางกับเขาเหมือนกัน เพราะที่ผ่านมา ธปท.ทำตัวเหมือนจ่าเฉยที่มีอยู่ตามแยกจราจรทั่วไป แทนที่จะเป็นธนาคารกลางที่ดีเช่นธนาคารกลางชั้นนำอื่น ๆ

ตำรวจภาค 4 เข้ม “ร้อยเอ็ดโมเดล” สกัดจับยาบ้า 1 ล้านเม็ด เตรียมขยายผลจับกุมผู้สั่งการ

ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งแก้ไขปัญหายาเสพติดทั่วประเทศ โดยให้จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นพื้นที่ปลอดยาเสพติดและอาชญากรรม พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4 ได้ระดมสรรพกำลังทั้งตำรวจในจังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดใกล้เคียง กวาดล้างจับกุมยาเสพติด และบูรณาการกับหน่วยงานจังหวัดร้อยเอ็ด ดำเนินมาตรการป้องกันและบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด รวมทั้งเปิดปฏิบัติการเด็ดปีกค้ารายย่อยในพื้นที่ตำรวจภาค 4 มาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด โดยอำนวยการของ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4, ตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด นำโดย พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด, พ.ต.อ.ภาสกร หินเธาว์ ผกก.สภ.ธวัชบุรี, ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.ร้อยเอ็ด พร้อมหน่วยบูรณาการในพื้นที่ ได้ร่วมกันจับกุมคดียาเสพติด 2 ราย ผู้ต้องหา 6 คน ของกลางยาบ้า จำนวน 1,000,000 เม็ด ตรวจยึดทรัพย์สินฯ 1.รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ จำนวน 1 คัน ราคาประมาณ 500,000  บาท 2.รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า จำนวน 1 คัน ราคาประมาณ 400,000 บาท

คดีที่ 1 ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.ร้อยเอ็ด ได้สืบสวนทราบว่า จะมีขบวนการค้ายาเสพติดลำเลียงยาบ้าจำนวนมากผ่านพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด จึงวางแผนจับกุม ต่อมาวันที่ 9 ส.ค.67 เวลา 19.30 น. ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.ร้อยเอ็ด ตำรวจ สภ.จังหาร และฝ่ายข่าว กกล.สุรนารี ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 5 คน คือ นายธีระชัย, นายสุขสรรค์, นายเจษฎา, นายพิสุทธิศักดิ์, นายชโยทัย ได้บริเวณริมถนนเส้นทางระหว่าง จ.กาฬสินธุ์-จ.ร้อยเอ็ด ต่อเนื่อง บริเวณบ้านแซงแหลม ม.6 ต.แสนชาติ อ.จังหาร ต.ร้อยเอ็ด และ บริเวณสวนด้านทิศตะวันตกบ้านหัวขวา-บ้านกุดโค ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ พร้อมของกลางยาบ้ารวม 1,000,000 เม็ด พร้อมตรวจยึดอายัดทรัพย์สิน เป็นรถกระบะ isuzu สีขาว หมายเลขทะเบียน จฉ 20xx ชลบุรี 1 คัน ราคาประมาณ 500,000 บาท และรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า 1 คัน ราคาประมาณ 400,000 บาท รวม 900,000 บาท เบื้องต้นแจ้งหาว่าร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า จนก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน กระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยในกลุ่มประชาชน เบื้องต้นผู้ต้องหารับว่า รับจ้างขนยาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง โดยผู้ว่าจ้างอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน จากนั้นจึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส. สภ.จังหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและสืบสวนจับกุมผู้ว่าจ้างรวมทั้งผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดต่อไป 

คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 9 ส.ค.67 เวลาประมาณ 11.00 น.ตำรวจ สภ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ได้จับกุมตัวนายเรวัติ อายุ 23 ปี ได้ที่ หมู่ 6 บ้านฝั่งแดง ต.อุ่มเม้า อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด หลังพบพฤติกรรมการเสพยาเสพติด เบื้องต้นชุดสืบสวนจะทำการขยายผลหาผู้ค้ายาเสพติด และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีต่อไป พร้อมกันนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย ก่อนนำผู้ต้องหา ส่ง พงส.สภ.ธวัชบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลจับกุมผู้ค้าและผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดต่อไป

สำหรับในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ได้มีการกวาดล้างจับกุมยาเสพติดอย่างเข้มข้น และสกัดจับกุมการขนยาเสพติดรายใหญ่ผ่านเส้นทาง จ.ร้อยเอ็ด มาแล้ว  หากมีการจับกุมผู้เสพยาเสพติด ก็จะนำตัวไปบำบัด และนำข้อมูลจากผู้เสพไปขยายผลจับไปกุมผู้ค้า ผู้ร่วมขบวนการ รวมทั้งใช้มาตรการยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดตามแนวทาง “ร้อยเอ็ดโมเดล”

