Friday, 3 July 2026
NewsFeed

“ซีพี” เดินหน้าพัฒนาทุนมนุษย์ยุคดิจิทัล!! ‘เจ้าสัวธนินท์’ ถ่ายทอดวิสัยทัศน์นักวิจัยชิงหัว ย้ำ “คน” คือทรัพยากรสำคัญที่สุดขององค์กร ความร่วมมือซีพี–ชิงหัว สะท้อนเทรนด์โลก เชื่อมมหาวิทยาลัยชั้นนำโลกสู่โจทย์จริงภาคธุรกิจ

กรุงเทพฯ — เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) เปิดบ้านต้อนรับนักศึกษาปริญญาเอกจาก มหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) จำนวน 11 คน ภายใต้โครงการ Tsinghua University  CP Group Ph.D. Internship Program 2026 เปิดโอกาสให้นักวิจัยรุ่นใหม่ร่วมทำงานกับโจทย์จริงของภาคธุรกิจ ผ่านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีกับบริษัทในเครือเป็นเวลา 6 สัปดาห์ พร้อมเปิดเวทีให้ผู้บริหารระดับสูงขององค์กร นำโดย ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ถ่ายทอดวิสัยทัศน์และประสบการณ์การสร้างองค์กรแก่คนรุ่นใหม่ สะท้อนแนวคิดการพัฒนาทุนมนุษย์ควบคู่กับนวัตกรรมในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

โครงการดังกล่าว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 8 สิงหาคม 2569 โดยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชิงหัวจะเข้าร่วมวิจัยใน 9 โครงการสำคัญ ครอบคลุมเทคโนโลยีที่กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Large Language Models (LLMs), เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology), Food AI, การเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานค้าปลีก (Retail Smart Supply Chain Optimization), Quantum Intelligence และระบบตรวจจับธุรกรรมผิดปกติด้วย AI โดยทำงานร่วมกับหน่วยธุรกิจต่าง ๆ ของเครือซีพี ได้แก่ CPF, CP AXTRA, Ascend และ True IDC

หนึ่งในไฮไลต์ของโครงการ คือการที่ ธนินท์ เจียรวนนท์ ลงมาพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักศึกษาด้วยตนเอง ถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการสร้างธุรกิจ การบริหารองค์กรท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก และแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างธุรกิจกับสังคม พร้อมย้ำว่า "คน" คือทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุดขององค์กร และการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากโจทย์ธุรกิจจริง คือรากฐานสำคัญของการสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในอนาคต

นอกจากเจ้าสัวธนินท์แล้ว โครงการยังได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงของเครือซีพีหลายคน ซึ่งร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ในมิติต่าง ๆ ของการบริหารธุรกิจและการพัฒนาองค์กร ได้แก่ ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ผู้บริหารด้านยุทธศาสตร์และความยั่งยืนของเครือซีพี ที่บรรยายภาพรวมทิศทางธุรกิจโลก ยุทธศาสตร์ด้านข้อมูล การพัฒนาอย่างยั่งยืน และค่านิยมหลักขององค์กร ขณะที่ พิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานผู้บริหารทรัพยากรบุคคลของเครือซีพี ถ่ายทอดแนวคิดด้านการพัฒนาบุคลากรและการสร้างประสบการณ์การทำงานในองค์กรระดับโลก

ด้าน ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และ ธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจค้าส่ง บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักศึกษาในฐานะผู้นำองค์กรธุรกิจ ที่พร้อมนำผลงานวิจัยไปต่อยอดสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม

ก่อนเริ่มโครงการ นักศึกษาทั้ง 11 คนได้เข้าร่วมการปฐมนิเทศ ณ สำนักงานใหญ่ของเครือซีพี เพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างธุรกิจ วัฒนธรรมองค์กร และเป้าหมายของแต่ละหน่วยงาน ก่อนลงพื้นที่ทำงานร่วมกับนักวิจัยและทีมงานของบริษัทตลอดระยะเวลาโครงการ

