Saturday, 17 October 2026
สหรัฐฯ

‘ทรัมป์’ ลดแรงกดดัน!! สหรัฐฯ บีบอิหร่านด้วยเศรษฐกิจ ลดโจมตีทางอากาศ เพิ่มคว่ำบาตรหนัก เตหะรานยังไม่ยอมถอย แม้เงินเฟ้อพุ่ง ปัญหาคือความอยู่รอดรัฐบาลอิหร่าน

ทรัมป์กำลังลดบทบาทการโจมตีทางอากาศในอิหร่าน แล้วกลับมาบีบด้วยมาตรการทางด้านเศรษฐกิจอย่างหนักหน่วงแทน เพื่อสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของเตหะรานมากที่สุด โดยหวังจะให้เตหะรานยอมอ่อนข้อ หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อในอิหร่านพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

“พวกเขาไม่มีเงิน อิหร่านถังแตก ถังแตกอย่างสิ้นเชิง” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าววันนี้

ไมค์ วอลทซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า รัฐบาลเตหะรานอาจ “กลัว” สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ มากกว่า "พีต เฮกเซธ" รัฐมนตรีกระทรวงสงครามเสียอีก เพราะอิหร่านสามารถทนรับการโจมตีทางทหารได้ แต่สิ่งที่สร้างแรงกดดันอย่างหนักคือค่าเงินที่ทรุดตัวและภาวะเงินเฟ้อที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 80 ปี

แต่การเดิมพันว่าอิหร่านจะยอมถอยเมื่อเศรษฐกิจถูกบีบจนถึงที่สุด มีคำถามสำคัญว่า เตหะรานคิดด้วยตรรกะเดียวกับวอชิงตันหรือไม่

ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา อิหร่านเผชิญทั้งมาตรการคว่ำบาตร การปิดล้อม และค่าเงินที่ดิ่งลงอย่างหนัก แต่รัฐบาลยังไม่ยอมขยับจากเงื่อนไขเดิม เพราะสำหรับผู้นำอิหร่าน เรื่องนี้อาจไม่ใช่เพียงการคำนวณว่าต้นทุนทางเศรษฐกิจคุ้มค่าหรือไม่ แต่เป็นเรื่องของ “ความอยู่รอดของรัฐบาล”

หากเตหะรานเชื่อว่าการยอมถอยหมายถึงจุดจบของรัฐบาล พวกเขาก็อาจยอมรับความเสียหายทางเศรษฐกิจในระดับที่นักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปมองว่าไม่สมเหตุสมผล ขณะที่สหรัฐฯ เองก็มีขีดจำกัดของตัวเอง และประชาชนอเมริกันสามารถสัมผัสต้นทุนของสงครามได้ทุกวันผ่านราคาน้ำมันที่ปั๊ม

ที่มา: The Wall Street Journal, Reuters
https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1370736788548011/?rdid=X8Bm8FYTqPRUewIC#

‘อนุทิน’ ยันยังไม่มีรายงานสหรัฐฯ!! ปฏิเสธข่าวสหรัฐฯ ตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ย้ำความมั่นคงไม่เกี่ยวดีลภาษีการค้า คุยด้านความมั่นคงล้วน ไม่แตะประเด็นการค้า ยืนยันเจรจาการค้าเดินตามกรอบเดิม

นายกฯ ปฏิเสธสหรัฐฯ ตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ย้ำแยกความมั่นคงออกจากการค้า

วันนี้ (14 ส.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงข่าวสหรัฐอเมริกาเตรียมตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่มีการนำประเด็นความมั่นคงมาเป็นเครื่องต่อรองการเจรจาภาษีกับสหรัฐเมื่อวานนี้ นายเอลบริดจ์ โคลบี ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา ฝ่ายนโยบาย เข้าพบ แต่ไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้ เนื่องจากการเจรจาภาษีเป็นประเด็นด้านการค้า ขณะที่ความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารเป็นอีกส่วนหนึ่ง รัฐบาลจะไม่นำมาเกี่ยวข้องกัน

สำหรับข้อสงสัยว่าต้องแยกประเด็นความมั่นคงกับการเจรจาทางการค้าออกจากกันหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า สหรัฐอเมริกามีแนวทางดังกล่าวมาตลอด สังเกตได้จากการพูดคุยกับปลัดกระทรวงกลาโหมที่ไม่มีประเด็นเรื่องการค้าเข้ามาเกี่ยวข้อง

