Thursday, 4 June 2026
ฮุนเซน

‘ฮุน เซน’ นั่งฮ. ลงพื้นที่ชายแดนกัมพูชา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจหลังไทยยกระดับเข้มเปิด-ปิดด่าน

(26 มิ.ย. 68) ฮุน เซน ลงพื้นที่ชายแดนกัมพูชา ตรวจเยี่ยมกองทัพ หลังไทยยกระดับเข้มเปิด-ปิดด่าน

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน กระทรวงประชาสัมพันธ์กัมพูชา รายงานว่า สมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา นั่งเฮลิคอปเตอร์ ลงพื้นที่จังหวัดอุดรมีชัย หรือ อุดดอร์เมียนเจ็ย ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกองทัพและพบปะประชาชน

ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia ของ "สมเด็จฮุน เซน" ซึ่งได้กลับมาเปิดให้คนไทยมองเห็นอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ปิดกั้นไอพีประเทศไทยไว้ ทำให้คนไทยไม่สามารถมองเห็นเนื้อหาและได้เข้าโพสต์ในเฟซบุ๊กดังกล่าวได้

โดย "สมเด็จฮุน เซน" ได้เผยแพร่คลิปเดินทางลงพื้นที่เยี่ยมกองทัพและประชาชนที่จังหวัดชายแดนกัมพูชา-ไทย ซึ่งพบว่ามีคนไทยเข้าไปคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

‘ฮุนเซน’ โต้ข่าวปลด ผบ.ทบ. เสียบตำแหน่งแทน ลั่นไม่จำเป็น เพราะตนเป็นรองแค่กษัตริย์เท่านั้น

'ฮุนเซน' โพสต์โวยสื่อไทยตีข่าวปลด ผบ.ทบ.แล้วตั้งตัวเองเป็นแทน ลั่น ไม่จำเป็น เพราะในกัมพูชาตนเป็นรองกษัตริย์เท่านั้น 

(26 มิ.ย. 68) เมื่อเวลา 16.11 น. ในเฟซบุ๊ก Somdech Hun Sen of Cambodia ของนายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา มีการโพสต์ข้อความว่า

“ข้าพเจ้าไปเยี่ยมทหาร เจ้าหน้าที่ และประชาชนที่พลัดถิ่นในจังหวัดอุดรมีชัยและพระวิหาร

“ข้าพเจ้าไม่ได้ไปออกคำสั่งในนามของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือผู้บัญชาการทหารบก แต่ไปเยี่ยมให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือกองทัพที่กำลังปกป้องประเทศและดินแดน

“ผู้บัญชาการทหารบกเรียกข้าพเจ้าว่า เจ้าหน้าที่สนับสนุนอาวุโส ข้าพเจ้ายินดีช่วยสนับสนุนด้านการสนับสนุน นอกเหนือจากการสนับสนุนของรัฐบาล

“ตำแหน่งนี้ไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งเพราะเป็นเรื่องตลก หนังสือพิมพ์ไทยฉบับหนึ่งรายงานว่า ข้าพเจ้าปลดผู้บัญชาการทหารบกและแต่งตั้งตนเองเป็นผู้บัญชาการทหารบกเพื่อเตรียมการโจมตีประเทศไทย

“ข้าพเจ้าอยากจะบอกว่าถ้าคุณจะบ้าคุณก็บ้าไปเถอะ ข้าพเจ้าเป็นคนที่สองรองจากกษัตริย์ ข้าพเจ้าไม่จำเป็นต้องเป็นผู้บัญชาการทหารบก แม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ข้าพเจ้าก็จะไม่ทำเช่นนั้นอีกต่อไป หยุดเถอะ และอย่ามารุกรานหน้า Facebook ของข้าพเจ้าอีกเลย” นายฮุนเซนระบุ

จับตา! ‘ฮุนเซน’ เตรียมแฉทักษิณ 27 มิ.ย. เปรียบยุค ‘ประยุทธ์’ สัมพันธ์แน่นแฟ้นกว่าชัดเจน

(27 มิ.ย. 68) สถานการณ์การเมืองไทย-กัมพูชา กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลัง พนมเปญโพสต์ รายงานว่า สมเด็จฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เตรียมเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ 'ทักษิณ ชินวัตร' อดีตผู้นำไทย โดยจะเปิดโปงแผนเปลี่ยนผู้นำ และกล่าวหาว่ามีการดูหมิ่นสถาบัน พร้อมระบุจะเผยรายละเอียดให้คนไทยทราบภายในวันนี้ (27 มิ.ย.)

