Thursday, 4 June 2026
สิงคโปร์

สิงคโปร์สั่ง Meta บล็อกด่วน โพสต์เฟซบุ๊กชาวต่างชาติ 3 ราย หวั่นแทรกแซงการเลือกตั้งที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้

รัฐบาลสิงคโปร์มีคำสั่งให้ Meta บริษัทแม่ของ Facebook ปิดกั้นการเข้าถึงโพสต์ของชาวต่างชาติ 3 คน ซึ่งรวมถึงนักการเมืองมาเลเซียและชาวออสเตรเลีย โดยกล่าวหาว่าโพสต์เหล่านี้เป็นความพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งทั่วไปที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้

กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกิจการเลือกตั้งของสิงคโปร์ระบุว่า โพสต์ดังกล่าวเป็นภัยต่อความสามัคคีทางเชื้อชาติและศาสนา พร้อมเน้นย้ำว่าการกระทำของชาวต่างชาติในกรณีนี้เป็นการละเมิดกฎหมายโซเชียลมีเดียฉบับใหม่ ที่ห้ามไม่ให้ชาวต่างชาติเผยแพร่เนื้อหาทางการเมืองในประเทศ

ผู้ใช้งานที่ถูกสั่งบล็อกประกอบด้วยรัฐมนตรีมาเลเซียจากพรรค PAS ชาวออสเตรเลียที่เคยถือสัญชาติสิงคโปร์ และผู้นำเยาวชน PAS ซึ่งแชร์โพสต์ที่วิจารณ์นักการเมืองมุสลิมในสิงคโปร์ 

คำสั่งดังกล่าวอ้างอิงจากพระราชบัญญัติความปลอดภัยออนไลน์ที่มีผลบังคับใช้ในปี 2023 ซึ่งให้อำนาจหน่วยงานควบคุมสื่อในการสั่งลบเนื้อหาที่เป็นอันตราย รวมถึงโพสต์ที่ปลุกปั่นความขัดแย้งทางชาติพันธุ์หรือศาสนา และกฎหมายอื่น ๆ ที่สิงคโปร์บังคับใช้เพื่อสกัดกั้นอิทธิพลจากต่างชาติ

แม้รัฐบาลจะอ้างถึงการปกป้องเอกภาพของชาติ แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนและนักวิเคราะห์บางฝ่ายชี้ว่า การบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้อาจเป็นการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความเห็น และสะท้อนความหวาดระแวงของรัฐบาลต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากต่างชาติในโลกออนไลน์

‘ชายชาวสิงคโปร์’ ปักหลักเช่าคอนโดอยู่เชียงใหม่ บินไปทำงานสิงคโปร์อาทิตย์ละวันหลังสู้ค่าครองชีพไม่ไหว

ชายสิงคโปร์อยู่เชียงใหม่ บินไปทำงานสิงคโปร์อาทิตย์ละวัน เพราะค่าเครื่องบิน ค่ากินอยู่ รวมแล้วถูกกว่าค่าเช่าคอนโดที่สิงคโปร์

เวลาพูดถึงเมืองไทย หลายคนอาจจำว่า เป็นสวรรค์ของ Digital Nomad แต่ในความเป็นจริงคนเหล่านี้เริ่มย้ายไปที่อื่นที่ 'ค่าครองชีพถูกกว่าไทย' อย่างบาหลีแล้ว อย่างไรก็ดี ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะไม่ชอบเมืองไทย เพราะอย่างน้อยเมืองที่ค่าครองชีพต่ำและเต็มไปด้วยสินค้าและบริการสำหรับชาวต่างชาติอย่างเชียงใหม่ ก็ยังดึงดูดต่างชาติอยู่ แต่อาจเป็นแบบที่ต่างออกไป

Shau Chun Chen อยู่สิงคโปร์มาตลอดชีวิต และทำงานที่ Google มาเกือบ 10 ปี เขาโดนเลย์ออฟในช่วงการเลย์ออฟครั้งใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากช่วงต้นปี 2024 แม้ว่าเค้าจะทำงานและเก็บเงินลงทุนไว้ได้ราว 50 ล้านบาท แต่ด้วยค่าครองชีพสิงคโปร์และอายุ เงินเท่านี้ไม่พอกินไปตลอดชีวิตแน่นอน เค้าจึงต้องหาวิธีใหม่ในการจัดการชีวิต

