Monday, 8 June 2026
PoliticsQUIZ

"ชัยวุฒิ" บอก​ ประชาชนตอบรับ​ "บิ๊กตู่" ลงพื้นที่ดี  ปัดลงหาเสียง​ แต่ไปติดตามงาน เย้ย​ พท.​ ชูนโยบายไม่เปรี้ยง​ แต่เป็นเรื่องเดิมๆ​ รัฐบาลทำมาหมดแล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายชัยวุฒิ​ ธนาคมานุสรณ์​ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ (ดีอีเอส)​ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.)​ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ภาคใต้ของ​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหมเมื่อวันที่​ 25​ เม.ย.ที่ผ่านมา​ กระแสตอบรับดี​ จะกำชับให้​ ส.ส.ลงพื้นที่หรือไม่ ว่า เรื่องการลงพื้นที่ของนายกฯเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว เพราะได้ไปเยี่ยมเยียนประชาชนและติดตามโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลได้ทำไปในพื้นที่ ตนเชื่อว่าทุกจังหวัดที่นายกฯลงพื้นที่ไปมีประชาชนมาต้อนรับ และมีคะแนนเสียงที่ดี นายกฯไม่เลือกว่าจะต้องไปที่ไหน เพราะลงพื้นที่เพื่อไปติดตามงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า​ ในส่วนของพปชร.จะมีการวางแผนเสนอตารางลงพื้นที่ให้นายกฯหรือไม่​ เพื่อชูนโยบายให้ประชาชนได้ทราบ นายชัยวุฒิ​ กล่าวว่า คงไม่มีแผนของพรรค เป็นเรื่องของนายกฯ​ ตนเคยได้ทราบมาว่านายกฯ มีแผนที่จะลงพื้นที่ทุกจังหวัดอยู่แล้วในช่วงนี้ เพราะมีเรื่องของการติดตามนโยบายและการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่​และประชาชนอาจยังไม่ทราบ จึงอยากลงไปติดตามและเร่งรัดให้เกิดเป็นรูปธรรมขึ้น ประชาชนจะได้เห็นผลงานที่ชัดเจนของรัฐบาล

เมื่อถามว่า​ ตอนนี้แต่ละพรรคประกาศยุทธศาสตร์ชัดเจน​ พปชร.เตรียมไว้อย่างไรบ้่าง​ นายชัยวุฒิ​ กล่าวว่า เราเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลอยู่แล้ว หลายสิ่งหลายอย่างที่รัฐบาลทำก็เป็นโครงการและนโยบายที่พรรคพปชร.สนับสนุนและเป็นนโยบายของพรรค แต่เท่าที่ติดตาม แต่ละพรรคเปิดนโยบายและแนวทางต่างๆที่ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เป็นเรื่องที่รัฐบาลทำอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยทำในรัฐบาลนี้ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่เปิดนโยบาย 5 ด้าน ตนดูแล้วทุกด้านก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่แล้ว ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจดิจิทัล เรื่องการใช้เอไอ​ บล็อกเชน​ เอ็นเอฟที​ เรื่องการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งหมดเป็นสิ่งที่รัฐบาลทำมาโดยตลอด

"จุรินทร์" ขอบคุณ"ชวน-สมาชิกพรรค"ให้กำลังใจ​ เชื่อปัญหาในปชป.จะค่อยๆคลี่คลาย​ “บอก”ไม่กดดัน​ หัวหน้าพรรคต้องรับทุกเรื่องอยู่แล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึง ปัญหาภายในพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้ยุติแล้วหรือยัง ว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ให้กำลังใจในการทำหน้าที่ร่วมกับคณะกรรมการบริหารพรรค และเพื่อนในพรรคทุกคน รวมถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

"ผมคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะค่อยๆคลี่คลายผ่านไปได้ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน ในทุกวิกฤตผมเชื่อว่ายังมีโอกาสเสมอ เพราะปัญหาสามารถเกิดขึ้นได้ แต่เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา อีกทั้งเรายังมีภารกิจที่สำคัญรออยู่ข้างหน้าอีกหลายเรื่อง ที่เราจะต้องขับเคลื่อนและนำไปสู่ความสำเร็จที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร​ (ส.ก.)​ หรือการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดราชบุรี รวมทั้งภารกิจอื่นๆที่จะนำพาพรรคไปข้างหน้าต่อไป"นายจุรินทร์​ กล่าว

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นได้มีการหารือกันจนเป็นข้อยุติแล้วใช่หรือไม่ เพราะดูเหมือนจะมีบางคนไม่ค่อยเข้าใจ และยังมีความเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง นายจุรินทร์ กล่าวว่า ได้มีการทำความเข้าใจกันว่าเป็นอย่างไร ส่วนตัวคิดว่าสมาชิกพรรคทุกคนจะตระหนักดีถึงเรื่องที่เกิดขึ้น 

“วราวุธ” ชี้ “ปิดถ้ำนาคา” 1 เดือนตามนโยบายฟื้นธรรมชาติอุทยาน ปรับปรุงระบบรับนักท่องเที่ยว ย้ำ! เจอ "ยงยุทธ" ที่เชียงรายไม่คุยการเมือง ไปทำงานแก้ปัญหาหมอกควัน พร้อมปัด ทส.ขัดแย้งกรมชลฯ ยันทำตามหน้าที่

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงการปิดปรับปรุงฟื้นฟูถ้ำนาคา 1 เดือน ว่า เป็นนโยบายที่ให้ไว้ตั้งแต่ก่อนสถานการณ์โควิด19 ว่าภายใน 1 ปีอุทยานทุกแห่งทั่วประเทศต้องปิดอย่างน้อย 1 เดือน ไม่ใช่ให้เจ้าหน้าที่ได้พักแต่ให้อุทยานหรือธรรมชาติได้พัก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้มีเวลาซ่อมแซมและพัฒนาปรับปรุงการทำงานระบบต่างๆภายในอุทยานให้ดีขึ้น โดยเฉพาะที่ถ้ำนาคาเป็นสถานที่ที่ประชาชนให้ความสนใจนิยมไปสักการะ ที่ผ่านมาจึงมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมจำนวนมาก ดังนั้นการปิดลงครั้งนี้เพื่อเป็นการซักซ้อมปรับปรุงประสิทธิภาพ 

"การที่หยุด 1 เดือนนี้ที่ถ้ำนาคา ถ้าหากมีอุบัติเหตุหรืออะไรเกิดขึ้นบนยอดเขาการลำเลียงผู้ป่วยลงมาข้างล่างถือเป็นสิ่งที่ทำได้ยากเพราะทางเดินค่อนข้างแคกจึงใช้เวลา1เดือนเพื่อปรับปรุงระบบและดูว่าจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันได้มากขึ้นแค่ไหน" นายวราวุธ กล่าว

เมื่อถามว่าการปิดปรับปรุงครั้งนี้เกี่ยวกับปัญหาเก่าเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวด้วยหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าพอมีปัญหาเราจะเก็บข้อมูลไว้และทุกปีเมื่อมีการปิด 1 เดือนอุทยานจะมานำเสนอว่าปัญหาต่างๆจะแก้ไขได้อย่างไร และมีวิธีใดทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกสบายและปลอดภัยมากขึ้น 

เมื่อถามว่า วันที่ 1 พ.ค.เปิดประเทศเต็มรูปแบบ กระทรวงทรัพยฯมีความพร้อมในการเปิดอุทยานรับนักท่องเที่ยวอย่างไร นายวราวุธกล่าวว่า เราย้ำตั้งแต่ก่อนช่วงสงกรานต์เพราะตนคิดว่าเมื่อเปิดประเทศแล้วจำนวนนักท่องเที่ยวคงไม่มากเท่าช่วงสงกรานต์ แต่มาตรการที่ใช้ในช่วงสงกรานต์ทั้งการเว้นระยะห่วง การทำความสะอาด จำกัดนักท่องเที่ยว สิ่งเหล่านี้ยังคงไว้อย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะหลังจากวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่เราห้ามนำพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเข้าอุทยานจึงขอความร่วมมือประชาชนและให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาหากพบเห็นเจ้าหน้าที่หรืออุทยานใดทำไม่ถูกตามกติกานั้นให้แจ้งมาเราจะดำเนินการตามระเบียบของกระทรวงต่อไป

