Saturday, 18 July 2026
สหรัฐฯ

เจรจาเดือดสหรัฐฯ–อิหร่าน!! ‘ทรัมป์’ โพสต์ขู่กลางวงประชุม โจมตีอิหร่านหนักกว่าเดิม ตลาดน้ำมัน–ทอง–หุ้นผันผวนทันที ดันน้ำมัน Brent พุ่งแตะ 82 ดอลลาร์

เจรจาไป … ข่มขู่ไป … ประท้วงไป !!!
ทำนักลงทุนกังวลใจ ไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่ผลที่ตามมาราคาน้ำมัน Brent กลับขึ้นไปที่ 82 ดอลล่าร์ต่อบาเรล จากที่เคยลงไป 77 ดอลล่าร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางดราม่าต่างๆ ที่ Lake Lucerne Summit สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างสหรัฐและอิหร่านโดยมีปากีสถานและกาตาร์เป็นตัวกลาง

สหรัฐส่งทีมเดิมรองประธาน Vance ลูกเขย Kushner ผู้แทนพิเศษ Witkoff อิหร่าน ประธานรัฐสภา Ghalibaf รัฐมนตรีต่างประเทศ Araghchiเริ่มประชุม ก็เริ่มไม่ราบรื่น อิหร่านขอไม่กล่าวเปิด ไม่จับมือ
ไม่ถ่ายรูปร่วมเฟรมกับสหรัฐเพื่อไม่ให้เป็นประเด็นในอิหร่าน แต่ที่สำคัญกว่าเพียงเริ่มไม่นานความสนใจของทุกคนได้มุ่งไปที่นอกห้องเจรจา President Trumpผู้ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย แต่สำคัญยิ่งกว่าส่งสัญญาณ โพสต์ข่มขู่

Iran must immediately stop their highly paid PROXIES in Lebanon from causing trouble. If they don’t, we’ll hit Iran very hard again, just like we did last week, only harder!!!
อิหร่านต้องสั่งให้บรรดาตัวแทนราคาแพงของตนในเลบานอน หยุดสร้างปัญหา!
ถ้าไม่ทำ เราจะจัดหนักอิหร่านอีกครั้ง เหมือนที่เราเพิ่งทำไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว — แต่ครั้งนี้จะรุนแรงกว่ามาก!!!

ผลที่ตามมาทีมอิหร่านประท้วง เดินออกจากห้องประชุม ประธานรัฐสภาอิหร่าน Ghalibaf โพสต์
“Don’t they realize that if their threats worked, they wouldn’t be this desperate now? We don’t count on US threats. They’d better watch their words—our armed forces are ready to respond differently. Whatever they say, we’re the ones who act.”

“พวกเขายังไม่เข้าใจอีกหรือว่า หากคำขู่ของพวกเขาได้ผลจริง วันนี้คงไม่ต้องอยู่ในสภาพสิ้นหวังเช่นนี้? เราไม่เคยนำคำขู่ของสหรัฐฯ มาคิดคำนวณอยู่แล้ว
พวกเขาควรระวังคำพูดของตนให้มาก เพราะกองกำลังติดอาวุธของสาธารณรัฐอิสลามพร้อมตอบโต้ในแบบที่แตกต่างและเด็ดขาด
ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอะไร ผู้ที่ลงมือปฏิบัติจริงคือพวกเรา“ ก่อนที่จะกลับมาประชุมต่อ จนถึงขณะนี้ ยังคงประชุมอยู่ระหว่างทาง ตลาดทุนโลกก็โดนลูกหลง
ราคาน้ำมันโลก ราคาทองคำต่ำกว่า 4,200 อีกครั้ง ราคาหุ้นลงเล็กน้อย ประเด็นหลักอยู่ที่ผู้ไม่ได้ร่วมเจรจาอีกคน อิสราเอลซึ่งประกาศเรียบร้อย
ผมไม่ได้ตกลงด้วย ยังคงโจมตี Hezballoh ในเลบานอนต่อเนื่อง 2 วันที่แล้ว โจมตี 150 จุด
ล่าสุดยืนยันไม่ถอนทหารออกจาก Security Zone ในตอนใต้ของเลบานอน พร้อมบอกว่า อิสราเอลไม่ได้มีปัญหากับเลบานอนแต่มีปัญหากับ Hezballoh
จน President Trump ต้องเขียนข่มขู่ข้างต้น

มาดูกันครับว่า
หนังยาวม้วนนี้ จะจบอย่างไรแบบตกลงกันได้ แบบยืดเยื้อ แบบย่อยยับ แต่ที่เห็นท่ามกลางทุกอย่างยังพยายามเจรจาต่อไม่ได้ปิดประตูตาย !!!

