Saturday, 17 October 2026
NewsFeed

อมตะซิตี้ ลาว ดันแลนด์ลิงก์!! เร่งพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมสีเขียว เชื่อมเส้นทางรถไฟลาว-จีน เชื่อมโยงอาเซียน เฟสแรก 900 เฮกตาร์ เปิดรับนักลงทุนปี 2569 หนุนโลจิสติกส์ยานยนต์ไฟฟ้า 30% ภายใน 2573

อมตะซิตี้ ลาว ปักหมุด“นาหม้อ” เมืองอุตสาหกรรมสีเขียวแห่งลุ่มน้ำโขง ดัน สปป.ลาว สู่แลนด์ลิงก์ลงทุนบนเส้นทางรถไฟลาว-จีน

อมตะซิตี้ ลาว เดินหน้าเร่งพัฒนาโครงการ อมตะ สมาร์ท แอนด์ อีโค ซิตี้ นาหม้อ หลังรัฐบาล สปป.ลาว หารือและติดตามความคืบหน้า ผลักดันโครงการสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสีเขียวและโลจิสติกส์แห่งใหม่ของภูมิภาค บนทำเลยุทธศาสตร์เชื่อมเส้นทางรถไฟลาว-จีน รองรับการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เชื่อมโยงจีน ไทย เวียดนาม และอาเซียน ยกระดับ สปป.ลาว สู่ศูนย์กลางการค้าและการลงทุน (Land Link) ของแห่งใหม่ลุ่มน้ำโขง สร้างโอกาสการจ้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรี ผู้แทนถาวร และประธานคณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนส่วนกลาง สปป.ลาว เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนโครงการลงทุนที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างการจ้างงาน และการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันโครงการ อมตะ สมาร์ท แอนด์ อีโค ซิตี้ นาหม้อ ให้ดำเนินงานตามกรอบกฎหมายและแผนพัฒนาที่กำหนด พร้อมเร่งแก้ไขอุปสรรคและติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดการลงทุนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของ สปป.ลาว

นายวรงค์ ตังประพฤทธิ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะซิตี้ ลาว จำกัด กล่าวว่า โครงการ อมตะ สมาร์ท แอนด์ อีโค ซิตี้ นาหม้อ ถือเป็นยุทธศาสตร์การลงทุนสำคัญของอมตะใน สปป.ลาว โดยต่อยอดจากประสบการณ์การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมในประเทศไทยและเวียดนาม สู่การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บนทำเลศักยภาพในแขวงอุดมไซ ครอบคลุมพื้นที่โครงการ 3,150 เฮกตาร์ เชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมหลัก โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟลาว-จีน ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง พร้อมยกระดับบทบาทของ สปป.ลาว จากประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล สู่การเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการค้าและการลงทุน (Land Link) ของภูมิภาค ทั้งนี้ โครงการได้เริ่มก่อสร้างเฟสแรกบนพื้นที่ 900 เฮกตาร์ และพร้อมเปิดรับนักลงทุนภายในปลายปี 2569 นี้

“อมตะ สมาร์ท แอนด์ อีโค ซิตี้ นาหม้อ ตั้งเป้าพัฒนาให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับการออกแบบให้รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งอุตสาหกรรมไฮเทค โลจิสติกส์ อุตสาหกรรมแปรรูป รวมถึงการพัฒนาเชิงพาณิชย์และพื้นที่ใช้ประโยชน์แบบผสมผสาน เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและการลงทุนระหว่างจีน ไทย เวียดนาม และประเทศสมาชิกอาเซียน ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยอมตะมุ่งสร้างการเติบโตร่วมกันระหว่างนักลงทุน ชุมชน และประเทศ ภายใต้ปรัชญา "ALL WIN" นายวรงค์กล่าว

