Monday, 8 June 2026
PoliticsQUIZ

เปิดสถิติเด็กตกน้ำ จมน้ำตาย ช่วงปิดเทอมใหญ่ - นายกฯ ขอผู้ปกครองสอนพื้นฐานการช่วยเหลือตัวเอง

เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบข้อมูลการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค ระบบรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการตกน้ำ จมน้ำ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 30 มีนาคม 2565 พบเหตุการณ์เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำรวมทั้งหมด 64 เหตุการณ์ รวม 70 ราย แบ่งเป็น เสียชีวิต 57 ราย บาดเจ็บ 13 ราย แหล่งน้ำที่เกิดเหตุการณ์มากที่สุด ได้แก่ คลอง แม่น้ำ แหล่งน้ำที่ใช้ในเกษตรกรรม ทะเล และสระว่ายน้ำ ตามลำดับ ลักษณะเหตุการณ์ที่พบบ่อยได้แก่ เด็กลงเล่นน้ำโดยไม่แจ้งผู้ปกครองหรือไม่มีผู้ปกครองดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา อุบัติเหตุพลัดตกแหล่งน้ำที่ไม่มีขอบกั้น และเล่นน้ำในบริเวณที่มีคลื่นลมแรง 

นายธนกร กล่าวว่า ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยในชีวิตของเด็กทุกคน โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ที่เด็ก ๆ อาศัยอยู่ที่บ้านเป็นหลัก ประกอบกับสภาพอากาศร้อน เด็กอาจชวนกันไปเล่นน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ แหล่งน้ำที่ใช้ในการเกษตร หรือบ่อน้ำชุมชน จึงอาจมีความเสี่ยงเหตุการณ์เด็กได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุตกน้ำหรือจมน้ำ ในกลุ่มเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี มากขึ้นได้ พร้อมเตือนให้ผู้ปกครองระวังดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด 

นายธนกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไม่ต้องการเห็นภาพการเสียชีวิตจากการจมน้ำในช่วงปิดเทอมใหญ่ โดยได้ กำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบต. ที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ในพื้นที่ของตนเอง ต้องพยายามควบคุมพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ต้องร่วมกับชุมชนสำรวจแหล่งน้ำเสี่ยง จัดการแหล่งน้ำให้ปลอดภัย เช่น การสร้างรั้วกั้น ป้ายเตือน เตรียมอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำไว้บริเวณแหล่งน้ำเสี่ยง และให้ความรู้เรื่องแหล่งน้ำเสี่ยง การป้องกัน และการปฏิบัติตัวเมื่อพบคนตกน้ำ หรือจมน้ำให้กับประชาชน รวมถึงเน้นย้ำโรงเรียนให้ความรู้เรื่องดังกล่าวกับนักเรียนอย่างต่อเนื่องตามบริบทพื้นที่ ให้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศร่วมมือกันลดปัญหาเด็กจมน้ำเสียชีวิตในช่วงปิดเทอมให้เป็นศูนย์ ลดความสูญเสียให้ได้ เพราะเด็ก ๆ คือบุตรหลานของเราทุกคน  

“ประยุทธ์”หารือ เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ ย้ำความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-เกาหลีใต้ ผลักดันความร่วมมือที่มีศักยภาพร่วมกัน โดยเฉพาะ Soft Power และวัฒนธรรม ต่อยอดส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว

ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายมุน ซึง-ฮย็อน (H.E. Mr. Moon Seoung-hyun) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสเข้ารับหน้าที่

นายกรัฐมนตรี กล่าวยินดีกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ที่มีความใกล้ชิดและมีพลวัตอย่างต่อเนื่องกว่า 60 ปี แม้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทั้งสองยังคงมีการหารือและแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน รวมถึงมีการช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีหวังว่าทั้งสองประเทศจะเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้น เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมจากผลกระทบของการแพร่ระบาดควิด-19 โดยนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าการปฏิบัติหน้าที่เชิงรุกของเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ จะช่วยสนับสนุนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับเกาหลีใต้กว่า 10 ปี ให้ก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลไทยพร้อมร่วมมือกับการปฏิบัติหน้าที่ของเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ ในทุกด้าน 

