Friday, 5 June 2026
ทหารเรือ

เบื้องหลังความสำเร็จ ของ ‘น้องปุญ’ ความฝัน ความตั้งใจ ความมุ่งมั่น สู่การเป็น นักเรียนโรงเรียนนายเรือ ‘Annapolis’ ประเทศสหรัฐอเมริกา

(10 พ.ค. 68) คนเรา ถ้าตั้งใจจริง แล้ว พยายาม อย่างที่สุด ก็จะสำเร็จ ....สัญญากับตัวเอง เตือนตัวเอง ว่าต้องทำให้ได้!!

เหมือน 'น้องปุญ' นักเรียนนายเรือ ปุญระพี ประกิจ ชั้นปีที่ 1 ที่ ผ่านทุกด่าน จนได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาต่อที่ โรงเรียนนายเรือสหรัฐอเมริกา United States Naval Academy( USNA,ที่เมือง Annapolis มลรัฐแมรี่แลนด์

น้องปุญ จบมัธยมจากสาธิตปทุมวัน ด้วยความที่พ่อ แม่ น้า ๆ เป็นวิศวกร น้องปุญ จึงตั้งเป้าหมายว่า จะเรียนวิศวฯ มาโดยตลอด และช่วงใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่บ้านอยากหาสนาม ให้ไปซ้อมสอบ และมีเพียงสนามสอบเตรียมทหาร ที่เปิดสอบ น้องปุญ ก็ไปสอบ และสอบติดทั้ง 4 เหล่า และด้วยความเป็นนักว่ายน้ำ ก็เลยตั้งใจเลือก ทหารเรือ และขอลองไปลองเรียนที่เตรียมทหาร และเมื่อผลสอบออกมา มหาวิทยาลัยออกมา น้องปุญ สอบได้ คณะวิศวฯ จุฬาฯ แต่ น้องปุญ ตัดสินใจ แล้วบอกว่า ”สละสิทธิ์นะแม่” ขอเรียนต่อที่ รร.เตรียมทหาร คุณพ่อและคุณแม่ ไม่ขัด ในเมื่อเป็นการตัดสินใจของลูก อยากเรียนเตรียมทหาร อยากเป็นทหารเรือ ก็เอา!! ไว้เปลี่ยนใจ แล้วค่อยออกมา สอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ 

น้องปุญ เข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่น61 และ นักเรียนนายเรือ รุ่น118 และมุ่งมั่นตั้งแต่ เป็นนักเรียนเตรียมทหาร ว่า จะสอบไปเรียน โรงเรียนนายเรือสหรัฐอเมริกา หรือ ที่รู้จักกันดีว่า รร.นายเรือ Annapolis ให้ได้ ความฝัน ของ น้องปุญ ที่อยากจะไปเรียน รร. นายเรือ Annapolis มาจากที่ อาจารย์ ที่เตรียมทหาร เปิดหนังเรื่อง Annapolis ในห้องเรียนวิชาภาษาอังกฤษ 

หลังจากนั้น น้องปุญ ก็ ค้นหาข้อมูล เกี่ยวกับรร. นายเรือ Annapolis และยิ่งสร้างเป้าหมายในชีวิตว่า จะสอบเข้า รร. นายเรือ Annapolis นี้ให้ได้ หนึ่งในคลิป ที่ ต้องปุญ ดู คือ คลิป ที่ รายการลับลวงพราง พาไปเยี่ยมชม รร. นายเรือ Annapolis ที่มี น้องโมโน นนร. ธิปก เอกวิริยะเสถียร เป็นคนพาเดินชม รร. และเล่าเรื่องการเรียนให้ฟัง

น้องปุณ เขียนความตั้งใจอันแน่วแน่นี้ ไว้ในสมุดโน้ตประจำตัว ตอน เรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่ 30 กย.2019 ว่า จะต้องสอบติด Annapolis ให้ได้ พร้อมวาดรูป แมลงเต่าทอง แมลงแห่งโชค พร้อมชื่อ รัฐMaryland และ ข้อคิดเตือนใจตัวเอง 12 ข้อ
- มุ่งมั่น ตั้งใจ สู้ๆ!
- มองไปถึงอนาคตไกลๆ
- ทำให้ดีที่สุด อย่ามาเสียใจตอนสาย
- เชื่อว่ามึงทำได้ !!!
- เตรียมตัวให้พร้อม
- ความสำเร็จ แม่งโคตรหอมหวาน
- ไม่ต้องรู้งี้ ทำให้ได้ไปเลย
- ห้ามพลาดโอกาสนี้ เด็ดขาด
- อย่าผลัดวัน ประกันพรุ่ง
- เพื่อตัวเองทุกวัน !!
- วัดกันสักตั้งดี"
- กัดฟันสู้ สิวะ

