Friday, 4 September 2026
รัสเซีย

ศึกยูเครนสะเทือนถึงตะวันออกกลาง!! นักวิเคราะห์ชี้รัสเซียถล่มเลือกจิ้ม ‘เซเลนสกี้’ ขอ “แพทริออท” เสริมป้องกัน สหรัฐยังลังเลไม่จัดหาให้ยูเครน ความขัดแย้งอาจทำลายเหมือนกาซ่า

นักวิเคราะห์ด้านการต่างประเทศจาก มหาวิทยาลัยชิคาโก นายจอห์น เมียส์เฮมเมอร์ วิเคราะห์สถานการณ์ที่ยูเครน ที่กำลังโดนกองทัพรัสเซียถล่มแบบเลือกจิ้มบนแผนที่ โดยเสมือนว่าไร้การต่อต้านใดๆเลย

เขาชี้ว่า เซเลนสกี้ เรียกร้องขอระบบป้องกันภัยทางอากาศ เอเคเอ แพทริออท จากสหรัฐซึ่งก็อยู่ในสภาพจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ป้องกันฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลาง หลังจากไปแหย่รังแตน (อิหร่าน)

ดังนั้นต่อให้ ทรัมป์เคลิ้มตามฝีปากเซเลนสกี้ ก็ไม่สามารถจัดหา แพทริออทให้แก่ยูเครนได้ ที่สำคัญเมื่อไม่มีแพทริออท ยูเครนก็ไม่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศอื่น เพื่อใช้ทดแทนได้ ขณะที่รัสเซียยังมีสรรพาวุธ อาทิ ขีปนาวุธ ICBM, Hypersonic, gliding, โดรนพิฆาต และบรรดาซีรีย์ระเบิดทิ้งดิ่ง FAB-xxx อีกเป็นจำนวนมหาศาลที่รอการใช้งาน

เขาชี้ว่า กว่ายูเครนจะผ่านพ้นความขัดแย้งนี้ได้ (หากไม่เกิดในเร็ววันนี้) ยูเครนจะกลายสภาพน้องๆกาซ่า(ในปัจจุบัน) แถมหนี้จำนวนมหาศาลที่ต้องใช้เวลาชดใช้กันชั่วลูกชั่วหลานเลยทีเดียว

อนึ่งเซเลนสกี้ มีแผนลากยุโรป ไปเป็นคู่ขัดแย้งกับอิหร่าน โดยโจมตีเรือบรรทุกสินค้าพาณิชย์ของอิหร่าน มันอ้างว่าอิหร่านขายอาวุธให้รัสเซีย (มันคงหมายถึง โดรนพิฆาตเจอรัน ที่รัสเซียพัฒนาโดยใช้ต้นแบบ จากโดรนพิฆาตชาเฮดของอิหร่าน)

อนึ่งสอง สื่อตะวันตกรายงาน อิหร่านใช้เวลาตอบโต้การโจมตีของสหรัฐสั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมหลังสหรัฐถล่มอิหร่าน กว่าอิหร่านจะตอบโต้ กินเวลาถึง 15 ชั่วโมง แต่ระยะหลังการโจมตีตอบโต้ของอิหร่าน ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น และอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ ทหารสหรัฐที่ฐานทัพในตะวันออกกลางพลีชีพเพราะหนีไม่ทัน

ญี่ปุ่น ฉุน รัสเซีย!! หลัง ‘ปูติน’ เหยียบเกาะคูริล จุดชนวนพิพาทดินแดนรอบใหม่ เตรียมเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรอย่างเข้มข้น สถานการณ์ตึงเครียดต่อเนื่องในภูมิภาค

โตเกียวเตรียมตอบโต้ หลัง "ปูติน" เหยียบเกาะคูริล

จากกรณีที่วานนี้ (13 ส.ค. 69) มีการเผยแพร่ข่าวว่า นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้เดินทางเยือนหมู่เกาะคูริล (Kuril Islands) ที่ทอดตัวอยู่ระหว่างเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น กับคาบสมุทรคัมชัตคา ประเทศรัสเซียเป็นครั้งแรก โดยรัสเซียเป็นผู้ควบคุมหมู่เกาะดังกล่าว ในขณะที่ญี่ปุ่นอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่นี้ และได้ออกมาประท้วงอย่างรุนแรงต่อการเดินทางเยือนดังกล่าว

ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียประกาศเมื่อวานนี้ว่า นายปูตินได้เข้าตรวจเยี่ยมโรงงานแปรรูปอาหารทะเลบนเกาะเอโตโรฟุ (Etorofu Island) ทั้งนี้ ญี่ปุ่นได้อ้างสิทธิ์เหนือเกาะ 4 แห่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงยืนยันว่าหมู่เกาะเหล่านี้เป็นดินแดนดั้งเดิมของญี่ปุ่น และระบุว่าหมู่เกาะดังกล่าวถูกยึดครองอย่างผิดกฎหมายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมีส่วนร่วมในการเจรจากับรัสเซียตามนโยบายพื้นฐานในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเรื่องดินแดนและการทำสนธิสัญญาสันติภาพ การเจรจาดังกล่าวมีความคืบหน้าอย่างแข็งขันภายใต้รัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรี นายชินโซ อาเบะ ในการประชุมสุดยอดระหว่างอาเบะและปูตินที่จัดขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์เมื่อปี 2561 ผู้นำทั้งสองได้ตกลงที่จะเร่งรัดการเจรจา ทว่าการหารือกลับไม่มีความคืบหน้านับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ต่อมา ญี่ปุ่นเริ่มยกระดับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อมอสโกอย่างเข้มงวดขึ้นในเดือนมีนาคม 2565 โดยร่วมมือกับชาติตะวันตก เพื่อตอบโต้กรณีที่รัสเซียเข้ารุกรานยูเครน ขณะที่ทางมอสโกได้ออกมาประท้วงมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว และแสดงเจตจำนงที่จะระงับการเจรจากับญี่ปุ่นเรื่องสนธิสัญญาสันติภาพ ซึ่งรวมถึงการหารือเกี่ยวกับหมู่เกาะพิพาท จากนั้นรัสเซียจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนเดินทางไปยังเกาะเอโตโรฟุอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันพุธ (12 ส.ค.) ที่ผ่านมา ปูตินได้วิพากษ์วิจารณ์ญี่ปุ่นขณะตรวจการซ้อมรบของกองเรือแปซิฟิกของรัสเซีย โดยการเดินทางเยือนเกาะแห่งนี้ของเขาดูเหมือนจะเป็นความพยายามในการปรามญี่ปุ่น ในช่วงที่สถานการณ์การรุกรานยูเครนยังคงยืดเยื้อ

จากเหตุดังกล่าว นายโมเตงิ โทชิมิตสึ รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย ระบุว่า "ดินแดนทางเหนือ ซึ่งรวมถึงเกาะเอโตโรฟุ ถือเป็นดินแดนดั้งเดิมของประเทศเราตามประวัติศาสตร์และตามกฎหมายระหว่างประเทศ ญี่ปุ่นขอประท้วงการเดินทางเยือนครั้งนี้อย่างรุนแรง"

โตเกียวเตรียมมาตรการตอบโต้

ขณะที่ในช่วงเช้าวันนี้ (14 ส.ค. 69) สำนักข่าว NHK ของทางการจีนรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นวางแผนที่จะพิจารณามาตรการตอบโต้ต่อกรณีที่ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน เดินทางเยือนหนึ่งใน 4 เกาะที่ควบคุมโดยรัสเซียและญี่ปุ่นอ้างสิทธิ์

มาตรการหนึ่งที่เป็นไปได้คือการเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการคว่ำบาตรเดิมที่โตเกียวได้บังคับใช้ต่อมอสโกไปแล้ว ร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศ จากกรณีที่รัสเซียรุกรานยูเครน