ด้านนายวงสวรรค์ ไชยวงศ์ ประธานคณะกรรมการปกครองแขวงอุดมไซ และประธานคณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนแขวงอุดมไซ กล่าวถึงรายงานความคืบหน้าการดำเนินโครงการ พร้อมนำเสนอประเด็นอุปสรรค แนวทางแก้ไข และแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป โดยระบุว่า โครงการ อมตะ สมาร์ท แอนด์ อีโค ซิตี้ นาหม้อ จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพการลงทุนของแขวงอุดมไซ และเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับอุตสาหกรรมและการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันโครงการให้เป็นไปตามแผน

สำหรับความคืบหน้าของโครงการ ทางอมตะได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อร่วมศึกษาความเป็นไปได้และพัฒนาโครงการในด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมร่วมกันศึกษาการพัฒนาพื้นที่จอดรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck Park) เพื่อรองรับระบบโลจิสติกส์สีเขียวและการขนส่งข้ามพรมแดน สอดรับนโยบายของรัฐบาล สปป.ลาว ที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเป็น 30% ภายในปี 2573

นอกจากนี้ อมตะยังอยู่ระหว่างศึกษาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบไฟฟ้าและแนวทางการจัดหาพลังงานที่มีความมั่นคง มีเสถียรภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมที่มีระบบนิเวศครบวงจร พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับทุกภาคส่วน

‘ทรัมป์’ ชูดีลสันติภาพกาซา!! Board of Peace บรรลุข้อตกลงกาซา ปลดอาวุธฮามาส–กลุ่มติดอาวุธในกาซา แลกอิสราเอลทยอยถอนทัพ เปิดทางกองกำลังนานาชาติดูแลความมั่นคง

ทรัมป์ประกาศ คณะเจรจาสันติภาพ (Board of Peace) ได้บรรลุ "ข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์สำหรับการปลดอาวุธอย่างสมบูรณ์ของกลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ในฉนวนกาซา"

ตามคำประกาศของทรัมป์ การดำเนินการจะเป็นไปแบบ ทยอยเป็นระยะ โดยเมื่อกระบวนการปลดอาวุธเสร็จสิ้น กองทัพอิสราเอลจะทยอยถอนกำลังออกจากกาซา ขณะที่กองกำลังรักษาเสถียรภาพนานาชาติ (International Stabilization Force) จะเข้ามารับผิดชอบด้านความมั่นคงร่วมกับกองกำลังตำรวจปาเลสไตน์ชุดใหม่ เพื่อให้กาซาปลอดภัยทั้งต่อประชาชนในพื้นที่และประเทศเพื่อนบ้าน

ทรัมป์ยังระบุว่า ในระยะต่อไป กาซาจะอยู่ภายใต้การบริหารของ รัฐบาลปาเลสไตน์ชุดใหม่ ที่จะทำงานร่วมกับคณะกรรมการสันติภาพกาซา พร้อมกล่าวขอบคุณ อียิปต์ กาตาร์ และตุรกี ที่มีบทบาทในการเป็นคนกลางเจรจา และย้ำว่าจะไม่ปล่อยให้กาซาถูกใช้เป็นฐานโจมตีอิสราเอลอีก

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1361166772838346/?rdid=JsOsA0ZHGvBSL1tL#

ผู้อพยพชาวแอฟริกันหลายพันคน ซึ่งรวมถึงชาวโมร็อกโก พากันข้ามพรมแดนจากโมร็อกโกเข้าสู่ เมืองเซวตา (Ceuta) ดินแดนปกครองตนเองของสเปน ซึ่งมีพื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่ในดินแดนแอฟริกาเหนือ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองกำลังพิทักษ์ชายแดน ของสเปนไม่สามารถควบคุมสถานการณ์

กลุ่มผู้อพยพจำนวนมากส่งเสียงโห่ร้องแสดงความดีใจหลังสามารถเข้าสู่ดินแดนของสเปนได้สำเร็จ

