Friday, 4 April 2025
รถยนต์ไฟฟ้า

‘สรยท.’ จับมือ ‘EVAT’ จัดเสวนา ในงาน ‘Motor Expo’ ชวน!! เช็คลิสต์ความพร้อม การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า

เมื่อวานนี้ (4 ธ.ค. 67) สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. จับมือกับสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หรือ EVAT จัดงานเสวนาในหัวข้อ ‘เช็คลิสต์ความพร้อม การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า’ ภายใต้การสนับสนุนของบริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์ ซึ่งในงานนี้ได้รับเกียรติจากคุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 เข้าร่วมในฐานะของประธานในพิธี และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสมาชิกของสมาคม และบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมรับฟัง ณ ห้องจูปิเตอร์ 4-5 อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

ในปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้า หรือ BEV ถือเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจจากคนไทยอย่างต่อเนื่องนับจากที่มีบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามานำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ กันอย่างต่อเนื่องในตลาดเมืองไทยนับจากปี 2022  และทางสมาคมฯ เองได้เล็งเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ดังนั้น ในปี 2023 จึงได้ขยายการจัดงานรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ Thailand Car Of The Year เพื่อรองรับกับทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการมอบทั้งรางวัลสำหรับรถยนต์สันดาปภายใน/ไฮบริดสำหรับรางวัล Thailand Car Of The Year และได้เพิ่มอีกประเภทคือ รางวัล Thailand EV Of The Year สำหรับรถยนต์พลังไฟฟ้าที่เข้าเกณฑ์การคัดเลือกของทางสมาคมฯ 

“สมาคมฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการให้ความรู้ แก่ผู้ใช้รถยนต์ในยุคที่กำลังมุ่งหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงในการใช้พลังงานสะอาด จึงผสานความร่วมมือกับสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ในการจัดเสวนาให้ความรู้ในครั้งนี้” นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) กล่าว

รถยนต์ไฟฟ้ากำลังถูกพัฒนาเข้ามา เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในตลาด นอกเหนือจากรถยนต์สันดาปภายใน และอาจจะเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาทดแทน เนื่องด้วยเหตุผลในเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เห็นได้จากตลาดรถยนต์ไทยในปัจจุบันที่มีอัตราการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในวันนี้เป็นโอกาสอันดี สมาคมฯ ได้จัดงานเสวนาให้ความรู้ด้านต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า ในหัวข้อ ‘เช็คลิสต์ความพร้อม การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า’ เพื่อสื่อสารองค์ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าไปยังผู้บริโภค โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านยานยนต์ไฟฟ้า มาเป็นผู้บรรยายให้ความกระจ่าง แก่สังคม เพื่อเตรียมพร้อมที่จะปรับตัว นำไปใช้งานยานยนต์ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ในโอกาสข้างหน้าต่อไป

สำหรับวิทยากรในการเสวนาครั้งนี้ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมของทั้งผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย 

ซึ่งในช่วงแรกเป็นการให้ข้อมูลในแง่ภาพรวมของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยโดยคุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ซึ่งในปัจจุบัน ไทยมีส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลกช่วงไตรมาส 4 ของปี 2024 อยู่ที่ 12.60% ซึ่งมากกว่าประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ ส่วนในตลาดอาเซียน ไทยถือเป็นตลาดใหญ่ของรถยนต์พลังไฟฟ้า โดยในปี 2023 ไทยมีส่วนแบ่งในตลาดถึง 78.70% เลยทีเดียว

ส่วนตลาดปี 2024 จากยอดจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมจนถึง 31 ตุลาคม รถยนต์ไฟฟ้ามียอดจดทะเบียนรวม 82,218 คัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์นั่งโดยสารซึ่งมีตัวเลขถึง 59,759 คัน แต่แม้ว่าจะมีการขยายตัวของตลาด แต่ในแง่ของระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับกับการใช้งาน เช่น แท่นชาร์จสาธารณะยังเป็นเรื่องที่จะต้องมีการขยายตัวตามไปด้วย เพราะในปัจจุบัน ประเทศไทยมีอัตราส่วนรถยนต์ไฟฟ้าต่อแท่นชาร์จสาธารณะอยู่ที่ 26 คันต่อ 1 หัวชาร์จ ซึ่งยังถือว่าน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศจีนที่มีอัตราส่วนอยู่ที่ 5.5 คันต่อ 1 หัวชาร์จ

