ค่าครองชีพสะท้อนแรงงาน!! ค่าแรงสูงทำให้ค่าครองชีพสูงตาม เปรียบเทียบราคาอาหารจานเดี่ยว 5 ประเทศ เฉพาะไทยมีราคาถูกที่สุดในกลุ่ม ปัจจัยที่ต่างจากค่าแรง เช่น ที่พักและสุขภาพ
สัจธรรมบนโลกใบนี้ อย่ามองเพียงมุมเดียว!!!
ค่าแรงแพง...ค่าครองชีพก็ต้องสูงตามไปด้วย
เมื่อเพจแห่งหนึ่งได้ทำคอนเทนต์เปรียบเทียบค่าแรงขั้นต่ำต่อชั่วโมงระหว่าง "ไทย" กับประเทศต่างๆ อาทิ สหรัฐฯ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไต้หวัน โดยพยายาม สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำและคุณภาพชีวิตของแรงงานไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ด้วยชี้ให้เห็นว่าการทำงาน 1 ชั่วโมงในประเทศเหล่านั้นสามารถสร้างรายได้และมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงกว่าไทยหลายเท่าตัว จึงเป็นการจุดประเด็นให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับประเด็นค่าครองชีพและโครงสร้างค่าเปรียบเทียบ
หากเมื่อเปรียบเทียบประเด็นค่าครองชีพในภาพรวมอย่างถ่องแท้และถี่ถ้วนโดยละเอียดรอบครอบแล้ว จะพบว่า ประเทศไทยมีราคาอาหารจานเดียวและค่าครองชีพด้านอาหารที่ถูกที่สุด เมื่อเทียบกับไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา นี่คือภาพรวมการเปรียบเทียบราคา "อาหารราคาประหยัดที่สุด" (เช่น สตรีทฟู้ด อาหารจานเดียวริมทาง หรือข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อ) ของแต่ละประเทศโดยประมาณ ซึ่งพบว่า:
1. ประเทศไทย (ถูกที่สุด) ราคาอาหารจานเดียว/สตรีทฟู้ด: เริ่มต้นประมาณ 40 - 60 บาท (เช่น ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว) ด้วยมีตัวเลือกอาหารราคาประหยัดเข้าถึงง่ายกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ ค่าครองชีพด้านอาหารต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศที่นำมาเกรียบเทียบนี้
.
2. ไต้หวัน ราคาอาหารจานเดียว/สตรีทฟู้ด: เริ่มต้นประมาณ 60 - 90 ดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 70 - 100 บาท) (เช่น ข้าวหน้าหมูพะโล้ ไก่ทอด หรือบะหมี่ในตลาดนัดกลางคืน) โดยอาหารตามตลาดโต้รุ่ง (Night Market) มีราคาถูกและหลากหลาย ใกล้เคียงกับไทยในบางเมนู แต่โดยเฉลี่ยสูงกว่า
.
3. ประเทศญี่ปุ่น ราคาอาหารจานเดียว/ข้าวกล่อง: เริ่มต้นประมาณ 400 - 600 เยน (ประมาณ 84 – 125 บาท) สำหรับข้าวกล่อง (Bento) ในร้านสะดวกซื้อ หรือ 800 - 1,000 เยน (ประมาณ 180 - 250 บาท) สำหรับราเมนหรือข้าวหน้าเนื้อในร้านอาหาร แม้จะเป็นประเทศพัฒนาแล้ว แต่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดท้องถิ่นและข้าวกล่องลดราคาตอนค่ำๆ ช่วยให้ประหยัดได้มาก
.
4. ประเทศเกาหลีใต้ ราคาอาหารจานเดียว: เริ่มต้นประมาณ 7,000 - 9,000 วอน (ประมาณ 180 - 240 บาท) (เช่น ข้าวยำ คิมbap หรือซุปง่ายๆ ในร้านท้องถิ่น) โญราคาอาหารทั่วไปสูงกว่าญี่ปุ่นในบางหมวดหมู่ และดัชนีราคาสินค้าอาหารสดค่อนข้างสูง
.
5. สหรัฐอเมริกา (แพงที่สุด) ราคาอาหารจานเดียว/ฟาสต์ฟู้ด: เริ่มต้นประมาณ 8 - 12 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 280 - 420 บาท) สำหรับชุดฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารจานด่วนแบบง่ายที่สุด ราคาอาหารตามร้านอาหารและภัตตคาร ยังไม่รวมค่าบริการและภาษี/ทิป ทำให้ราคาอาหารมื้อถูกที่สุดสูงกว่าประเทศอื่นๆ อย่างชัดเจน
.