ช่วงเวลาดังกล่าว มีผู้อพยพราว 1,500 คน เข้าสู่เซวตาในวันเดียว โดยหลายคนว่ายน้ำอ้อมแนวกั้นชายฝั่ง ขณะที่บางส่วนปีนรั้วชายแดน ส่งผลให้กองกำลัง Guardia Civil ต้องระดมกำลังรับมืออย่างเร่งด่วน และรัฐบาลท้องถิ่นของเซวตาเรียกร้องให้รัฐบาลกลางประกาศภาวะฉุกเฉิน รวมถึงส่งกองทัพเข้ามาสนับสนุนการรักษาความมั่นคงบริเวณชายแดน

"เซวตา" เป็นดินแดนของสเปนที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งแอฟริกาเหนือ มีพรมแดนติดกับโมร็อกโก และเป็นหนึ่งในสองจุดผ่านแดนทางบกระหว่างทวีปแอฟริกากับสหภาพยุโรป จึงเป็นเส้นทางสำคัญที่ผู้อพยพใช้ในการพยายามเข้าสู่ยุโรปมาอย่างต่อเนื่อง

แม้เมือง เซวตา (Ceuta) จะเป็นหนึ่งในจุดหมายหลักของผู้อพยพที่พยายามเข้าสู่สหภาพยุโรป และมีความพยายามลักลอบข้ามพรมแดนเกิดขึ้นเป็นประจำ แต่เหตุการณ์ที่มีผู้อพยพหลายพันคนหลั่งไหลเข้าพร้อมกันในครั้งนี้ถือว่า ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่าเป็นวิกฤตที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 และได้เรียกร้องให้รัฐบาลสเปนประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังศูนย์รองรับผู้อพยพมีผู้เข้าพักเกินขีดความสามารถอย่างหนัก และกำลังตำรวจไม่เพียงพอต่อการรับมือสถานการณ์

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2123323488563393&set=pcb.1360735539548136

“เวียดนาม” จ่อลดมหาวิทยาลัย!! ปรับลดมหาวิทยาลัยรัฐ 20% กำหนดเสร็จ 1 เม.ย. 70 โอนสถาบันข้ามสาขาให้กระทรวงดูแล ควบรวมหรือปรับโครงสร้างมหาวิทยาลัยในพื้นที่เดียวกัน

เวียดนามจ่อลดจำนวน 'มหาวิทยาลัยรัฐ' อย่างน้อย 20%

กรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม (CPVCC) ชุดที่ 14 มีคำสั่งให้ปรับลดจำนวนสถาบันอุดมศึกษาของรัฐลงอย่างน้อยร้อยละ 20 ภายในวันที่ 1 เม.ย. 2027 โดยปัจจุบันเวียดนามมีสถาบันอุดมศึกษารวม 291 แห่ง แบ่งเป็นสถาบันของรัฐ 228 แห่ง

มหาวิทยาลัยของรัฐที่เปิดการเรียนการสอนแบบสหสาขาวิชาและครอบคลุมหลายสาขา จะถูกโอนให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการและการฝึกอบรม หรือรัฐบาลท้องถิ่น

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยของรัฐที่ตั้งอยู่ในจังหวัดหรือเมืองเดียวกันจะถูกควบรวมหรือปรับโครงสร้างเข้าด้วยกัน ส่วนสถาบันอุดมศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจะได้รับการยกเว้นจากมาตรการดังกล่าว

ที่มา : Xinhua

ญี่ปุ่นไม่ฟ้องหญิงไทยวัย 28 ปี!! จากผู้ต้องสงสัยสู่การไม่ฟ้อง เชื่อไม่รู้ว่ากาแฟมีไอซ์ซุกซ่อน หลังอัยการเห็นเป็นผู้หิ้วสินค้าโดยไม่รู้ข้อเท็จจริง เตรียมผลักดันกลับประเทศไทยต่อไป

อัยการญี่ปุ่นสั่ง “ไม่ฟ้อง” น.ส.จุฑาทิพย์ หญิงไทยวัย 28 ปี หิ้วกาแฟซุกไอซ์ ถูกจับได้ที่สนามบินฟุกุโอกะ

