Wednesday, 24 June 2026
TheStatesTimes

จีนลุยพัฒนารถไฟ!! ขนส่งสินค้าพุ่ง3.1% ผู้โดยสารเพิ่ม5.7% ลงทุนรถไฟ 2.48 แสนล้านหยวน ส่งเสริมเศรษฐกิจพื้นที่ภูมิภาค

ปักกิ่ง, 15 มิ.ย. (ซินหัว) -- วันจันทร์ (15 มิ.ย.) สำนักบริหารการรถไฟแห่งชาติจีนรายงานว่าภาคการรถไฟของจีนเติบโตแกร่งทั้งในด้านการรองรับสินค้าและผู้โดยสารในช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม-พฤษภาคม) ของปี 2026 ขณะที่การลงทุนสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

การขนส่งสินค้าทางรถไฟสูงถึง 2.19 พันล้านตันในช่วง 5 เดือนแรก เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ปริมาณหมุนเวียนสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 เป็น 1.56 ล้านล้านตัน-กิโลเมตร ส่วนปริมาณการขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 1.97 พันล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 5.7

ทั้งนี้ การลงทุนสินทรัพย์ถาวรในภาคการรถไฟสูงถึง 2.485 แสนล้านหยวน (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) ในช่วงเวลาดังกล่าว เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยปริมาณการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าที่อยู่ในระดับสูง กอปรกับการก่อสร้างเครือข่ายทางรถไฟที่เดินหน้าต่อเนื่องกำลังมีส่วนช่วยส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมระดับภูมิภาค

ที่มา : Xinhua

ดราม่า ! สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ สั่งหยุดอบรมประวัติศาสตร์ชาติ!! หลังดราม่าแคมเปญโยงสังหารหมู่ควังจู สตาร์บัคส์เกาหลีเปลี่ยนวิกฤตเป็นบทเรียน ตั้งกองทุนสังคม–หนุนโบราณสถานประวัติศาสตร์ยุคใหม่ รื้อระบบตรวจสอบแคมเปญเข้มงวด

สตาร์บัคส์เกาหลี จ่อจัดอบรมประวัติศาสตร์ หลังดราม่าการตลาดโยงเหตุสังหารหมู่ควังจู

กลุ่มชินเซเกและสตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ เตรียมจัดอบรมความตระหนักรู้ทางประวัติศาสตร์และประเด็นทางสังคมให้แก่พนักงานทุกระดับ ตั้งแต่ประธานกลุ่มบริษัทไปจนถึงบาริสต้าหน้าร้าน พร้อมประกาศปิดสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศเร็วกว่ากำหนดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพื่อให้พนักงานเข้ารับการอบรม หลังเกิดกรณีอื้อฉาวจากการแคมเปญการตลาด "Tank Day" ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล้อเลียนและดูหมิ่นเหตุสังหารหมู่เมืองควังจู

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันครบรอบเหตุการณ์เผด็จการทหารปราบปราบขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยที่เมืองควังจู สตาร์บัคส์ เกาหลี ได้ปล่อยแคมเปญโปรโมทแก้วที่ใช้ชื่อว่า "Tank Day"

ทั้งนี้ คำว่า "Tank" (รถถัง) เป็นคำแสลงที่กลุ่มชุมชนออนไลน์ฝ่ายขวาจัดในเกาหลีใต้ใช้เรียกอดีตประธานาธิบดี "ชอน ดูฮวาน" เผด็จการทหารผู้สั่งปราบปราบประชาชนจนมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยศพ ยิ่งไปกว่านั้น ในสื่อประชาสัมพันธ์ยังมีการใช้ประโยคว่า "ตัก! บนโต๊ะ!" (Tak! on the desk!) ซึ่งคำว่า "ตัก" (เสียงดัง ปัง!) เป็นวลีอื้อฉาวที่ตำรวจยุคเผด็จการเคยใช้แถลงแก้ตัวหลังเกิดเหตุการณ์ทรมานนักศึกษา "พัค จงชอล" จนเสียชีวิตในปี 1987 โดยตำรวจอ้างว่า แค่มือตบโต๊ะดัง 'ตัก' เด็กก็หัวใจวายตายไปเอง

