Thursday, 4 June 2026
ฮุนเซน

สื่อเขมร วิเคราะห์ ‘ทักษิณ’ จบเห่แน่!! หาก ‘ฮุนเซน’ เปิดหลักฐาน ชี้!! สังคมไทย รับไม่ได้!! กับการดูหมิ่น สถาบันเบื้องสูง ที่เคารพรัก

เมื่อวานนี้ (18 ก.ค. 68) ภายหลังจากที่นายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เคยกล่าวว่า เขามีหลักฐานที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทยพูดจาดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ไทยทั้งรัชกาลก่อนและรัชกาลปัจจุบัน และอาจจะใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงในการพูดถึงเรื่องนี้ ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมานายทักษิณ ได้กล่าวในงาน 'ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย' ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่านายฮุนเซนเป็นคนไม่มีจริยธรรม ขอให้คนไทยอย่าเชื่อไปคำพูดนั้น ล่าสุด วันนี้(18 ก.ค.) สำนักข่าว Fresh News ของกัมพูชา นำเสนอรายงานพิเศษในหัวข้อ ชะตากรรม ‘ทักษิณ’ ในเงื้อมมือ ‘ฮุนเซน’ มีเนื้อหาสรุปได้ว่า ในระบบการเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น การสูญเสียอำนาจไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดพลาดเพียงเรื่องเดียวแต่จะต้องมีองค์ประกอบอื่น ๆ อีก อย่างไรก็ตามสำหรับในประเทศแล้ว หากดูหมิ่นพระมหากษัตริย์เพียงอย่างเดียว ก็สามารถสูญเสียอำนาจได้ทันที

ดังนั้น เมื่อนายฮุน เซน กล่าวว่าจะสละเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเพื่อเปิดโปงการกระทำของทักษิณผู้ซึ่งดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ไทย ชีวิตทางการเมืองของตระกูลทักษิณก็เผชิญกับความไม่แน่นอนทันที

ผลสำรวจล่าสุดโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ในประเทศไทย หลังวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อตระกูลชินวัตรกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ประชาชนในกรุงเทพฯ และชนชั้นกลาง ที่กำลังมองหาโอกาสในการขจัดตระกูลชินวัตรออกจากการเมืองไทย และเปิดประตูสำหรับกลุ่มอำนาจใหม่

คำแถลงของนายฮุนเซนที่ว่าพร้อมที่จะเปิดโปงการกระทำของทักษิณต่อพระมหากษัตริย์ไทยนั้นไม่ใช่เรื่องตลกหรือสร้างการแสดงทางการเมือง อันที่จริง คำแถลงเพียงคำเดียวนี้เองที่ทำให้คนไทยบางส่วนเชื่อว่าชีวิตทางการเมืองของทักษิณ ชินวัตรอาจกำลังจะถึงจุดจบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทที่อำนาจอธิปไตยของกัมพูชากำลังถูกไทยรุกล้ำ

รายงานพิเศษ Fresh News ระบุอีกว่า สำหรับกัมพูชา ถ้อยคำอันทรงคุณค่าของสมเด็จเดโชไม่เพียงช่วยปกป้องประเทศจากแผนการร้ายของศัตรูเท่านั้น แต่ยังปลุกปั่นสถานการณ์ทางการเมืองของศัตรู โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษิณ ซึ่งจากรายงานของประเทศไทยระบุว่า เขากำลังเผชิญกับความวุ่นวายทางอารมณ์อย่างรุนแรง

Fresh News อ้างอิงรายงานของ Thai PBS World เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ที่ทักษิณได้วิงวอนประชาชนชาวไทยว่า “อย่าเชื่อคำพูดของสมเด็จเดโชฮุนเซน” โดยระบุว่าถ้อยคำดังกล่าวเป็นการดูถูกความรู้สึกของคนไทยที่รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว และไม่จำเป็นต้องให้ทักษิณสั่งน้ำมูกใส่อีกต่อไป และเป็นการดูถูกว่าคนไทยขาดสำนึกของตัวเอง คำพูดของทักษิณยังถือเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชื่อเสียงและความสามารถทางการเมืองของเขา

นอกจากนี้ ทักษิณได้ประกาศไม่ไว้วางใจพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ถอนตัวออกจากรัฐบาลหลังจากมีการรั่วไหลของบทสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับนายฮุนเซนเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน

ในการกล่าวปาฐกถาเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ทักษิณได้ถามอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยว่า “หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นชาวเขมรหรือคนไทย” ซึ่งเป็นข้อความที่แสดงให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจของเขาต่อหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ท่ามกลางหลักฐานที่ชัดเจนว่าครอบครัวทักษิณอยู่เบื้องหลังและถูกเปิดโปงโดยกัมพูชา

