Saturday, 25 July 2026
NewsFeed

“บ้านปู” ผนึกพันธมิตร!! พัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต จับมือสถาบันบริหารธุรกิจชั้นนำ ฝึกงานนานาชาติเพื่อทักษะใหม่ ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานยั่งยืน

บ้านปูผนึกพันธมิตรสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจระดับโลก พัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต

24 กรกฎาคม 2569 - บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย จับมือสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจชั้นนำระดับโลกผ่านโครงการฝึกงานนานาชาติ ได้แก่ โครงการ Sasin-MIT ASEAN Action Learning Lab, โครงการ Sasin-Zhejiang Thailand-China Lab และโครงการ Ivey Global Lab (IGL) ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานและลงมือแก้โจทย์ธุรกิจผ่านโครงการที่ดำเนินงานจริงของบ้านปู ส่งเสริมการพัฒนาทักษะของคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูงให้พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรชั้นนำที่ช่วยเสริมกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทให้แข็งแกร่ง

การสนับสนุนนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาโทจากนานาชาติที่เข้าร่วมโครงการเหล่านี้ ช่วยเพิ่มมุมมองระดับสากลที่ทันสมัยมาเสริมการดำเนินงานของบ้านปู ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมพลังงานระดับโลก ปลูกฝังแนวคิดด้านนวัตกรรม มุมมองทางธุรกิจและการค้าให้แก่นิสิตนักศึกษา ซึ่งจะได้ฝึกการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านโจทย์เชิงกลยุทธ์ที่สอดรับทิศทางธุรกิจของบ้านปู โดยนิสิตหลักสูตร MBAในโครงการ Sasin-MIT ASEAN Action Learning Lab ระหว่างสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สถาบันการศึกษาทางบริหารธุรกิจแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล) และ MIT Sloan School of Management สหรัฐอเมริกา ได้รับโจทย์จากบ้านปู ให้จัดหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การขยายขนาดธุรกิจ และการลดคาร์บอนในธุรกิจ เพื่อเพิ่มมูลค่าในห่วงโซ่คุณค่าพลังงาน ขณะที่นิสิตในโครงการ Sasin-Zhejiang Thailand-China Lab ระหว่างศศินทร์ ฯและ Zhejiang University School of Management ประเทศจีน ได้รับโจทย์วิเคราะห์และพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานใหม่ในตลาดไทยและจีน เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ส่วนนักศึกษาในโครงการ Ivey Global Lab จาก Ivey Business School ประเทศแคนาดา ได้รับโจทย์ให้ออกแบบการตลาดของบริการที่ปรึกษาด้าน Net Zero สำหรับลูกค้าธุรกิจ (B2B) และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการบุคลากรในยุค AI

นาย Sundaram Iyer – Head of Banpu Academy บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บ้านปูมุ่งพัฒนาศักยภาพคน (Human Empowerment) โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนโลกธุรกิจในอนาคต เราส่งเสริมทักษะและความสามารถของบุคลากรด้วย AI ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กรเป็นทวีคูณเมื่อนำมาผสานกับแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญเชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกันความร่วมมือกับสถาบันเหล่านี้ก็เป็นพื้นที่ให้นิสิตนักศึกษาได้ฝึกฝนความเป็นผู้นำในระดับสากล อีกทั้งช่วยให้บ้านปูได้มุมมองจากคนรุ่นใหม่ที่พร้อมลงมือทำ และตอกย้ำว่าบ้านปูเป็นองค์กรที่คนเก่งซึ่งสนใจธุรกิจพลังงานอยากเข้าร่วมงานด้วย เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อร่วมปั้นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและผู้นำทางธุรกิจรุ่นใหม่”

ในอนาคต บ้านปูจะยังคงร่วมมือกับพันธมิตรทางวิชาการระดับสากลและเครือข่ายอุตสาหกรรมพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ผ่านนวัตกรรมทางธุรกิจและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ความร่วมมือเหล่านี้จะช่วยให้บ้านปูรักษามาตรฐานความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมระดับโลก รวมทั้งยังสามารถส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

‘วราวุธ’ ชู 4 มิติหลัก! โชว์ผลงาน ONE MIND ดันอุตสาหกรรม-SMEs กว่า 12,000 ราย สู่เศรษฐกิจยั่งยืน วางรากฐานอุตสาหกรรมไทย เพิ่มขีดแข่งขัน สร้างการเติบโตยั่งยืน

