Saturday, 17 October 2026
NewsFeed

กฟผ. ทดสอบโรงไฟฟ้าเสมือนสำเร็จ!! สาธิตระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ เชื่อมศูนย์ควบคุมกับแพลตฟอร์ม ENZY เพิ่มเสถียรภาพด้วยพลังงานกระจายตัว รองรับนโยบาย Smart Grid อย่างครบวงจร

กฟผ. โชว์ความสำเร็จทดสอบ “โรงไฟฟ้าเสมือน” รองรับระบบไฟฟ้ารูปแบบใหม่

กฟผ. เดินหน้ายกระดับระบบไฟฟ้าไทยสู่อนาคต ประสบความสำเร็จในการทดสอบ “โรงไฟฟ้าเสมือน” เชื่อมโยงศูนย์ควบคุมตอบสนองด้านโหลดกับ ENZY Platform สั่งการแหล่งพลังงานแบบกระจายตัวโดยอัตโนมัติ เพิ่มความยืดหยุ่นและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้ารูปแบบใหม่ รองรับนโยบาย Smart Grid

นายทิเดช เอี่ยมสาย รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ประสบความสำเร็จในการทดสอบเชื่อมต่อและสั่งการพลังงานแบบอัตโนมัติในรูปแบบ “โรงไฟฟ้าเสมือน” (Virtual Power Plant : VPP) โดยเชื่อมโยงศูนย์ควบคุมการตอบสนองด้านโหลด (Demand Response Control Center : DRCC) เข้ากับ ENZY Platform แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะที่ กฟผ. พัฒนาขึ้น เพื่อบริหารจัดการและควบคุมแหล่งพลังงานแบบกระจายตัว (Distributed Energy Resources: DERs) หลายประเภทให้สามารถทำงานร่วมกันแบบอัตโนมัติ ตอบสนองต่อความต้องการของระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวใจสำคัญของการทดสอบครั้งนี้ คือ การบูรณาการและสั่งการทรัพยากรพลังงาน 3 รูปแบบให้ทำงานประสานกันโดยอัตโนมัติ ประกอบด้วย การตอบสนองด้านโหลด (Demand Response: DR) การปรับลดหรือบริหารการใช้ไฟฟ้าของอาคารและโรงงานตามคำสั่ง ระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System: BESS) ช่วยกักเก็บและจ่ายพลังงานเพื่อรักษาสมดุลของระบบไฟฟ้า และระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สามารถนำมาบริหารจัดการร่วมกับทรัพยากรอื่นได้อย่างเหมาะสม

เมื่อศูนย์ควบคุม DRCC ส่งคำสั่งมายัง ENZY Platform ระบบจะประมวลผลข้อมูลจากทรัพยากรพลังงานในพื้นที่ ก่อนสั่งการอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ในช่วงที่ระบบไฟฟ้ามีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ENZY Platform จะสั่งลดการใช้ไฟฟ้าในส่วนที่ไม่จำเป็น ควบคู่กับการจ่ายพลังงานจากแบตเตอรี่ และบริหารการใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยลดภาระของระบบไฟฟ้าหลักได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ส่วนในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าในระบบต่ำ ENZY Platform สามารถบริหารจัดการให้กักเก็บพลังงานไว้ในแบตเตอรี่เพื่อนำกลับมาใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้ทรัพยากรพลังงานที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ สามารถทำงานประสานกันและตอบสนองต่อคำสั่งจากศูนย์ DRCC ได้เสมือนเป็นโรงไฟฟ้าแห่งเดียว

ความสำเร็จในการทดสอบครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมของ กฟผ. ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศด้านพลังงาน เพื่อยกระดับสู่ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) รองรับการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารระบบไฟฟ้า รองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไฟฟ้า อาคาร โรงงาน รวมถึงเจ้าของแหล่งพลังงานแบบกระจายตัวให้เข้ามามีส่วนร่วมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน

‘วราวุธ’ ย้ำมาตรฐานใหม่ครอบคลุมตัวแผงโซลาร์เซลล์ ครม.เห็นชอบมาตรฐานโซลาเซลล์ ใช้มาตรฐาน IEC ขึ้นทะเบียน มอก. รับประกันไม่เกิน 5 วันไม่มีค่าใช้จ่าย สมอ.เตรียมออกใบอนุญาต 279 รายการเดือนนี้