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจแก่สาธารณชนอย่างรุนแรง จนทำให้ นายจอง ยงจิน ประธานกลุ่มชินเซเก ต้องแถลงขอโทษอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พ.ค. โดยยอมรับว่าเป็น "ความผิดพลาดที่ไม่อาจให้อภัยได้ และเป็นการลบลู่ความเจ็บปวดและการเสียสละของผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย" พร้อมให้คำมั่นว่าจะรื้อระบบการตรวจสอบเนื้อหาทั้งหมด

เพื่อแสดงความรับผิดชอบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ทางกลุ่มชินเซเกได้ประกาศมาตรการที่ระบุว่าเป็น "ก้าวประวัติศาสตร์" โดยในวันที่ 17 มิ.ย. นายจอง ยงจิน ประธานกลุ่ม พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานส่วนสำนักงานใหญ่ของอีมาร์ต (E-MART) และสตาร์บัคส์ เกาหลี จะเข้ารับการอบรมด้านประวัติศาสตร์และความไวต่อประเด็นทางสังคม

ส่วนวันที่ 22 มิ.ย. สตาร์บัคส์ เกาหลี จะปิดให้บริการทุกสาขาทั่วประเทศพร้อมกันในเวลา 15.00 น. เพื่อให้บาริสต้าและพนักงานหน้าร้านทุกคนรับชมวิดีโอการอบรมพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นการปิดร้านก่อนเวลาทั่วประเทศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สตาร์บัคส์เข้ามาทำธุรกิจในเกาหลีใต้เมื่อปี 1999 ต่อมาในวันที่ 24 มิ.ย ประธานจอง ยงจิน และบรรดาซีอีโอของบริษัทในเครืออีมาร์ตทั้งหมด จะแยกเข้ารับการอบรมพิเศษร่วมกันก่อนการประชุมผู้บริหารประจำเดือน เพื่อย้ำจุดยืนในการรับผิดชอบร่วมกันของฝ่ายบริหาร และวันที่ 1 ก.ค พนักงานในส่วนค้าปลีกอื่น ๆ ของอีมาร์ต จะเริ่มเข้าคอร์สอบรมในรูปแบบออนไลน์ เป็นเวลา 2 สัปดาห์

การอบรมด้านประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์โอ เจยอน จากภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยซองกยุนกวาน ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เกาหลีร่วมสมัย มาเป็นผู้บรรยายเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญตั้งแต่ทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา ส่วนการอบรมความไวต่อประเด็นทางสังคม จะบรรยายโดย ศาสตราจารย์คู จองอู จากภาควิชาสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยซองกยุนกวาน ซึ่งจะเน้นย้ำถึงสิ่งที่ภาคธุรกิจต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประวัติศาสตร์, แรงงาน, เพศภาพ และสิทธิมนุษยชน

นอกเหนือจากการอบรมแล้ว สตาร์บัคส์ เกาหลี ยังได้ปฏิรูประบบการอนุมัติแคมเปญการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ใหม่ทั้งหมด โดยได้รับการแต่งตั้งที่ปรึกษาจากหน่วยงานภายนอกเพื่อสร้าง "แบบประเมินความไวต่อสังคม"

ระบบใหม่นี้จะกำหนดให้ทีมงานต้องประเมินความเสี่ยงตั้งแต่ขั้นวางแผน จากเดิมที่ตรวจเฉพาะเรื่องข้อกฎหมายและความเข้ากันได้ของแบรนด์ เปลี่ยนมาเป็นการกลั่นกรองประเด็นที่อ่อนไหวทางสังคมอย่างเข้มงวด ได้แก่ "ประวัติศาสตร์, วันสำคัญ, การเมือง, ภัยพิบัติ, การทหาร, เพศสภาพ, ความรุนแรง และคำพูดที่แสดงความเกลียดชัง" เพื่อไม่ให้เนื้อหาไปกระทบกระเทือนความหมายของวันสำคัญ หรือดูหมิ่นกลุ่มบุคคลใด ๆ

นอกจากนี้ จะมีการขยายเวลาในการตรวจสอบให้ยาวนานขึ้นเพื่อป้องกันความผิดพลาดจากการเร่งรีบ ปรับปรุงรูปแบบการรายงานให้เข้าใจง่าย และกำหนดให้แคมเปญทุกชิ้นต้องได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายร่วมกันจากหลายฝ่าย รวมถึงฝ่ายกฎหมายและฝ่ายควบคุมคุณภาพก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ

ขณะเดียวกัน สตาร์บัคส์ยังมีแผนที่จะจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือสังคม เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ยุคใหม่ และสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติต่อไป โดยกลุ่มชินเซเกทิ้งท้ายว่า จะใช้โอกาสนี้เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและเติบโตไปพร้อมกับชาวเกาหลีใต้อย่างแท้จริง.
 