90 วัน เห็นผล! ‘รมต.วราวุธ’ ผนึกพลัง ‘ONE MIND’ ขับเคลื่อน 4 มิติหลัก
วางรากฐานใหม่ ดันอุตสาหกรรม-SMEs กว่า 12,000 ราย สู่อนาคต สร้างการเติบโตยั่งยืน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดผลงาน 90 วัน ผนึกกำลังทุกหน่วยงานภายใต้กำกับเป็น “ONE MIND” ขับเคลื่อนนโยบาย 4 มิติหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการลงทุน เกิดผลสำเร็จชัดเจนเป็นรูปธรรม สามารถยกระดับเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและ SMEsกว่า 12,000 ราย พร้อมก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569) ได้มอบนโยบายชัดเจนแก่ผู้บริหาร และข้าราชการ ทุกระดับของกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานภายใต้กำกับ ให้รวมกันเป็น “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน” เชื่อมโยงการทำงานทุกด้านอย่างไร้รอยต่อ ผ่านการขับเคลื่อนใน 4 มิติหลักสำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการลงทุน เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ภาคอุตสาหกรรม และ SMEs ไทย มุ่งเน้นยกระดับบริการภาครัฐให้ตอบโจทย์อย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ อีกทั้ง เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันผู้ประกอบการไทยให้เติบโตได้ในเวทีโลก และวางรากฐานสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ที่สำคัญเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างการเติบโตยั่งยืน สอดคล้องตามแนวทาง ESG

จากนโยบายที่ชัดเจน และการประสานพลังเป็นหนึ่งเดียว ส่งผลให้การดำเนินงานใน 90 วันที่ผ่านมา เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ทั้ง 4 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม รองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ และต่อยอดจุดแข็งของไทยสู่การผลิตสินค้ามูลค่าสูง โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรแปรรูป อาหารแห่งอนาคต และสมุนไพร ด้วยการยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และ SMEsไทย กว่า 12,000 ราย ผ่านกระบวนการ Upskill & Reskill ในรูปแบบต่างๆ มุ่งเน้นการตลาดยุคใหม่ บัญชีบริหารการเงิน และการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม - AI อีกทั้ง มีกิจกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้คำปรึกษา รวมถึง จับมือแพลตฟอร์ม TikTok นำ Influencer-KOL ช่วยรีวิวและขายสินค้าให้ SMEs ในรูปแบบ Live Commerce

ในการวางรากฐานปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมสู่อนาคต ได้จัดทำ 211 มาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และกำหนดหลักเกณฑ์รองรับการผลิตรถยนต์ HEV/MHEV เกิดการผลิตกว่า 97,441 คัน และผลักดันใช้ชิ้นส่วนในประเทศ กระตุ้นการลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี ส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมชีวภาพ Bio Hub มูลค่า 71,812 ล้านบาท พื้นที่ EEC นครสวรรค์ อุบลราชธานี และลพบุรี พร้อมจัดทำแผนอุตสาหกรรมชีวภาพ 5 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เอทานอล ไบโอดีเซล โอเลโอเคมี พลาสติกชีวภาพ และเชื้อเพลิงอากาศยาน (SAF) อีกทั้ง ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ 1,146 โครงการ มูลค่า 7,861 ล้านบาท
สนับสนุนเงินทุน SMEs โดยมอบหมายธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้กำกับ จัด “สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สนับสนุนสู่ธุรกิจสีเขียว” เกิดผลสำเร็จ สามารถพาเข้าถึงเงินทุนกว่า 21,128 ล้านบาท เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 95,076 ล้านบาท รักษาการจ้างงาน 57,814 ตำแหน่ง ควบคู่กับ “ช่วยเหลือดูแล SMEs กลุ่มเปราะบาง” สามารถประคับประคองและพลิกฟื้นกิจการกว่า 6,033 ราย วงเงินกว่า 12,330 ล้านบาท

ในด้านการอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ได้ยกระดับบริการ สามารถลดขั้นตอนและระยะเวลาการอนุญาตโรงงานได้รวดเร็ว เหลือเพียงไม่เกิน 30 วัน รวมถึงลดขั้นตอนการอนุญาตการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม (Thailand Fast Pass) ลงกว่าร้อยละ 20