มหาวิทยาลัยชิงหัวได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และเทคโนโลยี อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตบุคลากรให้กับองค์กรเทคโนโลยีระดับแนวหน้าของจีนและของโลก ขณะที่เครือซีพียังคงเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการลงทุนด้าน AI ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และการพัฒนาทุนมนุษย์

เครือซีพระบุว่า ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชิงหัวครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยรุ่นใหม่ได้ทำงานกับโจทย์จริงของภาคอุตสาหกรรม พร้อมผลักดันให้งานวิจัยสามารถต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรม และมูลค่าทางเศรษฐกิจในอนาคต ความร่วมมือดังกล่าวยังสะท้อนแนวโน้มที่ภาคธุรกิจชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและธุรกิจ โดยเฉพาะในสาขาที่มีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีชีวภาพ และระบบดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นสาขาหลักที่อยู่ในขอบเขตการวิจัยของโครงการนี้

ที่มา : https://www.thailandindepth.com/content/detail/13879

“มาคาเลียส” เตือน“แก๊งมิจจี้วอเชอร์ทิพย์”!! แก๊งวอเชอร์ปลอมระบาดหนัก ใช้ AI สร้างเพจปลอมหลอกลวง เน้นช่วงวันหยุดยาวและเทศกาล ผู้บริโภคต้องตรวจสอบข้อมูลก่อนซื้อ

มาคาเลียส เตือน “แก๊งมิจจี้วอเชอร์ทิพย์” เริ่มระบาด
แนบเนียนขึ้น ใช้ AI-เพจปลอม สร้างความน่าเชื่อถือหลอกเหยื่อ

มาคาเลียส (Makalius) แหล่งรวม อี-วอเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ของประเทศไทย ชี้ ปี 2026 ธุรกิจซื้อขายวอเชอร์สำหรับการซื้อขายวอเชอร์ท่องเที่ยว ทั้งที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวผ่านช่องทางออนไลน์ หรือ อีเวอเชอร์ (E-Voucher) เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะพฤติกรรมคนไทยในปัจจุบันเน้นเที่ยวระยะสั้น แต่ถี่ขึ้น ส่งผลให้กลุ่มมิจฉาชีพกลับมาระบาดหนักอีกครั้ง อาศัยจังหวะที่นักท่องเที่ยวเข้าสู่ “โหมดประหยัด” ต้องการมองหาดีลราคาคุ้มค่า โปรโมชันพิเศษ หรือส่วนลดท่องเที่ยวผ่านช่องทางออนไลน์และโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นช่องว่างสำคัญที่ถูกใช้ในการหลอกลวงผู้บริโภค

นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรวมอี-วอเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบการกลับมาของกลุ่มมิจฉาชีพในรูปแบบ “หลอกขายวอเชอร์ท่องเที่ยว” เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว เทศกาล และฤดูกาลท่องเที่ยว เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคคุ้นเคยกับการซื้อดีลท่องเที่ยวผ่านออนไลน์มากขึ้น ทั้งจาก Facebook, TikTok, LINE หรือช่องทางโซเชียลต่าง ๆ บวกกับ พฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทยเปลี่ยนไปจากภาวะทางเศรษฐกิจ หลายคนมองหาทางเลือกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว ทำให้คำว่า Flash Sale, ราคาพิเศษ, ดีลหลุดจอง หรือ ลดเฉพาะวันนี้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่มิจฉาชีพใช้ดึงดูดความสนใจ และเร่งให้ผู้บริโภคตัดสินใจเร็วโดยไม่ทันตรวจสอบข้อมูล