ส่วนเรื่องของระบบการชาร์จเป็นการให้ข้อมูลโดยคุณอภิสิทธิ์ ณัฐวรวโรตม์ สถาปนิกระดับ 8 ทีมพัฒนาธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ EGAT ซึ่งดูแลในส่วนการพัฒนาแอปพลิเคชัน EleXa แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับชุมชน EV เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของการเดินทางในอนาคต โดยเน้นไปที่เรื่องของการทำ Roaming ในเรื่องบริการของผู้ให้บริการแท่นชาร์จจากบริษัทต่างๆ ให้มารวมอยู่ในแพลตฟอร์มของ EleXa เพื่อลดจำนวนการติดตั้งแอปพลิเคชันจำนวนมากบนสมาร์ทโฟน ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานให้กับเจ้าของรถยนต์ BEV ได้เป็นอย่างดี

ในช่วงท้ายของการเสวนาเป็นการถาม-ตอบในหัวข้อ ‘เช็คลิสต์ความพร้อม การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า’ โดยผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น คุณสุรมิส เจริญงาม อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย คุณตติยะ หลิมวิจิตร กรรมการและเลขานุการ คณะทำงานฝ่ายข้อมูลการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ดร.มานพ มาสมทบ ทีมวิจัยระบบกักเก็บพลังงานศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. และคุณกฤษฎา ธีรศุภลักษณ์ KOL ด้านยานยนต์ไฟฟ้าจากช่อง Welldone Guarantee โดยมี ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน เป็นผู้ดำเนินรายการตลอดการเสวนาในครั้งนี้

ตลอดช่วงของการถาม-ตอบ วิทยากรทั้งหมดต่างไขข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นประเด็นอยู่ ทั้งเรื่องของการชาร์จ การขับรถลุยน้ำท่วม การเลือกซื้อยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า การเซอร์วิส

รถยนต์ไฟฟ้าหลังจากที่จมน้ำ การรับประกันจากบริษัทรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้ากับตลาดมือสอง สงครามราคา หรือเรื่องเกี่ยวกับประกันภัย และอีกหลายประเด็นที่เป็นข้อสงสัยของผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก หรือผู้ที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอยู่แล้ว

NEW MG4 ELECTRIC รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก ที่ได้รับการรับรอง ‘MiT’ ตอกย้ำ!! ถึงความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ ด้วยคุณภาพ และมาตรฐานขั้นสูง

(28 ธ.ค. 67) บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า NEW MG4 ELECTRIC ของบริษัทฯ ได้รับการรับรอง ‘Made in Thailand (MiT)’ ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองในหมวดรถยนต์ไฟฟ้า โดยความสำเร็จครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในนวัตกรรมและคุณภาพ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิต รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้สามารถส่งออกไปสู่ประเทศต่าง ๆ ได้ในอนาคต

ใบรับรอง MiT ถือเป็นมาตรฐานที่ออกโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามระเบียบของภาครัฐ สินค้าที่ได้รับการรับรอง MiT จะได้รับสิทธิพิเศษในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ของภาครัฐ ซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้รถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทฯ ได้รับการบรรจุในระบบการจัดซื้อของภาครัฐ รวมถึงยังช่วยผลักดันการพัฒนาการขนส่งพลังงานสะอาดภายในประเทศอีกด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ การรับรอง MiT ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของสินค้า ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพ และการเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างบริษัทกับพันธมิตรและผู้บริโภค โดย NEW MG4 ELECTRIC เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ได้รับการรับรอง MiT และถือเป็นมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยคุณภาพและมาตรฐานขั้นสูง

สำหรับข้อได้เปรียบอีกประการของการรับรอง MiT คือการสนับสนุนการขยายตลาดสู่ระดับนานาชาติ โดยอาศัยนโยบายสนับสนุนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การรับรอง MiT สามารถ ใช้เป็นเอกสารอ้างอิงสำหรับการส่งออก ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศที่ให้ความสำคัญ กับสินค้าไทย การรับรองนี้ยังช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของรถยนต์ไฟฟ้าในระดับโลก และวางรากฐานอันมั่นคงสำหรับการขยายแบรนด์ไปสู่ระดับโลกได้