มิติที่ 2 การดูแลสังคม มุ่งมั่นรับฟังและแก้ไขปัญหาร้องเรียนของประชาชนและผู้ประกอบการผ่านสายด่วน 1564 ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน โดยจัดทำเครื่องมือ AI Screening ตรวจสอบ คัดกรอง และประสานปิดกั้นการจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐานและผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์ม E-commerce และโซเชียลมีเดียกว่า 8,757 URL ครอบคลุมสินค้ากว่า 3 แสน SKU พร้อมจับมือ Modern Trade 26 รายใหญ่ และ 1 แพลตฟอร์มดิจิทัล สกัดสินค้าด้อยคุณภาพจากทั่วโลกทะลักเข้าตลาดในประเทศ ช่วยป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 7.5 หมื่นล้านบาท พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย Solar Cell ครอบคลุมแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ต่อพ่วง

มิติที่ 3 รักษาสิ่งแวดล้อม ผลักดันภาคอุตสาหกรรมไทยมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ผ่านการดูแลตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับส่งเสริมโรงงานเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Green industry) จำนวน 58,558 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 90 ของโรงงานทั้งหมด ลดอ้อยเผาลงเหลือเพียง 3.8% แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 13.9 ล้านตัน CO2e ต่อปี มีเกษตรกรได้รับความช่วยเหลือกว่า 140,000 ราย ผลักดันแนวคิด “น้ำตาลสีเขียว” (Green Sugar) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโช่อุปทานด้วยการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำร่อง Low Carbon City ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จาก 24 บริษัท ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2.33 ล้านตัน CO2e

มิติที่ 4 สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน ปรับปรุงกฎระเบียบ ลดขั้นตอนอนุญาต นำระบบดิจิทัลและ AI มาให้บริการในภาครัฐ รองรับการยื่นขออนุญาตผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์แบบครบวงจร พร้อมเร่งพัฒนาพื้นที่รองรับการลงทุน โดยแปลงสภาพสาธารณสมบัติของแผ่นดินในเขตนิคมอุตสาหกรรม รองรับการลงทุนเพิ่ม 62,119 ล้านบาท เตรียมพื้นที่อุตสาหกรรมเพิ่ม 8,000 ไร่ และนำร่อง 4 นิคมอุตสาหกรรมรองรับการลงทุนของ SMEs และเชื่อมโยงสู่ Global Supply Chain

นายวราวุธ กล่าวว่า ผลสำเร็จในช่วง 90 วันที่ผ่านมา เป็นผลจากการบูรณาการการทำงานเป็น“ONE MIND” มุ่งขับเคลื่อนภารกิจโดยมีเป้าหมายเดียวกัน ที่ต้องการยกระดับศักยภาพภาคอุตสาหกรรม และ SMEsไทย สร้างบรรยากาศการลงทุนเอื้อต่อการเติบโต ควบคู่กำกับดูแลมาตรฐานสินค้าคุ้มครองประชาชน และผลักดันอุตสาหกรรมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อยู่เคียงคู่ชุมชนและท้องถิ่น สอดคล้องตามแนวทาง ESG ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศไทยเติบโตยั่งยืนในระยะยาว

กรมส่งเสริมวัฒนธรรมลุยเกม!! เปิดเวที Thai Game Awards 2026 ผลักดันอุตสาหกรรมเกมไทยสู่สากล มี 7 สาขารางวัลและเงินรวม 2.2 แสนบาท ผู้ชนะได้โอกาสโชว์ในงาน gamescom asia

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับ TGA มอบรางวัล Thai Game Awards ผลักดันเกมไทยสู่เวทีโลก ในงาน TGF 2026

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผนึกกำลังสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมเกมไทยสู่เวทีโลก จัดงาน Thai Game Festival (TGF 2026) ภายในงานฯ มีการเปิดตัวรางวัล Thai Game Awards 2026 เพื่อมอบให้กับนักพัฒนาเกมคอนเทนต์ไทย รวม 7 สาขา เพื่อยกย่องผู้สร้างสรรค์เกมไทย นักพัฒนาเกม และผลงานคุณภาพในหลากหลายมิติ อาทิ คุณภาพการผลิต, ความคิดสร้างสรรค์, การถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทย, ศักยภาพเชิงพาณิชย์ และแรงบันดาลใจ ฯลฯ โดยงานมอบรางวัลฯ ได้จัดขึ้น ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน

นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิดเผยว่า “การจัดงาน Thai Game Festival หรือ TGF 2026 ในปีนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก และบรรลุวัตถุประสงค์ในทุกมิติ โดยเฉพาะปีนี้เป็นการจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและความเข้มแข็งของระบบนิเวศอุตสาหกรรมเกมไทย รวมถึงความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) สถาบันการศึกษา และหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา TGF ได้ทำหน้าที่เป็นเวทีระดับประเทศ ในการบ่มเพาะ เปิดโอกาส และสร้างพื้นที่แสดงศักยภาพให้แก่เยาวชน นักศึกษา นักพัฒนาเกม และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้แสดงความ สามารถอย่างเต็มที่

ทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มองว่าเกมไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของ วัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Creative Culture) ที่สามารถนำเรื่องราว วิถีชีวิต ภูมิปัญญา ศิลปะ ประเพณี ตลอดจนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย มาถ่ายทอดในรูปแบบที่ร่วมสมัย เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และสามารถส่งออกคุณค่าสู่สายตาชาวโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญงานนี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่การประกวดแข่งขัน หรือการประกาศผลรางวัล แต่สามารถสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การสร้างเครือข่ายพันธมิตร และการเตรียมความพร้อมในการต่อยอดผลงานสร้างสรรค์ ไปสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม”

ด้าน นายกิตติพงศ์ พฤกษอรุณ นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) ได้กล่าวว่า “Thai Game Awards 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีมอบรางวัล แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเกมไทย และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้พัฒนาเกมไทยได้ก้าวไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ ในระดับสากล โดยในปีนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้พัฒนาและผู้ประกอบการเกมไทย โดยมีผลงานส่งเข้าร่วมการประกวดกว่า 80 ผลงาน สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและศักยภาพของอุตสาหกรรมเกมไทยที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับปีนี้ มีการมอบรางวัลทั้งสิ้น 7 สาขา พร้อมเงินรางวัลรวม 220,000 บาท โดยผลการตัดสินมาจากการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และคณาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษา เพื่อให้การคัดเลือกเป็นไปอย่างรอบด้าน

สำหรับผู้ได้รับรางวัลทั้ง 7 สาขา ครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาเกม ในปีนี้คือ 1)รางวัล Best of Narrative & Storytelling Awards (เนื้อเรื่องยอดเยี่ยม) ได้แก่ BlueLine, 2)รางวัล Best of Music & Audio Awards (ดนตรีและเพลงประกอบยอดเยี่ยม) ได้แก่ Lost and Found Co. 3)รางวัล Best of Visual Awards (งานภาพยอดเยี่ยม) ได้แก่ Lost and Found Co. 4)รางวัล Rising Game Developer Awards (ผู้พัฒนาเกมหน้าใหม่ยอดเยี่ยม) ได้แก่ Puni the Florist, 5)รางวัล Best of Game Design Awards (งานออกแบบเกมยอดเยี่ยม) ได้แก่ Lost and Found Co. 6)รางวัล Thai Culture and Creativity Awards (วัฒนธรรมสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ไทยยอดเยี่ยม) ได้แก่ KUUKIYOMI: CONSIDER IT WORLD และ 7)รางวัล Thai Game of the year Awards (เกมไทยยอดเยี่ยมแห่งปี) ได้แก่ Lost and Found Co.

หลังจากนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลยังมีโอกาสนำผลงานไปจัดแสดงในพื้นที่ Thai Playvillion ภายในงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 29 ต.ค. – 1 พ.ย. 69 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อแสดงศักยภาพเกมไทยบนเวทีระดับนานาชาติ โดยผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวในการจัดงาน, การมอบรางวัล หรือกิจกรรมอื่นๆ ของทางสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) ได้ที่ Facebook : TGA – Thai Game Software Industry Association หรือโทรศัพท์ 062-7341267 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ตั้งคำถามเกี่ยวกับการเดินทางเยือนต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีไทย

“2 ครั้งแล้วนะคะที่ท่านนายกเนี่ยไปเยือนต่างประเทศ
เราเห็นแค่ว่ามีแค่การแสดงความสามารถแสดงศักยภาพด้านดนตรี
ภาพที่ออกมาเนี่ยมีแค่ท่านนายกไปเล่นเครื่องดนตรี
แล้วก็ไปจีนรอบนี้ สิ่งที่ได้กลับมา ก็คือว่าท่านรัฐมนตรีไปร้องเพลง
ดังนั้นดิฉันคิดว่าสิ่งที่พ่อแม่พี่น้องประชาชน
อยากรู้ตั้งแต่การไปเวียดนามแล้วหนึ่งคือท่านได้ไปเรียนรู้หรือว่าท่านได้เอาอะไร
ที่เวียดนามเนี่ยกลับมาให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนบ้าง”

