Thursday, 4 June 2026
จีน

11 พฤศจิกายน 2536 วันคนโสดแห่งชาติจีน 'กวงกุ้น' ฉลองความโสด จากวันคนไร้คู่ สู่เทศกาลช้อปออนไลน์ครั้งใหญ่ ‘แจ็ค หม่า’ จุดกระแสลดกระหน่ำทั่วแพลตฟอร์ม คนโสดจะไม่เหงาอีกต่อไป!!

11 พฤศจิกายน – วันคนโสดแห่งชาติจีน วันที่คนไม่มีคู่ไม่ต้องเศร้าอีกต่อไป เพราะมีแคมเปญช้อปปิ้งลดกระหน่ำรออยู่ทุกแพลตฟอร์ม!!

วันที่ 11 เดือน 11 หรือวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายน ถูกกำหนดให้เป็น วันคนโสดแห่งชาติจีน หรือที่มีชื่อเรียกตามภาษาจีนว่า กวงกุ้น (Guanggun) แรกเริ่มเดิมที วันคนโสดนี้ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2536 โดยกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยหนานจิงของประเทศจีน สาเหตุที่เป็นวันนี้เนื่องจากเมื่อนำตัวเลขของวันและเดือนมาแยกออกจากกันจะได้เลข 1 เรียงกันโดดเดี่ยวมากถึง 4 ตัว ซึ่งถือว่ามากที่สุดในรอบปี โดยในวันนี้บรรดาคนไร้คู่จะได้มีโอกาสออกมาสังสรรค์ฉลองความภูมิใจในความเป็นโสด และซื้อของขวัญเป็นรางวัลให้กับตัวเอง 

นอกจากนี้ในวันนี้ยังถือว่าเป็นวันช้อปปิ้งออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่ ธุรกิจช้อปปิ้งออนไลน์รายใหญ่ ๆ ในจีน อาทิ เว็บไซต์อาลีบาบา, ทีมอลล์ และเถาเป่า ต่างออกโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม กันกระหน่ำในโอกาสพิเศษนี้ เพื่อดึงดูดคนโสดรวมไปถึงคนที่ชื่นชอบของราคาถูก ส่งผลให้มีเงินสะพัดเป็นจำนวนมหาศาลในวันนี้

ทั้งนี้ ต้องนับว่าเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งของ 'แจ็ค หม่า' เจ้าของบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ระดับโลก ที่ได้มองเห็นโอกาสครั้งสำคัญ จุดกระแสวันคนโสดให้เป็นที่แพร่หลายและนิยมมากขึ้นตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา โดยทำให้วันคนโสดกลายเป็นเทศกาลช้อปปิ้งครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการจัดโปรโมชั่นกระหน่ำลดราคาสุดพิเศษ จนเรียกได้ว่าเป็นวันช้อปปิ้งออนไลน์ครั้งใหญ่ที่สุดแห่งปีเลยทีเดียว

กระแสการเฉลิมฉลองวันคนโสดนี้แพร่หลายไปอย่างกว้างขวางตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา หลาย ๆ คนเฝ้ารอโอกาสพิเศษนี้เพื่อจัดเต็มการช้อปปิ้งครั้งใหญ่ และสำหรับประเทศไทยก็ไม่พลาดเช่นเดียวกัน บรรดาร้านค้าช้อปปิ้งออนไลน์จำนวนไม่น้อยต่างอิงกระแสวันคนโสดนี้ด้วย พากันกระหน่ำจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม สนั่นเลยทีเดียว รับรองว่าคนโสดไม่มีเศร้าอย่างแน่นอน

‘สี จิ้นผิง’ นำเปิดพิธี!! ส่งเรือ “ฟูเจี้ยน” เข้าประจำการ เรือบรรทุกเครื่องบินรุ่นใหม่สุดล้ำ มาพร้อมระบบแม่เหล็กไฟฟ้า ช่วยการขึ้น-ลง ลำแรกอย่างเป็นทางการของจีน

