Thursday, 4 June 2026
ภูเก็ต

‘NEX POINT’ โลจิสติกส์ที่เป็นมิตรกับ ‘สิ่งแวดล้อม’ สนับสนุน!! กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเมืองภูเก็ต

(24 พ.ค. 68) บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์เชิงพาณิชย์แบบครบวงจรเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย ได้ส่งรถบัสโดยสารซึ่งเป็นรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้เป็นรถประกอบการขนส่งผู้โดยสาร อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย เพื่อเข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างภาพลักษณ์   ที่ดีงดงามของจังหวัดภูเก็ตในเวทีระดับสากล ซึ่งงานนี้จัดโดยสมาคมเพอรานากันประเทศไทย ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตเทศบาลนครภูเก็ต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต และภาคีเครือข่าย  โดยกิจกรรมปีนี้ ได้ยกระดับการท่องเที่ยวทุกรูปแบบในเกาะภูเก็ตอย่างเต็มรูปแบบ

อนึ่ง ทางบริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน)  ได้ที่มีโอกาสนำรถบัสไฟฟ้า เข้าร่วมงานดังกล่าว ซึ่งทาง เน็กซ์ พอยท์ คำนึงถึงคำว่า “โลจิสติกส์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”  จึงมีความมุ่งมั่น พยายาม และตั้งใจในการขยายเครือข่าย สร้างความสัมพันธ์กับองค์กรธุรกิจทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อพัฒนางานให้สอดคล้องกับแนวคิดเพื่อสังคมไทยที่น่าอยู่กับการทำธุรกิจยุคใหม่ ที่ห่วงใย ใส่ใจ และเป็นมิตรที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยัง ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยให้จัดการระบบขนส่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง “Green Logistics”  คือ กุญแจทองสำคัญที่จะนำพาอุตสาหกรรม  โลจิสติกส์ และโลกของเราไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน

ภูเก็ตนักท่องเที่ยวดิ่งหนัก ชาวจีนหาย!! อินเดียแซงขึ้นอันดับ 1 นักท่องเที่ยวยุโรปชี้ปัญหาเหม็นกลิ่นกัญชา-ขี่จักรยานยนต์ประมาท

(11 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ค Phuket Times ภูเก็ตไทม์ รายงานว่า นักท่องเที่ยวจากอินเดีย บินมาเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเป็นอันดับ 1 ขณะที่นักท่องเที่ยวจากจีน ที่เคยครองอันดับ 1 กลับหาย

ด้าน ภาคท่องเที่ยวยอมรับ ปีนี้ทรุดหนักนักท่องเที่ยวต่างชาติลดฮวบ มีการเปิดเผยอีกว่านักท่องเที่ยวคุณภาพจากฝั่งยุโรป กังวลเรื่องการขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่ปลอดภัย ปัญหารถติด และกลิ่นกัญชาเหม็นคลุ้งทั่วเมือง

ด้าน ธุรกิจโรงแรมเปิดเผยกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า การจองห้องพักโรงแรมในภูเก็ตไม่เคยตกต่ำขนาดนี้ สาเหตุสืบเนื่องไล่มาตั้งแต่การเกิดสงครามอิสราเอล-อิหร่าน ตามมาด้วยข่าววางระเบิดฝั่งอันดามันในหลายจังหวัด และล่าสุดข่าวความเสี่ยงที่อาจจะเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ทำให้ยอดจองห้องพักลดลง

“นักท่องเที่ยวจีนที่หายไปส่วนหนึ่งก็เพราะ กลัวถูกลักพาตัวไปขายตัดอวัยวะ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลควรเร่งแก้ข่าวเพื่อแก้ไขภาพลักษณ์ของประเทศไทย ส่วนนักท่องเที่ยวที่เหลืออยู่ เช่น คนอินเดีย ก็รายจ่ายต่อหัวต่ำ อีกทั้งสถานการณ์การเมืองไทยก็ไร้เสถียรภาพ” แหล่งข่าวกล่าวกับประชาชาติธุรกิจ