นอกจากนี้ ฮุนเซนยังกล่าวว่า ขณะนี้กัมพูชายังรอเจรจากับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าใครคือผู้มีอำนาจตัวจริง ไม่ว่าจะเป็นกองทัพ พรรคการเมือง หรือผู้อยู่เบื้องหลังรัฐบาล ซึ่งทำให้การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องชะงัก

เขายังเปรียบเทียบสถานการณ์ในอดีตว่า ในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชามีเสถียรภาพและอยู่ในระดับสูงสุด แม้ประยุทธ์จะมีภูมิหลังเป็นทหาร แต่ก็สามารถรักษาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านไว้ได้ดีตลอดช่วงดำรงตำแหน่งเกือบสิบปี

ในทางกลับกัน ฮุนเซนมองว่า รัฐบาลไทยปัจจุบันกลับประสบปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านรอบด้าน ทั้งชายแดนเมียนมา ลาว มาเลเซีย และล่าสุดกับกัมพูชา ที่ต้องปิดจุดผ่านแดนฝ่ายเดียว โดยยังไม่มีความชัดเจนในการเจรจา ทำให้ความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีกำลังเผชิญภาวะถดถอย

‘ฮุน เซน’ ปูดแผน ‘ทักษิณ’ ป่วยทิพย์หลอกคนไทย ลั่น!! เห็นกับตาไม่มีอาการป่วย แต่เมื่อถ่ายรูปกลับสวมเฝือก

(27 มิ.ย. 68) สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะเกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรีไทย นายทักษิณ ชินวัตร โดยระบุว่า ทักษิณแกล้งป่วยหลายโรคเพื่อหลบเลี่ยงโทษทางกฎหมาย 

รายงานจากเฟรชนิวส์และพนมเปญโพสต์ระบุว่า ในการปราศรัยที่จังหวัดพระวิหาร ฮุนเซนกล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2567 เขาเข้าพบนายทักษิณ ซึ่งขณะนั้นดูปกติดี ไม่มีอาการป่วยใด ๆ แต่เมื่อถ่ายรูปกลับสวมเฝือกคอและชุดผู้ป่วย เพื่อหลอกสายตาประชาชนและเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย

ฮุนเซนยังเปิดเผยว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวตลอด 30 ปีกับทักษิณต้องสิ้นสุดลง เพราะรู้สึกถูกดูหมิ่นจากแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งเขากล่าวว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาออกมาเปิดเผยความจริงทั้งหมด

นอกจากนี้ ฮุนเซนยังตั้งคำถามต่อรัฐบาลไทยว่า หากเชื่อว่ากัมพูชารุกล้ำดินแดนจริง เหตุใดจึงไม่ดำเนินการอย่างเป็นทางการผ่านศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ พร้อมเรียกร้องให้ไทยแสดงความชัดเจนในเวทีสากล ไม่ใช่กล่าวหาเพียงลอย ๆ

‘พล.ท.นันทเดช’ วิเคราะห์!! ‘ฮุน เซน’ ตัดญาติขาดมิตร 'ทักษิณ - อุ๊งอิ๊ง' อ่านเกมขาด!! นายกฯ อาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ พ่ออาจต้องกลับเข้าคุก

(28 มิ.ย. 68) พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า นายฮุน เซน รู้ดีว่าระบบการปกครองของไทยอำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ส่วนแยกกันเป็นอิสระ ถ่วงดุลกัน ไม่รวมศูนย์อำนาจแบบกัมพูชา จึงทราบดีว่ารัฐบาลไทยคุมรัฐสภาไม่ได้ คุมศาลไม่ได้ และคุมทหารได้เพียงให้ทำเรื่องถูกต้อง ต่างจากกัมพูชาที่ฮุน เซนคุมได้ทุกอย่าง