ด้านเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างกันที่มีความใกล้ชิดและช่วยเหลือซึ่งกันและกันตลอดมา โดยเฉพาะความช่วยเหลือในช่วงสงครามเกาหลี ซึ่งชาวเกาหลีใต้ซาบซึ้งและขอบคุณในความช่วยเหลือของไทย นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังมีความสัมพันธ์ในระดับประชาชนที่ใกล้ชิด ยาวนาน ชาวเกาหลีใต้นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ และชื่นชอบอาหารไทยเป็นอย่างมาก ขณะที่ชาวไทยนิยมเรียนภาษาเกาหลีเป็นอันดับหนึ่ง สะท้อนความผูกพันอันใกล้ชิดระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ดี เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ เห็นว่าทั้งสองประเทศยังมีศักยภาพที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมาก โดยเฉพาะความร่วมมือด้าน Soft Power อาหาร และการกีฬา 

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับประเด็นความร่วมมือที่สำคัญต่าง ๆ ได้แก่
ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ไทยกับเกาหลีใต้มีความร่วมมือทางการทหารที่ใกล้ชิด ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการขยายความร่วมมือไปสู่ด้านอื่น ๆ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีสนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายรักษาพลวัตของความร่วมมือ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อมูลเกี่ยวกับการต่อต้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ เนื่องจากมีการประชุมกรอบการหารือทวิภาคีว่าด้วยความมั่นคงทางไซเบอร์กันต่อไป ด้านความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายยินดีที่มูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น แม้จะเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 โดยนายกรัฐมนตรีเห็นว่า ทั้งสองประเทศยังมีศักยภาพที่จะขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกันได้อีกมาก โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเศรษฐกิจสีเขียว

ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจผ่านโมเดล BCG และอุตสาหกรรมเพื่อการเจริญเติบโตสีเขียวในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทย พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้นักลงทุนชาวเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มมากขึ้นในสาขาที่เกาหลีใต้มีความเชี่ยวชาญ โดยไทยจะดูแลและอำนวยความสะดวกการลงทุน ด้านเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ ยินดีสนับสนุน พร้อมประสงค์ให้ไทยพิจารณาส่งเสริมอุตสาหกรรมเฉพาะด้านที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าอย่างชัดเจน และขอให้ไทยพิจารณาให้เกาหลีใต้ตั้งสถาบันการเงินในประเทศด้วย

'วิโรจน์' ชูนโยบายเปิดหน้ากากอนามัย เปิดเมืองให้คนกรุงภายใน 90 วัน

(21 เม.ย. 65) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า... 

เมื่อไหร่คนกรุงเทพจะได้เปิดหน้ากากอนามัย

เมื่อวานนี้ตอนดูบอลคู่แมนยูฯ กับลิเวอร์พูล กองเชียร์เปิดหน้ากากดูบอลกันหมดแล้ว ผมคิดว่า เวลานี้คน กทม. เริ่มถามตัวเองแล้วว่า เราฉีดวัคซีนกัน 3-4 เข็ม เพื่อจะต้องใส่หน้ากากรักษาระยะห่างคุยกันแบบนี้ต่อไปถึงเมื่อไหร่ ผู้ว่าฯ กทม. ต้องมีเป้าหมายสำคัญว่า จะต้องเปิดเมืองให้ได้ เปิดหน้ากาก เปิดเศรษฐกิจ เปิดการใช้ชีวิตปกติเสียที

ขณะนี้มหานครหลายแห่งในโลกผ่อนคลายแล้ว ที่เขาทำได้ไม่ได้หมายความว่า เขาติดน้อยลง แต่เนื่องจากการฉีดวัคซีน และพอติด เขาไม่คิดถึงเรื่องการตายอีกแล้ว เพราะเขามั่นใจในระบบการรักษา

เปิดจดทะเบียนที่ดินออนไลน์ใกล้บ้าน นำร่องกทม. 17 แห่ง

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ได้พัฒนาสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสนับสนุนการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ดินออนไลน์ ให้ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครสามารถจดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดินแห่งใดของกรุงเทพมหานครก็ได้ที่ใกล้บ้านหรือที่สะดวก โดยไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานที่ดิน ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ โดยสิทธิ หรือนิติกรรมที่จะจดทะเบียนต่างสำนักงานได้ มีดังนี้ ต้องเป็นแบบที่ไม่มีการต้องประกาศหรือรังวัด ต้องมีเอกสารเป็นโฉนดที่ดินเท่านั้น เจ้าของที่ดินต้องเข้าไปดำเนินการด้วยตนเอง  

วิธีการจดทะเบียนที่ดินต่างสำนักงานแบบออนไลน์ในเขตกรุงเทพมหานคร มีดังนี้ ยื่นคำขอจดทะเบียนผ่านระบบ e-QLands ก่อนล่วงหน้า 3 วันทำการ โหลดแอปพลิเคชั่น e-QLands ผ่านสมาร์ทโฟนได้ทั้งระบบ IOS และ Android เลือกรายการ “จองคิวจดทะเบียนต่างสำนักงาน (เฉพาะ กทม.)” เลือกสำนักงานที่ใกล้บ้านหรือที่สะดวก รอการยืนยัน และเดินทางไปจดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดินที่จองไว้ได้ 

