Friday, 5 June 2026
รัสเซีย

‘ปูติน’ มอบเอกสารลับของสหภาพโซเวียตให้ ‘ทรัมป์’ หวังคลี่คลายปริศนาการลอบสังหาร ‘จอห์น เอฟ. เคนเนดี’

(15 ต.ค. 68) สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตันเปิดเผยว่า เอกอัครราชทูตอเล็กซานเดอร์ ดาร์ชีเยฟ (Alexander Darchiev) ได้ส่งมอบจดหมายจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมเอกสารลับที่เพิ่งถูกเปิดเผย เกี่ยวกับการลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี เมื่อปี 1963 โดยมีการส่งมอบผ่านนางแอนนา พอลินา ลูนา (Anna Paulina Luna) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน รัฐฟลอริดา

เอกสารดังกล่าวอ้างอิงจากบันทึกลับของสหภาพโซเวียต ซึ่งบางส่วนเคยถูกมอบให้สหรัฐฯ ตั้งแต่สมัยที่ อนาโตลี มิคอยาน (Anastas Mikoyan) ประธานสภาระดับสูงแห่งโซเวียต ซึ่งเป็นตัวแทนเข้าร่วมพิธีศพของเคนเนดี โดยรัสเซียระบุว่าการเปิดเผยครั้งนี้เป็นไปตามความตกลงของผู้ถือสิทธิ์ในเอกสาร และมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการสืบสวนเพิ่มเติมตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยให้สัญญากับประชาชนอเมริกัน

ด้านนางลูนาได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์เดิม) ว่า เธอได้รับรายงานต้นฉบับจากเอกอัครราชทูตรัสเซียแล้ว และทีมผู้เชี่ยวชาญกำลังเร่งแปลและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนจะเผยแพร่สู่สาธารณะโดยเร็ว โดยระบุว่า “นี่คือเอกสารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างมหาศาล”

‘ทรัมป์’ รับ ‘ยูเครน’ อยากบุกใส่รัสเซีย ชั่งใจส่ง ‘โทมาฮอว์ก’ หวั่นยกระดับสงคราม

(16 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเตรียมหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เกี่ยวกับสถานการณ์สงครามกับรัสเซีย โดยระบุว่ายูเครนต้องการ 'เปิดเกมรุก' และตนจะตัดสินใจในภายหลังว่าจะอนุมัติการส่งขีปนาวุธโทมาฮอว์ก (Tomahawk) ให้หรือไม่

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “พวกเขาอยากบุก ผมจะต้องพิจารณาเรื่องนี้” พร้อมย้ำว่าการตัดสินใจจะเกิดขึ้นหลังการหารือกับผู้นำยูเครน ซึ่งมีกำหนดเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในเร็ว ๆ นี้

ด้านรัสเซียออกมาเตือนว่า การส่งขีปนาวุธโทมาฮอว์กให้ยูเครน จะไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ในแนวรบได้ แถมยังอาจยกระดับความขัดแย้ง เนื่องจากการใช้งานอาวุธดังกล่าวจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง

เปิดตัวเลขนักท่องเที่ยว 5 ชาติ แห่เข้าไทยมากสุด ‘มาเลย์-จีน’ นำโด่ง!! ยอดรวมพุ่งแตะ 25 ล้านคน

(16 ต.ค. 68) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเผยตัวเลขล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 12 ตุลาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยแล้วกว่า 25.09 ล้านคน ลดลง 7.54% จากปีก่อน แต่ยังสร้างรายได้รวมกว่า 1.15 ล้านล้านบาท โดย 5 ชาติที่เดินทางเข้าไทยมากที่สุด ได้แก่ มาเลเซีย (3.6 ล้านคน), จีน (3.58 ล้านคน), อินเดีย (1.85 ล้านคน), รัสเซีย (1.31 ล้านคน) และ เกาหลีใต้ (1.20 ล้านคน)

