Thursday, 4 June 2026
ฮามาส

‘เนทันยาฮู’ ยันไม่ยอมรับฮามาสในกาซา ต้องกำจัดให้หมด ห้ามคุกคามอิสราเอลอีก

(8 ก.ค. 68) นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศเสนอชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ระหว่างพบปะที่ทำเนียบขาว โดยชื่นชมบทบาทของทรัมป์ในการผลักดันสันติภาพในตะวันออกกลาง แม้การพูดคุยครั้งนี้มีประเด็นหลักคือแรงกดดันจากสหรัฐให้ยุติสงครามในฉนวนกาซา

ขณะเดียวกัน ตัวแทนอิสราเอลและฮามาสเริ่มการเจรจาทางอ้อมอีกครั้งในกาตาร์ หลังหยุดชะงักไปร่วม 6 สัปดาห์ โดยยังติดเงื่อนไขหลักหลายประการ เช่น การรับประกันว่าอิสราเอลจะไม่กลับมาทำสงครามอีก และข้อเรียกร้องของเนทันยาฮูที่ต้องการขับไล่ฮามาสออกจากกาซาให้สิ้น

เนทันยาฮูถูกผู้สื่อข่าวถามถึงรายงานที่ว่า อิสราเอลอาจมีแผนบังคับให้ชาวปาเลสไตน์ในกาซาอพยพออกนอกพื้นที่ ซึ่งหลายฝ่ายวิจารณ์ว่าอาจเข้าข่ายการ “ล้างเผ่าพันธุ์” เขาตอบว่า ชาวปาเลสไตน์ควรมีสิทธิเลือกเองว่าจะอยู่หรือจะไป ไม่ใช่ถูกบังคับ และระบุเพิ่มเติมว่า อิสราเอลกำลังหารือกับสหรัฐฯ เพื่อหาประเทศที่ยินดีรับผู้อพยพเหล่านี้ไปอยู่ต่ออย่างถาวร

ด้านทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่อยากให้สหรัฐต้องโจมตีอิหร่านอีก และเชื่อว่าอิหร่านมีท่าทีอ่อนลงเมื่อเทียบกับ 2 สัปดาห์ก่อน นอกจากนี้ เขายังยืนยันว่าจะส่งอาวุธเพิ่มเติมให้ยูเครน เพื่อให้สามารถป้องกันตัวเองจากการรุกรานของรัสเซีย พร้อมระบุว่า เขารู้สึกไม่พอใจประธานาธิบดีปูติน ที่ยังคงเดินหน้าทำสงครามในยูเครนต่อไป

เมื่อทรัมป์ถูกถามถึงแนวทางแบบสองรัฐ เพื่อแก้ปัญหาระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ เขาเลือกให้เนทันยาฮูเป็นผู้ตอบแทน ซึ่งเนทันยาฮูระบุว่า ปาเลสไตน์ควรมีสิทธิในการปกครองตนเอง แต่ต้องไม่มีอำนาจใด ๆ ที่จะคุกคามความมั่นคงของอิสราเอล โดยอิสราเอลจะยังคงดูแลด้านความมั่นคงในกาซาต่อไป พร้อมแสดงความมั่นใจว่า หากมีทรัมป์เป็นผู้นำ ความสงบในตะวันออกกลางสามารถเกิดขึ้นได้

‘เนทันยาฮู’ ไฟเขียวกองทัพอิสราเอล เข้ายึดกาซา UN เตือน!! อาจเกิดหายนะต่อพลเรือน และตัวประกัน

(8 ส.ค. 68) รัฐบาลอิสราเอลนำโดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู อนุมัติแผนปฏิบัติการทางทหารเพื่อยึดเมืองกาซาซิตี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผน 5 ข้อที่ประกาศว่า “เพื่อกำจัดฮามาสและยุติสงคราม” แม้ก่อนหน้านี้เนทันยาฮูเคยประกาศว่าจะเข้าควบคุมทั้งฉนวนกาซา แต่แผนที่ได้รับความเห็นชอบในครั้งนี้เน้นเฉพาะเมืองหลวงกาซาเท่านั้น

สาระสำคัญของแผนนี้ได้แก่ การปลดอาวุธฮามาส ช่วยเหลือตัวประกัน ยึดการควบคุมความมั่นคง และจัดตั้งฝ่ายบริหารพลเรือนใหม่ที่ไม่ใช่ฮามาสหรือองค์การปาเลสไตน์ พร้อมให้กองทัพอิสราเอลเตรียมเข้าควบคุมพื้นที่อย่างสมบูรณ์ ควบคู่กับการกระจายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

สหประชาชาติและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของอังกฤษเตือนว่าการเข้ายึดเมืองกาซาอย่างเต็มรูปแบบจะส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก และอาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการอพยพประชาชนมากถึง 1 ล้านคนจากทางเหนือไปยังตอนใต้ของกาซา

ในอิสราเอลเอง แผนนี้ก็เผชิญเสียงคัดค้านจากครอบครัวตัวประกันและฝ่ายค้านที่มองว่าเป็น “หายนะ” ทางการเมือง และยิ่งทำตามแผนของฮามาส โดยเฉพาะในขณะที่จำนวนพลเรือนในกาซาที่เสียชีวิตทะลุ 61,000 คน และประชาชนกว่า 87% ต้องพลัดถิ่นซ้ำซาก

องค์การแพทย์ไร้พรมแดน (MSF) และ UN เรียกร้องให้หยุดปฏิบัติการของกองทุน GHF ที่สหรัฐฯ สนับสนุน เนื่องจากเป็นอันตรายต่อผู้หิวโหย และกลายเป็นจุดที่มีผู้ถูกยิงเสียชีวิตจำนวนมาก การควบคุมฉนวนกาซาโดยกองทัพอิสราเอลถูกมองว่าอาจลุกลามเป็นวิกฤตมนุษยธรรมร้ายแรงยิ่งขึ้น หากไม่มีทางออกทางการเมืองหรือข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้นในเร็ววัน

เปิดเงื่อนไขใหม่สหรัฐฯ กดดันฮามาส เพื่อสันติภาพอิสราเอล ‘ทรัมป์’ ยันพร้อมแลกเปลี่ยนตัวประกัน และยุติสงครามในกาซ่า

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (7 ก.ย. 68) สื่ออิสราเอล Channel 12 รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยื่นข้อเสนอหยุดยิงฉบับใหม่ต่อกลุ่มฮามาส ผ่านนักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพชาวอิสราเอล โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามในกาซ่า 

ข้อเสนอของทรัมป์ประกอบด้วยเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ การปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอล 48 คนในวันแรกของการหยุดยิง การหยุดปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลและถอนกำลังออกจากเมืองกาซ่า การปล่อยนักโทษปาเลสไตน์ราว 2,500–3,000 คน รวมถึงผู้ต้องโทษตลอดชีวิต และการเปิดเจรจาทันทีเพื่อหาทางยุติสงคราม โดยทรัมป์ประกาศพร้อมเข้าแทรกแซงด้วยตนเอง หากฮามาสตอบรับข้อเสนอ

ฝ่ายอิสราเอล โดยสำนักงานนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่ากำลัง “พิจารณาอย่างจริงจัง” ต่อข้อเสนอดังกล่าว ขณะที่กลุ่มฮามาสยืนยันว่าได้รับ “แนวคิดบางส่วน” ผ่านคนกลาง และยินดีเข้าสู่การเจรจา โดยย้ำเงื่อนไขหลักคือการยุติสงครามอย่างถาวร การถอนกำลังอิสราเอลทั้งหมด และเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่กาซา

ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อิสราเอลเร่งปฏิบัติการ “ขั้นตอนสูงสุด” ด้วยการโจมตีอย่างหนักในกาซ่าซิตี้ ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตชาวปาเลสไตน์พุ่งเกิน 64,000 ราย ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้แรงกดดันต่อทุกฝ่ายเพิ่มสูงขึ้น ทรัมป์เองประกาศว่า “นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้ายถึงฮามาส” พร้อมย้ำว่าความพยายามหยุดสงครามครั้งนี้ “อาจใกล้ได้ข้อยุติในเร็วๆ นี้”

ชาวปาเลสไตน์ ตายเป็นเบือภายใน 1 วัน จากฝีมือ ‘อิสราเอล’ ยิงถล่ม 50 ตึก!! ทั่วฉนวนกาซา

(9 ก.ย. 68) ชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 50 ราย เสียชีวิตจากการโจมตีของกองทัพอิสราเอลทั่วฉนวนกาซาเมื่อวันอาทิตย์ ตามรายงานของสำนักข่าว WAFA ขณะที่โฆษกกู้ภัยกาซากล่าวว่ามีอาคารถูกทำลายกว่า 50 หลัง และเสียหายอีก 100 หลัง ทำให้หลายพันคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย พร้อมย้ำว่านี่คือ “หนึ่งในวันที่เลวร้ายที่สุดของสงคราม”

