Saturday, 18 July 2026
จีน

จีนย้ำจุดยืนทะเลจีนใต้!! ปักกิ่งโต้เดือดปมทะเลจีนใต้ ยืนยันอธิปไตยเหนือหมู่เกาะ คัดค้านแถลงการณ์ร่วม 14 ชาติ ชี้คำตัดสินอนุญาโตตุลาการไร้ผลผูกพัน

แถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เกี่ยวกับการปลุกปั่นกระแสของบางประเทศในโอกาสครบรอบ 10 ปี "คำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการว่าด้วยทะเลจีนใต้"

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย แคนาดา เอสโตเนีย เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น ลัตเวีย ลิทัวเนีย นิวซีแลนด์ โรมาเนีย สโลวีเนีย และสหราชอาณาจักรได้ออก "แถลงการณ์ร่วมเพื่อรำลึกครบรอบสิบปีแห่งคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการว่าด้วยทะเลจีนใต้" กระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนขอประกาศอย่างเป็นทางการดังต่อไปนี้

1.จีนมีอำนาจอธิปไตยเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ รวมถึงหมู่เกาะตงซา หมู่เกาะซีซา หมู่เกาะจงซา และหมู่เกาะหนานซา จีนครอบครองน่านน้ำภายในหมู่เกาะ น่านน้ำอาณาเขต เขตต่อเนื่อง เขตเศรษฐกิจจำเพาะ และไหล่ทวีปเหนือหมู่เกาะเหล่านี้ จีนมีสิทธิครอบครองทางประวัติศาสตร์ในทะเลจีนใต้ อำนาจอธิปไตยของจีนเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้และสิทธิและผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องนั้นได้รับการสถาปนาขึ้นมาจากกระบวนการทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตกในศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสต์ศักราช ชาวจีนได้เดินเรือในทะเลจีนใต้และค้นพบหมู่เกาะเหล่านี้ผ่านการปฏิบัติมาอย่างยาวนาน จีนเป็นประเทศแรกที่ใช้อำนาจอธิปไตยและบริหารเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้และน่านน้ำที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง สันติ และมีประสิทธิภาพ จีนเป็นเจ้าของหมู่เกาะในทะเลจีนใต้นั้นได้รับการยอมรับโดยทั่วไปในประชาคมระหว่างประเทศมานานแล้ว

2.ทะเลจีนใต้เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยที่สุดในโลก และเสรีภาพในการเดินเรือและการบินในทะเลจีนใต้ไม่เคยเป็นปัญหา จีนปกป้องอธิปไตยเหนือดินแดนและสิทธิและผลประโยชน์ทางทะเลในทะเลจีนใต้อย่างมั่นคง และยึดมั่นในสันติภาพและความมั่นคงในทะเลจีนใต้ ในการตอบโต้การละเมิดและการยั่วยุจากประเทศที่เกี่ยวข้องในทะเลจีนใต้ จีนได้ใช้มาตรการที่เด็ดขาดเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตน ซึ่งเป็นมาตรการที่สมเหตุสมผล ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นมืออาชีพ และยับยั้งชั่งใจ สหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ นอกภูมิภาคยังคงเสริมกำลังทางทหารในทะเลจีนใต้ โดยกระทำการอย่างไม่ยั้งคิดและเป็นการโหมกระหน่ำความขัดแย้ง พฤติกรรมทางทหารและการบีบบังคับนี้เป็นความท้าทายหลักที่สถานการณ์ในทะเลจีนใต้กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

3.ปัญหาอาณาเขตทางบกไม่อยู่ในขอบเขตของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลถูกยกเว้นจากกระบวนการระงับข้อพิพาทภาคบังคับของ UNCLOS โดยคำประกาศของจีนในปี 2549 ตามมาตรา 298 ในเรื่องอาณาเขตและข้อพิพาทเขตแดนทางทะเล จีนไม่ยอมรับวิธีการระงับข้อพิพาทใดๆ ที่ยัดเยียดให้กับจีน จีนจะยึดมั่นในหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและบรรทัดฐานพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตามที่บัญญัติไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ รวมถึงการเคารพในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติ และหลักการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี จีนจะยืนหยัดที่จะแก้ไขข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องในทะเลจีนใต้ผ่านการเจรจาและการปรึกหารือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรง โดยเคารพข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้

4.จุดยืนของจีนเกี่ยวกับการอนุญาโตตุลาการว่าด้วยทะเลจีนใต้มีความชัดเจน เสมอต้นเสมอปลาย และมั่นคง การอนุญาโตตุลาการทะเลจีนใต้ละเมิดหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น "ความยินยอมของรัฐ" และ "ข้อตกลงต้องได้รับการเคารพ" ละเมิดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล และขัดแย้งกับข้อเท็จจริงพื้นฐานเกี่ยวกับทะเลจีนใต้ คำตัดสินที่เรียกว่า "คำวินิจฉัย" นั้นเป็นเอกสารที่ผิดกฎหมาย ไม่ถูกต้อง และไม่มีผลผูกพัน จีนไม่ยอมรับหรือรับรอง "คำวินิจฉัย" และคัดค้านและปฏิเสธข้อเรียกร้องหรือการกระทำใดๆ ที่อ้างอิงจากคำชี้ขาดนั้น อธิปไตยเหนือดินแดนและสิทธิทางทะเลของจีนในทะเลจีนใต้จะไม่ได้รับผลกระทบจาก "คำวินิจฉัย" ในทุกกรณี