ในเรื่องเดียวกันนี้ คุณทักษิณพยายามเลียนแบบกัมพูชา จนคิดว่ารัฐบาลไทยและเงินสามารถทำได้ทุกอย่าง จึงเกิดความผิดพลาดต่อเนื่อง เมื่อฮุน เซนเห็นบทบาทของทักษิณแล้ว ไม่เพียงไม่เตือน แต่ยังอาจยุยงด้วย และเมื่อทักษิณล้มเหลวติดกัน ฮุน เซนจึงเตรียมหาพันธมิตรใหม่ มองว่าอาจถึงเวลาต้อง “ตัดญาติขาดมิตรกับครอบครัวนายกฯ ไทยแล้ว”

พล.ท.นันทเดช วิเคราะห์ว่า

1.นายกฯ อุ๊งอิ๊งอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่แน่นอน เหมือนกรณีพล.อ.ประยุทธ์เคยถูกศาลสั่งหยุด แม้นายกฯ อุ๊งอิ๊งเตรียมตำแหน่งควบ รมว.วัฒนธรรมไว้สำรองเพื่อดูแล ครม. แต่ก็อาจถูกร้องศาลอีก

2. ฮุน เซน เห็นชัดว่าทักษิณต้องกลับมาติดคุก 1 ปีใหม่อีก เพราะมีหลักฐานที่ศาลเห็นประจักษ์

3.พ่อลูกยังต้องเจอคดีอื่นต่อ นายกฯ อุ๊งอิ๊งอาจจบตามข้อกฎหมาย และจะเกิดการคัดเลือกนายกฯ ใหม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับ “ใจกับความจริง” ของทักษิณ ว่าจะพาครอบครัวรอดได้อย่างไร

พล.ท.นันทเดช ระบุว่า การชุมนุมวันที่ 28 มิ.ย. เป็นเรื่องของชาติบ้านเมืองและการกำหนดอนาคตประเทศไทย ขอให้คนไทยทุกสี ทุกกลุ่ม ทุกหมู่เหล่า ออกมาร่วมกันให้ได้เป็นเนื้อเดียวกัน เพราะนี่คือ “หน้าประวัติศาสตร์ที่คนไทยไม่ควรพลาด”

‘สม รังสี’ เผย!! ‘ฮุน เซน’ โกรธไทย ไม่ใช่เพราะรักชาติ ชี้!! กลัวการปกครองล่มสลาย เพราะไทยปราบ ‘มาเฟียจีน’

(28 มิ.ย. 68) ‘สม รังสี’ อดีตผู้นำฝ่ายค้านของปร้ะทศกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ...

ฮุน เซน โกรธ ประเทศไทย ที่ทําให้ ตั๋ว ต๋องสับสน ไม่ใช่เพราะรักชาติ แต่เพราะกลัวการปกครองล่มสลาย ซึ่งอาศัยเงินนับพันล้านดอลลาร์จากกลุ่มอาชญากรรมระหว่างประเทศ นําโดยโจรมาเฟียจีนที่ดําเนินการตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย

ทางการไทยตัดสินใจที่จะปราบโจรมาเฟียที่ป้อนระบอบฮุนเซน นี่คือเรื่องราวที่ทําให้ฮุนเซนเป็นห่วงและโกรธจนสับสนกับไทย

คนทรยศฮุนเซนไม่เคยคิดถึงชาติ เขาทําได้ทุกอย่างถ้าเขายังมีพลัง เขาตัดดินแดนเขมรตะวันออกของเราไปยังต่างประเทศ ซึ่งทําให้เขาเป็นผู้นํา ถ้าคุณรักชาติของคุณจริง คุณต้องรักทั้งตะวันตกและตะวันออก อย่าลืมตาข้างเดียว มองไปทางตะวันตกเท่านั้น ต้องเปิดตาข้างหนึ่ง มองไปทิศตะวันออก

‘ฮุน เซน’ ขอทวง ‘ตาเมือนธม’ จากไทย อ้าง!! ประวัติศาสตร์ เคยเป็นของกัมพูชา

(29 มิ.ย. 68) ฮุน เซนอ้างขอทวง “ตาเมือนธม” จากไทย โดยใช้ประวัติศาสตร์เป็นข้ออ้างว่าเคยเป็นของกัมพูชา