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (6–12 ต.ค. 68) พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชะลอตัวจากสัปดาห์ก่อนหน้า เนื่องจากสิ้นสุดช่วงวันหยุดยาวของหลายประเทศ เช่น จีน เกาหลีใต้ และอินเดีย รวมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 522,169 คน หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 74,600 คน

แม้ยอดนักท่องเที่ยวโดยรวมลดลง 13.63% แต่ตลาดมาเลเซียยังเติบโตขึ้น 7.31% ขณะที่จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และรัสเซียลดลงในสัดส่วนต่างกัน โดยจีนลดลงมากที่สุดเกือบ 47% สะท้อนแนวโน้มการเดินทางที่เข้าสู่ช่วงพักตัวระยะสั้นหลังวันหยุดยาว

กระทรวงฯ คาดว่าในสัปดาห์ถัดไปจำนวนนักท่องเที่ยวจะทรงตัว โดยยังมีปัจจัยบวกจากเทศกาล “ดิวาลี” ของอินเดีย และฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) รวมถึงมาตรการอำนวยความสะดวกของรัฐบาล ทั้งการยกเลิกบัตร ตม.6 และการเพิ่มเที่ยวบิน ซึ่งจะช่วยหนุนให้การท่องเที่ยวไทยคึกคักต่อเนื่องในช่วงปลายปีนี้

‘เลขาธิการนาโต้’ โว!! นาโต้เหนือกว่ารัสเซียทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจและกองทัพ ยืนยันพร้อมหนุนยูเครนต่อเนื่อง

(16 ต.ค. 68) มาร์ก รุตเต้ (Mark Rutte) เลขาธิการใหญ่องค์การนาโต้ กล่าวในที่ประชุมสมัชชารัฐสภานาโต้ครั้งที่ 71 ณ กรุงลูบลิยานา ประเทศสโลวีเนีย เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 ว่า องค์กรพันธมิตรนาโต้กำลัง “ยกระดับการตอบสนอง” ต่อภัยคุกคามทั่วโลก โดยพันธมิตรยุโรปและแคนาดาเพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็น 5% ของจีดีพี พร้อมเร่งขยายการผลิตอาวุธและสนับสนุนยูเครนอย่างต่อเนื่อง

รุตเต้เปิดเผยว่า โครงการ “Prioritised Ukraine Requirements List” หรือ PURL ของนาโต้ ได้ส่งมอบยุทโธปกรณ์มูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้ยูเครนภายในสองเดือนหลังเปิดตัว พร้อมย้ำว่า “สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยให้ยูเครนยังอยู่ในสนามรบ แต่ยังช่วยชีวิตผู้คน” นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสร้างความเข้าใจกับประชาชนถึงภัยคุกคามความมั่นคงที่กำลังขยายตัวทั่วโลก

เลขาธิการนาโต้ยังกล่าวในเชิงเปรียบเทียบว่า เศรษฐกิจของกลุ่มพันธมิตรนาโต้มีขนาดใหญ่กว่ารัสเซียถึง 25 เท่า และมีกองทัพที่ “เหนือกว่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด” ทั้งด้านเทคโนโลยีและศักยภาพทางอากาศ โดยยกตัวอย่างเครื่องบินรบ MiG-31 ของรัสเซียว่า “ไม่อาจเทียบได้แม้แต่เงาของนาโต้” 

อย่างไรก็ดี ฝ่ายรัสเซียตอบโต้ทันที โดยมองว่าคำพูดของรุตเต้เป็นเพียง “สงครามข้อมูล” ที่สะท้อนถึงความวิตกของนาโต้ต่อการพัฒนาทางทหารของมอสโก ซึ่งยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องแม้จะถูกคว่ำบาตรและกดดันจากชาติตะวันตกก็ตาม

‘ทรัมป์’ เผยหลังโทรคุย ‘ปูติน’ 2 ชม. คืบหน้ามาก เตรียมนัดหารือสันติภาพที่ฮังการี ภายใน 2 สัปดาห์