(8 พ.ย. 68) จีนประกาศนำเรือบรรทุกเครื่องบิน “ฟูเจี้ยน” เข้าประจำการกับกองทัพเรืออย่างเป็นทางการ ที่จังหวัดไห่หนาน โดยมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นประธานในพิธี นับเป็นครั้งแรกที่จีนมีเรือบรรทุกเครื่องบินติดตั้งระบบ “แคทาพัลต์แม่เหล็กไฟฟ้า” (EMALS) ซึ่งช่วยให้เครื่องบินสามารถขึ้นบินได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เรือ “ฟูเจี้ยน” สามารถรองรับการขึ้นลงของเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ เช่น J-15T, J-35 และเครื่องบินเตือนภัยล่วงหน้า KJ-600 โดยระบบแคทาพัลต์ช่วยให้เครื่องบินขึ้นบินจากระยะสั้นได้แม้บรรทุกอาวุธและเชื้อเพลิงจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่าเรือรุ่นก่อนหน้าที่ใช้ดาดฟ้าแบบ “สกีจัมพ์”

สำหรับฟูเจี้ยนเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สามของจีน ต่อจาก “เหลียวหนิง” และ “ซานตง” เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2022 และเริ่มทดลองเดินเรือเมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 โดยการเข้าประจำการในครั้งนี้ทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่ 2 ของโลกต่อจากสหรัฐฯ ที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินระบบแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ

อัยการจีนยื่นฟ้อง!! “จู้ จื้อซง” อดีตบิ๊กพรรคฯ เขตใหม่ผู่ตง ข้อหารับสินบนมูลค่ามหาศาล หลังคณะสอบสวนสรุปผลชัด ถือเป็นอีกคดีใหญ่ในศึกปราบโกงของจีน

(11 พ.ย. 68) อัยการจีนได้ยื่นฟ้อง จู้ จื้อซง (Zhu Zhisong) อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำเขตใหม่ผู่ตง นครเซี่ยงไฮ้ ในข้อหารับสินบน โดยสำนักงานอัยการเมืองหนานชาง มณฑลเจียงซี เป็นผู้ดำเนินคดี และส่งเรื่องให้ศาลประชาชนชั้นกลางพิจารณาอย่างเป็นทางการ

คณะกรรมการกำกับดูแลแห่งชาติของจีนระบุว่า จู้ จื้อซงเคยใช้ตำแหน่งหน้าที่ในช่วงดำรงตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นแลกกับเงินและทรัพย์สิน “จำนวนมากเป็นพิเศษ” หลังการสอบสวนเสร็จสิ้นจึงมีการยื่นฟ้องต่อศาล

สำหรับการดำเนินคดีครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเข้มงวดของจีน ที่มุ่งเล่นงานเจ้าหน้าที่ระดับสูงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างผู่ตง ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการเงินและการลงทุนของนครเซี่ยงไฮ้

ทอ.จีน ฉลอง 76 ปี!! โชว์ขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีการรบ เผยโฉมโดรนสุดล้ำ GJ‑11 ร่วมทีมกับ J-20 ชี้อนาคตกองทัพผสานคนกับ AI เต็มรูปแบบ ยกระดับการฝึกนักบินสู่สนามรบอัจฉริยะ

(12 พ.ย. 68) กองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน (PLAAF) เฉลิมฉลองครบรอบ 76 ปี ด้วยการเผยแพร่ไมโครฟิล์มชื่อ “Dreaming Far” บนโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นภาพในเรื่องเล่าการเติบโตของกองทัพอากาศจากยุคเริ่มต้น สู่กำลังรบสมัยใหม่ที่เน้นเทคโนโลยีอัจฉริยะและข้อมูลนำรบ จุดที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือภาพโดรนรุ่นใหม่ GJ‑11 รหัส “Xuanlong-08” บินร่วมกับเครื่องบินรบ J-16 และ J-20 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่จีนเผยให้เห็นการทำงานร่วมกันระหว่างนักบินและโดรนอย่างสมจริง

อีกหนึ่งคลิปจากช่องทหารของ CCTV ยังได้ย้อนรอยประวัติศาสตร์ PLAAF ตั้งแต่ยุคเครื่องบิน J-5 รุ่นแรก จนถึงเครื่องรุ่นใหม่อย่าง J-20 และ J-35 รวมถึงเครื่องขนส่งขนาดใหญ่ Y-20B สะท้อนให้เห็นพัฒนาการจากกองทัพขนาดเล็กที่เริ่มต้นด้วยเครื่องบินเพียง 17 ลำในปี ค.ศ.1949 จนกลายเป็นกองทัพอากาศชั้นนำของโลก นักบินรายหนึ่งกล่าวในคลิปว่า “เรามีเครื่องบินที่ดีที่สุด มือหนึ่งถือปืน อีกมือหนึ่งถือกิ่งมะกอก” สื่อถึงความพร้อมทั้งในสงครามและสันติภาพ