กองทัพอิสราเอลอ้างว่าการโจมตีอาคารสูงในกาซ่าซิตี้ มีเป้าหมายที่ศูนย์ข่าวกรองของฮามาส แต่ไม่ได้แสดงหลักฐาน ขณะที่ฮามาสปฏิเสธทันทีว่าเป็นคำ ‘โกหก’ และยืนยันว่าอาคารเหล่านั้นเป็นเพียงที่พักอาศัย การโจมตีต่อเนื่องยังทำให้ชาวกาซาต้องอพยพออกจากพื้นที่อย่างสิ้นหวัง

ด้านฮามาสออกแถลงการณ์พร้อมหารือการปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมด หากอิสราเอลยุติสงคราม ถอนกำลังออกจากกาซา และอนุญาตให้มีการจัดตั้งคณะบริหารปาเลสไตน์อิสระ กลุ่มยังเผยว่าได้รับข้อเสนอหยุดยิงผ่านคนกลางสหรัฐฯ และยินดีต่อทุกความพยายามที่นำไปสู่การยุติการสู้รบ แต่เตือนว่าข้อตกลงต้องมีความชัดเจนเพื่อไม่ให้ซ้ำรอยความล้มเหลวในอดีต

‘เนทันยาฮู’ ขู่ ‘กาตาร์’ และทุกประเทศ ถ้าไม่ขับไล่ฮามาส เดี๋ยวเจอดีแน่!!

(12 ก.ย. 68) เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศกร้าวว่า หากกาตาร์และประเทศใดที่ให้ที่พักพิงผู้ก่อการร้ายไม่ขับไล่พวกเขาออกไป อิสราเอลจะดำเนินการเอง หลังจากการโจมตีครั้งประวัติศาสตร์ที่กรุงโดฮาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายไปยังผู้นำฮามาสระดับสูง

คำกล่าวของเนทันยาฮูทำให้กาตาร์ประณามอย่างรุนแรง กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์เรียกสิ่งนี้ว่า “เป็นสิ่งที่น่าละอายในการชี้แจงการโจมตีที่โหดร้าย” ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีกาตาร์ ชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลราห์มาน อัล ธานี (Sheikh Mohammed bin Abdulrahman Al Thani) ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เป็น “การก่อการร้าย” และเป็นการละเมิดอธิปไตยของประเทศอย่างชัดเจน

โดยการโจมตีเกิดขึ้น ในขณะที่กาตาร์กำลังเป็นตัวกลางเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาสที่กาซา การโจมตีครั้งนี้ทำให้ผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน และกระบวนการเจรจาได้รับผลกระทบอย่างหนัก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่กาตาร์และผู้นำฮามาส เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง

ขณะที่ ฝ่ายฮามาสยืนยันว่าจะยังคงต่อสู้ต่อไป หลังจากการโจมตีในโดฮา โฆษกฮามาส ฟาวซี บาร์ฮูม (Fawzi Barhoum) ระบุว่าการโจมตีไม่ได้มุ่งไปที่คณะผู้เจรจาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการโจมตีทั้งกระบวนการเจรจา โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายการเจรจาหยุดยิง

ทั้งนี้ ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในอ่าวเปอร์เซียทำให้ประเทศในภูมิภาค เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน และซาอุดีอาระเบีย เตรียมส่งตัวแทนเยือนกาตาร์และร่วมหารือแนวทางตอบโต้ โดยกาตาร์ยืนยันว่าจะมีการตอบโต้ร่วมกับพันธมิตรในภูมิภาคเพื่อป้องกันการคุกคามต่ออธิปไตยและความมั่นคงของทุกประเทศในอ่าวเปอร์เซีย

‘อียิปต์’ เผย!! ‘อิสราเอล’ มีแผนที่จะกำจัดผู้นำฮามาส ในกรุงไคโร และเตือนอิสราเอล การโจมตีใดๆ ก็ตาม จะถูกตอบโต้ ด้วยกำลังชนิดจัดเต็ม

(13 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

อียิปต์เผยอิสราเอลมีแผนที่จะกำจัดผู้นำฮามาสในกรุงไคโร และเตือนอิสราเอลว่าการโจมตีใดๆ ก็ตามจะถูกตอบโต้ด้วยกำลังชนิดจัดเต็ม - Middle East Eye

ตามข้อมูลข่าวกรอง อิสราเอลได้เตรียมการมาระยะหนึ่งแล้วในการลอบสังหารผู้นำกลุ่มฮามาสในกรุงไคโร เนื่องจากอียิปต์ได้ขัดขวางความพยายามครั้งก่อนในการเจรจาหยุดยิงในภูมิภาคนี้ไปแล้วในช่วงสองปีที่ผ่านมา

