Monday, 31 August 2026
TheStatesTimes

ปตท. รับรางวัล CSR ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย สร้างคุณค่าที่ยั่งยืน รางวัลองค์กรธุรกิจดีเด่น กทม. จากกระทรวงพัฒนาสังคมฯ

ปตท. รับรางวัล CSR Award 2026 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยและสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ - นางมีนา ศุภวิวรรธน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการ
เพื่อสังคม ผู้แทน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) รับรางวัลส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของ
ภาคธุรกิจประจำปี 2569 (CSR Award 2026) ประเภทรางวัลองค์กรภาคธุรกิจดีเด่นในเขตกรุงเทพมหานคร

จัดโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ จากนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมอบให้แก่องค์กรภาคธุรกิจที่มีบทบาทในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง รางวัลนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ ปตท. ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์องค์กร ครอบคลุมการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาการศึกษาและศักยภาพเยาวชน การสร้างโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง ตลอดจนการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือ มาสร้างต้นแบบการพัฒนาที่ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและขยายผลได้อย่างยั่งยืน

ดราม่าหลังไทยโค่นจีนไม่เป็นผล!! สื่อจีนปั่นดราม่าโค้ชอ๊อด “ดีใจเกินงาม” ชาวเน็ตจีนสวนกลับขี้แพ้ชวนตี ชี้ควรโฟกัสผลงานในสนาม ชาวเน็ตจีนย้ำไทยชนะสมควรได้ฉลอง

‘สูตรสำเร็จปั่นดราม่า’ จุดไม่ติด สื่อจีนแซะโค้ชลูกยางไทย 'ดีใจจนเกินงาม' เจอชาวเน็ตจีนสวนยับ ‘อย่าทำนิสัยขี้แพ้ชวนตี’

หลังจบศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย ณ นครเทียนจิน ซึ่งทีมนักตบสาวไทยสร้างมหากาพย์พลิกแซงเอาชนะเจ้าภาพทีมชาติจีนไปได้อย่างดุเดือด 3-2 เซต คว้าแชมป์พร้อมคว้าตั๋วตรงสู่โอลิมปิกเกมส์ ลอสแอนเจลิส 2028 ไปครองได้สำเร็จ

ท่ามกลางความดีใจของแฟนกีฬาชาวไทย สื่อโซเชียลจีนอย่าง "เถียนเสี่ยวเม่ยคุยเรื่องกีฬา" (甜小妹说球) กลับออกมาโพสต์บทความเชิงตำหนิการแสดงออกของ “#โค้ชอ๊อด เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร” หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย จนกลายเป็นประเด็น

สื่อดังกล่าวระบุว่า การที่โค้ชเกียรติพงษ์ปล่อยโฮและกระโดดโลดเต้นฉลองชัยชนะอย่างสุดเหวี่ยงในสนามของจีน เป็นพฤติกรรมที่ "ไม่ให้เกียรติเจ้าภาพ" พร้อมยกเหตุผลว่า ฝั่งตรงข้ามคือนักกีฬาดาวรุ่งจีนที่กำลังใจสลายหลังกรำศึกหนักถึง 5 เซต ยิ่งไปกว่านั้น สื่อรายนี้ยังพยายามดึงประเด็นส่วนตัวมาผูกโยง โดยอ้างว่าในฐานะที่เขาเป็นสามีของ "เฝิงคุน" มือเซตระดับตำนานของจีน และได้รับความเอ็นดูจากวงการวอลเลย์บอลจีนมาโดยตลอด เขาควรจะรักษาน้ำใจของฝั่งจีนให้มากกว่านี้

#ชาวเน็ตจีนไม่เอาด้วยแถมรุมจวกเละ

ทว่าความพยายามในการปลุกกระแสชาตินิยมและสร้างความคับแค้นใจกลับ "กลับตาลปัตร" อย่างสิ้นเชิง เมื่อแฟนวอลเลย์บอลและชาวเน็ตจีนส่วนใหญ่ปฏิเสธที่จะคล้อยตาม คอมเมนต์ยอดนิยมใต้บทความกลายเป็นการรวมพลังสั่งสอนผู้เขียนอย่างดุเดือด โดยมองว่านี่คือทัศนคติของคน "ขี้แพ้ชวนตี" ที่ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย

ความคิดเห็นจากชาวเน็ตจีนที่ได้รับยอดกดไลก์เยอะ สะท้อนมุมมองที่ตรงไปตรงมา เช่น

-"แพ้ก็คือแพ้ คนอื่นเขาฉลองแล้วจะไปอิจฉาตาร้อนทำไม"
-"คนเขียนนี่เพี้ยนเหรอ? คนอื่นเขาได้แชมป์ จะให้เขาแอบดีใจเงียบๆ เพราะกลัวเจ้าบ้านที่ไม่เอาถ่านจะอารมณ์เสียหรือไง"
-"ผู้ชนะคือผู้กล้า คนเขาชนะแล้วจะไม่ให้เขาดีใจได้ยังไง หรือจะให้เขาร้องไห้ตามคนแพ้?"
-"แม่ทัพที่พ่ายศึก จะมาเรียกร้องศักดิ์ศรีอะไร ตัวเองได้เปรียบทั้งเสียงเชียร์ในบ้านแต่เล่นห่วยเอง ไม่ยอมมองหาข้อบกพร่อง แต่กลับมาเขียนโจมตีคนอื่น ใจแคบเกิ๊น"