(17 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้โทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เป็นเวลาราว 2 ชั่วโมงครึ่ง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพื่อหารือแนวทางยุติสงครามยูเครน โดยระบุผ่าน Truth Social ว่า “การสนทนาเป็นไปอย่างยาวนานแต่มีความคืบหน้า” พร้อมประกาศว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจัดการหารือระดับสูงร่วมกันในสัปดาห์หน้า

ทรัมป์กล่าวว่าการพูดคุยครั้งนี้เป็น “ก้าวสำคัญสู่สันติภาพ” และประกาศเตรียมพบปะปูตินแบบตัวต่อตัวที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า เพื่อหาข้อสรุปในการยุติ 'สงครามรัสเซีย-ยูเครน' ที่ยืดเยื้อกว่า 2 ปี ขณะเดียวกัน เขายังยืนยันว่าจะพบกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนที่ทำเนียบขาวในวันนี้ (17 ต.ค.) เพื่อสรุปผลการพูดคุยกับรัสเซีย

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยบอกเป็นนัยว่าอาจส่งขีปนาวุธ 'โทมาฮอว์ก' ให้ยูเครน ซึ่งสามารถยิงได้ไกลถึง 2,500 กิโลเมตร จนรัสเซียออกมาเตือนว่า หากสหรัฐฯ ทำเช่นนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ “จะเสียหายและไม่อาจกู้คืนได้” นอกจากนี้ทรัมป์ยังอ้างว่าได้ขอให้อินเดียระงับการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อมอสโก

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าการพบกันระหว่างทรัมป์กับปูตินในบูดาเปสต์อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามยูเครน แม้ยูเครนยังไม่ชัดว่าจะเข้าร่วมโต๊ะเจรจาด้วยหรือไม่ แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่าทรัมป์ต้องการใช้บทบาท 'ผู้สร้างสันติภาพ' ต่อเนื่องจากความสำเร็จในการหยุดยิงระหว่างอิสราเอล–ฮามาสในตะวันออกกลาง

‘ทรัมป์’ ขอเวลาคิดก่อนตัดสินใจ ‘คว่ำบาตรรัสเซีย’ เหตุกำลังเตรียมพบ ‘ปูติน’ หวังยุติสงครามยูเครน

(17 ต.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมว่า ขณะนี้อาจไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม โดยให้เหตุผลว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจกระทบต่อความพยายามทางการทูตที่เขากำลังดำเนินอยู่ เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาสันติภาพกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

ทรัมป์ระบุว่า ตน “ไม่ได้คัดค้าน” มาตรการคว่ำบาตร แต่ขอให้รอช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยจะหารือกับสภาคองเกรสก่อนตัดสินใจอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ เขาย้ำว่ากำลังเตรียมจัดการพบปะกับปูตินที่ประเทศฮังการีภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเขาเชื่อว่าจะเป็นก้าวสำคัญในการยุติสงครามยูเครน

ขณะเดียวกัน วุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังรอการอนุมัติจากทรัมป์ในร่างกฎหมายใหม่ ที่เสนอให้เก็บภาษีในอัตราสูงกับประเทศที่ยังคงนำเข้าพลังงานและสินค้าอื่นจากรัสเซีย เพื่อสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อมอสโก แต่แหล่งข่าวเผยว่า พรรครีพับลิกันยังไม่ผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้

อย่างไรก็ตาม รายงานจากแหล่งข่าวในวอชิงตันระบุว่า ทีมงานของทรัมป์เริ่มศึกษารายละเอียดของร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว และมีการเสนอแก้ไขเชิงเทคนิคบางส่วน ซึ่งสะท้อนว่าฝ่ายบริหารอาจยังไม่ปิดโอกาสในการใช้มาตรการคว่ำบาตรในอนาคต เพียงแต่ต้องรอ “จังหวะทางการเมือง” ที่เหมาะสมก่อนเท่านั้น

ปูติน มาเซอร์ไพรส์!! ปรากฏตัว!! งานฉลอง 20 ปี RT โรงละคร Bolshoi Theatre สื่อไทย!! ร่วมทำข่าวใกล้ชิด ผู้นำรัสเซีย ระยะห่างเพียง 6 แถวที่นั่ง

(18 ต.ค. 68) ธันย์ชนก จงยศยิ่ง บรรณาธิการบริหาร TNN Online และผู้ประกาศข่าว TNN World Today ได้โพสต์ข้อความระบุว่า...