นายจ้าว เฟิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด กล่าวว่า "บริษัทฯ มีความมุ่งมั่น ในการพัฒนานวัตกรรมและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้ทัดเทียมระดับโลก พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานให้กับผู้บริโภคและพันธมิตร เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อน และผลักดันสินค้าไทยให้เปล่งประกายบนเวทีระดับโลก NEW MG4 ELECTRIC ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรก ของ เอ็มจี ที่เป็นโกลบอลโมเดล โดยได้รับการการันตีจากรางวัลระดับโลก ในเรื่องการขับขี่ที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงการออกแบบที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว ราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยครบครัน จนได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ EV OF THE YEAR ปี 2023 จากสมาคมสื่อมวลชนสายยานยนต์ไทย โดยรถยนต์รุ่นนี้ ทาง เอ็มจี ได้มีการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน แบบไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งถือเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทย เพื่อให้หมดกังวล ในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าระยะยาว พร้อมตอกย้ำถึงความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าชาวไทย"

BYD ยอดขายทั่วโลกใน Q4/67 พุ่ง คาดปี 2025 แซง Tesla ขึ้นแท่นค่ายรถอีวีขายดีสุด

วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) รายงานว่า บีวายดี (BYD) ยังคงครองตำแหน่งผู้นำด้านยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก โดยในไตรมาส 4 ของปี 2024 บีวายดีแซงหน้าเทสลา (Tesla) เป็นครั้งที่สอง

(3 ม.ค.68) จากรายงานระบุว่า บีวายดี ผู้ผลิตรถ EV รายใหญ่ที่สุดของจีน ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (All-Electric Vehicles) จำนวน 207,734 คันในเดือนธันวาคม 2024 เพิ่มขึ้นประมาณ 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ในไตรมาส 4 ปี 2024 บีวายดีส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบรวมประมาณ 595,000 คัน มากกว่าเทสลาที่ส่งมอบได้ 496,000 คัน แม้ตัวเลขดังกล่าวจะเป็นสถิติใหม่ของเทสลา แต่ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 507,000 คัน

สำหรับยอดขายทั้งปี 2024 บีวายดีสามารถขายรถยนต์ไฟฟ้าได้รวม 1.768 ล้านคัน เพิ่มขึ้นราว 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่เทสลามียอดขายรวม 1.79 ล้านคัน ลดลงประมาณ 1% เมื่อเทียบกับปี 2023

รายงานของ WSJ สอดคล้องกับการเปิดเผยของเทสลา ที่ได้รายงานยอดการผลิตและส่งมอบรถยนต์ในไตรมาส 4 และตลอดปี 2024 โดยในไตรมาสสุดท้ายของปี เทสลาส่งมอบรถยนต์รวม 495,570 คัน และมียอดผลิตรวม 459,445 คัน ขณะที่ยอดส่งมอบทั้งปีอยู่ที่ 1,789,226 คัน และยอดผลิตรวม 1,773,443 คัน นี่เป็นครั้งแรกที่ยอดส่งมอบรถยนต์ของเทสลาลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยในปี 2023 เทสลาส่งมอบรถได้ทั้งหมด 1.81 ล้านคัน

ก่อนหน้านี้ เทสลาได้เตือนนักลงทุนถึงความเป็นไปได้ที่การเติบโตอาจลดลงในปี 2024 เนื่องจากบริษัทกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ นอกจากนี้ ในเดือนเมษายน 2024 เทสลาได้ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยเลิกจ้างพนักงานกว่า 10% เพื่อลดต้นทุนและเน้นการพัฒนาแท็กซี่ไร้คนขับตามคำมั่นของ อีลอน มัสก์

ในช่วงครึ่งปีหลัง มัสก์กลายเป็นที่จับตามองอีกครั้ง จากบทบาทของเขาในการสนับสนุนแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งของ โดนัลด์ ทรัมป์ มัสก์ใช้เงินราว 277 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนทรัมป์และผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน พร้อมร่วมลงพื้นที่หาเสียงในหลายรัฐสำคัญ

แม้ว่าเทสลาจะยังคงเป็นผู้นำในด้านยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าหากมองจากยอดขายรวมตลอดทั้งปี แต่ช่องว่างในการแข่งขันกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว โดย บีวายดี มีศักยภาพสามารถเพิ่มยอดขายรถยนต์ได้มากกว่า 41% ในปี 2024 เมื่อเทียบเป็นรายปี และมีโอกาสสูงที่จะแซงหน้าเทสลาในปี 2025

การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากยอดขายรถยนต์ไฮบริดที่แข็งแกร่ง รวมถึงการสนับสนุนจากตลาดในประเทศจีน ซึ่งมีการแข่งขันระหว่างแบรนด์ท้องถิ่นอย่างดุเดือด และยังได้รับแรงจูงใจจากเงินอุดหนุนของรัฐบาลหลายประเทศ ที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น

กว่า 90% ของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของบีวายดี มาจากตลาดจีน ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้บีวายดีเหนือแบรนด์ต่างชาติอย่างโฟล์คสวาเกน และโตโยต้า

การเติบโตของบีวายดีและผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายอื่น ๆ ของจีนกำลังสร้างแรงกดดันให้ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในตะวันตก ฮอนด้า และ นิสสัน ได้ประกาศเมื่อเดือนที่แล้วว่ากำลังเจรจาควบรวมกิจการ เพื่อต่อสู้กับการแข่งขันที่เข้มข้นจากอุตสาหกรรมรถยนต์ของจีน

‘จีน’ ส่ง BYD ตีชนะ!! Tesla ‘เวียดนาม’ เดินหน้า พัฒนาอุตสาหกรรม ‘เซมิคอนดักเตอร์’ ‘รัฐบาลไทย’ มุ่งสร้าง!! ฐานประชานิยม เน้นแค่หาเสียง เพื่อให้ได้กลับมาเป็นรัฐบาล

(5 ม.ค. 68) ข่าวส่งท้ายปี 2567 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่านายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ไม่ผ่านคุณสมบัติที่จะเข้ารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพราะการเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากการเปิดเผยของ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง (24 ธ.ค.2567)

ซึ่งคงต้องมีการสรรหากันใหม่ คาดว่าน่าจะเป็นช่วงเดือนมกราคม 2568

แรงกดดันจากฝ่ายการเมือง ที่จะเข้าไปแทรกแซงการกำหนดนโยบายทางการเงิน การคลัง รวมทั้งเงินสำรองระหว่างประเทศ ก็คงซาไปอีกระยะ จนกว่าจะมีการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการสรรหากันอีกครั้ง

และข่าวเริ่มต้นปีมะเส็ง 2568 กับการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) รายงานว่า บีวายดี (BYD) ยังคงครองตำแหน่งผู้นำด้านยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก โดยในไตรมาส 4 ของปี 2024 บีวายดีแซงหน้าเทสลา (Tesla) เป็นครั้งที่สอง

จากรายงานระบุว่า บีวายดี ผู้ผลิตรถ EV รายใหญ่ที่สุดของจีน ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (All-Electric Vehicles) จำนวน 207,734 คันในเดือนธันวาคม 2024 เพิ่มขึ้นประมาณ 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ในไตรมาส 4 ปี 2024 บีวายดีส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบรวมประมาณ 595,000 คัน มากกว่าเทสลาที่ส่งมอบได้ 496,000 คัน แม้ตัวเลขดังกล่าวจะเป็นสถิติใหม่ของเทสลา แต่ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 507,000 คัน

สำหรับยอดขายทั้งปี 2024 บีวายดีสามารถขายรถยนต์ไฟฟ้าได้รวม 1.768 ล้านคัน เพิ่มขึ้นราว 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่เทสลามียอดขายรวม 1.79 ล้านคัน ลดลงประมาณ 1% เมื่อเทียบกับปี 2023

ตามด้วยข่าว รัฐบาลเวียดนามเสนอเงินอุดหนุน 50% ของมูลค่าลงทุนให้กับโครงการวิจัยและพัฒนาหลักในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI)

โครงการที่มีสิทธิ์รับเงินอุดหนุนดังกล่าวซึ่งระบุไว้ในพระราชกฤษฎีกาที่ออกเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2024 จะต้องมีการลงทุนขั้นต่ำ 3 ล้านล้านดอง (4.07 พันล้านบาท), ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อระบบนิเวศนวัตกรรม (innovation ecosystem), ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ก้าวล้ำ และผู้พัฒนาโครงการจะต้องไม่มีภาษีค้างชำระหรือหนี้กับรัฐบาล โดยผู้พัฒนาโครงการจะต้องชำระทุนจดทะเบียนอย่างน้อย 1 ล้านล้านดอง (1.35 พันล้านบาท) ภายใน 3 ปีนับจากได้รับการอนุมัติการลงทุน