ถ้าจะเปิดช่องให้ “อดีต” กลายเป็นเหตุผลในการอ้างสิทธิ์

ไทยก็มีสิทธิเช่นกันที่จะพูดถึง “มณฑลบูรพา” ที่เราเคยเสียให้ฝรั่งเศสใน พ.ศ. 2449 

ฝากไว้ให้คิด

‘เปลว สีเงิน’ เผย!! เตรียมดัน นิรโทษกรรม สุดซอย ชี้!! ‘รวมพลังแผ่นดิน’ ยังไม่สิ้นภารกิจ ถ้าประเทศยังอยู่ในมือ ‘ไส้ศึกเขมร’

(29 มิ.ย. 68) ‘เปลว สีเงิน’ นักหนังสือพิมพ์และคอลัมนิสต์ชื่อดัง ได้นำเสนอบทความ ในหัวข้อ ‘ชาติต้องการท่าน’ โดยระบุว่า…

ดูลีลา “ฮุน เซน” มา ๔-๕ วัน

ต้องบอกว่า “ร้ายกาจ” สมกับที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ยาวนานที่สุดในโลก คือร่วม ๔๐ ปี!!

จากวันแรกที่ฮุน เซน ปล่อยคลิปสนทนาอุ๊งอิ๊ง จนถึงเมื่อวาน (๒๗ มิ.ย.) ที่ฮุน เซน จับตระกูลชินแก้ผ้าแล้วชำแหละทีละชิ้นโยนให้หมากิน

ใช่ว่าฮุน เซน พูดแบบ “ปากพาไป” โดยไม่มียุทธศาสตร์-ยุทธวิธีทางเป้าหมาย

ตรงกันข้ามเป้าหมายพิฆาตของฮุน เซน เจาะจงที่รัฐบาล “สองพ่อลูกตระกูลชิน” โดยตรง!!

สังเกตได้จากคำพูดและการโพสต์เฟซฯ ของฮุน เซน และฮุน มาเนต เขาจะเน้นตลอดว่า เขาไม่ได้เป็นศัตรูกับประเทศไทยและคนไทย

กระทั่งกับทหารคือกับกองทัพไทย .....

เขาก็ไม่ได้ปรารถนาที่จะเป็นศัตรูถึงขั้นอยาก “ลองของ”

ศัตรูของสองพ่อลูกเขมร ที่เขาตามราวีอยู่ขณะนี้  คือ

“นายกฯ อุ๊งอิ๊ง” กับ “ทักษิณ”

และคนบางคนในตระกูลชินที่ “มีอะไรลับๆ”  ฝากไว้กับเขาเท่านั้น!!

ที่ผมบอกว่าฮุน เซน “ร้ายกาจ” เพราะเขาฉายหนังตัวอย่างไว้ว่า “จะแฉเรื่องทักษิณหมิ่นสถาบัน” ในวันนี้ คือเมื่อวาน (๒๗  มิ.ย.)

ทำเอาแฟนๆ “งูเก็งกอง” แห่กันปูเสื่อเฝ้าหน้าจอ แต่เอาเข้าจริง เรื่องหมิ่นสถาบัน ฮุน เซน กลับวับๆ แวมๆ เพียงว่า......

“นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทำการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ไทย แต่ผมจะไม่พูดในรายละเอียด หากทางการไทยต้องการทราบว่านายทักษิณดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ของตนอย่างไร

ทางการไทยสามารถส่งทูตพิเศษไปสอบถามโดยละเอียดได้ ผมยืนยันเรื่องนี้และสัญญาว่าจะให้คำตอบโดยละเอียดมากขึ้น”

นี่แหละ ความร้ายกาจของฮุน เซน

ไม่ใช่ตรงที่ “วางยา” ทักษิณ

แต่ตรงที่ “ฮุน เซน” รู้จักหัวใจประเทศไทยและคนไทยดี ดีกว่าคนไทยบางคน-บางพวกด้วยซ้ำ ว่าอะไรควรพูด-อะไรไม่ควรพูด

ดังนั้น ฮุน เซน จึงแค่ฉายหนังตัวอย่างในคำที่เขากล่าวหาว่าทักษิณหมิ่นสถาบัน

เพราะถ้าเขานำคำที่ทักษิณพูดมาแฉว่า ทักษิณพูดอย่างนี้...อย่างนี้...นั่นเท่ากับฮุน เซน “หมิ่นสถาบัน” ด้วย

ฮุน เซน ถึงบอกว่า ถ้าทางการไทยอยากได้รายละเอียดให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสอบถามเขานั่นไง!!

