Monday, 19 October 2026
มาเลเซีย

ความหวังของชาติ!! นายกฯ มาเลเซียร่วมเชียร์ ‘อาลีฟ’ ก่อนชิงเข็มขัด ONE มวยไทย สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีโลก ผู้แบกความหวังชาติบนสังเวียน ONE

ความหวังของชาติ! นายก “อันวาร์ อิบราฮิม” ร่วมส่งกำลังใจเชียร์ “อาลีฟ” คว้าเข็มขัด ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต เฉพาะกาล

“ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม” นายกรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซีย ร่วมโพสต์ส่งกำลังใจเชียร์ “อาลีฟ

ส.เดชะพันธ์” ดาวรุ่งลูกครึ่งไทย-มาเลเซีย ก่อนขึ้นสังเวียนแย่งชิงเข็มขัด ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต เฉพาะกาล (115-125 ป.) กับ “สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” ในคู่เอกของรายการ The Inner Circle 23 ที่จะเปิดฉากขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 24 ก.ค. นี้ ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.

ก่อนขึ้นชกในไฟต์ที่สำคัญที่สุดบนเส้นทางอาชีพ “อาลีฟ” ได้รับกำลังใจครั้งใหญ่จากนายกรัฐมนตรีของแดนเสือเหลืองที่ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม anwaribrahim_my เชิญชวนชาวมาเลเซียร่วมส่งแรงเชียร์ให้กับนักชกดาวรุ่งผู้เป็นตัวแทนความหวังของประเทศ โดยระบุข้อความว่า

“เชิญทุกคนร่วมส่งกำลังใจและแรงเชียร์ให้กับ อาลีฟ ที่กำลังจะขึ้นสังเวียนชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต เฉพาะกาล ในวันศุกร์นี้”

“อาลีฟ สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะนักกีฬาการต่อสู้ชาวมาเลเซียคนแรกที่ได้สิทธิ์ชิงแชมป์โลก ONE ขอให้เขาคว้าชัยชนะ นำความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศ และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นใหม่กล้าที่จะไล่ล่าความฝันจนก้าวไปสู่เวทีระดับโลก ”

นอกจากนี้ “อาลีฟ” ยังได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม aliff_rakib แสดงความมุ่งมั่นก่อนขึ้นสังเวียนไฟต์สำคัญ พร้อมยืนยันว่าจะทุ่มสุดกำลังเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศมาเลเซีย

“ผมไม่ได้สู้เพื่อตัวเองคนเดียว แต่กำลังสู้เพื่อประเทศชาติ เป้าหมายเดียวของผมคือการคว้าเข็มขัดกลับบ้าน และสร้างประวัติศาสตร์ให้ได้”

“ผมขอพลังและกำลังใจจากพี่น้องทุกคนในชาติ ด้วยพรของพระเจ้า ผมจะทุ่มเทสุดความสามารถเพื่อเป็นนักสู้คนแรกที่นำเข็มขัดแชมป์โลก ONE เส้นนี้กลับสู่บ้านเกิดของเราให้ได้”

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1710891364375559&id=100063641362350&rdid=UBlu7gWrLfqAGpki#

“มาเลเซีย” ย้ำจุดยืนไม่รับรอง “อิสราเอล”!! แม้สหรัฐฯ เรียกทูตชี้แจง ปมเนรเทศผู้ถือสัญชาติอิสราเอล กัวลาลัมเปอร์ย้ำเป็นนโยบายเดิม ไม่ใช่เรื่องใหม่ เลือกยืนบนจุดยืนเดิม หนุนสิทธิปาเลสไตน์ แม้เจอแรงกดดันจากสหรัฐฯ

มาเลเซีย แม้รัฐบาลแสดงจุดยืนด้านนโยบายต่างประเทศชัดเจน จนถูกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกทูตเข้าชี้แจง แต่ไม่เห็นจะมีพวกหิวเอ็นเกจปลุกกระแสต่อต้านรัฐบาลเลย แม้แต่สื่อกระแสหลักก็ไม่เห็น เต็มที่ก็แค่รายงานข่าวไปตามสถานการณ์ "ต่างกับสื่อในบางประเทศ"