คุณแม่ของน้องปุญ เพิ่งค้นเจอ สมุดที่ นักเรียนเตรียมทหาร ต้องพกประจำตัว ที่น้องปุญ เขียนข้อความเหล่านี้ โดยบังเอิญ เมื่อไม่นานมานี้. ตอนที่เก็บของในห้องน้องปุญ ที่ทำให้ได้รู้ถึงความตั้งใจอันมุ่งมั่นของลูกชาย จนที่สุด น้องปุณ ก็ทำตามความฝันความตั้งใจ นั้นได้ เมื่อ ทัพเรือสหรัฐฯ ได้ตอบรับให้น้องปุณ ไปเรียนที่ รร.นายเรือAnnapolis และยัง สร้างความปลื้มใจให้ ทั้งคุณพ่อ และคุณแม่ ผู้เป็นกำลังใจ และกองหนุนสำคัญ ของลูก

โดยจะไปเรียนในเดือน มิย.นี้ ตอนนี้ น้องปุณได้เรียนภาษา ที่ ศูนย์ภาษา กรมยุทธศึกษา ทร. โดย จะใช้เวลาเรียนที่รร.นายเรือ สหรัฐฯ 5 ปี และจะสำเร็จการศึกษาในเดือน มิถุนายน 2569

ทั้งนี้ กองทัพเรือ ได้เคยส่งนักเรียนนายเรือไปเรียนที่โรงเรียนนายเรือประเทศสหรัฐฯ ครั้งแรกปี 2498 โดยส่งไปเข้าโรงเรียนนายเรือเป็นหลัก ถ้าเข้าไม่ได้ก็จะเปลี่ยนไปเข้าที่โรงเรียนยามฝั่ง หากเข้าทั้ง 2 โรงเรียนไม่ได้ จะให้เข้ามหาวิทยาลัย การเข้าเรียนต้องผ่านการคัดเลือกเข้มข้น ผู้ที่กองทัพเรือส่งไปเรียนที่สหรัฐฯ ในช่วงแรกส่วนใหญ่ไปเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย มีช่วงที่ส่งไปต่อเนื่องคือระหว่างปี2522-2537 นักเรียนนายเรือ เสรี ฉ่ำชื่น (ปัจจุบัน ยศ นาวาเอก) นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 28 เป็นผู้ที่เข้าได้เข้ารับศึกษาในโรงเรียนนายเรือสหรัฐฯ ได้เป็นครั้งแรก เมื่อปี 2532 

แต่เนื่องจากการคัดเลือกเข้มข้น นักเรียนนายเรือไทย จึงได้รับการคัดเลือกให้เข้าเรียนได้บ้างไม่ได้บ้าง กองทัพเรือจึงงดส่งนักเรียนนายเรือไปสหรัฐฯ ระยะหนึ่ง และมาเริ่มส่งอีกครั้งเมื่อปี 2553 จนถึงปัจจุบัน กองทัพเรือไทยมีผู้สำเร็จการศึกษาจากประเทศสหรัฐฯ ระดับต่าง ๆ ประมาณ 20 นาย ทั้ง ที่ Annapolis ,Coastguard และ มหาวิทยาลัย ไม่รวมระดับปริญญาโท