รัฐบาลเวียดนาม ยังคงเดินนโยบายด้านเศรษฐกิจ ดึงนักลงทุน และส่งเสริมการลงทุน ในส่วนโครงการเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อผลักดันการเติบโตของประเทศ ที่มั่นคง ยั่งยืน โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากร การวิจัยและพัฒนา การลงทุนในสินทรัพย์ การผลิต และโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะสร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจได้เป็นจำนวนมาก

หันกลับมาดูการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย กลับเป็นนโยบายประชานิยม ที่แทบจะสร้างฐานสำหรับอนาคตของประเทศไม่ได้ ซ้ำยังส่งผลเสียต่อวินัยทางการเงินของประชาชนไปเรื่อยๆ เน้นแค่หาเสียงเพื่อให้ได้กลับมาเป็นรัฐบาลในสมัยต่อไป 

มารอดูกันต่อว่า ประชาชนผู้เสียภาษีเงินได้ส่วนบุคคล ที่มีอยู่ 4 ล้านกว่าคน ที่เหมือนต้องแบกการใช้จ่ายงบประมาณ ไปกับนโยบายประชานิยม จะทนต่อได้มากน้อยแค่ไหน หากคนกลุ่มนี้เริ่มส่งเสียง เก้าอี้รัฐบาล จะเริ่มสั่นคลอน ... สวัสดีปีใหม่ 2568 ครับ 

ค้นพบลิเทียมแหล่งใหม่ ทะยานสู่เบอร์ 2 มหาอำนาจลิเทียมโลก

(8 ม.ค. 68) จีนสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการสำรวจแร่ลิเทียม ส่งผลให้ปริมาณสำรองลิเทียมเพิ่มขึ้นจาก 6% เป็น 16.5% ของปริมาณสำรองโลก พร้อมขยับอันดับจากที่ 6 ขึ้นสู่อันดับ 2 ของโลก

กรมสำรวจธรณีวิทยาจีนเผยว่า หนึ่งในความสำเร็จสำคัญคือการค้นพบแหล่งแร่ลิเทียมชนิดสปอดูมีนขนาดใหญ่ที่ทอดยาวถึง 2,800 กิโลเมตรในพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศ นอกจากนี้ การสำรวจทะเลสาบเกลือบนที่ราบสูงชิงไห่-ซีจ้าง ยังทำให้จีนก้าวขึ้นเป็นฐานสำรองลิเทียมจากทะเลสาบเกลือใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

ลิเทียมมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมเกิดใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน การสื่อสารเคลื่อนที่ และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ โดยจีนยังสามารถพัฒนาเทคโนโลยีการสกัดลิเทียมจากเลพิโดไลต์ แร่ที่มีปริมาณลิเทียมสูงแต่สกัดได้ยาก

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าความก้าวหน้าเหล่านี้จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า และสร้างความสมดุลในตลาดลิเทียมโลกได้ในอนาคต

รถ Tesla ขับตัวเองออกจากโรงงาน ไปจอดขึ้นเรือรอส่งออก โดยไร้มนุษย์ควบคุม

(29 ม.ค.68) บัญชี X ทางการของ Tesla AI เผยแพร่วิดีโอล่าสุด แสดงให้เห็นขบวนรถยนต์ Tesla ใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Full Self-Driving - FSD) ขับออกจากโรงงานผลิตใน Fremont ไปยังจุดขนถ่ายสินค้า ระยะทาง 1.2 ไมล์ (ประมาณ 1.9 กิโลเมตร) โดยไม่มีมนุษย์ควบคุม

จากวิดีโอ เผยให้เห็นได้ว่ารถ Tesla ขับเคลื่อนเองอย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่เร่งเครื่อง ออกตัว เปิดไฟเลี้ยว หยุดเมื่อพบสิ่งกีดขวาง และจอดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบที่จุดขนส่งสินค้า เพื่อเตรียมขึ้นเรือส่งออก

ปัจจุบัน ระบบขับขี่อัตโนมัติ FSD ที่เปิดให้ใช้งานยังอยู่ในเวอร์ชันที่ต้องมีมนุษย์ดูแล (Supervised) แต่จากวิดีโอนี้ ชี้ให้เห็นว่า Tesla กำลังก้าวไปสู่ระบบขับขี่อัตโนมัติแบบไร้มนุษย์ดูแล (Unsupervised) ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ

ชมคลิป https://x.com/tesla_ai/status/1884457749226090590

เร่งหาพันธมิตรรายใหม่ หลังดีลฮอนด้าล่ม คาดคืนวงเจรจาบริษัทชิป ลุยตลาดรถอีวีเต็มสูบ

(6 ก.พ. 68) Nissan Motor กำลังเร่งหา “พันธมิตรใหม่” ในขณะที่การเจรจาควบรวมกิจการกับ Honda Motor ใกล้ถึงทางตัน โดยมีรายงานว่าค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นรายนี้ต้องการจับมือกับบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ เพื่อเสริมศักยภาพรับมือยุคยานยนต์ไฟฟ้า  

แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า Nissan ต้องการพาร์ตเนอร์ที่มีรากฐานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และตั้งอยู่ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญที่สุดของบริษัท แนวโน้มของอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกต้องเร่งสร้างเครือข่ายพันธมิตรนอกเหนือจากอุตสาหกรรมยานยนต์แบบเดิม  

หลังมีกระแสข่าวดังกล่ว ในวันพฤหัสบดี หุ้นของ Nissan ปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 8.7% ในช่วงบ่ายของการซื้อขายที่ตลาดหุ้นโตเกียว แม้โฆษกของ Nissan จะปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยระบุเพียงว่า รายละเอียดเกี่ยวกับการเจรจากับ Honda จะถูกเปิดเผยตามแผนในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์  

การเจรจากับ Honda ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว สะดุดลงจากหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือข้อเสนอที่ Honda ต้องการซื้อกิจการ Nissan และทำให้เป็นบริษัทลูก ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับแรงต้านอย่างหนักจากฝ่ายบริหารของ Nissan นอกจากนี้ ข้อกำหนดของ Honda ที่ต้องการให้ Nissan ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ก่อนที่ดีลจะเกิดขึ้นจริง ก็เป็นอีกอุปสรรคสำคัญ  

อย่างไรก็ตาม การสิ้นสุดการเจรจาครั้งนี้ไม่ส่งผลให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาสูงถึง 100,000 ล้านเยน (ประมาณ 657 ล้านดอลลาร์) ตามข้อตกลงที่ลงนามเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา  

บอร์ดบริหารของ Nissan กำลังผลักดันให้ CEO มาคิโตะ อุจิดะ และทีมผู้บริหาร เร่งวางแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เพื่อสร้างเสถียรภาพให้บริษัทก่อนการประกาศผลประกอบการรายไตรมาสในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่บอร์ดจะประชุมและสรุปทิศทางของบริษัทในอนาคต  

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่การจับกุมและปลดอดีตประธาน Carlos Ghosn ในปี 2018 Nissan ต้องเผชิญวิกฤติอย่างต่อเนื่อง จากไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ล้าสมัยและกำลังการผลิตที่มากเกินไป จุดเปลี่ยนล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เมื่อกำไรสุทธิของ Nissan ร่วงลงถึง 94% ส่งผลให้บริษัทต้องประกาศปลดพนักงาน 9,000 ตำแหน่ง ลดกำลังการผลิตลง 20% และปรับลดคาดการณ์กำไรประจำปีลง 70%  

นักวิเคราะห์จาก Citigroup เตือนว่า หาก Nissan ไม่เร่งปรับโครงสร้าง อาจเกิดการถดถอยของผลประกอบการอีกครั้ง พร้อมเน้นย้ำว่า “มาตรการปรับโครงสร้างเพิ่มเติมเป็นสิ่งจำเป็น”  

ก่อนหน้านี้ Foxconn บริษัทเทคโนโลยีจากไต้หวันที่ผลิต iPhone ให้ Apple และกำลังมุ่งเข้าสู่ตลาดผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบรับจ้างผลิต เคยให้ความสนใจ Nissan แต่ต้องพักแผนไปชั่วคราวเมื่อทราบว่าบริษัทญี่ปุ่นกำลังเจรจากับ Honda อย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม Foxconn ยังไม่ได้ล้มเลิกความสนใจทั้งหมด และอาจกลับมาพิจารณาอีกครั้งหากดีลกับ Honda ยุติลงจริง  

