Thursday, 4 June 2026
สหรัฐอเมริกา

‘อาลี คาเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านลั่น ‘อิหร่าน’ จะต่อยปากคนห้ามเสริมแร่ยูเรเนียม

(25 ก.ย. 68) อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ออกมาปราศรัยเมื่อวันอังคาร (23 ก.ย.) ถึงการปฏิเสธการเจรจากับสหรัฐฯ โดยตรง พร้อมตอบโต้ข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในประเทศ โดยคาเมเนอีชี้ว่าเป็น “คำสั่งบังคับ” มากกว่า “การเจรจา” และถือเป็นการดูหมิ่นชาติอิหร่าน

คาเมเนอี กล่าวว่า การเจรจาในเงื่อนไขปัจจุบันจะไม่เกิดประโยชน์ต่อผลประโยชน์ของชาติ และอาจสร้างความเสียหายร้ายแรง โดยสหรัฐฯ วางเงื่อนไขไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ผลลัพธ์ที่ยอมรับได้เพียงอย่างเดียว คือการให้อิหร่านหยุดโครงการนิวเคลียร์และการห้ามเสริมแร่ยูเรเนียมทั้งหมด ซึ่งคาเมเนอีมองว่าไม่ใช่การเจรจา แต่เป็นการบังคับให้ยอมจำนน

นอกนากนี้ คาเมเนอีระบุชัดว่า ข้อเรียกร้องที่ให้อิหร่านไม่มีสิทธิเสริมแร่ยูเรเนียม เป็นสิ่งที่เกินกว่าที่ชาติที่มีศักดิ์ศรีจะยอมรับ พร้อมกล่าวเชิงแข็งกร้าวว่า “ประชาชาติอิหร่านจะชกปากคนที่พูดเช่นนี้” และย้ำว่าอิหร่านจะไม่ยอมก้มหัวต่อแรงกดดันใด ๆ ทั้งเรื่องยูเรเนียมหรือประเด็นอื่น

พร้อมทั้ง เขายังวิจารณ์สหรัฐฯ ว่าใช้วิธีการข่มขู่ ทั้งการคุกคามทางทหารและการแทรกแซงในหลายประเด็น หากอิหร่านยอมเจรจาภายใต้เงื่อนไขแบบนี้ จะยิ่งตอกย้ำความอ่อนแอและนำไปสู่การถอยร่นเรื่อย ๆ คาเมเนอีย้ำว่า “ไม่มีชาติที่มีเกียรติใดยอมเจรจาภายใต้การขู่บังคับ” และเตือนว่าข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่อ้างว่าจะให้สิ่งตอบแทนนั้นเป็นเพียงคำโกหกเท่านั้น

‘ทรัมป์’ เซ็นคำสั่งด่วนซื้อ TikTok ดำเนินธุรกิจต่อในสหรัฐฯ มูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลล์!! ดัน Oracle-กลุ่มทุนอาบูดาบี ถือหุ้นใหญ่

(26 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร อนุมัติข้อตกลงที่เปิดทางให้ TikTok ยังดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ ต่อไป โดยข้อตกลงนี้ประเมินมูลค่าธุรกิจไว้ที่ 14,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 511,000 ล้านบาท) ตามคำกล่าวของรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ (James David Vance) ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายความมั่นคงที่บังคับให้ ByteDance บริษัทแม่ในจีน ต้องขายกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ มิฉะนั้นจะถูกแบนออกจากประเทศ

ตามข้อตกลง จะมีการตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่เพื่อดูแลกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ โดย ByteDance ถือหุ้นไม่ถึง 20% ขณะที่กลุ่มนักลงทุนหลัก ได้แก่ Oracle, Silver Lake และกองทุน MGX จากอาบูดาบี จะถือหุ้นรวมราว 45% ส่วนที่เหลือเป็นของนักลงทุนรายอื่น โดยข้อตกลงนี้ยังต้องรอการอนุมัติจากรัฐบาลจีน

