Thursday, 4 June 2026
CambodiaOpenedFire

ชาวเน็ตขุด!! ทหารเลื่อนซื้ออาวุธ เพราะเอาเงินมาช่วย โควิด-19

(3 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Chaleetip Grace Tippanet’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

5 ปีที่แล้ว ก็สภาพการซิ้ออาวุธยุทโธปกรณ์ก็จะยากแบบที่เห็นนี่ละ

มีทหารไว้ทำไม ใครเค้ารบกัน จะไปรบกับใครเค้าก็แพ้

เกษตรกร จ.สุรินทร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ‘เสียงชาวบ้าน’ อย่างเหลืออด ลั่น!! ไม่เคยต้องการเงินชดเชย อย่าหมิ่นศักดิ์ศรี อย่าหาว่าดื้อด้าน

(3 ส.ค. 68) สืบเนื่องจากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทางการไทยสั่งให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง อพยพไปอยู่ในศูนย์อพยพในพื้นที่ที่ปลอดภัย แต่ยังมีประขาชนบางส่วนยังอยู่ในพิ้นที่เสี่ยง

นายอัฎธิชัย ศิริเทศ เกษตรกร และผู้ประกอบการ โรงบ่มไวน์ เดอ ซีโมน บ้านอำปึล ต.บักได อ.พนมดงรัก สุรินทร์ ซึ่งอยู่ห่างจากปราสาทตาควายประมาณ 4 - 5 กิโลเมตร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ เสียงชาวบ้าน มีเนื้อหาดังนี้

ทุกท่านครับ ผมจะพูดในฐานะชาวบ้านคนหนึ่งที่บางครั้ง ก็เหลืออดเหลือทน เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ คงไม่มีโอกาส คือ ไม่สามารถจะเปล่งเสียงตอบโต้ออกมาดังๆ ได้ เพราะด้วยฐานะการศึกษา และ ความสามารถในการสื่อสารคงยากที่จะเอ่ย ได้ตรงตามที่รู้สึกนึกคิด เรื่อง ความดื้อดึง ที่จะอยู่ ในบ้านตน
อย่างแรก อย่าเรียกว่าไม่กลัว เรากลัวจนหัวใจแทบหยุดเต้น ปากคอสั่นเทา เนื้อตัวสั่นสะเทิ้มทุกครั้ง บางคนก็พึมพำ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง บางคนก็เอ่ยคำลาลูกเมียในใจ และเหตุผลหลัก ที่โคตรงี่เง่าสำหรับใครหลายคนคือ เราห่วงบ้าน ห่วงเรือน ห่วงสัตว์เลี้ยง วัวควาย หมูเห็ดเป็ดไก่ เราตัดใจทิ้งมันไม่ได้

แน่นอนว่า ราชการ หรือ รัฐบาล อาจจะบอกเราว่า “จะชดชยให้” ( ถ้าวัวควายบ้านเรือนเสียหาย) เราไม่ได้ดีใจ ในเรื่องนี้ และเลือกเส้นทางทอดทิ้งไป ท่านคงไม่เข้าใจคำว่า ความรักความผูกพัน แม้ว่า วัวผอมๆ ที่แสนน่าเกลียดสำหรับสายตาท่าน แต่มันคือแก้วตาดวงใจ ที่เราผู้ยากไร้ เฝ้าดู ให้หญ้าให้น้ำ จูงมันออกหากินตั้งแต่ตัวเล็กๆ มันเทียบได้กับชีวิตที่เรามีอยู่ และเราก็แปลกใจว่าทำไม ความห่วงแหนแบบนี้ไม่มีความหมายในสายตาท่าน เราไม่ได้ต้องการบ้านใหม่ ใหญ่โต เรารักเรือนเก่าๆหลังน้อยๆ ที่เราเพียรเก็บหอมรอมริบสร้างมา หรือ พ่อแม่สร้างไว้ยกให้เป็นมรดก