แสดงว่า “ฮุน เซน กับทักษิณ” ตอนนี้ เข้าตำรา “ผลประโยชน์ขัดกัน ต้องบรรลัยกันไปข้าง”

ข้างไหนจะบรรลัยก่อนหรือจะบรรลัยไปด้วยกัน คนไทยบอก...ได้ทั้งนั้น!!

เมื่อวาน ฮุน เซน พูดแบบเมดเลย์ เตะพ่อนายกฯ ด้วยเรื่องหมิ่นสถาบันไปแล้ว

ก็หันไปตบหลานอุ๊งอิ๊ง ที่พูดถึงแม่ทัพภาคที่ ๒ “พล.ท.บุญสิน พาดกลาง” กับฮุน เซน ว่า “แม่ทัพภาคที่ ๒ เป็นฝ่ายตรงข้ามกับเรา”

โดยฮุน เซน บอกว่า........

“การกระทำของนายกรัฐมนตรีไทยในการพูดคุยกับผม แล้วดูหมิ่นโจมตีแม่ทัพภาคที่ ๒ นั้น ถือเป็นการก่อกบฏ”

“การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการทรยศต่อแผ่นดินไทยหรือไม่ แต่ในกัมพูชา การสมคบคิดกับต่างประเทศดูหมิ่นผู้บัญชาการทหารของตนเอง

ถือเป็นความผิดฐานทรยศต่อแผ่นดิน

ในประเทศไทย การกระทำเช่นนี้ อาจถือเป็นเรื่องปกติ แต่กัมพูชาไม่อนุญาตให้วิพากษ์วิจารณ์และดูหมิ่นกองกำลังทหารของตนเอง”

.....ฝ่ายไทยได้เปิดเผยอย่างลับๆ ผ่านเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของผมว่า เมื่ออำนาจของ น.ส.แพทองธาร แข็งแกร่ง แม่ทัพภาคที่ ๒ อาจถูกตัดสินจำคุกได้

สำหรับผมไม่เคยดูหมิ่นหรือทำร้ายผู้บัญชาการทหารของไทยคนใดเลย

แต่สงสัยว่า ทำไมนายกรัฐมนตรีของไทย จึงกล้าดูหมิ่นแม่ทัพของตนเอง เพื่อเอาใจผม ทั้งที่ผมไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องราวภายในของไทยเลย”

นี่เป็นการวิพากษ์เชิงแฉพร้อมไซโคแยกมิตร-แยกศัตรูที่แยบยล สมกับความเป็นเฒ่าสารพัดพิษจริงๆ!!

เมื่อ “เตะ-ตบ” แล้ว ฮุน เซน ก็ “ยำ” สองพ่อลูกต่อ....

“นายทักษิณ แกล้งป่วยหลายโรค เพื่อหลบเลี่ยงข้อกฎหมาย นายทักษิณไม่ได้ป่วย อุปกรณ์ที่ใส่คอ ใส่มือ ก็แค่การแสดง

ในวันที่ผมเข้าพบนายทักษิณ เมื่อวันที่ ๒๑ ก.พ.๖๗ นั้น นายทักษิณไม่ได้ป่วย แต่เมื่อถ่ายรูปคู่กับผม กลับเอาชุดผู้ป่วยมาสวม เพื่อหลอกสายตาประชาชนและเจ้าหน้าที่ไทย

ตอนเข้าพบนายทักษิณแรกๆ ไม่รู้ว่าจะแกล้งป่วย เหตุที่เพิ่งมาเปิดเผยตอนนี้ ก็เพราะว่ามีคุณธรรม ตอนนั้น จึงยังไม่เปิดเผย

และที่มาเปิดเผยตอนนี้ ก็เพราะว่าลูกสาวของนายทักษิณ “นายกฯ ไทย” เป็นคนไม่มีคุณธรรม”

เละเป็น “โจ๊ก-จันทร์ส่องหล้า” ไปเลย!!

