Thursday, 4 June 2026
CambodiaOpenedFire

‘ผบ.ทหารสูงสุด’ หารือ!! ‘ดร.เอ้ สุชัชวีร์’ ออกแบบบังเกอร์!! ปกป้องประเทศ

(6 ก.ย. 68) พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทหารสูงสุด หารือ 'ดร.เอ้' สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ในฐานะวิศวกร ในการทำโครงการออกแบบบังเกอร์ การใช้วัสดุ ที่แข็งแรงทนทาน ปกป้องชีวิตทหาร โดย ดร.เอ้ พร้อมสนับสนุน อีกทั้ง ตรงกับแนวทางของ 'พรรคไทยก้าวใหม่' ที่สนับสนุนฝ่ายความมั่นคง ในการปกป้องประเทศ

ทั้งนี้ แม้ พลเอก ทรงวิทย์ จะเกษียณ30 กย.นี้ และตั้งใจจะไป บวช สัก1-2 เดือน แล้วจะกลับมาช่วยสนับสนุน กองทัพ ในด้านต่างๆ ต่อไป
ดร.เอ้ มา ร่วมงาน 'สดุดีวีรชนทหารกล้า – ประชาชนผู้บริสุทธิ์' ที่ กองบัญชาการกองทัพไทย

‘บิ๊กเล็ก’ ลั่น!! ขอชี้แจง เป็นครั้งสุดท้าย ยัน!! ไม่มีการเปิดด่าน แค่หารือกันเท่านั้น

(13 ก.ย. 68) พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาการรมช.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวไทยรัฐทีวี 12 กย. 2568 ถึง การอนุโลม ผ่อนปรนเปิดด่าน ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ผมจะชี้แจง ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ยืนยันว่า ยังไม่มีการเปิดด่าน แค่เป็นการให้ไปหารือกัน เท่านั้น ในข้อ5 ไม่มีกรอบเวลา

และหากมีการอนุโลมผ่อนปรน จะไม่มีการส่งยุทธปัจจัย ไม่มีอุปกรณ์ก่อสร้าง โดยมี กกล.ป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด ผ่อนปรน ในการผ่านแดน ซึ่งย้ำว่า ให้กองกำลัง ฯอนุญาต เท่านั้น แต่ยังไม่ให้คนข้าม คนยังผ่านไม่ได้. แล้วที่ผ่านมา การไปเล่นบ่อนคาสิโน สแกมเมอร์ ใช้วิธีการ นั่งเครื่องไปพนมเปญ แล้วมาเล่นที่ ปอยเปต

ส่วน คณะกรรมการ GBC มี รมว.กห. เป็นประธาน มี ผบ.ทหารสูงสุด เป็น รองปธ. และ ผบ.ทบ.เป็น กรรมการ มีเจ้ากรมชายแดนทหาร เป็นเลขาฯ ในคณะมี รองแม่ทัพภาค 2 ที่จะเป็นแม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ไปด้วย พร้อมตัวแทน สมช. และมหาดไทย

พลเอก ณัฐพล ยืนยันว่า ข้อตกลง GBC นั้น มิได้ทำโดยกลาโหม คนเดียว ผมไม่เคยไปก้าวก่ายยุ่งเกี่ยว เมื่อเขานำมาเสนอ จึงเห็นชอบ อีกทั้ง ผบ.กองกำลังเป็นผู้มีอำนาจ ในการอนุมัติ โดยได้มอบอำนาจให้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีอำนาจในการตกลงใจดำเนินการ ขอให้ฝ่ายความมั่นคง สบายใจได้ว่า ฝ่ายการเมือง ไม่ได้ทำตามลำพัง

ส่วนการที่ฝ่ายทหาร ทั้ง เสธ.ทหาร แม่ทัพภาค2 เสธ เบิร์ด คัดค้านเปิดด่าน นั้น พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า ไม่ได้ทำให้ใจเสีย ไม่เลย เพราะเรื่องการเจรจา ก็ทำกันไป ส่วนที่ชายแดน ก็ต้องเตรียมพร้อม 

