‘ระบอบฮุนเซน’ ราชวงศ์ธุรกิจที่ทำให้ชาติทั้งชาติ กลายเป็นสมบัติส่วนตัว!! ของตระกูลเดียว
(23 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘ปราชญ์ สามสี’ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่า…ระบอบฮุนเซน : ราชวงศ์ธุรกิจที่ทำให้ชาติทั้งชาติกลายเป็นสมบัติส่วนตัว
กัมพูชาในวันนี้คือภาพสะท้อนของการผูกขาดประเทศโดย business dynasty ครอบครัวและเครือข่ายของฮุนเซนได้สานใยอำนาจที่แน่นหนา กองทัพอยู่ในมือของ ฮุน มานิต ที่กำกับข่าวกรองและสายทัพภักดี
รัฐบาลและพรรค CPP อยู่ภายใต้การนำของ ฮุน มาเนต ลูกชายที่สืบตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สื่อมวลชนและโทรทัศน์ถูกควบคุมโดย ฮุน มานา ลูกสาวคนโต ส่วน บุน ราณี ภริยา ใช้สภากาชาดและงานการกุศลครอบงำสังคม ลูกสาวคนเล็ก ฮุน มาลี เริ่มปักธงในธุรกิจการค้าและการบริโภค ขณะที่เศรษฐกิจมืดและธุรกิจสีเทาเชื่อมโยงกับพันธมิตรอย่าง ก๊ก อัน, ฮุน โตก และลียง พัด ที่ครองสัมปทานและคาสิโนตามชายแดน
นี่ไม่ใช่เพียงการแต่งตั้งลูกหลาน แต่คือการสร้าง business dynasty ที่รวมอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไว้ในตระกูลเดียว คล้ายราชวงศ์แต่ไร้การถ่วงดุล โครงสร้างธุรกิจและการเมืองถูกร้อยเข้าด้วยกันจนไม่มีเส้นแบ่งชัดเจน ผู้คนในระยะยาวย่อมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ระบบที่ยุติธรรม เพราะโอกาสในการเติบโตของสังคมถูกผูกขาดโดยสายเลือดและนามสกุล
ผลที่ตามมาคือ สถาบันพระมหากษัตริย์กัมพูชา ถูกทำให้เหลือเพียงสัญลักษณ์ในพิธีการ ไม่ต่างจากฉากหลังที่เคลื่อนไหวไม่ได้ จากที่ควรเป็นตัวกลางถ่วงดุลและเป็นเสียงแทนประชาชน กลับกลายเป็นเพียงตราประทับความชอบธรรมให้ระบอบฮุนเซนยืนยาว
สำหรับประเทศไทย สิ่งที่น่าห่วงคือการเริ่มเห็นการเลียนแบบ หากโครงสร้างถ่วงดุลอย่างการลดอำนาจ กองทัพ องค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ และวุฒิสภาถูกแก้ไขจนหมดสิ้นผ่านรัฐธรรมนูญ ก็ไม่จำเป็นต้องแตะหมวด 1 หรือหมวด 2 เลย เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ก็จะถูกทำให้อ่อนแอโดยปริยาย แต่ถ้าวันใดหมวด 1–2 ถูกแก้ไขจริง ประเทศไทยก็จะเลื่อนไถลเข้าสู่ระบอบ business dynasty แบบฮุนเซน อย่างเต็มรูปแบบ อำนาจทั้งหมดถูกรวบศูนย์อยู่ในมือเครือข่ายนักการเมืองและทุนใหญ่ โดยไม่เหลือเสาหลักใด ๆ ให้ประชาชนพึ่งพา
ผมก็หวังว่าสิ่งที่ผมห่วงทั้งหมดนี้ จะเป็นเพียงแค่ความไม่ประสีประสาของข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว…
เรื่อง : ปราชญ์ สามสี