ทั้งนี้ รูปแบบการหลอกลวงมีความซับซ้อนและแนบเนียนมากขึ้น โดยกลุ่มมิจฉาชีพมักใช้รูปภาพ การรีวิว และข้อมูลจากโรงแรมหรือร้านอาหารจริงมาสร้างความน่าเชื่อถือ รวมถึงเริ่มใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยสร้างเพจปลอม รีวิวปลอม ระบบตอบแชตอัตโนมัติ หรือแม้แต่คลิปวิดีโอปลอม เพื่อทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าเป็นผู้ขายจริง ตัวอย่างการหลอกลวงที่พบมาก ได้แก่ หลอกขายวอเชอร์โรงแรมหรูในราคาถูกผิดปกติ โปรโมชัน Flash Sale จำกัดเวลา เพื่อเร่งให้รีบโอนเงิน หลอกขายแพ็กเกจท่องเที่ยว ตั๋วเครื่องบิน หรือบุฟเฟต์ชื่อดัง ส่ง QR Code หรือเอกสารยืนยันการจองปลอม หลอกให้ชำระเงินเพิ่มเติมภายหลัง เช่น ค่าประกัน หรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

นางสาวณีรนุช กล่าวว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้มิจฉาชีพกลุ่มนี้กลับมาระบาดอีกครั้ง คือ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจากเดิม โดยคนส่วนใหญ่เริ่มซื้อดีลผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้น และตัดสินใจรวดเร็วขึ้นจากแรงจูงใจด้านราคา ส่งผลให้หลายครั้งขาดการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกก่อนโอนเงิน เราต้องเข้าใจว่าวันนี้ภัยออนไลน์ไม่ได้มาในรูปแบบที่ดูน่าสงสัยเหมือนในอดีต แต่ถูกออกแบบให้ดูน่าเชื่อถือเหมือนแบรนด์จริงทุกอย่าง ทั้งการใช้รูปภาพ รีวิว ผู้ติดตาม หรือแม้แต่การพูดคุยในแชต ทำให้ผู้บริโภครู้ตัวอีกทีก็ตอนสูญเสียเงินไปแล้ว

มาคาเลียส ในฐานะแพลตฟอร์มอี-วอเชอร์ด้านท่องเที่ยว จึงขอแนะนำผู้บริโภคให้เพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อวอเชอร์ออนไลน์ โดยมีข้อสังเกตสำคัญ ดังนี้

1. ตรวจสอบตัวตนของผู้ขายให้ละเอียด
ควรตรวจสอบว่าเพจหรือเว็บไซต์มีตัวตนจริงหรือไม่ มีข้อมูลบริษัท ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และช่องทางติดต่อชัดเจน รวมถึงควรตรวจสอบว่าเปิดให้บริการมานานเพียงใด หากเป็นเพจใหม่ ยอดผู้ติดตามน้อย หรือเปลี่ยนชื่อเพจบ่อย ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

2. อย่าหลงเชื่อ “ราคาถูกผิดปกติ”
หากพบวอเชอร์ที่ลดราคาสูงเกินจริง เช่น ลดมากกว่า 50-70% จากราคาปกติ หรือเป็นดีลที่ “ถูกเกินไปจนไม่น่าเป็นไปได้” ควรตั้งข้อสังเกตทันที เพราะมิจฉาชีพมักใช้ราคาเป็นจุดดึงดูดสำคัญในการหลอกเหยื่อ

3. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล
แพลตฟอร์มหรือผู้ขายที่น่าเชื่อถือ ควรมีระบบชำระเงินที่ตรวจสอบได้ หรือใช้บัญชีในนามบริษัท หากผู้ขายเร่งรัดให้โอนเข้าบัญชีบุคคล หรือแจ้งว่า ระบบมีปัญหา ขอให้โอนตรง ควรหลีกเลี่ยงทันที

4. ตรวจสอบรีวิวจากหลายช่องทาง
ไม่ควรเชื่อรีวิวในหน้าเพจเพียงอย่างเดียว เพราะปัจจุบันสามารถสร้างรีวิวปลอมได้ง่าย ควรค้นหาชื่อแบรนด์หรือชื่อเพจเพิ่มเติมจากช่องทางโซเชียลอื่น ๆ เพื่อดูประสบการณ์จริงจากผู้ใช้งาน