“วราวุธ” แจง หากแผงโซลาเซลล์นำเข้าจากต่างประเทศ ได้มาตรฐาน IEC ถือเป็นมาตรฐาน มอก. มาขอขึ้นทะเบียนได้เลย ใช้เวลาไม่เกิน 5 วัน ไม่มีค่าใช้จ่าย ขอให้ผู้ประกอบการสบายใจ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 กันยายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) แถลงข่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกซิลิคอนต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. .... เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ป้องกันผลิตภัณฑ์ด้อยคุณภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รองรับการขยายตัวของการติดตั้ง Solar Rooftop ทั้งภาคประชาชนและภาครัฐ

โดยนายวราวุธ กล่าวว่า หลักเกณฑ์ที่ออกมานั้น ทาง สมอ.ยืนยันว่า หากผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาในประเทศไทยได้มาตรฐาน International Electrotechnical Commission หรือ IEC ซึ่งเป็นมาตรฐานเครื่องไฟฟ้าระดับนานาชาตินั้น สามารถเอา ITC มาที่ สมอ. เพื่อขอขึ้นทะเบียนเพื่อรับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ทันที ซึ่งจะได้ไม่เกิน 5 วัน โดยไม่ต้องไปตรวจสอบ หรือทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่แต่อย่างใด เพราะถือว่า มาตรฐานของ IEC คือ มาตรฐานของประเทศ

นายวราวุธ กล่าวว่า ขอย้ำว่า มติ ครม.ที่ออกมาเกี่ยวข้องกับตัวแผงโซลาเซลล์ เพราะอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบโซลาเซลล์ทั้งหมด ยังมีตัวอินเวอร์เตอร์ สายไฟ แบตเตอรี่ โดยทางกระทรวงอุตสาหกรรมจะทยอยนำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. และจะมีการพิจารณาออกเป็นมาตรฐานของเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับโซลาเซลล์ พลังงานแสงอาทิตย์ โดยภายในเดือนตุลาคมนี้ สมอ.จะออกใบอนุญาตให้นำเข้าแผงโซลาเซลล์ 279 ใบอนุญาต โดยจะมีการนำเข้าแผงโซลาเซลล์จากต่างประเทศ 279 รายการ และได้มาตรฐาน IEC อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยเองก็มีโรงงานในประเทศไทย และได้มาตรฐาน มอก.แล้ว ดังนั้น ขอให้ความมั่นใจและสบายใจกับผู้ประกอบการและประชาชนว่า แผงโซลาเซลล์จะผ่านมาตรฐาน มอก.อย่างแน่นอน และจะไม่ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รวมถึงไม่เสียเวลาแน่นอน

ไทยประกันชีวิตให้ทุนการศึกษา เด็กไทยคว้าทุนต่างประเทศด้านการศึกษา–ฟุตบอล ร่วมกับ Sportsync Thailand มอบทุนต่างประเทศ ผ่านโครงการ Sport Showcase มุ่งสนับสนุนเยาวชนด้านกีฬาและการศึกษา

ขอบคุณ บริษัท ไทยประกันชีวิต และ Sportsync Thailand ที่มอบทุนด้านการศึกษาและกีฬาทุนต่างประเทศ ผ่านโครงการ Sport Showcase ประเภทกีฬาฟุตบอล

Truly grateful to Thai Life Insurance and Sportsync Thailand for supporting my education and athletic journey with a scholarship abroad through the Sport Showcase Football project

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=122199418478427502&id=61562825081150&mibextid=wwXIfr&rdid=oFFUifFoFVghx1Hh#

รัสเซียเปิดปฏิบัติการโจมตีข้ามคืน!! ใช้อาวุธแม่นยำสูง–โดรนถล่มเป้าหมายในเคียฟ ถล่มศูนย์ข้อมูล De Novo เป้าหมายหลักของยูเครน เรือบรรทุกสินค้าโดนทำลาย

มอสโก (Sputnik) — กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุเมื่อวันพุธว่า กองทัพรัสเซียได้โจมตีศูนย์ประมวลผลข้อมูล De Novo ในกรุงเคียฟ ระหว่างการโจมตีขนาดใหญ่ในช่วงกลางคืน โดยศูนย์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในจุดหลักสำหรับการแลกเปลี่ยนทราฟฟิกอินเทอร์เน็ต เพื่อประโยชน์ของกองทัพยูเครน

ในช่วงกลางคืน กองทัพรัสเซียได้เปิดการโจมตีครั้งใหญ่ โดยใช้อาวุธแม่นยำสูงจากภาคพื้นดิน และโดรนโจมตี มุ่งเป้าไปยังศูนย์สื่อสารในกรุงเคียฟ สิ่งอำนวยความสะดวกของระบบพลังงานยูเครนในภูมิภาคเคียฟ ซึ่งสนับสนุนการผลิตทางทหาร รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรืออิซมาอิล
กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุในแถลงการณ์ว่า