สหรัฐฯ เรียก มูฮัมหมัด ชาห์รุล อิกราม ยาคอบ (Muhammad Shahrul Ikram Yaakob) เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำสหรัฐฯ เข้าชี้แจงเพื่อสอบถามเกี่ยวกับ "จุดยืนที่ไม่ยอมรับรัฐอิสราเอลของมาเลเซีย"

นายโมฮาหมัด ฮาซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย เปิดเผยว่า นายมูฮัมหมัด ชาฮ์รูล อิกราม ยาขอบ (Muhammad Shahrul Ikram Yaakob) เอกอัครราชทูตมาเลเซีย ได้ยืนยันต่อทางการสหรัฐฯ ว่านโยบายไม่ยอมรับรัฐอิสราเอลของมาเลเซียเป็นจุดยืนที่ยึดถือมาอย่างยาวนานและไม่ใช่เรื่องใหม่

“นี่เป็นนโยบายของมาเลเซียมาโดยตลอด นโยบายตรวจคนเข้าเมืองของเราไม่รับรองรัฐอิสราเอลหรือระบอบไซออนิสต์ และนี่คือจุดยืนที่เรายึดถือมาเป็นเวลานาน”

โมฮัมหมัด ฮาซัน ยังกล่าวถึงกรณีบุคคลผู้ถือสองสัญชาติสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเดินทางเข้ามาเลเซียโดยใช้หนังสือเดินทางสหรัฐฯ แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า บุคคลดังกล่าวถือสัญชาติอิสราเอลด้วย จึงถูกขอให้ออกจากประเทศ

ก่อนหน้านี้ สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ 8 คน ได้ส่งจดหมายถึง มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แสดงความไม่พอใจต่อคำประกาศของนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) ที่ระบุว่า มาเลเซียจะติดตามตัวและเนรเทศพลเมืองอิสราเอลที่พบอยู่ในประเทศทันที

สมาชิกรัฐสภากลุ่มดังกล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ทบทวนความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจกับมาเลเซีย พร้อมเสนอให้ระงับเงินสนับสนุนโครงการ International Military Education and Training ซึ่งใช้ฝึกอบรมบุคลากรทางทหารของมาเลเซียในสหรัฐฯ หากรัฐบาลกัวลาลัมเปอร์ไม่ยกเลิกนโยบายดังกล่าวภายใน 15 วัน

มาเลเซียไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล และเป็นหนึ่งในประเทศที่สนับสนุนการต่อสู้และสิทธิในการจัดตั้งรัฐของชาวปาเลสไตน์มาอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2117786709117071&set=gm.1355360706752286&idorvanity=849053944049634

มาเลเซียเดินเกมสมดุลมหาอำนาจ!! มาเลเซียพิจารณาชิป AI Huawei ในโครงการ Sovereign AI ท้าทายแรงกดดันสหรัฐฯ ท่ามกลางศึกเทคโนโลยีจีน–อเมริกา

“มาเลเซีย” พิจารณาใช้ชิปประมวลผล AI จาก “หัวเว่ย” เดินหน้าโครงการ Sovereign AI มูลค่า 16.2 ล้านบาท ควบคุมข้อมูลภายในประเทศ ท้าทายคำเตือนสหรัฐ ส่อเป็นชาติแรกใช้ฮาร์ดแวร์จากจีน ท่ามกลางสงครามเทคโนโลยีสองชาติมหาอำนาจ

สำนักข่าวบลูกเบิร์กรายงานว่า มาเลเซียกำลังประเมินการใช้ฮาร์ดแวร์ และชิปประมวลผล AI ของ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ เป็นแกนหลักในโครงการ “ปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ” หรือ Sovereign AI วงเงิน 2,000 ล้านริงกิต หรือราว 16.28 ล้านบาท แหล่งข่าวเผยว่าโครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้รัฐบาลควบคุมข้อมูลระดับชาติที่มีความอ่อนไหวได้ ทั้งนี้ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนเรื่องจำนวนชิปที่จะจัดซื้อ