โจ๊กจะอร่อย มันต้องใส่ไข่ ว่าแล้วฮุน เซน ก็ตอกไข่ “อาปู” ดังโพละ.....

“น.ส.ยิ่งลักษณ์ รอดพ้นการจับกุมในประเทศไทย ก็เพราะเดินทางออกนอกประเทศ ผ่านกัมพูชาไปสิงคโปร์ ด้วยหนังสือเดินทางกัมพูชา

ด้วยการสนับสนุนจากผมเอง และสามารถหลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย เมื่อถึงที่ปลอดภัยแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์โทรศัพท์มาขอบคุณทั้งน้ำตา

ผมยังได้ขอโทษที่โกหกนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่ถามว่า “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลบหนีไปที่ไหน”

ทั้งหมดที่ฮุน เซน พูด อะไรๆ ก็คลายเครียดได้ทั้งนั้น ยกเว้นเรื่องเดียวที่ฮุน เซน ดูจะโม้เกินเบอร์เขมรไปหน่อย

“แม้อาวุธของกัมพูชาจะสามารถยิงเข้าถึงกรุงเทพฯ ได้ แต่กัมพูชาจะไม่ยิง......”

แหม...อยากให้ยิงจัง อยากฟังเสียงปืนเขมรน่ะ บอกตรง!!

ผมก็สรุปเส้นทาง “โจรล้างโจร” ให้ฟัง ว่าทิศทางมันเป็นอย่างนี้ อย่าว่าแต่คนไทยขับไล่ “แพทองธาร” ออกไปจากตำแหน่งนายกฯ เลย

ฮุน เซน ก็ยังช่วยขับไล่ทั้งใส่ไฟ-โหมฟืนฌาปนกิจ “สองพ่อลูก” ตระกูลชิน แสดงว่า เรื่องที่ทำให้สองตระกูลนี้ต้องแตกหัก

เดิมพันมันต้องมหิมา

และฝ่ายฮุน เซน ยังกำ “กล่องดวงใจ” ทักษิณไว้อีกมาก ฝ่าย สทร.จึงต้องอมสาก กลัวถูกสวน!!

ลำพังฮุน เซน ออกมาลากไส้สองพ่อลูกตระกูลชิน ชาวบ้านก็ไม่ว่าอะไร นอกจากตามแห่-ตามฮา สนุกๆ กันไป

แต่ “กรรม” จำเพาะ นายกฯ ไทยดันปากเปราะ

เอาแม่ทัพ-ภาคที่ ๒ ของประเทศตัวเอง ไปนินทาว่ากล่าวให้กับเขมรซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามฟัง

มันเป็นพฤติกรรมเข้าข่าย “บ่อนทำลาย-ขายชาติ” เยี่ยงไส้ศึกทำเสื่อมเสียเกียรติกองทัพและประเทศชาติมาก!!

ยิ่งตัวนายกฯ หญิงออกมายอมรับว่า โทรศัพท์ไปพูดอย่างนั้นกับฮุน เซนจริง แถมลอยหน้าเถียง ที่พูดไปนั้น “ไม่ได้ทำให้ชาติเสียอะไร”

จากที่คนไทยจะฮึ่มกับฮุน เซน พากันหันกลับมาแหกนายกฯ ไทย-ใจเขมรแทน ถึงขั้นแห่กันมาจากทุกสารทิศ วันนี้ (๒๘ มิ.ย.) ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นหมื่น-เป็นแสน

ไล่นายกฯ “ไส้ศึกเขมร” ออกไป

ขืนให้อยู่ต่อ ใครจะรับประกันได้ว่า “รัฐบาลเพื่อไทย” ใต้อำนาจสองพ่อลูก

จะไม่เอาประเทศไปเร่ขายให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาผูกขาดทั้งยึดครอง ตอนนี้ก็กำลังเป็น “ม้าอารี” แบ่งพื้นที่ให้ “อิสราเอล” เข้ามาอยู่กันแล้ว

ต่อไป คนไทยมีสิทธิ์ถูกอิสราเอลที่เราให้เข้ามาอาศัย ไล่พวกเราออกจากแผ่นดินไทย

เหมือนชาวปาเลสไตน์ ต้องไร้ที่อยู่-ที่กิน เพราะอิสราเอลเข้ามาแล้วขับไล่ให้ชาวปาเลสไตน์ออกจากกาซาไปก็เป็นได้!!