‘วีนา ปวีนา’ สปีชกลางเวที ‘มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2025’ ส่งเสริมให้มี ‘กาสิโน’ ในจังหวัดภูเก็ต เชื่อช่วยไทยยั่งยืน

(15 ส.ค. 68) หลังจบการประกวดรอบ Queen Of Phuket เวที 'มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2025' ณ โรงแรม Angsana Convention and Exhibition Space (ACES) จ.ภูเก็ต ซึ่งตำแหน่งชนะเลิศตกเป็นของ เดล นฤมล พิมพ์ภักดี สาวงามจากบ้านภูเก็ต ด้วยการเฉือนชนะ วีนา ปวีนา ซิงห์ ไปอย่างฉิวเฉียด

โดยรอบประกวดนี้เต็มไปด้วยความสูสี ทั้งสองสาวมีเพอร์ฟอร์แมนซ์และไหวพริบในการตอบคำถามใกล้เคียงกัน กรรมการจึงจัดรอบสปีชเพิ่มเติมให้วีนาและเดลได้ฟาดฟันกันอีกครั้ง โดยคำถามสำคัญคือ “Queen Of Phuket มีความหมายและประโยชน์อย่างไรต่อ จ.ภูเก็ต”

วีนา ปวีนา ตอบว่า “QUEEN OF PHUKET จะต้องเป็นคนที่นำเสนอได้ดีมากๆเป็นคนที่นำเสนอเรื่องการท่องเที่ยว และที่สำคัญเลยส่งเสริมด้านเอนเตอร์เทนคอมเพล็กซ์ และวีนาอยากจะเป็นคนนั้น และส่งเสริมให้มีกาสิโนในจังหวัดภูเก็ตเพราะวีนามองว่า นักท่องเที่ยวที่มีมากอยู่แล้วสามารถส่งเสริมเศรษฐกิจ ให้กับจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยได้อย่างยั่งยืนค่ะ ขอบคุณค่ะ”

ทั้งนี้ ตรงประเด็นการสร้าง Entertainment Complex และการส่งเสริมกาสิโนในภูเก็ต ในคำตอบของเธอได้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล โดยมีคนจำนวนมากร่วมตั้งคำถาม และถกเถียงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

คนภูเก็ตไม่พอใจ!! ค้านแผนจัดงานปีใหม่ชาวอิสราเอล ฉลองปาร์ตี้ริมหาดป่าตอง–ราไวย์ หวั่นนำความขัดแย้งเข้ามา

(18 ก.ย. 68) กระแสต่อต้านการจัดงานปีใหม่ของชาวอิสราเอลในภูเก็ตกำลังร้อนแรง หลังมีแผนจัดงานฉลองริมหาดป่าตองและหาดราไวย์ วันที่ 22–23 กันยายน 2568 พร้อมขบวนแห่และพิธีทางศาสนา รวมถึงพิธี Taslich ช่วง 1–13 ตุลาคม ทำให้เกิดความกังวลว่าจะนำความขัดแย้งระดับโลกเข้ามาสู่เมืองท่องเที่ยวไทยและกระทบภาพลักษณ์ภูเก็ต

เพจ Thailand Stand with Palestine – ไทยเคียงข้างปาเลสไตน์ ออกมาแสดงความกังวลว่า การปล่อยให้จัดงานดังกล่าวอาจสะท้อนการขยายธุรกิจและอิทธิพลของกลุ่มทุนอิสราเอลในภูเก็ต ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และบริษัททัวร์ ซึ่งเปรียบเสมือน “การยึดครองคืบคลาน” 