คำแถลงของนายฮุนเซน ที่ระบุว่าตนพร้อมที่จะใช้เวลาสามชั่วโมงในการเปิดโปงการกระทำของทักษิณที่ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ไทยนั้น ไม่ถือเป็นเรื่องตลกหรือเป็นเพียงคำแถลงทางการเมืองเพื่อเรียกร้องความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ทักษิณได้กระทำการทรยศหักหลังและอยู่เบื้องหลังการเมืองไทยที่ละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา

*หากพบหลักฐานการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ไทย จะมีการดำเนินคดีกับทักษิณหรือไม่??

Fresh News ระบุว่า นี่เป็นคำถามที่ประชาชนไทยบางส่วนตั้งคำถาม แต่ประเทศไทยไม่ควรลำเอียงในการบังคับใช้กฎหมาย เพราะถือเป็นคุณค่าของชาติ คำถามที่ถูกถามในประเทศไทยคือ หากนายฮุนเซนแสดงหลักฐานชัดเจนว่าทักษิณดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ไทยจริง ๆ จะมีการบังคับใช้กฎหมายหรือไม่??

ในสังคมไทย หากมีเอกสารราชการหรือหลักฐานชัดเจนว่าทักษิณดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ไทยจริง ๆ แล้วหากปราศจากการบังคับใช้กฎหมาย สถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลง ประชาชนไทยที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และสังคมอนุรักษ์นิยมจะรู้สึกว่ากฎหมายไม่เป็นธรรม และสถาบันต่าง ๆ ถูกเปลี่ยนแปลงโดยอำนาจทางการเมือง สังคมไทยที่เคยลงโทษผู้ประท้วงหรือนักศึกษาในข้อหาตามมาตรา 112 มาก่อน อาจเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน หากรัฐบาลหรือศาลไม่ดำเนินการกับผู้ที่ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ครอบครัวของทักษิณ ชินวัตร จะถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจทางการเมืองบิดเบือนกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่ออนาคตทางการเมืองของตระกูลทักษิณโดยรวมและพรรคเพื่อไทย และหากมีหลักฐานที่พิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับความผิดฐานดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ของไทย แต่ไม่มีการบังคับใช้ ก็แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังตกอยู่ในเกมแห่งความไม่สมดุลระหว่างการบังคับใช้กฎหมายและค่านิยมของชาติ

ทักษิณผ่านเรื่องราวทางการเมืองมามากมายในชีวิต และอิทธิพลสำคัญที่ส่งผลต่อชีวิตและการเมืองในอดีตของเขาคืออิทธิพลของสมเด็จเดโชฮุนเซน ความไม่ซื่อสัตย์และการขาดความเคารพในความจงรักภักดีของทักษิณจะไม่สามารถกลบหรือลบล้างคุณงามความดีอันล้ำค่าที่สมเด็จเดโชฮุนเซนเคยทำเพื่อเขาในอดีตได้

ขณะนี้ สำนักงานปราบปรามการทุจริตแห่งชาติของไทย กำลังสอบสวนคดีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวของทักษิณ ขณะที่ตัวเขาเองก็กำลังถูกพิจารณาคดีในคดีหมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์ในปี 2558 เช่นกัน ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ น.ส.แพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี กองทัพและกลุ่มนักการเมืองฝ่ายขวาระดับสูงในประเทศไทยก็กำลังเตรียมดำเนินคดีทางกฎหมายกับทักษิณและบุตรสาวต่อไป

หากนายฮุนเซนเปิดเผยหลักฐานการดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์ของทักษิณต่อสาธารณะ ไม่เพียงแต่จะเป็นพัฒนาการใหม่ที่ร้ายแรงเท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการครั้งใหม่ต่อทักษิณอีกด้วย ดังนั้น แม้ว่าคดีเก่าจะยังไม่จบ แต่เอกสารในมือของนายฮุนเซนอาจเป็นกระสุนนัดสุดท้ายที่จะทำให้ทักษิณต้องเผชิญกับชะตากรรมที่ไม่แน่นอน

หากหลักฐานได้รับการพิสูจน์ นายทักษิณจะเป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองในพรรครัฐบาลที่กระทำการล้ำ “เส้นแดง” ในสังคมไทย สังคมที่ปกป้องสถาบันกษัตริย์ แม้ว่าทักษิณจะสามารถเรียกร้องให้ประชาชนไทยไม่ไว้วางใจสมเด็จเดโชฮุนเซนได้ แต่หลังจากการเปิดเผยนี้ เขาก็จะไม่มีที่ว่างให้เขาเรียกร้อง หรือเขียนเรื่องราวทางการเมืองของเขาอีกต่อไป แต่ทักษิณจะสามารถเขียนคำว่า “จุดจบของจักรวรรดิ” ด้วยมือของเขาเองได้

