Wednesday, 21 October 2026
ช่วยเหลือประชาชน

ผบ.ตร.และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยจากพายุ 'วิภา' 

ผบ.ตร.และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ห่วงใยข้าราชการตำรวจที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 1,339,000 บาท ตามนโยบาย"ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน"

คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณจำนวน 1,339,000 บาท เพื่อจัดซื้อสิ่งของ เครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับข้าราชการตำรวจรวมจำนวน 1,339 นาย ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ น่าน เชียงราย พะเยา และแพร่ ที่ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยจากพายุ 'วิภา' แม้ว่าครอบครัวตำรวจก็ประสบปัญหาอุทกภัยเช่นเดียวกัน 

โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มอบหมายให้ คุณพจนารถ กรึงไกร ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับ พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน พร้อมด้วย คุณละมัย กัลยา ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดน่าน , พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย แพทย์หญิงทรงพร เสนากูล ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ,พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย คุณมลธิชา ไชยบาล ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา , พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ พร้อมด้วย คุณศุภรัตน์ การะเกตุ ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ นำคณะข้าราชการตำรวจ – แม่บ้านตำรวจ ร่วมดำเนินการบรรจุถุงยังชีพ และ ดำเนินการส่งมอบสิ่งของดังกล่าวให้กับข้าราชการตำรวจและครอบครัวในสังกัด ทั้งสิ้น 1,339 ครัวเรือน ระหว่างวันที่ 2 - 8 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา  เป็นที่เรียบร้อย ทำให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัวมีขวัญกำลังใจมากขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ต่อไป

ผบ.ตร.สั่งรับมือพายุ 'คาจิกิ' จัดกำลังพลดูแลช่วยเหลือประชาชน เตรียมที่พักพิง และป้องกันเหตุอาชญากรรมซ้ำเติม

(26 ส.ค.68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากพายุ 'คาจิกิ' ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมแรง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ในช่วงวันที่ 25 - 27 สิงหาคม 2568 

ผบ.ตร.จึงสั่งการด่วนไปยังผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 – 9, ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง, ผู้บัญชาการสำนักงานงบประมาณและการเงิน, ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ, หัวหน้าส่วนอำนวยการและสนับสนุน ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ปฏิบัติตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พุทธศักราช 2564 – 2570 ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน และจัดระบบจราจรในพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ อุปกรณ์และยานพาหนะ แก่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ 

ดังนั้น เพื่อให้การตรียมความพร้อม รวมถึงการประสานร่วมมือกับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ในการช่วยเหลือประชาชน เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ผบ.ตร.จึงกำชับการปฏิบัติให้หน่วยเตรียมความพร้อมและตรวจสอบกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ (รถ/เรือ) อุปกรณ์อื่น ๆ ให้มีความพร้อม เพื่อนำมาใช้ในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ, จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจิตอาสาภัยพิบัติ ลงพื้นที่ในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัย การจัดทำครัวสนาม รวมถึงการจัดที่พักพิงชั่วคราวในพื้นที่ประสบภัย โดยแสดงสัญลักษณ์ตามทฤษฎีปรากฏกาย เพื่อให้ประชาชนรับทราบการทำงานของตำรวจ รวมทั้งเน้นย้ำการรักษาความสงบเรียบร้อย การตรวจตราป้องกันเหตุ และการช่วยเหลือประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดคดีที่เป็นการซ้ำเติมประชาชน รวมทั้งสำรวจความเสียหายของอาคารที่ทำการ อาคารบ้านพักและสิ่งปลูกสร้างอื่น รวมถึงทรัพย์สินของทางราชการ และจัดกำลังพลเข้าฟื้นฟูพื้นที่หลังสถานการณ์คลี่คลาย

หากพี่น้องประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สารวันตำรวจ 2568 ผบ.ตร.ย้ำ ต้องมีสำนึกในหน้าที่ของตำรวจอยู่ทุกขณะ ทุกข์ร้อนประชาชนรอไม่ได้ต้องพร้อมช่วยเหลือ ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา

(16 ต.ค. 68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีสารถึงข้าราชการตำรวจกว่า 2 แสนนาย ทั่วประเทศ เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568 ซึ่งตรงกับวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ดังนี้

พี่น้องข้าราชการตำรวจทุกท่าน วันตำรวจได้เวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่ง นับเป็นโอกาสอันดีที่ข้าราชการตำรวจทุกนาย จะได้มาทบทวนบทบาทหน้าที่ของตนเอง ในฐานะ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อตำรวจนั้นสูงมาก หากจะมีใครคนใดคนหนึ่ง ที่จะต้องเข้าช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด คน ๆ นั้นคือ “ตำรวจ” 