ส่วนการฝึกซ้อมรบร่วมและผสมคอบร้าโกลด์ (Cobra Gold) นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าจะดำเนินไปตามห้วงเวลาปกติ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ปฏิบัติมาหลายสิบปี และไม่ทราบถึงที่มาของกระแสข่าวดังกล่าว
การรายงานความคืบหน้าเรื่องเจรจาต่อรองภาษีการค้านั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ประชุมร่วมกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันจันทร์เพื่ออัปเดตข้อมูล ทุกขั้นตอนยังดำเนินไปตามกรอบเวลาที่คณะเจรจากำหนดไว้

ที่มา : https://www.facebook.com/100093665827832/posts/943957748736411/?rdid=7LIREfSUlXohPmTM#

สหรัฐฯ เจอต้นทุนสงครามพุ่ง!! สูญเสีย MQ-9 Reaper 45 ลำ คิดเป็น 1ใน4 ของฝูงก่อนสงคราม มูลค่าความเสียหายกว่าพันล้านดอลล์ แสดงคลังยุทโธปกรณ์สหรัฐฯสึกหรอ

สหรัฐฯ สูญเสีย MQ-9 Reaper อย่างน้อย 45 ลำในสงครามอิหร่าน คิดเป็นประมาณ 1 ใน 4 ของฝูงทั้งหมด รวมมากกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ (ราว 43,000 ล้านบาท)

The Washington Post รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 3 คนว่า กองทัพสหรัฐฯ สูญเสียโดรน MQ-9 Reaper อย่างน้อย 45 ลำ นับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น คิดเป็นประมาณ 25% ของฝูง MQ-9 ที่สหรัฐฯ มีอยู่ก่อนสงคราม และสร้างความเสียหายด้านยุทโธปกรณ์รวมมากกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ (ราว 43,000 ล้านบาท)

ก่อนสงคราม กองทัพสหรัฐฯ มี MQ-9 ประมาณ 185 ลำ แบ่งเป็นกองทัพอากาศ 165 ลำ และนาวิกโยธิน 20 ลำ โดยเครื่องของนาวิกโยธินยังไม่มีรายงานสูญเสีย ขณะที่เมื่อเดือนพฤษภาคม เจ้าหน้าที่กองทัพอากาศให้ข้อมูลต่อวุฒิสภาว่า จำนวน MQ-9 ที่เหลืออยู่ลดลงเหลือประมาณ 135 ลำ แล้ว

Washington Post ระบุว่า MQ-9 แต่ละลำมีมูลค่าประมาณ 30–50 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,000–1,650 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับเซ็นเซอร์และอาวุธที่ติดตั้ง และการสูญเสียครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการสึกหรอของคลังยุทโธปกรณ์สหรัฐฯ จากสงครามอิหร่าน นอกเหนือจากขีปนาวุธสกัดกั้นที่ถูกใช้ไปเป็นจำนวนมาก

ชาวอเมริกันระอา ‘ทรัมป์’!! 53% เห็นชีวิตแย่ลงหลังทรัมป์กลับทำเนียบ เกือบ 57% ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระรู้สึกแย่ 55% ไม่พอใจการทำงานของทรัมป์ 64% วิจารณ์การรับมือเงินเฟ้อของเขา

โพล FT ชี้ชาวอเมริกันเกินครึ่งรู้สึกชีวิตแย่ลงภายใต้ทรัมป์ ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

ผลสำรวจล่าสุดของ Financial Times ร่วมกับ Focaldata พบว่า 53% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งสหรัฐฯ ระบุว่าสถานะทางการเงินของตนแย่ลง นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวในเดือนมกราคม 2025 โดยในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระ ตัวเลขเพิ่มเป็นเกือบ 57% และแม้แต่ผู้สนับสนุนรีพับลิกันเองเกือบหนึ่งในสี่ก็ระบุว่าแย่ลง

นอกจากนี้ 55% ไม่พอใจการทำงานของทรัมป์ในฐานะประธานาธิบดี ขณะที่เกือบสองในสามมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเดินไปผิดทิศทาง และ 64% ไม่พอใจการรับมือปัญหาเงินเฟ้อของทรัมป์ ผลสำรวจมีขึ้นในช่วงที่เหลือเวลาไม่ถึง 3 เดือนก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งพรรครีพับลิกันกำลังเผชิญศึกสำคัญในการรักษาการควบคุมสภาคองเกรส

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1375390644749292/?rdid=41ghwydrqxSlY3YP#