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า รายงานพิเศษของ Fresh News ชิ้นนี้ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่านายฮุนเซนจะเปิดเผยหลักฐานการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ไทยของนายทักษิณเมื่อใด และอย่างไร เป็นเหมือนบทความตอบโต้คำพูดของนายทักษิณที่พูดถึงนายฮุนเซนในงาน “ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย” เมื่อคืนวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมาเสียมากกว่า

นอกจากนี้ยังพบว่า นายฮุนเซนได้เริ่มพูดถึงการที่นายทักษิณดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.68 ระหว่างปราศรัยกับประชาชนที่จังหวัดพระวิหาร แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด และต่อมาวันที่ 28 มิ.ย.ก็บอกว่าถ้าหากทางการไทยอยากได้ข้อมูลก็ให้ส่งทูตพิเศษไปขอ เขาพร้อมที่จะให้ทั้งหมด หลังจากนั้นก็ขู่ว่าจะใช้เวลาสัก 3 ชั่วโมงพูดถึงพฤติกรรมการหมิ่นเบื้องสูงของทักษิณ แต่ก็ยังไม่มีการเปิดเผยเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ตอบโต้ ดร.ทักษิณ ชินวัตร

(20 ก.ค. 68) จากกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากนี้จะไม่เจรจากัมพูชาโดยใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวอีกแล้ว เพราะกลัวโดนอัดเทป ล่าสุดวันที่ 20 ก.ค. 68 สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์ข้อความตอบโต้แล้ว โดยระบุว่า ...

ผมขอย้ำเตือนทักษิณอีกครั้งว่าผมเองต่างหากที่ไม่อยากคุยกับเขา นับตั้งแต่ลูกสาวของเขาดูถูกเหยียดหยามผม ยิ่งไปกว่านั้น ผมเองก็ไม่มีเจตนาจะคุยกับคนที่มีประวัติอาชญากรรมและกำลังเตรียมถูกดำเนินคดีเพิ่ม ดังนั้นอย่าคิดมาก เพราะการคุยกับคุณไม่มีประโยชน์อะไรกับผมเลย!!

สำหรับข้อสังเกตของผม นับตั้งแต่ทักษิณเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองไทย ประเทศไทยก็ตกอยู่ในความวุ่นวายอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่การรัฐประหารปี 2549 ผมไม่อยากพูดถึงคำพูดดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ไทยอย่างรุนแรงของคุณ เพราะมันเป็นการพูดที่น่ารังเกียจและไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่ผมต้องพูดถึง เพราะมันทำลายศักดิ์ศรีของสถาบันกษัตริย์ไทย แต่คุณกลับยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณบอกว่าผู้นำกัมพูชาขาดศีลธรรม นี่เป็นการดูหมิ่นอย่างรุนแรง เหมือนกับที่ลูกสาวของคุณดูหมิ่นผู้นำกัมพูชา โดยกล่าวหาว่าเขา (ฮุน มาเนต) ไม่เป็นมืออาชีพ ซึ่งก่อให้เกิดความโกรธแค้นในหมู่ชาวกัมพูชา

ผมอยากถามคุณว่า ถ้าผมขาดคุณธรรม ทำไมคุณถึงพึ่งพาผมมาตลอด 19 ปี (2549-2568) โดยทำตามคำแนะนำของผม และยังเรียกผมว่า “ผู้นำหมายเลข 1” อีกด้วย

คุณยังจำการจัดตั้งพรรคเพื่อไทยเพื่อเข้าร่วมการเลือกตั้งปี 2554 ได้ไหม นอกจากแนวคิดบางอย่างแล้ว ยังมีทฤษฎีหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” ซึ่งอันที่จริงแล้วเป็นทฤษฎีของฮุนเซน ซึ่งผมควรเตือนคุณด้วย

ยังมีอีกหลายสิ่งที่ผมยังไม่ได้กล่าวถึง รวมถึงการแต่งตั้งข้าราชการ

ข้อกล่าวหาที่ว่าท่านเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนั้นเป็นเรื่องจริง รวมทั้งกรณีที่ท่านทรยศต่อพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นความคิดของท่านเองทั้งสิ้น ไม่ใช่ของอุ๊งอิ๊ง 

เผย!! บทสนทนา ถาม-ตอบ ‘ชายชุดดำ’ ที่กัมพูชา ‘ฮุนเซน’ ให้อาวุธสงคราม สนับสนุน ให้ก่อความวุ่นวาย

(20 ก.ค. 68) รองศาสตราจารย์ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักประวัติศาสตร์ชาวไทย อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ  ชายชุดดำ เวทีคนเสื้อแดง และสมเด็จฮุนเซน โดยมีใจความว่า ...