ทั้งนี้ หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง จะถือเป็น "รัฐบาลต่างชาติแห่งแรก" ที่เลือกใช้ฮาร์ดแวร์ในการประมวลผล AI จีนอย่างเป็นทางการ แทนผลิตภัณฑ์จากสหรัฐ นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงชัยชนะก้าวสำคัญของเทคโนโลยีจีน ท่ามกลางแรงกดดัน และการกีดกันทางการค้าจากรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ปัจจุบัน “ชิป Huawei” ยังมีประสิทธิภาพตามหลัง “Nvidia” อยู่พอสมควร เนื่องจากการกีดกันจากสหรัฐ แต่การผลิตก็เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นทำให้หัวเว่ยรุกขยายส่วนแบ่งในตลาด Data Center ทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกกลาง โดยชิปที่มาเลเซียกำลังพิจารณาคือ รุ่น Ascend 910C ซึ่งเป็นรุ่นเรือธง ขณะที่รุ่น Ascend 950 ยังมีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต

ชี้ข้อจำกัด Cloud Act

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย มีนโยบายชันเจนในการผลักดันให้ประเทศก้าวขึ้นเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี แทนการพึ่งพาต่างชาติเพียงอย่างเดียว พร้อมทั้งกำหนดให้ข้อมูลด้านความมั่นคง โดยเฉพาะข้อมูลการทหาร และข่าวกรอง ต้องจัดเก็บอยู่ภายในประเทศเท่านั้น

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ระบุว่า กฎหมาย Cloud Act ของสหรัฐ ซึ่งลงนามโดยทรัมป์ในสมัยแรก ให้อำนาจศาลสหรัฐบังคับให้บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติอเมริกันส่งมอบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ แม้ข้อมูลนั้นจะถูกจัดเก็บอยู่นอกดินแดนสหรัฐก็ตาม ซึ่งสร้างข้อจำกัดให้กับอธิปไตยทางข้อมูลของมาเลเซีย

"ผมไม่เห็นว่ากฎหมายนั้นสมเหตุสมผล แต่ใครจะไปโต้แย้งประธานาธิบดีทรัมป์ได้" อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวกับนักศึกษาเมื่อ เม.ย.

ด้วยเหตุนี้ มาเลเซียจึงเลือก Telekom Malaysia Bhd. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจโทรคมนาคม เป็นผู้ดำเนินงานหลักของโครงการ Sovereign AI โดยบริษัทมีความร่วมมือด้านระบบคลาวด์กับ Huawei อยู่แล้ว แม้ว่าบริการประมวลผล AI ในปัจจุบันจะใช้ชิปของ  Nvidia ก็ตาม

สหรัฐเตือนความเสี่ยงข้อมูลรั่ว

รัฐบาลสหรัฐแสดงความกังวลว่าอุปกรณ์ของ Huawei อาจถูกนำไปใช้จัดการข้อมูลข่าวกรอง และข้อมูลลับที่ได้รับจากต่างประเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า ซัปพลายเออร์ที่ไม่น่าไว้วางใจอาจตกอยู่ใต้การแทรกแซงหรือถูกควบคุมโดยระบอบอำนาจนิยม ซึ่งพร้อมใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย และสร้างความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐาน ความเป็นส่วนตัว ทรัพย์สินทางปัญญา และความมั่นคงของชาติ

"เทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยคือ รากฐานของเศรษฐกิจที่รุ่งเรือง มาเลเซียเป็นทั้งตลาดที่กำลังเติบโต และเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าเทคโนโลยี รวมถึงเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐ" โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุ

นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารของทรัมป์กำลังเตรียมแพ็กเกจฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และโซลูชัน AI ของสหรัฐ พร้อมข้อเสนอทางการเงิน เพื่อสนับสนุนกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในซีกโลกใต้ (Global South) เพื่อป้องกันไม่ให้จีนครอบงำโครงสร้างพื้นฐาน AI เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในระบบโทรคมนาคม

เสี่ยงกระทบเศรษฐกิจ และการลงทุน

ท่าทีของมาเลเซียถือเป็นบททดสอบความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศที่ต้องการคงดุลอำนาจ โดยไม่เลือกข้างระหว่างสหรัฐ และจีนอย่างเบ็ดเสร็จ การตัดสินใจครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อหลายภาคส่วน