ทุกท่านย่อมตระหนักดีว่า การเป็นตำรวจไม่ใช่เพียงแค่การสวมใส่เครื่องแบบอันทรงเกียรตินี้ แต่คือความมีสำนึกในหน้าที่ของความเป็นตำรวจอยู่ทุกขณะ ในปีนี้ผมจึงขอให้ตำรวจทุกนายได้ร่วมกันทบทวนหน้าที่ของตัวเอง 2 ประการ

ประการที่หนึ่ง ความสำนึกในบทบาทหน้าที่ของตนเอง สำนึกในหน้าที่ของการเป็นตำรวจ ที่พร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ความทุกข์ร้อนของประชาชนเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ ตำรวจจึงต้องเข้าช่วยเหลือ แก้ปัญหา เพื่อคลายความทุกข์ร้อนของประชาชนเหล่านั้น

ประการที่สอง ผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่ที่จะต้องช่วยเหลือ สนับสนุน ดูแล ปกป้อง ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนอย่างเต็มกำลัง รวมถึงครอบครัวของพวกเขาเหล่านั้นด้วย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หากพวกเขามีขวัญและกำลังใจที่ดีแล้ว ย่อมมีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ของตนอย่างครบถ้วน สมบูรณ์

หากพวกเราทุกคนตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตน และสำนึกในความเป็น “ตำรวจ”แล้ว ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคน ในฐานะ “ตำรวจ” จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับสังคมไทย และความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติของเราต่อไป 

ในโอกาสนี้ ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ตลอดจนเดชะพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพร ให้ข้าราชการตำรวจทุกท่าน และครอบครัว  มีความสุข  ความเจริญ มีความก้าวหน้า ในชีวิตราชการ มีพลานามัยที่สมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยและภยันตรายทั้งปวง พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ “ตำรวจ” ให้กับพี่น้องประชาชน ต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำชับตำรวจทุกหน่วย ดูแลช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากเหตุน้ำท่วมในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมซ้ำเติม

(13 พ.ย. 68) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์สุโขทัย กำแพงเพชร อุทัยธานี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และอุบลราชธานี ซึ่งบางจังหวัดมีน้ำท่วมสูงอย่างรวดเร็วจากเหตุพนังกั้นน้ำเสียหาย ทำให้น้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน บางจุดมีน้ำทะเลหนุน และฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเป็นวงกว้าง  

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งกำชับตำรวจทุกพื้นที่ ออกมาตรการดูแลช่วยเหลือ รักษาความปลอดภัย และอำนวยการจราจร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยมาอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ทุกหน่วยออกตรวจตราในพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อเป็นการป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมซ้ำเติมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยให้เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และเพิ่มกำลังสายตรวจ, ปรับแผนการตรวจจัดกำลังให้เหมาะสมกับพื้นที่และห้วงเวลา โดยบูรณาการความร่วมมือทั้งด้านข้อมูล และการปฏิบัติกับฝ่ายปกครององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และอาสาสมัคร ออกตรวจตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงพิจารณาเปิดพื้นที่สถานีตำรวจ จุดตรวจ ตู้ยาม เป็นสถานที่พักพิงของผู้ประสบภัยชั่วคราว

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจจราจรทุกพื้นที่เตรียมความพร้อมทั้งกำลังพลและอุปกรณ์ เพื่อปฏิบัติหน้าที่อย่างทันท่วงทีในทุกสถานการณ์ รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสภาพการจราจรในจุดวิกฤต และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรุงเทพมหานคร กรมทางหลวง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและอำนวยความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน พร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุรองรับกรณีที่มีฝนตกต่อเนื่อง เพื่อให้การสัญจรของประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนขับขี่ด้วยความระมัดระวัง และหมั่นตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน

พล.ต.ท.ชัยต์พจนฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัด ตำรวจหน่วยต่างๆ ระดมกำลังออกช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งการช่วยเหลืออพยพและขนย้ายสิ่งของไปอยู่ที่ปลอดภัย การดูแลความปลอดภัย การอำนวยการจราจร และการช่วยฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด ในทุกมิติ โดยเน้นการปรากฏกายชัดเจนเพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถขอความช่วยเหลือได้โดยสะดวก รวดเร็ว

ทั้งนี้ ประชาชนผู้ประสบภัยสามารถขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุ แจ้งเบาะแสอาชญากรรม ได้ทางสายด่วน 191 หรือ 1599 หรือช่องทางการสื่อสารกับสถานีตำรวจในพื้นที่ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และขอให้ติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้ จากการแจ้งเตือนของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวกับอุทกภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

