Friday, 5 June 2026
นักท่องเที่ยวจีน

ส่องโซเชียลจีน หาคำตอบว่าทำไมถึงไม่มาเที่ยวไทย ชี้ ส่วนใหญ่หวั่นความปลอดภัย - ที่พักแพง - ไร้แหล่งท่องเที่ยวใหม่

เพจเฟซบุ๊ก ‘เขียนไว้ให้เธอ’ ของ ‘ธนา เธียรอัจฉริยะ’ ประธานกรรมการ บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และอดีตผู้บริหาร ดีแทค ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีนักท่องเที่ยวจีนที่มาเดินทางมาเที่ยวไทยลดลงอย่างต่อเนื่องว่า ...

ไปส่องโซเชียลจีนว่าทำไมถึงไม่มาไทย

ผมมีร้านชาบูที่หุ้นกับน้อง ๆ อยู่แถวราชประสงค์ ตั้งแต่วาเลนไทน์มา นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นเกือบครึ่งของลูกค้าร้านโดยปกตินั้น หายไปอย่างน่าใจหาย สวนทางกับตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่ไปญี่ปุ่นมากขึ้นมาก เหมือนกับว่าเขาเลิกเห่อไทยไปแล้ว สงกรานต์ก็ยังไม่กลับมา แน่นอนว่าหลายคนก็บอกว่าเราไม่ง้อก็ได้ ไม่อยากมาก็ไม่ต้องมา แต่ร้านผมเดือดร้อน ก็เลยสงสัยว่าทำไมเขาไม่มาไทย  

ผมเลยวานน้องเฟิร์น น้องสาวคนเก่งที่ทำธุรกิจที่จีน ช่วยธุรกิจไทยไปจีน และวางแผนเรื่องการตลาดนักท่องเที่ยวจีนไปส่องดูตามโซเชียลหน่อยว่าที่จีนเขาพูดถึงการมาเที่ยวไทยว่าอย่างไรบ้าง ถ้าดูแล้วหมดหวังก็จะได้ทำใจ หาทางแก้ปัญหาร้านในทางอื่นไป

เฟิร์นก็ใจดี ช่วยให้ลูกทีมจีนไปส่องแบบคร่าว ๆ อาจจะพอได้ feeling บ้าง แต่หน่วยงานที่สนใจอาจจะต้องทำการบ้านหนักกว่านี้ถ้าจะได้ข้อมูลเชิงลึก เท่าที่เขาสรุปมาให้หลัก ๆ ที่นักท่องเที่ยวจีนน้อยลงก็มีอยู่หลายประเด็น  หลายเรื่องก็เป็นเรื่องจริง หลายเรื่องก็เข้าใจผิด  

ต้องเริ่มก่อนว่า เราคุยกันถึงนักท่องเที่ยวจีนทั่วไปที่มีกำลังซื้อ มาราชประสงค์ มากินชาบูนะครับ  จีนใหญ่มาก เราไม่พูดถึงทัวร์ศูนย์เหรียญหรือจีนเทา ซึ่งก็คงไม่ได้มาเมนต์อะไรแบบนี้  ..
…….
ประเด็นแรกที่เขาไม่อยากมาคือความไม่ปลอดภัย มีข่าวลือเรื่องการถูกลักพาตัว ขโมยอวัยวะ และมีข่าวฆาตกรรม มีคนจีนที่ไม่ดี (สีเทา) อยู่จีนไม่ได้เลยเลือกมาตั้งรกรากที่ไทยจำนวนมาก มีปัญหาอะไรขึ้นมา ตำรวจไทยแทบจะช่วยอะไรไม่ได้ ระบบ city security ล้าหลัง กล้อง CCTV น้อยมากซึ่งทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย (เมืองจีน cctv เต็มเมือง เขาชินกับความอุ่นใจแบบนั้น) 

ประการที่สอง เมืองไทยมีภาพว่าถ้ามาอยู่ยาว ๆ มาอาศัยเลยนั้น 'ถูก' แต่ถ้ามาเที่ยวคือ 'แพง' บ้านถูกที่ไทยแต่โรงแรมแพง อาหารในห้างไทยเทียบกับอาหารในห้างญี่ปุ่นราคาเท่ากัน ญี่ปุ่นเลยน่าไปกว่า