อย่างที่สอง ลูกเมียอยู่ในศูนย์อพยพ หรือ ออกไปพักพิงบ้านญาติ พวกเขาก็ยังมีค่าใช้จ่าย มีของที่อยากซื้อมีขนมที่อยากกิน การไม่มีเงินติดกาย แล้วนั่งรอ เงินเยียวยา หรือ วันๆนั่งอยู่ กับข้าวกล่องของแจก นั่นไม่ได้เยียวยา ก้นบึ้งของความรู้สึกถึงคุณค่าการมีชีวิต หลายคนจึงทนไม่ได้ ชีวิตเราชาวบ้าน อดทนกับความลำบาก แร้นแค้นแค่ไหนได้ แต่อดทนกับการนั่งๆนอนๆ เฉยๆ เหมือนถูกขัง เราทนไม่ได้ หัวจิตหัวใจมันหดหู่ มันสิ้นหวัง มันพาลจะป่วย เราอยากอยู่บ้าน อยากทำงาน เข้าไร่เข้าสวน อยากมีชีวิตปกติ เห็นทุ่งนาป่าเขา เหมือนทุกๆวัน แม้ว่าอาจจะต้องแลกด้วยความตาย เราก็ยอมรับ ผมแปลกใจ ทำไมท่านยอมรับ เหตุผลนี้ไม่ได้

เงินที่หลวงอยากจะแจกอยากจะให้ คุณค่าความหมาย ความภูมิใจ มันเทียบกันยากกับเงินที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรง เราจน เป็นแค่ชาวบ้าน แต่เรามีศักด์ศรี เรารู้สึกถึงมัน บางครั้ง เราอับอายที่ต้องไปยืนรับของถ่ายรูป ยกมือไหว้ คนแปลกหน้าที่อาจจะยิ้มระรื่น กับบทบาทการให้ทาน ให้ของ กับมาม่า สักกล่อง หรือ ข้าวสาร 4-5 กก. แต่เรายืนยิ้มไม่ไหว ท่านเข้าใจไหม??

อย่างที่สาม ที่นี่บ้านเรา มันมีใคร กล้าบังอาจจะมารัก มาปกป้อง มาห่วงแหนมากกว่าเราได้หรือ ไล่เราไปหลบ ไปซ่อน อย่างคนไม่มีหัวใจ ไม่มีความกล้าหาญ ไม่ใช่ชาตินักสู้ เราอาจจะรบไม่เป็น เราใช้อาวุธไม่เก่ง แต่เราไม่เคยกลัว และก็รักผืนแผ่นดิน ไม่ได้น้อยกว่า ใครๆ ที่พร่ำเอ่ย เราอยากอยู่ อยากเห็น อยากเฝ้ามัน หรือ หากต้องตาย ก็ได้ตายด้วยความปรารถนาที่แรงกล้าและปิติยินดี ฉะนั้น อย่าบังอาจมากล่าว พล่อยๆ ว่า เราอยากได้เงินเชย 1.000.000 บาท ไม่มีเงินทองใด ประเมินมูลค่าชีวิตใครได้ คำนี้จึงหมิ่นศักดิ์ศรี เรา แม้เป็นแค่ชาวบ้าน

เราแค่อยากปกป้อง หมู่บ้าน หรือแผ่นดินบ้านเกิด ในวิธีที่เราทำได้ ได้เฝ้าได้เวรยาม ได้อยู่ร่วมด้วยช่วยกัน ปกป้องวัวควาย เป็นวีรกรรมเล็กๆ ที่เราภูมิใจในชีวิต วัวควายอาจจะไม่กี่บาท ในสายตาท่าน แต่สำหรับเรา นี่เป็นทั้งเพื่อนชีวิตและความหวังของครอบครัว ที่เป็นทุนการศึกษาลูกๆ หรือ เงินชำระหนี้ ธนาคาร ปลายปี ไม่มีใครรู้จักความโหดร้ายใจดำ ของธนาคารดีเท่าเรา หรือ ทุนตั้งตัว หลังจากทุกคนกลับมา