ซึ่งขณะนี้กองทัพเรือมีนักเรียนนายเรือที่กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนนายเรือ เมืองแอนนาโปลิส ประเทศสหรัฐอเมริกานี้ 3 คนคือ นักเรียนนายเรือ ณัทดรัณ คุรุวิชญา ปี 4 (จะสำเร็จการศึกษาในเดือน มิถุนายน 2564 นี้) นักเรียนนายเรือ ธงบุญ เพ็งแก้ว กำลังศึกษาอยู่ปีที่ 3 และ นักเรียนนายเรือ สุรศักดิ์ บรรดาศักดิ์ กำลังศึกษาอยู่ปีที่ 2 พี่เล็ก วาสนา และ รายการ ลับลวงพราง Exclusive ยินดี ที่ได้เป็นส่วนเล็ก ๆ ในการสร้างแรงบันดาลใจ ให้ น้องปุญ สู่การเป็น USNA Cadet แต่ที่สำคัญที่สุด คือ กำลังใจ แรงสนับสนุนจาก คุณพ่อคุณแม่ และท้ายที่สุด ตัว น้องปุญ เอง ที่ ตั้งใจและมุ่งมั่น ทำความฝัน ความตั้งใจของตนเอง ให้สำเร็จ...แม้จะเป็น ก้าวแรก ก็ตาม.... อีก 5 ปี ที่ยิ่งต้องพยายาม และมุ่งมั่น สู้ต่อไป จ้า !!! ”

ตอนนี้เกือบจะครบ 5 ปีแล้วครับ น้องปุญ มิได้แค่เรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ แต่ยังได้บทบาท เป็นผู้นำของนักเรียน ได้เป็นนักเรียนบังคับบัญชา ซึ่งน้อยมากที่จะให้นักเรียนต่างชาติได้เป็น และยังได้รับการยอมรับจากเพื่อน ๆ ทั้งรุ่นและเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ในโรงเรียนอีกด้วย

บึงกาฬ ทหารเรือ นรข.ร่วมหน่วยความมั่นคงแถลงตรวจยึดยาไอซ์เกรดเอ 344 กก. มูลค่า 344 ล้านบาท

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ (22 พ.ค. 68) ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตหนองคาย สถานีเรือบึงกาฬ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ตามนโยบายของรัฐบาล และ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนั้น พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาไอซ์ จำนวน 344 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา 1 ราย ของกลางยาไอซ์ รถยนต์ 1 คัน พร้อมด้วย หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ประกอบไปด้วย พ.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ แก้วสมนึก รองผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.กฤศกร เชื้อสิงห์ ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ นายธีรพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.บึงกาฬ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดบึงกาฬ ผู้แทนตำรวจตชด.244 พ.ต.ต.ประชานารถ แดงเนียม สว.หน.ตำรวจน้ำบึงกาฬ นายด่านศุลกากรบึงกาฬ ทหารพราน2108 ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และผู้แทน บก.อส.จ.บึงกาฬ ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ 

ทั้งนี้เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ แจ้งว่ามีสายข่าวรายงานสืบทราบมาว่าจะมีการขนลักลอบยาเสพติดข้ามฝั่งแม่น้ำโขงพื้นที่ บริเวณริมแม่น้ำโขง ได้รายงาน น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย ได้ทราบ จึงสั่งการให้ ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ  พร้อมเจ้าหน้าที่ นรข.ได้จัดชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจ ออกวางกำลังเข้าตรวจในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงตลอดแนวคาดว่าจะมีการกระทำผิด ระหว่างหนองเดิ่นท่า-บ้านห้วยเล็บมือ-บ้านภูสวาท ต.หนองเดิ่น ไปจนถึงแยกโรงพยาบาลบุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ นอกจากนั้นยังมีการชุดสนับสนุนให้อยู่ที่ตั้ง 