รักชนก ศรีนอก
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน

เครดิต รายการถกไม่เถียง

สหรัฐ ชี้ รัสเซีย จีน หนุนอิหร่าน!! รัสเซีย จีนช่วยอิหร่านหลบระบบสกัด ขีปนาวุธโจมตีคลังอาวุธในจอร์แดน ทหารสหรัฐเสียชีวิต 3 นายจากระเบิดดอกเห็ด วิเคราะห์เทคโนโลยีเชื่อมรัสเซียเพิ่มศักยภาพ

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) ยืนยันว่า ทั้งรัสเซียและจีนกำลังให้ความช่วยเหลืออิหร่าน หลังจากขีปนาวุธของอิหร่านสามารถฝ่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ ในจอร์แดนได้สำเร็จหลายครั้ง

- พีต เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุชัดเจนว่า "รัสเซียและจีน มีส่วนสนับสนุนในระดับที่แตกต่างกัน" ต่อสิ่งที่อิหร่านกำลังดำเนินการอยู่ แต่ยืนยันว่า จะไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกของความร่วมมือดังกล่าว

- สอดคล้องกับรายงานจากสื่อ ที่ระบุว่า การโจมตีครั้งใหม่ของอิหร่านเมื่อวันพุธที่ผ่านมา สามารถหลบหลีกระบบป้องกันของสหรัฐฯ และพุ่งโจมตีคลังอาวุธใกล้กับฐานทัพในจอร์แดน จนส่งผลให้ "ทหารอเมริกัน 3 นายเสียชีวิต" โดยแรงระเบิดก่อให้เกิดกลุ่มควันลักษณะคล้าย "ดอกเห็ด" ขนาดใหญ่

- สื่อยังรายงานอีกว่า หน่วยข่าวกรองของสหรัฐได้แจ้งเตือนข้อมูลล่วงหน้า ว่าจะมีการโจมตีเกิดขึ้น แต่ระบบป้องกันของสหรัฐฯ ก็ยังไม่สามารถสกัดการโจมตีได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงในการปฏิบัติการ

- ทางด้าน "นายพล คีธ เคลล็อกก์" (Keith Kellogg) อดีตรองเสนาธิการกองทัพบกสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า "ผมคิดว่ารัสเซียเป็นฝ่ายหลักที่ช่วยเหลือด้านการกำหนดเป้าหมาย"

- ต่อมา สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ขณะนี้นักวิเคราะห์ข้อมูลทางทหารของกองทัพสหรัฐ กำลังตรวจสอบเศษซากโดรน Shahed เพื่อเชื่อมโยงกับรัสเซีย ว่าอิหร่านมีการรับเทคโนโลโลยีหลังปรับปรุงแล้วหรือไม่ ซึ่งเป็นอาวุธที่ถูกนำมาใช้โจมตีเป้าหมายของ CIA ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

- New York Post รายงานเพิ่มเติมว่า สหรัฐกำลังประเมินว่า ขณะนี้ความสามารถในการทำสงครามของอิหร่านดูเหมือนจะก้าวหน้าเกินกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ถูกเชื่อมโยงกับสองประเทศคือ รัสเซียและจีน

- ขณะที่ผลลัพธ์ขีปนาวุธทุกลูกที่โจมตีฐานทัพหรือคลังอาวุธของสหรัฐฯ อาจกลายเป็นข้อมูลสำคัญที่ถูกส่งกลับไปยังมอสโกและปักกิ่ง เพื่อศึกษาว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ มีจุดอ่อนและล้มเหลวอย่างไร

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2117587265803682&set=gm.1355169023438121&idorvanity=849053944049634

ความหวังของชาติ!! นายกฯ มาเลเซียร่วมเชียร์ ‘อาลีฟ’ ก่อนชิงเข็มขัด ONE มวยไทย สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีโลก ผู้แบกความหวังชาติบนสังเวียน ONE

ความหวังของชาติ! นายก “อันวาร์ อิบราฮิม” ร่วมส่งกำลังใจเชียร์ “อาลีฟ” คว้าเข็มขัด ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต เฉพาะกาล

“ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม” นายกรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซีย ร่วมโพสต์ส่งกำลังใจเชียร์ “อาลีฟ

ส.เดชะพันธ์” ดาวรุ่งลูกครึ่งไทย-มาเลเซีย ก่อนขึ้นสังเวียนแย่งชิงเข็มขัด ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต เฉพาะกาล (115-125 ป.) กับ “สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” ในคู่เอกของรายการ The Inner Circle 23 ที่จะเปิดฉากขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 24 ก.ค. นี้ ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