สหรัฐฯ-กัมพูชา วางแผนซ้อมรบร่วม!! รื้อฟื้นซ้อมรบ Angkor Sentinel ปี 2027 หลังพักยาวถึง 10 ปี เตรียมฝึกด้านแพทย์และวิศวกรรม หนุนความร่วมมือรับมือภัยพิบัติระหว่างสองชาติ แสดงความมุ่งมั่นกระชับสัมพันธ์ทหารอย่างต่อเนื่อง

ไม่ใช่มีแค่จีน กัมพูชาและสหรัฐฯ เตรียมรื้อฟื้นการซ้อมรบร่วม “Angkor Sentinel” อีกครั้งในปี 2027 หลังระงับไปนานถึง 10 ปี

กองทัพบกกัมพูชา ร่วมกับ ศูนย์แห่งชาติเพื่อกองกำลังรักษาสันติภาพ การเก็บกู้ทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้าง กองทัพบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก (U.S. Army Pacific) และกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิรัฐไอดาโฮ (Idaho National Guard) จัดการประชุมวางแผนขั้นต้นสำหรับการฝึก Angkor Sentinel 2027 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม–4 กันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวสำคัญในการรื้อฟื้นการฝึกร่วมระหว่างสองประเทศ หลังหยุดไปนานประมาณหนึ่งทศวรรษ

การฝึกครั้งนี้มีกำหนดจัดขึ้นใน เดือนกุมภาพันธ์ 2027 โดยทั้งสองฝ่ายหารือแผนการฝึกหลายด้าน ทั้ง การฝึกที่บังคับการ การแพทย์ทหาร งานวิศวกรรม และการเก็บกู้วัตถุระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด (EOD/UXO) โดยมีเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันและการรับมือภัยพิบัติ สะท้อนการกลับมากระชับความร่วมมือทางทหารระหว่าง กัมพูชา–สหรัฐฯ อีกครั้ง

ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติกัมพูชา / PM's Office of Cambodia

https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1393379589617064/?rdid=qLzT8oF9RBw7lqnI#

 

ศึกอิหร่าน–สหรัฐฯ วันนี้ ไม่ใช่สงครามที่ฝ่ายหนึ่งแพ้ขาด

“ศึกอิหร่าน–สหรัฐฯ วันนี้ ไม่ใช่สงครามที่ฝ่ายหนึ่งแพ้ขาด และอีกฝ่ายชนะเด็ดขาด แต่อยู่ในภาวะที่ต่างฝ่ายต่างพยายามบีบให้อีกฝ่ายถอย

อิหร่านแม้ยังยืนหยัดได้ มีแรงหนุนจากจีน รัสเซีย และกรอบ SCO แต่แรงกดดันจากการคว่ำบาตร การโจมตีทางทหาร ค่าเงินที่อ่อนลง และความเสี่ยงต่อเส้นทางพลังงาน ทำให้อิหร่านต้องส่งสัญญาณเจรจาเพื่อซื้อเวลาและลดแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ

ขณะที่สหรัฐฯ เอง แม้มีอำนาจทางทหารเหนือกว่า แต่ก็ยังไม่อาจประกาศชัยชนะได้ เพราะอิหร่านฟื้นตัวทางทหารเร็วกว่าเดิม มีศักยภาพโจมตีกลับ และได้รับแรงหนุนจากหลายประเทศ การโจมตีระลอกใหม่จึงไม่ใช่แค่การลงโทษ แต่คือความพยายามตัดขีดความสามารถของอิหร่าน ก่อนที่อิหร่านจะกลับมาตั้งหลักได้เต็มที่

ดังนั้น เกมนี้จึงเป็นสงครามสองชั้น คือ ยิงกันในสนามรบ และคว่ำบาตรกันในสนามเศรษฐกิจ สหรัฐฯ ต้องการบีบให้อิหร่านอ่อนแรงก่อนเจรจา ส่วนอิหร่านต้องการยืนให้นานพอจนต้นทุนของสหรัฐฯ สูงขึ้น ทั้งราคาน้ำมัน ความไม่พอใจของประชาชน และความเสี่ยงต่อพันธมิตรในตะวันออกกลาง

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าใครชนะแล้ว แต่คือใครจะทนต้นทุนได้นานกว่ากัน เพราะในสงครามยุคใหม่ ชัยชนะไม่ได้วัดแค่จำนวนฐานทัพที่ถูกทำลาย แต่วัดจากความสามารถในการยืนระยะทางเศรษฐกิจ การเมือง พลังงาน และพันธมิตรระหว่างประเทศ