โพสต์ดังกล่าวสร้างกระแสในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว มียอดกดไลก์หลายพันครั้ง รวมถึงมีการแชร์และคอมเมนต์จำนวนมาก ที่แสดงความไม่พอใจต่อการจัดงานและกังวลว่าภูเก็ตอาจกลายเป็นเวทีการเมืองโลกโดยไม่รู้ตัว หลายคอมเมนต์เตือนว่าอย่าให้ภูเก็ตกลายเป็น “กาซา 2”

โดย ณ ขณะนี้แรงกดดันมุ่งไปยังหน่วยงานท้องถิ่นทั้ง อบจ.ภูเก็ต เทศบาลเมืองป่าตอง และจังหวัดภูเก็ต ว่าจะรับมือกับเสียงคัดค้านอย่างไร โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีชุมชนมุสลิมหนาแน่น 25–35% ของประชากร ซึ่งอาจเกิดความขัดแย้งหากมองว่าการจัดงานเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองหรือกระทบวิถีชีวิตท้องถิ่น

ชาวภูเก็ต ร้อง!! ผู้ว่าฯ ค้าน!! ปาร์ตี้ปีใหม่ ‘อิสราเอล’ บนชายหาด ชี้!! ยั่วยุ กระทบใจผู้รักความยุติธรรม หวั่นมือที่ 3 ปลุกปั่นสถานการณ์

(21 ก.ย. 68) ชาวภูเก็ตยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯระงับปาร์ตี้ปีใหม่อิสราเอล บนชายหาดพื้นที่สาธารณะ ชี้ประเทศฆ่าล้างเผ่าพันธ์ปาเลสไตน์ หากปล่อยให้จัด เท่ากับเป็นการยั่วยุ และทำร้ายความรู้สึกของผู้รักความเป็นธรรม อาจนำไปสู่มือที่ 3 ก่อความรุนแรง

วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๘ ชมรมคนไทยรักปาเลสไตน์ นำโดยนายมูฮัมหมัดยูซุฟ มามะ ผู้ประสานงานชมรม ได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตนายโสภณ สุวรรณรัตน์ เพื่อยื่นข้อร้องเรียนความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับกิจกรรมของชาวอิสราเอล

รายละเอียดระบุว่า เนื่องด้วย ชมรมคนไทยรักปาเลสไตน์ เป็นตัวแทนของพี่น้องชาวภูเก็ต ร้องเรือนคัดค้านการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองปีใหม่ อิสราเอลและกิจกรรมทางศาสนาของอิสราเอลบนพื้นที่สาธาธารณะ ในฐานะตัวแทนมุสลิมภูเก็ต ขอแสดงความคัดค้านการจัดกิจกิรรม เฉลิมฉลองปีใหม่อิสราเอล และ กิจกรรมทางศาสนาของอิสราเอล บนพื้นที่สาธารณะ เพราะอิสราเอลคืออาชญกรสงครามฆ่าล้าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ ซึ่งตามหลักศาสนาอิสลาม ดังดำรัสของอัลกุรอ่านว่า มุสลิมผู้ศรัทธาคือพี่น้องกัน 

เราจึงรู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทรมาน ต่อความชั่ว และ การอธรรมกดขี่ที่อิสราเอลกระทำต่อพี่น้องปาเลสไตน์ของเรา ตั้งนั้นการปล่อยให้อิสราเอลมาเฉลิมฉลองแสดงสัญลักษณ์ในพื้นที่สาธารณะ ของจังหวัดภูเก็ต ที่มีประชากรมสลิมจำนวนมาก จึงถือเป็นการกระทำที่ท้าทายยั่วยุ

และเหยียบย่ำจิตใจชาวภูเก็ตอย่างที่สุด ประกอบกับกับประเทศไทย เพิ่งทำการประณามความชั่วของรัฐอิสราเอล ที่ละเมิดกฏสากลโจมตีประเทศกาต้าร์ เพื่อสังหารคณะผู้เจรจาสันติภาพ การปล่อยให้อิสราเอล จัดงานเฉลิมฉลองในไทยจึงเป็นการปฏิบัติที่ย้อนแย้งกับจุดยืนของรัฐ 