และเมื่อพิจารณาถึง “ปัจจัยด้านค่าครองชีพ” ซึ่งประกอบด้วย ค่าที่พักอาศัย ค่ารักษาพยาบาล ค่าอาหารและการใช้ชีวิตประจำวัน และ ภาษีและค่าธรรมเนียม (Taxes) แล้ว รายละเอียดของปัจจัยหลักที่สร้างความแตกต่าง มีดังนี้:
.
1. ค่าที่พักอาศัย (Housing & Rent)
สหรัฐฯ: ค่าเช่าบ้านคือรายจ่ายที่ใหญ่ที่สุด (มักเกิน 30-40% ของเงินเดือน) เมืองใหญ่อย่างซานฟรานซิสโกหรือนิวยอร์ก ค่าเช่าห้องพักหนึ่งห้องอาจสูงถึง $3,000+ ต่อเดือน
ญี่ปุ่น/เกาหลีใต้: ห้องพักคนเดียว (Studio/One Room) ในเมืองหลวงมีราคาจับต้องได้มากกว่าสหรัฐฯ แต่เกาหลีใต้มักมีระบบเงินประกันก้อนใหญ่ (Jeonse/Wolse) ที่ต้องระวัง
ไทย: ค่าเช่าผันแปรสูงมาก คอนโดในเมืองหลวงอาจสูง แต่ภาพรวมนอกเมืองหรืออพาร์ตเมนต์ทั่วไปยังคงถูกที่สุดในกลุ่ม
2. ค่ารักษาพยาบาล (Healthcare)
สหรัฐฯ: ไม่มีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า หากไม่มีประกันจากบริษัท ค่าหมอและค่ายาอาจทำให้ล้มละลายได้ง่ายๆ เป็นปัจจัยลบที่ทำให้คนอยู่อาศัยมีภาระสะสม [1]
ไต้หวัน/ญี่ปุ่น/เกาหลีใต้: มีระบบประกันสุขภาพแห่งชาติที่ยอดเยี่ยมและครอบคลุม ประชาชนจ่ายสมทบในอัตราต่ำแต่ได้รับการรักษามาตรฐานสูง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายแฝงไปได้มหาศาล [1]
ไทย: มีสิทธิบัตรทองและประกันสังคมที่ช่วยประหยัดได้มาก แต่หากเข้าโรงพยาบาลเอกชนค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้นตามลำดับ
3. อาหารและการใช้ชีวิตประจำวัน (Food & Groceries)
สหรัฐฯ: การกินข้าวนอกบ้านมีค่าใช้จ่ายสูงเพราะต้องบวก ภาษีและค่าทิป (15-20%) แต่การซื้อวัตถุดิบมาทำกินเองในซูเปอร์มาร์เก็ตถือว่าราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับค่าแรง
เกาหลีใต้/ญี่ปุ่น: อาหารตามสั่งหรือข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อราคาไม่แพง แต่ "ผลไม้และเนื้อสัตว์นำเข้า" ในเกาหลีใต้มีราคาแพงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
ไทย: ค่าอาหารริมทาง (Street Food) และอาหารจานเดี่ยวถูกที่สุดใน 5 ประเทศนี้ ทำให้ใช้ชีวิตพื้นฐานได้ง่าย
4. ภาษีและค่าธรรมเนียม (Taxes)
ญี่ปุ่น: เก็บภาษีเงินได้และภาษีผู้อยู่อาศัยค่อนข้างสูง (ระบบก้าวหน้าสูงสุดถึง 55%) รวมถึงมีหักเงินบำนาญภาคบังคับ
สหรัฐฯ: มีการหักภาษีทั้งระดับประเทศ (Federal) และระดับรัฐ (State) ซึ่งรัฐอย่างแคลิฟอร์เนียหรือนิวยอร์กจะโดนหักรวมกันค่อนข้างหนัก
ไต้หวัน/ไทย: มีอัตราภาษีเงินได้เริ่มต้นที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้มีรายได้ระดับเริ่มต้น-ปานกลาง
.
ดังนั้นการหยิบยกเอา “ค่าแรงขั้นต่ำต่อชั่วโมง” มาเป็นประเด็นเดียวในการสร้างกระแสเรื่องนี้ให้เกิดในสังคม โดยไม่นำเอาปัจจัยในการครองชีพที่มีอีกหลายมิติมาพิจารณาเปรียบเทียบโดยรวมแล้วสรุปเอาเอง จึงน่าจะขาดตรรกะ เหตุ และผลที่ถูกต้อง และสำคัญที่สุดคือ เมื่อค่าแรงแพงแล้วปัจจัยในการครองชีพก็ต้องแพงตามไปด้วยอย่างแน่นอน
.
เรื่อง : ดร.ปุณกฤษ ลลิตธนมงคล












