Saturday, 17 October 2026
จีน

จีนเตรียมปรับกฎทรัพย์สินทางปัญญา!! ตั้งเป้าพัฒนา AI บล็อกเชน รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลใหม่ ยกระดับความร่วมมือสากล ลิขสิทธิ์โตทั่วโลกเพิ่มรายได้

จีนเตรียมปรับกฎคุ้มครอง 'ทรัพย์สินทางปัญญา' รับยุค AI-เศรษฐกิจดิจิทัล

ปักกิ่ง, 8 ก.ย. (ซินหัว) -- จีนเตรียมปรับปรุงกฎระเบียบด้านทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) อัลกอริธึม และเทคโนโลยีเกิดใหม่อื่นๆ เช่น บล็อกเชน บิ๊กดาต้า และการประมวลผลคลาวด์ เพื่อปรับปรุงระบบลิขสิทธิ์ของเศรษฐกิจดิจิทัลให้ทันสมัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ว่าด้วยการคุ้มครองและการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาของจีน โดยมุ่งกำหนดลำดับความสำคัญในการพัฒนาด้านทรัพย์สินทางปัญญาในช่วงปี 2026-2030

ภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ นิยายออนไลน์ และวิดีโอเกมของจีนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในต่างประเทศช่วงไม่กี่ปีมานี้ โดยรายได้จากเกมที่จีนพัฒนาเองในตลาดต่างประเทศทะลุ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.58 แสนล้านบาท) ในปี 2025 ขณะที่วรรณกรรมออนไลน์ของจีนเข้าถึงผู้อ่านหลายร้อยล้านคนในกว่า 200 ประเทศและภูมิภาค จีนจึงมีเป้าหมายยกระดับการคุ้มครองลิขสิทธิ์และกฎระเบียบการทำธุรกรรมทั้งในด้านการเผยแพร่ทางออนไลน์ บริการภาพและเสียงออนไลน์ และวรรณกรรมและศิลปะออนไลน์ในอีก 5 ปีข้างหน้า

นอกจากนั้น ทางการจะปรับปรุงระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในระดับสากลให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถแก้ไขข้อพิพาทและควบคุมความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงสร้างฐานข้อมูลกรณีข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญาข้ามพรมแดน
แผนดังกล่าวระบุว่าจีนจะยกระดับความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาผ่านองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) และกลไกพหุภาคีอื่นๆ เพิ่มการหารือด้านทรัพย์สินทางปัญญากับคู่ค้ารายสำคัญ รวมถึงมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎเกณฑ์และมาตรฐานสากลด้านทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับสาขาเกิดใหม่

แผนข้างต้นยังมุ่งปั้นจีนสู่การเป็นประเทศชั้นนำด้านทรัพย์สินทางปัญญาภายในปี 2030 ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้อยู่ในกลุ่มแนวหน้าของโลกภายในปี 2035 รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เป็นร้อยละ 7.53 ภายในปี 2030 พร้อมเรียกร้องให้ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์ที่มีคุณภาพสูง ยกระดับการแปลงและนำผลงานที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ตลอดจนเดินหน้าส่งเสริมผลงานในระดับนานาชาติเพื่อผลักดันผลงานของจีนสู่ผู้ชมทั่วโลกมากขึ้น

ที่มา : Xinhua

จีนเปิดคลองผิงลู่ 7 หมื่นล้านหยวน!! ทางออกสู่ทะเล ย่นเส้นทางขนส่งสู่อาเซียนกว่า 560 กม. คลองผิงลู่ยาว 134 กม. สู่ทะเล ช่วยลัดเส้นทางขนส่งสินค้า เชื่อมตลาดจีน-อาเซียนใหญ่สุด

จีนเปิดสัญจร 'คลองผิงลู่' ทุนสร้าง 7 หมื่นล้านหยวน ทางออกสู่ทะเล ทางลัดสู่อาเซียน

วันพุธ (16 ก.ย.) เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีนได้เปิดใช้งานคลองผิงลู่อย่างเป็นทางการแล้ว โดยคลองแห่งนี้มีความยาว 134.2 กิโลเมตร ใช้งบประมาณก่อสร้าง 7.27 หมื่นล้านหยวน (ราว 3.6 แสนล้านบาท) ตัดผ่านเมืองหนานหนิงของกว่างซี ก่อนไหลลงสู่อ่าวเป่ยปู้ ช่วยเปิดเส้นทางลัดสู่ชายฝั่งและตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดอาเซียน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของจีน

คลองแห่งนี้ทอดยาวตามระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศใหม่ ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงแถบตอนในของจีนเข้ากับอาเซียนและตลาดโลก ถือเป็นโครงการคลองเชื่อมแม่น้ำสู่ทะเลขนาดใหญ่โครงการแรกของจีนที่วางแผนและประสานงานในระดับชาติตั้งแต่ปี 1949

คลองผิงลู่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเรือที่มีระวางขับน้ำสูงสุด 5,000 ตัน ช่วยย่นระยะทางขนส่งสินค้าทางน้ำจากพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของจีนสู่ทะเลได้มากกว่า 560 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับเส้นทางเดิมที่ต้องผ่านท่าเรือในมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) และคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์โดยรวมลงร้อยละ 18-30 และประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้มากกว่า 5 พันล้านหยวน (ราว 2.47 หมื่นล้านบาท) ต่อปี

หลูซินหนิง รองประธานประจำหน่วยงานรัฐบาลกว่างซี กล่าวว่าคลองแห่งนี้สร้างทางเชื่อมใหม่ระหว่างตลาดจีนซึ่งมีประชากร 1.4 พันล้านคน กับกลุ่มผู้บริโภคในอาเซียนที่มีเกือบ 700 ล้านคน ทั้งยังมีศักยภาพกระตุ้นการลงทุนข้ามพรมแดนรูปแบบใหม่ และส่งเสริมการรวมกลุ่มห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

การก่อสร้างคลองแห่งนี้ใช้เวลาดำเนินการนานกว่า 4 ปี ส่วนใหญ่เป็นการขยายความกว้าง ขุดลอกให้ลึกขึ้น และปรับแนวทางน้ำเดิมให้ตรงขึ้น ขณะที่บางส่วนต้องมีการขุดเจาะผ่านพื้นที่แห้งและภูมิประเทศภูเขา โดยหนึ่งในความท้าทายทางวิศวกรรมที่สำคัญที่สุดคือความแตกต่างของระดับน้ำที่สูงถึง 65 เมตร เทียบเท่ากับความสูงของอาคารกว่า 20 ชั้น จึงมีการสร้างศูนย์ควบคุมการเดินเรือ 3 แห่งที่ติดตั้งระบบประตูเรือสัญจรแบบคู่ (twin-line ship locks) เพื่อช่วยปรับระดับน้ำในการนำเรือขึ้นและลงตลอดแนวคลอง

รายงานระบุว่าดินและหินที่ขุดขึ้นมาจากคลองผิงลู่ราว 315 ล้านลูกบาศก์เมตรถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์กว่าร้อยละ 98 นอกจากนี้ คลองสายนี้ยังมีทางผ่านสำหรับปลา (fish passage) ความยาวกว่า 480 เมตร และทางข้ามสำหรับสัตว์ป่าโดยเฉพาะ เพื่อให้สัตว์บก เช่น แมวดาวและกระรอก สามารถข้ามพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย

เส้นทางคมนาคมสายใหม่นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งที่ผ่านมามีพัฒนาการตามหลังพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกที่มั่งคั่งกว่า อีกทั้งยังต้องแบกรับต้นทุนที่สูงกว่าในการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือ โดยสินค้าประเภทถ่านหิน แร่ธาตุ ธัญพืช วัสดุพลังงานใหม่ และชิ้นส่วนยานยนต์จากภูมิภาคดังกล่าว จะสามารถขนส่งไปยังตลาดต่างประเทศผ่านเส้นทางตรงที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

อนึ่ง การค้าระหว่างจีนกับอาเซียนมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33.27 ล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรกในปี 2025 ขณะที่การค้าระหว่างสองฝ่ายในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคมของปี 2026 อยู่ที่ 7.44 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 24.77 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.7 เมื่อเทียบปีต่อปี และคิดเป็นร้อยละ 21.8 ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของจีนในช่วงเวลาดังกล่าว