อีกทั้งล่าสุดเมื่อสองวันที่ผ่านมา องค์กรสหประชาชาติ ก็ได้ประณาม และ ยืนยันว่า อิสราเอลก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวปาเลสไตน์ในอนวนกาซ่า นอกจากนั้นแล้ว ศาลโลกก็ได้พิพากษาตัดสินว่า อิสราเอลคือฆาตกรสงครามที่ก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์เด็กและสตรีในฉนานกาซ่าจริง ซึ่งเกรงว่าหากหน่วยงานของรัฐ ปล่อยให้อิสราเอลมีกิจกรรมท้าทาย และ ข่มเหงความรู้สึกเช่นนี้ อาจมีมือที่สาม ที่อยู่เหนือการควบคุมใช้เป็นขนวน ในการสร้างสถานการณ์ในภูเก็ต ซึ่งสิ่งที่จะตามมาก็คือภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวระดับประเทศ หากเกิดสถานการณ์ความรุนแรง 

ดังนั้นแนวทางแห่งปัญญาชนก็คือการป้องกันนั้นย่อมดีกว่าการแก้ไข การไม่สนับสนนหรือปล่อยให้มีกิจกรรมในที่สาธารณะ ที่กระทบกระเทือนต่อนต่อจิตใจพลเมืองประชาชน หรือเป็นการยั่วยที่จะนำไปสู่ความรุนแรง ก็ควรงด และ หลีกเลื่อง และไปจัดในสถาณที่ปิดจะเหมาะสมกว่า อนึ่ง เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง เรามิได้ต่อต้านชาวยิว แต่เราต่อต้านอิสราเอล ซึ่งมีชาวอิวจำนวนมากทั่วโลก ที่เป็นทันธมิตรกับเราในการต่อต้านอิสราเอล "ลัทธิไซออนิสต์ "

‘ชาวเกาะพะงัน’ เรียกร้องหน่วยงานตรวจสอบ อิสราเอลกว้านซื้อที่ดิน!! สร้างผลกระทบต่อชุมชน

(9 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งอ้างว่าเป็นสื่อท้องถิ่นโพสต์คลิปเสียงและข้อความเรียกร้องให้ชุมชนเกาะพะงันร่วมแลกเปลี่ยนปัญหาการตั้งถิ่นฐานของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้โพสต์อ้างว่ามีชาวอิสราเอลกลุ่มหนึ่งย้ายมาอยู่จำนวนมากจนส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและทรัพยากรของเกาะ เช่น การซื้อที่ดินผ่านนอมินี การก่อสร้างผิดกฎหมาย และการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมใกล้อุทยานแห่งชาติ ทั้งหมดเป็นข้อกล่าวหาในโพสต์ที่ผู้เขียนเรียกร้องให้ชุมชนร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านแบบฟอร์มสำรวจความคิดเห็นเพื่อหาทางออกร่วมกัน

โดยชาวบ้านและผู้โพสต์ระบุปัญหาหลายด้านทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เช่น ราคาที่อยู่อาศัยและค่าเช่าที่เพิ่มสูงขึ้น ความไม่สะดวกในการใช้พื้นที่สาธารณะ พฤติกรรมการอยู่อาศัยที่ขัดกับกฎระเบียบท้องถิ่น รวมถึงความกังวลว่าเม็ดเงินบางส่วนอาจไม่กลับสู่ชุมชนไทยโดยตรง 

ด้านผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ผู้โพสต์เตือนว่าเหตุการณ์นี้อาจทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวบางชาติเริ่มถอนตัวและไม่กลับมาท่องเที่ยว ส่งผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการท้องถิ่นในระยะยาว ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายอาจได้ประโยชน์ในระยะสั้น แต่ชุมชนต้องการแนวทางจัดการที่รักษาวัฒนธรรม ทรัพยากร และความเป็นอยู่ของคนบนเกาะให้ยั่งยืน เช่น การเข้มงวดเรื่องการอนุญาตใช้ที่ดิน ระบบภาษี และการบังคับใช้กฎหมายอสังหาริมทรัพย์