สำหรับบริการนี้เริ่มนำร่องในกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่แรกรวม 17 สำนักงาน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีเป้าหมายจะขยายบริการจดทะเบียนที่ดินออนไลน์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งในปี 2566-67 จะขยายไปใน 10 จังหวัด แยกเป็น 4 จังหวัดในปี 2566 ได้แก่ อุบลราชธานี หนองคาย เชียงใหม่ และสงขลา และ 6 จังหวัดในปี 2567 ประกอบด้วยขอนแก่น ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ เพชรบุรี สิงห์บุรี

'อรุณี' จี้ นายกฯ สั่งเปิดวิธีเฉลยข้อสอบ GAT หลังข้องใจ คะแนนปีนี้ ต่ำกว่าเกณฑ์

(21 เม.ย. 65) น.ส.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้ประกาศผลสอบและความถี่ของช่วงคะแนนสอบรายวิชาต่างๆ เมื่อวันที่ 18 เมษายน พบว่า คะแนนในปีการศึกษา 2565 มีนักเรียนสอบ GAT ได้คะแนน 270 ขึ้นไป จากคะแนนเต็ม 300 คะแนน เพียงแค่ 15 คน แตกต่างจากปีการศึกษา 2564 ที่ได้คะแนนเกิน 270 คะแนน ที่ 2,541 คน 

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้นักเรียนในปีการศึกษานี้ (#dek65) ตั้งคำถามถึงเกณฑ์การออกข้อสอบ และมาตรฐานในการตรวจข้อสอบของ ทปอ. เป็นอย่างมาก แม้ ทปอ. จะเปิดให้นักเรียนยื่นคำร้องให้ทบทวนผลสอบได้ตั้งแต่ 21-28 เมษายน 2565 แต่เป็นเพียงการยื่นคำร้องให้ตรวจดูคำตอบกับเฉลยเท่านั้น ไม่ได้เปิดให้ดูโจทย์และวิธีคิดคำตอบ และยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการยื่นคำร้อง 100-300 บาท ซึ่งถือว่าเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้เด็ก อยากเรียกร้องให้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และ ทปอ. เร่งดำเนินการดังนี้...

1.) เปิดวิธีคิดและการหาคำตอบของข้อสอบอย่างเปิดเผยผ่านเว็บไซต์กลาง ให้เด็กนักเรียนสามารถตรวจสอบวิธีการหาคำตอบได้อย่างกว้างขวาง เด็กจะได้เกิดกระบวนการเรียนรู้ ไม่ควรปิดกั้นการเข้าถึงการได้มาของคำตอบในข้อสอบนั้นๆ

2.) ทปอ. ไม่ควรเรียกเก็บเงินในการยื่นคำร้องขอดูคะแนนสอบและเฉลยในทุกกรณี เพราะเด็กเสียเงินค่าสมัครสอบเป็นรายวิชาให้กับ ทปอ. ไปก่อนหน้าแล้ว ดังนั้นหากเกิดความเคลือบแคลงสงสัย ทปอ. ก็ควรรับผิดชอบ เพื่อไม่ให้เด็กเกิดคำถามต่อระบบการออกข้อสอบ การเฉลยคำตอบ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อระบบความเชื่อมั่นในการสอบเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาในปีต่อไป

3.) กระทรวง อว. และ ทปอ. ต้องถือเป็นบทเรียน คือมาตรฐานการออกข้อสอบต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ที่นักเรียนเรียนออนไลน์เกือบ 100% การออกข้อสอบเพียงแต่มุ่งหวังความเป็นเลิศทางวิชาการ จะยิ่งผลักให้เด็กกลุ่มที่มีฐานะยากจนให้ขาดโอกาสในการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยมากขึ้น เพราะไม่สามารถแข่งขันได้ ไม่มีเงินจ่ายค่าติวเตอร์ ขาดแคลนอุปกรณ์การเรียน ขาดแคลนอินเทอร์เน็ต

'ดร.นิว' ยกเคส 'ทานตะวัน' ถูกถอนประกัน-เผชิญกรรมโดดเดี่ยว การหลอกใช้ซ้ำๆ จาก 'ผู้ใหญ่ 3 นิ้ว' ที่ไม่ต้องเฉียดคุกเอง

ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ 'ดร.นิว' นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีศาลอาญามีคำสั่งเพิกถอนการประกันตัวของ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักกิจกรรมวัย 20 ปี อดีตสมาชิกกลุ่มทะลุวัง ผู้ต้องหาคดีดูหมิ่นแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตาม ป.อาญา มาตรา 112 ว่า...