#Trump #Iran #Talk
ขอบคุณภาพจาก White House

ที่มา : https://www.facebook.com/1044766528/posts/10238058774102118/?rdid=JeIQRraBSS5HxANV#

ลูเซิร์นเปิดทางดีลใหญ่!! สหรัฐฯ–อิหร่าน ตั้งสายด่วนฮอร์มุซ จ่อปิดข้อตกลงใน 60 วัน ฮอร์มุซมีลุ้นคลายวิกฤต คู่เจรจาตั้งสายสื่อสารตรง รับประกันเรือพาณิชย์เดินทางปลอดภัย

แถลงการณ์ร่วมของกาตาร์และปากีสถาน หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Lucerne Summit) และการประชุมคณะกรรมการระดับสูงรอบแรก โดยมีสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเข้าร่วม

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเดินหน้าสู่ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายในกรอบ 60 วัน และยังพร้อมเปิด “สายด่วน” ระหว่างกันเป็นครั้งแรก เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด และประสานงานด้านความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

แถลงการณ์ร่วมของรัฐกาตาร์และสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน เกี่ยวกับการเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Lucerne Summit) และการประชุมคณะกรรมการระดับสูงครั้งแรก โดยมีสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเข้าร่วม

การเจรจาระดับสูงรอบแรกภายใต้กรอบ บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (Islamabad Memorandum of Understanding) ได้เสร็จสิ้นลงที่เมืองบือร์เกินชต็อก (Bürgenstock) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีผู้แทนจากสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และประเทศผู้ไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย ได้แก่ รัฐกาตาร์ และสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน เข้าร่วม

การประชุมสุดยอดทะเลสาบลูเซิร์นจัดขึ้นในบรรยากาศที่เป็นบวกและสร้างสรรค์ โดยมีความคืบหน้าที่น่าพอใจหลายประการ รวมถึงการจัดตั้งกลไกสำหรับการเจรจาทางเทคนิคในขั้นต่อไป

ต่อยอดจากบันทึกความเข้าใจดังกล่าว ทุกฝ่ายได้ตกลงจัดตั้ง คณะกรรมการระดับสูง (High Level Committee) เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลทางการเมืองต่อกระบวนการไกล่เกลี่ย โดยหัวหน้าคณะเจรจาจะรายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมการอย่างสม่ำเสมอ และจะจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะด้านในประเด็นนิวเคลียร์ มาตรการคว่ำบาตร ตลอดจนกลไกติดตามผลและระงับข้อพิพาท เพื่อให้การดำเนินการตาม MOU และประเด็นอื่น ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

คณะกรรมการระดับสูงได้เห็นชอบต่อ แผนงานเพื่อบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายใน 60 วัน พร้อมวางรากฐานสำหรับการเริ่มต้นการเจรจาทางเทคนิคในทันที นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้ง สายสื่อสารโดยตรงระหว่างคู่เจรจา ตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในข้อ 5 ของ MOU เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์และความเข้าใจผิด โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เรือพาณิชย์สามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ ทุกฝ่ายยังตกลงจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานลดความขัดแย้ง (de-confliction cell) ร่วมกับสาธารณรัฐเลบานอน และอยู่ภายใต้การอำนวยความสะดวกของประเทศผู้ไกล่เกลี่ย เพื่อให้มั่นใจว่าการยุติปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนตามที่ระบุไว้ใน MOU จะได้รับการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ขณะที่การหารือทางเทคนิคจะดำเนินต่อไปตลอดช่วงเวลาที่เหลือของสัปดาห์ ณ รีสอร์ตบือร์เกินชต็อก ครอบคลุมทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง
ประเทศผู้ไกล่เกลี่ยจะยังคงทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การเจรจาดำเนินต่อไปในบรรยากาศที่สร้างสรรค์ และมุ่งสู่การบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์

รัฐกาตาร์และสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ขอแสดงความชื่นชมอย่างจริงใจต่อสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน สำหรับความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องต่อการทูตและการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี

ประเทศผู้ไกล่เกลี่ยยังขอชื่นชมประเทศมิตรและประเทศภราดรภาพต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนสำคัญต่อความคืบหน้าของการเจรจาในครั้งนี้

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1328491046105919/?rdid=mUpexYzWZVIsmNOZ#

จีนเอาคืนสหรัฐอเมริกา!! กระทรวงพาณิชย์จีนเพิ่มรายชื่อ บริษัทสหรัฐฯ 10 แห่งห้ามส่งออก ห้ามภาครัฐจัดซื้อบริษัท 46 แห่ง มาตรการตอบโต้จากปักกิ่ง