อีกาตัวดำ ร้องบอกข่าว เรายังขอบใจ

แล้วนี่ ถือซะว่า “ลุงข้างบ้าน” บอกข่าว ควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เพราะถ้าเขาไม่บอก เราจะรู้หรือว่า....

“นายกฯ ไทย” เป็นไส้ศึกให้ “ประเทศเขมร” ขายชาติ-ขายกองทัพประเทศตัวเอง โดยผลักทหารไปเป็น “ฝ่ายตรงข้าม”

ถ้าฮุน เซน อุบอิบไว้ เราเชื่อได้หรือว่า....

รัฐบาลไทยภายใต้อุ๊งอิ๊ง จะไม่เอาผลประโยชน์ชาติ ไปแลกผลประโยชน์ให้ว่านวงศ์พงศ์เผ่าเหง้าโคตรตัวเองอีกขนาดไหน

ฉะนั้น เราจะไว้วางใจกับรัฐบาลเพื่อไทยไม่ได้เลย เหมือน “ฝากเนื้อกับเสือ-ฝากเหยื่อกับตะกวด” มันฟาดเรียบ
ต้องให้มันลาออกไป

แล้วดูซี วันที่ ๓ กรกฎา.สภาเปิด ปัญหาบ้านเมืองสุมหัว เศรษฐกิจปากท้องชาวบ้านบานตะไท

 แต่เรื่องแรกที่รัฐบาลแพทองธารผลักเข้าสภาเรื่องอะไร รู้มั้ย

เรื่อง “นิรโทษกรรม” สุดซอย ทั้งแดง-ทั้งส้ม ทั้งทักษิณ

ผลประโยชน์แดง/ส้ม ลงตัวกัน

แค่สองพรรค ฝ่ายรัฐบาลเพื่อไทย-ฝ่ายค้านพรรคประชาชน ยกมือ ก็ปล่อยโจรการเมืองเข้าปล้นชาติผ่านสภาได้อีกครั้งแล้ว

สงสัย “รวมพลังแผ่นดิน” จะไม่สิ้นภารกิจเพื่อชาติ แค่มารวมแสดงพลังพิทักษ์อธิปไตยวันเดียวซะแล้ว

เพราะตราบใด ประเทศยังอยู่ภายใต้รัฐบาล “ไส้ศึก” เขมร

ตราบนั้น “อันตราย” ยังแผ่คลุมประเทศ!!

ประเทศชาติ เวลานี้ ต้องการพี่น้องชาวไทยทุกคนร่วมพิทักษ์ครับ!!

เปลว สีเงิน

ที่น่าผิดหวังพอๆ กับพรรคเพื่อไทย ก็คือ พรรคประชาชน มัวแต่นั่งประดิษฐ์วาทกรรม โน่นนี่นั่น ใช้คำใหญ่โต

(29 มิ.ย. 68) เฟซบุ๊กของ นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการและผู้ต้องหาคดี 112 ซึ่งหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ โพสต์ข้อความกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวหาว่าการชุมนุมของคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยเปิดทางให้กับการทำรัฐประหาร และปลุกปั่นกระแสชาตินิยมที่เกินเลยขอบเขต ว่า "ที่น่าผิดหวังพอๆ กับพรรคเพื่อไทย ก็คือพรรคประชาชน มัวแต่นั่งประดิษฐ์วาทกรรมโน่นนี่นั่น ใช้คำใหญ่โต ด่าฮุนเซนเป็นบิดาแห่งสแกมเมอร์ ใช่ การเมืองต้องมีสีสัน แต่มึงต้องมีสาระด้วย ตั้งแต่เกิดวิกฤตการเมืองล่าสุด พรรคส้มได้ตั้งโต๊ะแถลงหรือยัง ได้ออกแถลงการณ์ประนามกัมพูชาหรือยัง ได้ส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือที่สถานทูตเขมรหรือยัง ได้ reach out ไปถึงอาเซียนขอความช่วยเหลือในการคลี่คลายปัญหาไหม หรือแม้แต่ยกหูโทรศัพท์คุยกับทูตเขมรหรือเปล่า (ถ้าเค้าไม่คุยกับมึงก็อีกเรื่องนึง)