ประการที่สาม ไทยไม่ได้มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรพัฒนามา 10 ปีแล้ว 10 ปีก่อนเป็นแบบไหนก็ยังเป็นแบบเดิม ที่เที่ยวเดิม ๆ ไม่ดึงดูด การเดินทางถ้าอยู่นอกเส้นรถไฟฟ้าไปมาลำบากมาก

ประการที่สี่ คือตัวอย่างข่าวร้าย ๆ ที่ไทย ไม่มีข่าวดีเลย ทำให้มีภาพว่าระบบจัดการไทยไม่ดี ไม่ปลอดภัย ผมยกข่าวที่เขาไปเจอมาดื้อ ๆ เลยละกัน  

1.รถบรรทุกชนรถที่จอดอยู่ในเลนส์ฉุกเฉินบนทางด่วน
Link 泰国高速路应急车道换尿布引发惨剧:10 人乘车 8 人遇难
2. ถนนในประเทศไทยเกิดหลุมยุบลึก 3 เมตรกะทันหัน คู่รักที่กำลังเดินเล่นพลัดตกลงไปโดยไม่ทันตั้งตัว ซึ่งถนนเส้นนี้เพิ่งได้รับการปรับปรุงใหม่เมื่อเดือนก่อนเท่านั้น
Link 泰国街道突现3米天坑,情侣散步意外坠落,道路一个月前才翻新
3. นักท่องเที่ยวจีนถูกต้นไม้ทับขณะกำลังจะเดินไปเล่นเครื่องเล่น
Link 泰国特色旅游项目突发意外致中国游客一死一伤!警惕,该项目已多次发生事故
4. นักท่องเที่ยวจีนก่อเหตุ kill สาวประเภทสองในประเทศไทย
Link 中国游客泰国杀害变性人,残忍分尸啖脏
5. โรงงานสารเคมีระเบิดใกล้กับอาคารผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิ
Link 泰国一化工厂发生爆炸,已致20多人受伤,附近机场候机楼震感明显
6. เด็กอายุ 14 ยิงกราดที่พารากอน หนึ่งในผู้เสียชีวิตมีคนจีน 1 คน
Link 曼谷购物中心枪击案造成中国公民1死1伤 泰总理发文哀悼,国际,国际社会,好看视频
7. คนชาวจีนถูกตำรวจไทยและอดีตตำรวจ ร่วมกันก่อเหตุลักพาตัวและเรียกค่าไถ่
Link 泰国警方:5名在泰中国公民遭绑架勒索,多名泰国警察涉案
8. นั่งท่องเที่ยวชาวจีนพลัดตกจากชั้น 4 ของโรงแรมดังที่พัทยา
Link 芭提雅某酒店内一中国女游客意外坠楼 - 泰国头条新闻
9.ตึกถล่มที่ประเทศไทยหลังจากเกิดแผ่นดินไหว เหตุเกิดจากโครงสร้างบางส่วนไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
Link 泰工业部:国家审计署大楼坍塌 部分钢材样品不达标 | 联合早报
10. หญิงชาวจีนถูกลักพาตัวในประเทศไทย 
Link 女子遭绑架遇车祸跳车自救,与嫌犯认识约10天,最新消息→

ประการที่ห้าที่ช่วงสงกรานต์คนจีนน้อยลงก็เพราะมณฑลทางตอนใต้ของจีนจัดเทศกาลสาดน้ำกันเอง เป็นเทศกาลประจำปี ปลอดภัยกว่าและไม่ต้องบินออกนอกประเทศด้วย   แต่มีกลุ่มหนึ่งที่อยากมาเมืองไทยเพิ่มขึ้นก็คือ LGBTQ (ซึ่งน่าจะต้องชม S2O ของวู้ดดี้ที่เป็น destination ใหม่ของไทยในปีที่ผ่านมา)  

ประเทศแต่ละประเทศก็มียุครุ่งเรือง มียุคตกต่ำ เหมือนห้างสรรพสินค้า สวนสนุก หรือแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เหมือนแต่ก่อน CBD ไทยก็คือวังบูรพา แล้วค่อยๆย้ายมาเป็นปทุมวัน ในแต่ละปีก็จะมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ มีสถานที่ที่ดึงดูดใจมากขึ้น ใครปรับปรุงให้ทันยุคทันสมัยก็จะพออยู่รอดได้ แต่ถ้าปรับไม่ทันก็จะเจอสภาพเหมือนไทยเจออยู่ตอนนี้   