‘เศรษฐา’ ปลื้ม ‘ค่ายซินบีมวยไทย’ ที่ภูเก็ต นักท่องเที่ยวต่างชาติ เรียนกันแน่นค่าย เล็งต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ ดันศิลปะการต่อสู้ สร้างรายได้ ให้เป็นห่วงโซ่ทางธุรกิจ

(11 ส.ค. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพการฝึกซ้อมมวย พร้อมระบุข้อความผ่าน x หรือทวิตเตอร์ ว่า ...

“ภูเก็ตมีฝรั่งปิดซอยต่อยกันแล้วครับ”

เพื่อนคนภูเก็ตบอกผมและให้ดูรูปค่ายมวยไทย ฟังแล้วน่าสนใจ จุดประกายต่อยอดเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ การท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและธุรกิจเกี่ยวกับ Mixed martial arts ได้มากเลยครับ

ในภูเก็ตมีค่ายมวยกว่า 300 แห่ง ทั้งค่ายใหญ่ค่ายเล็ก มีรูปแบบการสอนหลากหลาย อย่างในรูปนี่คือ ‘ค่ายซินบีมวยไทย’ ที่หาดในหาดเป็นค่ายมวยขนาดกลางมีครูประมาณ 30 คน

ทำให้ผมรู้ว่าที่ภูเก็ตมี Muay Thai Village ซึ่งตั้งอยู่ใน ‘ซอยตาเอียด’ ต.ฉลอง ในซอยนั้นมีค่ายมวยหลายสิบค่าย และค่ายที่ใหญ่สุดคือค่ายมวยไทเกอร์ที่โด่งดังไปทั่วโลก ไทเกอร์มวยไทยมีครูกว่า 100 คน มีนักเรียนลงทะเบียนเรียนตลอด 1 ปีที่ผ่านมากว่า 80,000 คน มีเวที 12 เวที สำหรับจัดการแข่งขัน คิดดูครับค่ายมวย 1 ค่ายนี้จะนำมาสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจได้มากขนาดไหน

อย่างแรกเลย นักเรียนมวยเหล่านี้ มาเรียนชกมวยคอร์สเริ่มต้น ก็ 15 วันแล้ว และมีคอร์ส 1 เดือน จนไปถึงหลายเดือน บางทีก็มาเรียนกันทั้งครอบครัว รวมเด็กเล็กๆ ก็มาเรียนกับพ่อแม่ด้วย และนี่ทำให้เราได้นักท่องเที่ยวแบบ ‘พำนักระยะยาว’ ซึ่งตอบโจทย์เรื่องการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวที่คุ้มค่ากับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่เราต้องลงทุนไปกับการท่องเที่ยว

เมื่อพำนักระยะยาวแล้วก็มีธุรกิจตามมาหลายอย่าง แค่ใน ‘ซอยตาเอียด’ ที่เดิมเป็นพื้นที่สวนยาง ชาวบ้านก็ปรับเปลี่ยนบ้านตัวเองเป็นที่พักอาศัย มีร้านอาหาร ร้านขายของ ร้านซักผ้า เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับรากฝอย กระจายรายได้ลงสู่ชุมชน

สินค้าที่เกี่ยวข้องกับค่ายมวยก็เป็นที่นิยม เช่น กางเกงมวยจากค่ายดังๆ อย่างไทเกอร์มวยไทย ใส่กันไปทั่ว เป็นของขายที่มีราคา กางเกง เสื้อชื่อค่ายมวย ประเจียดคล้องคอ ประเจียดรัดแขน และมงคลประเจียด (ที่คาดหัว) สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศ ทำเงินให้กับผู้ผลิตและผู้ขายอย่างมหาศาล

เมื่อนักเรียนมวยเรียนจบแล้วก็มี ‘เวที’ ให้ขึ้นชก ขายบัตรเข้าชมได้ และเมื่อนักเรียนได้แต่งตัว ไหว้ครูขึ้นชกเหมือนเป็นมืออาชีพ มีรูปลงโซเชียลมีเดียก็ทำให้คนอยากมาเรียนกันอีก