นอกจากนี้ มีการตั้งโต๊ะแถลงให้รัฐบาลต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ไหม รับผิดชอบอย่างไร หาทางออกให้สังคมอย่างไร รวมถึงการหารือร่วมกับฝ่ายค้าน ตัวแทนภาคประชาสังคม NGOs เรื่องนี้อย่างไร ส่ง สส ให้ไปดู/สังเกตการณ์ชายแดนกัมพูชาไหม หรือสาระแนแต่จับแรงงานต่างด้าวทางภาคเหนือเท่านั้น

แล้วการชุมนุมเมื่อวาน ท่าทีพรรคส้มคืออะไร มีการประนามการเรียกร้องรัฐประหารทันทีไหม หรือแค่รอดูทิศทางลม อีกเรื่อง ในวิกฤตนี้ พรรคส้มได้ให้การศึกษาสังคมแค่ไหน มี สส คนไหนพูดรู้เรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาที่นอกเหนือจาก official statement ของรัฐบาลไหม มีใครรู้จริงเรื่องข้อพิพาทล่าสุดไหม หรือข้อมูลเชิงลึกเรื่องผลประโยชน์ฮุนเซนในธุรกิจชายแดนหรือเปล่า

...ที่เขียนมาซะยาว อาจจะดูเยอะ แต่ถ้าพรรคประชาชนไม่ทำ/ทำไม่ได้ เราจะมีหวังให้อีพรรคนี้เข้าไปเป็นรัฐบาลในอนาคตได้อย่างไร เพราะเข้าไป ก็คงเข้าไปนั่งประดิษฐ์คำพูด รอทิศทางลม หรือจนในปัญญาตัวเองที่แก้ไขสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้"

ผู้เชี่ยวชาญจีนเบรก ‘ฮุน เซน’ ย้ำอาวุธเขมรยิงไม่ถึงกรุงเทพฯ ชี้กัมพูชายังเป็นรอง!! ไทยเหนือกว่าหลายเท่า

(30 มิ.ย. 68) สถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชากลับมาเป็นที่จับตาหลังฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาระบุว่า อาวุธที่ประเทศตนมีอยู่สามารถยิงถึงกรุงเทพฯได้ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จีนเตือนว่าเป็นไปไม่ได้ทางเทคนิค โดยชี้ว่าระบบอาวุธจีนที่กัมพูชามีไม่สามารถยิงไกลถึงกรุงเทพฯ และกัมพูชาก็ไม่มีเครื่องบินรบที่ติดอาวุธพิสัยไกลเช่นกัน

ซ่ง จงผิง (Song Zhongping) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการทหารของจีน กล่าวว่า อาวุธที่จีนขายให้ต่างประเทศนั้นออกแบบมาเพื่อการป้องกัน ไม่ใช่การรุกราน และเมื่อส่งมอบแล้ว ก็เป็นสิทธิของประเทศผู้ซื้อในการใช้งาน แต่จีนไม่อยากเห็นสองประเทศที่เป็นมิตรกับตนอย่างไทยและกัมพูชาต้องเปิดฉากสู้รบกัน โดยเฉพาะเมื่อข้อพิพาทชายแดนมีที่มาจากปัญหาที่ตกค้างมาตั้งแต่สมัยที่ฝรั่งเศสยังเป็นเจ้าอาณานิคม

จีนยังย้ำว่าศักยภาพทางทหารของไทยเหนือกว่ากัมพูชาหลายเท่า ทั้งงบประมาณที่สูงกว่าราว 10 เท่า และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยกว่า โดยไทยนำเข้าอาวุธจากจีนถึง 44% ขณะที่กัมพูชาพึ่งพาจีนเกือบทั้งหมด จีนจึงเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดกลั้น และเน้นเจรจาผ่านกลไกทวิภาคีและภูมิภาค

นอกจากนี้ จีนระบุอีกว่าไม่ใช่แค่จีนเท่านั้นที่ควรเข้ามาช่วย อาเซียนเองก็ควรมีบทบาทในการลดความตึงเครียด เพราะหากความขัดแย้งลุกลามเป็นความรุนแรง จะกระทบต่อเสถียรภาพของทั้งภูมิภาคโดยตรง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top