เปิดเรื่องราว ‘Leo Tolstoy’ นักประพันธ์เอกของโลกชาวรัสเซีย เจ้าของผลงานชิ้นเอก ‘สงครามและสันติภาพ’ และ ‘แอนนา คาเรนินา’

ผู้เขียนมีโอกาสไปรัสเซียเพื่อชมงานนิทรรศการแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Army-2024 ตามคำเชิญของบริษัท Rosoboronexport หลังจากเสร็จภารกิจชมงานนิทรรศการฯ แล้ว บริษัทฯ ได้จัดโปรแกรมวัฒนธรรม โดยจัดทริปเดินทางจากกรุงมอสโคว์ไปยังเมืองทูลา (Tula) ซึ่งอยู่ทางใต้ราว 200 กิโลเมตร (120 ไมล์) ใช้เวลา 3 ชม. เพื่อเยี่ยมชมบ้านพักของ ‘Leo Tolstoy’ นักประพันธ์เอกชาวรัสเซีย ณ พิพิธภัณฑ์ Yasnaya Polyana ซึ่งเป็นบ้านพิพิธภัณฑ์ของนักเขียนผู้นี้ และอยู่ห่างจากตัวเมือง Tula ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 12 กิโลเมตร (7.5 ไมล์)

Leo Tolstoy (9 กันยายน 1828 - 7 พฤศจิกายน 1910) นักประพันธ์เอกชาวรัสเซีย เกิดในครอบครัวขุนนางชั้นสูงของจักรวรรดิรัสเซีย ในเมือง Tula ทางตอนกลางของรัสเซีย โดยเขาเป็นบุตรคนที่ 4 จากพี่น้อง 5 คนของท่านเคาท์ Nikolai Ilyich Tolstoy ทหารผ่านศึกในสงครามรักชาติในปี 1812 และเจ้าหญิง Mariya Tolstaya มารดาเสียชีวิตตอนที่เขามีอายุเพียง 2 ขวบ ส่วนบิดาเสียชีวิตตอนที่เขาอายุได้ 9 ขวบ หลังจากบิดาเสียชีวิต ป้าของเขาได้ทำหน้าที่เลี้ยงดูแทน เขาถูกส่งไปเรียนที่มหาวิทยาลัยคาซาน (Kazan University) ด้านกฎหมายและภาษาตะวันออก (Laws & Turco-Arabic Literature) เมื่ออายุ 16 ปี แต่เรียนไม่จบ โดยอาจารย์ผู้สอนบรรยายว่า Tolstoy ‘ทั้งไม่สามารถและไม่เต็มใจที่จะเรียนรู้’ เขากลับไปที่บ้านเกิด Yasnaya Polyana จากนั้นใช้เวลาส่วนใหญ่วนเวียนในกรุงมอสโก เมืองตูลา และเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยมีวิถีชีวิตที่สบาย ๆ และเขาได้เริ่มเขียนในช่วงเวลานี้ อันได้แก่นวนิยายเรื่องแรกของเขาเรื่อง Childhood ซึ่งเป็นเรื่องราวสมมติเกี่ยวกับชีวิตวัยเยาว์ของตัวเขาเอง และตีพิมพ์ในปี 1852

Leo Tolstoy ขณะเป็นทหาร

ในปี 1851 นั้นเอง Tolstoy ก็เข้าเป็นนายทหารของกองทัพรัสเซียในช่วงสงครามไครเมียจนได้รับยศเป็นร้อยโท ภายหลังออกจากกองทัพแล้ว Tolstoy ได้เดินทางท่องยุโรปสองครั้งในปี 1857 และ 1860-61 ระหว่างการเยือนยุโรปของเขาในปี 1857 เขาได้เห็นการประหารชีวิตในที่สาธารณะกลางกรุงปารีส ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจจนตลอดช่วงเวลาที่เหลือของชีวิตของเขา ในจดหมายถึง Vasily Botkin เพื่อนของเขา เขาได้เขียนว่า “ความจริงก็คือรัฐเป็นการสมรู้ร่วมคิดที่ออกแบบมาไม่เพียงเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือการทุจริตต่อพลเมืองของตน ... ต่อจากนี้ไป ฉันจะไม่รับใช้รัฐบาลใด ๆ อีกเลย” 

แนวคิดของการไม่ใช้ความรุนแรง หรือ ‘อหิงสา’ (Ahimsa) ของ Tolstoy ได้รับอิทธิพลจากการอ่าน ‘ติรุวัฬฬุวรร’ (Tirukkuṟaḷ) ซึ่งเป็นหนังสือรวมงานเขียนด้วยประโยคคู่ (Couplets) เกี่ยวกับจริยศาสตร์, การเมือง, เศรษฐกิจ และความรัก ฉบับภาษาเยอรมัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่างานเขียนชุดนี้โดดเด่นและเป็นที่ชื่นชอบมากในบรรดาวรรณกรรมทมิฬ (ของอินเดีย) และต่อมาเขาได้ปลูกฝังแนวคิดนี้ให้กับ ‘มหาตมะ คานธี’ (Mahatma Gandhi) ผ่านงานเขียนที่ชื่อว่า ‘จดหมายถึงชาวฮินดู’ (A Letter to a Hindu) เมื่อ ‘มหาตมะ คานธี’ ในวัยหนุ่มได้ติดต่อกับเขาเพื่อขอคำแนะนำต่าง ๆ

