Wednesday, 2 September 2026
สหรัฐฯ

‘ทรัมป์’ ลดแรงกดดัน!! สหรัฐฯ บีบอิหร่านด้วยเศรษฐกิจ ลดโจมตีทางอากาศ เพิ่มคว่ำบาตรหนัก เตหะรานยังไม่ยอมถอย แม้เงินเฟ้อพุ่ง ปัญหาคือความอยู่รอดรัฐบาลอิหร่าน

ทรัมป์กำลังลดบทบาทการโจมตีทางอากาศในอิหร่าน แล้วกลับมาบีบด้วยมาตรการทางด้านเศรษฐกิจอย่างหนักหน่วงแทน เพื่อสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของเตหะรานมากที่สุด โดยหวังจะให้เตหะรานยอมอ่อนข้อ หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อในอิหร่านพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

“พวกเขาไม่มีเงิน อิหร่านถังแตก ถังแตกอย่างสิ้นเชิง” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าววันนี้

ไมค์ วอลทซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า รัฐบาลเตหะรานอาจ “กลัว” สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ มากกว่า "พีต เฮกเซธ" รัฐมนตรีกระทรวงสงครามเสียอีก เพราะอิหร่านสามารถทนรับการโจมตีทางทหารได้ แต่สิ่งที่สร้างแรงกดดันอย่างหนักคือค่าเงินที่ทรุดตัวและภาวะเงินเฟ้อที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 80 ปี

แต่การเดิมพันว่าอิหร่านจะยอมถอยเมื่อเศรษฐกิจถูกบีบจนถึงที่สุด มีคำถามสำคัญว่า เตหะรานคิดด้วยตรรกะเดียวกับวอชิงตันหรือไม่

ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา อิหร่านเผชิญทั้งมาตรการคว่ำบาตร การปิดล้อม และค่าเงินที่ดิ่งลงอย่างหนัก แต่รัฐบาลยังไม่ยอมขยับจากเงื่อนไขเดิม เพราะสำหรับผู้นำอิหร่าน เรื่องนี้อาจไม่ใช่เพียงการคำนวณว่าต้นทุนทางเศรษฐกิจคุ้มค่าหรือไม่ แต่เป็นเรื่องของ “ความอยู่รอดของรัฐบาล”

หากเตหะรานเชื่อว่าการยอมถอยหมายถึงจุดจบของรัฐบาล พวกเขาก็อาจยอมรับความเสียหายทางเศรษฐกิจในระดับที่นักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปมองว่าไม่สมเหตุสมผล ขณะที่สหรัฐฯ เองก็มีขีดจำกัดของตัวเอง และประชาชนอเมริกันสามารถสัมผัสต้นทุนของสงครามได้ทุกวันผ่านราคาน้ำมันที่ปั๊ม

ที่มา: The Wall Street Journal, Reuters
https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1370736788548011/?rdid=X8Bm8FYTqPRUewIC#

‘อนุทิน’ ยันยังไม่มีรายงานสหรัฐฯ!! ปฏิเสธข่าวสหรัฐฯ ตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ย้ำความมั่นคงไม่เกี่ยวดีลภาษีการค้า คุยด้านความมั่นคงล้วน ไม่แตะประเด็นการค้า ยืนยันเจรจาการค้าเดินตามกรอบเดิม

นายกฯ ปฏิเสธสหรัฐฯ ตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ย้ำแยกความมั่นคงออกจากการค้า

วันนี้ (14 ส.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงข่าวสหรัฐอเมริกาเตรียมตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่มีการนำประเด็นความมั่นคงมาเป็นเครื่องต่อรองการเจรจาภาษีกับสหรัฐเมื่อวานนี้ นายเอลบริดจ์ โคลบี ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา ฝ่ายนโยบาย เข้าพบ แต่ไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้ เนื่องจากการเจรจาภาษีเป็นประเด็นด้านการค้า ขณะที่ความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารเป็นอีกส่วนหนึ่ง รัฐบาลจะไม่นำมาเกี่ยวข้องกัน

สำหรับข้อสงสัยว่าต้องแยกประเด็นความมั่นคงกับการเจรจาทางการค้าออกจากกันหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า สหรัฐอเมริกามีแนวทางดังกล่าวมาตลอด สังเกตได้จากการพูดคุยกับปลัดกระทรวงกลาโหมที่ไม่มีประเด็นเรื่องการค้าเข้ามาเกี่ยวข้อง