#ชาตินิยมยุคใหม่ที่ใช้เหตุผล

ปรากฏการณ์ทัวร์ลงสื่อชาติตัวเองในครั้งนี้สะท้อนชัดเจนว่า สังคมและแฟนกีฬารุ่นใหม่ของจีนมีวุฒิภาวะสูงขึ้นอย่างมาก พวกเขามองการแข่งขันกีฬาด้วยหลักความเป็นมืออาชีพ เข้าใจดีว่าความสุขและการหลั่งน้ำตาหลังชัยชนะของโค้ชไทยคืออารมณ์ร่วมที่บริสุทธิ์ของมนุษย์

กระแสชาตินิยมแบบมืดบอดที่มักถูกสื่ออิสระ (Self-Media) จีนนำมาใช้เป็น "สูตรสำเร็จล่ายอดวิว" นั้นเริ่มใช้ไม่ได้ผลในยุคปัจจุบัน เพราะแฟนกีฬาจีนเลือกที่จะเคารพความพยายามของผู้ชนะ พร้อมทั้งมองความพ่ายแพ้ของทีมชาติตนเองอย่างมีเหตุผล มากกว่าการหลบอยู่หลังข้ออ้างเรื่องมารยาทที่ไร้น้ำหนัก

ที่มา : https://www.facebook.com/100059514523438/posts/1435783608415443/?rdid=oOKtvbMODdTdUyDO#

คีร์กีซสถานต้อนรับ “สีจิ้นผิง” อบอุ่น ชูสัมพันธ์จีน–คีร์กีซ ดุจครอบครัว มุ่งสร้างประชาคมอนาคตร่วมกัน เดินหน้าขยายบทบาทจีนในเอเชียกลาง สู่ความร่วมมือยุทธศาสตร์รอบด้าน

ปธน.คีร์กีซสถานต้อนรับ 'สีจิ้นผิง' สุดอบอุ่น ชูมิตรภาพดุจครอบครัว

เมื่อวันอาทิตย์ (30 ส.ค.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้เดินทางถึงกรุงบิชเคกเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ปี 2026 และเยือนคีร์กีซสถานอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของซาดีร์ แจแปรอฟ ประธานาธิบดีคีร์กีซสถาน โดยแจแปรอฟและไอกุล แจแปรอวา ผู้เป็นภริยา ได้ต้อนรับสีจิ้นผิงและเผิงลี่หยวน ผู้เป็นภริยา ที่ท่าอากาศยานนานาชาติมานัส รวมถึงจัดพิธีต้อนรับอย่างสมเกียรติ ซึ่งผู้นำทั้งสองประเทศได้จับมือทักทายกันอย่างแน่นแฟ้น โดยแจแปรอฟกล่าวว่าสีจิ้นผิงเปรียบเสมือนคนในครอบครัว และการเดินทางเยือนคีร์กีซสถานของสีในครั้งนี้ไม่ต่างจากการกลับบ้าน

สีจิ้นผิงระบุในคำปราศรัยเป็นลายลักษณ์อักษรที่เผยแพร่เมื่อเดินทางถึงว่า จีนและคีร์กีซสถานมีความสัมพันธ์ฉันมิตรมาอย่างยาวนาน และตัวเขาจะร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับแจแปรอฟอย่างลึกซึ้งในด้านความสัมพันธ์จีน-คีร์กีซสถาน ความร่วมมือหลากหลายสาขาระหว่างสองประเทศ ตลอดจนประเด็นระหว่างประเทศและระดับภูมิภาคที่เป็นข้อกังวลของทั้งสองฝ่าย และร่วมกันวางพิมพ์เขียวใหม่สำหรับการสร้างประชาคมจีน-คีร์กีซสถานที่มีอนาคตร่วมกัน

จีนและคีร์กีซสถานเชื่อมโยงกันด้วยขุนเขาและสายน้ำ มีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยทั้งสองประเทศยืนหยัดเคียงข้างกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา สนับสนุนซึ่งกันและกัน และบรรลุผลลัพธ์ความสำเร็จร่วมกัน

สีจิ้นผิงเดินทางเยือนคีร์กีซสถานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ภายหลังการเยือนครั้งแรกในเดือนกันยายน 2013 ซึ่งในครั้งนั้นทั้งสองประเทศได้ประกาศสถาปนาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา ความสัมพันธ์จีน-คีร์กีซสถานได้ก้าวผ่านเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์จากความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบครอบคลุมรอบด้าน และกลายมาเป็นความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบครอบคลุมรอบด้านสำหรับยุคใหม่ในเวลาต่อมา

เมื่อปี 2025 สีจิ้นผิงพบปะกับแจแปรอฟถึง 3 ครั้ง พร้อมบรรลุฉันทามติสำคัญเกี่ยวกับการกระชับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบครอบคลุมรอบด้านสำหรับยุคใหม่ระหว่างจีน-คีร์กีซสถาน และการสร้างประชาคมจีน-คีร์กีซสถานที่มีอนาคตร่วมกัน ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน นับเป็นการเปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์ทวิภาคี

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top