ขณะที่นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้กล่าวถึงการเดินทางเยือนเกาะเอโตโรฟุ ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่เกาะดังกล่าวของปูติน เมื่อวันพฤหัสบดี โดยเธอย้ำว่า หมู่เกาะเหล่านี้ "เป็นดินแดนดั้งเดิมของญี่ปุ่นเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และตามกฎหมายระหว่างประเทศ"

นางทาคาอิจิตั้งข้อสังเกตว่า การเดินทางเยือนของประธานาธิบดีรัสเซียคนปัจจุบัน "ขัดแย้งกับจุดยืนอันแน่วแน่ของรัฐบาลญี่ปุ่น" ที่มีต่อหมู่เกาะแห่งนี้ เธอยังกล่าวอีกว่า การเยือนดังกล่าว "ทำร้ายความรู้สึกของประชาชนชาวญี่ปุ่น และเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด ... การเยือนครั้งนี้ ทำให้การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและรัสเซียในระยะกลางถึงระยะยาวทำได้ยากยิ่งขึ้น"

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น ยังได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศญี่ปุ่น นิโคไล นอซเดรฟ เข้าพบ ณ กระทรวงการต่างประเทศ ในกรุงโตเกียว โดยระหว่างการพบปะ โมเตงิได้ยื่นหนังสือประท้วงอย่างรุนแรงต่อการเดินทางเยือนของปูติน โดยรัฐมนตรีกล่าวว่า การที่การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงฝ่ายเดียวส่งผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี ทั้งนี้ โมเตงิได้ขอให้นอซเดรฟส่งต่อประเด็นเหล่านี้ไปยังรัฐบาลรัสเซียโดยทันที

ทั้งนี้ ในปี 2565 รัสเซียได้ประกาศเจตจำนงที่จะระงับการเจรจาสนธิสัญญาสันติภาพกับญี่ปุ่น หลังจากที่โตเกียวบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อมอสโกกรณีรุกรานยูเครน ซึ่งการเจรจาดังกล่าวครอบคลุมถึงปัญหาข้อพิพาทเรื่องดินแดนเหนือหมู่เกาะเหล่านี้ด้วย

รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงดำเนินนโยบายรักษาการสื่อสารกับรัสเซียอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในยูเครน โดยเมื่อเดือนที่แล้ว โมเตงิได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ในการพบปะที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า ความสัมพันธ์ทวิภาคีที่เย็นชาอยู่แล้วนั้น คาดว่าจะยิ่งตึงเครียดมากขึ้นไปอีก

ที่มา : Kremlin.ru / NHK
https://www.facebook.com/100063674585845/posts/1655761036556367/?rdid=moCYJCF5Gp0hHIL8#

‘ปูติน’ เล่าโมเมนต์ฮาในเครมลิน ‘อันวาร์’ อันวาร์เผยคำตอบภรรยาคนที่สอง เยือนพระราชวังเครมลินชมบัลลังก์ 3 องค์ ปูตินชวนขำตอบแทนวัฒนธรรมอิสลาม อันวาร์ชี้มีภรรยาแค่คนเดียวจริง

ในการแถลงข่าวร่วมฯของ อันวาร์-ปูติน ระหว่างการเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ของนาย อันวา อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย ปูตินเล่าให้นักข่าวฟังว่า
"ในระหว่างพาท่านนายกฯ เดินชมพระราชวังเครมลิม จนมาถึงหอประชุมเซนต์แอนดรูที่มีบัลลังก์ตั้งไว้ 3 องค์ ก็ได้บอกกับท่านนายกฯว่า บัลลังก์องค์หนึ่งเป็นของพระราชา องค์หนึ่งเป็นของพระราชินี บัลลังก์องค์ที่สามจะเป็นของใคร

ท่านนายกฯก็ตอบแบบแทบไม่ต้องคิดเลยว่า เป็นของภรรยาคนที่สอง(ของพระราชา)"