ก่อนขึ้นชกในไฟต์ที่สำคัญที่สุดบนเส้นทางอาชีพ “อาลีฟ” ได้รับกำลังใจครั้งใหญ่จากนายกรัฐมนตรีของแดนเสือเหลืองที่ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม anwaribrahim_my เชิญชวนชาวมาเลเซียร่วมส่งแรงเชียร์ให้กับนักชกดาวรุ่งผู้เป็นตัวแทนความหวังของประเทศ โดยระบุข้อความว่า

“เชิญทุกคนร่วมส่งกำลังใจและแรงเชียร์ให้กับ อาลีฟ ที่กำลังจะขึ้นสังเวียนชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต เฉพาะกาล ในวันศุกร์นี้”

“อาลีฟ สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะนักกีฬาการต่อสู้ชาวมาเลเซียคนแรกที่ได้สิทธิ์ชิงแชมป์โลก ONE ขอให้เขาคว้าชัยชนะ นำความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศ และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นใหม่กล้าที่จะไล่ล่าความฝันจนก้าวไปสู่เวทีระดับโลก ”

นอกจากนี้ “อาลีฟ” ยังได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม aliff_rakib แสดงความมุ่งมั่นก่อนขึ้นสังเวียนไฟต์สำคัญ พร้อมยืนยันว่าจะทุ่มสุดกำลังเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศมาเลเซีย

“ผมไม่ได้สู้เพื่อตัวเองคนเดียว แต่กำลังสู้เพื่อประเทศชาติ เป้าหมายเดียวของผมคือการคว้าเข็มขัดกลับบ้าน และสร้างประวัติศาสตร์ให้ได้”

“ผมขอพลังและกำลังใจจากพี่น้องทุกคนในชาติ ด้วยพรของพระเจ้า ผมจะทุ่มเทสุดความสามารถเพื่อเป็นนักสู้คนแรกที่นำเข็มขัดแชมป์โลก ONE เส้นนี้กลับสู่บ้านเกิดของเราให้ได้”

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1710891364375559&id=100063641362350&rdid=UBlu7gWrLfqAGpki#

วิกฤตตลาดโลก!! กบน. พยุงราคาดีเซล-เบนซิน ดึงผลประโยชน์ส่วนเกินโรงกลั่น 3,892 ล้านบาท ชะลอแรงกระแทกหน้าปั๊ม ลดภาระค่าครองชีพประชาชน

วิกฤตตลาดโลก! กบน. พยุงราคาดีเซล-เบนซิน ดึงผลประโยชน์ส่วนเกินโรงกลั่น 3,892 ล้านบาท ชะลอแรงกระแทกหน้าปั๊ม

(24 ก.ค.2569) คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบให้อุดหนุน และนำผลประโยชน์ ส่วนเกินจากค่าการกลั่นน้ำมัน ที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี0 บี7 และบี20 ลง 2.40 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569 คิดเป็นวงเงินประมาณ 3,892 ล้านบาท มาบริหารจัดการเพื่อตรึงราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มดีเซลและเบนซิน ทุกชนิดให้คงเดิม ไม่ให้ปรับขึ้นตามทิศทางราคาตลาดโลกที่ยังคงผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและการปิดล้อมเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 พุ่งสูงถึง 167.62 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซิน พุ่งสูงขึ้น 128.33 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือเทียบเท่าราคาน้ำมัน ในประเทศ ที่ควรต้องปรับขึ้นราว 8-10 บาทต่อลิตร ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแรงกดดันสำคัญ ต่อฐานะ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่แบกรับในการตรึงราคาน้ำมันทุกชนิด และค่าครองชีพของประชาชน

กบน. มุ่งบริหารจัดการส่วนต่างต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น 2.40 บาทต่อลิตร
ตามมติ กบง. เข้ามาเพื่อทำหน้าที่เป็น 'เกราะซับแรงกระแทก' ช่วยชะลอและบรรเทาแรงกดดัน ไม่ให้ราคา น้ำมันหน้าปั๊มปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตามกลไกตลาดโลกที่พุ่งรุนแรง การนำต้นทุนส่วนนี้มาบริหารจัดการ ร่วมกับการเห็นชอบเพิ่มอัตราการชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ ทั้งกลุ่มดีเซลและเบนซิน

จึงช่วยให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดหน้าสถานีบริการยังคงสามารถตรึงไว้ในระดับเดิมได้ในปัจจุบัน เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ กบน. จะยังคงติดตามสถานการณ์ความผันผวน ของราคาพลังงานในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อ บริหารจัด การอย่างรอบคอบ และเหมาะสม ตามสภาวการณ์ต่อไป