ขณะที่แบ่งกำลังซุ่มอยู่ริมโขงบริเวณพื้นที่บ้านหนองเดิ่นท่า ติดริมแม่น้ำโขง ได้ตรวจพบรถเก๋งต้องสงสัยจอดอยู่ชุดปฏิบัติติการเฝ้าตรวจได้ประสานไปยังชุดสนับสนุนให้เฝ้าติดตามรถเก๋งคันดังกล่าว กระทั่งชุดเฝ้าตรวจสะกดรอยติดตามมาเรื่อย ๆ จนมาถึงถนนทางหมายเลข 212 บึงกาฬ-นครพนม ช่วงโรงพยาบาลบุ่งคล้า ทำการส่งสัญญาณเพื่อให้รถคันดังกล่าวให้หยุดรถขอเข้าทำการตรวจค้น ปรากฎว่ารถเก๋งคันดังกล่าวเร่งเครื่องยนต์ขับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงขับไล่ตาม กระทั่งรถเก๋งดังกล่าวเสียหลักลงข้างทาง ถึงได้ไปควบคุมตัวตรวจค้นภายในรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า CRV สีบรอน-เทา ทะเบียน ขต.3323 อุดรธานี ภายในรถพบของกลางยาไอซ์ จำนวน 9 กระสอบ กระสอบเล็ก 2 กระสอบ กระสอบใหญ่ 7 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 344 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา 1 ราย ทราบชื่อนายประดิษฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี จึงทำการตรวจยึดของกลางดังกล่าว และจับกุมผู้ต้องหามาทำบันทึกที่ สถานีเรือบึงกาฬ ก่อนนำตัวส่งผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ทั้งหมด นำส่งให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. กล่าวว่า สืบเนื่องจากเปิดแผนปฏิบัติการของรัฐบาลในการ ซิล สต๊อป เซฟ และนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือที่ให้ นรข.ได้ร่วมบูรณาการกับหน่อยความมั่นคงในพื้นที่ในการสกัดกั้นและปราบปรามการลักลอบลำเลียงนำเข้ายาเสพติดเข้าไปในพื้นที่ชั้นในของประเทศ เป็นความพยายามที่ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนในการจับกุมครั้งนี้ด้วยการบูรณาการอย่างแท้จริง ทำให้สถานีเรือบึงกาฬสามารถทำการตรวจยึดจับกุมได้ประสบความสำเร็จ ไม่มีความสูญเสีย จากแหล่งข่าวที่เราได้รับ และเฝ้าติดตาม โดยเราเฝ้าติดตามตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ทำให้เราจับยาบ้าได้ครั้งที่ผ่านมา และจับยาไอซ์ได้ในครั้งนี้ 

ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือกัน และช่วยสกัดกั้นยาเสพติดที่มีปริมาณมูลค่าค่อนข้างสูง จากการตรวจสอบจากตำรวจพิสูจน์หลักฐาน พบว่า ปริมาณค่อนข้างบริสุทธิ์ เมื่อออกจำหน่ายจะมีราคากิโลกรัมละ 1,000,000 บาท รวมทั้งสิ้นที่เราสามารถตรวจยึด มูลค่ากว่า 344 ล้านบาท ผู้ต้องหาได้รับการว่าจ้าง 50,000 บาท หากงานสำเร็จถึงที่หมายคือ จังหวัดหนองคาย จึงต้องขอขอบคุณกำลังพลสถานีเรือบึงกาฬที่ร่วมแรงร่วมใจทำหน้าที่เพื่อประเทศ เพื่อกองทัพเรือ เพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ให้ยาเสพติดเข้าไปในพื้นที่ชั้นใน และต้องขอขอบคุณทุกหน่วยที่ร่วมบูรณาการกันจับกุมในครั้งนี้ และในครั้งต่อ ๆ ไป จะได้ร่วมกันทำงานลักษณะเช่นนี้อีกต่อไป เชื่อว่า หากทุกคนร่วมมือกันอย่างจริงจัง การสกัดกั้นและปราบปราม ก็น่าจะได้ประสิทธิภาพเหมือนครั้งนี้

สล.พมพ.ทรภ.1 จัดกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากร เสริมทักษะช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล

ระหว่างวันที่ 11 – 13 มิถุนายน 2568 สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตทัพเรือภาคที่ 1 (สล.พมพ.ทรภ.1) จัดกิจกรรม “เพิ่มประสิทธิภาพบุคลากร” ณ ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด (ฐตร.ทรภ.1) ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด เพื่อเสริมสร้างทักษะในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลให้แก่กำลังพล

กิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเลกองทัพเรือเกาะช้าง (ศรภ.ทร.เกาะช้าง) พร้อมด้วยอาสาสมัครจากกลุ่ม “ใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” โดยมี นายฝันเด่น จรรยาธนากร (พี่เล็ก) ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ตรงแก่ผู้เข้าร่วม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 80 นาย ประกอบด้วยกำลังพลจากฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราดและหมู่เรือลาดตระเวนชายแดน การฝึกอบรมประกอบด้วยทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ พร้อมทั้งจัดฝึกภาคสนามในทะเลจากสถานการณ์จำลองจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และฝึกฝนอย่างใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงมากที่สุด

กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลในพื้นที่รับผิดชอบของทัพเรือภาคที่ 1 โดยเฉพาะใน ฐตร.ทรภ.1 และหมู่เรือลาดตระเวนชายแดนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดการประสานงานที่มีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ

18 มิถุนายน พ.ศ. 2455 เรือหลวงเสือคำรณสินธุ์ ขึ้นระวางสมัยรัชกาลที่ 6 ตำนานเรือลำแรกที่ทหารไทยขับกลับจากญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2455 เรือหลวงเสือคำรณสินธุ์ (H.T.M.S. Sua Khamronsin) ได้ขึ้นระวางประจำการในราชนาวีไทยอย่างเป็นทางการในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยถือเป็นเรือรบระดับเรือพิฆาตลำสำคัญที่สร้างขึ้น ณ อู่ต่อเรือกาวาซากิ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น และยังเป็นเรือลำแรกที่ทหารเรือไทยทำหน้าที่ขับเคลื่อนกลับประเทศไทยด้วยตนเอง

ตัวเรือมีระวางขับน้ำ 375 ตัน ความยาว 75.66 เมตร ความกว้าง 7.15 เมตร กินน้ำลึก 2 เมตร ติดตั้งปืนกลขนาด 57 มิลลิเมตร 5 กระบอก ปืนกล 36 มิลลิเมตร 1 กระบอก และท่อยิงตอร์ปิโดขนาด 45 มิลลิเมตร 2 ท่อ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไอน้ำแบบกังหันเคอร์ติส 2 เครื่อง มีกำลังรวม 6,000 แรงม้า พร้อมกำลังพลประจำการ 73 นาย

เรือหลวงเสือคำรณสินธุ์เคยมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองอธิปไตยทางทะเลของไทย และเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนากองทัพเรือสมัยใหม่ในยุคต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะการที่ทหารเรือไทยสามารถนำเรือรบกลับมาด้วยตนเอง ถือเป็นก้าวสำคัญทางยุทธศาสตร์ของประเทศในยุคนั้น

ปัจจุบัน เรือหลวงเสือคำรณสินธุ์ได้ปลดระวางจากประจำการแล้ว และถูกนำไปจัดแสดงเป็นเรือพิพิธภัณฑ์ ณ ค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เปิดให้ประชาชนทั่วไปและผู้สนใจประวัติศาสตร์กองทัพเรือไทยได้เข้าชมเพื่อศึกษาและระลึกถึงความภาคภูมิใจในยุทธนาวีของชาติ

เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ เยี่ยมกิจกรรม “ญาติเยี่ยมทหารใหม่ ผลัดที่ 2/68” ให้กำลังใจน้องเล็กกองทัพเรือ และครอบครัว ทั้ง 5,389 คน ยืนยันการดูแลเสมือนลูกหลาน ภายใต้ความปลอดภัยสูงสุด

(30 ส.ค. 68) พล.ร.ท. อดิศักดิ์ แจงเล็ก เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ (จก.ยศ.ทร.) เยี่ยมชม และพบปะพูดคุยกับครอบครัวของทหารใหม่ ในกิจกรรม “ญาติเยี่ยมทหารใหม่ ผลัดที่ 2/68” โดยมี น.อ. ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ศฝท.ยศ.ทร. ให้การต้อนรับ ณ บริเวณพื้นที่โดยรอบอาคารกองบังคับการ ศฝท.ยศ.ทร. ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 - 31 ส.ค.68 มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทหารใหม่ และญาติ รวมถึงสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ให้แก่ครอบครัวของทหารใหม่ได้เห็นผลของการฝึกอบรม และการดูแลทหารใหม่ตลอดระยะเวลา 1 เดือน ที่เข้ามาเป็น “น้องเล็กของกองทัพเรือ” ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในแนวทางของการฝึกอบรมทหารใหม่ของกองทัพเรือยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ทหารใหม่ ผลัดที่  2/68 ระหว่าง 1 ส.ค. 68 - 30 ก.ย. 68 เข้ารับการฝึกอบรมฯ เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่ 1 ส.ค. 68 - 30 ก.ย. 68 เพื่อปรับสภาพจากพลเรือนให้เป็นทหารเรือที่เข้มแข็ง องอาจ พร้อมปฏิบัติงานในหน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือต่อไป