Oracle จะมีบทบาทหลักในการดูแลความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้ พร้อมให้บริการคลาวด์แก่ TikTok สหรัฐฯ โดยมี แลร์รี เอลลิสัน (Larry Ellison) ซีอีโอของ Oracle เข้าร่วมในกลุ่มผู้ถือหุ้นด้วย ทรัมป์ย้ำว่าข้อตกลงนี้ทำให้ TikTok อยู่ในการบริหารของ “นักลงทุนชาวอเมริกัน” และดำเนินงานโดยสหรัฐฯ อย่างเต็มรูปแบบ

แม้ ByteDance จะยังไม่ออกมายืนยันธุรกรรมครั้งนี้ แต่ทรัมป์กล่าวว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้อนุมัติให้เดินหน้าแล้ว โดยคำสั่งของทรัมป์ยังขยายเวลาให้ ByteDance จนถึง 16 ธันวาคม ก่อนที่กฎหมายความมั่นคงจะถูกบังคับใช้ 

คุณตาเจ้าของร้านล้างรถ วัย 79 ฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ 50 ล้านดอลล์!! อ้างถูก จนท. ICE ทำร้ายซี่โครงหัก-สมองกระเทือน

(29 ก.ย. 68) นายราฟี โอลลาห์ ชูเฮด (Rafie Ollah Shouhed) วัย 79 ปี เจ้าของร้านล้างรถในนครลอสแอนเจลิส ยื่นฟ้องหน่วยงานด้านตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (ICE) มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ โดยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ ICE และหน่วยงานความมั่นคงอื่น ๆ ทำร้ายร่างกายเขาระหว่างการบุกตรวจค้นเมื่อ 9 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าถูกผลักล้ม กระแทกพื้น และถูกกดทับโดยเจ้าหน้าที่หลายคน ขณะพยายามสอบสวนธุรกิจของตน

ทนายความของนายชูเฮดระบุว่า กล้องวงจรปิดเผยให้เห็นการใช้กำลังอย่างรุนแรงโดยไม่จำเป็น เจ้าของร้านสูงวัยถูกกักตัวนาน 12 ชั่วโมงโดยไม่ได้รับการรักษาพยาบาล ก่อนจะถูกปล่อยตัวโดยไม่ตั้งข้อหา ซึ่งเขาอ้างว่าได้รับบาดเจ็บซี่โครงหัก ศอกบาดเจ็บ และอาการกระทบกระเทือนทางสมอง ขณะที่ตนเองยังมีโรคหัวใจและพยายามร้องขอความช่วยเหลือแต่ถูกเพิกเฉย

กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ (DHS) ชี้แจงว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบุกจับแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 5 คนจากกัวเตมาลาและเม็กซิโก โดยระบุว่าเจ้าของร้านเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ที่ขัดขวางการปฏิบัติงานและถูกจับในข้อหาทำร้ายและขัดขวางเจ้าหน้าที่ ซึ่งต่อมาถูกปล่อยตัวแล้ว

กรณีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งอย่างต่อเนื่องเรื่องการกวาดล้างคนเข้าเมืองในลอสแอนเจลิส ซึ่งจุดชนวนการประท้วงและคดีฟ้องร้องจำนวนมาก ล่าสุดผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียลงนามกฎหมายห้ามเจ้าหน้าที่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า โดยให้เหตุผลว่าเป็นภาพลักษณ์ที่คล้ายหน่วยตำรวจลับในระบอบเผด็จการ ขณะที่ทำเนียบขาวยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลกลางไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว

‘ทรัมป์-เนทันยาฮู’ จับมือเห็นชอบแผนสันติภาพกาซา 20 ข้อ รอการตัดสินใจของฮามาส

เมื่อวันที่ (29 ก.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้นำเสนอ “แผนสันติภาพกาซา 20 จุด” ร่วมกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู โดยแผนดังกล่าวมีข้อเสนอให้ อิสราเอลหยุดยิงทันทีและถอนกำลังเป็นระยะ พร้อมกับให้ ฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมดภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากที่อิสราเอลยอมรับแผนดังกล่าว

อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญคือ การนิรโทษกรรมแก่สมาชิกฮามาสที่ยอมมอบตัวพร้อมปลดอาวุธ และห้ามไม่ให้ฮามาสมีบทบาทในการปกครองกาซาอีกต่อไป แทนที่ด้วยการจัดตั้ง “คณะผู้บริหารเทคนิค” ภายใต้การดูแลของหน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น “Board of Peace” ที่ทรัมป์จะเป็นประธานร่วมกับบุคคลอื่น ๆ เช่น เซอร์แอนโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร (Sir Anthony Blair)

แผนยังระบุด้วยว่าจะมีการส่ง กองกำลังรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ (International Stabilization Force หรือ ISF) เข้าไปควบคุมความมั่นคงภายในกาซาโดยตรง โดยที่ฮามาสจะไม่มีบทบาทในการจัดการภายในพื้นที่

ส่วนด้าน แผนพัฒนาเศรษฐกิจของทรัมป์ ระบุว่าจะฟื้นฟูเมืองกาซาภายใต้แนวคิด “New Gaza” โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภูมิภาคมาดำเนินโครงการก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone) และโครงการรายใหญ่หลายโครงการร่วมทุน (public-private partnerships)

ทั้งนี้แผนเก่าที่ถูกเปิดเผยก่อนหน้านี้ ยังเคยเสนอชื่อ “GREAT Trust” ซึ่งมีแนวคิดฟื้นฟูกาซาเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี และอาจมีการย้ายถิ่นชั่วคราวหรือจูงใจให้ชาวกาซาย้ายออกบางส่วนในระหว่างการก่อสร้าง

เพจดัง!! ขุดงบ NED หนุน 38 องค์กรในไทย ตั้งแต่ปี 2016-2020 ทะลุ 14 ล้านเหรียญ

เมื่อวันที่ (29 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก 'Vee Chirasreshtha' ได้โพสต์ข้อความ…ถึงประเด็นเมื่อปี 2016- 2020 ที่ผ่านมา NED ให้เงินสนับสนุน 38 องค์กรในไทยรวมกว่า 14 ล้านเหรียญสหรัฐไปทำไม องค์กรเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ? อ๋อ ไม่ใช่สภากาชาดหรอกครับ

ยกตัวอย่างแล้วกันว่ามีองค์กรใดบ้าง Internet Law Reform Dialogue ไม่คุ้นล่ะสิ iLaw ไง รับเงินจาก NED มาสร้างคอนเทนต์และป่วนประเทศไทยตั้งแต่ปี 2016 ปีล่ะราว ๆ 3 หมื่น ถึง 5 หมื่นเหรียญ ตกปีล่ะ ล้านกว่า ถึง เกือบ 2 ล้าน

แล้วสหรัฐได้อะไรจากการลงทุนนี้ ? ก็ลองสังเกตคอนเทนต์ของไอลอว์ดู คือแทรกแซงกระทั่งการเลือกตั้ง นี่เท่ากับ สหรัฐ จ้างวานคนไทยในการเข้ามาวุ่นวายกับการเลือกตั้งนะครับ อันนี้คือ ยอมรับได้ ?

องค์กรอื่นๆ มีอะไรบ้างที่รับเงินจาก NED ของสหรัฐ 101 World จากปี 2017 ได้ 5 หมื่นเหรียญ ปี 2020 ได้ 9 หมื่นเหรียญ แหม่ ทำไมทุ่มทุนไม่หยุด ลองถามตัวเองสิครับว่าเขาจ่ายเงินแล้วเขาได้อะไรจากการที่ 101 world ทำคอนเทนต์ต่าง ๆ

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ก็รับจาก NED ปี 2020 รับไป 1 แสน 2 หมื่นเหรียญ อีสานเรคคอร์ดนี่ก็ได้ทุกปีนาจาปีล่ะหลายหมื่นเหรียญ มีแม้แต่งบให้กลุ่ม Youth Activist's Capacity to Promote DEMOCRACY อูววววว ได้ไป 4 หมื่นเหรียญต่อปี

ใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มก็ลองหาจากเว็บ National Endowment for Democracy แล้วกัน ถถถ "สหรัฐเขาจะมาแทรกแซงทำไม ทำแล้วได้อะไร"

ก็ตอบมาครับว่าที่จ่ายๆ ให้องค์กรเหล่านี้แล้วเขาได้อะไร ?