Another mission complete!!

ได้พบประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียค่ะ ระยะห่างเพียง 6 แถวที่นั่ง ในโรงละครชื่อดังก้องโลกอย่าง Bolshoi Theatre

งานนี้ RT อุบเงียบมาก แต่บรรยากาศ security งานในก็ไม่ปกติแต่แรก เข้มงวดสุดๆ ถนนรอบๆ เต็มไปด้วยทหาร งานเริ่มหนึ่งทุ่ม แต่เราต้องไปตั้งแต่สี่โมงกว่าสำหรับ security clearance

ตามคำบอกเล่า การก่อตั้ง RT มาจากแนวคิดของปูตินค่ะ ที่ต้องการให้รัสเซียได้เผยแพร่ narrative และมุมมองของรัสเซียออกสู่ชาวโลก...จากวันนั้น จนถึงวันนี้ RT อายุครบ 20 ปี ปูตินเลยมาเปิดงานฉลองเซอร์ไพรส์แขกที่มาจากทั่วโลกซะหน่อย

สำหรับมิก ที่บอกว่า mission complete...นั่นก็เป็นเพราะว่า ตั้งแต่ทำสื่อมา 20 ปี ได้เจอทั้ง ผู้นำ และรัฐมนตรี หลายชาติมหาอำนาจไปแล้ว...ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มิกยังได้เจอใกล้ๆ 3 ครั้ง แต่ปูตินนี่ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เจอ เพราะเป็นตัวละครลับมากของโลก

วันนี้ได้เจอ ก็คือมึนนิดนึง RT ทำถึงจริงๆ แล้วยังแปลงใจกลางมอสโก เป็นเมืองแห่ง RT แม้กระทั่งหน้าเครมลิน และโรงละคร Bolshoi ยังมีสัญลักษณ์ RT20!!

ในงานนี้ ท่านทูตไทย ยังพามิกกับปุ้ยไปแนะนำกับ Andrey Rudenko รมช. ต่างประเทศของรัสเซียด้วย ท่านบอกว่ามาไทยแล้วหลายครั้ง ท่านทูตไทยบอกกับมิกว่า ปูตินไม่ค่อยออกงานนะ นี่น่าจะพิเศษจริงๆ ถึงมางานนี้ค่ะ

ทรัมป์ลั่นกลางวงสื่อ!! ชี้ ยูเครนไม่มีทางชนะรัสเซียในสมรภูมิที่ยืดเยื้อ เผยแผนเร่งส่งเรือดำน้ำนิวเคลียร์ให้ออสเตรเลีย พร้อมเดินหน้าดีลการค้ากับ ‘สี จิ้นผิง’ แต่ขู่จีน หากไม่ตกลง เตรียมเจอภาษีโหด 157% จากสหรัฐฯ

(21 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ (20 ต.ค.) ว่า ไม่เชื่อยูเครนจะสามารถเอาชนะรัสเซียได้ในสงครามที่ยืดเยื้อ พร้อมระบุว่า “พวกเขายังอาจชนะได้ แต่ผมไม่คิดว่าจะเป็นไปได้” ซึ่งท่าทีดังกล่าวสะท้อนมุมมองที่ค่อนข้างสิ้นหวังต่อแนวรบของยูเครน ท่ามกลางความพยายามของชาติตะวันตกในการส่งอาวุธและความช่วยเหลือต่อเนื่อง