สี จิ้นผิงผู้นำจีนกำหนดทิศทางใหม่ให้กองทัพในอีก 5 ปีข้างหน้า มุ่งสู่ “กองทัพอัจฉริยะ” ด้วยการพัฒนาการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะ AI ที่ถูกนำมาช่วยฝึกนักบินให้มีทักษะใกล้เคียงสถานการณ์จริง นักบินมากประสบการณ์อย่าง “หม่า เซียว” เผยว่า ระบบ AI ที่ใช้ซ้อมรบ “ดุดันและไม่พลาดเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะมันเรียนรู้จุดแข็งของนักบินทุกคนในหน่วย จนกลายเป็นคู่ซ้อมที่เก่งรอบด้าน”

ทั้งนี้ การฝึกแบบใหม่ช่วยยกระดับขีดความสามารถนักบินให้พร้อมต่อการรบจริงมากขึ้น ผู้บังคับการหน่วยย้ำว่า “เราต้องศึกษาไม่เพียงแค่สงครามในวันนี้ แต่รวมถึงสงครามของอนาคต” สะท้อนภาพชัดเจนว่ากองทัพอากาศจีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งกำลังคน สู่ยุคของ “กองทัพอัจฉริยะ” ที่เทคโนโลยีและ AI จะเป็นหัวใจสำคัญของสนามรบในศตวรรษหน้า

นักเรียนนายเรืออากาศไทยสร้างชื่อบนเวทีนานาชาติ ร่วมงาน “PLAAF International Cadets Week ครั้งที่ 6” ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

นาวาอากาศเอก อธิราช ศิริทรัพย์ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ได้นำนักเรียนนายเรืออากาศ รชต  เพียรเสมอ (เฟีย) และนักเรียนนายเรืออากาศ ศรวีร์  จิรวีระ (มอส) นักเรียนนายเรืออากาศชั้นปีที่ 5 ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้แทนนักเรียนนายเรืออากาศ เข้าร่วมงาน PLAAF International Cadets Week ครั้งที่ 6 ณ เมืองซีอาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่าง 2 - 8 พฤศจิกายน 2568 ที่จัดโดยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ภายใต้วัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มพูนทักษะทางทหาร และ ทักษะการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม ให้แก่ผู้เข้าร่วมทั้งจากจีนและประเทศอื่น ๆ ผ่านกิจกรรมเรียนรู้ ฝึกอบรม แลกเปลี่ยนทางวิชาการ และกิจกรรมวัฒนธรรม รวมทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างประเทศ และความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศ กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน และกองทัพอากาศต่างประเทศ

ในครั้งนี้ นักเรียนนายเรืออากาศ รชต  เพียรเสมอ และนักเรียนนายเรืออากาศ ศรวีร์  จิรวีระ ได้เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมทักษะและความรู้ ในกิจกรรมที่เรียกว่า Model United Nations คือ กิจกรรมที่จำลองให้นักเรียนนายเรืออากาศเป็นตัวแทนแต่ละประเทศที่กำหนดให้ และให้กล่าว speech ในการประกาศจุดยืนและแก้ปัญหาในหัวข้อที่ได้รับมา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ปูพื้นฐานในด้านความรู้ ภาษา และโดยเฉพาะการทูตได้เป็นอย่างดี ซึ่งทั้งสองคนทำออกมาได้ดีและได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนจีนเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งได้ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม (cultural exchange) ด้วยการแต่งกายชุดไทย โดยนักเรียนนายเรืออากาศ ศรวีร์ฯ ได้บรรเลงเปียโนในบทเพลงจันทร์ และ ออเจ้าเอย ปิดท้ายด้วยการบรรเลงเพลง “jumping machine” ของ LBI ที่กำลังได้รับความนิยม สร้างความประทับใจให้ผู้ชมและทำให้ได้รับเสียงปรบมือจากผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก 

