Monday, 8 June 2026
GoodsVoice

ศิริกัญญา’ ห่วงวิกฤต 'รัสเซีย-ยูเครน' ทำราคาน้ำมันพุ่ง หวั่น!! 2 มาตรการตรึงราคาภาครัฐท่าจะเอาไม่อยู่ 

‘ศิริกัญญา’ ห่วงวิกฤต 'รัสเซีย-ยูเครน' ทำราคาน้ำมันพุ่ง ซ้ำเติมปัญหาปากท้องประชาชน ย้ำ 2 มาตรการตรึงราคาเอาไม่อยู่ เหตุรัฐบาลเมินแก้กฎหมายบริหารหนี้สาธารณะ ปิดประตูทางรอดทางการคลังของประเทศ

4 มี.ค. 65 ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แสดงความกังวลปัญหาค่าครองชีพของประชาชนที่จะมากขึ้น สืบเนื่องจากกรณีปัญหาสงครามระหว่าง รัสเซีย-ยูเครน ว่า ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง เมื่อวานนี้ (3 มี.ค. 65) น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้นมาปิดที่ 114.59 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่ เดือน พ.ค. 54 ขณะราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) พุ่งขึ้นมาปิดที่ 119.02 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ยังไม่ต้องพูดถึงราคาก๊าซธรรมชาติ ราคาอาหารสัตว์ และปุ๋ย ที่ตบเท้าเรียงแถวกันขึ้นพร้อมๆ กันย่อมกระทบกับเศรษฐกิจไทยและค่าครองชีพประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม

“ถึงแม้ว่าสงครามอาจไม่ยืดเยื้อยาวนาน แต่ก็ไม่มีใครทราบว่าจะจบลงในรูปแบบใด และการแซงก์ชั่นหรือคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจะจบลงพร้อมกับสงครามหรือไม่ ราคาพลังงานและสินค้าต่างๆ จะกลับมาเป็นปกติเมื่อใด รัฐบาลยังคงมีเป้าหมายที่จะตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 30 บาท/ลิตร และแย้มมาว่าจะอุดหนุนราคาน้ำมันเบนซินไปพร้อมๆ กัน แต่ ณ วันนี้ปั๊มต่างๆ ปรับราคาดีเซลขึ้นไปเกิน 30 บาทกันหมดแล้ว แม้จะเป็นเป้าหมายที่ดี แต่เริ่มเกิดความไม่มั่นใจว่าจะทำอย่างไร และยังมีคำถามคาใจที่ยังไม่มีคำตอบคือจะเอาเงินมาจากไหน ประชาชนส่วนนึงยังเฝ้ารอคำตอบชัดๆ ถึงมาตรการ” รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลระบุ

ศิริกัญญา ยังกล่าวต่อไปว่า มาตรการที่มีอยู่ตอนนี้มี 2 ส่วน ส่วนแรก คือใช้เงินจากกองทุนน้ำมัน ซึ่งติดลบอยู่ 20,000 ล้านบาทแล้วในปัจจุบัน ข่าวแว่วมาว่าจะใช้เงินอุดหนุนจากกองทุนเพิ่มอีกเป็น 4 บาท/ลิตร ในสถานการณ์ที่กองทุนยังกู้เงินจากสถาบันการเงินไม่ได้ เนื่องจากติดปัญหาการเปลี่ยนสถานะจากนิติบุคคลเป็นองค์การมหาชน จึงยังไม่ได้รับรองบัญชี ทำให้วงเงินที่ครม.เคยอนุมัติไว้ 30,000 ล้าน ยังไม่มีเม็ดเงินจริงๆ เข้ากองทุนเลยแม้แต่บาทเดียว ยังคงต้องลุ้นกันต่อว่าจะกู้ได้เมื่อไหร่ เพราะถึงแม้จะเปลี่ยนสถานะได้ กว่าจะกู้ผ่านก็ยังต้องใช้เวลาอีก 2-3 สัปดาห์สำหรับธนาคารในการดำเนินการ ข้อจำกัดคือเงินที่ใช้อุดหนุนอยู่จะตกราว 8,000 ล้านบาทต่อเดือน หากกู้เพิ่มได้จริง 30,000 ล้าน ก็ไม่เพียงพอ ส่วน ครม. ยังมีช่องให้อนุมัติเพิ่มได้อีกเพียง 10,000 ล้าน หลังจากนี้หากจะกู้เพิ่มคงต้องแก้กฎหมายกองทุนน้ำมันที่กำหนดเพดานการกู้ไว้