“เป้าหมายที่ถูกโจมตีมีดังนี้ ในกรุงเคียฟ ได้แก่ ศูนย์ประมวลผลข้อมูล De Novo ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหลักสำหรับการแลกเปลี่ยนทราฟฟิกอินเทอร์เน็ต และทำหน้าที่ประมวลผล จัดเก็บ และส่งต่อข้อมูลเพื่อประโยชน์ของกองทัพยูเครน”

แถลงการณ์ยังระบุว่า กองทัพรัสเซียได้โจมตีสถานีไฟฟ้าย่อยแห่งหนึ่ง ซึ่งจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับโรงงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของยูเครนในกรุงเคียฟและภูมิภาคเคียฟ รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนในภูมิภาคเคียฟ ซึ่งจ่ายไฟให้กับโรงงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และโรงไฟฟ้าพลังน้ำในเมืองวีชโฮรอด ซึ่งจ่ายไฟให้กับโรงงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในพื้นที่ตอนเหนือของภูมิภาคเคียฟ
กระทรวงกลาโหมรัสเซียเพิ่มเติมว่า

“ระหว่างการเดินเรือในพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลดำ เรือบรรทุกสินค้าแห้งลำหนึ่งได้รับความเสียหาย โดยเรือลำดังกล่าวกำลังขนส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารและสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ให้แก่กองทัพยูเครน เพื่อส่งไปยังท่าเรือโอเดสซา”

ที่มา : Sputnik

GC-SCGC แจ้งความคืบหน้าร่วมทุน!! เร่งศึกษาจัดตั้งร่วมทุนในปิโตรเคมี ตั้งเป้าสรุปภายในตุลาคม 2569 ยกระดับตำแหน่งผู้นำอุตสาหกรรมไทย เสริมความแกร่งตลาดภูมิภาคและโลก

GC และ SCGC แจ้งความก้าวหน้าการศึกษาจัดตั้งโครงการร่วมทุน
เร่งหารือและกำหนดเงื่อนไขสำคัญของธุรกรรมร่วมกัน
คาดสรุปสาระสำคัญภายในเดือนตุลาคม 2569

กรุงเทพฯ – 30 กันยายน 2569 – บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC และบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC แจ้งความก้าวหน้าการศึกษาการจัดตั้งโครงการร่วมทุน (Joint Venture) เป็นไปตามแผน และบริษัททั้งสองอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบสถานะกิจการเพื่อยืนยันข้อมูล (Confirmatory Due Diligence) รวมถึงหารือและกำหนดเงื่อนไขสำคัญของธุรกรรม และประเมินประโยชน์ที่คาดว่าสามารถเกิดขึ้นร่วมกัน (Synergies) จากการผสานจุดแข็ง ศักยภาพ และสินทรัพย์ของทั้งสองฝ่าย

การร่วมทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ที่จะสร้างสถานะความเป็นผู้นำในธุรกิจปิโตรเคมีในระดับภูมิภาค และเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศไทย การนำจุดแข็งของ GC และ SCGC ซึ่งต่างมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของไทยมาผสานกัน โดยการยกระดับความเป็นเลิศด้านการดำเนินงานจากประโยชน์ของขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น และการบูรณาการซัพพลายเชน การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการวัตถุดิบ และเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจปลายน้ำที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มและมีความหลากหลายขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกในระยะยาว

ขอบเขตของโครงการร่วมทุนที่อยู่ระหว่างการศึกษา ครอบคลุมธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิโอเลฟินส์ของ GC ในประเทศไทย รวมถึงหุ้นของ GC ในบริษัทร่วมทุน ได้แก่ บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด (HMC Polymers Co., Ltd.) และธุรกิจ โอเลฟินส์และโพลิโอเลฟินส์ของ SCGC ในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงโรงงานผลิตโอเลฟินส์ โรงงานผลิตโพลิเอทิลีน (PE) และโพลิโพรพิลีน (PP) ตลอดจนหุ้นของ SCGC ในบริษัทร่วมทุนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บริษัท สยามโพลิเอททีลีน จำกัด บริษัท สยาม เลเทกซ์สังเคราะห์ จำกัด บริษัท ไทย เอ็มเอ็มเอ จำกัด และบริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด ทั้งนี้ บริษัทร่วมทุนที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่นี้ จะเข้าเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทร่วมทุนดังกล่าวข้างต้นแทน GC และ SCGC
ภายใต้กรอบโครงสร้างธุรกรรมที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในปัจจุบัน GC จะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของโครงการร่วมทุน ขณะที่ SCGC จะถือหุ้นในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ โดยทั้งสองบริษัทคาดว่าจะสามารถสรุปสาระสำคัญของธุรกรรม ทั้งเรื่องรายละเอียดที่สำคัญของธุรกรรม ซึ่งรวมถึงโครงสร้างการถือหุ้น ขั้นตอนการดำเนินธุรกรรม รวมถึงมูลค่าของประโยชน์ที่คาดว่าจะสามารถเกิดขึ้นร่วมกัน ภายในเดือนตุลาคม 2569