สุดท้ายที่น่ายินดี คือ ‘ครูมวย’ คือ นักมวยอาชีพที่เลิกชกแล้ว พวกเขาได้ทำหน้าที่สืบสานศิลปะการต่อสู้ของไทยอย่างมีศักดิ์ศรีและมีรายได้ นักมวยที่มีดีกรีได้ครองเข็มขัดแชมป์จากสนามมวยลุมพินี หรือสนามมวยราชดำเนิน ก็สามารถหารายได้ได้ถึงชั่วโมงละ 2,000 บาท เท่ากับว่า อายุงานของนักมวยอาชีพไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นนักมวย แต่คือการเป็นเทรนเนอร์มวยไทยที่ยิ่งมากประสบการณ์ค่าตัวยิ่งสูงยิ่งเป็นที่ต้องการของตลาด

มวยไทยอยู่ใกล้ตัวคนไทยและเราชินที่จะเห็นมวยไทยเป็นแค่กีฬาขึ้นชกบนเวที แต่การเติบโตของค่ายมวยอย่างไทเกอร์ที่ตอนนี้เปิดที่สิงคโปร์ ที่จีน หรือค่ายซินบี ทำให้เรามองมวยไทยในฐานะที่เป็นหนึ่งใน Mix martial arts และมีโอกาสขยายเป็นธุรกิจท่องเที่ยว กีฬา แฟชั่น ไปจนถึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาวิทยาศาสตร์การกีฬาในประเทศไทย

ทั้งหมดคือห่วงโซ่ทางธุรกิจที่จะสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับผู้คนได้กว้างขวาง ผมอยากให้ทั้ง ฝรั่ง จีน แขก ไทย อยากมาปิดซอยเรียนต่อยมวยที่ประเทศไทยครับ นายเศรษฐา ระบุทิ้งท้าย 

‘นิพิฏฐ์’ โพสต์ให้ความรู้ ม.112 ย้ำชัด!! กฎหมายนี้ แก้ไขได้ ในอดีตก็เคยทำมาแล้ว ตามคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน

(11 ส.ค. 67) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ทนายความ และอดีต ส.ส.พัทลุง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ...

มาตรา 112 กับระบบปกครอง และ สถาบันพระมหากษัตริย์ (ตอนที่ 1)

ผมพยายามเขียนให้อ่านง่าย โดยยึดหลักกฎหมายและหลักระบอบการปกครอง สถาบันพระมหากษัตริย์เกี่ยวข้องกับระบบการปกครองด้วยแต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยพูดถึงระบบการปกครองกัน

ใครจะเห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วยก็ได้ แต่ไม่ควรแสดงความเห็นในที่นี้ (เพราะความเห็นที่ปราศจากความรู้) อาจมีความผิดตามกฎหมายได้ ทางที่ดีอ่านอย่างเดียวจะดีกว่า

คำถามแรก: คือ มาตรา 112 แก้ไขได้หรือไม่

ตอบ: แก้ไขได้ เพราะตั้งแต่มีประมวลกฎหมายอาญา ตั้งแต่ปี 2500 มาตรา 112 ก็เคยแก้ไขมาแล้ว คือ แก้ไขตามคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519

คำถามที่สอง: การแก้ไขมาตรา 112 แก้ให้โทษหนักขึ้นได้หรือไม่ ตอบว่า ‘ได้’ / หรือ แก้ให้โทษน้อยลงได้หรือไม่ ตอบว่า ‘ได้’

มาตรา 112 แก้ได้ ทั้งแก้ให้โทษสูงขึ้นหรือน้อยลง แล้วแต่ดุลพินิจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาที่เราเลือกเข้าไป

คำถามต่อไป คือ เมื่อแก้ไขได้ ทำไมพรรคการเมืองที่ทำการแก้ไข จึงถูกยุบพรรคคำถามนี้ ไว้ตอบตอนต่อไปครับ/

สาวสั่ง ‘ข้าวไข่เจียว’ ผ่านแอป รอกินด้วยความหิว แต่สิ่งที่ได้ ไม่ตรงปกอย่างแรง!! ดูยังไงก็ไม่น่ากิน

(11 ส.ค. 67) ในโลกออนไลน์มีการแชร์ต่อและวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวจากสมาชิกกลุ่มพวกเราคือผู้บริโภครายหนึ่ง หลังจากที่ได้กดสั่งอาหารผ่านแอป แต่กลับต้องหมดอารมณ์รับประทาน หลังจากที่ได้รับเมนูอาหารมา เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาของข้าวไข่เจียวที่ดูยังไงก็ไม่ตรงปก

โดนสมาชิกดังกล่าว ได้โพสต์ภาพเมนูข้าวไข่เจียวกับตำแตง ที่สั่งผ่านแอปซึ่งจากรูปในเมนูข้าวไข่เจียว กับตำแตงนั้นดูน่ารับประทาน แต่สิ่งที่ได้กลับไม่ตรงปกอย่างมาก