BYD จ่อผนึก DeepSeek ดึง AI ใส่รถยนต์ราคาประหยัด

(11 ก.พ. 68) หุ้นของ BYD ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของจีนพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากที่บริษัทประกาศแผนการใช้เทคโนโลยีรถยนต์อัตโนมัติระดับสูงในหลายรุ่นของบริษัท รวมถึงรุ่นราคาประหยัดที่มีราคาต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

บริษัทเผยว่าได้จับมือกับ DeepSeek สตาร์ทอัพด้าน AI เพื่อผนวกรวมซอฟต์แวร์ของพวกเขาเข้าในรถยนต์ BYD ซึ่งจะเป็นการตามรอยคู่แข่งอย่าง Geely, Great Wall Motors และ Leapmotor ในการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาพัฒนา

BYD ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของ Tesla ในตลาดจีน และกำลังขยายตลาดในต่างประเทศ ได้ทำการประกาศนี้ในช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าจะมีการเริ่มต้นสงครามราคาครั้งใหม่ในอนาคต

บริษัทจะติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติ "God's Eye" ในรถยนต์อย่างน้อย 21 รุ่น รวมถึงรุ่นประหยัดอย่าง Seagull ที่มีราคาเริ่มต้นที่ 69,800 หยวน (ประมาณ 9,550 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งระบบนี้จะมาพร้อมกับคุณสมบัติต่างๆ เช่น ระบบจอดรถระยะไกลและระบบนำทางอัตโนมัติบนทางหลวง ซึ่งก่อนหน้านี้พบในรถยนต์ระดับพรีเมียมเท่านั้น

หวางเฉวียนฝู ผู้ก่อตั้ง BYD กล่าวในงานถ่ายทอดสดว่า "เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติไม่ใช่สิ่งที่หายากอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นเครื่องมือที่จำเป็นในการขับขี่" เขายังทำนายว่าเทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในรถยนต์ เช่นเดียวกับเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัยในไม่กี่ปีข้างหน้า

การผสานรวม DeepSeek จะช่วยยกระดับเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติของ BYD และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น บริษัท AI ดังกล่าวได้รับความสนใจทั่วโลกเมื่อเดือนที่แล้วหลังจากเปิดตัวแชทบอทที่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งจากสหรัฐฯ ได้ในราคาที่ต่ำกว่ามาก

ราคาหุ้นของ BYD พุ่งขึ้น 4.5% ในวันอังคาร ขึ้นไปทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ตลาดฮ่องกง โดยเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 20% ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ตลาดรถยนต์จีนซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกกำลังเผชิญกับการแข่งขันรุนแรงในสงครามราคาระหว่างผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหลายสิบรายที่ต้องการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด

เมื่อปีที่แล้ว ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดในจีนสูงถึงเกือบ 11 ล้านคัน เพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับปี 2023 โดย BYD ทำยอดขายได้ประมาณ 4.2 ล้านคัน และรายได้ประจำไตรมาสแซงหน้า Tesla เป็นครั้งแรกในไตรมาสที่สาม

‘เอ็มจี’ ทยอยนำเข้า!! ‘NEW MG IM6’ ล็อตแรก เตรียม!! เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 มี.ค.นี้

(24 ก.พ. 68) บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ NEW MG IM6 จำนวนกว่า 300 คัน จากท่าเรือ เซี่ยงไฮ้สู่ประเทศไทย โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกที่เริ่มนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้จาก SAIC MOTOR CORPORATION โดยรถรุ่นนี้มีแผนเตรียมนำเข้ามาในประเทศไทยต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรก และมีกำหนดเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 มีนาคม 2568 

NEW MG IM6 มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งในด้านเทคโนโลยี สมรรถนะการขับขี่ และนวัตกรรมล้ำสมัย โดย NEW MG IM6 ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้า SUV ขนาดกลางที่ได้รับความนิยมในจีน นอกจากนี้ ช่วงปีที่ผ่านมา IM6 ยังสามารถคว้ารางวัลมากมายในอุตสาหกรรมยานยนต์ ไม่ว่าจะเป็น รางวัล Red Dot Design Award ปี 2021 และ 2024 ประเทศเยอรมนี จากระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ  IM OS  ในสาขา Brand & Communication Design และ รางวัล Product Design Award จาก IM6 ตามลำดับ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นเลิศในศาสตร์แห่งการออกแบบ สะท้อนความหรูหรา และตอกย้ำความมั่นใจในระบบความปลอดภัย ด้วยการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก C-NCAP (China-New Car Assessment Programme) อีกด้วย ด้วยจุดเด่นที่ครบครันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น รวมถึงแพลตฟอร์มช่วงล่าง Digital Chassis ที่เน้นเรื่องสมรรถนะการขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์ เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม การออกแบบภายในระดับพรีเมียม 