โดยในวันนี้มีครอบครัวของทหารใหม่ร่วมกิจกรรม จำนวน 5,389 คน ทหารใหม่ จำนวน 1,001 นาย และยานพาหนะ จำนวน 1,300 คัน  

ในการนี้ จก.ยศ.ทร. ยืนยันกับครอบครัวทหารใหม่ถึงการฝึกอบรม และการดูแล ว่า “…ขอให้พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และญาติของน้องทหารใหม่เชื่อมั่นว่า การฝึกอบรมหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา ผลัดที่ 2/68 ณ ศฝท.ยศ.ทร. ตลอดระยะเวลา 2 เดือน จะทำให้ทหารใหม่ปรับสภาพจากพลเรือนเป็นสุภาพบุรุษทหารเรือที่เข้มแข็ง องอาจ พร้อมกันนี้ขอให้มั่นใจได้ว่า เราจะดูแลทหารใหม่ด้วยความเมตตาเสมือนลูกหลานหรือญาติมิตรของเรา และด้วยความปลอดภัย…”

โอกาสนี้ จก.ยศ.ทร. ได้ให้กำลังใจแก่ผู้บังคับบัญชา และครูฝึกของ ศฝท.ยศ.ทร. และขอให้คำนึงถึงมาตรการในการดูแลทหารใหม่ให้อยู่ในกรอบของความปลอดภัยสูงสุด ตามที่ผู้บัญชาการทหารเรือกำหนดให้เป็นปีแห่งความปลอดภัยของกองทัพเรือ “Navy-Safety 2025”

เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกทหารใหม่ เพื่อรับทราบความพร้อมในการปฏิบัติงานโดยเฉพาะความพร้อมในการรับทหารใหม่ ผลัดที่ 3/68

(20 ต.ค.68) พล.ร.ท.ไพฑูรย์  ชีชะนะ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ (จก.ยศ.ทร.) ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ โดยมี น.อ.ทิวา  อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ให้การต้อนรับ ณ กองบังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (บก.ศฝท.ยศ.ทร.) ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

การตรวจเยี่ยมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบความพร้อมในการปฏิบัติงาน และติดตามการเตรียมความพร้อมสำหรับการฝึกอบรมหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา ผลัดที่ 3/68  โดยได้ตรวจความพร้อมของสถานที่ ประกอบด้วย 
-โรงอาหาร
-อาคารกราบพักทหาร
-หมวดแพทย์และเวชกรรมป้องกัน 

จากนั้น จก.ยศ.ทร. พร้อมคณะผู้บังคับบัญชารับฟังการบรรยายสรุป ณ ห้องประชุม ชั้น 2 บก.ศฝท.ยศ.ทร. เพื่อรับทราบความพร้อม ปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะ ในโอกาสนี้ จก.ยศ.ทร.ได้มอบนโยบายสำหรับเป็นแนวทางการอบรมหลักสูตรทหารใหม่ฯ ผลัดที่ 3/68 ระหว่าง 1 พ.ย.68 - 1 ม.ค.69 สรุปได้ว่า "…ครูฝึกต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ปกครองบังคับบัญชาด้วยความยุติธรรม และมีเมตตาธรรม อบรมทหารใหม่ให้มีความรักสถาบัน เป็นคนดีมีคุณภาพต่อกองทัพเรือ ประเทศชาติต่อไป"

เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกทหารใหม่ เพื่อรับทราบความพร้อมในการปฏิบัติงานโดยเฉพาะความพร้อมในการรับทหารใหม่ ผลัดที่ 3/68

เมื่อ 20 ต.ค.68 พล.ร.ท.ไพฑูรย์ ชีชะนะ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ (จก.ยศ.ทร.) ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ โดยมี น.อ.ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ให้การต้อนรับ ณ กองบังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (บก.ศฝท.ยศ.ทร.) ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