พอประชุมกลับมา ผมก็บอก พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. และ แม่ทัพภาค 2 ให้ระวัง

ส่วนการที่ เสธ ทหาร เตือนให้ เขมรถอนทหารก่อน ไม่ควรเปิดด่าน พลเอกณัฐพล กล่าวว่า ผมก็ระวังอยู่แล้ว และประเมินความจริงใจ เราต้องพร้อม หากเขมรไม่จริงใจ เราพร้อมปฏิบัติ

ส่วนการที่กองทัพภาค2 รายงานว่า ทหารเขมร เพิ่มเติมกำลัง นั้น ผมได้บอกให้ ผช.ทูตทหารไทย ประจำพนมเปญ ได้ตรวจสอบกับ คณะ IOT ที่กัมพูชา ชี้แจงว่า เป็นการสับเปลี่ยนกำลัง เราจึงแจ้งว่า เป็นการยั่วยุ สุ่มเสี่ยง และอาจเกิดความไม่เรียบร้อย

“ผมขอบคุณความเห็น ของประชาชน และฟังเสียงประชาชน และขอให้สบายใจว่า จะยังไม่มีการดำเนินการ ผมกราบขออภัย ที่ทำให้เกิดข่าวสาร ไม่ชัดเจน” พลเอกณัฐพล กล่าว

ทั้งนี้ เราต้องพิสูจน์ ความจริงใจของฝ่ายกัมพูชา จาก 4 ข้อ เพิ่งจะประเมินว่า ทำได้หรือไม่ จริงใจ หรือไม่ ทั้งการถอนอาวุธหนัก เช่น จรวด BM 21 และ PHL 03 ของกัมพูชา หากเขายอมถอน เรายืนยันว่า ประชาชนจะได้ปลอดภัย

เพราะหากเกิดการปะทะ ก็อาจยิงกันแค่ในระยะ 5-10 กม. แต่ไม่มีอาวุธยิงไกล 40-50 กม.หรือ 100 กม. ก็จะถือว่า เป็นสัญญาณดี

‘BBC’ จงใจใช้!! ‘Jonathan Head’ รายงานข่าวความขัดแย้ง ‘ไทย - กัมพูชา’ สะท้อน!! ความไม่เป็นกลาง โน้มเอียงเข้าข้าง ‘เขมร’ มากกว่าเล่าข้อเท็จจริง

ล่าสุด สำนักข่าว BBC แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจอย่างที่สุดต่อประเทศไทย เมื่อเลือกใช้นักข่าวอย่าง Jonathan Head มานำเสนอข่าวความขัดแย้งไทย–กัมพูชา เพราะบุคคลผู้นี้ไม่ใช่คนแปลกหน้า หากแต่เป็นผู้ที่เคยก่อปัญหากับไทยมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวพันกับความมั่นคงของชาติ

เขาเคยถูกตั้งข้อกล่าวหาเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจากรายงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ไทย อันเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนทั้งประเทศ แม้คดีจะไม่ถึงขั้นพิพากษาลงโทษ แต่ก็ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาเต็มไปด้วยข้อกังขาและความไม่ไว้วางใจในสายตาคนไทย นอกจากนี้ ยังมีการรายงานอีกหลายชิ้นที่โน้มเอียงและโจมตีประเทศไทยในเชิงลบ ทั้งการเมือง สิทธิมนุษยชน ไปจนถึงการตั้งคำถามต่อเสถียรภาพของรัฐไทยในสายตานานาชาติ

ต่อมา เขายังเคยถูกฟ้องในคดีหมิ่นประมาทและกฎหมายคอมพิวเตอร์ที่ภูเก็ตจากการทำรายงานเรื่องการฉ้อโกงอสังหาริมทรัพย์ คดีดังกล่าวทำให้เขาถูกยึดหนังสือเดินทางและถูกจำกัดเสรีภาพในการทำงาน แม้ท้ายที่สุดบางข้อหาจะถูกถอน แต่ก็ยิ่งตอกย้ำว่าเขาเป็นนักข่าวที่มักสร้างความขัดแย้งกับกฎหมายไทยอยู่เสมอ