โดยมองว่าหญิงคนดังกล่าวไม่มีเจตนา หรือน่าเชื่อได้ว่า “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง” กับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เป็นเพียงผู้หิ้วนำเอาสินค้าซึ่งไม่รู้ว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดเข้าญี่ปุ่น

อีกทั้งไม่เคยมีประวัติที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด หรือพัวพันในเรื่องยาเสพติดมาก่อน จึงเตรียมผลักดันกลับประเทศไทยต่อไป

หมายเหตุ โดย RonallChersan

ที่มา : https://www.facebook.com/100004281102701/posts/3740121786140488/?rdid=tSFE6xilmVkkbMXc#

เปิดแนวทางจัดการมรดกดิจิทัล ลิขสิทธิ์ 50 ปี จากคลิปท่องเที่ยวสู่ทรัพย์สินทางปัญญา ‘ฮลุน โซโล่’ ยังได้รับคุ้มครองลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินฯ แนะทายาทยื่นจัดการมรดก ก่อนดูแลบัญชียูทูบและผลประโยชน์ของ ‘ฮลุน โซโล่’

กรมทรัพย์สินทางปัญญาแจง คลิปยูทูบของ “ฮลุน โซโล่” ยังได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ 50 ปีนับจากวันเผยแพร่ครั้งแรก ขณะที่สิทธิในช่องและรายได้สามารถตกทอดแก่ผู้รับพินัยกรรมหรือทายาทโดยธรรมได้ พร้อมแนะยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดกเพื่อดำเนินการดูแลบัญชีต่อไป

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงกรณีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของ “ฮลุน โซโล่” ภายหลังเสียชีวิต โดยระบุว่า คลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนยูทูบถือเป็นงานที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์

คลิปวิดีโอมีองค์ประกอบสร้างสรรค์หลายส่วน เช่น ภาพสถานที่ท่องเที่ยว การเลือกและเรียบเรียงฟุตเทจ จังหวะการตัดต่อ ดนตรีประกอบ เสียงเอฟเฟกต์ และข้อความบรรยาย เมื่อบันทึกไว้ในอุปกรณ์หรือหน่วยความจำและสามารถนำกลับมาเล่นซ้ำได้ จึงเข้าข่าย “งานโสตทัศนวัสดุ” ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ฮลุน โซโล่ ในฐานะผู้สร้างสรรค์ผลงาน เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ทันทีที่สร้างคลิปขึ้น และมีสิทธิในการทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน อนุญาตให้ผู้อื่นใช้ผลงาน รวมถึงดำเนินคดีกับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ได้

สำหรับระยะเวลาคุ้มครอง งานโสตทัศนวัสดุจะได้รับความคุ้มครอง 50 ปีนับจากวันที่สร้างสรรค์ผลงาน แต่หากมีการเผยแพร่ต่อสาธารณชนภายในช่วงเวลาดังกล่าว จะคุ้มครองต่อเนื่อง 50 ปีนับจากวันที่เผยแพร่ครั้งแรก ดังนั้น วันที่อัปโหลดคลิปแต่ละชิ้นลงยูทูบจึงถือเป็นวันเผยแพร่ครั้งแรกของคลิปนั้น

ลิขสิทธิ์ยังถือเป็นทรัพย์สินที่สามารถโอนหรือส่งต่อเป็นมรดกได้เช่นเดียวกับบ้าน รถยนต์ เงินฝาก หรือที่ดิน หากผู้เสียชีวิตทำพินัยกรรมไว้ สิทธิในลิขสิทธิ์จะตกแก่ผู้รับพินัยกรรมตามที่ระบุ แต่หากไม่มีพินัยกรรม สิทธิจะตกแก่ทายาทโดยธรรมตามกฎหมาย เช่น บุตร บิดามารดา พี่น้อง ปู่ย่าตายาย และญาติในลำดับถัดไป โดยคู่สมรสมีสิทธิรับมรดกร่วมด้วย