และหลายคน ที่แอบกลับมา คือ มากรีดยาง ใจทั้งกลัว ทั้งตัวสั่น แต่ก็แอบลุกไป ในยามค่ำคืน ในยามที่เงียบเสียงปืน บ้างก็ได้จนเสร็จ บ้างก็ได้ไม่กี่ต้น รีบเผ่นกลับมา หวังจะได้เงินเจียดส่งไปให้ลูกเมีย และติดตัวซื้อยาสูบยาเส้น กับ เหล้าโรงสักชวด กระดกดื่มปลอบประโลมใจ มองแบบราชการหรือมนุษย์เงินเดือน มีกินมีงาน ก็คงรำคาญเรา มองเราเป็นภาระ เป็นไอ้พวกชาวบ้านดื้อด้าน สร้างปัญหาให้ทหาร สร้างความลำบากให้ราชการ

ใช้หัวใจเถอะครับ ใช้ความรู้สึก ที่เข้าใจกันมองกัน

เรามีสติ เรามีหัวใจ มีความรักมีความผูกพัน และรู้ว่า ความตายคืออะไร ทุกคนมีภาระที่ต้องทำ มีหน้าที่ที่ต้องปกป้อง ดูแลตัวเองให้ได้ จัดการตัวเองให้รอด ถ้าไม่รอด ก็ถือว่านั่นคือโชคชะตาคนชายแดนอย่างพวกเรา เราเลือกแล้ว ดังนั้น อย่าบังอาจมาพูดดูแคลนว่าเราดื้อด้าน เพื่อเงินชดเชย มันบาดลึกความรู้สึกกันเกินไป

สำหรับ ผม จริงๆ ผมเขียนประกาศตั้งแต่วันแรก ที่ทางราชการด่าว่าแล้ว ว่า ผมไม่ขอรับเงินชดเชย ใดๆ จากทางราชการ ไม่รับของยังชีพ ของแจก ถ้าเกิดตาย หรือเสียชีวิต ในพื้นที่ระหว่างสู้รบ ให้ทราบทั่วกันว่า ผมเลือกเองด้วยสติ สัมปชัญญะ ครบถ้วน ผมอยากอยู่ ผมไม่อยากหนีตาย หัวซุกหัวซุน เหมือนทุกๆครั้ง แม้นไม่ได้จับปืนต่อสู้ แต่ก็อยากยืนหยัด ว่าที่นี่ คือ แผ่นดินบ้านเกิดของผม ผมหวงแหน ฉะนั้น อย่าบังอาจมาขับไล่ผม

และให้จดให้จำ ไว้ด้วย ว่า เราไม่เคยต้องการสงคราม แต่ถ้าหากใครรุกราน เราพร้อมจะยืนหยัด ไม่หนี ไม่ยอมและไม่กลัว 

‘ฮุนเซน’ โพสต์โซเชียล!! ฟ้องชาวโลก จี้!! ผู้นำไทย สั่งหยุด!! ‘สงครามหนังสติ๊ก’

(9 ส.ค. 68) สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว อ้างว่า ทหารไทยใช้หนังสติ๊กที่บรรจุลูกปืนและเม็ดโลหะยิงใส่ทหารกัมพูชา ขอให้รัฐบาลไทยสั่งให้หยุดใช้ทันที โดยระบุว่า …

จริงๆไม่อยากพูดหรอก แต่ถ้าไม่พูด กลัวผู้นำไทยไม่รู้ ชุมชนนานาชาติไม่เข้าใจ สงครามชายแดนกัมพูชา-ไทย เปลี่ยนจากสงครามติดอาวุธมาทำสงคราม ใช้กระสุนยาง กระสุนเหล็ก

เรื่องนี้ ถ้าดูแล้ว มันดูเป็นเรื่องตลก หรือเรื่องเล็ก แต่ถ้าดูแล้ว เรื่องใหญ่ ถ้าเราไม่ห้าม จะเปลี่ยนจากการใช้ไม้ยางพารา ไปจนถึงการใช้อาวุธทุกชนิด ซึ่งจะทำให้ความเป็นผู้นำกัมพูชา-ไทย ได้รับความช่วยเหลืออย่างกระตือรือร้นจากนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และการมีส่วนร่วมจากจีน สหรัฐฯ หาดูยาก