จีนคุมส่งออก 10 บริษัทสหรัฐฯ สั่งห้ามภาครัฐจัดซื้อสินค้าจาก 46 บริษัท

ปักกิ่ง, 22 มิ.ย. (ซินหัว) -- วันจันทร์ (22 มิ.ย.) กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศเพิ่มรายชื่อบริษัทสหรัฐฯ 10 แห่งเข้าในบัญชีควบคุมการส่งออก ตามกฎหมายควบคุมการส่งออกและระเบียบว่าด้วยการควบคุมการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทางของจีน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อคุ้มครองความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศในการไม่แพร่ขยายอาวุธ และเริ่มมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ประกาศ

มาตรการดังกล่าวห้ามส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทางไปยังบริษัทสหรัฐฯ 10 แห่ง ได้แก่ อาเวออกซ์ อิงค์ (Aveox) เรด แคท โฮลดิงส์ (Red Cat Holdings) ทีล โดรนส์ (Teal Drones) อิมซาร์ (IMSAR) ไจอา โรโบติกส์ (Jaia Robotics) บอล แอโรสเปซ แอนด์ เทคโนโลยีส์ คอร์ป (Ball Aerospace & Technologies Corp) ออชคอช ดีเฟนส์ (Oshkosh Defense) แอลทรี แฮร์ริส มาริไทม์ เซอร์วิสเซส (L3Harris Maritime Services) เอ็มพี แมตทีเรียลส์ คอร์ป (MP Materials Corp) และยูเอสเอ แรร์เอิร์ธ (USA Rare Earth)

นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังห้ามบุคคลและองค์กรจากทุกประเทศหรือภูมิภาคส่งต่อหรือจัดหาสินค้าดังกล่าวที่มีต้นกำเนิดจากจีนให้แก่บริษัททั้ง 10 แห่ง โดยกิจกรรมการส่งออกที่เกี่ยวข้องซึ่งกำลังดำเนินอยู่จะต้องยุติลงทันที

โฆษกกระทรวงฯ ชี้แจงในแถลงการณ์อีกฉบับหนึ่งว่ามาตรการข้างต้นมีขึ้นภายหลังจากการกระทำที่ไม่เหมาะสมของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่มบริษัทจีนหลายแห่งเข้าไปในบัญชีที่เรียกว่าเป็นรายชื่อบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีน พร้อมย้ำว่าผู้ประกอบการส่งออกทุกรายจะต้องไม่ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทางให้แก่บริษัทสหรัฐฯ ทั้ง 10 แห่งที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพดังกล่าว

ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังของจีนประกาศห้ามหน่วยงานภาครัฐจัดซื้อผลิตภัณฑ์จากบริษัทสหรัฐฯ 46 แห่ง ซึ่งรวมถึงล็อคฮีด มาร์ติน คอร์ปอเรชัน (Lockheed Martin Corporation) และเรย์ธีออน มิสไซล์ แอนด์ ดีเฟนส์ (Raytheon Missiles & Defense) โดยมาตรการข้างต้นได้รับการอนุมัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของจีน เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศ แต่จะไม่บังคับใช้กับบริษัทที่ลงทุนโดยสหรัฐฯ ซึ่งดำเนินกิจการอยู่ในจีน

ที่มา : Xinhua

จีนควบคุมส่ง แรเอิท ให้อเมริกา!! จีนขึ้นบัญชีบริษัทสหรัฐฯ หลังเพ่งเล็ง Alibaba–BYD–Baidu ขึ้นบัญชีควบคุมส่งออก 10 บริษัทสหรัฐ จับตาแรร์เอิร์ธกลายเป็นสมรภูมิใหม่

จีนประกาศควบคุมการส่งออก 10 บริษัทสหรัฐ รวมผู้ผลิต 'แร่หายาก' ตอบโต้วอชิงตันที่ขึ้นบัญชีบริษัทจีนหลายแห่งว่ามีส่วนสนับสนุนกองทัพจีน ตั้งแต่ 'อาลีบาบา' ถึง 'บีวายดี'

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ทางการจีน ประกาศเพิ่มรายชื่อ "บริษัทสหรัฐ 10 แห่ง" ซึ่งอ้างว่ามีความเชื่อมโยงกับกองทัพสหรัฐ เข้าสู่บัญชีควบคุมการส่งออก (Export Control List) ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงบริษัทด้านแร่หายาก หรือ "แรร์เอิร์ธ" 2 แห่งด้วย เพื่อตอบโต้กรณีที่สหรัฐขึ้นบัญชีจำกัดการค้าของบริษัทจีนหลายแห่งเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ฐานสนับสนุนกองทัพจีน

บริษัทด้านแรร์เอิร์ธที่ถูกขึ้นบัญชี คือ MP Materials และ USA Rare Earth โดยมาตรการดังกล่าวจะระงับการส่งออกสินค้าที่สามารถใช้ได้สองทางทั้งในภาคพลเรือน และการทหาร (Dual-use goods) จากจีนไปยังบริษัทเหล่านี้