5.ในช่วงสิบปีนับตั้งแต่มีการออก "คำวินิจฉัย" นั้น ไม่เพียงแต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทางทะเลระหว่างจีนและฟิลิปปินส์ได้เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นเครื่องมือให้ฟิลิปปินส์ขยายการอ้างสิทธิ์ในดินแดนและทางทะเล ทำให้ความขัดแย้งในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้น และเป็นข้ออ้างให้อิทธิพลจากภายนอกเข้ามาแทรกแซงในประเด็นทะเลจีนใต้และปลุกปั่นสถานการณ์ มันกลายเป็นอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนและฟิลิปปินส์ ตลอดจนสันติภาพและความมั่นคงในทะเลจีนใต้ หากปฏิบัติตามมาตรฐานของ "คำวินิจฉัย" นั้น เกาะและแนวปะการังของหลายประเทศจะสูญเสียหลักฐานที่ถูกนำไปอ้างสิทธิ์อธิไปไตยเหนือดินแดน เราจึงตั้งคำถามว่า ประเทศต่างๆ ที่สนับสนุน "คำวินิจฉัย" นั้นได้สละสิทธิ์ทางทะเลในเกาะและแนวปะการังของตนโดยสมัครใจหรือไม่ การที่บางประเทศยังคงโหมกระหน่ำเกี่ยวกับ "คำวินิจฉัย" ที่ผิดกฎหมายนั้น ขัดแย้งกับแนวโน้มทั่วไปของสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค และขัดกับความปรารถนาของประเทศและประชาชนในภูมิภาคที่จะพัฒนาและเจริญรุ่งเรือง ความพยายามของพวกเขาย่อมต้องล้มเหลว เราขอเรียกร้องให้ประเทศที่เกี่ยวข้องเคารพในอธิปไตยเหนือดินแดนและสิทธิทางทะเลของจีนในทะเลจีนใต้ด้วยความจริงใจ ยุติการก่อกวนในทะเลจีนใต้ และยุติการบ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1450234740467868&id=100064440681953&rdid=Ut87bxNnpSmebJzL#

NEV จีนแรงไม่หยุด!! จีนจดทะเบียนรถพลังงานใหม่ทะลุ 5.19 ล้านคัน ครึ่งปีแรก 2026 กินสัดส่วน 49.42% ของรถจดทะเบียนใหม่ จีนไม่ได้แค่ขายรถพลังงานใหม่เพิ่มขึ้น แต่กำลังเปลี่ยนตลาดรถทั้งประเทศให้เข้าสู่ยุคไฟฟ้าอย่างเต็มตัว

ปักกิ่ง, 15 ก.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (14 ก.ค.) กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนรายงานว่ายานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ครองสัดส่วนร้อยละ 49.42 ของยานยนต์จดทะเบียนใหม่ทั้งหมดของจีนในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายนของปี 2026 ซึ่งเพิ่มขึ้น 4.45 จุดเปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

รายงานระบุว่าช่วงครึ่งแรกของปี 2026 จีนมีการจดทะเบียนยานยนต์พลังงานใหม่มากกว่า 5.19 ล้านคัน ยานยนต์ 10.51 ล้านคัน และรถจักรยานยนต์ 5.11 ล้านคัน โดยปัจจุบันจีนมียานพาหนะ 476 ล้านคัน ซึ่งเป็นยานยนต์ 371 ล้านคัน และผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาต 567 ล้านคน ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ยานยนต์ 533 ล้านคน เมื่อนับถึงสิ้นเดือนมิถุนายน

ทั้งนี้ จีนมีการใช้ยานยนต์พลังงานใหม่รวม 48.97 ล้านคัน คิดเป็นร้อยละ 13.19 ของยานยนต์ทั้งหมดในประเทศ โดยร้อยละ 68.77 ของยานยนต์พลังงานใหม่เป็นยานยนต์ไฟฟ้าล้วน

ที่มา : Xinhua

‘อนุทิน’ เยือนจีนอย่างเป็นทางการ!! ไทย–จีนเดินหน้าหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ บินเยือน 3 เมืองใหญ่ เซี่ยงไฮ้–เฉิงตู–ปักกิ่ง สานต่อมิตรภาพ 51 ปี เปิดประตูการค้า ลงทุน เทคโนโลยี และการศึกษา

นายกฯ เตรียมเยือนจีนอย่างเป็นทางการ 16 - 20 ก.ค. นี้ สานต่อมิตรภาพ สร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ เพื่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มีกำหนดการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16 - 20 ก.ค. 69 ตามคำเชิญของนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อสานต่อพลวัตความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 และต่อยอดความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สำหรับภารกิจสำคัญของนายกฯ ในการเยือนครั้งนี้ ครอบคลุม 3 เมืองสำคัญ ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ นครเฉิงตู และกรุงปักกิ่ง โดยที่นครเซี่ยงไฮ้ นายกฯ มีกำหนดการเข้าเยี่ยมคารวะนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ค.ศ. 2026 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

จากนั้น ที่นครเฉิงตู นายกฯ จะเป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา Thailand-China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026 และพิธีเปิดฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู เพื่อขยายเครือข่ายการส่งเสริมการลงทุนของไทยสู่ภูมิภาคตะวันตกของจีน พร้อมพบหารือกับภาคเอกชนรายใหญ่ของจีน และกลุ่มนักธุรกิจไทยที่ลงทุนในจีน เพื่อสนับสนุนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน

สำหรับกรุงปักกิ่ง นายกฯ มีกำหนดการประชุมทวิภาคีแบบเต็มคณะกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน และพบหารือกับนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงที่สำคัญระหว่างหน่วยงานภาครัฐของไทยกับจีนเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในมิติต่าง ๆ อาทิ การค้า การลงทุน การเกษตร สาธารณสุข วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศึกษา และสื่อมวลชน เพื่อยกระดับความร่วมมือไทย–จีนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว

ที่มา : https://www.facebook.com/100064582216937/posts/1472700831559310/?rdid=ME60HZqm6squfgul#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top