ผมได้พูดคุยกับ ‘ชายชุดดำ’ อย่างใกล้ชิด โดยมีการสัมภาษณ์ ‘ถาม-ตอบ’ กันที่กัมพูชาดังนี้  

1. เป็นทหารบก ทหารเรือ หรือทหารอากาศ?? 
ปรากฏว่าผิดหมด!! เขาเป็นสามัญชนที่อาสามาร่วมต่อสู้โดยไม่ได้เป็นทหารสังกัดเหล่าทัพใด

2. เมื่อไม่ได้เป็นทหารแล้วเอาอาวุธมาจากไหน??
คำตอบก็คือ ‘เวทีคนเสื้อแดง’ ...เป็นคำตอบที่ทำให้ผมรู้สึกเหนือความคาดหมายมากยิ่งขึ้น

3. ผมต้องถามย้ำเวทีคนเสื้อแดง แล้วเสื้อแดงทำไม จึงมีอาวุธสงครามให้ใช้??
คำตอบก็คือ ‘สมเด็จฮุนเซน’ ให้มาเพื่อการต่อสู้จำนวน 2 ตู้ คอนเทนเนอร์ 
ซึ่งนายจักรภพ เพ็ญแข ก็ยืนยันในข้อเท็จจริง ทำให้เชื่อสนิจใจ จากที่เคยได้ยินมาบ้าง

4. อาวุธมากมายขนาดนี้ น่าจะเพียงพอสำหรับการต่อสู้แบบกองโจร หรือโจมตีแล้วพรางตัวเข้ากับมวลชน สร้างความระส่ำให้กับเจ้าหน้าที่??
คำตอบคือ ไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง เพราะแค่กระสุนหมด จะเบิกกระสุนรอบใหม่ยังต้องจ่ายตัง เลยถอดใจทิ้งอาวุธ และหนีมาอยู่กัมพูชา

5. ก็ไหนบอกว่า ‘เป็นอาวุธที่ฮุนเซนให้มา’ เพื่อช่วยการต่อสู้ เหตุใดจึงต้องซื้อ??
คำตอบคือ ใช่ ‘ฮุนเซน’ ให้มาเพื่อการต่อสู้จริง แต่ ‘คนเสื้อแดง’ เอาไปขายเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองไม่ได้เก็บไว้สำหรับต่อสู้

ผมหวังว่า ‘พี่น้องเสื้อแดง’ ที่ได้อ่านบทความนี้ คงจะกระจ่างถึงสาเหตุแห่งความพ่ายแพ้!!

‘ฮุนเซน’ อ้างไทยรุกราน - โจมตีก่อน ลั่นกัมพูชาไร้ทางเลือกนอกจากตอบโต้

(24 ก.ค. 68) ‘ฮุนเซน’ อ้างไทยโจมตีก่อน หลังประกาศปิดปราสาทตาเมือนธม กัมพูชาไม่มีทางเลือกนอกจากตอบโต้ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก อย่ากักตุนหรือขึ้นราคาสินค้า

ภายหลังจากเกิดเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทย-กัมพูชา บริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชนี้ เมื่อวันนี้ (24 ก.ค.) ล่าสุด เมื่อเวลา 09.40 น. ในเฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia

ของนายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา มีการโพสต์ข้อความว่า “การรุกรานครั้งนี้ กองทัพไทยประกาศว่าจะปิดปราสาทตาเมือนธมในวันนี้ ซึ่งได้รับคำสั่งเมื่อวานนี้ ทหารไทยได้เริ่มโจมตีกองทัพกัมพูชา กองทัพกัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องต่อสู้ตอบโต้ ขอพี่น้องชาวกัมพูชา โปรดอย่าตื่นตระหนก ซื้อข้าวสารและกักตุนหรือขายสินค้าในราคาที่สูงกว่า ฯลฯ”

“โปรดดำเนินธุรกิจตามปกติในทุกภาคส่วนและทุกแห่ง ยกเว้นพื้นที่ชายแดนของจังหวัดอุดรมีชัยและจังหวัดพระวิหาร ซึ่งถูกกองทัพไทยที่รุกรานยิงถล่ม

“ขอพี่น้องประชาชน โปรดไว้วางใจในรัฐบาลและกองกำลังทหารของเรา”