เกิดไอเดียว่าจะทำงานพาร์ตไทม์ที่สิงคโปร์ และอาศัยอยู่ในที่ๆ ค่าครองชีพถูกกว่าในระดับที่เงินของการทำงานพาร์ตไทม์เพียงพอ และหาเงินออนไลน์ด้วยการเป็น YouTuber และเป็นโค้ชธุรกิจตามที่มีการว่าจ้าง แต่งานหลักคืออาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ที่รายได้ตกเดือนละ 50,000-100,000 บาท

เค้าเลยเลือกจะย้ายมาอยู่เชียงใหม่ เพราะรวมค่าเครื่องบินไปกลับสิงคโปร์กับค่าเช่าคอนโด ก็ยังถูกกว่าค่าเช่าคอนโดที่สิงคโปร์ เพราะค่าเช่าคอนโดที่นั่นตกประมาณ 60,000 บาทต่อเดือน แต่ถ้าอยู่เชียงใหม่ เช่าคอนโดใหม่เอี่ยมอยู่กับครอบครัวตก 12,000 บาทต่อเดือน ค่าเครื่องบินสายการบินโลว์คอสต์ไปสอนหนังสืออาทิตย์ละ 6,500 บาท เดือนละ 4 ครั้งก็ตก 26,000 บาท รวมค่าที่พักกับเครื่องบิน 38,000 บาท ค่าเดินทางของเค้ากับภรรยาในเชียงใหม่ 5,000 บาทต่อเดือน ส่วนค่าอาหารคิดกลมๆ ก็เริ่มที่ 7,000 บาท

ความน่าสนใจคือ Chen บอกว่าพวกชาวต่างชาติในเชียงใหม่ไม่ได้อยู่ในราคาถูกเท่าเค้า เพราะพวกนั้นเลือกซื้อสินค้าและบริการแบบ 'นำเข้า' ซึ่งรวม ๆ คือเชียงใหม่ไม่ได้ถูกกว่าที่อื่น แต่ถ้าจะใช้ชีวิตให้ย่อมเยาจริงๆ ต้องกินอยู่แบบคนท้องถิ่น ซึ่งเรียกว่าต้อง 'เรียนรู้วัฒนธรรม' ก็ไม่ผิด

ในระยะยาว เค้าก็ยังคิดว่าถ้ามีโอกาสก็อยากกลับไปอยู่บ้านเกิดที่สิงคโปร์ เพียงแต่เค้าอาจต้องรอเงินลงทุนให้โตขึ้นอีกเยอะ ๆ เพราะนี่คือประเทศที่ค่าครองชีพสูงระดับคนที่มีเงินทุน 50 ล้านบาทยังรู้สึกว่าตัวเองยังห่างไกลจากการมีอิสรภาพทางการเงิน

‘เจ็ทสตาร์เอเชีย’ ประกาศหยุดกิจการ 31 ก.ค.นี้ ปิดตำนานสายการบินโลว์คอสต์ ของสิงคโปร์

(11 มิ.ย. 68) เจ็ทสตาร์เอเชีย (3K/JSA) สายการบินต้นทุนต่ำแบรนด์เจ็ทสตาร์ (Jetstar) สัญชาติสิงคโปร์ ซึ่งมีการปฏิบัติการจากฐานการบินที่ท่าอากาศยานสิงคโปร์ชางงี (SIN) ไปยังจุดบินหลายแห่งในเอเชีย รวมถึงหลายจุดบินในประเทศไทย แจ้งว่าจะหยุดกิจการเป็นการถาวรตั้งแต่ 31 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป

สายการบินแจ้งว่าการตัดสินใจนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก และเกิดขึ้นหลังจากการทบทวนการทำการของสายการบินที่เผชิญความท้าทายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยต้นทุนในการปฏิบัติการในภูมิภาคที่เพิ่มสูงขึ้น

เจ็ทสตาร์เอเชียจะยังคงทำการบินโดยค่อย ๆ ลดความถี่ลงนับแต่นี้ไปจนถึง 31 กรกฎาคม 2568 และจะติดต่อผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

การตัดสินใจนี้ ไม่มีผลกระทบกับเที่ยวบินของสายการบินเจ็ทสตาร์แอร์เวย์ส(JQ) และเจ็ทสตาร์เจแปน(GK)