“กบน.ตระหนักดีว่าสถานการณ์ราคาพลังงานโลกในขณะนี้มีความผันผวนรุนแรงและกระทบต่อภาระค่าครองชีพ
ของประชาชนโดยตรง จึงได้ใช้ทุกกลไกรวมถึงนำผลประโยชน์ ส่วนเกินจากค่าการกลั่นทั้งหมดมาบริหาร จัดการเพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันขายปลีกให้คงเดิมไว้ก่อน เพื่อไม่ให้ซ้ำเติมประชาชนในช่วงเวลานี้ พร้อมทั้งขอ
ความร่วมมือทุกภาคส่วนประหยัดการใช้พลังงานเท่าที่จำเป็น เพื่อร่วมกันลดภาระของประเทศและ รักษาเสถียรภาพ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมาจากเม็ดเงินประชาชนในระยะยาว”

AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว!! ‘อาจารย์ตั้ม’ ชี้ SMEs ไทยใช้ได้จริง ลดต้นทุน เพิ่มโอกาสธุรกิจ เปลี่ยนเทคโนโลยีไกลตัวให้ใช้งานได้จริง เดินหน้าสร้างโอกาสผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศ

“อาจารย์ตั้ม กันตวีร์ แสงสาย” เดินหน้าถ่ายทอดความรู้ AI สู่ผู้ประกอบการไทย ในโครงการ TRANSFORMING SMEs ยกระดับการบริหารการเงินด้วย AI

ชี้ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว พร้อมนำผู้ประกอบการท้องถิ่นเรียนรู้เทคโนโลยีอย่างเข้าใจง่าย หวังสร้างโอกาสให้ธุรกิจไทยก้าวทันโลกยุคดิจิทัล

อาจารย์ตั้ม กันตวีร์ แสงสาย ผู้ก่อตั้งโรงเรียน AI และ Ecommerce DIY ECom ผู้พัฒนานักธุรกิจออนไลน์จากศูนย์สู่รายได้หลักล้านมาแล้วหลายร้อยคน และมีสมาชิกในชุมชนกว่า 300,000 คน เดินหน้าถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน AI และเทคโนโลยีดิจิทัล ให้แก่ผู้ประกอบการไทย ภายใต้โครงการ “TRANSFORMING SMEs ยกระดับการบริหารการเงินด้วย AI” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจและบริหารจัดการได้อย่างเป็นรูปธรรม

โดยล่าสุด อาจารย์ตั้มได้รับเชิญให้เดินทางไปจังหวัดเชียงราย ในฐานะวิทยากรและผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยมี สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และธรรมศาสตร์ เป็นหน่วยงานเจ้าภาพและผู้สนับสนุนโครงการ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงความรู้และเครื่องมือด้าน AI ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง

อาจารย์ตั้ม กล่าวว่า การทำงานร่วมกับภาครัฐเพื่อส่งต่อองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญ เพราะผู้ประกอบการท้องถิ่นจำนวนมากมีศักยภาพและมีธุรกิจที่ดี แต่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะ AI ซึ่งในปัจจุบันไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวหรือเป็นเทคโนโลยีสำหรับองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่สามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจขนาดเล็กและผู้ประกอบการรายย่อยได้เช่นกัน

“ปกติงานของภาครัฐที่ลงไปช่วยผู้ประกอบการในพื้นที่ อาจมีเนื้อหาที่ไม่ได้ซับซ้อนมาก แต่เมื่อเทียบกับงานที่ทำกับองค์กรขนาดใหญ่ในเมือง สิ่งที่สำคัญคือการทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าใจและนำความรู้กลับไปใช้กับธุรกิจของตัวเองได้จริง”

สำหรับโครงการ TRANSFORMING SMEs ยกระดับการบริหารการเงินด้วย AI มีเป้าหมายในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME เรียนรู้การประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารธุรกิจ โดยครอบคลุมทั้งมิติด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารจัดการทางการเงิน และการนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจและการตลาด

อาจารย์ตั้มยังมองว่า วันนี้ AI กำลังเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจอย่างรวดเร็ว และผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งาน TikTok, Social Commerce และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ ซึ่ง AI สามารถเข้ามาช่วยลดต้นทุนด้านเวลา เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถแข่งขันได้มากขึ้น

“ในหนึ่งวันเราอาจไม่ได้เปลี่ยนธุรกิจของทุกคนได้ทั้งหมด แต่ถ้าเราได้จุดประกายให้ผู้ประกอบการเห็นว่า AI สามารถนำมาใช้กับธุรกิจของเขาได้อย่างไร และเริ่มต้นลงมือทำได้จริง นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ”