นอกจากนี้นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงการพบ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา ที่จังหวัดเชียงรายมีการพูดคุยเรื่องการเมืองหรือไม่ว่า ไม่ได้คุยเรื่องสถานการณ์การเมือง แต่คุยกันเรื่องสถานการณ์หมอกควันไฟป่าที่ภาคเหนือ ซึ่งนายยงยุทธ เป็นหัวหน้าคณะทำงานวิจัยฯเกี่ยวกับเรื่องหมอกควัน ที่ตนไปเป็นการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สวทช. จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีนักวิจัยมาทำงานศึกษาเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการดูจุดความร้อนในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน การทำงานดังกล่าวตนขอบคุณจังหวัดเชียงรายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำให้สถานการณ์จุดความร้อนและสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือในปีนี้ดีขึ้นกว่าปีก่อนๆ ไม่มีอะไรในกอไผ่

"นายกฯ" ปลื้ม  WHO ยกไทยเป็นประเทศต้นแบบประเทศที่ 3 นำร่องจัดกิจกรรมการทบทวนการเตรียมความพร้อมรับมือโควิด-19 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความยินดีที่องค์การอนามัยโลก(WHO) ยกย่องไทยเป็นประเทศต้นแบบประเทศที่ 3 นำร่องจัดกิจกรรมการทบทวนการเตรียมความพร้อมกรณีภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและสุขภาพถ้วนหน้า ในการรับมือการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 เนื่องจากไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีการบริหารจัดการและรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยให้ไทยเป็นประเทศนำร่องที่จะได้เผยแพร่ประสบการณ์สู่สาธารณะในการประชุมสมัชชาอนามัยโลก 2565 เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ประเทศสมาชิก และเพื่อให้เกิดการพัฒนาเครื่องมือและกลไกใหม่ รองรับวิกฤติด้านสาธารณสุขสำหรับใช้งานทั่วโลกในอนาคต โดยเป็นผลมาจากความร่วมมือกันในสังคม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม ขอบคุณประชาชนทุกคนที่ร่วมกันปฏิบัติตนตามมาตรการสาธารณสุขและมาตรการ Universal Prevention อย่างเคร่งครัด นายกรัฐมนตรียังขอบคุณความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ที่ช่วยกันทำงานอย่างหนักตลอดมา ทำให้ต่างชาติเชื่อมั่นในระบบการป้องกันการแพร่ระบาดของไทย เชื่อว่า อีกไม่นานนี้เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้

'หมอวรงค์' วิเคราะห์ เหตุเพื่อไทยตีปี๊บ เปิดตัว 'อุ๊งอิ๊ง-แลนด์สไลด์' ยุทธการเคาะกะลา ดึงสติ ส.ส.ลังเล ย้ายไม่ย้ายพรรค

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ว่า

#แลนด์สไลด์จริงหรือ

ทำไมเพื่อไทยจึงตีปี๊บ เคาะกะลาเรื่อง "แลนด์สไลด์" ตั้งแต่ไก่โห่ ก็เพราะมันไม่เกิดแลนด์สไลด์ ถ้าเขาประเมินว่าจะเกิดขึ้นจริง ช่วงเวลาที่เหมาะสม ต้องไม่ใช่ช่วงนี้

คำถามถามว่า ทำไมจึงรีบตีปี๊บเคาะกะลาเร็วจัง แถมรีบเปิดตัวลูกสาวเสียด้วย อย่างน้อยข่าวที่ออกมา บ่งบอกชัดเจน ถึงความขัดแย้งในพรรคเพื่อไทย มีการขับคนออกจากไลน์กลุ่ม รวมทั้งกระแสย้ายพรรค ของ ส.ส. อีกหลายคน