และในความย้อนแย้งก็คือ เมืองจีนตอนนี้น่าเที่ยวมาก ราคาถูก โรงแรมดี สถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม ทันสมัย ไฮเทค เริ่มมี tax refund มีหลากหลายที่ให้สำรวจ ค้นหา วีซ่าก็ฟรี  คนไทยก็ทะลักไปจีนกันอยู่ตอนนี้ น้องที่ทำทัวร์เพิ่งเล่าให้ฟัง…

ความเห็นต่างๆพวกนี้ไปค้นไม่ยากเลยด้วยโซเชียล แต่ค้นมาแล้ว เข้าใจแล้วว่าเขาเข้าใจผิดอะไร หรือเราต้องปรับปรุงอะไร เราจะทำอะไรต่อดีนั้นน่าตั้งคำถามมากกว่า หรือช่างจีนเขา เราไปหาคนรวยประเทศอื่นก็ได้ ถึงกระนั้นก็ต้องมีกลยุทธ์ใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่ปล่อยตามยถากรรมแบบเดิมอยู่ดีเพราะคู่แข่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาเยอะมาก  

ญี่ปุ่นทั้งสวยและถูกเพราะค่าเงิน จีนก็พัฒนาไปไกล ไปง่ายสวยถูก ใกล้ ๆ เวียดนาม กัมพูชาก็ปรับตัวมาเยอะ สิงคโปร์ก็ทำ man made destination จนติดตลาด .. เมืองไทยจะสร้างอะไรใหม่ จะมีอะไรต่อ ก็ต้องไปลุ้นกัน

ส่วนผมตัวเล็กๆที่เป็นเจ้าของร้านชาบูที่พึ่งนักท่องเที่ยวจีนเกือบ 50% ก็ต้องคิดใหม่ทำใหม่  เหมือนแม่น้ำที่เปลี่ยนทิศไปแล้ว ไม่ใช่แม่น้ำที่เคยขึ้นและลง พอลงอดทนสักพักเดี๋ยวก็ขึ้น แต่พอเปลี่ยนทิศไป  

ถ้ายืนอยู่กับที่ก็คงไม่มีปลาเหมือนเดิม ถ้าไม่ย้ายตามแม่น้ำใหม่ ก็คงต้องเปลี่ยนวิธีทำมาหากินกันต่อไปนั่นเอง…

Alipay เผย ไทยยังเป็น 1 ในจุดหมายปลายทาง กลุ่มประเทศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน

ข้อมูลล่าสุดจาก Alipay และเครือข่ายพันธมิตร Alipay+ เผยให้เห็นถึงความคึกคักอย่างมากของภาคการท่องเที่ยวจีน ทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางออกนอกประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ประเทศจีนในช่วงวันหยุดยาววันแรงงานและเทศกาล Golden Week ที่ผ่านมา

ข้อมูลจาก Alipay และเครือข่ายพันธมิตร Alipay+ เผยนักท่องเที่ยวจีนยังเดินทางใช้จ่ายในต่างประเทศต่อเนื่องในช่วงวันหยุดยาววันแรงงานและเทศกาล Golden Week โดยไทย ยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยม

สำหรับ เครือข่าย Alipay+ นับเป็นระบบชำระเงินระดับโลก ช่วยให้นักท่องเที่ยวจีนสามารถใช้แอปพลิเคชันกระเป๋าเงินดิจิทัล ชำระค่าสินค้าและบริการในกว่า 70 ประเทศทั่วโลกได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องแลกเงินสด

ทั้งนี้ ข้อมูลยอดใช้จ่ายผ่าน Alipay ชี้ว่าจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน ได้แก่
* ฮ่องกง
* ญี่ปุ่น
* มาเก๊า
* เกาหลีใต้
* ไทย
* มาเลเซีย
* สิงคโปร์
* ฝรั่งเศส
* แคนาดา
* อิตาลี

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจีนยังเริ่มมองหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่และเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยสวิตเซอร์แลนด์มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนสูงสุด และเกาหลีใต้มียอดใช้จ่ายต่อคนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากความนิยมในการทำศัลยกรรมความงาม

ขณะเดียวกัน ยังพบว่า นักท่องเที่ยวจีนยังนิยมใช้ระบบขนส่งสาธารณะในต่างประเทศมากขึ้น โดยยอดการทำธุรกรรมผ่าน Alipay เพิ่มขึ้นถึง 53% โดยเฉพาะในฮ่องกงและมาเก๊าที่นิยมใช้จ่ายค่ารถบัสและรถไฟใต้ดินผ่าน Alipay เหมือนกับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ขณะที่ในยุโรปและญี่ปุ่นนิยมใช้ซื้อตั๋วรถไฟและเช่าจักรยาน