เมื่อย้อนมามองถึงการรายงานล่าสุดเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา จึงแทบไม่ต้องสงสัยว่า ผลงานจะเอนเอียงไปในทิศทางที่เข้าข้างกัมพูชา มากกว่าที่จะสะท้อนข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง พฤติกรรมเช่นนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า BBC ไม่ได้ต้องการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา หากแต่จงใจทำลายประเทศไทยผ่านการใช้บุคคลที่มีประวัติสร้างปัญหากับชาติบ้านเมือง

แม่ทัพภาคที่ 2 ลั่น!! การเปิดด่านเป็นวิธีการสุดท้าย ขณะนี้สถานการณ์ยังตึงเครียด!! การเจรจายังไม่ลงตัว

เมื่อวานนี้ (12 ก.ย. 68) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีการเปิดด่าน

ดร.พวงทอง โพสต์อธิบาย!! เปิดด่านเพื่อผลประโยชน์ของไทย แต่กลับถูก ‘ทัวร์ชาตินิยมไทย’ รุมประณาม!! อย่างรุนแรง

เมื่อวานนี้ (13 ก.ย. 68) ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า โปรดเข้าใจเถิดว่าการเปิดจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชาให้กับการขนส่งสินค้าระหว่างสองประเทศ เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย

จากกรณีสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้ร้องขอให้รัฐบาลไทยเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และอนุญาตให้มีการส่งสินค้าข้ามแดนได้ แต่กลับถูกทัวร์ชาตินิยมไทยรุมประณามอย่างรุนแรง เพราะเข้าใจว่าสินค้าจากไทยจะทำให้กัมพูชาเข้มแข็งขึ้น เพราะคนไทยเชื่อว่าเราต้องลงโทษกัมพูชาให้ย่อยยับทางเศรษฐกิจ และเชื่อว่าประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย ... นี่เป็นความเชื่อที่ผิดทั้งสิ้น ดังนี้

1. สินค้าที่บริษัทญี่ปุ่นต้องการส่งข้ามแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ไม่ใช่เครื่องอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันของผู้คน แต่เป็นชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ที่ผลิตในลักษณะ supply chain เช่น ประเทศหนึ่งผลิต และส่งไปประกอบในอีกประเทศหนึ่ง เป็นต้น ฉะนั้น หาก supply chain ถูก disrupt ประเทศที่เกี่ยวข้องล้วนได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งหมด

2. สถานทูตญี่ปุ่นกล่าวว่าบริษัทญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากการปิดด่านนี้ เข้ามาลงทุนในไทยและกัมพูชา ตามนโยบาย Thailand Plus ที่ริเริ่มตั้งแต่ปี 2562 หรือในยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ นโยบายนี้มุ่งชักชวนให้นักลงทุนต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ให้หันมาลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น โดยไทยมีไอเดียว่า บริษัทต่างชาติสามารถผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่เน้นใช้แรงงานไร้ฝีมือในกัมพูชาได้ (เพราะค่าแรงขั้นต่ำของไทยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน) แล้วส่งชิ้นส่วนเข้ามาประกอบในประเทศไทยได้ โดยได้รับการยกเว้นภาษี (ใช้ประโยชน์จากเขตการค้าเสรีของ AEC) ส่วนประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการผลิตที่ใช้เทคโนโลยี่ชั้นสูง และรัฐบาลไทยยังจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อรองรับนักลงทุนต่างชาติ

3. เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลไทยก็พานักลงทุนกว่า 20 ราย ไปทัวร์กัมพูชา ไปเยี่ยมชมเขตเศรษฐกิจพิเศษของกัมพูชา เพื่อหาทางจับคู่ทำการลงทุนตามแนวคิด Thailand Plus