กรมทรัพย์สินทางปัญญาแนะนำให้ผู้รับพินัยกรรมหรือทายาทรวบรวมเอกสารของผู้เสียชีวิต และยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดก จากนั้นสามารถนำคำสั่งศาลไปใช้จัดการบัญชียูทูบ สิทธิในช่อง และรายได้ที่เกิดขึ้น เพื่อดูแลและจัดสรรผลประโยชน์ต่อไป 

ที่มา : https://mgronline.com/onlinesection/detail/9690000074972

“พีทีที สเตชั่น” ลุยโปรเติมเอง!! ขยายบริการเติมเอง 204 สถานีทั่วประเทศ ลดเพิ่ม 1 บาทต่อลิตรผ่านแอป เพิ่ม Blue Wallet เพิ่มความสะดวก เน้นเติมง่าย จ่ายครบในที่เดียว

พีทีที สเตชั่น จัดโปรเติมเอง (Self Serve) ลด 1 บาท/ลิตร กว่า 204 สถานีทั่วไทย

พีทีที สเตชั่น (PTT Station) เดินหน้าขยายบริการเติมเอง (Self Serve) ครอบคลุมกว่า 204 สถานีทั่วประเทศ

ชูจุดเด่น "สั่ง เติม จ่าย ครบ" ในที่เดียวผ่านแอปพลิเคชัน blueplus+ ยกระดับความสะดวก ด้วยการเพิ่ม Blue Wallet เป็นอีกหนึ่งช่องทางการชำระเงิน นอกเหนือจากบัตรเครดิตและบัตรเดบิต เพื่อมอบความยืดหยุ่นในการชำระเงินให้กับผู้ใช้บริการพร้อมจัดโปรโมชันพิเศษ รับส่วนลด 1 บาทต่อลิตร สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการ Self Serve ผ่านแอปพลิเคชัน blueplus+ ระหว่างวันที่ 1–31 สิงหาคม 2569 เพื่อมอบประสบการณ์การเติมน้ำมันที่สะดวกและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

นายพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เปิดเผยว่า พีทีที สเตชั่น มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและยกระดับบริการเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และสามารถบริหารจัดการด้วยตนเองได้ การขยายจุดให้บริการเติมเอง (Self Serve) ครอบคลุมกว่า 204 สถานีทั่วประเทศ จะช่วยให้ผู้ใช้รถเข้าถึงบริการได้ง่ายและครอบคลุมยิ่งขึ้น

ช่วยลดระยะเวลาการรอคิว โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน
Self Serve ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด Easy & Smart ให้ลูกค้าจัดการทุกขั้นตอนตั้งแต่ สั่ง เติม จ่าย ได้ครบจบผ่านแอปพลิเคชัน blueplus+ บริการ Self Serve ให้คุณเติมน้ำมันได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยเพียง 5 ขั้นตอนง่าย ๆ

1. สั่งเติมผ่านแอป blusplus+ โดยเลือกสถานีบริการ ประเภทน้ำมัน จำนวนเงิน/ลิตร หน้าจ่าย และช่องทางชำระเงิน
2. ยกมือจ่าย น้ำมันตามหน้าจ่ายและชนิดน้ำมันที่เลือก
3. เสียบมือจ่าย เข้าถังน้ำมันรถให้สุดก่อนเริ่มบีบ
4. เติมน้ำมัน โดยบีบค้างไว้จนกว่าจะเติมเสร็จสมบูรณ์
5. วางมือจ่ายคืน กลับเข้าช่องให้ถูกต้อง

สัมผัสประการณ์การเติมน้ำมันที่สะดวก คุ้มค่า และรวดเร็วด้วยบริการ Self Serve ได้แล้ววันนี้ที่ พีทีที สเตชั่น ทั่วประเทศที่ร่วมรายการ

เด็กไทยสร้างประวัติศาสตร์!! คว้ารองแชมป์โลก Excel ที่สหรัฐฯ เมืองแอนาไฮม์ แข่งขันปีที่ 24 ทั่วโลก 36 ประเทศ ทักษะดิจิทัลเยาวชนไทยโดดเด่น