ที่มา CHOSUNBIZ / JoongAng Ilbo

https://www.thairath.co.th/news/foreign/293958

วินด์เซิร์ฟฯ จัดแข่ง!! ไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนลชิงชัย ที่พัทยา 17-21 มิ.ย. 69 นักกีฬาจาก 6 ชาติร่วมประชัน เตรียมพร้อมเอเชียนเกมส์ ยูธโอลิมปิก

วินด์เซิร์ฟฯ เตรียมจัด ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล วินด์เซิร์ฟฟิ่ง แชมเปียนชิพส์ 2026

สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟฯ เตรียมจัดศึก “ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล วินด์เซิร์ฟฟิ่ง แชมเปียนชิพส์ 2026“ อีเว้นท์ 2 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน 2569 โดยมีนักกีฬาจาก 6 ชาติร่วมชิงชัย หวังใช้เป็นเวทีเตรียมความพร้อมให้ชุดสู้ศึกเอเชียนเกมส์และยูธโอลิมปิกเกมส์

นายพัฒนา บุญสวัสดิ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟฯ เตรียมจัดการแข่งขันรายการ “ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล วินด์เซิร์ฟฟิ่ง แชมเปียนชิพส์ 2026“ อีเว้นท์ 2 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน พ.ศ.2569 โดยมีนักกีฬาจาก 6 ชาติ ร่วมชิงชัย ได้แก่ ไทย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย

สำหรับรายการนี้ทีมไทยส่งนักกีฬาส่งนักกีฬาลงชิงชัยเต็มพิกัด นำโดย ชุดเอเชียนเกมส์ 2026 ได้แก่ ประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นทั่วไปชาย จ.อ.นิติพัฒน์ ไชยวุฒิเวทย์, ประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นทั่วไปหญิง จ.ต.ศิริพร แก้วดวงงาม, ประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นเยาวชนชาย อายุไม่เกิน 19 ปี นายวชิรวิทย์ ทนอุป, ประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นเยาวชนหญิง อายุไม่เกิน 19 ปี น.ส.ชนัฐกานต์ เจริญสุข

ขณะที่ วิลเลียม แมคมิลลัน นักกีฬาลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย จะร่วมแข่งขันงานนี้ด้วย ในประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นทั่วไปชาย เพื่อเตรียมความพร้อมทำศึกชิงแชมป์โลก ที่ประเทศอังกฤษ ระหว่างวันที่ 4-11 กันยายน พ.ศ.2569 รวมทั้งนักกีฬาดาวรุ่งชุด “ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2026“ วรรณิดา วินทะชัย จะลงชิงชัยประเภทเทคโน 293 รุ่นเยาวชนหญิงอายุไม่เกิน 17 ปี

“สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟฯ ส่งนักกีฬาลงชิงชัยทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นเยาวชน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัยเอเชียนเกมส์ 2026 และยูธโอลิมปิกเกมส์ 2026 รวมทั้งยังให้นักกีฬาดาวรุ่งรุ่นใหม่ๆ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้วย” พ่อบ้านทัพโต้คลื่นไทย กล่าว

ทั้งนี้ มหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 จัดที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน-4 ตุลาคม 2569 และมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ 2026 จัดที่กรุงดาการ์ ประเทศเซเนกัล ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-13 พฤศจิกายน 2569

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10285284

รัสเซียยิงสกัดโดรน!! โดรน 60 ลำถูกยิงตกข้ามคืน โจมตีเป้าหมายท้ายน้ำมันมอสโก ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ UAV 25 ลำถูกทำลายใกล้กรุงมอสโก