ที่มา : Xinhua

จีนโชว์ความคืบหน้าเมกะโปรเจกต์ราง!! คืบหน้าสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำ สายหวงถ่ง-ไป๋เซ่อยาว 315 กม. ออกแบบเดินรถเร็ว 160 กม./ชม. งานเสร็จปี 2028 เตรียมเปิดใช้งาน

คืบหน้า! งานเชื่อมโครงโค้งสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำกั้นกุ้ยโจว-กว่างซี

วั่งโม๋, 29 ก.ย. (ซินหัว) -- โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำหงสุ่ยของทางรถไฟสายหวงถ่ง-ไป๋เซ่อ บริเวณพรมแดนระหว่างมณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้กับเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน มีความคืบหน้าสำคัญหลังจากเชื่อมต่อโครงโค้งถึงกันสำเร็จในวันอังคาร (29 ก.ย.)

สำหรับทางรถไฟสายหวงถ่ง-ไป๋เซ่อ มีระยะทางรวมราว 315 กิโลเมตร ความเร็วของการเดินรถตามการออกแบบ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีกำหนดก่อสร้างเสร็จสิ้นและเปิดใช้งานภายในปี 2028

ที่มา : Xinhua

‘ทาคาอิจิ’ ชูจีนเพื่อนบ้าน!! เรียกจีนว่าเป็น "เพื่อนบ้านที่สำคัญ" เดินหน้าพูดคุยกับปักกิ่ง ท่ามกลางความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่าง 2 ชาติ รับมือประเด็นทะเลจีนและไต้หวัน

ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงของญี่ปุ่น ในวันจันทร์(5ต.ค.) เรียกจีนว่าเป็น "เพื่อนบ้านที่สำคัญ" และให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าพูดคุยกับปักกิ่ง ท่ามกลางความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่าง 2 ชาติ อันเนื่องจากความเห็นต่างๆนานาของเธอในประเด็นไต้หวันก่อนหน้านี้

"จีนเป็นเพื่อนบ้านที่สำคัญ และความสัมพันธ์ของเราถูกก่อร่างสร้างขึ้นมานานหลายปี แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆนานาในปัจจุบัน" ทาคาอิจิกล่าวระหว่างแถลงนโยบายต่อรัฐสภา อ้างอิงข้อมูลจากทำเนียบนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น "เราจะขับเคลื่อนความสัมพันธ์ที่เอื้อประโยชน์ต่อกันบนพื้นฐานของผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ร่วมกันอย่างรอบด้าน" เธอระบุ

ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับจีนเสื่อมทรามลงอย่างมากนับตั้งแต่ ทาคาอิจิ กล่าวเมื่อเดือนพฤศจิกายน ระบุว่าโตเกียวอาจเข้าแทรกแซงถ้าไต้หวันถูกโจมตี แม้ปักกิ่งยืนกรานมาตลอดว่าเกาะแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งในดินแดนของพวกเขา

ทาคาอิจิ บอกว่าญี่ปุ่นจะแสดงจุดยืนให้ชัดเจนในประเด็นเกี่ยวกับทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้, ความเคลื่อนไหวทางทหารของจีนรอบๆญี่ปุ่น, มาตรการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ, ความปลอดภัยของพลเมืองญี่ปุ่น และความกังวลด้านสิทธิมนุษยชน

"เราจะสานต่อการหารือเกี่ยวกับความท้าทายต่างๆนานาที่มีร่วมกัน ปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติของญี่ปุ่น และทำงานร่วมกันสร้างความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์และมั่นคง" เธอบอก

ถ้อยแถลงล่าสุดของทาคาอิจิ มีขึ้นราว 1 สัปดาห์ หลังจาก ทาเคชิ อิวายะ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น เดินทางเยือนปักกิ่งและพบปะกับ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน และรองนายกรัฐมนตรีเหอ หลี่เฟิง โดยระหว่างนั้น หวัง อี้ ได้เรียกร้องขอให้ ทาคาอิจิ แก้ไขคำพูดของเธอเกี่ยวกับไต้หวัน และบอกว่ามีความจำเป็นที่ต้องฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีสู่ภาวะปกติ