ทั้ง MP Materials ซึ่งเป็นบริษัทซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และดำเนินการเหมืองแร่หายากที่ยังเปิดดำเนินงานอยู่เพียงแห่งเดียวในสหรัฐ รวมถึง USA Rare Earth ต่างมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานแร่หายากของสหรัฐ ตั้งแต่การทำเหมืองไปจนถึงการผลิตแม่เหล็ก

ด้านกระทรวงพาณิชย์จีนระบุในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการตอบโต้ต่อ “พฤติกรรมที่มุ่งร้ายของรัฐบาลวอชิงตัน” และมีเป้าหมายเพื่อปกป้องความมั่นคง และผลประโยชน์แห่งชาติของจีน ตลอดจนปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศด้านการไม่แพร่ขยายอาวุธ (Non-proliferation)

“องค์กร และบุคคลในทุกประเทศ และทุกภูมิภาค ถูกห้ามเคลื่อนย้ายหรือจัดหาสินค้าแบบใช้ได้สองทางที่มีแหล่งกำเนิดจากจีนให้แก่หน่วยงานเหล่านี้” กระทรวงพาณิชย์จีนระบุ พร้อมเสริมว่ากิจกรรมการส่งออกที่เกี่ยวข้องจะต้องยุติลงโดยทันที

มาตรการใหม่นี้ถือเป็นการห้ามส่งออกสินค้าประเภทใช้ได้สองทางให้แก่บริษัทที่ถูกระบุชื่อโดยสมบูรณ์ ซึ่ง "เข้มงวดกว่ากฎเดิม" ที่เพียงกำหนดให้ต้องขอใบอนุญาตส่งออกเป็นรายกรณี
นอกจากนี้ ในประกาศอีกฉบับหนึ่งกระทรวงการคลังจีน ระบุว่า ได้ตัดสินใจใช้มาตรการกับบริษัทสหรัฐเพิ่มเติมอีก 46 แห่ง

ภายใต้มาตรการดังกล่าวของกระทรวงการคลัง ผู้ซื้อในจีนจะไม่สามารถจัดซื้อผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่ผลิตโดยบริษัทเหล่านี้ได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม บริษัทที่ได้รับเงินทุนจากสหรัฐ และดำเนินธุรกิจอยู่ภายในจีน ยังคงสามารถจัดซื้อสินค้าเหล่านั้นได้

ความเคลื่อนไหวล่าสุดมีขึ้นหลังจากเมื่อสองสัปดาห์ก่อน สหรัฐได้เพิ่มรายชื่อบริษัทจีนหลายแห่งเข้าสู่บัญชีที่เชื่อว่ามีส่วนสนับสนุนกองทัพจีน ซึ่งรวมถึง "Alibaba, Baidu, BYD และ NIO"

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1239528?anf=

'เฮมมาตี' ชี้ซื้อสินค้าตามราคาและคุณภาพ!! ดีลปลดล็อกเงินอิหร่านยังร้อน อิหร่าน ยืนยันเงินที่ปลดล็อคเป็นของตนเอง ไม่ผูกมัดต้องซื้อจากสหรัฐฯ เท่านั้น ขณะ 'ทรัมป์' กับ 'แวนซ์' ตั้งข้อกล่าวหา

อิหร่านยืนยัน เงินที่ถูกปลดล็อคเป็นทรัพย์สินของอิหร่าน และรัฐบาลเตหะรานจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะใช้จ่ายอย่างไร โดยพิจารณาจากราคา คุณภาพของสินค้า

อับดุลนาสเซอร์ เฮมมาตี (Abdolnasser Hemmati) ผู้ว่าการธนาคารกลางอิหร่าน หนึ่งในคณะผู้แทนหลักในการเจรจาเชิงนโยบายเศรษฐกิจและการปลดล็อกมาตรการคว่ำบาตรกับสหรัฐอเมริกา ตอบโต้คำกล่าวของ "ทรัมป์" และ "เจดี แวนซ์" เกี่ยวกับข้อตกลงปลดล็อกทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัด โดยยืนยันว่า เอกสารที่มีการลงนามไม่ได้กำหนดให้อิหร่านต้องนำเงินที่ได้รับคืนไปซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ แต่อย่างใด

เฮมมาตีกล่าวว่า หากสินค้าอาหารจากสหรัฐฯ มีราคาถูกกว่าและคุณภาพดีกว่า อิหร่านก็สามารถเลือกซื้อได้ แต่ไม่ได้มีข้อผูกมัดให้ต้องซื้อจากสหรัฐฯ เท่านั้น พร้อมระบุว่า เงินทุนส่วนที่สองที่ได้รับการปลดล็อกยังสามารถนำไปใช้จัดซื้อสินค้าอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรได้เช่นกัน