หลังจากหัวเราะกันทั้งห้องแล้ว ปูตินก็พูดต่อไปว่า
"หวังว่าท่านนายกฯจะไม่โกรธที่ผมเอาเรื่องนี้มาเล่า แต่คำตอบนี้เป็นคำตอบของมุสลิมที่แท้จริง จากตัวแทนที่แท้จริงของวัฒธรรมอิสลาม"

ถึงตรงนี้ อันวาร์ อิบราฮิม จึงขอพูดบ้าง (เป็นการตอบแบบเอาขำๆกวนๆ ต่อประเด็นเรื่องภรรยาคนที่สองที่ปูตินบอกว่าเค้าเป็นตัวแทนที่แท้จริงของวัฒธรรมอิสลาม)
อันวาร์บอกว่า
"ผมต้องขอตอบ ผมมีภรรยาแค่คนเดียวครับ ท่านประธานาธิบดี"
แล้วก็บอกต่อไปว่า ภายหลังได้รู้แล้วว่าบัลลังก์องค์ที่ 3 เป็นของพระมารดาของพระราชา
ซึ่งปูตินก็ยืนยันว่า ใช่ เป็นของพระมารดาของพระราชา

หมายเหตุ
จริงๆแล้ว ปูตินได้เฉลยไปแล้วว่า บัลลังก์องค์ที่3 เป็นบัลลังก์ของพระมารดาของพระราชา ตั้งแต่ตอนที่พาอันวาร์เดินชมพระราชวังเครมลิมแล้ว ซึ่งเป็นการพาเดินชมฯก่อนจะเดินเข้าสู่ห้องแถลงข่าวร่วมฯ
ก่อนเข้าสู่ห้องแถลงข่าว ปูตินก็ได้ขออนุญาตอันวาร์แล้วว่า เอาเรื่องนี้ไปเล่าให้นักข่าวฟังได้มั้ย? ซึ่งอันวาร์ก็ได้อนุญาตแล้ว

ที่มา : https://www.facebook.com/100001162006547/posts/27757424437212917/?rdid=LqRpmQ3PvMDkZF07#

โดรนรัสเซียโจมตีเป้าหมายท่าเรือยูเครน!! อ้างโจมตีคลังเชื้อเพลิงและเรือสินค้า 2 ลำ ที่ใช้ส่งกำลังบำรุงให้กองทัพยูเครน เป้าหมายกระสุนและอุปกรณ์ทหาร กระทรวงกลาโหมยืนยันปฏิบัติการ

โดรนโจมตีของรัสเซียโจมตีเรือบรรทุกสินค้าแห้ง 2 ลำ ที่บรรทุกกระสุนและยุทโธปกรณ์ทางทหารในท่าเรือเชอร์โนมอร์สก์ รวมถึงถังเก็บเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นที่เตรียมส่งให้กองทัพยูเครน ตามรายงานของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย

แถลงการณ์ระบุว่า
“ตลอดทั้งวัน อากาศยานไร้คนขับโจมตีได้โจมตีเรือบรรทุกสินค้าแห้ง 2 ลำ ซึ่งบรรทุกกระสุนและอุปกรณ์ทางทหารในท่าเรือเชอร์โนมอร์สก์ รวมถึงถังเก็บเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นที่มีไว้สำหรับกองกำลังยูเครน”

ที่มา : Sputnik

“ซีไอเอ” ส่งสัญญาณถึงมอสโก!! 'จอห์น แรตคลิฟฟ์' บุกเตือนรัสเซีย เน้นหยุดโจมตีประเทศพันธมิตร ย้ำลดสนับสนุนอิหร่านตามนโยบายสหรัฐฯ หวังลดความขัดแย้งในภูมิภาคบอลติก

สำนักข่าว POLITICO รายงานว่า การเดินทางเยือนมอสโกอย่างกะทันหันของ "จอห์น แรตคลิฟฟ์" ผู้อำนวยการซีไอเอ เมื่อวันก่อน มีจุดประสงค์เพื่อเตือนรัสเซียไม่ให้โจมตีพันธมิตรนาโต โดยเฉพาะเอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย

แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้กล่าวว่า "การพบปะครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อเตือนรัสเซียไม่ให้ดำเนินการใดๆ ที่เป็นการยกระดับความขัดแย้งกับกลุ่มประเทศบอลติก"

นอกจากนี้ แรตคลิฟฟ์ยังต้องการให้มอสโกปฏิบัติตามนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยลดการสนับสนุนทางทหารและเศรษฐกิจแก่อิหร่านอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤศจิกายนปี 2021 ผู้อำนวยการซีไอเอ ซึ่งขณะนั้นคือ วิลเลียม เบิร์นส์ (William Burns) เคยเดินทางไปมอสโก เพื่อเตือนรัสเซียว่าไม่ให้บุกยูเครน แต่ก็ไม่สามารถหยุดการตัดสินใจของรัสเซียได้ โดยอีกสามเดือนต่อมา รัสเซียเปิดปฏิบัติการพิเศษต่อดินแดนยูเครน

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/194174770388504/permalink/828938813578760/?rdid=V5zi3F1VrjYMjElh#

เสียงจากยูเครนในภาวะสงคราม!! คนยูเครนผวารัสเซียตอบโต้หนัก รายงานจากสื่อยูเครนวอทช์ คนชี้ทางออกคือเจรจาหรือหนี แสดงความจริงเจ็บปวดยิ่งในสงคราม

สื่อยูเครนวอทช์ ในเทเลแกรมทำสกู๊ปสัมภาษณ์ คนยูเครนถึงสถานการณ์การสู้รบกับรัสเซีย
สื่อถาม “คุณคิดว่า ยูเครนชนะสงครามต่อรัสเซียหรือไม่?”

พนักงานชิปปิ้งสาว ทวนคำถามก่อนตอบกลับว่า “เรายิงขีปนาวุธใส่รัสเซีย 1 ลูก รัสเซียถล่มเรากลับด้วยขีปนาวุธเป็นร้อยลูก”

สื่อฯชี้ มีคนยูเครนที่น้อยนิดจนนับนิ้วมือได้ ที่ยังหวังลมๆแล้งๆ ว่ายูเครนจะชนะสงคราม เพราะความเป็นไปที่เกิดขึ้นยาก เมื่อถูกรัสเซียตอบโต้เช่นที่ เคียฟเผชิญในปัจจุบัน

พนักงานสาวข้างต้น เผยบริษัทนำเข้า, ส่งออก ต่างไม่ต้องการเสี่ยงดำเนินกิจการภายใต้ความเสี่ยงที่สูง ดังนั้นคนที่รับกรรมก็คือชาวบ้านธรรมดา ที่ต้องยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ต้องชาร์จเพิ่ม จากการเปลี่ยนทั้งเส้นทางและวิธีขนส่ง

เมื่อสื่อถามถึง ทางออกของปัญหาที่ยูเครนกำลังเผชิญ เธอตอบชนิด คำตอบที่เซเลนสกี้ไม่อยากรับรู้ว่า
“ทางเลือกหนึ่งหากสามารถทำได้คือ ออกไปเสียจากประเทศนี้ หรือไม่อีกทาง ก็ยอมเจรจาบนเงื่อนไขของรัสเซีย ก่อนที่จะไม่มีใครเหลือรอดเพื่อยอมรับเงื่อนไขนั้น“

ที่มา : https://www.facebook.com/100050827629069/posts/1625465242491048/?rdid=oC602TNVJqDHjc7y#

รัสเซียขอความชัดเจนอาร์เมเนีย!! ‘ปูติน’ พบ ‘ปาชินยาน’ นอกรอบ SCO ถกแผนอาร์เมเนียเข้ายุโรป เตือนยุ่งยากยูเรเชียร่วมอยู่ ยืนยันสัมพันธ์รัสเซีย-อาร์เมเนียแน่นแฟ้น

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้พบหารือแบบทวิภาคีกับนายนิโคล ปาชินยาน นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย นอกรอบการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ SCO