4. การปิดด่านชายแดนจึงกระทบต่อภาคการผลิตของบริษัทต่างๆ ซึ่งเชื่อว่าบริษัทสัญชาติไทยก็ได้รับผลกระทบด้วย แต่พวกเขาไม่กล้าปริปาก เท่าที่ได้รับข้อมูลมา บริษัทญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนไปใช้การขนส่งทางอากาศและทางเรือแทน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละหลายร้อยล้านบาท คำถามคือ เขาไม่ได้เป็นคู่กรณีในความขัดแย้ง แต่เขาเข้ามาลงทุนด้วยความเชื่อว่ารัฐบาลไทยจะอำนวยความสะดวกให้เขาตามที่ได้ตกลงกันไว้ แต่รัฐบาลไทยกลับไม่สามารถอำนวยความสะดวกให้เขาได้ ด้วยเหตุผลเรื่องชาตินิยมและความเกลียดชังชาวเขมร

พวกเขาคงเข็ดกับประเทศไทย และในอนาคตอันใกล้ คงได้ข้อสรุปว่าประเทศไทยไม่สามารถสร้างมั่นใจให้นักธุรกิจต่างชาติได้เลย อินฟลูไม่กี่คนก็สามารถขัดขวางการค้าการลงทุนระหว่างประเทศได้

5. การปิดด่านย่อมทำให้การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมในไทย ได้รับผลกระทบด้วยแน่นอน แม้ว่าสินค้านั้นจะเป็นของบริษัทญี่ปุ่น แต่รายได้จากการส่งออกนับเป็นรายได้ของประเทศไทยด้วย หุ้นส่วนก็เป็นคนไทย แรงงานก็เป็นคนไทย

6. ที่น่าสนใจคือ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ ว่าที่รมต.กลาโหม ดูจะมีความเข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี ท่านจึงเสนอให้เปิดด่าน ทั้งนี้ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ท่านเป็นนายทหารที่สวมหมวกฝ่ายการเมืองด้วย จึงได้รับข้อมูลที่รอบด้านมากขึ้น แต่ที่น่าตกใจคือ ลูกน้องของท่าน มทภ.2 พลโทบุญสิน พาดกลาง ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ชายแดนเป็นส่วนใหญ่ (ยกเว้นขณะนี้ ที่กำลังเดินสายเลคเชอร์ในเมืองใหญ่) กลับเสนอความเห็นสวนทางแบบไม่เกรงใจผู้บังคับบัญชาเลย ... ท่านอาจจะมีความรู้เรื่องการรบดี แต่ท่านยังต้องทำความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจสังคมการเมืองและการต่างประเทศเพิ่มเติมอีกมาก

7. ไทยส่งออกไปกัมพูชาเดือนละประมาณหมื่นล้านบาท จริงๆ แม้แต่การห้ามส่งสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำไปยังกัมพูชา ฝ่ายที่เจ็บตัวกว่าแน่ๆ คือฝ่ายไทย ทั้งเจ้าของโรงงานและแรงงานไทย ขณะที่สินค้าเหล่านี้ กัมพูชาสามารถหันไปซื้อจากเวียดนามและจีนได้ แถมราคาถูกกว่าด้วยซ้ำ เราจะต้องสูญเสียตลาดในกัมพูชาที่นักธุรกิจไทยใช้เวลาสร้างสมมากว่า 30 ปีอย่างนั้นหรือ? คนไทยอยู่กับการใช้อารมณ์ จนมองข้ามผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตนเองในระยะยาวหรืออย่างไร?

‘กองกำลังบูรพา’ จับ!! สินค้าบริโภค เตรียมลักลอบ!! ข้ามแดน ‘นมผงเด็ก – น้ำตาล’ สะท้อน!! วิกฤตหิวโหย อีกฟากฝั่งชายแดน

(14 ก.ย. 68) กองกำลังบูรพา , หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ,ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 , กองพันทหารม้าที่ 30 และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ด่านกักกันสัตว์สระแก้ว ได้ร่วมกันลาดตระเวนในพื้นที่และตรวจพบสินค้าบริโภคจำนวนมากถูกซุกซ่อนอยู่ในไร่อ้อยบริเวณชายแดนบ้านหนองปรือ หมู่ 7 ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