แหล่งข่าวระดับสูงในกองกำลังความมั่นคงอียิปต์กล่าว

‘อิสราเอล’ เปิดปฏิบัติการถล่ม ‘กาซา ซิตี้’ ต่อเนื่อง ประชาชนกว่า 300,000 คน ต้องอพยพหนีตาย

(16 ก.ย. 68) กองทัพอิสราเอลเริ่มขยายการโจมตีทางอากาศ ทั้งในและรอบเมืองกาซาตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะการทำลายอาคารสูงในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งอิสราเอลอ้างว่าอาคารเหล่านี้ถูกใช้โดยกลุ่มฮามาสเพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการบุกเข้ายึดเมืองกาซาอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ตามรายงานของสื่อหลายสำนัก

การรุกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ พบกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู และสนับสนุนปฏิบัติการ โดยการเคลื่อนกำลังบุกเข้าสู่เมืองเกิดขึ้นหลังจากกาซารายงานการโจมตีทางอากาศและระดมอาวุธหนักเข้าสู่ในเมืองและชานเมืองของช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา

กองทัพอิสราเอลเรียกร้องให้ประชาชนในเมืองกาซาอพยพออกไป โดยมีประชาชนราว 300,000 คนอพยพออกไปแล้ว ขณะที่ยังมีอีกประมาณ 700,000 คนที่อยู่ในเมือง โดยรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ระบุว่า “กาซากำลังถูกไฟเผา… เราจะไม่ยอมแพ้ จนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น”

ขณะที่ ครอบครัวของผู้ถูกจับเป็นตัวประกันในกาซาออกมาประท้วงหน้าที่พักของเนทันยาฮู โดยเตือนว่าการขยายความรุนแรงอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของตัวประกัน ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า กลุ่มฮามาสอาจเคลื่อนตัวประกันไปยังพื้นที่สูงเพื่อใช้เป็น “โล่มนุษย์” ต่อต้านการบุกของอิสราเอล

14 ชาติหนุนมติ ช่วยเหลือและหยุดยิง ‘กาซา’ แต่ ‘สหรัฐฯ’ เพียงชาติเดียว!! เข้าขวางโดยใช้วีโต้ค้าน

(19 ก.ย. 68) สหรัฐฯ ใช้วีโต้ (Veto) เป็นครั้งที่ 6 ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ สกัดร่างมติที่เรียกร้องให้มีการหยุดยิงถาวรในฉนวนกาซา และให้ยกเลิกข้อจำกัดด้านการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ขณะที่มี 14 ประเทศโหวตเห็นชอบร่างมติฉบับนี้ แต่ไม่ผ่านเพราะติดสิทธิ์วีโต้ของสหรัฐฯ

ร่างมติดังกล่าวยังเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวตัวประกันที่ถูกควบคุมโดยฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่น ๆ อย่างทันทีและไม่มีเงื่อนไข โดย เดนมาร์กในฐานะสมาชิกได้เตือนต่อที่ประชุมว่า ตอนนี้ “กาซาเข้าสู่ภาวะทุพภิกขภัยแล้ว ไม่ใช่เพียงคาดการณ์” พร้อมระบุว่าสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมเลวร้ายจนไม่อาจเพิกเฉยได้

ฝ่ายสหรัฐฯ ยืนยันว่า ฮามาสเป็นต้นเหตุของสงคราม และกล่าวว่าอิสราเอลยอมรับข้อเสนอเพื่อยุติสู้รบแล้ว แต่ฮามาสยังปฏิเสธ ด้านอิสราเอลเองก็ไม่พอใจกับถ้อยแถลงของคณะมนตรีฯ ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเหตุโจมตีในกาตาร์ แต่ยอมรับว่าระดับความร่วมมือกับสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ สงครามกาซาปะทุจากการโจมตีอิสราเอลโดยกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 คร่าชีวิตชาวอิสราเอล 1,200 คน และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกันราว 251 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในกาซาสูงเกิน 64,000 คนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน โดยคณะมนตรีฯ จะจัดการประชุมพิเศษระดับสูงอีกครั้งสัปดาห์หน้า ระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

‘ทรัมป์-เนทันยาฮู’ จับมือเห็นชอบแผนสันติภาพกาซา 20 ข้อ รอการตัดสินใจของฮามาส

เมื่อวันที่ (29 ก.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้นำเสนอ “แผนสันติภาพกาซา 20 จุด” ร่วมกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู โดยแผนดังกล่าวมีข้อเสนอให้ อิสราเอลหยุดยิงทันทีและถอนกำลังเป็นระยะ พร้อมกับให้ ฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมดภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากที่อิสราเอลยอมรับแผนดังกล่าว

อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญคือ การนิรโทษกรรมแก่สมาชิกฮามาสที่ยอมมอบตัวพร้อมปลดอาวุธ และห้ามไม่ให้ฮามาสมีบทบาทในการปกครองกาซาอีกต่อไป แทนที่ด้วยการจัดตั้ง “คณะผู้บริหารเทคนิค” ภายใต้การดูแลของหน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น “Board of Peace” ที่ทรัมป์จะเป็นประธานร่วมกับบุคคลอื่น ๆ เช่น เซอร์แอนโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร (Sir Anthony Blair)

แผนยังระบุด้วยว่าจะมีการส่ง กองกำลังรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ (International Stabilization Force หรือ ISF) เข้าไปควบคุมความมั่นคงภายในกาซาโดยตรง โดยที่ฮามาสจะไม่มีบทบาทในการจัดการภายในพื้นที่

ส่วนด้าน แผนพัฒนาเศรษฐกิจของทรัมป์ ระบุว่าจะฟื้นฟูเมืองกาซาภายใต้แนวคิด “New Gaza” โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภูมิภาคมาดำเนินโครงการก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone) และโครงการรายใหญ่หลายโครงการร่วมทุน (public-private partnerships)

ทั้งนี้แผนเก่าที่ถูกเปิดเผยก่อนหน้านี้ ยังเคยเสนอชื่อ “GREAT Trust” ซึ่งมีแนวคิดฟื้นฟูกาซาเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี และอาจมีการย้ายถิ่นชั่วคราวหรือจูงใจให้ชาวกาซาย้ายออกบางส่วนในระหว่างการก่อสร้าง

‘ทรัมป์’ ยันสหรัฐฯ พร้อมหนุนหลัง ‘อิสราเอล’ ลุยเต็มสูบ หาก ‘ฮามาส’ ปัดแผนสันติภาพในฉนวนกาซา

(30 ก.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ทำเนียบขาวว่า สหรัฐจะให้การสนับสนุนอิสราเอลแบบเต็มที่ หากฮามาสปฏิเสธแผนสันติภาพกาซาที่เขานำเสนอ และถ้าฮามาสไม่ยอมรับ “บีบี (เนทันยาฮู) จะได้รับการหนุนหลังจากเราเต็มที่ในการทำสิ่งที่จำเป็น” โดยทรัมป์กล่าวต่อหน้าผู้นำอิสราเอลในการแถลงร่วมที่ได้รับความสนใจจากสื่อระหว่างประเทศ

สำหรับแผนที่ทำเนียบขาวเผยแพร่เป็นเอกสารประมาณ 20 ข้อ มีแกนหลักคือให้หยุดยิงทันที แลกการปล่อยตัวตัวประกัน–แลกนักโทษ, การถอนกำลังของอิสราเอลเป็นระยะ และส่งกองกำลังรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ (ISF) ควบคุมความมั่นคงควบคู่กับการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนเศรษฐกิจในกาซา พร้อมทั้งเสนอการนิรโทษกรรมสำหรับสมาชิกฮามาสที่ยอมปลดอาวุธและยอมเข้ากระบวนการสันติภาพ

เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่าเขาสนับสนุนแผนของทรัมป์และมองว่าเอกสารดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายสงครามของอิสราเอลที่จะนำตัวประกันกลับมาและยุติความสามารถทางทหารของฮามาส แต่ก็เตือนว่าหากฮามาสปฏิเสธหรือยอมรับเพียงผิวเผินและยังต่อต้าน อิสราเอลจะ “จัดการเอง” ไม่ว่าจะเป็นทางง่ายหรือทางยาก

อย่างไรก็ดี ความเป็นไปได้ของแผนยังถูกตั้งคำถามเพราะฮามาสยังไม่ได้ตกลงอย่างเป็นทางการและการโจมตีทางทหารยังคงเกิดขึ้นในบางพื้นที่ นักวิเคราะห์เตือนว่าการนำแผนไปปฏิบัติจริงต้องอาศัยการประสานจากหลายฝ่ายในภูมิภาคและความเชื่อใจที่ยังขาดอยู่ ซึ่งอาจทำให้แผนเดินหน้าได้ยากแม้จะมีการประกาศสนับสนุนจากสหรัฐฯ และอิสราเอลแล้วก็ตาม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top