ดร ปณิธาน วัฒนายากร คณะรัฐศาสตร์จุ ฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
.
ที่มา : https://www.facebook.com/100000122931524/posts/29372871532300222/?rdid=ZeX222zma1CTH3Oc#

สหรัฐฯ จ่อดีลอาวุธล็อตใหญ่ให้อิสราเอล!! ระเบิด 2,000 ปอนด์ 40,000 ลูก มูลค่ากว่า 9.3 หมื่นล้านบาท ระเบิดต่อเนื่องจากกาซา-เลบานอน คองเกรสถูกกดดันเห็นชอบดีลนี้

สหรัฐฯ เล็งขาย ‘ระเบิด’ ให้อิสราเอล 4 หมื่นลูก มูลค่าเกือบแสนล้านบาท

เมื่อวันอังคาร (15 ก.ย. 69) ที่ผ่านมา สื่อเดอะวอชิงตันโพสต์รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนําของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมจำหน่ายอาวุธยุทโธปกรณ์แก่อิสราเอลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระเบิดขนาด 2,000 ปอนด์ (ราว 907 กิโลกรัม) จำนวน 40,000 ลูก แบ่งเป็นระเบิดเอ็มเค-84 (MK-84) สองหมื่นลูก และระเบิดบีแอลยู-117 (BLU-117) สองหมื่นลูก รวมถึงหัวรบเจาะเกราะเพเนเทรเตอร์ รุ่นไอ-2000 (I-2000 Penetrator) อีก 20,000 ลูก รวมมูลค่า 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 93,100 ล้านบาท)

สำหรับ ระเบิดเอ็มเค-84 จัดเป็นหนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงสุดในหมู่คลังแสงของกองทัพชาติตะวันตก สามารถกระจายเศษซากโลหะเป็นระยะทางไกลหลายพันฟุตในทุกทิศทาง เจาะทะลุโลหะและคอนกรีตหนา และมักทิ้งหลุมขนาดใหญ่ไว้บนพื้นดิน โดยอิสราเอลเคยใช้ระเบิดขนาด 2,000 ปอนด์ในกาซาและเลบานอนแล้วหลายร้อยครั้ง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อจำนวนผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งเหล่านั้น ทำให้อิสราเอลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการใช้ระเบิดเอ็มเค-84 บ่อยครั้งในเขตที่ถูกกำหนดเป็นที่ปลอดภัยของพลเรือนในกาซา

รายงานระบุว่าแม้ธุรกรรมดังกล่าวจะถูกเรียกว่าเป็นการจำหน่าย แต่เงินทุนสำหรับการจัดซื้อมาจากกลไกที่เรียกว่า “การจัดหาเงินทุนทางทหารจากต่างประเทศ” ซึ่งสหรัฐฯ เป็นผู้จัดสรรเงินทุนให้อิสราเอลใช้ซื้ออาวุธ โดยมีการแจ้งธุรกรรมดังกล่าวต่อคณะกรรมาธิการสภาคองเกรสอย่างไม่เป็นทางการแล้ว และทำเนียบขาวกำลังกดดันเหล่าผู้นำคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรให้เห็นชอบการจำหน่ายดังกล่าว

ที่มา : ซินหัว

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1688322813300189&id=100063674585845&rdid=knjbfSB657ewYacz#

สหรัฐฯ สูญเสียโดรนหนัก!! สูญโดน MQ-9 Reaper 47 ลำ เครื่องบินหลายรุ่นเสียหายหนัก มูลค่าความเสียหายทะลุ 4 พันล้าน สงครามอิหร่านสะเทือนวงการอากาศยาน

หนักกว่าที่คิด! สหรัฐฯ สูญเสียโดรน MQ-9 Reaper สูงสุด 47 ลำ ในสงครามอิหร่าน หรือเกือบ 1 ใน 4 ของฝูง Reaper ที่สหรัฐฯ มีอยู่ก่อนสงคราม และยังมียุโธปกรณ์อื่นๆ รวมมูลค่าความเสียหายอาจทะลุ 4 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.33 แสนล้านบาท)

ข้อมูลจาก The War Zone (TWZ) รวบรวมความสูญเสียและความเสียหายของอากาศยานสหรัฐฯ ในปฏิบัติการตะวันออกกลาง ณ วันที่ 18 กันยายน 2026 ดังนี้