สำหรับในประเทศไทย NEW MG IM6 ได้รับการปรับแต่งเพื่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและความต้องการของผู้ใช้ในประเทศมากขึ้น ด้วยฟีเจอร์ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ขับขี่ให้เข้ากับสภาพถนนและพฤติกรรมของผู้บริโภค ชาวไทย โดยประเทศไทยถือเป็นตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในภาคยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) การตัดสินใจของ เอ็มจี ในการเลือกประเทศไทยเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายธุรกิจในระดับสากลนั้นเป็นเพราะศักยภาพของตลาดที่แข็งแกร่ง นโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล และการต้อนรับที่ดีจากผู้บริโภคต่อรถยนต์พลังงานสะอาด การเปิดตัว NEW MG IM6 ในประเทศไทยในวันที่ 18 มีนาคมนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของ SAIC MOTOR CORPORATION ในการรุกตลาดโลก โดยบริษัทฯ มีแผนส่งออก NEW MG IM6 ไปยังประเทศอื่น ๆ เพื่อรุกตลาดต่างประเทศ ในปี 2025 พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัยและมีคุณภาพสูงเพื่อตอบโจทย์การเดินทางอย่างชาญฉลาดและยั่งยืนให้แก่ผู้ใช้ทั่วโลก

BYD เปิดตัว ‘Super E-Platform’ 1,000V ปลดล็อกเทคโนโลยีชาร์จเร็วใน 5 นาที วิ่งไกล 400 กม.

BYD ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของโลก สร้างความฮือฮาในอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยการเปิดตัว ระบบแบตเตอรี่ใหม่ล่าสุด ‘Super E-Platform’ 1,000V ที่สามารถรองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 400 กิโลเมตรในเวลาเพียง 5 นาที ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ และช่วยลดข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาการชาร์จที่เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า

เทคโนโลยีใหม่นี้ได้รับการพัฒนาโดย BYD Battery Division โดยใช้เซลล์แบตเตอรี่ที่ออกแบบให้รองรับ การชาร์จความเร็วสูงพิเศษ (Ultra-Fast Charging) ซึ่งสามารถเก็บพลังงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น นวัตกรรมนี้ช่วยให้การชาร์จ EV มีความสะดวกและรวดเร็ว เทียบเท่ากับการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงในรถยนต์

BYD ระบุว่า แบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้จะช่วย ลดระยะเวลาการชาร์จลงจากระดับชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าให้แพร่หลายมากขึ้น

สำหรับ BYD เป็นผู้นำด้านการพัฒนาแบตเตอรี่ LFP (Lithium Iron Phosphate) และมีชื่อเสียงจากการพัฒนา แบตเตอรี่ Blade Battery ที่ได้รับการยอมรับในด้าน ความปลอดภัยสูงและอายุการใช้งานที่ยาวนาน ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ที่เปิดตัวนี้ยังคงเน้นย้ำเรื่อง ความปลอดภัย เป็นอันดับแรก ด้วยการออกแบบที่ช่วยป้องกันความร้อนสูงเกินไป ลดความเสี่ยงต่อการเกิดไฟลุกไหม้ และช่วยให้แบตเตอรี่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในอุณหภูมิที่หลากหลาย

นอกจากการพัฒนาแบตเตอรี่แล้วยังมีแผนขยาย เครือข่ายสถานีชาร์จความเร็วสูง เพื่อรองรับการใช้งานของผู้ขับขี่ EV ได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก และคาดว่าเทคโนโลยีใหม่นี้จะถูกนำไปใช้ใน ตลาดยุโรป สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ ที่มีแนวโน้มการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

การเปิดตัวเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จ EV ได้ภายใน 5 นาทีของ BYD ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาหลักของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า และอาจเป็น Game Changer ที่เร่งให้โลกเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคพลังงานสะอาดได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งคาดว่าแบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้จะถูกนำไปใช้ในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของบริษัทภายในปีถัดไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top