เจ็ทสตาร์ เป็นแบรนด์สายการบินต้นทุนต่ำในกลุ่มแควนตัส กรุ๊ป ของออสเตรเลียโดยมีการตั้งสายการบินแบรนด์เจ็ทสตาร์ในประเทศต่าง ๆ ทั้ง เจ็ทสตาร์แอร์เวย์ส(JQ) ในออสเตรเลีย เจ็ทสตาร์เจแปน(GK) ในญี่ปุ่น และเจ็ทสตาร์เอเชีย(3K) ซึ่งมีสัญชาติสิงคโปร์

เจ็ทสตาร์เอเชีย(3K) ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2547 และเริ่มปฏิบัติการเมื่อ 13 ธันวาคม 2547 หรือ 20 ปีมาแล้ว ปัจจุบันมีฝูงบินเป็นเครื่องบิน แอร์บัส เอ320 จำนวน 13 ลำ ให้บริการไปยังจุดบิน 18 แห่ง

สำหรับผู้โดยสารในตลาดประเทศไทย ปัจจุบันนั้นเจ็ทสตาร์เอเชียให้บริการเที่ยวบินระหว่างสิงคโปร์กับ กรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ ภูเก็ต และกระบี่ โดยในอดีตเคยให้บริการมายังหาดใหญ่และอู่ตะเภาด้วย

กองทัพอากาศไทย–สิงคโปร์ ซ้อมรบทางอากาศ Air ThaiSing 2025 ฉลอง 60 ปีทางการทูต!! ส่งสัญญาณร่วมปกป้องอธิปไตยของชาติ

(15 ก.ค. 68) กองทัพอากาศไทยและสิงคโปร์เปิดฉากการฝึกผสมทางอากาศ “Air ThaiSing 2025” ณ กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา และสนามฝึกชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ระหว่างวันที่ 14-25 กรกฎาคมนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจร่วมกัน ทั้งด้านภาษา แนวคิด และวัฒนธรรมทางทหาร

ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต สิงคโปร์ได้ตกแต่งแพนหางเครื่องบิน F-16D ด้วยตราสัญลักษณ์พิเศษ พร้อมร่วมกับไทยปลูก “Friendship Tree” เป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ที่เติบโตและยั่งยืนระหว่างสองประเทศ

การฝึกครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เครื่องบินแบบ AT-6TH ของไทยจากฝูงบิน 411 กองบิน 41 (เชียงใหม่) เข้าร่วมฝึกกับเครื่องบิน F-16 จากทั้งสองชาติ เสริมประสิทธิภาพการรบทางอากาศและความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของชาติในอนาคต

ความร่วมมือในครั้งนี้ยังสะท้อนจุดยืนของสิงคโปร์ในเวทีอาเซียน ที่เคยแสดงจุดยืนชัดเจนในการผลักดันประเด็นสำคัญร่วมกับไทย แม้เสียงในสภาอาเซียนจะยังไม่ถึงครึ่ง แต่ภาพความร่วมมือทางทหารในวันนี้คือคำตอบของ “มิตรแท้ประเทศไทย”

‘ลีเซียนลุง’ รมต.สิงคโปร์ ชี้!! เศรษฐกิจที่ดีที่สุด ในโลกยุคปัจจุบัน ลบ!! สหรัฐฯ ออกไป แล้วสร้างมิตรภาพ ความร่วมมือ ในภูมิภาค

(19 ก.ค. 68) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ลีเซียนลุง รัฐมนตรีอาวุโสของสิงคโปร์ เปิดเผยว่ากรอบการทำงานที่ดีที่สุดสำหรับเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันคือ ‘โลกที่ลบหนึ่งชั่วคราว’ ซึ่งตัวเลขที่ลบออกไปหนึ่งนั้นหมายความถึง ‘สหรัฐฯ’

ลีกล่าวระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำประจำปี ครั้งที่ 69 ของสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งสิงคโปร์เมื่อไม่นานนี้ว่า อเมริกาได้ตัดสินใจแล้วว่าจะมองการค้าระหว่างประเทศในมุมที่แคบลง โดยเน้นการเจรจาแบบทวิภาคีและเน้นผลประโยชน์เป็นรายกรณี ขณะที่ประเทศอื่นๆ ยังคงยึดถือกรอบขององค์การการค้าโลก (WTO)