คำชี้แจงดังกล่าวแตกต่างจากจุดยืนของทรัมป์และแวนซ์ ซึ่งก่อนหน้านี้พยายามนำเสนอว่าการปลดล็อกเงินทุนอิหร่านจะส่งผลให้เม็ดเงินจำนวนมากไหลกลับเข้าสู่ภาคเกษตรของสหรัฐฯ ผ่านการสั่งซื้อข้าวโพด ถั่วเหลือง และข้าวสาลีจากเกษตรกรอเมริกัน

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1329389866016037/?rdid=Qfc8YO60qaVTBzCd#

‘ทรัมป์’ เดือดราคาน้ำมันหน้าปั๊มยังแพง!! บีบบริษัทน้ำมันลดราคาหน้าปั๊มให้เร็วกว่านี้ สหรัฐฯ จ่อสอบบริษัทยักษ์น้ำมัน ราคาน้ำมันเบนซินลดเหลือ 3.93 ดอลลาร์ ชี้ประชาชนถูกเอาเปรียบจากราคาปั๊มลดช้า


สั่งสอบบริษัทน้ำมันข้อหาลดราคาช้า

President Trump สั่งจัดการ

The big Oil Companies are not dropping their price at the pump commensurate with the sharply lower prices they are paying for Oil. Those prices are dropping like a rock! In other words, customers are being “gouged.” I have instructed the DOJ to immediately start looking into this. Gasoline prices better start going down a lot faster than what I’m seeing! President DJT

บริษัทยักษ์ใหญ่น้ำมันทั้งหลาย ไม่ยอมลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มให้สอดคล้องกับต้นทุนน้ำมันดิบที่ร่วงลงอย่างหนัก ทั้งที่ราคาน้ำมันดิบกำลังดิ่งลงราวกับก้อนหินตกจากหน้าผา!

พูดง่าย ๆ ประชาชนกำลังถูก ‘ฟันกำไรเกินควร’ อย่างชัดเจน

ผมได้สั่งให้กระทรวงยุติธรรม (DOJ) ตรวจสอบเรื่องนี้โดยทันทีแล้ว

ราคาน้ำมันเบนซินควรจะต้องลดลงเร็วกว่านี้ และลดลงมากกว่าที่ผมกำลังเห็นอยู่ในตอนนี้!

ล่าสุดอยู่ที่ 3.93 ดอลล่าร์

ลงมาจาก 4.53 ดอลล่าร์เมื่อเดือนที่แล้ว

ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน

แต่ยังห่างไกล 3.22 ดอลล่าร์เมื่อปีที่แล้ว

ไม่ทันใจท่านประธานาธิบดี

เพราะอีก 4 เดือนก็จะเลือกตั้ง Mid-term
 

กอบศักดิ์ ภูตระกูล 

ที่มา : https://www.facebook.com/1044766528/posts/10238085988622464/?rdid=De5eXzFSAIHVabFc#

ฮอร์มุซยังล็อกเกมเดือด!! นักวิชาการชี้ สหรัฐฯ–อิสราเอลยืดกำลังเกินตัว ขณะอิหร่านชนะได้ด้วยการไม่ถอย ‘ดร.เกร็ก ไซมอนส์’ เตือนวอชิงตันไม่พร้อมเปิดสงครามใหญ่ เหตุเสี่ยงกระทบการเมืองในประเทศ

บันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างอิหร่าน–สหรัฐฯ ไม่ได้ถูกมองโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าเป็นข้อตกลงหยุดยิง อีกทั้งทั้งสองฝ่ายยังมีรูปแบบพฤติกรรมที่มักละเมิดข้อตกลงพักรบอยู่แล้ว ดร.เกร็ก ไซมอนส์ ศาสตราจารย์ด้านวารสารศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Daffodil International University กล่าวกับสำนักข่าว Sputnik

“พวกเขาละเมิดเงื่อนไข แล้วโยนความผิดให้อีกฝ่าย” ดร.เกร็ก ไซมอนส์ กล่าว “เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่เหนือความคาดหมาย นี่คือวิธีที่พวกเขาปฏิบัติ”

กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน 10 จุด ทั้งในและรอบช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมอ้างว่าโดรนอิหร่านได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน Kiku ซึ่งชักธงปานามา เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์

กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประณามการโจมตีของสหรัฐฯ ทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยระบุว่าเป็นการละเมิดข้อตกลง ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ IRGC ระบุว่า การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านมุ่งเป้าไปยังฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ ในคูเวต และฐานทัพเรือของสหรัฐฯ ในบาห์เรน