การตรวจเยี่ยมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อรับทราบความพร้อมในการปฏิบัติงาน และติดตามการเตรียมความพร้อมสำหรับการฝึกอบรมหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา ผลัดที่ 3/68  โดยได้ตรวจความพร้อมของสถานที่ ประกอบด้วย โรงอาหาร อาคารกราบพักทหาร หมวดแพทย์และเวชกรรมป้องกัน 


   
จากนั้น จก.ยศ.ทร. พร้อมคณะผู้บังคับบัญชารับฟังการบรรยายสรุป ณ ห้องประชุม ชั้น 2 บก.ศฝท.ยศ.ทร. เพื่อรับทราบความพร้อม ปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะต่าง ๆ

ในโอกาสนี้ จก.ยศ.ทร. ได้มอบนโยบายสำหรับเป็นแนวทางการอบรมหลักสูตรทหารใหม่ฯ ผลัดที่ 3/68 ระหว่าง 1 พ.ย.68  - 1 ม.ค.69  สรุปได้ว่า "…ครูฝึกต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ปกครองบังคับบัญชาด้วยความยุติธรรม และมีเมตตาธรรม อบรมทหารใหม่ให้มีความรักสถาบัน เป็นคนดีมีคุณภาพต่อกองทัพเรือ และประเทศชาติต่อไป"

ร.ล.เจ้าพระยา ยิงสลุต19 นัด คำนับผู้บัญชาการทหารเรือ ในโอกาสตรวจเยี่ยมกองเรือยุทธการ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร

เมื่อวานนี้ (24 ต.ค. 68) พลเรือเอก ไพโรจน์  เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ เดินทางไปตรวจเยี่ยมกองเรือยุทธการ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร โดยมี พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่จากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือในสังกัดของกองเรือยุทธการ ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งเรียนเชิญผู้บัญชาการทหารเรือ ขึ้นแท่นเพื่อรับการยิงสลุตคำนับ โดยเรือหลวงเจ้าพระยา จำนวน 19 นัด ณ ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี   

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบโอวาทแก่กำลังพลในสังกัดกองเรือยุทธการ ลงนามในสมุดเยี่ยม พร้อมทั้งเข้ารับฟังบรรยายสรุปเพื่อรับทราบถึงผลการปฏิบัติ ตลอดจนปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน ของหน่วยต่าง ๆ ในกองเรือยุทธการ

กองเรือยุทธการ เป็นหน่วยในส่วนกำลังรบของกองทัพเรือ ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2466 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเดิม เป็นหน่วยในกระทรวงทหารเรือชื่อว่า “กองทัพเรือ” และ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “กองเรือรบ” และเมื่อกระทรวงทหารเรือได้เปลี่ยนชื่อเป็นกองทัพเรือในปี พ.ศ.2476 กองเรือรบ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กองเรือยุทธการ” ในปี พ.ศ.2494 กองเรือยุทธการ มีภารกิจ ในการจัดและเตรียมกำลังทางเรือ และกำลังทางอากาศ ให้มีสมรรถภาพและความพร้อมที่จะทำการรบ มีหน่วยขึ้นตรงประกอบด้วย กองเรือตรวจอ่าว กองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ กองเรือดำน้ำ กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยามฝั่ง กองเรือลำน้ำ กองการบินทหารเรือ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองการฝึก และกองสนับสนุน

Rajnavy Football Club เข้าเยี่ยมคำนับผู้บัญชาการทหารเรือ เพื่อแสดงความยินดีและรับนโยบายในการพัฒนาสโมสรสู่ความเป็นมืออาชีพ

เมื่อวันที่ (30 ต.ค. 68) พลเรือเอก ชัยณรงค์ เจริญรักษ์ ประธานสโมสรฟุตบอลราชนาวี พร้อมด้วย พลเรือโท สุรศักดิ์ ประทานวรปัญญา รองประธานสโมสร พลเรือตรี ณฐพัฒน์ ซื่อมงคล ผู้จัดการทีม และพลเรือตรี อโศก ศรีสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป เข้าเยี่ยมคำนับ พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งใหม่ พร้อมมอบของที่ระลึกและรับฟังแนวทางนโยบายในการบริหารจัดการสโมสรฟุตบอลราชนาวี ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top