สำหรับกัมพูชาถ้าใช้ ขอให้รัฐบาลสั่งกองทัพหยุดใช้ทันที หวังว่าผู้นำไทยจะสั่งกองทัพหยุดใช้อาวุธ ตามภาพที่แนบไว้

ในความเป็นจริงแล้ว ฉันไม่ได้ต้องการที่จะพูดเกี่ยวกับปัญหานี้ อย่างไรก็ตาม การนิ่งเงียบอาจทำให้ความเป็นผู้นำของไทยไม่ตระหนัก และชุมชนระหว่างประเทศเข้าใจสถานการณ์ผิด ความขัดแย้งชายแดนของกัมพูชา– ประเทศไทย ได้เปลี่ยนจากสงครามโดยใช้อาวุธไปยังหนังสลิงช็อตที่เต็มไปด้วยลูกปืนและเม็ดโลหะ

ในแวบแรก นี่อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือแม้แต่เรื่องตลก แต่เมื่อมีการตรวจสอบลึกซึ้งขึ้น มันเป็นปัญหาที่ร้ายแรง หากเราไม่แทรกแซง มันจะเพิ่มขึ้นจากสลิงช็อตไปจนถึงการใช้อาวุธทุกชนิด ในที่สุดก็ทำลายข้อตกลงการหยุดยิงอย่างเจ็บปวดโดยผู้นำกัมพูชาและไทย ด้วยการไกล่เกลี่ยอย่างกระตือรือร้นโดยนายกรัฐมนตรีมาเลเซียและการมีส่วนร่วมจากจีนและสหรัฐอเมริกา

สำหรับกัมพูชา หากการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้น ฉันขอให้รัฐบาล หลวง ออกคำสั่งให้กองกำลังทหารหยุดการใช้งานทันที ผมหวังว่าภาวะผู้นำไทยจะออกคำสั่งที่คล้ายกับกองทัพให้หยุดใช้อาวุธ ตามภาพที่แนบมา

นอกจากนี้ สมเด็จฮุน เซน ยังโพสต์ข้อความอีกว่า “สมเดช เตโช ฮุนเซน กล่าวว่า สงครามชายแดนกัมพูชา-ไทย เปลี่ยนจากการใช้อาวุธเป็นไม้ยางเทนนิสและโลหะ หากไม่ป้องกัน จะนำไปสู่การทำลายข้อตกลงการหยุดยิง”

‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ เหน็บ!! ‘บุ๋ม ปนัดดา’ โฆษกชายแดน ต้องสุขุม แม่นยำ ไม่ใช่!! ‘สไตล์ปลากัด’ ภาพลักษณ์ต้องมืออาชีพ ให้ประชาคมโลกเชื่อถือ

(9 ส.ค. 68) อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ ‘เจี๊ยบ’ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นถึงการแต่งตั้ง น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม” ให้ทำหน้าที่โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.)

อมรัตน์ เขียนข้อความระบุว่า ‘หน้าที่โฆษก’ คงไม่ใช่ไปชนแบบปลากัด การสื่อสารต้องเน้นความสุขุมและความแม่นยำของข้อมูล ไม่ใช่เน้นความมันหรือความสะใจ ต้องมีภาพของความเป็นมืออาชีพให้ประชาคมโลกเชื่อถือ #ไทยกัมพูชา #ปนัดดา

ข้อความดังกล่าวเชื่อมโยงกับคำให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ของปนัดดา หลังเข้ารับตำแหน่งโฆษก ศบ.ทก. โดยเธอกล่าวว่า “พี่ ๆ ทหารบอกว่า ถ้าหาโฆษกที่ชนกับทางนั้นได้มันที่สุดก็คือดิฉัน ยินดีมาช่วยงานเพื่อประเทศไทย”

‘อาจารย์อุ๋ย’ ฟันธง!! GBC จบสิ้น หลัง ‘ทหารไทย’ เหยียบ ‘กับระเบิด’ ไทยรุกคืบได้ทันที ชี้!! เราไม่ควรสูญเสีย เพราะเขาทำละเมิดกฎหมาย