ทั้งนี้ ภารกิจการถ่ายทอดความรู้ของอาจารย์ตั้มจะเดินหน้าต่อเนื่องไปยังผู้ประกอบการในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยมีทั่วประเทศพื้นที่เป้าหมายในการลงพื้นที่ครั้งต่อไป เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงองค์ความรู้ด้าน AI และเทคโนโลยีดิจิทัลให้แก่ผู้ประกอบการไทยในทุกภูมิภาค

การเดินหน้าของโครงการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้าง Digital และ AI Literacy ให้แก่ SME ไทย เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ และเปลี่ยน AI จากเรื่องที่หลายคนมองว่าเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต ให้กลายเป็น เครื่องมือที่ผู้ประกอบการสามารถนำมาใช้สร้างรายได้ ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ตั้งแต่วันนี้

“จาก AI ที่ดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว สู่เครื่องมือที่ผู้ประกอบการไทยสามารถหยิบมาใช้สร้างโอกาสให้ธุรกิจได้จริง”

จีนตั้งพันธมิตรต้าน ‘ฉ้อโกงออนไลน์’ เตรียมตั้งองค์กรนานาชาติ สู้โกงโทรคมนาคมและออนไลน์ ร่วมมือกว่า 40 ประเทศทั่วโลก เน้นแบ่งปันข้อมูลและปราบปรามผิดกฎหมาย

จีนเตรียมจัดตั้งพันธมิตรนานาชาติต้าน 'ฉ้อโกงโทรคมนาคม-ออนไลน์'

ปักกิ่ง, 24 ก.ค. (ซินหัว) -- วันศุกร์ (24 ก.ค.) กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนประกาศว่าจีนเตรียมจัดตั้งพันธมิตรนานาชาติเพื่อต่อต้านการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและออนไลน์ โดยมีกำหนดจัดตั้งอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน ระหว่างการประชุมความร่วมมือด้านความมั่นคงสาธารณะระดับโลก (Global Public Security Cooperation Forum) ปี 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในเมืองเหลียนอวิ๋นกั่ง มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน

เจียงกั๋วลี่ หัวหน้าสำนักสอบสวนคดีอาญา สังกัดกระทรวงฯ เผยว่าพันธมิตรดังกล่าวจะเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลที่มีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากทั่วโลกเข้าร่วมอย่างกว้างขวาง เพื่อรับมือกับปัญหาการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและออนไลน์ข้ามชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันมีประเทศแสดงความประสงค์เข้าร่วมเป็นพันธมิตรฯ กว่า 40 ประเทศ และจีนยินดีต้อนรับทุกประเทศให้เข้ามาร่วมเสริมสร้างการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง ยกระดับประสิทธิภาพปฏิบัติการร่วม เดินหน้ามาตรการควบคุมและประสานงาน และร่วมกันปราบปรามการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและออนไลน์ทั่วโลก

เจียงกล่าวว่าการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและออนไลน์ได้กลายเป็นภัยคุกคามระดับโลกและเป็นความท้าทายขนาดใหญ่ในการบริหารจัดการสังคม โดยตำรวจจีนได้กำหนดให้การปราบปรามและสกัดกั้นอาชญากรรมฉ้อโกงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญในช่วงระยะ 5 ปีข้างหน้า พร้อมชี้ว่าปัจจุบันปฏิบัติการฉ้อโกงส่วนใหญ่มีฐานอยู่นอกประเทศจีน

เจียงระบุเพิ่มเติมว่าตำรวจจีนจะเดินหน้าปราบปรามและสกัดกั้นอาชญากรรมประเภทดังกล่าว โดยใช้กลไกความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ รวมถึงพันธมิตรที่จะจัดตั้งขึ้นในเร็วๆ นี้
 

ที่มา : Xinhua

กรณีความกังวลเรื่องการเข้ามาของ กลุ่มทุนจีน

กรณีความกังวลเรื่องการเข้ามาของ
กลุ่มทุนจีน ที่มองว่าเป็น 'โรงงานศูนย์เหรียญ'
เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง
ตัวอย่างเช่น การลงทุนของ
โรงงาน BYD ในไทย ที่ปัจจุบันมีการจ้างงาน
กว่า 6,000 คนในเฟสแรก
ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทย ถึง 95%
.
กอบศักดิ์ ภูตระกูล
กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
เปิดเผยระหว่างร่วมกิจกรรม Prime Minister-Thai Private Sector Luncheon
.
ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/economics/1244285


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top