ขณะที่ เพจ Phuket Times ภูเก็ตไทม์ โพสต์ว่า ‘ภูเก็ต’ หมดกันท่องเที่ยว ‘อิสราเอล’ เปิดเพจขายแพ็กเกจทัวร์ให้ชาติเดียวกันเอง โฆษณากันฉ่ำในโชเชียลทุกช่องทาง 

เพจดังภูเก็ต เผย การท่องเที่ยวภูเก็ตส่อเค้าวิกฤต หลังยิว เปิดขายทัวร์ให้คนชาติเดียวกันผ่านโซเชียลฉ่ำ

เมื่อวันที่ (8 ต.ค. 68) เพจ Phuket Times ภูเก็ตไทม์ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความถึงกรณี ‘ชาวอิสราเอล’ จำนวนมากเข้ามาเปิดให้บริการนำเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต พร้อมกับเปิดขายทัวร์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลโดยไม่สนใจกฎหมายในประเทศไทย โดยในโพสต์ระบุว่า 

‘ภูเก็ต’ หมดกันท่องเที่ยว ‘อิสราเอล’ เปิดเพจขายแพ็กเกจทัวร์ให้ชาติเดียวกันเอง โฆษณากันฉ่ำในโซเชียลทุกช่องทาง

พร้อมกันนี้ ทางเพจ เพจ Phuket Times ภูเก็ตไทม์ ยังระบุด้วยว่า ‘เกาะภูเก็ต’ จะมีการรวมกลุ่มกันแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ ต่อต้าน ไม่เอายิว อิสราเอล โดยจะจัดกันขึ้นที่ แถวบางเทา เชิงทะเล ในเย็นวันนี้ (9 ต.ค. 68)

ชาวภูเก็ตแสดงพลัง ร่วมกิจกรรม ‘รวมดวงใจสู่ปาเลสไตน์’ ต่อต้านรัฐเถื่อนไซออนิสต์อิสราเอล!! เรียกร้องยุติความรุนแรง

เมื่อวันที่ (9 ต.ค. 68) ประชาชนจังหวัดภูเก็ตร่วมจัดกิจกรรม “All Heart from Palestine Phuket – รวมดวงใจสู่ปาเลสไตน์” เพื่อแสดงพลังสนับสนุนชาวปาเลสไตน์และประณามการกระทำของรัฐเถื่อนไซออนิสต์อิสราเอล ภายในงานมีบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและสามัคคีของผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วน

นักวิชาการ ศาสนบุคคล และประชาชนทั่วไป ต่างร่วมกันประกาศจุดยืนยืนหยัดเคียงข้างผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมร่วมกันส่งสารแห่งสันติภาพ ความยุติธรรม และความเป็นมนุษย์จากภูเก็ตสู่ประชาชนชาวปาเลสไตน์

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นกระแสการเคลื่อนไหวในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ที่ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนปาเลสไตน์และเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงในพื้นที่ขัดแย้ง โดยย้ำว่าความสงบสุขและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์คือสิ่งที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญสูงสุด

ลูกค้าสุดเฟล สั่งปลากะพงทอดน้ำปลา ที่ร้านย่านป่าตอง แต่ได้ปลาทับทิม 400 บ. โอดไม่มีเมนูภาษาไทย เสียดายความรู้สึก เหมือนถูกหลอกในดงสแกมฯ แนะรัฐตรวจสอบ