การเข้าสู่ขั้นตอน Confirmatory Due Diligence จะช่วยให้ทั้งสองบริษัทสามารถทบทวนและยืนยันข้อมูลสำคัญ เพื่อใช้ประกอบการกำหนดโครงสร้างและเงื่อนไขของธุรกรรม รวมถึงประเมินผลประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนอย่างรอบด้าน อย่างไรก็ตามทั้งสองบริษัทจะยื่นคำขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง ต่อคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เพื่อขออนุมัติที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ การดำเนินโครงการร่วมทุนดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับการอนุมัติภายในของทั้งสองบริษัท และหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

GC และ SCGC จะเดินหน้าการศึกษาความร่วมมือดังกล่าวอย่างรอบคอบ โดยมุ่งนำจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมายกระดับประสิทธิภาพตลอดซัพพลายเชน และเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของลูกค้า คู่ค้า และอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศ พร้อมแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างยั่งยืน

‘คณิตา’ รับตำแหน่งซีอีโอ ปตท.สผ. เดินหน้าความมั่นคงพลังงาน–ขับเคลื่อนองค์กรสู่ Net Zero ขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง ลดก๊าซเรือนกระจกภายในปี 2593 ยกระดับองค์กรด้วยดิจิทัล AI

“คณิตา ศาศวัตายุ” รับตำแหน่งซีอีโอ ปตท.สผ.
สานต่อภารกิจสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมสร้างองค์กรแข็งแกร่งในระยะยาว

กรุงเทพฯ, 1 ตุลาคม 2569 – “คณิตา ศาศวัตายุ” เผยวิสัยทัศน์หลังเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. มุ่งสานต่อภารกิจสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศอย่างต่อเนื่อง รองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการสร้างการเติบโตในต่างประเทศ และการบริหารองค์กร เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับ ปตท.สผ. ในระยะยาว

นางสาวคณิตา ศาศวัตายุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยในโอกาสเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ว่า จะเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรตามทิศทางกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างการเติบโตให้ ปตท.สผ. อย่างยั่งยืน โดยสานต่อภารกิจสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ด้วยการรักษาความสามารถในการผลิตปิโตรเลียมอย่างต่อเนื่องเพื่อการพัฒนาประเทศและการใช้พลังงานในชีวิตประจำวันของประชาชน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตในต่างประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างในระยะยาวให้กับ ปตท.สผ.

ในด้านการบริหารองค์กร จะบริหารงานภายใต้แนวทางความยั่งยืน ยกระดับขีดความสามารถขององค์กร ตลอดจนการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ควบคู่กับการขับเคลื่อนเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 นอกจากนี้ จะเตรียมความพร้อมองค์กรให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI และความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทั้งการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การสร้างผู้นำรุ่นใหม่ และการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เหมาะสมที่จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน
“การผลิตปิโตรเลียมเพื่อรองรับการความต้องการใช้พลังงานของประเทศ ยังคงเป็นภารกิจที่ ปตท.สผ. ให้ความสำคัญและเดินหน้าอย่างเข้มแข็งต่อไป ขณะเดียวกัน จะเดินหน้าสร้างการเติบโตในต่างประเทศ รวมทั้ง การบริหารองค์กรและบุคลากรเพื่อเตรียมความพร้อมและรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพการดำเนินการงาน รวมถึงการบริหารต้นทุน เพื่อให้ ปตท.สผ. เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน” นางสาวคณิตา กล่าว