'กอบศักดิ์' ชวนคิด!! สงครามค่าเงิน เกมสงครามคู่ขนาน แนวรบที่น่าติดตามจากสงคราม 'ยูเครน-รัสเซีย'

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า สงครามค่าเงิน กับ รัสเซีย

อีกแนวรบที่น่าติดตาม จากสงครามยูเครน-รัสเซีย คือ สงครามค่าเงิน

เรียกว่าเป็น สมรภูมิ ที่ต่อสู้กันรุนแรงมากอีกสมรภูมิหนึ่ง

ซึ่งเป็นสนามรบที่จะมีนัยต่อไปอีกมาก เพราะค่าเงินที่สูงขึ้น หมายความว่า ต้นทุนของสินค้าต่างๆ ในรัสเซีย จะเพิ่มสูงขึ้น และจะมีนัยไปต่อถึงเงินเฟ้อที่ล่าสุดสูงถึง 8.73% ให้เพิ่มขึ้นได้อีก 7-10% สร้างความลำบากในการครองชีพให้กับคนรัสเซีย และบั่นทอนเสถียรภาพทางการเมืองของรัสเซีย

ล่าสุด สู้กันมา 4 วัน ยังสู้กันไม่จบ

ตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นมา ค่าเงินวิ่งอยู่ระหว่าง 120 รูเบิล/ดอลลาร์ และ 97 รูเบิล/ดอลลาร์ หรือเหวี่ยงขึ้นลงประมาณ 15-20%

หมัดที่ออกกันมา ก็เรียกว่าไม่ธรรมดา

เริ่มจากการ Sanctions ปกติ ที่ทำให้ค่าเงินอ่อนจาก 70 รูเบิล/ดอลลาร์ เป็น 85-90 รูเบิลต่อดอลลาร์

ตามมาด้วยการประกาศ Freeze เงินสำรองของรัสเซียที่อยู่ในโลกตะวันตก เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา 

ทำให้เงินสำรองรัสเซียที่สะสมไว้ตั้งแต่หลังการผนวกไครเมีย ที่เคยอยู่ที่ 3.5 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2015 เพิ่มเป็น 6.43 แสนล้านดอลลาร์ ในปัจจุบัน บางส่วนไม่สามารถนำออกมาสู้ศึกค่าเงินได้ 

ไม่น่าแปลกใจ หลังมาตรการดังกล่าว ค่าเงินรูเบิลทิ้งดิ่งจาก 85 รูเบิล/ดอลลาร์ไปสู่ระดับ 117 รูเบิล/ดอลลาร์ ทันที

และก็หมุนเวียน ขึ้นลงอยู่ระหว่าง 97-120 รูเบิล/ดอลลาร์

หลายคนถามว่า "ถ้าเงินสำรองถูกยึดแล้ว รัสเซียสู้อย่างไร"

คำตอบ "มาตรการ Capital Control" ในรูปแบบต่างๆ ที่ถูกทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง
- ปิดตลาดหลักทรัพย์ ไม่ให้นักลงทุนขาย เงินก็ติดอยู่ในนั้น
- การประกาศห้ามไม่ให้นักลงทุนต่างประเทศ ขายสินทรัพย์ในรัสเซีย
- การบังคับให้ผู้ส่งออก ต้องเอาเงินตราต่างประเทศ 80% ที่ได้มา ออกมาขายในตลาด ไม่ให้เก็บไว้
- การออกค่า Commission 30% สำหรับการแลกเปลี่ยนเงิน
- ล่าสุด คือการที่กำลังจะจ่ายชำระคืนหนี้ไม่ได้ ซึ่งอาจจะต้องประกาศหยุดการชำระหนี้ 

‘CG บราซิล’ ยกย่อง Thailand Pavilion ยอดเยี่ยม นำเสนอเรื่องดี ร้อยเรียงเนื้อหางานเก่ง เต็มสิบไม่หัก

กลายเป็นอีกความน่าภาคภูมิใจ หลังจากเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 65 ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทาง General Elias Rodrigues Martins Filho-Commissioner General for Brazil Pavilion ได้เข้าเยี่ยมชมอาคารแสดงประเทศไทย โดยมี ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รองผู้อำนวยการฯ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า (depa) ในฐานะ Thailand Pavilion Director และ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมกำลังคนดิจิทัล ให้การต้อนรับ