ระหว่างการพบปะกับนายกรัฐมนตรีนิโคล ปาชินยาน ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า ผู้นำทั้งสองได้หารือกันหลายครั้งเกี่ยวกับแผนของอาร์เมเนียในการเข้าร่วมสหภาพยุโรป หรือ EU โดยปูตินระบุว่า มอสโกจำเป็นต้องมีความชัดเจนว่า จะพัฒนาความสัมพันธ์กับเยเรวานต่อไปอย่างไร ในช่วงที่อาร์เมเนียกำลังเดินหน้าเข้าใกล้ความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรปมากขึ้น

ปูตินกล่าวว่า ความปรารถนาของอาร์เมเนียที่จะเข้าร่วมสหภาพยุโรปนั้น เป็นสิทธิอันชอบธรรมของอาร์เมเนียเอง แต่เขาเตือนว่า แนวทางดังกล่าวก่อให้เกิดความยุ่งยากบางประการ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการที่อาร์เมเนียยังคงเป็นสมาชิกของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย หรือ EAEU อยู่ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ปูตินย้ำว่า รัสเซียสนับสนุนการพัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรและเป็นประโยชน์ร่วมกันกับอาร์เมเนียมาโดยตลอด พร้อมระบุว่า ความสัมพันธ์ดังกล่าวสอดคล้องกับผลประโยชน์พื้นฐานของทั้งรัสเซียและประชาชนอาร์เมเนีย

ปูตินยังกล่าวด้วยว่า บริษัทของรัสเซียยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในเศรษฐกิจของอาร์เมเนีย โดยมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้เสียภาษีรายใหญ่ที่สุดของอาร์เมเนีย

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีรัสเซียยังกล่าวถึงโครงการความร่วมมือระหว่างมอสโกและเยเรวานในหลายด้าน ทั้งพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ การคมนาคมขนส่ง และเศรษฐกิจดิจิทัล

โดยสรุป การหารือครั้งนี้สะท้อนว่า รัสเซียกำลังจับตาทิศทางของอาร์เมเนียที่ต้องการใกล้ชิดกับสหภาพยุโรปมากขึ้น ขณะเดียวกันมอสโกก็ต้องการรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ พลังงาน และยุทธศาสตร์กับเยเรวาน โดยเฉพาะในช่วงที่อาร์เมเนียยังมีพันธกรณีอยู่กับกลไกความร่วมมือในกรอบยูเรเชียอย่าง EAEU

ที่มา : Sputnik

เซเลนสกี้ขู่ไม่ว่าเครื่องบินชาติไหนจะถูกโจมตี!! ใช้เส้นทางผ่านน่านฟ้ารัสเซีย จะถูกยูเครนโจมตี รัสเซียพร้อมปฏิบัติการตอบโต้ยูเครน หากยูเครนโจมตีพื้นที่พลเรือนในรัสเซีย

เซเลนสกี้แถลงขู่ เครื่องบินพาณิชย์ของชาติใดก็ตามที่ ใช้เส้นทางผ่านน่านฟ้ารัสเซีย จะถูกยูเครนโจมตี

ปธน.ปูติน แถลงก่อนปิดการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ เอเคเอ SCO 2026 ที่บิชเคก คีร์กีซสถาน เกี่ยวข้องกับสงครามรัสเซีย-ยูเครน

- รัสเซียพร้อมปฏิบัติการตอบโต้ยูเครน หากยูเครนโจมตีพื้นที่พลเรือนในรัสเซีย

- ปธน.ปูติน ได้เซ็นคำสั่งให้กองทัพ และกองกำลังอวกาศรัสเซีย โจมตีโรงกลั่นน้ำมัน, คลังเก็บน้ำมัน และโรงงานผลิตไฟฟ้าที่ยังเหลืออยู่ ในเคียฟ อันเป็นมาตรการตอบโต้การโจมตีของยูเครน ครั้งล่าสุด มุ่งเป้าท่าเรือ และคลังเก็บน้ำมันในรัสเซีย ที่มีพลเรือนรัสเซียเสียชีวิตอย่างน้อย 1 คนในเบโกรอด