(9 ส.ค. 68) นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และอดีตผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นว่า “จากกรณีล่าสุดที่ทหารไทยเหยียบกับระเบิดของเขมรจนบาดเจ็บและขาขาด แม้จะมีการลงนามทั้งสองฝ่ายในข้อตกลง GBC แล้ว

ซึ่งข้อ 1 ระบุอย่างชัดเจนว่า ทั้งสองฝ่ายต้องยุติการใช้อาวุธทุกประเภท การโจมตีต่อพลเรือน เป้าหมายพลเรือน และเป้าหมายทางทหาร ในทุกพื้นที่และทุกกรณี ซึ่งการใช้กับระเบิดไม่ว่าจะวางไว้ก่อนหรือหลังการลงนาม ก็ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงแล้ว 

ดังนั้น ไทยจึงมีสิทธิ ยกเลิกข้อตกลงทั้งหมดได้โดยฝ่ายเดียว ตามอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา 1969 (VCLT) มาตรา 60 เพราะถือเป็นการละเมิดอย่างมีสาระสำคัญของข้อตกลง 

นอกจากนี้ ไทยยังสามารถรุกคืบเข้าไปในดินแดนเขมร เพื่อป้องกันและหยุดยั้งการวางกับระเบิดของเขมรเพิ่มเติมได้อีก บริเวณพื้นที่พิพาท ซึ่งถือเป็นการป้องกันตัวและตอบโต้อย่างได้สัดส่วนตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ เพราะนี่ถือเป็นการโจมตีด้วยกับระเบิดของกัมพูชาเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ทหารไทยไม่ควรจะสูญเสียจากการกระทำที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของกัมพูชาอีก 

ด้วยความปรารถนาดี

เทศบาลตำบลหนองบัว อุดรธานี รวมพลังแนวหลัง ให้กำลังใจ!! รักทหาร รักเธอประเทศไทย

(9 ส.ค. 68) เทศบาลตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยการนำของนายชัยวิทย์ กาญจน์วิเศษศรี นายกเทศมนตรีตำบลหนองบัว พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้นำท้องที่ พนักงาน ลูกจ้าง และประชาชนชาวเทศบาลตำบลหนองบัว ได้จัดกิจกรรม ‘รักประเทศไทย’ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งกำลังใจให้กับพี่น้องทหารแนวหน้า และเพื่อปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนรักและหวงแหนประเทศชาติ

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการสวมเสื้อ ‘รักประเทศไทย’ ซึ่งเป็นเสื้อที่มีสัญลักษณ์ของประเทศและข้อความที่แสดงถึงความรักชาติ จากนั้นผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รวมแถวเพื่อเคารพธงชาติ และเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา ร้องเพลงชาติไทยเสียงดังกระหึ่ม เทศบาลสะเทือน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีและความเคารพของคนไทยต่อประเทศชาติ

หลังจากนั้น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เดินรณรงค์ไปตามถนนในชุมชน โดยมีการเดินแถวและเขียนอักษรเป็นรูปหัวใจภายใต้ป้ายรูปธงไตรรงค์ โดยใช้ข้อความ “ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด” เพื่อแสดงความรักชาติและความสามัคคีของคนในชุมชน

นายชัยวิทย์ กาญจน์วิเศษศรี กล่าวว่า กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงความรักชาติและความสามัคคีของคนในชุมชน คนไทยที่อยู่แนวหลังส่งกำลังใจให้กับพี่น้องทหารแนวหน้า ที่ได้เสียสละเพื่อปกป้องประเทศชาติ รักทหาร รักเธอประเทศไทย

‘โฆษกกองทัพบก’ ซัด!! เขมร วางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ในการรบ ชี้!! เป็นอุปสรรค มาตรการหยุดยิง การแก้ไขปัญหาแบบสันติวิธี

(9 ส.ค. 68) พลตรีวินธัย  สุวารี  โฆษกกองทัพบก ระบุว่า กรณีกำลังพลของ กองร้อยทหารราบที่ 111 เหยียบกับระเบิด ขณะทำการลาดตระเวนเส้นทาง เพื่อเสริมความมั่นคงในพื้นที่รอยต่อบ้านโดนเอาว์–บ้านกฤษณา จังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 3 นาย  