สิ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วมงาน PLAAF International Cadets Week ครั้งที่ 6 นี้ คือได้รับความรู้เกี่ยวกับระบบการศึกษาของโรงเรียนทหารในแต่ละประเทศ การแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นการฝึกทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ สร้างการเรียนรู้มารยาทสังคมพื้นฐานในระดับสากล อีกทั้งยังสามารถนำประสบการณ์ต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในการเรียน ถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับให้แก่นักเรียนนายเรืออากาศในรุ่นต่อ ๆ ไป และใช้ในการปฏิบัติงานในอนาคตได้อีกด้วย

กองประชาสัมพันธ์ 
สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์ 
กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ 

11 พฤศจิกายน 2568 

 

ในมณฑลเหลียวหนิง ปริมาณทั้งหมดราว 1,444 ตัน มูลค่ากว่า 6 ล้านล้านบาท

(16 พ.ย. 68) จีนประกาศค้นพบแหล่งแร่ทองคำแห่งใหม่ในมณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็นแหล่งทองคำขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยพบในจีน นับตั้งแต่ปี 1949 เป็นต้นมา แหล่งแร่ดังกล่าวมีชื่อว่า “แหล่งทองคำต้าตงโกว” และถูกจัดให้เป็นแหล่งทองคำขนาด “ใหญ่มาก” ตามเกณฑ์ของทางการจีน

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของจีนเผยว่า แหล่งแร่นี้มีปริมาณแร่ทั้งหมดราว 2.586 ล้านตัน คิดเป็นทองคำประมาณ 1,444 ตัน แม้จะเป็นทองคำเกรดไม่สูงมาก แต่ได้ผ่านการประเมินความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจเบื้องต้นแล้ว หากคำนวณตามราคาทองคำในปัจจุบัน มูลค่าทองจากแหล่งนี้จะมากกว่า 1.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 6 ล้านล้านบาท ท่ามกลางภาวะที่ราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง

การสำรวจค้นพบแหล่งทองคำต้าตงโกว ดำเนินการโดยบริษัทของรัฐ Liaoning Geological and Mining Group ที่ระดมช่างเทคนิคและคนงานเกือบ 1,000 คน และใช้เวลาเพียงประมาณ 15 เดือน ซึ่งถือว่าสั้นมากสำหรับแหล่งแร่ขนาดมหึมาเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ทางการยังไม่เปิดเผยพิกัดที่แน่นอนของแหล่งแร่ นอกจากยืนยันว่าอยู่ในพื้นที่มณฑลเหลียวหนิง ทำให้มีการคาดเดาว่าอาจมีเหตุผลด้านยุทธศาสตร์อยู่เบื้องหลังการจำกัดข้อมูลครั้งนี้

ตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนเร่งสำรวจและค้นหาแหล่งแร่ทองคำใหม่ ๆ อย่างจริงจัง โดยเพิ่งรายงานการค้นพบแหล่งทองคำมากกว่า 1,100 ตันในมณฑลหูหนานเมื่อปี 2024 ขณะเดียวกัน จีนผลิตทองคำได้ 377.24 ตันในปี 2024 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน แต่การบริโภคภายในประเทศสูงถึง 985.31 ตัน โดยความต้องการทองคำแท่งและเหรียญเพิ่มขึ้นกว่า 24% สะท้อนว่าชนชั้นกลางจีนหันมามองทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

‘สี จิ้นผิง’ ซื้อข้าวไทย 500,000 ตัน ตรงจังหวะ ร.10 เสด็จเยือนจีน ก่อนภาษีทรัมป์จะฟาดไทย ให้คุกเข่าต่อ KL Accord

(16 พ.ย. 68) ท่ามกลางดราม่าชายแดนไทย–กัมพูชา และแรงบีบจากสหรัฐฯ ที่ขู่ไทยตรง ๆ ว่า
“ไม่เอา KL Accord = เจอภาษีทรัมป์”

ปักกิ่งกลับเดินเกมสวนเฉียบ—ไม่ตะโกน ไม่โชว์พาว แต่ประกาศซื้อ ข้าวไทยเพิ่ม 500,000 ตัน ระหว่างที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระราชินี เสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการ 13–17 พ.ย. 68

ดีลระดับ 1 หมื่นล้านบาท นี้ ถูกมองเป็นทั้ง
 • “ของขวัญการทูตระดับราชสำนัก”
 • “กันชน” ให้รัฐบาลไทยก่อนโดนทรัมป์ลงดาบ
 • และ “สัญญาณชัด” ว่าจีนพร้อมเปิดตลาดใหม่ให้ไทยในจังหวะเสี่ยงที่สุด