ในคำพูดที่ฉุดให้ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับจีนดำดิ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ทาคาอิจิ ประกาศกร้าวว่า การโจมตีใดๆของจีนที่เล่นงานไต้หวัน จะเข้าข่ายสถานการณ์ภัยคุกคามการอยู่รอดสำหรับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นไปได้ที่จะเปิดทางให้โตเกียวสามารถใช้สิทธิในการป้องกันตนเองร่วมได้

ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่มึนตึง เมื่อปีที่แล้ว จีน ได้แจ้งเตือนพลเมืองให้งดเดินทางเยือนญี่ปุ่น และกำหนดข้อจำกัดทางการค้าต่างๆนานา ที่ว่ากันว่ามันส่งผลให้ปักกิ่งลดการป้อนอุปทานแร่แรร์เอิร์ธจำเป็นยิ่งต่อบริษัทญี่ปุ่นลงอย่างมาก

นิกเคอิ เอเชีย รายงานว่าในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา อ้างผลสำรวจจากภาคเอกชนแสดงให้เห็นว่า ต้นทุนการจัดหาแร่แรร์เอิร์ธ ในบริษัทญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ใน 5 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบจากมาตรการจำกัดการส่งออกของจีน

(ที่มา:อนาโดลู/ไทเปไทมส์)

ที่มา : https://mgronline.com/around/detail/9690000097023

จีนสูญเสียผู้รอดชีวิต 'เหตุสังหารหมู่หนานจิง' !! 'กัวซิ่วหลาน' วัย 94 ปี สิ้นใจ ผู้รอดชีวิตเหตุสังหารหมู่เหลือ 20 คน ย้อนรำลึกเหตุการณ์ปี 1937 บันทึกความทรงจำถูกเก็บรักษาไว้

จีนสูญเสียผู้รอดชีวิต 'เหตุสังหารหมู่หนานจิง' อีกหนึ่งราย ลดเหลือ 20 คนแล้ว

หนานจิง, 7 ต.ค. (ซินหัว) -- หอรำลึกเหยื่อเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิงโดยผู้รุกรานชาวญี่ปุ่นในเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน รายงานว่า "กัวซิ่วหลาน" ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิง สิ้นลมด้วยวัย 94 ปี ในวันพุธ (7 ต.ค.) ส่งผลให้จำนวนผู้รอดชีวิตที่ยังมีชีวิตอยู่เหลือเพียง 20 คน

บันทึกคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตที่จัดเก็บไว้ในหอรำลึกฯ ระบุว่ากัวซึ่งเกิดในปี 1932 ถูกพ่อแม่พาไปหลบซ่อนพร้อมกับพี่น้องในหลุมหลบภัยใต้ดินพร้อมกับเพื่อนบ้าน ขณะเกิดเหตุสังหารหมู่หนานจิงหลังจากกองทัพญี่ปุ่นยึดครองนครหนานจิงเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 1937 โดยกัวเล่าว่าทหารญี่ปุ่นยืนอยู่บริเวณปากทางและกราดยิงหลุมหลบภัยด้วยปืนกล พ่อแม่ของเธอและน้องสาวคนเล็กเสียชีวิต มีเพียงน้องสาวคนรองกับเธอเท่านั้นที่รอดชีวิต

ตลอดระยะเวลา 6 สัปดาห์ ทหารญี่ปุ่นได้เข่นฆ่าพลเรือนและทหารไร้อาวุธชาวจีนราว 3 แสนราย ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่สุดของสงครามโลกครั้งที่สอง และผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิงเสียชีวิตหลายรายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนผู้รอดชีวิตที่สามารถแบ่งปันเรื่องราวได้โดยตรงลดลงอย่างต่อเนื่อง

เมื่อปี 2014 สภานิติบัญญัติระดับชาติของจีนได้กำหนดให้วันที่ 13 ธ.ค. เป็นวันรำลึกถึงเหยื่อเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิง โดยรัฐบาลจีนได้เก็บรวบรวมคำบอกเล่าจากเหล่าผู้รอดชีวิตทั้งแบบลายลักษณ์อักษรและคลิปวิดีโอ ซึ่งเอกสารเหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนในมรดกความทรงจำโลกแห่งองค์การยูเนสโกเมื่อปี 2015