กองทัพเรือย้ำประชาชนรอไม่ได้!! ส่งเรือผลักดันน้ำ 30 ลำ แก้ภัยน้ำท่วมที่นครนายก เร่งติดตั้งช่วยประชาชน ลดผลกระทบชีวิตและพื้นที่เกษตร

พื้นที่ร้องขอ—กองทัพเรือตอบรับทันที! ส่งเรือผลักดันน้ำ 30 ลำ เร่งช่วยประชาชนจังหวัดนครนายก

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมขังบ้านเรือนประชาชน รวมถึงพื้นที่การเกษตรในจังหวัดนครนายก โดยจังหวัดนครนายกได้ประกาศให้อำเภอองครักษ์เป็นพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พร้อมมีหนังสือขอรับการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำจากกองทัพเรือ

ทันทีที่ได้รับการร้องขอ กองทัพเรือได้สั่งการให้กรมอู่ทหารเรือจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำ จังหวัดนครนายก และจัดเรือผลักดันน้ำ จำนวน 30 ลำ พร้อมกำลังพล อุปกรณ์ และยุทโธปกรณ์ เข้าสนับสนุนการเร่งระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ลงสำรวจพื้นที่และพิจารณาจุดติดตั้งไว้ล่วงหน้าแล้ว เพื่อให้สามารถติดตั้งและเดินเครื่องเรือผลักดันน้ำได้ทันทีที่ขบวนเดินทางถึงพื้นที่ และล่าสุด วันนี้ (28 กันยายน 2569) เวลา 14.10 น. ขบวนเรือผลักดันน้ำของหน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำ จังหวัดนครนายก ได้ออกเดินทางจากอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ ไปยังจุดติดตั้งในพื้นที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก โดยทันที และเมื่อเดินทางถึง เจ้าหน้าที้กรมอู่ทหารเรือจะเร่งดำเนินการติดตั้งเรือผลักดันน้ำให้แล้วเสร็จในโอกาสแรก เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดระดับน้ำท่วมขัง และบรรเทาผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และพื้นที่การเกษตรของประชาชน

“เมื่อพื้นที่ร้องขอ กองทัพเรือพร้อมสนับสนุนทันที เพราะความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้”

'สรรเพชญ' นำทีมคมนาคมช่วยน้ำท่วมปทุมธานี ส่งอาหารแห้ง–น้ำดื่ม–ของจำเป็น 500 ชุด บรรเทาความเดือดร้อนปทุมฯ ลงพื้นที่ชุมชนบึงบัวให้กำลังใจ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“สรรเพชญ” ลุยส่งต่อถุงยังชีพกว่า 500 ชุด บรรเทาทุกข์น้ำท่วมปทุมธานี หลายครัวเรือนยังเผชิญน้ำท่วมขัง

วันนี้ (6 ตุลาคม 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายพิษณุ พลธี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี เขต 7 พรรคภูมิใจไทย และนายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม จังหวัดปทุมธานี มอบถุงยังชีพ จำนวน 500 ชุด เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

โดยนายสรรเพชญ ได้เดินทางไปยังเทศบาลตำบลธัญบุรี มีนายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นางยุพเยาว์ หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลธัญบุรี ร่วมรับมอบถุงยังชีพ เพื่อนำไปกระจายต่อให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ก่อนที่นายสรรเพชญ และคณะ จะลงพื้นที่ชุมชนบึงบัว เพื่อเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ และมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ยังได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขัง

สำหรับพื้นที่อำเภอธัญบุรี เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยจากการลงพื้นที่พบว่า ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่กว่า 7 ชุมชน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการสัญจรของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนที่อยู่บริเวณแนวคลอง ขณะที่หน่วยงานในพื้นที่ยังคงเร่งระบายน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับถุงยังชีพที่นำมามอบในครั้งนี้ จำนวน 500 ชุด ภายในประกอบด้วยอาหารแห้ง น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต โดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่สถานการณ์น้ำยังไม่คลี่คลาย

นายสรรเพชญ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงคมนาคม พร้อมระดมความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัด เพื่อสนับสนุนทั้งถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นให้เข้าถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด

“วันนี้ ยังมีพี่น้องประชาชนในหลายชุมชนของธัญบุรี ที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมขัง สิ่งสำคัญคือการเร่งนำความช่วยเหลือเข้าไปถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็น พร้อมกับติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ”

นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ประสานให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ติดตามสถานการณ์น้ำ และผลกระทบต่อเส้นทางคมนาคมอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกับจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและตรงกับความต้องการต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top