‘อิ๊งค์‘ ซัด ’ฮุน เซน‘ ทำตัวเป็นเหยื่อตามคาด หลังกัมพูชายิงใส่ไทยก่อน 

วันที่ 24 ก.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม ได้แชร์ไอจีสตอรี่ภาพข่าวโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาอ้างไทยเป็นฝ่ายยิงก่อน พร้อมลงข้อความว่า

"ตามคาด! ยิงก่อนบอกเราเริ่ม !!!!" รวมถึงภาพข่าวสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกมาระบุกัมพูชาไม่มีทางเลือกนอกจากสู้กลับ พร้อมข้อความว่า”ตามคาด!!! ทำตัวเป็นเหยื่อ!!!! “ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการโพสต์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาแถลงข้อมูลทางการว่าฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เริ่มโจมตีฝ่ายไทยก่อน

‘สม รังสี’ อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา จี้ ‘ฮุน เซน’ ลาออก ชี้เหตุปะทะชายแดน!! เพื่อเบี่ยงเบนปัญหาแก๊งไซเบอร์มาเฟียในเขมร

(25 ก.ค. 68) อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา 'สม รังสี' ออกแถลงผ่านเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้ 'ฮุน เซน' ประธานวุฒิสภากัมพูชา ลาออกเพื่อเปิดทางให้รัฐบาลที่ชอบธรรม พร้อมกับเปิดเผยว่าเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นกลยุทธ์เบี่ยงเบนความสนใจจากการถูกปราบปรามขบวนการอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ ซึ่งเป็นแหล่งทุนหลักของระบอบปัจจุบัน

สม รังสี ระบุว่า ขบวนการไซเบอร์มาเฟียที่มีฐานตามแนวชายแดนกัมพูชา สร้างรายได้กว่า 12,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือราวครึ่งหนึ่งของ GDP กัมพูชา โดยมีนักการเมืองและผู้มีอำนาจในประเทศเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้ง และกำลังถูกกดดันจากนานาชาติ โดยเฉพาะจากไทย ทำให้ฮุนเซนใช้ความขัดแย้งกับไทยจุดชนวนกระแสชาตินิยมเพื่อปกป้องผลประโยชน์

เขายังเตือนว่าพฤติกรรมของฮุน เซน เสี่ยงลากภูมิภาคเข้าสู่ความไม่สงบ พร้อมชู “ข้อตกลงปารีส 2534” เป็นเกราะทางกฎหมายที่มีผลผูกพันนานาชาติในการปกป้องเอกราชและบูรณภาพดินแดนของกัมพูชา และเรียกร้องให้มีการประชุมนานาชาติปารีสอีกครั้งทันที เพื่อยุติวิกฤติ

สม รังสี ย้ำว่าความโกรธแค้นของ ‘ฮุน เซน’ ต่อไทย ไม่ได้เกิดจากความรักชาติ แต่เป็นความกลัวการล่มสลายของระบอบที่เลี้ยงตัวด้วยอาชญากรรมไซเบอร์ โดยระบุว่า ฮุน เซน มีพฤติกรรมซ้ำซาก ใช้ความขัดแย้งชายแดนเพื่อปกปิดปัญหาภายใน เหมือนในเหตุจลาจลปี 2546 และกรณีปราสาทพระวิหารปี 2554

ท้ายที่สุด สม รังสี เตือนว่าหากปล่อยให้ระบอบไร้ความรับผิดชอบนี้ดำเนินต่อไป โดยอาศัยกระแสชาตินิยมเป็นเกราะกำบัง จะทำให้ภูมิภาคเสี่ยงต่อความปั่นป่วน พร้อมเรียกร้องประชาคมโลกช่วยรื้อถอนเครือข่ายมาเฟียเหล่านี้ แม้จะหมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในพนมเปญก็ตาม 

‘Khmer News’ สร้างเฟคนิวส์!! ใส่ความ ให้ร้ายประเทศไทย อ้าง!! สำนักสงฆ์ ที่อยู่ติดกับตีนเขาดงเร็ก ถูกปืนใหญ่ยิง

(26 ก.ค. 68) ‘Khmer News’ เผยแพร่ข่าวใส่ร้ายประเทศไทย โดยมีใจความว่า ...

โศกนาฏกรรมที่เจ็บปวดที่สุดจากกองทัพเสียมบุกกัมพูชา ยิงปืนใหญ่ทำลายสำนักสงฆ์ Taman Senchey ในเขต Banteay Ampil จ.อุดาร์ Meanchey พระสงฆ์อยู่ติดกับตีนเขาดงเร็ก สถานที่สักการบูชาของชาวพุทธในบริเวณนั้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top