มอสโก (Sputnik) — เซอร์เกย์ โซเบียนิน นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก เปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียได้ยิงสกัดโดรนอย่างน้อย 60 ลำ ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงมอสโกในช่วงข้ามคืน

โซเบียนินเขียนบนแพลตฟอร์ม Max ว่า “การโจมตีกรุงมอสโกด้วยโดรนของฝ่ายศัตรูดำเนินต่อเนื่องมาตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยหนึ่งในโดรนได้สร้างความเสียหายต่อ施設โรงกลั่นน้ำมันมอสโก ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินกำลังปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ”

โซเบียนินยังระบุด้วยว่า ในช่วงข้ามคืน มีอากาศยานไร้คนขับ หรือ UAV จำนวน 25 ลำ ถูกทำลายใกล้กรุงมอสโกด้วยเช่นกัน

ที่มา : Sputnik

"อิสราเอลจะไม่ถอนตัวออกจากเลบานอนตอนใต้ ซีเรียบางส่วน และฉนวนกาซา"

"อิสราเอลจะไม่ถอนตัวออกจากเลบานอนตอนใต้ ซีเรียบางส่วน และฉนวนกาซา"

แถลงการณ์แรกของ "เบนจามิน เนทันยาฮู" หลังจากปิดปากเงียบนับตั้งแต่ทรัมป์ประกาศบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน

พร้อมทั้งประกาศจุดยืนแข็งกร้าวว่า นอกจากจะไม่ถอนกำลังแล้ว อิสราเอลจะยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารและยึดครองพื้นที่ทั้งในเลบานอน ฉนวนกาซา และซีเรียต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ ที่บังคับให้อิสราเอลต้องถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่

เนทันยาฮู ยังประกาศอีกว่า เขาไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพของทรัมป์กับอิหร่าน และจะโจมตีอิหร่านและเลบานอนเมื่อใดก็ตามที่เขาเห็นว่าจำเป็น

เนทันยาฮูยังใช้คำพูดต่อต้านสหรัฐว่า เขาไม่เห็นด้วยกับทรัมป์ในหลายประเด็น และหน้าที่ของเขามีเพียง "รับผิดชอบต่อความมั่นคงของอิสราเอล" เท่านั้น

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1323420319946325/?rdid=Gnr0hsxOeud8yato#

17 มิถุนายน 2496 ในหลวง ร.9 เสด็จฯประพาสสวนทุเรียนนนท์ ประชาชนเปล่งเสียงไชโย เฝ้าชมพระบารมีใกล้ชิด สะท้อนพระราชอัธยาศัยเรียบง่ายใกล้ชิดประชาชน

วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2496 เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่อยู่ในความทรงจำของชาวจังหวัดนนทบุรี เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินประพาสสวนทุเรียนเมืองนนท์ เพื่อทอดพระเนตรสวนทุเรียน ผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดนนทบุรี และทรงเยี่ยมเยียนราษฎรอย่างใกล้ชิด

การเสด็จฯ ในครั้งนั้นเกิดขึ้นในช่วงต้นรัชสมัยของในหลวง ร.9 และเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงพระราชอัธยาศัยอันเรียบง่าย เป็นกันเอง และทรงสนพระราชหฤทัยในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะชาวสวนเมืองนนท์ ซึ่งในอดีตมีชื่อเสียงอย่างมากด้านการปลูกทุเรียนคุณภาพดี จน “ทุเรียนนนท์” กลายเป็นหนึ่งในผลไม้เลื่องชื่อของไทย

ในวันเสด็จฯ แม้ช่วงเช้าจะมีฝนโปรยปราย แต่เมื่อถึงเวลาสาย อากาศกลับแจ่มใส ประชาชนจำนวนมากต่างพากันมาเฝ้าฯ รอรับเสด็จ ทั้งบนฝั่งและตามลำน้ำ บางส่วนลอยเรืออยู่ในแม่น้ำเพื่อเฝ้าชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด บรรยากาศเต็มไปด้วยความปลื้มปีติและความตื่นเต้นของชาวบ้านที่ได้มีโอกาสรับเสด็จพระมหากษัตริย์และสมเด็จพระบรมราชินี ณ ถิ่นสวนของตนเอง