สินค้าที่พบประกอบด้วยนมผง, น้ำกระเทียมดอง, น้ำตาลกรวด และไส้ขม ซึ่งเป็นอาหารที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต จากการตรวจสอบไม่พบผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ คาดว่าสินค้าเหล่านี้ถูกนำมาซ่อนไว้เพื่อเตรียมลักลอบนำออกนอกประเทศไปยังกัมพูชา ซึ่งกำลังเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง การลักลอบนำอาหารออกนอกประเทศเช่นนี้จึงเป็นการซ้ำเติมวิกฤตดังกล่าวให้หนักยิ่งขึ้น

เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานงานกับด่านศุลกากรอรัญประเทศเพื่อตรวจสอบและนำสินค้าทั้งหมดไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สร้างกำแพงชายกั้นชายแดน ถึงเวลาแล้วหรือยัง!! บทเรียนจากทั่วโลก!! สู่ชายแดนไทย

ช่วงนี้เรื่องข่าวชายแดนไทยโหมกระแสขึ้นมาอีกครั้งโดยเปลี่ยนจุดจากเขตจังหวัดสุรินทร์ย้ายมาตรงจังหวัดสระแก้วตามที่สำนักข่าวต่างๆ ได้เสนอไป จนเริ่มมีคำถามว่าถ้าเราสร้างแค่รั้งมากั้นสุดท้ายผู้บุกรุกก็ยังพยายามพังรั้วข้ามมาอยู่ดีจนหลายกระแสเริ่มโหมขึ้นมาว่าอย่าสร้างรั้วเลย สร้างกำแพงกั้นชายแดนไปเลยดีกว่า วันนี้เอย่าเลยขอเอาข้อมูลว่ามีที่ไหนในโลกบ้างที่สร้างกำแพงกั้นระหว่างประเทศมาให้ทุกคนทราบกันคะ

เริ่มจากที่ทวีปอเมริกา ในสหรัฐอเมริกามีการสร้างกำแพงบางส่วนตามพรมแดนเม็กซิโกเพื่อป้องกันการหลบหนีเข้าเมือง การขนส่งยาเสพติด การป้องกันการก่อการร้ายและการค้ามนุษย์ โดยกำแพงกั้นระหว่างสหรัฐและเม็กซิโกมีความยาวเกือบ 3,200 กิโลเมตร

มาที่ในยุโรปที่ประเทศกรีซมีการสร้างกำแพงกั้นระหว่างชายแดนตุรกีตรงบริเวณแม่น้ำ Evros ซึ่งเป็นพรมแดนแผ่นดินระหว่างกรีซกับตุรกี ทางการกรีซได้ติดตั้งรั้วเหล็กและกำแพงสูงพร้อมเทคโนโลยีเฝ้าระวังเพื่อหยุดการลักลอบข้ามแดนของผู้อพยพและการค้ายาเสพติด ส่วนในฮังการีมีการสร้างรั้วเหล็กสูงตามแนวพรมแดนกับเซอร์เบียและโครเอเชีย หลังวิกฤติผู้อพยพปี 2015 โดยรั้วดังกล่าวที่กั้นฝั่งเซอร์เบียยาว 175 กิโลเมตรและฝั่งโครเอเชียยาว 348 กิโลเมตร ในสเปนมีมีกำแพงรอบเมือง Ceuta และ Melilla ในแอฟริกาเหนือ เพื่อกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย

มาดูในเอเชียคงไม่พ้นอิสราเอลที่สร้างกำแพงกั้นปาเลสไตน์ และรั้วกั้นรอบฉนวนกาซา ส่วนเกาหลีใต้ก็มีการสร้างกำแพงกั้นระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ส่วนในอินเดียมีกำแพงกั้นติดบังกลาเทศ ยาวประมาณ 3,166 กิโลเมตรโดยมีเหตุผลเพื่อป้องกันปัญหาการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ปัญหายาเสพติดและความมั่นคง ส่วนพรมแดนกับปากีสถานบริเวณแคชเมียร์ และพรมแดนรัฐปัญจาบ – ราชสถาน – คุชราต ก็มีการสร้างกำแพงด้วยเช่นกันมีความยาวประมาณ 3,323 กิโลเมตร เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงและการลักลอบค้าอาวุธเถื่อน จุดนี้เองมีการติดตั้ง ไฟส่องสว่าง ยาวต่อเนื่องกว่า 2,000 กม. ทำให้มองเห็นจากอวกาศในเวลากลางคืน