สู้เพื่อคนรุ่นใหม่หรือหลอกใช้คนรุ่นใหม่ให้สู้เพื่อตัวเอง?

การถูกเพิกถอนการประกันตัวของน้องตะวัน จนทำให้ต้องกลับเข้าเรือนจำในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงชะตากรรมอันโดดเดี่ยวของคนรุ่นใหม่สามนิ้ว ซึ่งเป็นเพราะบรรดาผู้ใหญ่สามนิ้วที่เป็นแกนนำตัวจริงคอยแต่เอาตัวรอด ดีแต่ปล่อยให้คนรุ่นใหม่สามนิ้วออกหน้าทำผิดติดคุกติดตะรางแทนตัวเองมาโดยตลอด

การต่อสู้เพื่อคนรุ่นใหม่ จึงเป็นเพียงแค่การหลอกลวงของผู้ใหญ่สามนิ้ว ที่คอยฉกฉวยผลประโยชน์จากการเดิมพันอนาคตของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นการทำร้ายคนรุ่นใหม่เสียเอง การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมจึงไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียมแต่อย่างใด หากแต่เป็นการเอารัดเอาเปรียบอย่างน่ารังเกียจ

ขณะที่คนรุ่นใหม่สามนิ้วกล้าเปิดหน้าชนจนทำผิดติดคุกติดตะราง ผู้ใหญ่สามนิ้วกลับขยันแต่คอยยั่วยุและชี้นำทางความคิด โดยไม่กล้าเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง ไม่กล้าเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมายจนต้องโทษคดีอาญาใดๆ ตลอดจนจ้องหาจังหวะโหนความโชคร้ายของคนรุ่นใหม่ซ้ำ เพียงเพื่อยกระดับในการชุมนุม

'บิ๊กป้อม' ปัดบินพบ 'ทักษิณ' ย้ำไม่เจอมาตั้งแต่ 48 ลั่น!! 'ฟิต-แข็งแรง' พร้อมลุยงาน หลังกลับจากนอก

‘ประวิตร’ ฟิตหลังบินไปนอก ยันอีกรอบ ไม่มีเรื่องอะไรต้องพบ ‘ทักษิณ’ เลือกตั้งซ่อมราชบุรี รอคณะกรรมการบริหารเคาะส่ง-ไม่ส่งเย็นนี้

(22 เม.ย. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางไปพักผ่อนต่างประเทศช่วงสงกรานต์และพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ ว่า ไม่มีอะไร แจ่มใสขึ้น แข็งแรง ก็ทำงานต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามถึงการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เพื่อพิจารณาส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รอประชุมก่อน ประชุมกันเย็นนี้

เมื่อถามย้ำว่า ยังไม่รู้ว่าจะส่งหรือไม่ส่งผู้สมัครใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่รู้

โฆษกรัฐบาลแจง “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ตรวจราชการสงขลา-พัทลุง เพื่อติดตามโครงการพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 แก้ไขอุทกภัย อ.หาดใหญ่ พร้อมมอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดพัทลุง และผู้บริหารท้องถิ่น เมื่อวันที่ 22 เม.ย.นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนั

เมื่อวันที่ 22 เม.ย.นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เตรียมลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดสงขลา และจังหวัดพัทลุง ในวันจันทร์   ที่ 25 เมษายน 2565 เพื่อติดตามโครงการพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 แก้ไขอุทกภัย อ.หาดใหญ่  พร้อมมอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดพัทลุง และผู้บริหารท้องถิ่น โดยนายกรัฐมนตรีและคณะ โดยภารกิจ ช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีตรวจติดตามโครงการพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 การแก้ไขอุทกภัย อำเภอหาดใหญ่  ในการจัดทำโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ปรับปรุงคลองภูมินาถดำริ (คลอง ร.1) ให้มีศักยภาพเพียงพอในการป้องกันน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ และเป็นพื้นที่เก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง ณ คลองภูมินาถดำริ (คลอง ร.1) อำเภอหาดใหญ่

ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำรัส เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2531 “...การแก้ไขและบรรเทาน้ำท่วมที่ควรพิจารณาดำเนินการ น่าจะได้แก่การขุดคลองระบายน้ำขนาดใหญ่ ให้ทำหน้าที่แบ่งน้ำจากคลองอู่ตะเภาหรือช่วยรับน้ำที่ไหลลงมาท่วมตัวอำเภอหาดใหญ่ ให้ระบายลงสู่ทะเลสาบสงขลาโดยเร็ว...” ปัจจุบันโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ (ระยะที่ 2) มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 92.10% โดยประตูระบายน้ำหน้าควน 2 ซึ่งอยู่บริเวณปากคลองระบายน้ำ ร.1 ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ สามารถบริหารจัดการน้ำโดยการเปิดปิดบานเพื่อควบคุมปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่คลองระบายน้ำ ร.1 และคลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งได้ทำการปรับปรุงโดยการขุดขยายความกว้างของคลองระบายน้ำจากเดิมท้องคลองกว้าง 24 เมตร ขยายเป็น 70 เมตร พร้อมทั้งก่อสร้างกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กแล้วเสร็จไปกว่าร้อยละ 90 ทำให้คลองระบายน้ำ ร.1 ในปัจจุบันจะสามารถช่วยในการระบายน้ำในช่วงฤดูฝนได้สูงสุดประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

“นายกฯ” ปลื้ม นักกีฬา “เชียร์ฮิปฮอป” คว้าแชมป์โลก สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ

เมื่อวันที่25 เม.ย.นายธนกร  วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ชื่นชมนักกีฬาเชียร์ฮิปฮอป ทีมชาติไทย ที่สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการกีฬาไทย คว้าเหรียญทอง ประเภทดับเบิ้ลเชียร์ฮิปฮอป จากการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่สหรัฐอเมริกาโดย สมาคมกีฬาเชียร์แห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย และ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ คัดตัวแทนเยาวชนไทย 2 คน ได้แก่  “แบงค์” หรือนายนพรัตน์ บุญรัตน์ สมาชิกจากทีม Group Royal Crew-GRC and Mix Them Up  และ “ดรณ์” หรือนายกร คุ้มราช เป็นสมาชิกจากทีม The Zoo and Awesome เข้าแข่งขันกับนักเต้นฮิปฮอปทั่วโลก ในรายการ THE 2022 ICU WORLD CHAMPIONSHIPS ณ ESPN Wide World of Sports Complex เมืองออร์แลนโด สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นรายการที่ใหญ่ที่สุด จัดโดยสหพันธ์กีฬาเชียร์นานาชาติ (THE INTERNATIONAL CHEER UNION -ICU)  มีนักกีฬาทั้งหมด 17 ประเทศ โดยทั้งสองคนสามารถเอาชนะนักกีฬาตัวเต็งจากหลายประเทศทั้งเอกวาดอร์ เม็กซิโก เปอร์โตริโก้ และ เยอรมนี  

 

“บิ๊กตู่”ควง สุชาติ - พีระพันธุ์ ล่องใต้ บอกไปทำงานดูแลประชาชน ไร้นัยยะการเมือง 

นายกรัฐมนตรี ออกเดินทางจาก ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานทหารกองบิน 56 ตำบลโคกม่วง อำเภอคลองหอยโข่ง  จังหวัดสงขลา ในการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดสงขลา และจังหวัดพัทลุง เพื่อติดตามโครงการพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 แก้ไขอุทกภัย อ.หาดใหญ่  พร้อมมอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดพัทลุง และผู้บริหารท้องถิ่น 

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า การลงพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้เพื่อไปทำงาน ดูแลประชาชน ไม่ได้มีนัยยะทางการเมืองแต่อย่างใด

ในช่วงเช้านายกรัฐมนตรี มีภารกิจตรวจติดตามโครงการพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 การแก้ไขอุทกภัย อำเภอหาดใหญ่  ในการจัดทำโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ปรับปรุงคลองภูมินาถดำริ (คลอง ร.1) ให้มีศักยภาพเพียงพอในการป้องกันน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ และเป็นพื้นที่เก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง ณ คลองภูมินาถดำริ (คลอง ร.1) อำเภอหาดใหญ่  ซึ่งปัจจุบันโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ (ระยะที่ 2) มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 92.10% โดยประตูระบายน้ำหน้าควน 2 ซึ่งอยู่บริเวณปากคลองระบายน้ำ ร.1 ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ สามารถบริหารจัดการน้ำโดยการเปิดปิดบานเพื่อควบคุมปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่คลองระบายน้ำ ร.1 และคลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งได้ทำการปรับปรุงโดยการขุดขยายความกว้างของคลองระบายน้ำจากเดิมท้องคลองกว้าง 24 เมตร ขยายเป็น 70 เมตร พร้อมทั้งก่อสร้างกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กแล้วเสร็จไปกว่าร้อยละ 90 ทำให้คลองระบายน้ำ ร.1 ในปัจจุบันจะสามารถช่วยในการระบายน้ำในช่วงฤดูฝนได้สูงสุดประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top