5. ติดต่อสถานประกอบการโดยตรงก่อนชำระเงิน
หากเป็นดีลโรงแรม ร้านอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยว ควรโทรสอบถามกับสถานประกอบการโดยตรงว่า มีโปรโมชันดังกล่าวจริงหรือไม่ และผู้ขายเป็นพาร์ตเนอร์ที่ได้รับอนุญาตหรือเปล่า

6. ระวังการเร่งให้รีบตัดสินใจ
ข้อความประเภท “เหลือสิทธิ์สุดท้าย”, “หมดภายใน 10 นาที” หรือ “ราคาพิเศษเฉพาะวันนี้” เป็นเทคนิคที่มิจฉาชีพใช้สร้างความกดดันทางจิตวิทยา เพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจเร็วโดยไม่ทันตรวจสอบข้อมูล

7. เลือกซื้อผ่านแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ
ควรเลือกใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มที่มีระบบยืนยันการซื้อขาย มี Customer Support สามารถตรวจสอบประวัติการสั่งซื้อได้ และมีช่องทางช่วยเหลือกรณีเกิดปัญหา

“ปัจจุบันภัยออนไลน์มีความแนบเนียนมากขึ้น ผู้บริโภคจึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเช่นกัน เพราะแม้เพจหรือเว็บไซต์จะดูน่าเชื่อถือ ก็อาจเป็นของปลอมได้ ดังนั้นการซื้อผ่านแพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวง ช่วยสร้างความมั่นใจในการท่องเที่ยว และลดความเสี่ยงจากภัยออนไลน์ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน” นางสาวณีรนุช กล่าวทิ้งท้าย

พรีเมียร์ลีกจับตา ‘เคโตะ นากามูระ’!! ฟอร์มสะดุดตา จนพรีเมียร์ลีกต้องหันมามอง เอฟเวอร์ตัน–บอร์นมัธ–ฟูแลม สนคว้า ‘นากามูระ’ เสริมทัพ หลังโชว์ฟอร์มเด่นกับญี่ปุ่นในฟุตบอลโลก 2026

เคโตะ นากามูระ ตกเป็นข่าวกำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก หลังจากที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจกับทีมชาติญี่ปุ่นในฟุตบอลโลก 2026

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า เคโตะ นากามูระ กองกลางทีมชาติญี่ปุ่น กำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจากที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจในฟุตบอลโลก 2026

แม้ญี่ปุ่นจะสิ้นสุดเส้นทางฟุตบอลโลกหนนี้เพียงรอบ 32 ทีมสุดท้าย แต่นากามูระก็ได้ลงสนามเป็นตัวจริงให้ญี่ปุ่นตลอดการแข่งขันทั้ง 4 แมตช์ โดยยิงไป 1 ประตู และทำแอสซิสต์ 1 ครั้ง

รายงานระบุว่ามีอย่างน้อย 3 ทีมจากพรีเมียร์ลีก ได้แก่ เอฟเวอร์ตัน, บอร์นมัธ และฟูแลม ที่แสดงท่าทีชัดเจนว่าสนใจนากามูระ แถมยังเคยมีข่าวว่าบียาร์เรอัล จากสเปน และเบซิกตัส จากตุรกี ที่อยากได้แข้งรายนี้ด้วยเช่นกัน

ปัจจุบันนากามูระเล่นกับแร็งส์ ในลีก เดอซ์ ฝรั่งเศส ซึ่งฝั่งแร็งส์ก็มีท่าทีพร้อมเปิดทางให้ดาวเตะแดนซามูไรย้ายทีมหากได้รับข้อเสนอที่เหมาะสม โดยรายงานระบุว่าสโมสรน่าจะอยากได้ค่าตัวประมาณ 21.5 ล้านปอนด์

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10308172


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top