จะเห็นว่าหากหันกลับมามองไทยปัญหารอบบ้านเราไม่ได้แตกต่างกันเลยถ้าจะให้เอย่าสาธยายออกมา
• ชายแดนเมียนมามีปัญหาเรื่องการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย สแกมเมอร์  การพนันออนไลน์ การค้ามนุษย์ ยาเสพติดและการลักลอบค้าอาวุธในขณะเดียวกันการค้าชายแดนระหว่างไทย - เมียนมาในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2024-2025 (1 เม.ย. ถึง 28 มิ.ย.) เมียนมา–ไทยชายแดนการค้าทะลุ 737 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 27 พันล้านบาท
• ชายแดนลาวมีปัญหาเรื่องการปักปันพื้นที่ที่ยังไม่ชัดเจน แม้ทางการไทย–ลาวได้จัดตั้ง คณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) เพื่อเจรจาเรื่องเส้นเขตแดนตั้งแต่ปี 1996 แต่ยังไม่สามารถปักปันได้ครบทุกจุด ยังไม่รวมปัญหาเรื่องการบุกรุกและการข้ามแดนผิดกฎหมายและปัญหายาเสพติด สินค้าหนีภาษี และการนำเข้าสัตว์หรือไม้หวงห้ามโดยหากพิจารณาจากการค้าชายแดนและผ่านแดน (border & transit trade) ในช่วงต้นปี 2025 ช่วง 2 เดือนแรก  มูลค่าการค้ากับ สปป.ลาว  อยู่ที่ 28,078 ล้านบาท
• ฝั่งกัมพูชาเอย่าคงไม่ต้องพูดถึงเพราะพวกเราคงทราบกันดีและเชื่อว่าทุกวันนี้การค้าขายระหว่างสินค้าไทยไปยังกัมพูชาน่าจะลดลงตามลำดับ
• สุดท้ายฝั่งชายแดนมาเลเซียนั้นนอกจากปัญหาความมั่นคงแล้วยังมีปัญหายาเสพติดและอาชญากรข้ามชาตินี่ไม่นับเรื่องสินค้าผิดกฎหมายและการลักลอบข้ามแดนของคนไทยตามแนวชายแดนไปหางานในฝั่งมาเลเซีย อีกทั้งไทยและมาเลเซียก็มีกรณีพิพาทเรื่องอ่าวไทยตอนล่าง และช่องแคบมะละกา ตรงจุดที่มีพื้นที่ทับซ้อนด้านทะเลระหว่างไทย–มาเลเซีย โดยเฉพาะเขตที่คาดว่ามีทรัพยากรปิโตรเลียมเช่นกัน ในมุมการค้าชายแดนกับมาเลเซีย ในปี 2567 มูลค่าการค้าชายแดนกับมาเลเซียมีมูลค่ารวม 306,679 ล้านบาทส่วนในปี 2568 (มกราคม–กรกฎาคม) การค้าชายแดนระหว่างไทยและมาเลเซียมีมูลค่ารวม 26,261 ล้านบาท ลดลง 13.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า  

การที่เราจะตัดสินใจสร้างกำแพงจุดไหนเพื่ออะไรอาจจะเป็นทางออกที่ดีในการแก้ปัญหาระหว่างชายแดนกับกลุ่มประเทศตัวตึงที่สร้างปัญหาชายแดนให้กับไทยแต่เช่นเดียวกันที่เราอาจจะต้องคำนึงถึงผลกระทบทางการค้าระหว่างชายแดนและงบประมาณในการสร้างด้วย เพราะแม้จะมีกำแพงกั้นแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะแก้ปัญหาชายแดนได้อย่างแท้จริง

‘อดีตรองผอ.ข่าวกรองฯ’ ฟาด!! ‘อันวาร์’ เตือน!! กลับไปทบทวนให้ดี ใครเริ่มสงคราม ใครฆ่าคนไทย!! ลั่น!! ไม่ยอมถูกกดดัน เรื่องอธิปไตย

(20 ก.ย. 68) นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Nantiwat Samart’ ระบุว่า...