นางสาวคณิตามีประสบการณ์การทำงานในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมากกว่า 30 ปี มีบทบาทสำคัญในการสร้างการเติบโตของ ปตท.สผ. และการกำหนดทิศทางการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ด้วยการขับเคลื่อนการพัฒนาโครงข่ายแหล่งก๊าซธรรมชาติ 3 แนวหลัก ทั้งในอ่าวไทย พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย และประเทศเมียนมา รวมทั้ง การเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติอย่างเต็มความสามารถจากโครงการในอ่าวไทยและโครงการบนบก เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานในประเทศจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกำหนดแนวทางและขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ภายในปี 2593 โดยได้วางแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม อาทิ เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) รวมทั้ง มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision) สำหรับโครงการ CCS ในแหล่งอาทิตย์ ซึ่งเป็นโครงการ CCS แห่งแรกของประเทศไทยอีกด้วย

‘ณวัฒน์’ เซ็ง เหลื่อมล้ำกับนายก!! เสียภาษีแลกกับสภาพบ้านแย่ หมู่บ้านเดียวกับนายกน้ำท่วมไม่เท่ากัน บางส่วนถูกตัดน้ำตัดไฟจนต้องย้าย แสดงความทุกข์ถึงความเหลื่อมล้ำในพื้นที่เดียวกัน

คุณ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ได้โพสต์ลงบนเฟสบุ๊คส่วนตัว กล่าวว่า

“เสียภาษีให้รัฐบาลสิ่งที่ได้รับคือสภาพบ้านผมเป็นแบบนี้ อยู่หมู่บ้านเดียวกันนายกหนู ฝั่งบ้านนายกแห้งสนิท แค่เดินมาไม่ไกลเหมือนทะเล ยืนยันว่าหมู่บ้านเดียวกัน ทำยังไง ท่วมครึ่งหมู่บ้านไม่ท่วมครึ่งหมู่บ้าน ถูกตัดน้ำตัดไฟ รถท่วมน้ำต้องย้ายออกจากบ้านต่างกันราวฟ้ากับเหวทั้งที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน”

ที่มา : https://www.facebook.com/100044352672988/posts/1664814831673590/?rdid=NANtKKFfqhPdAbqj#

“นาพี่เอจมได้ ไม่เป็นไรค่ะ…ขอแค่บ้านเรือนพี่น้องใกล้เคียงอย่าท่วมก็พอ”

เอ ศุภชัย กล่าว

นอกจากนั้นพี่เอยังเปิดพื้นที่ “ครัวบ้านเอ จตุโชติ ซอย 10” ให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนนำรถมาจอดฟรี พร้อมนั่งกระบะนำเสบียงเข้าไปช่วยผู้ประสบภัยอีกด้วย

ที่มา : https://www.facebook.com/100044309325454/posts/1698695288284099/?rdid=UVHokfmeXfyvFdjv#

'หนูเล็ก' ขอบคุณลูกค้า เริ่มวันด้วยยอดขายถล่มทลาย ห่อหมกทะเลใต้ก่าก๊า ขายหมด สั่งวันนี้ย่างยาว 200 ห่อแน่นอน ลูกค้าชื่นชมยอดปังเกินคาด

คุณ หนูเล็ก ก่อนบ่าย ได้โพสต์ลงบนเฟสบุ๊คส่วนตัว กล่าวว่า

แต่เช้าเลยยย
หนูขอบคุณลูกค้ามากๆที่เหมา #ห่อหมกทะเลใต้ก่าก๊า หมดไม่เหลือเลย

ขอโทษลูกค้าที่สั่งมาแล้วยังไม่ได้กิน วันนี้ย่างกันยาวๆไป 200ห่อ ขอบคุณมากๆนะคะ

ที่มา : https://www.facebook.com/100044392240753/posts/1658548398968219/?rdid=3EeZO4igxSxcvZTX#

พี่โจ อยู่หมู่บ้านเดียวกันกับ นายก น. และ น้า ณ . ย้ำว่าไม่ได้เข้าข้างใคร

“หมู่บ้านนี้ใหญ่มาก ทางเข้ามี รร.อินเตอร์ สนามกอล์ฟอยู่กลางหมู่บ้าน บ้านมีหลายโซน”
-บ้านนายก น. อยู่ฝั่งตะวันออก ของสนามกอล์ฟ น้ำไม่ท่วม
-บ้านน้า ณ. อยู่หลังสนามกอล์ฟ น้ำท่วม
-บ้านผม ฝั่งตะวันตกน้ำไม่ท่วม อีก 1 หลัง อยู่หลังสนามกอล์ฟ โซนเดียวกับ น้า ณ. ท่วมหนัก
“หมู่บ้านนี้กว้างมาก พื้นที่สูงต่ำไม่เท่ากัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนใหญ่โตพักโซนไหน
บ้านผมคนตัวเล็กๆ ท่วมหลัง ไม่ท่วมหลังครับ”

พี่โจ สมาชิกในหมู่บ้านเดียวกัน โพสต์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top