ในการนี้ General Elias Rodrigues Martins Filho ได้กล่าวแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสที่อาคารแสดงประเทศไทยมียอดผู้เข้าชมผ่าน 1 ล้านคนไปเมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมชมเชยว่าความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการเตรียมการอย่างดีตั้งแต่แนวคิดในการนำเสนอ การร้อยเรียงข้อมูลที่ประยุกต์ “สายน้ำ” เป็นผู้ดำเนินเรื่องเพื่อสะท้อนการพัฒนาประเทศจากความรุ่งเรืองในอดีตสู่ปัจจุบันและต่อเนื่องไปในอนาคต รวมถึงการออกแบบอาคาร การบริหารจัดการกิจกรรมตลอดระยะเวลาการจัดงาน ตลอดจนการคัดเลือกเยาวชนไทยมาทำหน้าที่ Thailand Pavilion Ambassador เพื่อส่งมอบความประทับใจให้กับผู้เข้าชมอาคารทุกคน

รัฐเร่งเครื่องยานยนต์ไฟฟ้า ดันมาตรฐานอีวีเพิ่มรองรับ 

นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ประชุม กมอ. ได้เห็นชอบมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มอีก 19 มาตรฐาน เพื่อรองรับนโยบายการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของรัฐบาล หลังจากได้มีการประกาศใช้แล้วจำนวน 116 มาตรฐาน 

สำหรับมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าที่ประกาศเพิ่มอีก 19 มาตรฐาน เช่น มาตรฐานจักรยานยนต์ไฟฟ้า มาตรฐานระบบแบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้า มาตรฐานระบบการสื่อสารระหว่างรถยนต์ไฟฟ้ากับโครงข่ายไฟฟ้า มาตรฐานระบบขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า มาตรฐานระบบเบรกของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และมาตรฐานวิธีทดสอบที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า

ด้าน นายบรรจง สุกรีฑา เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า ในปี 2565 สมอ. มีแผนจัดทำมาตรฐานอีกจำนวน 19 มาตรฐาน ได้แก่มาตรฐานเรือไฟฟ้า ชิ้นส่วนสำหรับดัดแปลงรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า  ระบบจอดอัตโนมัติของรถยนต์  และระบบแบตเตอรี่ของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น โดยจะเร่งดำเนินการออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านอีวีให้เป็นรูปธรรม 

‘พีรพันธุ์’ ยกย่อง ‘ยิ้ม’ ผู้ปิดทองหลังพระตัวจริง อาสาช่วยสู้คดีค่าโง่โฮปเวลล์ โดยไม่เรียกเงินซักบาท

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า คนดีที่ยังมีในประเทศไทยและในโลก

วันก่อนผมเขียนชื่นชม “ยิ้ม” (นายสุทธิรักษ์ ยิ้มยัง) พนักงานนิติกร การรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้ “ปิดทองหลังพระ” ในคดีค่าโง่โฮปเวลล์ ที่เป็นผู้ช่วยคนสำคัญให้ผมทำงานแก้ไขปัญหาคดีค่าโง่โฮปเวลล์ให้พี่น้องชาวไทยจนสำเร็จ จนมีผู้คนชื่นชมและชมเชยยิ้มกันอย่างมากมายแบบที่ผมไม่คาดคิดมาก่อน

เมื่อวานผมได้ข่าวว่ายิ้มได้รับการเลื่อนระดับ ผมจึงโทรศัพท์ไปแสดงความยินดี ทำให้ได้พูดคุยเรื่องส่วนตัวกันเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองปี 

ผมจึงได้ทราบจากยิ้มว่ายังมีทีมงานที่การรถไฟที่ผมไม่เคยพบมาก่อน “เสียสละและทุ่มเท” กันอย่างเงียบๆ มาเป็นปีแล้วโดยไม่เคยบ่นไม่เคยเรียกร้องใดๆ 

ไล่เลียงมาตั้งแต่เพื่อนที่มาช่วยขับรถรับส่งยิ้มที่ผมได้เล่าไปแล้ว ซึ่งต่อมากลายสภาพเป็นคนวิ่งเตรียมเอกสารและส่งเอกสารคำร้องต่างๆ ต่อศาลและทุกหน่วยราชการให้ทันเวลาด้วย ชื่อ สุขี ผ่องอำไพ ซึ่งได้รับการเลื่อนระดับพร้อมกับยิ้มด้วย และยังมีน้องๆ ที่มาช่วยยิ้มอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น “พู่” “พลอย” “บาส” และลูกจ้างเฉพาะงานอีกหลายคน 