ยุทธการของเพื่อไทยจึงต้อง รีบเปิดตัวลูกสาว และตีปี๊บเคาะกะลาให้เร็วและแรง เพื่อดึง ส.ส. กลุ่มหนึ่งให้ลังเล ในการตัดสินใจเรื่องย้ายพรรค

ลองวิเคราะห์ในรายละเอียด กติกาเบอร์ผู้สมัครเขต กับเบอร์บัญชีรายชื่อคนละเบอร์ ก็ไม่เอื้อให้เกิดแลนด์สไลด์ การคิดจำนวน ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อก็ยังไม่ชัดเจน แถมมีการร้องศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องบัตรใบเดียว ต้องรอดูว่าศาลจะตัดสินอย่างไร 

จึงไม่แปลกที่มีพื้นที่ให้ อดีตอัยการ มาพูดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่า ต้องการป้องกันรัฐประหาร แต่ถ้าคนเข้าใจบริบท จะรู้เลยว่า เขาต้องการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อแก้กติกาการเลือกตั้ง ที่พวกเขาได้ประโยชน์มากกว่า คือรัฐธรรมนูญ 2540 ที่เอื้อให้เกิดแลนด์สไลด์

เฮ! ครม.อนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษผู้สูงอายุ 100 - 200 บาท รวม 6 เดือน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2565 ว่า ครม.อนุมัติหลักการจ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษแก่ผู้สูงอายุที่ได้รับสิทธิสวัสดิการเบี้ยยังชีพในปีงบประมาณ 2565 เฉลี่ยรายละ 100 - 200 บาท ตามช่วงอายุ จำนวน 10,896,444 ล้านคน วงเงินรวม 8,348.16 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน – กันยายน 2565 ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ 

ทั้งนี้เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านเศรษฐกิจในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ผู้สูงอายุได้รับผลกระทบทางรายได้คิดเป็นร้อยละ 50.7 ของผู้สูงอายุทั้งหมด และรายได้ของผู้สูงอายุที่มาจากการทำงานมีสัดส่วนลดลงจากร้อยละ 40 เหลือเพียงร้อยละ 22 (ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ) 

การจ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษแก่ผู้สูงอายุในครั้งนี้ จะจ่ายเพิ่มจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ เป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน – กันยายน 2565 ดังนี้

‘ทิพานัน’ โว!! รัฐใช้จ่ายเงินกู้ มีประสิทธิภาพสูง ยก ‘คนละครึ่ง’ สุดยอดการแก้ปัญหาตรงจุด

‘ทิพานัน’ ยกกระแสคนละครึ่ง ตอกย้ำความสำเร็จรัฐใช้จ่ายเงินกู้ ยกสารพัดโครงการเยียวยา และลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สะท้อนใช้เงินอย่างมีแบบแผน มีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจไทย เชื่อเปิดประเทศบูมท่องเที่ยวเงินสะพัดเข้ากระเป๋าคนไทยอีกมาก เหน็บเพื่อไทยด้อยค่าก่อหนี้หวังดิสเครดิตรัฐบาล

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในวันที่ 30 เมษายนนี้ จะสิ้นสุดโครงการคนละครึ่งเฟส 4 จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนอย่าลืมใช้จ่ายผ่านโครงการก่อนครบกำหนดในวันดังกล่าว และจากกระแสความนิยมของโครงการ ทำให้หลายฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินโครงการคนละครึ่งต่อไป และกระทรวงการคลังยืนยันว่ายังไม่มีการหารือถึงจะมีการปรับสูตร คนละครึ่ง เฟส 5 ลดสัดส่วนการสนับสนุนจากภาครัฐ 25% และประชาชนจ่ายเงิน 75% แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม กระแสเรียกร้องของพี่น้องประชาชน สะท้อนถึงประสิทธิภาพของโครงการ ในการประคับประคองปัญหาค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจ เรียกว่าแก้ปัญหาตรงจุด 

