สินค้าไทยยังไม่หายจากกัมพูชา!! สื่อกัมพูชาอ้างแบนสินค้าไทยทำส่งออกทรุด แต่ผู้บริโภคยังต้องซื้อผ่านคนกลาง ตัวเลขชี้การค้าผ่านแดนไทยไปประเทศที่สามยังพุ่ง บตากัมพูชาใช้กระแสแบนสินค้าเป็นเครื่องมือปลุกชาตินิยม
ส่งออกไทยตายเพราะกัมพูชา?
ไม่นานมานี้สื่อเคบีเอ็นนิวส์ของกัมพูชารายงานว่าการส่งออกไทยกำลังย่ำแย่หลังคนกัมพูชาแห่แบนสินค้าไทย แต่ความจริงจากฝั่งไทยกลับตาลปัตรเพราะไทยเลือกจะเป็นผู้ปิดด่านเอง ซึ่งทางการไทยย่อมเข้าใจอยู่แล้วว่าในอดีตกัมพูชาเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทยในละแวกอาเซียน รองจาก มาเลย์เซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย โดยสินค้าไทยที่ส่งออกไปยังกัมพูชาส่วนใหญ่คือ เครื่องดื่ม อาหารสำเร็จรูป วัสดุก่อสร้าง น้ำมัน และสินค้าอุปโภคบริโภค
ในขณะที่ทางการกัมพูชาพยายามอย่างหนักที่จะนำเสนอข่าวว่ากัมพูชาแบนสินค้าไทยแต่กลับพบว่าสินค้าไทยถูกส่งไปยังประเทศที่สามเพิ่มขึ้น โดยปี 2568 การค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ และจีนตอนใต้ เติบโต 24.4% และการส่งออกผ่านแดนเติบโต 21.2% ซึ่งเป็นสัญญาณว่าผู้ประกอบการไทยเริ่มพึ่งพาเส้นทางผ่านแดนมากขึ้นก่อนหน้าและต่อเนื่องมาถึงปี 2569 และในไตรมาส 1 ของปี 2569 การค้าชายแดนไทยกับกัมพูชายังเป็นศูนย์จากการปิดด่าน แต่การค้าผ่านแดนของไทยไปประเทศที่สามกลับขยายตัวถึง 41.4% สะท้อนว่ามีการเปลี่ยนเส้นทางการค้าและโลจิสติกส์ไปยังประเทศอื่นมากขึ้นเพื่อส่งเข้าไปยังกัมพูชา สรุปง่ายๆคือว่ากัมพูชายังใช้สินค้าไทยแต่ต้องซื้อสินค้าต่อจากพ่อค้าคนกลางอีกทีหนึ่ง
ตัดกลับมาที่ห่วงโซ่อุปทานของเรากับกัมพูชา ถามว่าผู้ประกอบการไทยกระทบหรือไม่จากการปิดด่านของกัมพูชาก็ต้องบอกว่าผู้ประกอบการได้รับผลกระทบแต่ทว่าตลาดก็กลับมาชดเชยได้จากอุปทานที่มีในกัมพูชาเอง ดังนั้นยิ่งกัมพูชาออกข่าวว่ามีการปราบปรามการนำเข้าสินค้าไทยมากขึ้นเท่าไร การลักลอบนำเข้าสินค้าไทยก็จะมีเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวและจะทำให้ราคาขายในตลาดในกัมพูชาของสินค้าเหล่านั้นสูงขึ้นด้วย สุดท้ายการที่รัฐบาลกัมพูชาพยายามที่จะลดการพึ่งพาสินค้าไทยโดยที่เลือกจะไม่ใช้สินค้าไทยดูเหมือนจะไม่สำเร็จเป็นไปตามแผนเพราะ ในไทยยังมีคนกัมพูชาส่วนหนึ่งที่เป็นกลุ่มแรงงานและเขาเหล่านั้นเลือกที่จะไม่กลับไปยังกัมพูชา ซึ่งคนกัมพูชากลุ่มนี้ก็ไม่ได้ถูกรังเกียจจากคนไทยแต่อย่างใดในขณะเดียวกันคนกัมพูชาที่เลือกที่จะอยู่ในประเทศไทยกลับได้รับการดูแลอย่างดีเหมือนเดิมเช่นเดียวกับก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ นั่นแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะของคนไทยที่สามารถแยกแยะได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นหรือกรอบความคิดที่ทางกัมพูชาสร้างขึ้นให้เกลียดคนไทยไม่ได้ส่งผลไปถึงชาวกัมพูชาทุกคนและชาวกัมพูชาหลายคนเองก็ยอมรับกับเอย่าตรงๆว่าเขาไม่ได้เป็นเหยื่อของโฆษณาชวนเชื่อของผู้นำของเขาแต่เขาเลือกไม่ได้ที่จะออกจากนอกประเทศด้วยการใช้ชีวิตของพวกเขานั้นอยู่ในกัมพูชา
เอย่าหวังว่าให้คนไทยเข้าใจว่าสุดท้ายข่าวใดๆที่ออกมาจากทางกัมพูชานั่นคือโฆษณาชวนเชื่อที่พยายามจะล้างสมองคนในชาติเขาแต่อย่างไรก็ดีคนกัมพูชาจำนวนไม่น้อยก็ไม่ได้ตกเป็นเหยื่อหรือสาวกอินฟลูเอนเซอร์ที่รับงานรัฐบาลมาล้างสมองสาวกแต่อย่างใด
ที่มา : AYA

