ส่วนการฝึกซ้อมรบร่วมและผสมคอบร้าโกลด์ (Cobra Gold) นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าจะดำเนินไปตามห้วงเวลาปกติ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ปฏิบัติมาหลายสิบปี และไม่ทราบถึงที่มาของกระแสข่าวดังกล่าว
การรายงานความคืบหน้าเรื่องเจรจาต่อรองภาษีการค้านั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ประชุมร่วมกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันจันทร์เพื่ออัปเดตข้อมูล ทุกขั้นตอนยังดำเนินไปตามกรอบเวลาที่คณะเจรจากำหนดไว้

ที่มา : https://www.facebook.com/100093665827832/posts/943957748736411/?rdid=7LIREfSUlXohPmTM#

สหรัฐฯ เจอต้นทุนสงครามพุ่ง!! สูญเสีย MQ-9 Reaper 45 ลำ คิดเป็น 1ใน4 ของฝูงก่อนสงคราม มูลค่าความเสียหายกว่าพันล้านดอลล์ แสดงคลังยุทโธปกรณ์สหรัฐฯสึกหรอ

สหรัฐฯ สูญเสีย MQ-9 Reaper อย่างน้อย 45 ลำในสงครามอิหร่าน คิดเป็นประมาณ 1 ใน 4 ของฝูงทั้งหมด รวมมากกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ (ราว 43,000 ล้านบาท)

The Washington Post รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 3 คนว่า กองทัพสหรัฐฯ สูญเสียโดรน MQ-9 Reaper อย่างน้อย 45 ลำ นับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น คิดเป็นประมาณ 25% ของฝูง MQ-9 ที่สหรัฐฯ มีอยู่ก่อนสงคราม และสร้างความเสียหายด้านยุทโธปกรณ์รวมมากกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ (ราว 43,000 ล้านบาท)

ก่อนสงคราม กองทัพสหรัฐฯ มี MQ-9 ประมาณ 185 ลำ แบ่งเป็นกองทัพอากาศ 165 ลำ และนาวิกโยธิน 20 ลำ โดยเครื่องของนาวิกโยธินยังไม่มีรายงานสูญเสีย ขณะที่เมื่อเดือนพฤษภาคม เจ้าหน้าที่กองทัพอากาศให้ข้อมูลต่อวุฒิสภาว่า จำนวน MQ-9 ที่เหลืออยู่ลดลงเหลือประมาณ 135 ลำ แล้ว

Washington Post ระบุว่า MQ-9 แต่ละลำมีมูลค่าประมาณ 30–50 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,000–1,650 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับเซ็นเซอร์และอาวุธที่ติดตั้ง และการสูญเสียครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการสึกหรอของคลังยุทโธปกรณ์สหรัฐฯ จากสงครามอิหร่าน นอกเหนือจากขีปนาวุธสกัดกั้นที่ถูกใช้ไปเป็นจำนวนมาก

ชาวอเมริกันระอา ‘ทรัมป์’!! 53% เห็นชีวิตแย่ลงหลังทรัมป์กลับทำเนียบ เกือบ 57% ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระรู้สึกแย่ 55% ไม่พอใจการทำงานของทรัมป์ 64% วิจารณ์การรับมือเงินเฟ้อของเขา

โพล FT ชี้ชาวอเมริกันเกินครึ่งรู้สึกชีวิตแย่ลงภายใต้ทรัมป์ ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

ผลสำรวจล่าสุดของ Financial Times ร่วมกับ Focaldata พบว่า 53% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งสหรัฐฯ ระบุว่าสถานะทางการเงินของตนแย่ลง นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวในเดือนมกราคม 2025 โดยในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระ ตัวเลขเพิ่มเป็นเกือบ 57% และแม้แต่ผู้สนับสนุนรีพับลิกันเองเกือบหนึ่งในสี่ก็ระบุว่าแย่ลง

นอกจากนี้ 55% ไม่พอใจการทำงานของทรัมป์ในฐานะประธานาธิบดี ขณะที่เกือบสองในสามมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเดินไปผิดทิศทาง และ 64% ไม่พอใจการรับมือปัญหาเงินเฟ้อของทรัมป์ ผลสำรวจมีขึ้นในช่วงที่เหลือเวลาไม่ถึง 3 เดือนก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งพรรครีพับลิกันกำลังเผชิญศึกสำคัญในการรักษาการควบคุมสภาคองเกรส

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1375390644749292/?rdid=41ghwydrqxSlY3YP#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top