- ปูตินเตือนเซเลนสกี้ การโจมตีเครื่องบินพาณิชย์นั้นเป็นการก่อการร้าย จะไม่มีการเตือนหรือเจรจาใดๆทั้งสิ้น และหากพระเจ้าทรงปล่อยให้มันเกิดขึ้น รัสเซียจะตอบโต้ชนิดรุนแรงจนเกินจินตนาการ

- ปูตินพูดถึง แคมเปญโจมตีรัสเซีย 40 วันของเซเลนสกี้ เมื่อมีสื่อถามถึงการสังหารนายทหารระดับผู้บัญชาการรบของยูเครน เขาชี้ว่ารัสเซียต้องเหลือคนที่เจรจาได้ เพราะเราคาดว่าพวกเขาเข้าใจสถานการณ์การรบ และถึงจุดหนึ่งก็จะยอมเจรจา (ประมาณจะไม่เก็บหมดทุกนาย)

- ปูติน พูดถึงจักรวรรดินิยมชาติตะวันตก ที่กระหายทำสงครามกับรัสเซียดุจฉลามได้กลิ่นคาวเลือด ปูตินชี้พวกเขา(ชาติตะวันตก) พยายามลากรัสเซียเป็นเหยื่อในห่วงโซ่อาหาร และพยายามจะกลืนเรา(รัสเซีย) แต่พวกเขาไม่ระแวดระวังว่ารัสเซียนั้นมีความพร้อมรับมือสถานการณ์วิกฤตนั้นหากมันต้องเกิดขึ้น แล้วพวกเขาจะพบว่า กำลังพยายามจะเคี้ยวเหยื่อที่แข็งจนเกินเคี้ยว และมีขนาดใหญ่จนกลืนไม่ลง

ท้ายสุด ปธน.ปูติน แถลงว่า บรรดาศัตรูของรัสเซียจะล่มสลาย แม้ยากที่จะกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน หรือทำนายผลจากสงครามได้ แต่ให้คำมั่นว่า ที่สุดแล้วศัตรูเหล่านั้นจะล่มสลายอย่างแน่นอน

ที่มา : https://www.facebook.com/100050827629069/posts/1626008465770059/?rdid=xCnNiTYHysuoA34Y#

สงครามโลจิสติกส์เดือด!! รัสเซียมุ่งตัดระบบส่งกำลังของกองทัพยูเครน โจมตีศูนย์โลจิสติกส์ 3 แห่ง เป้าหมายหลักเคียฟและท่าเรือ เรือบรรทุกสินค้า 2 ลำโดนถล่ม กระทบโครงข่ายยูเครนทั่วพื้นที่

กองกำลังรัสเซียโจมตีศูนย์โลจิสติกส์ 3 แห่งในแคว้นเคียฟ — กระทรวงกลาโหมรัสเซีย

กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่า กองกำลังรัสเซียได้โจมตีศูนย์โลจิสติกส์ 3 แห่งในแคว้นเคียฟ
ตามรายงานของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย เป้าหมายที่ถูกโจมตีประกอบด้วย ศูนย์โลจิสติกส์ Eridon ในเมืองวิชเนโวเอ ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาสินค้าทางทหาร

อีกแห่งคือ ศูนย์ FM Logistic Dnepr ซึ่งตามข้อมูลของกระทรวงฯ ระบุว่า เป็นสถานที่เก็บสินค้าที่สามารถใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหาร รวมถึงชิ้นส่วนสำหรับอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน
นอกจากนี้ ยังมี สถานที่ด้านโลจิสติกส์ในเขตชุมชนคอร์เชวาโตเอ ซึ่งถูกใช้สำหรับเก็บรักษาและกระจายสินค้าส่งต่อให้กองทัพยูเครน

กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังรายงานด้วยว่า มีการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าแห้ง 2 ลำ โดยลำหนึ่งอยู่ที่ท่าเรือเชอร์โนมอร์สก์ และอีกลำอยู่ในทะเลดำ