เมื่อวันที่ (22 ต.ค. 68) ผู้ใช้ TikTok @ter___1997 แชร์ประสบการณ์สุดเฟล หลังไปที่ร้านแห่งหนึ่งย่านป่าตอง จ.ภูเก็ต โดยสั่งเมนูปลากะพงทอดน้ำปลา แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นปลาชนิดอื่นที่ราคาถูกกว่า ซ้ำยังเจอร้านคิดราคาจานนี้ถึง 400 บาท

นอกจากนี้ เมนูปลากะพงทอดน้ำปลาในเมนูนั้นไม่ได้มีภาษาไทยระบุไว้ คาดว่าเน้นขายคนต่างชาติเป็นหลัก ซึ่งเมื่อเสิร์ฟมาพบว่าไม่ใช่ปลากะพง แต่คล้ายจะเป็นปลาทับทิมทอด หรือปลาชนิดอื่นมากกว่า เจ้าของเรื่องราวระบุว่า “คิดว่าปลาอะไร จานนี้ 400 บาท มาป่าตองคือไม่สนุกเลย เหมือนมาเมืองสแกมเมอร์ ชอบหลอกคนไทย เลยไม่ค่อยอยากจะมา พอวีนมันบอกทำไมไม่ถามก่อน ในร้านพนักงานไม่มีคนไทยเลย จะให้การท่องเที่ยวไทยเป็นงี้จริงดิ”

หลังจากภาพนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้คนแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยมองว่าร้านน่าจะตั้งใจไม่ระบุชนิดปลาในเมนู แต่ยังไงในรูปยังไงก็เป็นปลากะพง ดังนั้นก็ถือว่าไม่ตรงปกอยู่ดี แถมปลาที่ทอดมายังสีคล้ำ ไม่ค่อยน่ากิน มิหนำซ้ำยังคิดราคาแพง เจ้าของเรื่องยอมรับว่านอยด์สุด ๆ แต่เพราะไปกันแค่ 2 คน ไม่อยากมีเรื่อง สุดท้ายเลยยอมจ่ายไปแล้วออกมาจากร้าน แต่ก็อยากให้มีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ 

ธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตคนใหม่ สั่งสมประสบการณ์เมืองท่องเที่ยว-ชายฝั่งทั่วภาคใต้ พร้อมผสานหน่วยงาน-ประชาชน เพื่อยกระดับภูเก็ต เสริมเมืองท่องเที่ยวทะเลระดับโลกให้อยู่ดี-ปลอดภัย

การโยกย้ายแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดล็อตปลายปี 2568 ภายใต้คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ทำให้ทีมบริหารจังหวัดสำคัญหลายแห่งขยับปรับตำแหน่งใหม่ หนึ่งในนั้นคือจังหวัดภูเก็ต ที่มีชื่อของนายธีระพงศ์ ช่วยชู ปลัดจังหวัดภูเก็ต ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ในวันแรกของการปฏิบัติหน้าที่ เขาได้เข้าสักการะพระพุทธธำรงมิ่งเมืองและศาลตายาย ณ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังใหม่) เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าห้องทำงานรองผู้ว่าราชการจังหวัด ท่ามกลางการต้อนรับจากข้าราชการและเจ้าหน้าที่จังหวัดภูเก็ตอย่างเป็นทางการ

นายธีระพงศ์ ช่วยชู เป็นคนตำบลกลาย อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เติบโตจากเมืองชายฝั่งภาคใต้ ก่อนก้าวเข้าสู่เส้นทางราชการในสายงานปกครอง เขาสั่งสมประสบการณ์จากพื้นที่หลากหลาย ทั้งในฐานะนายอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และนายอำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต จากนั้นจึงก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ต ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดในที่สุด เส้นทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเขาคุ้นเคยทั้งเมืองท่องเที่ยวเกาะชื่อดัง เมืองชายฝั่งที่เผชิญภัยธรรมชาติ และเมืองศูนย์กลางท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลกอย่างภูเก็ตเป็นอย่างดี 

ในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่นายอำเภอเกาะสมุย มีการรายงานข่าวว่าเขามีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและการจัดการโควิด-19 ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว จนเกาะสมุยกลับมามีนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เมื่อย้ายมาดำรงตำแหน่งนายอำเภอปากพนัง เขาเดินหน้าทำงานเชิงรุกทั้งด้านการแก้ปัญหาชุมชนและการดูแลทรัพยากรชายฝั่ง ที่เด่นชัดคือการสั่งรื้อถอนเครื่องมือประมงผิดกฎหมายประเภท “ไซตัวหนอน” หรือ “ไอ้โง่” กลางทะเล 155 ตัว เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ถือเป็นภาพของผู้นำท้องถิ่นที่ให้ความสำคัญกับทั้งปากท้องชาวประมงและการอนุรักษ์ทะเลควบคู่กันไป 
.
เมื่อย้ายมารับตำแหน่งนายอำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เขาต้องเผชิญโจทย์ใหม่ในเมืองท่องเที่ยวกลางคืนอย่างหาดป่าตอง ทั้งในมิติการกระตุ้นเศรษฐกิจและการดูแลความเรียบร้อย อำเภอกะทู้ได้จัดเวทีประชาพิจารณ์และรับฟังความคิดเห็นเรื่องการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงในพื้นที่หาดป่าตองถึงตี 4 โดยมีนายธีระพงศ์เป็นประธาน และมีการวางมาตรการควบคู่ ทั้งการจัดโซนนิ่งสถานบันเทิง การเน้นตรวจบัตรประชาชนตัวจริงและแอปพลิเคชันยืนยันตัวตน การใช้กล้องและระบบเทคโนโลยีช่วยดูแลความปลอดภัย ตลอดจนการประเมินผลด้านสิ่งแวดล้อมและขยะจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้เมืองท่องเที่ยวเติบโตบนฐานความปลอดภัยและความเป็นระเบียบ 

บทบาทในฐานะปลัดจังหวัดภูเก็ต ยังสะท้อนมุมมองการพัฒนาที่เชื่อมโยง “ท่องเที่ยว-สิ่งแวดล้อม-สุขภาพประชาชน” เขาเป็นประธานเปิดการประชุมและเปิดตัวโครงการจัดการขยะอาหาร (Food Waste) ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ภายใต้แนวคิด “ลด Food Waste @Phuket กินเกลี้ยง เลี่ยงโลกร้อน” ที่มุ่งจัดการปริมาณขยะจากเศษอาหารในเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการลดก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ ยังเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “เร่งรัดมาตรการยุติปัญหาเอดส์ ระดับจังหวัดภูเก็ต (Provincial Model)” ซึ่งเชื่อมหน่วยงานสาธารณสุข ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเพื่อขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพในจังหวัดอย่างบูรณาการ 

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตของนายธีระพงศ์ ช่วยชู จึงไม่ใช่เพียงการเลื่อนตำแหน่งในสายราชการ แต่คือการดึง “คนทำงานภาคสนาม” ที่เข้าใจทั้งเมืองท่องเที่ยวเกาะสมุย เมืองชายฝั่งปากพนัง และเมืองท่องเที่ยวทะเลระดับโลกอย่างภูเก็ต ให้มาดูแลภาพใหญ่ของจังหวัดอย่างมียุทธศาสตร์ ประสบการณ์ด้านการบริหารเมืองท่องเที่ยว การจัดการภัยพิบัติและทรัพยากรทะเล การควบคุมกิจการสถานบันเทิง และการผลักดันโครงการด้านสิ่งแวดล้อม-สุขภาพ ทำให้คาดหวังได้ว่าเขาจะช่วยขับเคลื่อนภูเก็ตบนสมดุลของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว คุณภาพชีวิตคนเมือง ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยมีฐานคิดมาจากการเห็นทั้ง “หน้างานจริง” และ “ภาพรวมระดับจังหวัด” ในเวลาเดียวกัน

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top