โดย ผู้บาดเจ็บทั้งหมดได้รับการปฐมพยาบาลในพื้นที่ และนำส่งโรงพยาบาลทหารภาคสนามทันที 

โดยได้ส่งต่อ จ่าสิบเอก ธานี พาหา ที่เหยียบกับระเบิดข้อเท้าขาด  ไปยังโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน

“จากเหตุการณ์นี้ อาจ ทำให้สังคม ภายในประเทศและในสังคมโลก ทั่วไปเข้าใจได้ว่า การใช้อาวุธต่อกันยังคงมีอยู่  เป็นลักษณะของการพยายามที่จะใช้อาวุธต่อกันในแบบซ่อนรูป

สิ่งนี้อาจนับเป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อการดำเนินการในมาตรการหยุดยิงและการแก้ไขปัญหาในแบบสันติวิธี 

รวมถึงแสดงถึงว่าที่ผ่านมา กัมพูชาเป็นฝ่ายริเริ่มในการใช้อาวุธก่อนมาตลอด ด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์

‘กัมพูชา’ เจ็บจากทุ่นระเบิด แต่ละเมิดออตตาวา รับเงินมาทำลาย!! แต่แอบใช้กับ ‘ประเทศไทย’

(9 ส.ค. 68) เฟซบุ๊กเพจ 'กองทัพบก ทันกระแส' โพสต์ข้อความระบุว่า …

กัมพูชาโกงเงินนานาชาติ! เคยเจ็บจากทุ่นระเบิด แต่ละเมิดออตตาวา รับเงินมาทำลาย แต่แอบใช้กับไทย

กัมพูชาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิดรุนแรงที่สุดในโลก ผลพวงจากยุคเขมรแดง และสงครามกลางเมืองตลอดทศวรรษ 1970–1990 ทำให้ทั่วประเทศเต็มไปด้วยทุ่นระเบิด โดยเฉพาะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งเคยเป็นสมรภูมิสำคัญ

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ กัมพูชาได้เข้าร่วม อนุสัญญาออตตาวา (Ottawa Convention) เมื่อปี พ.ศ. 2542 ซึ่งมีข้อห้ามในการผลิต ใช้ เก็บรักษา และส่งออกทุ่นระเบิดสังหารบุคคล พร้อมพันธกรณีที่จะต้องกำจัดทุ่นระเบิดในดินแดนของตน และช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กัมพูชาได้รับเงินสนับสนุนจากนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และองค์การสหประชาชาติ ผ่านโครงการกำจัดทุ่นระเบิดและช่วยเหลือเหยื่อ อาทิ การสนับสนุนให้ CMAC (Cambodian Mine Action Centre) โดยมี นายเฮง รัตนา เป็นผู้อำนวยการ และโครงการ 'Clearing for Results' ของ UNDP เงินทุนเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัย และฟื้นฟูพื้นที่ทำกินของประชาชน

จากข้อความดังกล่าวกัมพูชาดูเป็นประเทศที่น่าสงสารใช่ไหมครับแต่ไม่เลย

จากสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา ล่าสุดกัมพูชายังคงมีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 เป็นผลทำให้กำลังพลไทยบาดเจ็บสาหัส สูญเสียอวัยวะถึง 3 นาย (ก่อนการปะทะ 2 นาย หลังการปะทะ 1 นาย)

แม้นายเฮง รัตนา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAC) จะออกมาปฏิเสธเสมอว่ากัมพูชาไม่ได้มีการใช้ทุ่นระเบิด ที่พบเจอนั่นคือของไทยเพราะอยู่ในเขตประเทศไทย แต่คำปฏิเสธนี้ดันขัดกับ พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ที่ออกมาบอกว่า ทุ่นระเบิดนั้นเป็นของเก่าและฝังอยู่ในเขตกัมพูชา แต่ภาพล่าสุดเมื่อ 31 ก.ค. 68 ที่สื่อกัมพูชาได้ถ่ายลง ณ ปราสาทตาควายนั้นเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้อย่างดีเลยว่า กัมพูชายังคงใช้ทุ่นระเบิดอยู่