โดยทรัมป์ให้สัมภาษณ์ระหว่างการพบปะกับนายกรัฐมนตรีแอนโธนี่ อัลบาเนซี (Anthony Albanese) ของออสเตรเลีย โดยทั้งสองฝ่ายหารือความร่วมมือด้านความมั่นคง ภายใต้ข้อตกลง AUKUS และการเร่งส่งมอบเรือดำน้ำนิวเคลียร์สหรัฐฯ ให้แก่กองทัพออสเตรเลีย ซึ่งทรัมป์ยืนยันว่า “กำลังเดินหน้าอย่างเร่งด่วน” นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยถึงแผนสร้างฐานซ่อมบำรุงเรือดำน้ำแห่งใหม่ในออสเตรเลีย มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังเปิดเผยว่าจะพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่เกาหลีใต้ในเร็ว ๆ นี้ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปข้อตกลงการค้าที่ “ยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย” พร้อมเตือนว่าหากจีนไม่ยอมตกลง จะต้องเผชิญภาษีนำเข้าสูงถึง 157% ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า “เราขู่พวกเขาด้วยภาษีได้ และยังมีอีกหลายอย่างที่เราทำได้ แต่ไม่อยากทำถึงขั้นนั้น”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังย้ำว่าจีน “ไม่ได้มีเจตนาจะบุกไต้หวัน” และยกย่องกองทัพสหรัฐฯ ว่ายังเหนือกว่าจีนหลายเท่า โดยกล่าวทิ้งท้ายอย่างภาคภูมิว่า “เรามีอาวุธที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าเรามี — และเรานำหน้าจีนไปไกลในเชิงกำลังทหาร”

‘รัสเซีย’ ซ้อมยิง!! ขีปนาวุธข้ามทวีป ‘Yars’ พิสัย 12,000 กม. โชว์แสนยานุภาพนิวเคลียร์

(23 ต.ค. 68) รัสเซียได้จัดการซ้อมรบด้วยระบบขีปนาวุธข้ามทวีป Yars (InterContinental Ballistic Missile - ICBM) ที่สามารถติด หัวรบนิวเคลียร์ได้

ขีปนาวุธดังกล่าว ถูกปล่อยออกจากฐานทัพปฏิบัติการเพลเซตสค์ (Plesetsk Cosmodrome) ไปยังไปยังสนามฝึกคูรา (Kura) ในคัมชัตกา (Kamchatka) ซึ่งเป็นทิศทางมุ่งสู่สหรัฐอเมริกา! โดยมีระยะทาง 6,000 กิโลเมตร (3,700 ไมล์) ขีปนาวุธประเภทนี้สามารถยิงได้ไกลสุด 12,000 กิโลเมตร (7,400 ไมล์)

รัสเซียประณามสหรัฐฯ เพิ่มปฏิบัติการทหารในแคริบเบียน ชี้ละเมิดกฎหมายทะเลและคุกคามอธิปไตยเวเนซุเอลา

(24 ต.ค. 68) รัสเซียออกแถลงประณามการเคลื่อนไหวทางทหารของสหรัฐฯ ในทะเลแคริบเบียน โดยมอสโกมองว่าปฏิบัติการดังกล่าวยิ่งเพิ่มความตึงเครียดและควรหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง พร้อมยืนยันการสนับสนุนเวเนซุเอลาในการปกป้องอธิปไตยของตน

มาเรีย ซาคาโรวา (Maria Zakharova) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เปิดเผยว่าสหรัฐฯ ได้เพิ่มจำนวนเรือรบ เครื่องบิน และกำลังพลในพื้นที่แคริบเบียนภายใต้เขตอำนาจของกองบัญชาการภาคใต้ โดยอ้างว่าเป็นภารกิจปราบยาเสพติดและต่อต้านการก่อการร้าย แต่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริง

นอกจากนี้ ซาคาโรวาระบุว่า การปฏิบัติการดังกล่าวนำไปสู่เหตุสังหารพลเรือนจากเวเนซุเอลา โคลอมเบีย และตรินิแดด ซึ่งบางรายอาจเป็นเพียงชาวประมง พร้อมตำหนิสหรัฐฯ ที่ทำลายเรือโดยไม่มีเหตุอันควร ถือเป็นการละเมิดกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศและขัดต่อหลักศีลธรรมขั้นพื้นฐานของมนุษยชาติ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top