แหล่งข้อมูลของจังหวัดนนทบุรีระบุว่า ในวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2496 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินประพาสจังหวัดนนทบุรี โดยมีประชาชนเฝ้ารอชมพระบารมีทั้งบนฝั่งและในเรือ เมื่อเรือพระที่นั่งมาถึงสวนทุเรียนที่ตำบลบางกระสอ ได้ชะลอเครื่อง และพระองค์เสด็จขึ้นจากเรือด้วยพระพักตร์ยิ้มแย้ม ทรงซักถามเรื่องการปลูกทุเรียนและการดูแลสวนอย่างใกล้ชิด

การเสด็จฯ ประพาสสวนทุเรียนเมืองนนท์ในครั้งนั้น ใช้เรือพระที่นั่ง “ตะวันส่องแสง” และคณะติดตามใช้เรือประจำทวีป โดยเสด็จขึ้นที่ท่าน้ำบ้านแสงประภา ตำบลบางกระสอ เพื่อทอดพระเนตรสวนทุเรียนอันเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดนนทบุรี มีขุนบุรีภิรมย์กิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีในสมัยนั้น เฝ้าฯ รับเสด็จ
ระหว่างเสด็จฯ ทอดพระเนตรสวน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยในรายละเอียดของการทำสวนเป็นอย่างมาก ทรงซักถามถึงชนิดของทุเรียน วิธีปลูก การใส่ปุ๋ย และการบำรุงรักษา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพระองค์มิได้ทรงเสด็จฯ เพียงเพื่อทอดพระเนตรผลผลิตเท่านั้น แต่ยังทรงให้ความสำคัญกับความรู้ วิถีอาชีพ และความเป็นอยู่ของชาวสวนอย่างแท้จริง

เจ้าของสวนตามเส้นทางเสด็จฯ ต่างนำผลไม้จากสวนของตนขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายด้วยความปลาบปลื้ม ผลไม้เมืองนนท์ในวันนั้นจึงมิได้เป็นเพียงผลผลิตทางการเกษตร หากเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีและความภาคภูมิใจของชาวสวนที่ได้ถวายผลผลิตจากน้ำพักน้ำแรงของตนต่อพระมหากษัตริย์
หนึ่งในภาพจำที่ถูกเล่าขาน คือเหตุการณ์ที่มีการถวายกระจง หรือไม้สอยผลไม้ ให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงสอยมังคุดด้วยพระองค์เอง เป็นบรรยากาศที่เรียบง่าย ใกล้ชิด และงดงาม สะท้อนภาพพระมหากษัตริย์และพระราชินีที่เสด็จฯ ลงไปสัมผัสวิถีชีวิตของราษฎรอย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อถึงเวลาเสวยพระกระยาหารกลางวัน ทางจังหวัดได้จัดเตรียมพระกระยาหารไว้ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ที่จะเสวยอาหารพื้นเมืองที่จัดมาทางเรือ แทนการตั้งโต๊ะเสวยอย่างเป็นทางการ อีกทั้งยังรับสั่งให้แม่ค้าจัดอาหารขึ้นมาด้วยชามและตะเกียบแบบธรรมดา แทนภาชนะหรูที่เตรียมไว้ แสดงถึงพระราชอัธยาศัยเรียบง่ายและทรงใกล้ชิดกับวิถีชาวบ้านอย่างยิ่ง

มีการบันทึกว่า พระองค์ทรงโปรดแกงปลาไหลและไอศกรีมเป็นพิเศษ และหลังเสวยพระกระยาหารแล้ว ได้พระราชทานเงินเป็นขวัญถุงแก่แม่ค้าที่จัดอาหารมาถวาย รวมถึงพระราชทานสิ่งของและเงินแก่ผู้ที่มาเฝ้าฯ ในการเสด็จครั้งนั้น สร้างความปลื้มปีติแก่ประชาชนที่ได้เข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด

นอกจากการทอดพระเนตรสวนและเสวยอาหารพื้นเมืองแล้ว พระองค์ยังเสด็จขึ้นประทับบนบ้านเจ้าของสวนทุเรียน และทรงมีพระราชปฏิสันถารถึงความเป็นอยู่และอาชีพที่ทำอยู่ ภาพดังกล่าวสะท้อนพระราชจริยวัตรที่ทรงรับฟังชีวิตของประชาชนด้วยพระองค์เอง มิได้ทรงมองราษฎรเป็นเพียงผู้มาเฝ้ารับเสด็จ แต่เป็นเจ้าของชีวิต เจ้าของอาชีพ และเจ้าของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญ

ทุเรียนนนท์ในอดีตถือเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงมาก ทั้งด้านรสชาติ คุณภาพ และความประณีตของการดูแลสวน สภาพพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและลำคลองต่าง ๆ ทำให้นนทบุรีเป็นพื้นที่เหมาะแก่การทำสวนผลไม้ การเสด็จฯ ประพาสสวนทุเรียนจึงเป็นเสมือนการพระราชทานความสำคัญแก่เกษตรกรและชาวสวนในฐานะผู้สร้างผลผลิตที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของท้องถิ่น

ก่อนเสด็จกลับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำรัสขอบใจผู้ที่มาคอยเฝ้าฯ รับเสด็จและนำเสด็จ พร้อมทั้งทรงถ่ายภาพผู้มาส่งเสด็จด้วยพระองค์เอง เมื่อเรือพระที่นั่งเคลื่อนออกจากท่า พระองค์ทรงโบกพระหัตถ์ด้วยพระอาการร่าเริงแจ่มใส ประชาชนที่มาเฝ้าฯ ต่างเปล่งเสียงไชโยด้วยความปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ

เหตุการณ์วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2496 จึงเป็นมากกว่าการเสด็จฯ ประพาสสวนผลไม้ หากเป็นภาพสะท้อนความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชน เป็นวันที่ชาวสวนนนท์ได้เฝ้าฯ รับเสด็จอย่างใกล้ชิด และเป็นวันที่พระมหากษัตริย์ทรงแสดงให้เห็นถึงความสนพระราชหฤทัยในอาชีพเกษตรกรรม วิถีชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่น

การเสด็จฯ ในครั้งนั้นยังเป็นภาพจำสำคัญของนนทบุรี เพราะทุเรียนนนท์มิได้เป็นเพียงผลไม้ขึ้นชื่อ แต่เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ชุมชน เป็นผลผลิตจากผืนดิน สายน้ำ และความชำนาญของชาวสวน การที่ในหลวง ร.9 เสด็จฯ มาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง จึงเป็นขวัญกำลังใจอย่างใหญ่หลวงแก่ชาวสวนและประชาชนในจังหวัดนนทบุรี

17 มิถุนายน พ.ศ. 2496 จึงควรถูกจดจำในฐานะวันสำคัญแห่งความปลื้มปีติของชาวนนทบุรี วันที่ในหลวง ร.9 เสด็จฯ ประพาสสวนทุเรียนเมืองนนท์ ทรงทอดพระเนตรวิถีชาวสวนอย่างใกล้ชิด ทรงซักถามถึงการปลูกและดูแลผลไม้ด้วยพระราชหฤทัยสนพระราชหฤทัย และประชาชนต่างเปล่งเสียงไชโยเฝ้าชมพระบารมีด้วยความจงรักภักดี

เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นเรื่องเล่าที่สะท้อนพระราชอัธยาศัยอันเรียบง่ายของในหลวง ร.9 พระมหากษัตริย์ผู้เสด็จฯ ไปถึงสวนของประชาชน ทรงสนทนากับชาวบ้าน ทรงเสวยอาหารพื้นเมือง และทรงรับฟังชีวิตของราษฎรด้วยพระองค์เอง อันเป็นภาพแห่งพระมหากรุณาธิคุณที่ยังอยู่ในความทรงจำของชาวเมืองนนท์สืบมา

ที่มา : https://nonthaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3393/iid/447856?