“ไอน์สไตน์เคยกล่าวไว้ว่า การทำสิ่งเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่คาดหวังผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไป คือสัญญาณของความวิกลจริต” ไซมอนส์กล่าว ขณะให้ความเห็นต่อปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ
นักวิเคราะห์รายนี้ระบุว่า ทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลไม่มีศักยภาพทางทหารเพียงพอที่จะทำลายภาวะชะงักงันรอบช่องแคบฮอร์มุซได้ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่มีกำลังภาคพื้นดินจำนวนมากในภูมิภาค ซึ่งจำเป็นต่อปฏิบัติการในระดับดังกล่าว

ในทางกลับกัน อิหร่านจะเป็นฝ่ายได้เปรียบเพียงแค่ “รักษาภาวะทางตัน” และไม่ยอมอ่อนข้อ ตามความเห็นของไซมอนส์

ขณะเดียวกัน วอชิงตันเองก็ไม่ต้องการยกระดับความขัดแย้งให้ลุกลามเป็นสงครามขนาดใหญ่ เพราะอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อสถานะทางการเมืองภายในประเทศ ในภาพรวม ทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลต่างก็กำลังถูกยืดขยายกำลังมากเกินไป

“สหรัฐฯ คือจักรวรรดิที่กำลังเสื่อมถอย กองทัพของพวกเขากำลังอ่อนแรงลง หากเกิดสงครามที่กว้างขึ้น นั่นจะยิ่งเร่งการล่มสลายของ Pax Americana ให้เร็วขึ้น” ไซมอนส์สรุป

ที่มา : Sputnik

รัสเซียยันไม่ทิ้งข้อเสนอสหรัฐฯ!! รัสเซียจับตาท่าทีสหรัฐฯ หลังประชุมนาโต ย้ำไม่ตัดสัมพันธ์วอชิงตันในประเด็นยูเครน มอสโกชี้ความขัดแย้งยูเครนจบเร็วได้ หากสหรัฐฯ เดินตามกรอบที่ตกลงไว้ในอะแลสกา

ซเวนีโกรอด, รัสเซีย — รัสเซียไม่ได้ละทิ้งข้อเสนอของสหรัฐฯ เกี่ยวกับยูเครนที่มีขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดที่อะแลสกา เซอร์เกย์ เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวเมื่อวันจันทร์

“เราไม่ได้ละทิ้งข้อเสนอของฝ่ายอเมริกันที่มีขึ้นก่อนการประชุมที่แองเคอเรจ ซึ่งเราได้ตกลงไว้แล้ว” เรียบคอฟกล่าวกับผู้สื่อข่าว

เรียบคอฟระบุว่า รัสเซียจะติดตามท่าทีที่สหรัฐฯ จะกำหนดต่อประเด็นยูเครน ภายหลังการประชุมสุดยอดนาโตที่กรุงอังการา พร้อมเสริมว่า ขณะนี้สหรัฐฯ มีท่าทีค่อนข้างถอยห่างจากกระบวนการยุติความขัดแย้งในยูเครนอย่างเห็นได้ชัด และฝ่ายที่ไม่ต้องการสันติภาพในยูเครนกำลังพยายามใช้ประโยชน์จากท่าทีของสหรัฐฯ ในประเด็นนี้
.
เรียบคอฟกล่าวเพิ่มเติมว่า รัสเซียได้แจ้งต่อสหรัฐฯ ถึงความไม่เห็นด้วยต่อการที่วอชิงตันเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในความขัดแย้งในยูเครน

เขายังระบุว่า การเจรจาระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไปทุกวัน และในหลายระดับ
“รัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยังคงติดต่อกัน ทั้งในรูปแบบลายลักษณ์อักษรและการสนทนาโดยตรง ขณะที่การเจรจาในระดับคณะทำงานก็ยังดำเนินต่อไป และผมไม่ลังเลที่จะบอกว่า เป็นการติดต่อกันในทุกวัน” เรียบคอฟกล่าวกับผู้สื่อข่าว

นักการทูตรัสเซียรายนี้กล่าวว่า ความขัดแย้งในยูเครนสามารถคลี่คลายได้อย่างรวดเร็ว หากรัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมดำเนินการบนพื้นฐานของความยินยอมที่รัสเซียให้ไว้ที่อะแลสกา พร้อมย้ำว่า รัสเซียไม่มีแผนตัดความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในประเด็นยูเครน

ในประเด็นความขัดแย้งอิหร่าน เรียบคอฟกล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้ตอบสนองด้วยท่าทีให้ความเคารพและให้ความสนใจ ระหว่างการสนทนากับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย ต่อความพร้อมของรัสเซียในการช่วยคลี่คลายความขัดแย้งอิหร่าน