-โดรนลาดตระเวนและโจมตี MQ-9A Reaper ถูกทำลายสูงสุด 47 ลำ ในพื้นที่รับผิดชอบของ CENTCOM
- เครื่องบินขับไล่โจมตี F-15E Strike Eagle ถูกทำลาย 4 ลำ / เสียหาย 8 ลำ
- เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-135 Stratotanker ถูกทำลาย 2 ลำ / เสียหายสูงสุด 7 ลำ
-เครื่องบินเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ (AWACS) E-3G Sentry ถูกทำลาย 1 ลำ ในซาอุดีอาระเบีย
-เครื่องบินปฏิบัติการพิเศษ MC-130J Commando II ถูกทำลาย 2 ลำ ในภารกิจกู้ภัย (CSAR) ที่อิหร่าน
-โดรนลาดตระเวนระยะไกล MQ-4C Triton ตก 1 ลำ ในอ่าวเปอร์เซีย
- เครื่องบินโจมตีภาคพื้นดิน A-10C Warthog ถูกทำลาย 1 ลำ / เสียหาย 1 ลำ
-เครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 เสียหาย 1 ลำ ในอิหร่าน
-เฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติการพิเศษขนาดเบา MH-6M Little Bird ถูกทำลาย 4 ลำ

นอกจากนี้ยังมี เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก CH-47 Chinook, เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64 Apache, เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยทางอากาศ HH-60W, เฮลิคอปเตอร์อเนกประสงค์ H-60, เครื่องบินลำเลียงทางทหาร C-130 และ โดรนลาดตระเวนและโจมตี MQ-1 ที่ถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายเพิ่มเติม

เฉพาะโดรน MQ-9A Reaper เพียงแบบเดียว TWZ ระบุว่าอาจสูญเสียสูงสุดถึง 47 ลำ หรือเกือบ 1 ใน 4 ของฝูง Reaper ของสหรัฐฯ ขณะที่เมื่อรวมอากาศยานที่ถูกทำลายและความเสียหายทั้งหมด มูลค่าความสูญเสียอาจทะลุ 4 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.33 แสนล้านบาท

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1407601994861490/?rdid=IBNgBsLWUiZxwb3E#

รายงาน CRS ชี้เครื่องบิน–โดรนสหรัฐฯ อากาศยานสหรัฐฯ 81 ลำเสียหาย โดรน MQ-9 เสียหายมากสุด 45 ลำ รวมเครื่องบินขับไล่ F-15 และโดรน ชี้ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากความขัดแย้งยังดำเนินต่อ

สภาคองเกรสสหรัฐฯ: อากาศยานสหรัฐฯ 81 ลำได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายในความขัดแย้งกับอิหร่าน

สำนักงานวิจัยรัฐสภาสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มีอากาศยานของสหรัฐฯ ทั้งแบบที่มีนักบินและอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) อย่างน้อย 81 ลำ ที่ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายระหว่างความขัดแย้งกับอิหร่าน

รายการดังกล่าวประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ F-15 จำนวน 12 ลำ, F-35 จำนวน 1 ลำ, โดรน MQ-9 จำนวน 45 ลำ รวมถึงเครื่องบินขับไล่ เฮลิคอปเตอร์ และอากาศยานประเภทอื่นๆ อีกหลายลำ

สภาคองเกรสเน้นย้ำว่าตัวเลขเหล่านี้อ้างอิงจากรายงานของสื่อและแหล่งข้อมูลทางการของสหรัฐฯ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงดำเนินอยู่และมีข้อจำกัดด้านข้อมูลข่าวสาร

ที่มา : https://www.facebook.com/61552478523169/posts/122294953742082617/?rdid=cOd5svDLrvlergqG#

สถานทูตสหรัฐฯ ประจำกัมพูชา เตือนแรง!! เดินหน้าทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ค้ามนุษย์ คว่ำบาตรกว่า 200 ราย ใครเกี่ยวข้องขบวนการสแกม–ค้ามนุษย์ ต้องถูกดำเนินการ สหรัฐฯ ลั่นไม่ปล่อยผู้เกี่ยวข้องค้ามนุษย์ลอยนวล ใช้ทุกเครื่องมือจัดการแก๊งสแกม

ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ สหรัฐอเมริกากำลังเดินหน้าทลายปฏิบัติการหลอกลวงที่อาศัยการค้ามนุษย์ โดยใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มี รวมถึงการคว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคลมากกว่า 200 ราย จากบทบาทเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้

สหรัฐอเมริกาจะเดินหน้าดำเนินการเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงต่อไป

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1532553775572365&id=100064532720718&rdid=oIASKu8h710NdqPN#

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top