จีนซึ่งซื้อข้าวไทยอยู่แล้ว 1.3 ล้านตัน/ปี เพิ่มอีก 38% ในดีลเดียว
Instant effect:
 • สต็อกข้าวหอมมะลิไทยลดลง 20%
 • ราคาหน้าลานมีแนวโน้มดีด
 • เกษตรกรหลายแสนรายได้อานิสงส์
 • GDP ไทยเพิ่มราว 0.2% จากการประเมินของกระทรวงพาณิชย์

ที่น่าสนใจ—ดีลนี้ ไม่มีการเตรียมตัวยาว ไม่มีเจรจาล่วงหน้านาน
แต่มาแบบ “ประกาศปุ๊บ–ซื้อปั๊บ”
นักวิเคราะห์อ่านตรงกันว่า: นี่คือ soft power diplomacy แบบจีน—นิ่ม แต่น้ำหนักมหาศาล

ทำไมไทยได้—แต่กัมพูชาไม่ได้?
กษัตริย์กัมพูชา นโรดม สีหมุนี เข้าเฝ้าฯ สี เมื่อ เม.ย. 2568
ได้รับการต้อนรับสวยงาม แต่…
 • ไม่มีดีลข้าว
 • ไม่มีแพ็กเกจลงทุนใหม่
 • โครงการคลอง Funan Techo Canal ก็ยังได้แค่ 49% ไม่ถึง 100% แบบที่ฮุน เซนต้องการ

ตัดภาพกลับมาที่ไทย— ปักกิ่งให้ทั้ง EEC, รถไฟความเร็วสูง และตอนนี้ “ดีลข้าวมหาศาล” อีกก้อน

นักวิชาการจาก Carnegie และ ISEAS พูดคล้าย ๆ กันว่า:
“จีนต้องการบาลานซ์อาเซียน แต่ให้น้ำหนักไทยมากกว่ากัมพูชาในเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว”

ปมเดือดชายแดน—จุดที่ทำให้ทุกมหาอำนาจจับตามอง

หลังเหตุทุ่นระเบิด PMN-2 รุ่นใหม่ ทำทหารไทยบาดเจ็บที่ศรีสะเกษ 10 พ.ย.
รัฐบาลไทยประกาศแบบไม่ไว้หน้าใครว่า:
 • ระงับ KL Accord
 • ไม่ยอมให้สหรัฐฯ กดดัน
 • ต้องพิสูจน์ก่อนว่า “ทุ่นใหม่” มาจากไหน

แล้วทันทีที่ความตึงเครียดพุ่ง
จีนก็ประกาศซื้อข้าวไทย—แบบ “เป๊ะเวลา”

นี่แหละที่ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า
ปักกิ่งยืนข้างไทยเงียบ ๆ โดยไม่ต้องพูดคำว่า ‘สนับสนุน’ เลยสักคำเดียว

เกมวันนี้: ใครได้–ใครเสีย

ได้ “ตลาดประกัน” ขนาดยักษ์ในจังหวะสุ่มเสี่ยง โชว์ว่าถ้าทรัมป์กดภาษี—ไทยก็หันหาตลาดใหม่ทันที
อนุทินได้แต้มจากชาวนาเต็ม ๆ

จีน
ส่งสัญญาณว่าไทยคือ strategic partner ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
ในขณะที่ยังผูกสัมพันธ์กัมพูชาไว้เพื่อถ่วงดุล

กัมพูชา
แม้จะใกล้ชิดจีนเชิงการเมือง—แต่ไม่ได้ดีลใหญ่
ภาพ perception เลยออกมาว่า “น้ำหนักเบากว่าไทย”

สหรัฐฯ
กังวลจีนขยายอิทธิพลในอาเซียนอีกขั้น เพราะดีลนี้เหมือนจีนส่งสัญญาณ
“อย่าเพิ่งกดไทยแรงเกิน—ไทยมีทางเลือกอื่น”

แล้วจีนเลือกข้างไทยจริงไหม?
มีสองคำตอบ:
 1. ถ้ามองเชิงสัญลักษณ์ — ใช่ จีน “เอียงมาทางไทย” แบบเนียน ๆ
 2. ถ้ามองเชิงยุทธศาสตร์ — จีนกำลัง “ถ่วงดุลสองเรือ” แต่ลงทุนหนักกว่าในฝั่งไทย