ส่วนบริการขอคืนภาษีแบบเรียลไทม์ผ่าน Alipay ก็มียอดคืนเงินเฉลี่ยต่อรายการเพิ่มขึ้น 33% และยอดการใช้โปรโมชั่นส่วนลดต่างๆ ผ่าน Alipay ก็พุ่งขึ้น 46% เมื่อเทียบกับช่วงหยุดยาวปีใหม่

อย่างไรก็ตาม จากมาตรการยกเว้นวีซ่าและนโยบายการคืนภาษีใหม่ของจีน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศจีนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยจำนวนธุรกรรมและมูลค่าการใช้จ่ายรวมในจีนผ่านแอปกระเป๋าเงินดิจิทัลต่างประเทศ 13 แพลตฟอร์ม เพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยแอปที่มีการใช้จ่ายสูงสุดคือ AlipayHK ตามมาด้วย Touch ‘n Go e-Wallet (มาเลเซีย), Kazpi.kz (คาซัคสถาน), MPay (มาเก๊า) และ TrueMoney (ไทย)

ภูเก็ตนักท่องเที่ยวดิ่งหนัก ชาวจีนหาย!! อินเดียแซงขึ้นอันดับ 1 นักท่องเที่ยวยุโรปชี้ปัญหาเหม็นกลิ่นกัญชา-ขี่จักรยานยนต์ประมาท

(11 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ค Phuket Times ภูเก็ตไทม์ รายงานว่า นักท่องเที่ยวจากอินเดีย บินมาเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเป็นอันดับ 1 ขณะที่นักท่องเที่ยวจากจีน ที่เคยครองอันดับ 1 กลับหาย

ด้าน ภาคท่องเที่ยวยอมรับ ปีนี้ทรุดหนักนักท่องเที่ยวต่างชาติลดฮวบ มีการเปิดเผยอีกว่านักท่องเที่ยวคุณภาพจากฝั่งยุโรป กังวลเรื่องการขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่ปลอดภัย ปัญหารถติด และกลิ่นกัญชาเหม็นคลุ้งทั่วเมือง

ด้าน ธุรกิจโรงแรมเปิดเผยกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า การจองห้องพักโรงแรมในภูเก็ตไม่เคยตกต่ำขนาดนี้ สาเหตุสืบเนื่องไล่มาตั้งแต่การเกิดสงครามอิสราเอล-อิหร่าน ตามมาด้วยข่าววางระเบิดฝั่งอันดามันในหลายจังหวัด และล่าสุดข่าวความเสี่ยงที่อาจจะเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ทำให้ยอดจองห้องพักลดลง

“นักท่องเที่ยวจีนที่หายไปส่วนหนึ่งก็เพราะ กลัวถูกลักพาตัวไปขายตัดอวัยวะ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลควรเร่งแก้ข่าวเพื่อแก้ไขภาพลักษณ์ของประเทศไทย ส่วนนักท่องเที่ยวที่เหลืออยู่ เช่น คนอินเดีย ก็รายจ่ายต่อหัวต่ำ อีกทั้งสถานการณ์การเมืองไทยก็ไร้เสถียรภาพ” แหล่งข่าวกล่าวกับประชาชาติธุรกิจ

‘ดร.อักษรศรี’ ชี้ วิธีแก้เกมจีนแห่เที่ยวเวียดนามเมินไทย แนะใช้ญี่ปุ่นโมเดล เน้นปลอดภัย-พรีเมี่ยม ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนแห่ไปเวียดนามแซงไทย หากเป็นแค่ตัวเลขเชิงปริมาณและเป็นกรุ๊ปทัวร์กำลังซื้อต่ำของนักท่องเที่ยวจีน อาจจะไม่ต้องกังวลมาก เหตุเป็นเพราะรัฐบาลเวียดนามมีนโยบายฟรีวีซ่าให้กรุ๊ปทัวร์จีน และค่าใช้จ่ายในเวียดนามราคาถูกกว่าไทย จึงไม่ใช่นักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ แนะรัฐบาลใหม่เร่งยกเครื่องเรื่องความปลอดภัยอันดับแรก พร้อมกวาดล้าง สแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ปลุกความเชื่อมั่นดึงนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพเข้าประเทศ หลังคนจีนไม่มั่นใจความปลอดภัยของไทย ระบุหากไม่แก้ไขเรื่องความปลอดภัย แม้จะทำบิ๊กอีเว้นท์อย่างไรนักท่องเที่ยวจีนก็ไม่กลับมา เสนอทิศทางการพัฒนาแนวทางโมเดลญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวจีนไปมากที่สุด เน้นสะอาด-ปลอดภัย-พรีเมี่ยม-มีระเบียบ