ใครก่อสงคราม!!

ก่อนที่อันวาร์จะชวนไทยสร้างสันติภาพ

อันวาร์ต้องกลับไปทบทวนเสียใหม่

ชาติใดเป็นผู้ก่อสงคราม ใครใช้อาวุธหนัก

ใครเข่นฆ่าคนไทยตลอดแนวชายแดน

คนไทยผู้บริสุทธิ์ 15 คนเสียชีวิตโดยไม่รู้ตัว

ไหนจะทรัพย์สินบ้านเรือนคนไทยที่เสียหาย

แทนที่อันวาร์จะชวนไทยสร้างสันติภาพ

ต้องบอกเขมรหยุดยั่วยุ หยุดสงคราม

ยอมตามเงื่อนไขไทย ไม่ใช่สร้างแต่ปัญหา

ไทยจะไม่เจรจาปัญหาอธิปไตยกับเขมร

เขมรอยากยกปัญหาทวิภาคีเป็นพหุภาคี

หาพวกมาช่วยกดดันไทย

คิดว่าไทยจะยอมหรือ

เป็นไงเป็นกัน!!
 

‘ฮุน มาเนต’ ดึงอาเซียนกดดัน!! ‘ไทย’ ปมปะทะชายแดน จุดไฟวิกฤต!! ชายแดนสระแก้ว ความเป็นเอกภาพ ‘อาเซียน’

(21 ก.ย. 68) สถานการณ์ตึงเครียดบริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว หลังเหตุปะทะระหว่างทหารไทยกับชาวกัมพูชา ได้ลุกลามไปสู่การเคลื่อนไหวทางการทูตที่ไม่ปกติ เมื่อฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา รีบต่อสายตรงถึงอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย วอนให้เข้าแทรกแซงโดยทันที

การกระทำดังกล่าวสร้างคำถามใหญ่ในเวทีภูมิภาค เพราะอาเซียนยึดหลัก “ไม่แทรกแซงกิจการภายใน” มาตลอด แต่การที่กัมพูชาดึงประธานอาเซียนเข้ามากดดันไทย เท่ากับใช้ “หมวกอาเซียน” เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นการผิดมารยาททางการทูตอย่างร้ายแรง และสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ความเป็นเอกภาพของอาเซียนสั่นคลอน หากวันนี้มาเลเซียสามารถแทรกแซงไทยได้ วันหน้าไทยก็อาจใช้ตำแหน่งประธานอาเซียนไปก้าวก่ายปัญหาภายในประเทศอื่นเช่นกัน

สิ่งที่น่าจับตาคือความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างผู้นำในภูมิภาค การที่ฮุน มาเนตเลือกโทรหาอันวาร์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะมาเลเซียกำลังนั่งตำแหน่งประธานอาเซียน ขณะที่กัมพูชาเป็นเลขาธิการอาเซียน และเบื้องหลังยังมีสายสัมพันธ์ยาวนานระหว่างอันวาร์ ฮุน เซน และทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไทยที่เพิ่งถูกส่งเข้าเรือนจำอีกครั้ง หลังจากพยายามหลบเลี่ยงโทษด้วยการอ้างอาการป่วย

ย้อนกลับไปเมื่อธันวาคม 2567 มีรายงานจาก Matichon Weekly ว่า อันวาร์ อิบราฮิม แต่งตั้งทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เป็น “กุนซือประธานอาเซียน” อย่างไม่เป็นทางการ ขณะ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ไทย เยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ (Matichon Weekly, 17 ธ.ค. 2567)

ข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานของ Reuters ที่ระบุว่า นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้ตั้งทักษิณเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวในบทบาทประธานอาเซียนปี 2025 โดยอ้างอิงประสบการณ์ทางการเมืองและเครือข่ายส่วนตัวของเขา (Reuters, 16 ธ.ค. 2024) และ The Diplomat ยังวิเคราะห์ว่าทักษิณคือหนึ่งใน “informal advisory group” ที่อันวาร์ใช้เตรียมบทบาทการเป็นประธานอาเซียน (The Diplomat, ธ.ค. 2024)

อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนัก โดย South China Morning Post เตือนว่าทักษิณอาจมีท่าทีที่เอื้อประโยชน์ต่อกองทัพเมียนมา (SCMP, ธ.ค. 2024) ขณะที่ Channel News Asia ชี้ว่าความไม่ชัดเจนเรื่องบทบาทที่ปรึกษาอาจช่วยสร้างความยืดหยุ่นทางการทูต แต่ก็เสี่ยงกระทบต่อภาพลักษณ์ของอันวาร์เอง (CNA, ธ.ค. 2024) นอกจากนี้ Khaosod English ยังรายงานตรงไปตรงมาว่าการแต่งตั้งดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการเยือนมาเลเซียของแพทองธาร (Khaosod English, 16 ธ.ค. 2024)

ความสัมพันธ์สามเหลี่ยมนี้ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าการแทรกแซงครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการ “ช่วยเหลือทางการทูต” แต่คือการใช้เวทีอาเซียนเป็นเกราะกำบังผลประโยชน์ส่วนตัวและเครือข่ายทางการเมือง–ธุรกิจ โดยเฉพาะเมื่อกัมพูชามีการลงทุนทับซ้อนกับเครือข่ายของทักษิณ เช่น เกาะกง และกลุ่มธุรกิจของลียง พัด ที่โยงกับทุนสีเทาและคาสิโน

ที่สำคัญ กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 ทักษิณเคยเดินทางไปพนมเปญเพื่อรับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลกัมพูชา ซึ่งครั้งนั้นก็สร้างวิกฤตทางการทูตกับไทยมาแล้ว เนื่องจากกัมพูชาปฏิเสธคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน และถูกมองว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ทักษิณมีฐานทางการเมืองนอกประเทศเพื่อเคลื่อนไหวโค่นล้มรัฐบาลไทย

การโทรศัพท์ของฮุน มาเนต จึงไม่ใช่แค่ภาพผู้นำเพื่อนบ้านคุยกัน แต่สะท้อนถึงการบิดเบือนอาเซียนให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของผู้นำบางคน หากปล่อยให้เป็นบรรทัดฐาน อาเซียนจะเสี่ยงกลายเป็นเวทีผลประโยชน์ มากกว่าการเป็นประชาคมของประชาชนในภูมิภาค

‘กองทัพไทย’ เริ่ม!! โครงการ ‘รั้วอิเล็กทรอนิกส์’ ติดตั้งกล้องวงจรปิดต้นแรก แนวชายแดนสระแก้ว

(21 ก.ย. 68) กองทัพไทย ได้เริ่มโครงการติดตั้ง "รั้วอิเล็กทรอนิกส์" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2568 ได้มีการติดตั้งเสากล้องวงจรปิด (CCTV) ต้นแรกบริเวณหลักเขตชายแดนที่ 50 ด้านหลังด่านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังบูรพา

การติดตั้งเสา CCTV ต้นแรกนี้ประกอบด้วยกล้อง 3 ตัว ได้แก่ กล้องแบบ PTZ (Pan-Tilt-Zoom) 1 ตัว และกล้องแบบ Fix อีก 2 ตัว นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างและระบบโซลาร์เซลล์เพื่อรองรับการทำงานอย่างต่อเนื่อง และมีการติดตั้งการ์ดบันทึกข้อมูลขนาด 512GB ซึ่งสามารถบันทึกภาพได้นานถึง 30 วัน

ในระหว่างการติดตั้ง กองร้อยทหารพรานที่ 12 ได้เข้าดำเนินการตัดต้นไม้ที่ขึ้นรกทึบในพื้นที่ตรงข้ามกำแพง เพื่อให้กล้องสามารถมองเห็นพื้นที่ได้อย่างชัดเจน และประสานงานกับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 12 (นพค.12) ซึ่งมีแผนจะเข้าปรับปรุงพื้นที่ในลำดับต่อไป

การติดตั้งเสา CCTV ต้นแรกนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของโครงการรั้วอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเสริมสร้างความมั่นคงให้กับประเทศในระยะยาว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top