สุดท้าย ในโลกที่ทรัมป์พร้อมโยงทุกดีลเข้าการเมือง ดีลข้าวของสี จิ้นผิงคือข้อความสั้น ๆ แต่ดังที่สุดว่า:
“ถ้าอเมริกาไม่เล่น… จีนเล่น”

กระชับความร่วมมือ ด้านภาษาจีน–อาชีวศึกษา ดันทุนครูไทย เพิ่มห้องเรียนขงจื่อ พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ได้เข้าพบหารือกับ Mr. Yu Yunfeng ผู้อำนวยการศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ (Center for Language Education and Cooperation: CLEC) ณ กรุงปักกิ่ง ระหว่างการประชุมภาษาจีนโลก ประจำปี 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติจีน สาธารณรัฐประชาชนจีน 

โดยได้นำเสนอนโยบายและทิศทางการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย พร้อมเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย–จีน และความสำคัญของการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ภาษาจีนให้ทันสมัยและตอบโจทย์อนาคต โดยเฉพาะการผลิตกำลังคนด้านอาชีวศึกษาที่มีทักษะภาษาจีนรองรับตลาดแรงงานยุคใหม่ พร้อมเสนอให้ฝ่ายจีนสนับสนุนทุนการศึกษาแก่ครูไทยเพื่อไปศึกษาต่อที่ประเทศจีน ตลอดจนส่งผู้เชี่ยวชาญมาฝึกอบรมให้แก่ครูไทยเพื่อยกระดับทักษะการสอนภาษาจีนอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ไทยยังขอรับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในห้องเรียนของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ รวมถึงการร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มการสอนภาษาจีน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ง่าย หลากหลาย และทันสมัยยิ่งขึ้น ขณะที่ฝ่ายจีนได้เสนอแนวทางขยายความร่วมมือ เช่น การยกระดับหลักสูตรภาษาจีนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในระดับอาชีวศึกษา การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ ระบบการสอบ HSK การแลกเปลี่ยนครูและผู้เชี่ยวชาญชาวจีน รวมถึงการร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์แบบครบวงจรสำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย

ศ.ดร.นฤมล ยังกล่าวถึงความจำเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาจีนเพื่อตอบโจทย์การจ้างงานในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีนักลงทุนชาวจีนจำนวนมาก พร้อมเสนอให้เพิ่มครูอาสาสมัครจีนในศูนย์การเรียนรู้ทั่วประเทศเพื่อเสริมศักยภาพแรงงานไทย ขณะเดียวกัน ไทยยังขอรับการสนับสนุนการจัดตั้ง “ห้องเรียนขงจื่อ” เพิ่มเติม รวมถึงส่งเสริมรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ 3+1 ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และทักษะภาษาดิจิทัล (AI)

ทั้งนี้ การหารือครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ร่วมของไทยและจีนในการพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษาให้ก้าวหน้าและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้คุณภาพสูงให้คนไทยทุกช่วงวัย และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง

เป็นห่วงความปลอดภัย แนะงดเที่ยวญี่ปุ่น หลัง “นายกฯ ทาคาอิจิ” พูดปมไต้หวัน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวแดนมังกรลดฮวบ ตลาดหุ้น–ร้านค้าปลีกดิ่งรับแรงสั่นสะเทือน

(17 พ.ย. 68) กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีนออกคำแนะนำอย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ (16 พ.ย.) ขอให้ชาวจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงนี้ โดยอ้างถึง “สถานการณ์ด้านความมั่นคงที่เลวร้ายลง” ต่อพลเมืองจีนในญี่ปุ่น และกระแสตึงเครียดทางการเมือง หลังจากนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่นให้ความเห็นเกี่ยวกับไต้หวันในเชิงเผชิญหน้า จนถูกมองว่าเป็นถ้อยแถลงที่ “ยั่วยุ” ปักกิ่ง 

แถลงการณ์ระบุให้ชาวจีนที่ยังอยู่ในญี่ปุ่นติดตามสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด เพิ่มความระมัดระวัง ดูแลความปลอดภัยตนเอง และหากเกิดเหตุฉุกเฉินให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่น หรือสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลจีนในญี่ปุ่นทันที ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนได้ออกคำเตือนด้านการเดินทางล่วงหน้าไว้แล้ว ก่อนที่กระทรวงวัฒนธรรมฯ จะซ้ำย้ำอีกครั้ง