‘ทรัมป์’ ยันสหรัฐฯ พร้อมหนุนหลัง ‘อิสราเอล’ ลุยเต็มสูบ หาก ‘ฮามาส’ ปัดแผนสันติภาพในฉนวนกาซา

(30 ก.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ทำเนียบขาวว่า สหรัฐจะให้การสนับสนุนอิสราเอลแบบเต็มที่ หากฮามาสปฏิเสธแผนสันติภาพกาซาที่เขานำเสนอ และถ้าฮามาสไม่ยอมรับ “บีบี (เนทันยาฮู) จะได้รับการหนุนหลังจากเราเต็มที่ในการทำสิ่งที่จำเป็น” โดยทรัมป์กล่าวต่อหน้าผู้นำอิสราเอลในการแถลงร่วมที่ได้รับความสนใจจากสื่อระหว่างประเทศ

สำหรับแผนที่ทำเนียบขาวเผยแพร่เป็นเอกสารประมาณ 20 ข้อ มีแกนหลักคือให้หยุดยิงทันที แลกการปล่อยตัวตัวประกัน–แลกนักโทษ, การถอนกำลังของอิสราเอลเป็นระยะ และส่งกองกำลังรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ (ISF) ควบคุมความมั่นคงควบคู่กับการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนเศรษฐกิจในกาซา พร้อมทั้งเสนอการนิรโทษกรรมสำหรับสมาชิกฮามาสที่ยอมปลดอาวุธและยอมเข้ากระบวนการสันติภาพ

เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่าเขาสนับสนุนแผนของทรัมป์และมองว่าเอกสารดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายสงครามของอิสราเอลที่จะนำตัวประกันกลับมาและยุติความสามารถทางทหารของฮามาส แต่ก็เตือนว่าหากฮามาสปฏิเสธหรือยอมรับเพียงผิวเผินและยังต่อต้าน อิสราเอลจะ “จัดการเอง” ไม่ว่าจะเป็นทางง่ายหรือทางยาก

อย่างไรก็ดี ความเป็นไปได้ของแผนยังถูกตั้งคำถามเพราะฮามาสยังไม่ได้ตกลงอย่างเป็นทางการและการโจมตีทางทหารยังคงเกิดขึ้นในบางพื้นที่ นักวิเคราะห์เตือนว่าการนำแผนไปปฏิบัติจริงต้องอาศัยการประสานจากหลายฝ่ายในภูมิภาคและความเชื่อใจที่ยังขาดอยู่ ซึ่งอาจทำให้แผนเดินหน้าได้ยากแม้จะมีการประกาศสนับสนุนจากสหรัฐฯ และอิสราเอลแล้วก็ตาม

‘สหรัฐฯ’ เล็งต่อยอดแผนสันติภาพกาซา 20 ข้อ ใช้ในการเจรจาวิกฤติสงคราม ‘ยูเครน-รัสเซีย’

(1 ต.ค. 68) สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนทรัมป์ประจำตะวันออกกลาง เปิดเผยว่า แผนสันติภาพของโดนัลด์ ทรัมป์ ร่วมกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เพื่อยุติการปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาแบบทันที ถูกมองว่าเป็นแผนที่ก้าวหน้า และอาจสร้างแรงกระเพื่อมไปสู่การเจรจาสันติภาพในยูเครนด้วย

ทรัมป์เผยแพร่แผน 20 ข้อเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที ซึ่งมีเงื่อนไขว่าต้องปล่อยตัวตัวประกันภายใน 72 ชั่วโมง และกำหนดว่า ฮามาสและกลุ่มอื่น ๆ ต้องไม่เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารฉนวนกาซา ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม

นอกจากนี้ แผนดังกล่าวระบุให้การควบคุมฉนวนกาซาถูกมอบให้แก่เจ้าหน้าที่เทคนิค ภายใต้การกำกับขององค์กรระหว่างประเทศที่ทรัมป์เป็นหัวหน้าเอง ซึ่งวิตคอฟฟ์หวังว่าแนวทางนี้อาจสร้างโมเดลสันติภาพที่สามารถขยายผลไปยังภูมิภาคอื่น รวมถึงสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน

‘จีน–รัสเซีย’ ปิดดีลสร้างท่อก๊าซยักษ์ Power of Siberia 2 ทำยุทธศาสตร์ยูเรเชียของ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ พังทลาย

(1 ต.ค. 68) จีนและรัสเซียบรรลุข้อตกลงสร้างท่อก๊าซ Power of Siberia 2 หลังเจรจายืดเยื้อมานาน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มปริมาณส่งออกก๊าซรัสเซียไปยังจีนเกือบสองเท่า หรือราว 100,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ด้วยราคาที่ถูกกว่ายุโรป ข้อตกลงนี้สะท้อนถึงความล้มเหลวของยุทธศาสตร์ใหญ่ด้านยูเรเชียของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่หวังใช้รัสเซียถ่วงดุลจีน แต่ไม่สามารถบรรลุได้

สาเหตุสำคัญเกิดจากการที่ทรัมป์ไม่สามารถบีบให้ยูเครนยอมอ่อนข้อให้รัสเซียได้ ขณะเดียวกันการที่นาโต้ (NATO) มีแนวโน้มขยายบทบาทในยูเครนยิ่งทำให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เลือกหันไปพึ่งพาจีนมากขึ้น ความเคลื่อนไหวนี้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอินเดีย หลังนโยบายกีดกันทางการค้าของทรัมป์ผลักดันให้อินเดียหันกลับไปปรับความสัมพันธ์กับจีน

การปรับท่าทีของอินเดียช่วยลดความกังวลต่อความร่วมมือด้านพลังงานจีน–รัสเซีย ที่เดิมอาจทำให้รัสเซียเสียสมดุลต่อปักกิ่ง โดยความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเปิดทางให้มอสโกปิดดีลท่อก๊าซกับจีนได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องกังวลว่าอินเดียจะใกล้ชิดกับสหรัฐฯ มากเกินไป อีกทั้งยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนขั้วความร่วมมือในภูมิภาค

ทั้งนี้ ผลลัพธ์คือยุทธศาสตร์ยูเรเชียของทรัมป์ล้มเหลวแบบไม่เป็นท่า ทั้งในมิติรัสเซียและอินเดีย ทำให้จีน–รัสเซียใกล้ชิดขึ้น และอินเดียเองก็เริ่มหันมาประสานกับจีนมากขึ้น สถานการณ์นี้เร่งให้เกิดความเป็นพหุขั้ว (multipolarity) ที่ลดอิทธิพลของสหรัฐฯ ลงในภูมิภาค

‘เวเนซุเอลา’ ลงมติรับรอง ‘สนธิสัญญายุทธศาสตร์’ เดินหน้ากระชับพันธมิตรแนบแน่นกับ ‘รัสเซีย’

(2 ต.ค. 68) เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergey Lavov) รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เข้าหารือกับอีวาน กิล (Yván Gil) รัฐมนตรีต่างประเทศเวเนซุเอลา ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ สมัยที่ 80 ที่นครนิวยอร์ก ทั้งสองฝ่ายย้ำมุมมองร่วมกันต่อประเด็นสำคัญของโลก และหารือถึงการประสานงานนโยบายต่างประเทศในเวทีพหุภาคี โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อปกป้องกฎบัตรสหประชาชาติ

ลาฟรอฟเน้นย้ำว่าไม่อาจยอมรับมาตรการบีบบังคับใด ๆ ต่อรัฐอธิปไตย พร้อมแสดงจุดยืนสนับสนุนผู้นำเวเนซุเอลาท่ามกลางแรงกดดันจากภายนอก ขณะที่สหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่ากำลังใช้ข้ออ้างปราบปรามการค้ายาเสพติดเพื่อโค่นอำนาจรัฐบาลของประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร โดยล่าสุดสหรัฐฯ ได้ส่งเรือรบเข้าประชิดชายฝั่งเวเนซุเอลา ขณะที่รัสเซียและจีนประกาศพร้อมช่วยปกป้องหากเกิดการรุกราน