“แน่นอน เป็นการตอบสนองด้วยความเคารพและความสนใจ ผมขอพูดเช่นนั้น ส่วนพวกเขาจะตอบสนองในทางปฏิบัติอย่างไรนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” เรียบคอฟกล่าวกับผู้สื่อข่าว เมื่อถูกถามถึงท่าทีของสหรัฐฯ ต่อข้อเสนอของรัสเซียในการช่วยคลี่คลายความขัดแย้งอิหร่าน
เรียบคอฟกล่าวว่า เคยมีหลายสถานการณ์ก่อนหน้านี้ที่สหรัฐฯ ประกาศอย่างหนึ่ง แต่กลับดำเนินการอีกอย่างหนึ่ง

“โดยภาพรวมแล้ว คำถามที่ว่าจะทำอย่างไรให้เจตนารมณ์สอดคล้องกับการลงมือปฏิบัติจริง ถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างเรากับสหรัฐฯ ในวันนี้” นักการทูตรัสเซียกล่าว

ที่มา : Sputnik

‘อาจารย์อุ๋ย’ วิเคราะห์สหรัฐฯ คว่ำ MOU อิหร่าน ส่อเปลี่ยนสันติภาพเป็นเกมการเมืองก่อนเลือกตั้งกลางเทอม จับตาเกมเลือกตั้ง–แรงกดดันอิสราเอลดันตะวันออกกลางเดือด เตือนไทยต้องรับมือราคาน้ำมัน–เงินเฟ้อจากช่องแคบฮอร์มุซ ชี้ระเบียบโลกสั่นเมื่อมหาอำนาจไม่รักษาสัญญ

อาจารย์อุ๋ย ชี้! สหรัฐฯ กลืนน้ำลายคว่ำ MOU อิหร่าน เกมการเมืองสกปรก ทุนไซออนิสต์บงการ หรือดิ้นหนีตายเลือกตั้งกลางเทอม?

เมื่อข้อตกลงหยุดยิงที่เกือบจะสร้างสันติภาพในตะวันออกกลางอย่าง "บันทึกความเข้าใจอิสลามาบาด" (Islamabad MOU) ที่เพิ่งลงนามไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 กลับถูกฉีกทิ้งอย่างไร้ชิ้นดีด้วยน้ำมือของสหรัฐอเมริกาเอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลวอชิงตันลนลานหาทางลงเพราะหวาดผวาว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจะเข้ามาขย้ำเศรษฐกิจอเมริกันจนพังพินาศ แต่จู่ๆ กลับเปลี่ยนท่าทีมาเปิดฉากถล่มเป้าหมายอิหร่านและหวนกลับมาปิดล้อมน่านน้ำอีกครั้งในช่วงกรกฎาคมนี้

ในฐานะนักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ ผมขอวิเคราะห์ว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็น "เกมสมประโยชน์" ที่ผสมโรงระหว่างอิทธิพลมืดทางการเงิน และฤดูกาลเลือกตั้งที่กำลังไล่กวดเข้ามา

ทำไมสหรัฐฯ ถึงกลืนน้ำลายตัวเอง? เปิดหน้าตัก "ทุนไซออนิสต์":

คำถามสำคัญคือ สหรัฐฯ ยอมเสี่ยงให้ราคาน้ำมันโลกทะลุเพดานและทุบเศรษฐกิจตัวเองทำไม? คำตอบซ่อนอยู่ในโครงสร้างอำนาจภายในของอเมริกา

ในทางการเมืองระหว่างประเทศ กลุ่มผลประโยชน์ข้ามชาติอย่าง กลุ่มล็อบบี้ยิสต์ยิวไซออนิสต์ (เช่น AIPAC) มีอิทธิพลเหนือนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ อย่างเบ็ดเสร็จ กลุ่มทุนเหล่านี้ควบคุมเส้นเลือดใหญ่ทั้งในตลาดเงินวอลล์สตรีท เม็ดเงินบริจาคพรรคการเมือง และสื่อกระแสหลัก

เมื่ออิสราเอลส่งสัญญาณชัดเจนว่า "ไม่ยอมรับข้อตกลงใดๆ กับอิหร่าน" และพร้อมจะเดินหน้าลุยทางตอนใต้ของเลบานอนต่อ แรงกดดันมหาศาลจึงตกมาที่ทำเนียบขาว สหรัฐฯ ถูกบีบให้เลือกระหว่าง ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระยะสั้นของประเทศ กับ ความอยู่รอดทางการเมืองของนักการเมืองที่พึ่งพาเงินทุนไซออนิสต์ และสุดท้าย... ทุนนิยมและการทหารก็ชนะกฎหมายระหว่างประเทศตามเคย ข้อตกลงที่ลงนามกันไว้จึงกลายเป็นเพียงเศษกระดาษในพริบตา