คำเตือนดังกล่าวกระทบทันทีต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น โดยเช้าวันจันทร์ หุ้นบริษัทที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีนร่วงหนัก เช่น ชิเซโด้ ผู้ผลิตเครื่องสำอาง รายงานว่าหุ้นดิ่งราว 9% ขณะที่ห้างสรรพสินค้าทาคา‌ชิมายะลดลงกว่า 5% และฟาสต์รีเทลลิ่ง เจ้าของแบรนด์ยูนิโคล่ ร่วงมากกว่า 4% ทั้งที่จีนถือเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ชนวนเริ่มจากคำพูดของทาคาอิจิในสภาญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน เธอกล่าวว่า หากจีนใช้กำลังทหารกับไต้หวัน อาจถือเป็น “สถานการณ์ที่คุกคามการอยู่รอดของญี่ปุ่น” และอาจเปิดทางให้ญี่ปุ่นใช้กำลังตอบโต้ได้ตามกติกาของตัวเอง

แม้รัฐบาลญี่ปุ่นจะออกมาย้ำทีหลังว่า นโยบายต่อไต้หวัน “ยังเหมือนเดิม” ไม่ได้เปลี่ยนไป แต่เพราะทาคาอิจิมีภาพลักษณ์เป็นคนวิจารณ์จีนอย่างหนัก และเคยแสดงท่าทีหนุนไต้หวันหลายครั้ง จีนจึงยิ่งจับตามองเธอและท่าทีของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด

ที่ยังทำธุรกิจค้าขายกับรัสเซีย หนุนกฎหมายคว่ำบาตรสุดโหด เปิดทางขึ้นภาษีนำเข้าสูงสุด 500% ‘จีน–อินเดีย’ เป้าหลัก ‘อิหร่าน’ อยู่ในเรดาร์

(17 พ.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุพร้อมสนับสนุนร่างกฎหมายของวุฒิสภาที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างเข้มข้นต่อประเทศที่ยังทำธุรกิจกับรัสเซีย โดยบอกกับสื่อมวลชนก่อนออกเดินทางจากฟลอริดากลับวอชิงตันว่า พรรครีพับลิกันกำลังผลักดันกฎหมายลงโทษ “ทุกประเทศที่ทำธุรกิจกับรัสเซีย” 

ร่างกฎหมายซึ่งผลักดันโดยลินด์ซีย์ เกรแฮม วุฒิสมาชิกจากมลรัฐเซาท์แคโรไลนา เปิดทางให้ประธานาธิบดีสามารถเก็บภาษีนำเข้าสูงสุดถึง 500% จากประเทศที่ยังซื้อน้ำมันและพลังงานจากรัสเซีย แต่ไม่ได้ให้การสนับสนุนยูเครนอย่างจริงจัง เป้าหมายจึงพุ่งไปที่ผู้บริโภคพลังงานรายใหญ่ของรัสเซีย จีนและอินเดียเป็นหลัก ทรัมป์ยังระบุว่าอาจ “ใส่อิหร่านเข้าไปด้วย” ในชุดมาตรการครั้งนี้ แม้ยังไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ที่ผ่านมาทรัมป์ลังเลจะหนุนมาตรการคว่ำบาตรเพิ่ม เพราะต้องการเปิดช่องเจรจาสันติภาพระหว่างประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน แต่จนถึงตอนนี้สงครามที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 4 ปี ยังไม่มีสัญญาณว่าปูตินจะยอมถอย ท่ามกลางการโจมตีทางอากาศของรัสเซียที่ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ยูเครนก็หันไปโจมตีโครงสร้างน้ำมันของรัสเซียเพื่อตัดกำลังเช่นกัน

ทั้งนี้ ภายในสภาคองเกรส ฝ่ายเดโมแครตและรีพับลิกันส่วนหนึ่งต่างผลักดันแนวคิดลงโทษรัสเซียเพิ่มขึ้น เพื่อกดดันให้มอสโกยุติสงครามยูเครน การที่ทรัมป์ออกมาบอกว่ามาตรการคว่ำบาตรประเทศที่ค้าขายกับรัสเซีย จึงถูกมองว่าอาจทำให้ร่างกฎหมายเดินหน้าเร็วขึ้น และเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศที่ยังพึ่งพาพลังงานรัสเซีย

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top