เด็กไทยสร้างประวัติศาสตร์ คว้ารองแชมป์โลก Microsoft Excel บนเวที Microsoft Office Specialist
World Championship 2026

ARIT ภูมิใจส่งตัวแทนเยาวชนไทยสร้างชื่อเสียงระดับโลก ตอกย้ำศักยภาพทักษะดิจิทัลของประเทศไทย

บริษัท เออาร์ไอที จำกัด (ARIT) ขอแสดงความยินดีกับ นายธนวิชญ์ ถาวรกาญจน์
นักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย
ด้วยการคว้ารางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1 (2nd Place) ในการแข่งขัน Microsoft Office Specialist
World Championship 2026 โปรแกรม Microsoft Excel ซึ่งจัดขึ้น ณ เมือง Anaheim รัฐ California
ประเทศสหรัฐอเมริกา

การแข่งขัน Microsoft Office Specialist World Championship จัดขึ้นโดย Certiport, a Pearson VUE Business เพื่อค้นหาสุดยอดเยาวชนผู้มีความสามารถด้านการใช้ Microsoft Office จากทั่วโลก
และนับเป็นเวทีการแข่งขันทักษะดิจิทัลระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับสูงสุดรายการหนึ่งของโลก
ในปี 2026 การแข่งขันจัดขึ้นเป็นปีที่ 24 โดยมีผู้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจำนวน 135 คน จาก 36 ประเทศที่มีอายุระหว่าง 13–22 ปี เข้าร่วมแข่งขันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเยาวชนจากนานาประเทศตอกย้ำคุณค่าของการรับรองทักษะ Microsoft Office Specialist (MOS) ในการเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาและการประกอบอาชีพในอนาคต

ในฐานะผู้แทนอย่างเป็นทางการของ Certiport ในประเทศไทย บริษัท เออาร์ไอที จำกัด
ได้รับสิทธิในการดำเนินการคัดเลือกและส่งตัวแทนเยาวชนไทยเข้าร่วมการแข่งขัน Microsoft Office
Specialist World Championship มาอย่างต่อเนื่องโดยมีพันธกิจในการยกระดับมาตรฐานทักษะดิจิทัลของเยาวชนไทยและเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพบนเวทีระดับโลก
ความสำเร็จของนายธนวิชญ์ในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนความสามารถและความมุ่งมั่นของผู้เข้าแข่งขัน
แต่ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าเยาวชนไทยมีศักยภาพในการแข่งขันกับผู้แทนจากนานาประเทศได้อย่างทัดเทียม หากได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง นายวรเทพ มงคลวาที ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอที จำกัด กล่าวว่า

เราภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จของน้องเจมส์ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองและเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยอีกจำนวนมาก ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า

ทักษะดิจิทัลไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการเรียนหรือการทำงาน
แต่สามารถสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยก้าวไปแข่งขันและสร้างชื่อเสียงบนเวทีระดับโลกได้จริง

ARIT ยังคงมุ่งมั่นผลักดันการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและมาตรฐานสากล ผ่านการจัดการแข่งขัน MOS Olympic Thailand Competition 2027 เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทย ได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะ Microsoft Word, Excel และ PowerPoint พร้อมก้าวสู่การเป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขัน Microsoft Office Specialist World Championship 2027 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา
สำหรับเยาวชนที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสารการสมัครเข้าร่วมโครงการในปีต่อไปได้ที่
www.aritcompetition.com

“มาสด้า” ผลักดันเยาวชน!! เปิดกิจกรรมกีฬาเพื่อพัฒนา เสริมทักษะ ปลูกวินัยและแรงบันดาลใจ ร่วมกับสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพฟุตบอลไทย

มาสด้าสานต่อกิจกรรม “Mazda Goal ก้าวแรกสู่อาชีพ ครั้งที่ 3”
เปิดโอกาสเยาวชน เรียนรู้ทักษะฟุตบอลจากนักเตะอาชีพ