(ภาพจากหอรำลึกเหยื่อเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิงโดยผู้รุกรานชาวญี่ปุ่นของจีน : กัวซิ่วหลาน ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิง)

ที่มา : Xinhua

หยุดยาววันชาติจีนคึกคัก!! ยอดข้ามพรมแดนวันหยุดพุ่งสูง แตะ 15.46 ล้านครั้งทั่วประเทศ นักท่องเที่ยวเพิ่มทั้งเข้าออก นโยบายฟรีวีซ่าหนุนการเดินทาง

จีนเผยยอดเดินทางข้ามพรมแดน ช่วงหยุดวันชาติจีน สูงแตะ 15.46 ล้านครั้ง

ปักกิ่ง, 8 ต.ค. (ซินหัว) -- วันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติจีนรายงานว่าจีนมียอดการเดินทางข้ามพรมแดนรวม 15.46 ล้านครั้งตลอดช่วงหยุดยาววันชาติจีน ระยะ 7 วัน (1-7 ต.ค.) โดยมีปริมาณการเดินทางข้ามพรมแดนเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 2.21 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 เมื่อเทียบปีต่อปี

ผู้อยู่อาศัยในแผ่นดินใหญ่ของจีนเดินทางออกนอกประเทศกว่า 4.44 ล้านครั้งในช่วงเวลาดังกล่าว เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.3 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยข้อมูลจากหม่าเฟิงวอ (Mafengwo) และซีทริป (Ctrip) สองแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของจีน เผยว่าจุดหมายท่องเที่ยวระยะไกล เช่น นิวซีแลนด์และไอซ์แลนด์ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงหยุดยาวนี้

ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเยือนจีนในช่วงหยุดยาวนี้ อยู่ที่ 6.82 แสนครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.4 จากปี 2025 โดยในจำนวนนี้มีผู้ที่เดินทางเข้าจีนภายใต้นโยบายฟรีวีซ่า 5.05 แสนครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2
จีนรายงานยอดชาวต่างชาติเดินทางข้ามพรมแดน ช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคมของปี 2026 รวมอยู่ที่ 61.29 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.5 เมื่อเทียบปีต่อปี ในจำนวนนี้เป็นการเดินทางเข้าจีนแบบฟรีวีซ่า 23.72 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.8 เมื่อเทียบปีต่อปี

ปัจจุบันจีนดำเนินนโยบายเดินทางเข้าจีนแบบฟรีวีซ่าเพียงฝ่ายเดียวให้พลเมืองของ 50 ประเทศเมื่อนับถึงเดือนกันยายน โดยอนุญาตให้ผู้ได้รับสิทธิ์พำนักได้นานสูงสุด 30 วัน ขณะเดียวกัน จีนยังได้ขยายโครงการเดินทางผ่าน (transit) แบบฟรีวีซ่าจากเดิม 72 หรือ 144 ชั่วโมง เป็น 240 ชั่วโมง หรือ 10 วัน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 ซึ่งปัจจุบันมีนักเดินทางจาก 57 ประเทศที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์

ที่มา : Xinhua

จีนโชว์นวัตกรรม “ทางม้าลายเรืองแสง”!! เมืองหวยเป่ยโชว์ทางม้าลายไฮเทค เปลี่ยนสีตามไฟจราจร พร้อมเสียงเตือน เพิ่มความปลอดภัยคนเดินเท้า ส่องสว่างโดดเด่นกลางคืน

หวยเป่ย, 14 ต.ค. (ซินหัว) -- ชวนชม "ทางม้าลายเรืองแสง" ในเมืองหวยเป่ย มณฑลอันฮุยทางตะวันออกของจีน ซึ่งกำลังเป็นกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์ของจีน โดยเป็นทางม้าลายที่สามารถเปลี่ยนสีตามสัญญาณไฟจราจร พร้อมส่งเสียงแจ้งเตือนเพื่อแนะนำคนเดินเท้าให้ข้ามถนนหรือหยุดรอ แถบสีแดงและสีเขียวที่ส่องสว่างโดดเด่นตัดกับพื้นถนนในยามค่ำคืน ช่วยให้ทั้งยานยนต์ที่สัญจรไปมาและคนเดินเท้าเห็นสัญญาณไฟได้ชัดยิ่งขึ้น

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top