ลีระบุว่ากรอบการทำงานส่วนใหญ่ยังคงอยู่ ทว่าสหรัฐฯ หวังว่ากฎระเบียบจะแตกต่างออกไปและกำลังพยายามเปลี่ยนแปลง สหรัฐฯ ยังคงต้องการมีส่วนร่วมในการค้าโลก แต่ลีมองว่าสหรัฐฯ อาจกลับเข้าสู่ระบบพหุภาคีหรือไม่ก็ได้

กลุ่มประเทศอื่นๆ สามารถสร้างมิตรภาพกับหุ้นส่วนที่มีแนวคิดเดียวกันได้ภายในภูมิภาค เช่น อาเซียน และภายในขอบเขตที่กว้างขึ้น เช่น ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิกที่ครอบคลุมและก้าวหน้า (CPTPP)

ลีทิ้งท้ายว่าเมื่อประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกใช้แนวทางที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง และแสดงความไม่เห็นด้วยกับระบบองค์การการค้าโลก สิ่งนี้จะส่งผลกระทบตามมาและเราต้องรอดูว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปอย่างไรในท้ายที่สุด

‘ออง เบ็ง เส็ง’ เศรษฐี F1 รับสารภาพคดีคอร์รัปชัน หลังติดสินบน ‘อดีตรัฐมนตรีสิงคโปร์’ ด้วยของขวัญหรู-เจ็ตส่วนตัว

(4 ส.ค. 68) นักธุรกิจพันล้านชาวสิงคโปร์ ออง เบ็ง เส็ง (Ong Beng Seng) วัย 79 ปี สารภาพผิดในคดีขัดขวางกระบวนการยุติธรรม หลังมีส่วนช่วยให้อดีตรัฐมนตรีคมนาคม สุบรามาเนียม อิสวาราน (Subramaniam Iswaran) ปกปิดหลักฐานการทุจริตและติดสินบน ขณะที่อิสวารานอยู่ระหว่างถูกสอบสวน

มีการเปิดเผยว่า อองเบ็งเส็งมอบของขวัญหรูให้ สุบรามาเนียม อิสวาราน รวมถึงทริปที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทุกอย่าง พร้อมเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว โดยทั้งสองมีความเกี่ยวข้องในงานด้านธุรกิจการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน (F1) ที่นำมาสู่ประเทศสิงคโปร์ โดยสิงคโปร์มีกฎชัดเจนว่าห้ามรับของขวัญโดยไม่แจ้ง และต้องจ่ายคืนในราคาตลาดหากจะเก็บไว้ 

แม้โทษสูงสุดของอองเบ็งเส็ง อาจถูกจำคุก 7 ปี แต่เนื่องจากปัญหาสุขภาพร้ายแรง ศาลและอัยการเห็นพ้องให้ลงโทษเป็นค่าปรับแทนการจำคุก โดยเจ้าพ่อ F1 ป่วยด้วยโรคมะเร็งไขกระดูกหายาก และเคยได้รับอนุญาตให้เดินทางไปรักษาตัวต่างประเทศ

สำหรับคดีนี้ ศาลชี้ว่าอิสวารานเป็นผู้วางแผนหลัก โดยขอให้อองออกใบเสร็จย้อนหลังสำหรับเที่ยวบินมูลค่า 5,700 ดอลลาร์สิงคโปร์ จากโดฮาประเทศกาตาร์ กลับประเทศสิงคโปร์ เพื่อหลีกเลี่ยงความผิด หลังพบว่ามีการตรวจสอบเส้นทางบินของเขา

ทั้งสองถูกจับในปี 2023 โดยอิสวารานได้รับของขวัญมูลค่ากว่า 400,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 10.8 ล้านบาท) ขณะดำรงตำแหน่งผู้ดูแลการเจรจาเกี่ยวกับ F1 ของรัฐบาล และล่าสุดบริษัท Hotel Properties Limited ของอองเบ็งเส็ง ประกาศว่าเขาจะลงจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เพื่อรักษาตัวจากอาการป่วยต่อไป

สิงคโปร์ยกทัพนักลงทุน 200 คน เยือนไทย ผลักดันความร่วมมือด้านนวัตกรรมและพลังงานสะอาด

(19 ส.ค. 68) นักลงทุนสิงคโปร์กว่า 200 คนเดินทางเยือนไทย ร่วมงาน Singapore Regional Business Forum ครั้งที่ 9 ที่กรุงเทพฯ โดยบีโอไอและสภาธุรกิจสิงคโปร์ (SBF) จัดงานเพื่อประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์และเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–สิงคโปร์ เน้นดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมสีเขียว

เลขาธิการบีโอไอ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ ระบุว่า งานนี้ถือเป็นครั้งแรกที่จัดในไทย และมีนักธุรกิจและผู้บริหารภาครัฐจากสิงคโปร์เข้าร่วมกว่า 200 คน รวมถึงผู้เข้าร่วมจาก 25 ประเทศทั่วโลกกว่า 450 คน ภายในงานเน้นแสดงศักยภาพไทยในการรองรับการลงทุนด้านดิจิทัล พลังงานสะอาด และนวัตกรรม

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทย–สิงคโปร์มีความร่วมมือยาวนานในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมอนาคต โดยสิงคโปร์เป็นนักลงทุนต่างชาติอันดับ 1 ของไทย และการลงทุนครอบคลุมโครงการสำคัญ เช่น SATS Food, Oatside และ CapitaLand พร้อมกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคอย่าง AFTA และ RCEP

นายตัน ซี เหล่ง จากสิงคโปร์กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นนวัตกรรมและความยั่งยืน เช่น พลังงานสะอาด การดูแลสุขภาพ อีคอมเมิร์ซ ฟินเทค และการลดก๊าซเรือนกระจก โดยสองประเทศตั้งเป้าสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่และรองรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ นายนฤตม์ระบุเพิ่มเติมว่า ไทยพร้อมเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ เซมิคอนดักเตอร์ และดิจิทัล รวมทั้งลงนาม MOU กับ SBF เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านอาหาร อิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์ เทคโนโลยีชีวภาพ และการท่องเที่ยว ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สิงคโปร์ลงทุนไทยกว่า 8.1 แสนล้านบาท โดยเน้นดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และเทคโนโลยีสูง

"เฉลิมชัย" จับมือสิงคโปร์ ลงนามข้อตกลงซื้อขายคาร์บอนเครดิต หนุนไทยสู่ศูนย์กลางอาเซียน

(20 ส.ค. 68) ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้แทนประเทศไทย ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงด้านคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศกับ นายตัน ซี เหล่ง รัฐมนตรีจากประเทศสิงคโปร์ ณ โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ โดยข้อตกลงนี้มุ่งเน้นการซื้อขายผลการลดก๊าซเรือนกระจก (ITMOs) ที่เกิดจากโครงการต่างๆ ในประเทศไทย โดยสิงคโปร์สามารถนำผลลัพธ์ที่ได้ไปใช้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของตนเองได้

การลงนามเมื่อ19 สิงหาคม2568ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำผ่านโครงการที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้หลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านป่าไม้ พลังงานสะอาด หรือนวัตกรรม นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะก้าวไปสู่การเป็น ศูนย์กลางคาร์บอนเครดิตในภูมิภาคอาเซียน ได้ในอนาคต

ทหารสิงคโปร์เยี่ยม กองบิน 7 ยลโฉม Gripen และ SAAB 340 AEW ตามโครงการแลกเปลี่ยนการเยือน ทอ.ไทย-สิงคโปร์

(20 ส.ค. 68) ทหารสิงคโปร์เยี่ยมชมกองบิน 7 ของกองทัพอากาศไทย เพื่อศึกษาขีดความสามารถและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างสองประเทศ โดยมี Brigadier General Marcel Xu ผู้บัญชาการ Participation Command ของกองทัพสิงคโปร์ นำคณะเดินทางเยือน พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก ประเสริฐวิษณุ์ มหาขันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมข่าวทหารอากาศ

การเยี่ยมชมครั้งนี้รวมถึงการรับฟังบรรยายสรุปภารกิจหลักของกองบิน 7 และการสาธิตกริพเพน (Gripen) และเครื่องบินตรวจการณ์ทางอากาศ Saab 340 AEW ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการแลกเปลี่ยนผู้บังคับบัญชาระดับสูงระหว่างกองทัพอากาศไทยและสิงคโปร์

นาวาอากาศเอก ศุภวัจน์ จิตรมนตรี ผู้บังคับการกองบิน 7 พร้อมด้วยเสนาธิการและหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองบิน 7 ให้การต้อนรับคณะอย่างอบอุ่น ณ กองบิน 7 อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยหวังสร้างความร่วมมือและความเข้าใจด้านการบินและยุทธวิธีระหว่างสองกองทัพอย่างต่อเนื่อง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top