คนเหล่านี้ทุ่มเทและเสียสละเวลาส่วนตัวและประโยชน์ที่พึงได้รับจากการทำงานนอกเวลาและทำงานในวันหยุดเสาร์อาทิตย์มาเป็นปี เพียงเพราะกลัวว่าจะค้นเอกสารและเตรียมข้อมูลให้ผมไม่ทัน เนื่องจากทุกอย่างมีกำหนดเวลาตามกฎหมาย แต่ยิ้มและคนเหล่านี้ไม่เคยบ่น ไม่เคยปริปากแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ผมทราบมาก่อน 

ผมถามยิ้มว่าการรถไฟจ่ายค่าล่วงเวลาอย่างไร ยิ้มบอกว่าไม่ทราบ

อ้าว! ทำไมไม่ทราบ

คำตอบที่คาดไม่ถึง คือ เพราะยิ้มไม่เคยใช้สิทธิเบิกเงินค่าทำงานล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดในคดีนี้เลย

และเมื่อยิ้มซึ่งเป็นหัวหน้าไม่ใช้สิทธิเบิกแล้ว น้องๆ ที่มาช่วยทำงานก็ไม่มีใครกล้าใช้สิทธิเบิกตามไปด้วย เลยไม่รู้ว่าจะได้ค่าตอบแทนนี้เท่าไหร่  

คนเหล่านี้มีเพียงเงินเดือนกันคนละเล็กคนละน้อย ยังต้องนั่งรถเมล์ ยังต้องดูแลพ่อแม่และครอบครัว แต่พวกเขา “เสียสละและทุ่มเท” กับการเตรียมข้อมูลเตรียมเอกสารต่อสู้กับผู้ที่จ้องจะตะครุบเงินแผ่นดินเป็นหมื่นๆ ล้าน โดยไม่คิดถึงผลตอบแทนของตัวเองเลยแม้แต่น้อยนิด ซึ่งตามปกติน่าจะมีอยู่เพียงในนิทานหรือในภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นมาเท่านั้น

‘จีน’ ผนึก ‘เอเชีย’ ส่งเสริมค้าขายด้วยเงินท้องถิ่น ปูทางสร้างความแข็งแกร่งให้สกุลเงินในภูมิภาค

นายอี้ กัง ผู้ว่าการธนาคารกลางของจีน เปิดเผยว่า จีนจะทำงานร่วมกับประเทศต่างๆ ในเอเชียเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าและการลงทุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

การใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าและการลงทุนในไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้ช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยทางการเงินให้กับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชียจากผลกระทบต่างๆ จากภายนอก โดยการแลกเปลี่ยนสกุลเงินแบบทวิภาคีในกลุ่มประเทศอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ มีมูลค่ารวมสูงถึง 3.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (The People's Bank of China: PBOC) ได้ขยายข้อตกลงแลกเปลี่ยนสกุลเงินแบบทวิภาคีกับธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia: BI) เป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อกระชับความร่วมมือทางการเงินและส่งเสริมการลงทุน

ก.อุตฯ เร่งออกมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า ‘สุริยะ’ สั่งเดินหน้าหนุนนโยบาย EV เต็มสูบ

“สุริยะ” เร่ง สมอ. ออกมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า เดินหน้านโยบาย EV เต็มสูบ ล่าสุดบอร์ด สมอ. ไฟเขียวเพิ่มอีก 19 มาตรฐาน คาดประกาศใช้ภายในปีนี้ รองรับเทคโนโลยีวีทูจี (Vehicle to Grid - V2G) ให้รถยนต์อีวีเป็นแหล่งไฟฟ้าสำรอง  

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ที่มีท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานได้กำหนดแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้ขานรับนโยบายดังกล่าว โดยการจัดทำมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าออกมาอย่างต่อเนื่อง และมีการประกาศใช้แล้วจำนวน 116 มาตรฐาน รวมทั้งส่งเสริมให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการตรวจสอบรับรองที่มีความพร้อม เช่น ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลด้าน EV ให้เกิดการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ให้เป็นไปตามเป้าหมายการผลิตและการใช้ยานยนต์ไร้มลพิษ หรือ Zero Emission Vehicle : ZEV ลดการใช้น้ำมัน ลดการปล่อยไอเสีย รวมทั้งลดฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ด้วย

‘ทิพานัน’ ชูแอปฯ MyMo ช่วยหาบเร่-มนุษย์เงินเดือน เข้าถึงแหล่งเงินกู้สู้ภัยโควิดได้ง่ายขึ้น