สร้างแรงบันดาลใจสู่อนาคต

กรุงเทพฯ – ประเทศไทย, -30 กรกฎาคม 2569 – บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
ร่วมกับสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เดินหน้าส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทยผ่านกิจกรรม “Mazda
Goal ก้าวแรกสู่อาชีพ ครั้งที่ 3” เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ทักษะฟุตบอลจากนักฟุตบอลอาชีพและทีมผู้ฝึกสอนอย่างใกล้ชิด พร้อมปลูกฝังวินัย ความมุ่งมั่น การทำงานเป็นทีม
และสร้างแรงบันดาลใจในการก้าวสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต โดยมีเยาวชนจากอะคาเดมี
จำนวนกว่า 200 คน เข้าร่วมกิจกรรม ณ สนามฝึกซ้อม SWATCAT Training Pitch จังหวัดนครราชสีมา
นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์
(ประเทศไทย) จำกัด

“มาสด้าเชื่อว่าความสุขในการใช้ชีวิตเริ่มต้นจากการได้รับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Joy Drives Lives ที่มุ่งส่งมอบประสบการณ์แห่งความสุขในการใช้ชีวิตให้กับลูกค้าและผู้คนในสังคมไม่ใช่เพียงผ่านผลิตภัณฑ์และบริการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านกิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโต เพราะมาสด้าเชื่อว่า เมื่อผู้คนมีโอกาสได้ค้นพบศักยภาพของตนเองและมีความสุขกับการใช้ชีวิตพวกเขาจะสามารถส่งต่อพลังบวกและสร้างแรงขับเคลื่อนที่ดีให้กับสังคมได้อย่างยั่งยืน”

สำหรับกิจกรรม Mazda Goal ก้าวแรกสู่อาชีพ
สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมาสด้าในการสนับสนุนเยาวชนให้ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง
ฝึกฝนทักษะที่จำเป็น และกล้าที่จะก้าวตามความฝัน
เพราะมาสด้าเชื่อว่าทุกโอกาสในการเรียนรู้สามารถต่อยอดไปสู่อนาคตที่สดใส ความร่วมมือกับ
สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซีจึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนเจตนารมณ์ของมาสด้าในการสร้างความสุข สร้างแรงบันดาลใจและเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ มาสด้าได้เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักของสโมรสรฯอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 13 ปี ซึ่งเราเชื่อว่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนความฝันของเยาวชนและสร้างการเติบโตให้กับวงการฟุตบอลไทยต่อไป

ครั้งนี้ เยาวชนได้ฝึกทักษะฟุตบอลผ่านฐานการเรียนรู้ทั้ง 4 ฐาน ได้แก่
การเคลื่อนที่และการสัมผัสบอลเบื้องต้น (Ball Feeling & Basic Movement) การส่งบอลและการเลี้ยงบอล (Passing & Dribbling) การเลี้ยงบอลและการรับบอล (Dribbling & Receiving)
และการเลี้ยงบอลพร้อมการยิงประตู (Dribbling & Shooting)

โดยมีทีมผู้ฝึกสอนและนักฟุตบอลอาชีพของสโมสรฯ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์อย่างใกล้ชิด
ก่อนปิดท้ายด้วยการแข่งขันแบบแบ่งทีม

เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้นำทักษะที่เรียนรู้มาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง
กิจกรรมครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายประเสริฐ บุญชัยสุข ประธานสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี
กล่าวเปิดงาน Mazda Goal ก้าวแรกสู่อาชีพ ครั้งที่ 3 อย่างเป็นทางการ พร้อมด้วย นายศุภรัศมิ์
ตัณฑเศรณีวัฒน์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนคร นครราชสีมา และ ผู้อำนวยการสโมสร นครราชสีมา
มาสด้า เอฟซี กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรม และให้โอวาสแก่เยาวชน
โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีวินัย ความมุ่งมั่น และการไม่หยุดพัฒนาตนเอง
พร้อมมอบของที่ระลึกให้แก่เด็กและเยาวชนทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรม
มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพ
และการสร้างโอกาสให้กับเยาวชนไทย พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการเติบโตของวงการฟุตบอลไทยอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างคุณค่าให้กับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมตลอดจนถึงส่งมอบประสบการณ์ความสุขไปยังผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป

Eat Play Root Fest เทศกาลสร้างเมืองด้วยอาหาร เปลี่ยนความสัมพันธ์ผ่านมื้อข้าว รวมกิจกรรมเวิร์กชอปและบทสนทนา 30 ส.ค. ที่ Na Café กรุงเทพฯ

Eat Play Root Fest เมืองที่น่าอยู่ เริ่มต้นจากผู้คนที่นั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกัน
ชวนมาสร้างเมืองที่อบอุ่น...ผ่านอาหารหนึ่งมื้อไปด้วยกัน
เทศกาลที่เชื่อว่า "อาหาร" คือจุดเริ่มต้นของการสร้างชุมชน

ถ้าเมืองที่เราอยากอยู่ ไม่ได้เริ่มจากการสร้างตึกใหม่ แต่เริ่มจากการที่ผู้คนรู้จักกันมากขึ้น แบ่งปันกันมากขึ้น และนั่งกินข้าวร่วมกันมากขึ้นล่ะ?

Eat Play Root Fest คือเทศกาลแห่งประสบการณ์ ที่ชวนทุกคนมาเชื่อมโยงกับตัวเอง ผู้คน และธรรมชาติ ผ่านเวิร์กชอป อาหาร และบทสนทนาที่ออกแบบมาอย่างตั้งใจภายใต้แนวคิด Deep Ecology ที่เชื่อมคนด้วยความคิดว่าเรามีมากพอที่จะแบ่งปันกัน

ผู้เข้าร่วมสามารถเดินเลือกเข้าร่วมฐานกิจกรรมได้ตามความสนใจตลอดทั้งวัน ผ่าน Event Passport ที่จะพาคุณออกเดินทางไปตามแต่ละประสบการณ์

ไฮไลต์ของงาน
Community Meal มื้ออาหารร่วมกันกับเชฟและผู้เข้าร่วม ภายใต้แนวคิด Eating Therapy เพราะเราเชื่อว่า "การกินข้าวร่วมกัน" คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ดี (เฉพาะผู้ลงทะเบียนล่วงหน้า)

ปิดท้ายด้วย Community Dialogue ชวนทุกคนมาร่วมแลกเปลี่ยนไอเดีย และออกแบบ "ชุมชนและเมืองที่เราอยากเห็น" ไปด้วยกัน

เราอยากให้คุณกลับบ้านพร้อมความรู้สึก...
- อิ่มใจ
- อิ่มท้อง
- และอิ่มความหวัง ว่าเมืองที่อบอุ่นเริ่มต้นได้จากผู้คนธรรมดาที่เลือกเชื่อมโยงและแบ่งปันกัน

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569
- 09.00 – 16.00 น.
-Na Café at Bangkok 1899
https://maps.app.goo.gl/SFUMAtz7D6L7XUJx6

ลงทะเบียนล่วงหน้า 30 ที่นั่ง

ผู้ลงทะเบียนทุกประเภทบัตรจะได้รับ
- คูปอง Community Meal
- คูปองเครื่องดื่มจาก Na Café
มูลค่ารวม 150 บาท

เมื่อครบ 30 สิทธิ์ จะปิดการจองอาหารกลางวัน แต่ยังสามารถ Walk-in เข้าร่วมกิจกรรมและเวิร์กชอปต่าง ๆ ได้ตลอดทั้งวัน

สมัครวันนี้ได้ที่: https://forms.gle/CGjmaTcZG1uu871a6
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม
Facebook : Eat-Play-Root Journey
Instagram : @eatplayroot.journey


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top