ทั้งนี้ที่ผ่านมาจากปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยืดเยื้อ เราจำเป็นต้องออก พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 2 ฉบับ รวม 1.5ล้านล้านบาท นำไปใช้ประโยชน์คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ไม่ว่าจะเป็นเยียวยาประชาชนทั่วไป อย่าง โครงการคนละครึ่ง, ลดค่าน้ำค่าไฟ, เงินเยียวยาผู้ประกันตน, งบอุดหนุนนายจ้างให้จ้างงานต่อ, เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เอสเอ็มอี, เงินช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากโควิด, สินเชื่อเพื่อคนมีรายได้น้อย หาบเร่ แผงลอย โอทอป, อุดหนุนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน 

“บิ๊กตู่” พร้อมรับข้อเสนอสมาพันธ์ฯรถบรรทุก หลังประกาศบุกทำเนียบ 27 เม.ย.นี้ “สอน”เข้าใจรัฐบาลบ้าง

ที่ห้องรับรองสีฟ้า ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่สมาชิกสมาพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยกว่า 100 คน เตรียมเดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 27 เม.ย.นี้หลังได้รับสัญญาณว่ารัฐบาลจะยกเลิกมาตรการดีเซล 30 บาท และจะทยอยปรับราคาแบบขั้นบันได ว่า ก็พร้อมที่จะรับ ข้อพิจารณา และรับฟังก่อน เพราะดูก็รู้ว่าปัญหามันมาจากอะไร ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดูแลมาระยะหนึ่งแล้วและทุกคนก็ทราบดีแล้วว่ากองทุนพลังงานของเรานั้นใช้ไปหมดแล้ว แม้แต่เมื่อได้กู้เงินมาเสริมก็หมดลงไปแล้วเช่นกัน

เพราะฉะนั้นการช่วยเหลือจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหนเพียงใดก็ต้องเข้าใจรัฐบาลกันบ้าง เพราะฉะนั้นการปรับขึ้นราคาดีเซลประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนมากด้วย อีกทั้งจะพันไปถึงอย่างอื่นด้วย นำไปสู่เรื่องของอัตราเงินเฟ้อ เรื่องนี้ก็ต้องเข้าใจกัน ว่ารัฐบาลจะดูแลได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร วันนี้เป็นวันเวลาที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกันบ้างซึ่งรัฐบาลเองก็พร้อมที่จะดูแล

ครม.ขยายเวลายกเว้นภาษีATK 9 เดือน รองรับเปิดปท.-ฟื้นฟูศก. พร้อมเห็นชอบติดตั้งระบบโครงข่ายรถไฟเร็วสูง บริการอินเตอร์เนต

เมื่อเวลา13.45 น. ที่ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.ขยายมาตรการด้านภาษี เพื่อสนับสนุนรายจ่ายการซื้อชุดตรวจATK ของบริษัทต่างๆ ต่อไปอีก 9 เดือน ของปี 2565 โดยยกเว้นภาษีเงินได้ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 50% ของรายจ่ายที่ซื้อชุดตรวจ ATK เพื่อรองรับการข้ามผ่านสถานการณ์โควิด -19ไปสู่การเปิดประเทศ และฟื้นฟู เดินหน้าเศรษฐกิจต่อไป เนื่องจากวันนี้เรามีการใช้ชุดตรวจ ATK มากขึ้นเรื่อยๆ เราจำเป็นต้องดูแล ช่วยเหลือตรง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน 

“บิ๊กตู่”โว นักลงทุนญี่ปุ่นเล็งไทยตั้งฐานการผลิตหลายด้าน ปลื้มชาวสงขลา-พัทลุง แห่ให้กำลังใจรัฐบาลทำงานต่อ ยอมรับงบน้อยต้องใช้อย่างจำกัด 

ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม.เรื่องด้านการต่างประเทศ นายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน รายงานผลการเยือนประเทศญี่ปุ่นในช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา โดยหารือกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจการค้าญี่ปุ่น และประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญีาปุ่น หรือเจโทร รวมถึงผู้บริหารองค์กรธุรกิจชั้นนำของญี่ปุ่น ผลการดำเนินการเป็นที่น่ายินดีได้กระชับความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ และมีข้อตกลงระดับทวิภาคีหลายเรื่องด้วยกัน โดยเฉพาะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนโดยตรงสูงที่สุดในประเทศไทย

แสดงให้เห็นว่าไทยมีแรงดึงดูดอย่างมากต่อบริษัทเอกชนของญี่ปุ่นและเขาแสดงความประสงค์จะร่วมมือลงทุนแห่งอนาคตสูงขึ้นในงานใหม่ๆหลายด้าน เช่น ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งแวดล้อม พลังงาน หรือการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนร่วมกัน และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งวันนี้เราเดินหน้าไปพอสมควรโดยการจัดงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมาก็ได้เห็นแล้ว รัฐบาลจะเอาทุกอย่างมาสานต่อทำให้ครบถ้วน และเขายินดีมีความประสงค์จะร่วมผลิตอีวีและส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตอีวีในภูมิภาคด้วย รวมถึงการผลิตแบตเตอรรี่คุณภาพสูงในไทย การตั้งโรงงานเซลล์แบตเตอรรี่ และร่วมกันสนับสนุนสตาร์ทอัพในไทยด้วย รวมถึงความร่วมมือด้านยารักษาโรค การวิจัย การผลิตยา ทั้งนี้เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและการแพทย์ 
  
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้พูดคุยกันถึงเรื่องความร่วมมือการค้าการเกษตรระหว่างไทยกับภูฏาน โดยจะมีการส่งออกสินค้าด้านการเกษตรไปยังภูฏานและด้านศิลปวัฒนธรรมการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ทั้งนี้ยังมีจอร์แดนที่ ครม.ได้ตกลงเห็นชอบในการจัดโครงการแลกเปลี่ยนทางศิลปวัฒนธรรมด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านอาหาร ภาพยนตร์ฟิล์ม ผ้าและการออกแบบแฟชั่น เผยแพร่ต่อยอดวัฒนธรรมไทยเพื่อสร้างอิทธิพลและอำนาจการแข่งขันที่เรียกว่าซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งรัฐบาลผลักดันมาโดยตลอด และมีหลายกิจกรรม ถ้าเราเร่งผลักดันขับเคลื่อนเร่งยุทธศาสตร์เหล่านี้ให้ดี แต่ละกระทรวงช่วยกันในโครงการต่างๆก็จะสามารถต่อยอดต้นทุนทางวัฒนธรรมได้มากมาย ส่งผลให้เรามีชื่อเสียงในอีกหลายๆด้าน 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้นำเสนอผลการดำเนินงานโครงการอาคารแสดงประเทศไทย (Thailand Pavilion) ที่ดูไบ ติดอันดับ 1 ใน 5 ของผู้เข้าชมสูงสุด ซึ่งมีผู้เข้าชมมากกว่า 2 ล้านราย สร้างความประทับใจและความสนใจในการมาเยี่ยมเยือนประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะยุคหลังโควิดที่ไทยจะเปิดประเทศ หลายอย่างจะดีขึ้นตามลำดับ นี่คือสิ่งที่เขาประทับใจและสอดคล้องกับการลงพื้นที่จังหวัดสงขลาและพัทลุงของตนเอง ซึ่งพบว่าทุกคนมีความสุขเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะมีความหวังจากสิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ โดยเฉพาะการปรับมาตรการเรื่องท่องเที่ยว ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางเรือ ซึ่งเราได้มีการปรับมาเป็นระยะ จนอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ทั้งนี้ต้องขอบคุณพี่น้องจังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุงที่ให้การต้อนรับตนและคณะเป็นอย่างดี และให้กำลังใจในการทำหน้าที่ในการปฏิบัติงานของรัฐบาลต่อไป 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top