รัสเซียยิงเตือนยอชต์!! เรือยอชต์ชักธงอังกฤษเข้าใกล้เรือรบ ลูกเรือพยายามติดต่อแต่ไม่ตอบ ยิงเชิงป้องกันเมื่อห่าง 150 เมตร ยอชต์เปลี่ยนทิศออกห่างทันที

มอสโก (Sputnik) — กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า เมื่อวันอังคาร เรือฟริเกต Admiral Grigorovich ของรัสเซีย ตรวจพบเรือยอชต์ชักธงสหราชอาณาจักรลำหนึ่งในช่องแคบอังกฤษ ซึ่งแล่นเข้าใกล้เรือรบของรัสเซียอย่างเป็นอันตราย

กระทรวงฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า “วันนี้ วันที่ 16 มิถุนายน ... ลูกเรือของเรือฟริเกต Admiral Grigorovich ตรวจพบเรือใบพลเรือนชื่อ Bright Future ซึ่งชักธงสหราชอาณาจักร อยู่ในช่องแคบอังกฤษ และกำลังแล่นด้วยเครื่องยนต์เข้าใกล้เรืออย่างเป็นอันตราย”

แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า ลูกเรือของเรือฟริเกตพยายามติดต่อเรือยอชต์ดังกล่าวหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ

ลูกเรือของเรือฟริเกตจึงยิงพลุสัญญาณและเปิดหวูดเตือน แต่เรือยอชต์ยังคงแล่นเข้าใกล้อย่างเป็นอันตราย

แถลงการณ์ระบุว่า “หลังจากระยะห่างลดลงเหลือ 150 เมตร ผู้บังคับการเรือฟริเกตจึงตัดสินใจยิงเชิงป้องกันล่วงหน้าไปยังแนวเส้นทางของเรือลำดังกล่าว โดยใช้อาวุธขนาดเล็ก”

หลังจากมีการยิงเชิงป้องกัน เรือยอชต์ได้เปลี่ยนทิศทางทันที และแล่นออกห่างจากเรือรบรัสเซียต่อไป
กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุด้วยว่า “ลูกเรือของเรือฟริเกต Admiral Grigorovich ปฏิบัติการอย่างเคร่งครัดตามกฎการเดินเรือระหว่างประเทศ และได้ดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น”

ที่มา : Sputnik

‘ฮาลันด์’ เปิดซิงบอลโลกสุดโหด!! นอร์เวย์เปิดหัวบอลโลกสวย ดาวเตะนอร์เวย์โชว์ฟอร์มดุดัน เหมา 2 ตุง พานอร์เวย์ถล่มอิรัก 4-1 พานอร์เวย์เก็บชัยเหนืออิรัก

เออร์ลิง ฮาลันด์ กองหน้าทีมชาตินอร์เวย์เปิดใจหลังได้ลงสนามในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในอาชีพซึ่งผลจบลงด้วยการที่เจ้าตัวยิง 2 ประตูช่วยทีมเอาถล่ม อิรัก ขาดลอย 4-1

โดย ฮาลันด์ ลงสนามในศึกฟุตบอลโลก 2026 และเป็นการเล่นเวิลด์คัพหนแรกในอาชีพเกมถล่ม อิรัก 4-1 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มไอ วันที่ 16 มิ.ย. (เช้าวันที่ 17 มิ.ย.) ซึ่งเจ้าตัวก็เหมาคนเดียว 2 ลูกด้วย
จากผลดังกล่าวทำให้ดาวเตะวัย 25 ปีทำสถิติยิงให้ นอร์เวย์ ได้ 11 นัดติดต่อกันทุกรายการนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2024

หลังเกม ฮาลันด์ หัวหอก แมนฯ ซิตี้ กล่าวถึงความรู้สึกว่า “การลงเล่นนัดแรกไม่ใช่เรื่องง่าย คุณต้องรู้สึกประหม่า และการชนะในวันที่ฟอร์มไม่ดีก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว”

“การชนะ 4-1 ในวันที่ฟอร์มธรรมดาๆ นั้นถือเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับพวกเราทุกคน มันวิเศษมาก และผมภูมิใจในพวกเราทุกคน นี่คือสิ่งที่ยากที่สุดที่คุณจะทำได้ เกมต่อไปจะยากกว่านี้มาก เราต้องเล่นให้ดียิ่งขึ้นไปอีก”

ส่วน เกรแฮม อาร์โนลด์ โค้ชทีมชาติอิรักระบุว่า “ผมคิดว่า 3 แต้มจะทำให้เราผ่านเข้ารอบต่อไปได้ เราเหลื
ออีก 2 เกม คุณรู้ไหม ผมคิดว่าเด็กๆ ทำได้ดีเยี่ยมในครึ่งแรก แต่ความผิดพลาดเพียงไม่กี่ครั้งทำให้เราเสียเปรียบอย่างมาก”

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10286235

ผู้นำโลกยังแพ้สปริงเกอร์!! สำนักข่าว RT รัสเซียเหน็บบอลโลกสหรัฐฯ หลังระบบฉีดน้ำเปิดเองกลางสนาม สนามแข่งในสหรัฐฯพบความผิดพลาด สปริงเกอร์คลาดการควบคุมอย่างไม่น่าเชื่อ

เหตุการณ์แบบนี้เป็นเรื่องปกติในสหรัฐอเมริกาหรือไม่?