ในด้านเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ รัฐสภาเวเนซุเอลาลงมติรับรอง “สนธิสัญญาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และความร่วมมือ” (Strategic Partnership and Cooperation Treaty) กับรัสเซียแล้ว ก่อนจะส่งต่อให้ประธานาธิบดีมาดูโรลงนาม ข้อตกลงนี้ถูกลงนามครั้งแรกโดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และประธานาธิบดีมาดูโร เมื่อ 7 พฤษภาคม 2025 ที่กรุงมอสโก ระหว่างที่มาดูโรเข้าร่วมพิธีรำลึก 80 ปีแห่งชัยชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเสริมสร้างพันธมิตรเพื่อต่อต้าน “ชาติตะวันตก”

แม้รายละเอียดฉบับเต็มยังไม่เปิดเผย แต่รายงานระบุว่า สนธิสัญญามีระยะเวลา 10 ปี ครอบคลุมความร่วมมือหลายด้าน ทั้งพลังงาน การพัฒนาแหล่งน้ำมันและก๊าซใหม่ ความมั่นคงและเทคนิคทางทหาร รวมถึงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์รัสเซียให้แก่เวเนซุเอลา ด้านรัสเซีย นายเซอร์เกย์ รีอาบคอฟ (Sergei Ryabkov) รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ แสดงความยินดีและย้ำว่ารัฐสภารัสเซียจะเร่งให้ความเห็นชอบเช่นกัน

การค้าระหว่างสองประเทศขยายตัวต่อเนื่อง โดยปี 2024 มีมูลค่ากว่า 270 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 70% จากปีก่อนหน้า เวเนซุเอลายังนำเข้าน้ำมัน อาวุธ และสินค้าเกษตรจากรัสเซียจำนวนมาก ขณะที่รัสเซียลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และระบบดาวเทียม GLONASS เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเวเนซุเอลา การเผชิญหน้าระหว่างเวเนซุเอลากับสหรัฐฯ จึงถูกจับตาว่าอาจกลายเป็นชนวนเผชิญหน้าระดับภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่ที่ดึงรัสเซียและจีนเข้ามามีบทบาทโดยตรง

‘ทรัมป์’ อนุมัติข่าวกรอง-อาวุธจัดเต็ม!! ให้ยูเครน โจมตีเป้าหมายหลัก ‘โครงสร้างพลังงาน’ ของรัสเซีย

(2 ต.ค. 68) สหรัฐฯ อนุมัติให้หน่วยข่าวกรองและกองทัพสหรัฐฯ ส่งข้อมูลข่าวกรองให้ยูเครน เพื่อนำไปใช้โจมตีเป้าหมายสำคัญด้านพลังงานของรัสเซียที่อยู่ลึกเข้าไปในประเทศ โดยรายงานของ The Wall Street Journal อ้างคำให้สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า วอชิงตันยังประสานกับประเทศสมาชิกนาโตให้สนับสนุนข้อมูลข่าวกรองในลักษณะเดียวกันด้วย

นอกจากนี้ สหรัฐฯ กำลังพิจารณาจัดหาอาวุธให้ยูเครนเพิ่มเติม เช่น ขีปนาวุธ Tomahawk และ Barracuda รวมถึงขีปนาวุธอื่นที่มีระยะยิงประมาณ 500 ไมล์ (804 กิโลเมตร) เพื่อเพิ่มความสามารถในการโจมตีเป้าหมายสำคัญของรัสเซียในระยะไกล

อย่างไรก็ตามทางฝั่งรัสเซียระบุว่า การส่งอาวุธให้ยูเครนจะทำให้ความขัดแย้งบานปลาย และถือว่าประเทศสมาชิกนาโตเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เตือนว่า ทุกภารกิจขนส่งอาวุธไปยังยูเครนจะถือเป็นเป้าหมายที่รัสเซียมีสิทธิ์โจมตีได้ตามกฎหมายสงคราม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top