ทั้งความเสี่ยงด้านมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐเคยออกคำเตือนว่าการใช้งานชิป Ascend 910C ของ Huawei อาจเข้าข่ายละเมิดกฎระเบียบควบคุมการส่งออกของสหรัฐ หากมาเลเซียเดินหน้า อาจเผชิญแรงกดดันทางการค้า และมาตรการภาษีตอบโต้

ปัจจุบันมาเลเซียเป็นศูนย์กลาง Data Center ที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จากเม็ดเงินลงทุนมหาศาลของ Microsoft Oracle และ Nvidia ดังนั้นหากมาเลเซียปรับสัดส่วนโครงสร้างพื้นฐานไปใช้เทคโนโลยีจีน ก็อาจกระทบต่อแผนการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัทเหล่านี้

เจ้าหน้าที่สภาความมั่นคงแห่งชาติมาเลเซีย มีกำหนดเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันในเดือนนี้ เพื่อหารือแนวทางร่วมกัน ขณะที่รัฐบาลมาเลเซียเริ่มพิจารณาเปิดประมูลรอบใหม่ เพื่อเปิดทางให้ผู้ผลิตชิปฝั่งสหรัฐอย่าง Nvidia หรือ Advanced Micro Devices Inc. (AMD) สามารถเข้าร่วมแข่งขันในโครงการ Sovereign AI ได้โดยตรง เพื่อรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจ

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1250828?anf=

ระทึกก่อนประชุม IMF–World Bank!! รถมาเลเซียเจอตรวจเข้ม ติดถังน้ำมัน 7 ใบ บนทางเท้า ใกล้เขตปลอดภัย IMF-World Bank เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนเฝ้าระวังทันที คู่รักมาเลเซียชี้ใช้เดินทางฮันนีมูน

สำนักข่าวนิวสเตรทไทมส์ของมาเลเซีย รายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (13 ต.ค. 2569) ขณะที่เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนการประชุม IMF-World Bank พบรถยนต์ทะเบียนมาเลเซียจอดอยู่ที่ทางเท้า บนถนนสุขุมวิท บริเวณปากซอยสุขุมวิท 17 เขตวัฒนา กทม. ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เนื่องจากอยู่ใกล้กับเขตความปลอดภัยของการประชุมฯ เจ้าหน้าที่ กทม. กังวลว่ารถคันดังกล่าวอาจบรรจุวัตถุอันตราย จึงได้แจ้งเตือนหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง

ต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบ พบถังบรรจุน้ำมันเบนซิน 7 ถัง รวมประมาณ 40 ลิตร อยู่ที่ท้ายรถ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนเพิ่มเติม พบว่ารถคันดังกล่าวเป็นของคู่รักสามีภรรยาชาวมาเลเซีย ที่เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 11 ต.ค. และวางแผนจะเดินทางกลับประเทศในวันที่ 17 ต.ค. คู่รักคู่นี้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า พวกเขากำลังเดินทางท่องเที่ยวผ่านหลายจังหวัดของประเทศไทยด้วยรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของช่วงฮันนีมูน พวกเขาพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท และจอดรถใกล้ซอยสุขุมวิท 17 เพื่อไปเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

โฆษกหน่วยงานความมั่นคงของไทยกล่าวว่า คนขับรถชาวมาเลเซียบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เขาเตรียมน้ำมันเพิ่มมาด้วย เพราะไม่คุ้นเคยกับเส้นทางในประเทศไทย และคาดว่าจะต้องเดินทางไกลระหว่างจังหวัดต่างๆ ชายคนนั้นบอกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวเตรียมไว้ เพื่อป้องกันในกรณีที่พวกเขาหาปั๊มน้ำมันระหว่างทางได้ยาก โดยซื้อน้ำมันมาจากประเทศมาเลเซีย

ที่มา : nst.com.my/news/regional/2026/10/1556021/malaysian-honeymooners-probed-over-extra-fuel-carried-thailand


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top