สำนักข่าว RT ของรัสเซีย วิจารณ์สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกที่สหรัฐอเมริกา "นอร์เวย์กับอิรัก"

เกิดเหตุผิดพลาดเมื่อระบบสปริงเกอร์ฉีดน้ำได้ทำงานขึ้นมาเอง ในพื้นที่สนามแข่ง โชคยังดีที่เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างพักครึ่งเวลา

สำหรับประเทศที่ประกาศตัวว่าเป็นผู้นำโลกในแทบทุกเรื่อง การควบคุมไม่ให้สปริงเกอร์เปิดเองกลางสนามฟุตบอลโลก ดูจะเป็นภารกิจที่ท้าทายไม่แพ้การจัดการแข่งขันเลยทีเดียว

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1324221039866253/?rdid=xLkNmJYXnklUiieQ#

ไทยพัฒนาเครื่องมือรับมือ “เอลนีโญ” กระทรวงทรัพย์ฯ เปิดเครื่องมือข้อมูลสภาพภูมิอากาศ เตือนเอลนีโญรุนแรงสุดปลายปี หน้าแล้งน้ำฝนลดลงทั่วประเทศ อุณหภูมิเพิ่ม ส่งฤดูหนาวอบอุ่นกว่าปกติ ข้อมูลละเอียดช่วยชุมชนวางแผนรับมือความเสี่ยงล่วงหน้า

วันอังคาร (16 มิ.ย.) กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของไทยรายงานการพัฒนาเครื่องมือด้านข้อมูลสภาพภูมิอากาศและแผนภูมิความเสี่ยงที่มีความละเอียดสูงเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) หลังจากบรรดาองค์กรสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศคาดการณ์ว่าโลกมีแนวโน้มสูงมากที่จะเข้าสู่สภาวะเอลนีโญในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม โดยความรุนแรงสูงสุดจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2026-มกราคม 2027

พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าปริมาณน้ำฝนในหลายพื้นที่ของไทยจะต่ำกว่าปกติในช่วงเดือนมิถุนายน 2026-มกราคม 2027 และฤดูฝนอาจมีฝนตกน้อยลงหากปรากฏการณ์เอลนีโญทวีความรุนแรงขึ้น โดยภาคใต้อาจมีปริมาณน้ำฝนลดลงในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศจะสูงกว่าปกติเล็กน้อย มีแนวโน้มทำให้ฤดูหนาวที่จะมาถึงมีอากาศอบอุ่นกว่าปกติ

ทั้งนี้ กรมฯ ได้พัฒนาแบบจำลองสภาพภูมิอากาศจนถึงปี 2100 ซึ่งครอบคลุมทั้งปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ และความชื้น โดยศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้แบ่งปันข้อมูลนี้ให้หน่วยงานต่างๆ เพื่อการวางแผนรับมืออุทกภัยและภัยแล้งในระยะยาว นอกจากนั้นกรมฯ ยังจัดทำชุดข้อมูลความเสี่ยงอุทกภัยจากแม่น้ำที่มีความละเอียดสูง และแผนภูมิความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศระดับตำบล ซึ่งครอบคลุมทั้งอุทกภัย ดินโคลนถล่ม ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และอุณหภูมิที่สูงขึ้น

พิรุณเสริมว่าแผนภูมิความเสี่ยงข้างต้นจะช่วยระบุชุมชนและพื้นที่เพาะปลูกที่เปราะบาง ชี้แนะการจัดสรรงบประมาณและกำลังคน สนับสนุนเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนปฏิทินการเพาะปลูกและการคัดเลือกพืชผล รวมถึงเป็นข้อมูลการวางผังเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในพื้นที่เสี่ยงภัย

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top