ขณะเดียวกัน ยังมีการโจมตีคลังสินค้าที่เก็บยุทโธปกรณ์ทางทหารในท่าเรือโอเดสซาอีกด้วย
โดยสรุป รายงานของกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า การโจมตีครั้งนี้มุ่งเป้าไปยังโครงข่ายโลจิสติกส์ของยูเครน ทั้งศูนย์กระจายสินค้า คลังเก็บชิ้นส่วนโดรน เรือบรรทุกสินค้า และคลังยุทโธปกรณ์ในพื้นที่เคียฟ เชอร์โนมอร์สก์ ทะเลดำ และโอเดสซา

ที่มา : Sputnik

‘ปูติน’ โต้ข้อกล่าวหาเยอรมนี!! จาก Nord Stream ถึงโดรนไลพ์ซิก ปูตินปฏิเสธรัสเซียอยู่เบื้องหลังโดรนสนามบินไลพ์ซิก ซัดเยอรมนีใช้ “ภัยคุกคามรัสเซีย” กลบวิกฤตในประเทศ ใช้รัสเซียเป็นแพะการเมือง

ปูตินโต้เยอรมนีกล่าวหารัสเซียอยู่เบื้องหลังเหตุโดรนที่สนามบินไลพ์ซิก ชี้รัฐบาลกำลังใช้ “ภัยคุกคามจากรัสเซีย” กลบปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ

หลังเสร็จสิ้นการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ปูตินเปิดให้สื่อมวลชนซักถาม โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกถามคือ กรณีรัฐบาลเยอรมนีกล่าวหารัสเซียว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโดรนบรรทุกวัตถุระเบิดที่สนามบิน Leipzig/Halle เมื่อเดือนสิงหาคม

ปูตินปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมระบุว่า หลักฐานที่เยอรมนีนำมาใช้นั้นถูก “ยัดเยียดขึ้นมา” และมองว่ารัฐบาลเยอรมนีกำลังเผชิญปัญหาภายใน ทั้งโรงงานปิดตัว ประชาชนตกงาน และมาตรฐานการครองชีพลดลง จึงจำเป็นต้องอธิบายปัญหาเหล่านี้ด้วยการสร้างภาพว่า ประเทศกำลังเผชิญหน้ากับ “รัสเซียผู้รุกราน”

ปูตินยังย้อนถึงกรณี Nord Stream โดยกล่าวว่า เยอรมนีเคยกล่าวหารัสเซียว่าเป็นผู้ระเบิดท่อส่งก๊าซของตัวเอง ทั้งที่รัสเซียเป็นฝ่ายได้ประโยชน์จากการขายก๊าซให้ยุโรป และพร้อมกลับมาส่งก๊าซให้เยอรมนีได้ แต่เบอร์ลินไม่กล้าดำเนินการเพราะมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

ย้อนกลับไปในคืนวันที่ 5 สิงหาคม 2569 มีรายงานการพบโดรนบรรทุกวัตถุระเบิดใกล้กับเครื่องบินขนส่งสินค้า Antonov ของยูเครนที่สนามบินไลป์ซิก/ฮัลเลอ (Leipzig/Halle) ประเทศเยอรมัน มีรายงานว่าโดรนลำที่สองชนกับเครื่องบินขนส่งสินค้าของ DHL และเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม มีการพบโดรนอีกครั้ง เป็นลำที่สามในทุ่งนาแห่งหนึ่งของเยอรมัน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กันยายน รัฐบาลเยอรมนีได้กล่าวโทษรัสเซียอย่างเป็นทางการและประกาศมาตรการต่างๆ ได้แก่ การปิดสถานกงสุลใหญ่รัสเซียในบอนน์ภายในวันที่ 18 กันยายน และการยกเลิกข้อตกลงเกี่ยวกับบ้านรัสเซียในเบอร์ลิน มอสโกปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2153813715514370&set=gm.1390387139916309&idorvanity=849053944049634


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top