รศ. ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ถ้าหากตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในเวียดนามเป็นแค่เชิงปริมาณและเป็นกรุ๊ปทัวร์กำลังซื้อต่ำ ก็อาจจะยังไม่ใช่คู่แข่งที่น่ากลัวของไทย จากรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนไปเวียดนามในช่วงเดือน ม.ค.- มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าเวียดนามกลายเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวจีนไปเยือนมากกว่าไทยแล้ว แต่ข้อเท็จจริงก็คือประเทศที่นักท่องเที่ยวจีนไปมากที่สุด คือ ญี่ปุ่น ตัวเลขของเวียดนามเป็นเพียงการรายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่อหัวในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์ราคาต่ำเป็นส่วนใหญ่ และอาจจะเป็นนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่งไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก กลุ่มนี้มักจะมีพฤติกรรมการใช้จ่ายต่อหัวไม่สูงมากนัก เหตุที่กรุ้ปทัวร์จีนสนใจไปเวียดนาม ก็เพราะรัฐบาลเวียดนามมีนโยบายฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์นั่นเอง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในเวียดนามราคาถูกกว่าไทย

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยน้อยลงอย่างมาก เนื่องจากมีภาพจำในแง่ลบเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะจากกรณีที่ หวัง ซิง นักแสดงชาวจีน ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงให้เดินทางเข้ามายังไทยก่อนจะถูกส่งตัวไปค้ามนุษย์ต่อในเมียนมาและได้รับการช่วยเหลือออกมาในท้ายที่สุด ฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งดำเนินการคือการยกระดับมาตรฐานเรื่องความปลอดภัย และจัดการปัญหาศูนย์สแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลบล้างภาพจำที่ไม่ดีและสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวจีน

“ถ้ายังไม่แก้ไขให้คนจีนมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย การทำอีเว้นท์มาร์เก็ตติ้งต่างๆ ในช่วงปลายปีเพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาไทยนั้น ส่วนตัวมองว่าอาจจะไม่ได้ช่วยมากนัก ตราบใดที่คนจีนยังรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย อีกเรื่องที่สำคัญคือการแก้ไขเรื่องเงินบาทแข็งค่า ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในไทยสูงขึ้นในสายตาต่างชาติ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อศักยภาพการแข่งขันของไทยด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการส่งออก” รศ. ดร.อักษรศรี กล่าว

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวอีกว่า ประเทศที่กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปมากที่สุดในโลก คือ ญี่ปุ่น แม้จีนจะไม่ได้รับสิทธิเรื่องฟรีวีซ่าจากรัฐบาลญี่ปุ่นก็ตาม หากแต่ญี่ปุ่นมีจุดเด่นเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อย อยู่ไม่ไกลจากจีน มีไฟล์ทบินให้เลือกจำนวนมาก และมีระบบการคมนาคมที่สะดวก เดินทางได้ง่าย รวมทั้งค่าเงินเยนที่อ่อนค่า ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตของนักท่องเที่ยวจีน ทั้งหมดนี้ จึงทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมเดินทางไปญี่ปุ่นมากที่สุด ญี่ปุ่นจึงเป็นตลาดพรีเมี่ยมที่นักท่องเที่ยวจีนยินดีจ่าย แม้ค่าครองชีพในญี่ปุ่นจะแพงกว่าไทยหรือเวียดนาม

“ประเทศไทยควรใช้โอกาสนี้พัฒนาตนเองในด้านการท่องเที่ยวยกระดับในแนวทางของโมเดลญี่ปุ่น เป้าหมายของไทยจึงควรเป็นการพัฒนาไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัย และมีความพรีเมี่ยม มาท่องเที่ยวไทยได้ในราคาไม่สูงเท่าญี่ปุ่น แต่ได้มาตรฐานใกล้เคียงกัน ดังนั้น ในการแก้เกมในเรื่องนักท่องเที่ยวจีนไปเวียดนามมากกว่าไทย คือ การสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และเน้นยกระดับการท่องเที่ยวไทย ไม่ใช่การลงไปแข่งขันในตลาดล่างกับเวียดนามที่มุ่งเน้นจำนวนเชิงปริมาณของนักท่องเที่ยว” รศ. ดร.อักษรศรี กล่าว