แม้การประชุม GBC เพื่อคลี่คลายสถานการณ์การปะทะจะสิ้นสุดไปแล้ว แต่หนึ่งในข้อที่ไทยเรียกร้อง นั่นคือขอให้กัมพูชาจัดการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งกัมพูชาเองไม่ตอบรับ อาจจะเป็นเพราะกัมพูชาพยายามโกหกในนานาชาติว่าตนเองไม่ได้ใช้ทุ่นระเบิด

สุดท้ายนี้กัมพูชายังคงโกหกต่อนานาชาติเรื่อยๆว่าตนเองไม่ได้ใช้ทุ่นระเบิด และยังคงรับเงินจากนานาชาติเพื่อเก็บกู้ เป็นสิ่งที่บอกนานาชาติได้อย่างดีเลยว่า กัมพูชายังคงโกงเงินทุกประเทศ ทุกๆช่องทางที่มีโอกาส สมกับเป็นประเทศ Scambodia

ทุ่นระเบิดแม้อาจจะได้เปรียบในสนามรบระยะสั้น แต่ส่งผลต่อประชาชนในระยะยาว

‘คุณปลื้ม’ ยก!! ‘เสธ.เม่น’ เปล่งเสียงได้มีพลัง ยิ่งกว่านักร้องโอเปร่า ภาษาอังกฤษเพราะ ภาษาไทยไพเราะ มาดนิ่ง สมเป็นชายชาติทหาร

(10 ส.ค. 68) หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ ‘คุณปลื้ม’ ได้โพสต์คลิปเกี่ยวกับ ‘เสธ.เม่น’ พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษก ศบ.ทก. เผย!! มีความรอบรู้ เก่งเรื่องความมั่นคงสามารถใช้ภาษาไทย และอังกฤษได้อย่างแตกฉาน โดยในคลิปนั้น มีใจความว่า ...

ผมเป็นคนที่ไม่ได้สนใจประทับใจ คนที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ เพราะว่าคนที่เรียนจบต่างประเทศ การใช้ภาษาอังกฤษนั้น มันก็เหมือนกับคนไทยที่ใช้ภาษาไทยได้ แต่ว่า เสธ.เม่น เขามีบางอย่างที่พิเศษมาก เขาเป็นคนที่มีพลังในเสียง

สมัยที่ผมฝึกทหาร ทหารเขาสอนให้ผมเปล่งเสียงให้มีพลัง เพื่อให้คนมาเข้าแถวกัน มันทำให้ผมมีพลังเสียง ซึ่งก็ยังมีมาถึงทุกวันนี้

ผมได้ฟัง เสธ.เม่น พูด เขาเป็นคนที่พูดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้ดีทั้งคู่ ซึ่งหาได้ยากมาก คนที่พูดได้ในระดับนี้ ก็อย่างเช่น อดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี อานันท์ ปัญญารชุน ซึ่งนับได้แค่ไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งท่านเหล่านี้ใช้ภาษาอังกฤษได้เก่งมาก แล้วก็ใช้ภาษาไทยได้เก่งด้วย

เสธ.เม่น นั้น เปล่งเสียงออกมาได้ดียิ่งกว่า พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ เสียอีก เขาไม่ได้เป็นเพียงล่ามที่เก่ง เพราะล่ามที่เก่งนั้นก็มีเยอะ แต่เขาเป็นล่ามที่เก่ง เป็นล่าม เป็นทหารและก็เป็นนายพลด้วย ซึ่งหาได้ยากมาก เขาเปล่งเสียงได้มีพลังยิ่งกว่านักร้อง เปล่งเสียงได้เหมือนโอเปร่า เขาสุดยอดมาก

ภาษาอังกฤษเพราะ ภาษาไทยไพเราะ บุคลิกมาดนิ่ง สมเป็นชายชาติทหาร!!


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top