โดยผู้โพสต์ได้ระบุข้อความอีกว่า 

“สั่งอาหารตามรูปจากออนไลน์ แต่สิ่งที่ได้มา ต้องตกใจไรก่อนดี!! ข้าวไข่เจียวที่ตั้งหน้าตั้งตารอนานแสนนาน ทำกันได้ลงคอ ร้านส้มตำเจ็ดยอดแห่งหนึ่ง”

‘เศรษฐา’ สั่งติดตามการค้าชายแดน หนุนจัด ‘มหกรรมการค้า’ ชี้!! 6 เดือน ขยายตัวดีขึ้น ส่งสัญญาณบวก ทำมูลค่าเศรษฐกิจเพิ่ม

(11 ส.ค. 67) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สั่งการหน่วยงานเกี่ยวข้อง ดำเนินนโยบายระหว่างประเทศด้วยความเป็นมิตร ส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกันในทุกระดับ เพื่อเพิ่มตัวเลขมูลค่าการค้าชายแดน-ผ่านแดน โดยให้ติดตามสถานการณ์การค้าอย่างใกล้ชิด เชื่อว่าเป็นตลาดที่สำคัญของการส่งออกสินค้าของไทย เพื่อต่อยอดเพิ่มพูนประโยชน์ทางด้านการค้าระหว่างประเทศกับเพื่อนบ้านและประเทศคู่ค้าและความสัมพันธ์ที่ดีของประชาชนในพื้นที่ และเพิ่มมูลค่าการค้าให้เศรษฐกิจไทย

โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 การค้าชายแดน-ผ่านแดน ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งสัญญาณบวก ขยายตัวที่ 3.6% จึงสนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าชายแดนใน งานมหกรรมการค้าชายแดนปี 2567 กระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดน สร้างพันธมิตรทางการค้าระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศคู่ค้า สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไทย

นายชัย กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินนโยบายตามแนวทางของนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศ ติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนและผ่านแดนอย่างใกล้ชิด จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ในช่วง 6 เดือนแรก ปี 2567 ที่มีสัญญาณที่ดี อยู่ในแดนบวก มีมูลค่าการค้ารวม 912,283 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยไทยส่งออก 534,316 ล้านบาท ส่วนมูลค่าการนำเข้าของไทยอยู่ที่ 377,968 ล้านบาท โดยที่ไทยได้ดุลการค้า 156,348 ล้านบาท โดยมูลค่าการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ในช่วงครึ่งปีแรก มีมูลค่าการค้ารวม 493,470 ล้านบาท โดยมูลค่าการค้าสูงสุดตามลำดับ ได้แก่ ลาว มีมูลค่าสูงสุด 150,697 ล้านบาท มาเลเซีย 149,361 ล้านบาท เมียนมา 106,630 ล้านบาท และ กัมพูชา 86,783 ล้านบาท ซึ่งจากมูลค่าการค้ารวมทั้งหมด แบ่งเป็นการส่งออก 305,452 ล้านบาท ในส่วนของการนำเข้าอยู่ที่ 188,019 ล้านบาท ทำให้ไทยได้ดุลการค้ารวม 117,433 ล้านบาท จากสินค้าส่งออกชายแดนที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันดีเซล 23,109 ล้านบาท น้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ 10,432 ล้านบาท และน้ำยางข้น 8,221 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าการค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม ช่วงครึ่งปีแรก มีมูลค่าการค้ารวม 418,813 ล้านบาท โดยการค้าผ่านแดนไปจีนมีมูลค่าสูงสุดที่ 244,175 ล้านบาท สิงคโปร์ 53,137 ล้านบาท และเวียดนาม 36,269 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งจากมูลค่าการค้ารวมทั้งหมด แบ่งเป็นการส่งออก 228,864 ล้านบาท และการนำเข้า 189,949 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% โดยสินค้าส่งออกผ่านแดนสำคัญ ได้แก่ ทุเรียนสด 67,601 ล้านบาท ฮาร์ด ดิสก์ ไดรฟ์ 40,957 ล้านบาท และยางแท่ง TSNR 19,500 ล้านบาท

นายชัย กล่าวว่า มูลค่าทางการค้าเพิ่มมากขึ้น เป็นข้อพิสูจน์ถึงการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดกิจกรรม ส่งเสริมการค้าชายแดน-ผ่านแดน งานมหกรรมการค้าชายแดนปี 2567 ระหว่างวันที่ 15 – 18 ส.ค.ที่จ.สงขลา บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการค้าภายใน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เข้าร่วม โดยจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า ประชุมติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน เจรจาจับคู่ธุรกิจออนไลน์ และสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top