นอกจากนี้หากเรากางปฏิทินดู จะเห็นภาพชัดเจนว่าทำไมสงครามถึงต้องถูกลากยาวและทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงนี้ ปัจจัยหลักมาจากสองสมรภูมิเลือกตั้งใหญ่:

 * ตุลาคม 2026 - การเลือกตั้งอิสราเอล: นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู และพรรคลิคุด กำลังเผชิญภาวะวิกฤตศรัทธาอย่างรุนแรง ทางรอดเดียวของเขาในทางเมืองคือการ "เลี้ยงไข้สงคราม" เพื่อทำตัวเป็นผู้นำยามสงครามและปลุกกระแสชาตินิยม หากสงครามจบลง เนทันยาฮูอาจต้องลงจากอำนาจและเผชิญคดีความ ดังนั้น การกดดันให้สหรัฐฯ ฉีก MOU แล้วมาร่วมวงถล่มอิหร่าน จึงเป็นตั๋วต่ออายุทางการเมืองของเขาโดยตรง

 * พฤศจิกายน 2026 - การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ: พรรครีพับลิกันของโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการรักษาและยึดเก้าอี้ในสภาคองเกรสทั้งหมด นักการเมืองอเมริกันรู้ดีว่า หากหักหลังอิสราเอลในช่วงนี้ เม็ดเงินสนับสนุนการหาเสียงจากกลุ่มทุนยิวจะถูกตัดทันที และอาจโดนฝ่ายขวาจัดซึ่งเป็นฐานเสียงตัวเองโจมตีว่า "อ่อนข้อให้ผู้ก่อการร้ายอิหร่าน" ดังนั้น การยอมกลืนน้ำลายตัวเองแล้วหันมาเล่นบทโหดดุดันสะใจพญาอินทรี จึงเป็นเกมหาเสียงที่หวังผลคะแนนนิยมจากกลุ่มอนุรักษนิยมในประเทศ

เมื่อมหาอำนาจอันดับหนึ่งเลือกที่จะละเมิดหลักการ Pacta sunt servanda (สัญญาต้องเป็นสัญญา) เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ระเบียบโลกเดิมก็ถือว่าล่มสลายอย่างสิ้นเชิง โดยทิศทางหลังจากนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยิ่งทวีความรุนแรงและขยายวงกว้าง(Escalation) 

อิหร่านจะไม่อยู่เฉยและพร้อมใช้ไพ่ตายในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก รวมทั้งใช้พันธมิตรอย่างกลุ่มฮูตีในเยเมนปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ และสหรัฐฯ เองก็จะใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลที่เข้มข้นขึ้น

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ สงครามครั้งนี้จะกลายเป็นตัวประกันของการเมืองภายในของทั้งสองประเทศ ตราบใดที่ผลการเลือกตั้งในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนยังไม่นิ่ง เราอาจจะยังไม่เห็นสัญญาณการเจรจาสันติภาพที่แท้จริง ประเทศไทยควรเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตพลังงานรอบใหม่และภาวะเงินเฟ้อที่จะตามมาหลอกหลอนอีกครั้ง

ด้วยความปรารถนาดี

https://www.facebook.com/share/p/19FWemqYh1/?mibextid=wwXIfr

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่!! กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ รายงาน โจมตีเป้าหมายหลายสิบแห่งทั่วอิหร่าน อิหร่านเผยพลเรือนตาย 7 รายบาดเจ็บ สะพานและสถานีรถไฟถูกโจมตีหนัก

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการโจมตีระลอกใหญ่ต่ออิหร่านอีกครั้ง โดยใช้เครื่องบินขับไล่ โดรน และเรือรบ โจมตีเป้าหมายหลายสิบแห่ง

CENTCOM อ้างว่า การโจมตีดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่ขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน แต่รายงานจากฝั่งอิหร่านระบุอีกด้านหนึ่ง

สื่ออิหร่านรายงานว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน รวมถึงสะพาน สถานีรถไฟ และเสาสื่อสารโทรคมนาคม โดยสำนักข่าวทัสนิมรายงานว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ต่อสะพานในเมืองบันดาร์ คามีร์ ทำให้พลเรือนเสียชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บอีก 9 ราย

การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของสหรัฐฯ ต่อเนื่องเป็นคืนที่ 6 ติดต่อกัน ถือเป็นอีกขั้นหนึ่งของการรุกรานอิหร่านโดยวอชิงตัน และยิ่งทำให้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนโดยกองทัพสหรัฐฯ กลายเป็นเรื่องที่ถูกทำให้ชินชาเพิ่มขึ้น

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top