“ทิพานัน” ย้ำหาบเร่ แผงลอย - มนุษย์เงินเดือน กู้เงินสู้ภัยโควิดได้ง่ายๆ ผ่านแอปฯ MyMo พร้อมชวนเยาวชนที่เริ่มอาชีพ - ผู้ต้องการซื้อแฟรนไชส์ กู้เงินตั้งตัวจาก ธ.ออมสิน ได้สูงสุด 300,000 บาท ปลอดชำระหนี้ได้ 6 เดือนแรก ยันนายกฯ ไม่ทิ้งผู้ค้ารายเล็กพร้อมส่งเสริมผู้ประกอบการหน้าใหม่อย่างเป็นระบบ

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นให้หน่วยงานต่างๆ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ว่าจะทำให้รายได้ลดลงหรือตกงาน โดยได้อนุมัติงบประมาณให้ธนาคารของรัฐปล่อยสินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มต่างๆ ให้ตรงกับความต้องการและเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น ทั้งต่อยอดรายได้ในธุรกิจและลดภาระค่าครองชีพครอบคลุมในทุกกลุ่ม 

โดยคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ขยายเวลาการลงทะเบียนกู้ สินเชื่อออมสินสู้ภัยโควิด-19 ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo จากธนาคารออมสินออกไปตั้งแต่วันนี้ - 30 กันยายน 2565 หรือจนกว่าวงเงินจะหมด ซึ่งเป็นสินเชื่อที่เปิดโอกาสให้กู้ได้ทั้งผู้ที่มีเงินเดือนประจำ พนักงาน-ลูกจ้างหน่วยงานเอกชน ผู้มีอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย ผู้มีรายได้น้อย โดยมีอายุตั้งแต่ 19-70 ปี โดยให้กู้ในวงเงินที่จำเป็นไม่เกิน 10,000 บาท โดยมีระยะเวลาผ่อนชำระนานถึง 2 ปี รวมกับระยะเวลาปลอดชำระหนี้ 6 งวดแรกแล้ว ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย สามารถกำหนดระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสมแต่ไม่เกิน 3 ปี เรียกว่าเป็นเงื่อนไขดีๆ ที่ให้ผู้เดือดร้อนได้มีเงินเข้าไปหมุนเวียนการค้าขายรายเล็กๆ ในการใช้ชีวิตประจำวัน

‘บิ๊กป้อม’ สั่งเร่งจัดหาที่ดินทำกินให้ชุมชนทั่วประเทศ โชว์ผลงาน 6 ปี จัดสรรไปแล้วกว่า 5.7 ล้านไร่

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2558 - 2564 รัฐสามารถดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลแล้ว 1,442 พื้นที่ใน 70 จังหวัด รวมเนื้อที่ 5,757,682 ไร่ ประชาชนได้รับการจัดที่ดินทำกินแล้ว 69,368 ราย เป็นพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด รวม 2,159,544 ไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด รวม 1,481,839 ไร่ ภาคกลาง 19 จังหวัด รวม 1,551,217 ไร่ และภาคใต้ 14 จังหวัด รวม 565,080 ไร่ โดยเข้าไปช่วยส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดควบคู่กันไปแล้วใน 62 จังหวัดจำนวน 46,820 ราย 

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับ ขอให้ยังให้ความสำคัญกับ การสงวนหวงห้ามที่ดินของรัฐ เพื่ออนุรักษ์และรักษาสมดุลของธรรมชาติ โดยขอให้เร่งขยายผลความสำเร็จต้นแบบของการจัดที่ดินทำกินชุมชนในแต่ละภาค ให้ครอบคลุมทั่วถึงทั้งประเทศอย่างเป็นธรรมโดยเร็ว โดยเน้นการบริหารจัดการที่มุ่งความยั่งยืน พึ่งพาตัวเองได้ และเป็นไปตามความต้องการของแต่ละชุมชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการมีที่ดินทำกินอย่างถูกกฎหมายและเป็นไปตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  

'กอบศักดิ์' เผยสงครามค่าเงินกับรัสเซีย คืนเดียว 'รูเบิล' ร่วง 42.7%

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า...

ยิ่งกว่ารถไฟเหาะ สำหรับสงครามค่าเงินกับรัสเซีย รอบนี้

เมื่อคืน จากปิดตลาดปลายสัปดาห์ที่แล้วที่ 124 รูเบิล/ดอลลาร์

สุดท้ายอ่อนลงไปถึง 177.26 รูเบิล/ดอลลาร์ !!!!

คืนเดียว +42.7% !!!!


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top