‘สถานทูตจีน’ เตือนนักท่องเที่ยวจีนระวัง ‘ทัวร์ราคาถูก’ เสี่ยงถูกหลอก!! หลังพบ ‘ไกด์เถื่อน’ บังคับซื้อของในไทย

(15 ต.ค. 68) สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวชาวจีน ให้ระมัดระวังการซื้อทัวร์ราคาถูกในไทย หลังมีคลิปวิดีโอเผยแพร่บนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นนักท่องเที่ยวถูกไกด์บังคับซื้อสินค้าในระหว่างเดินทาง ซึ่งสถานทูตจีนระบุว่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก และได้ประสานตำรวจท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้าตรวจสอบทันที

ผลการตรวจสอบของทางการไทยพบว่า มัคคุเทศก์ในเหตุการณ์ถือหนังสือเดินทางจีนและไม่มีใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย โดยได้กดดันให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าพร้อมเรียกค่าคอมมิชชันจากยอดขาย ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างสอบสวนบริษัททัวร์ต้นสังกัดและดำเนินคดีตามกฎหมาย

สถานทูตจีนจึงขอเตือนนักท่องเที่ยวชาวจีนไม่ให้หลงเชื่อ “ทัวร์ราคาถูก” และควรเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวที่มีใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ มีชื่อเสียง และทำสัญญาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่า ชาวต่างชาติไม่มีสิทธิ์ทำงานเป็นมัคคุเทศก์ในประเทศไทย

ทั้งนี้ หากนักท่องเที่ยวจีนพบปัญหาหรือข้อพิพาทระหว่างการท่องเที่ยว ควรเก็บหลักฐานไว้และติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนตำรวจท่องเที่ยวไทยหมายเลข 1155 หรือสายด่วนกงสุลของสถานทูตจีนที่หมายเลข 02-245-7010 เพื่อรับการช่วยเหลือโดยตรง

นทท.จีน เที่ยวนครวัดกัมพูชาลดเกือบ 40% 2 เดือนแรกของปี 2026 คาดเอี่ยวปัญหา สแกมเมอร์-ชายแดนตึงเครียด

(ซินหัว) ไม่นานนี้ ข้อมูลจากอังกอร์ เอนเทอร์ไพรซ์ (Angkor Enterprise) ระบุว่า อุทยานโบราณคดีอังกอร์ของกัมพูชา ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 14,334 คนในช่วง 2 เดือนแรก (มกราคม-กุมภาพันธ์) ของปี 2026 ลดลงร้อยละ 39 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนที่มีจำนวน 23,536 คน

อังกอร์ เอนเตอร์ไพรส์ระบุว่า จีนเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวต่างชาติขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของอุทยานโบราณคดีอังกอร์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ตามหลังเพียงสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักรเท่านั้น

อุทยานโบราณคดีอังกอร์ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือในจังหวัดเสียมราฐ ครอบคลุมพื้นที่ 401 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่สุดของกัมพูชา และยังเป็นที่ตั้งของปราสาทโบราณซึ่งสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 9-13 รวม 91 แห่ง

ทอง เมงเดวิด (Thong Mengdavid) รองผู้อำนวยการศูนย์จีน-อาเซียนศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์กัมพูชา กล่าวว่าการลดลงดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะเชื่อมโยงกับปัญหาแก๊งอาชญากรรมฉ้อโกงออนไลน์ และสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนกับไทย

เมงดาวิดให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวซินหัวว่า ด้วยการสนับสนุนจากการเชื่อมต่อทางอากาศที่เข้มแข็งและการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ ตนเชื่อว่านโยบายฟรีวีซ่าให้แก่ชาวจีนของกัมพูชา ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.-15 ต.ค. 2026 นี้ จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนให้มาเยือนกัมพูชามากขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะนครวัด

อนึ่ง ฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาให้คำมั่นเมื่อวันพุธ (4 มี.ค.) ว่ากัมพูชาจะกวาดล้างศูนย์ปฏิบัติการอาชญากรรมฉ้อโกงออนไลน์ให้หมดสิ้นภายในเดือนเมษายน ปี 2026 นี้

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top