ปี 1862 Tolstoy แต่งงานกับ Sonya Andreyevna Behrs ซึ่งอายุน้อยกว่าเขา 13 ปี พวกเขามีลูกชายหญิงด้วยกัน 13 คน โดย 8 คนรอดชีวิตจากวัยเด็ก ภรรยาของเขาได้ทำหน้าที่ช่วยเหลืองานของ Tolstoy ตลอดมา และปี 1865 Tolstoy เขาก็ตีพิมพ์ผลงานชิ้นเอกของเขา ‘War and Peace’ มหากาพย์ของสงครามรัสเซียช่วงก่อนและภายหลังการบุกของนโปเลียน ต่อมาปี 1877 เขาก็ได้ตีพิมพ์งานชิ้นเอกอีกเล่ม คือ ‘Anna Karenina’ ซึ่งเป็นนวนิยายแนวโศกนาฏกรรมโรแมนติกของหญิงสาวผู้หนึ่ง นิยายชิ้นเอกของเขาได้แก่ สงครามและสันติภาพ (War & Peace), แอนนา คาเรนินา (Anna Karenina), คนกับนาย (Master And Man), ความตายของอีวาน อิลลิช (The Death of Ivan Ilyich) และ ศิลปะคืออะไร? (What is art?) เป็นต้น Tolstoy เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 1910 ขณะอายุได้ 82 ปี (ข้อมูลส่วนใหญ่ระบุว่า Tolstoy เสียชีวิตในวันที่ 20 พฤศจิกายน 1910 แต่ผู้นำชมบ้านพิพิธภัณฑ์ของนักเขียนผู้นี้ยืนยันว่าเป็นวันที่ 7 พฤศจิกายน เวลา 06.05 น.) ศพของเขาได้รับการฝังอย่างเรียบง่ายภายในอาณาบริเวณที่ดินของครอบครัว Tolstoy นั่นเอง

ทางเข้าอาณาบริเวณ Yasnaya Polyana

บ้านพักของ Leo Tolstoy ที่เขาพักอาศัยจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

ด้านหลังบ้านพักของ Leo Tolstoy

สวนไม้ดอกไม้ประดับรายทางในอาณาบริเวณ Yasnaya Polyana

สวนไม้ดอกไม้ประดับรายทาง

สวนไม้ดอกไม้ประดับรายทาง

Log cabin ในอาณาบริเวณ Yasnaya Polyana

คฤหาสน์หลักของตระกูล Tolstoy

บึงน้ำในอาณาบริเวณ Yasnaya Polyana

ทางเดินซึ่งมีต้นไม้สองข้างทางอันร่มรื่นในอาณาบริเวณ Yasnaya Polyana

อย่างไรก็ตาม บ้านพิพิธภัณฑ์ Yasnaya Polyana เป็นบ้านเดิมและบ้านเกิดของ Leo Tolstoy ซึ่งเขาได้พักอาศัยระหว่างการเขียนยอดนิยายชิ้นเอกของเขาทั้ง ‘สงครามและสันติภาพ’ และ ‘แอนนาคาเรนินา’ Tolstoy เรียก Yasnaya Polyana ว่าเป็น ‘ฐานที่มั่นทางวรรณกรรมที่ไม่สามารถเข้าถึงได้’ ในเดือนมิถุนายน 1911 ที่ดินดังกล่าวถูกโอนเป็นของรัฐ และกลายเป็นอนุสรณ์แห่งรัฐและเขตอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างเป็นทางการ ภายในบ้านพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวประกอบด้วยของใช้ส่วนตัวของ Tolstoy อาณาบริเวณที่ดินของครอบครัว Tolstoy มีห้องสมุดซึ่งมีหนังสือจำนวน 22,000 เล่ม อาคารซึ่งเคยเป็นโรงเรียนที่เขาก่อตั้งเพื่อเด็ก ๆ ลูกชาวนา โรงเลี้ยงม้า สวนดอกไม้ หมู่ต้นไม้ที่ร่มรื่น และบึงน้ำ

หลุมศพที่สุดแสนจะเรียบง่ายของ Leo Tolstoy

ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต Tolstoy ได้ประกาศถึงสถานที่ซึ่งเขาต้องการให้ฝังศพของเขา ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ‘สถานที่แห่งไม้กายสิทธิ์สีเขียว’ อันเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ป่าแห่งระเบียบเก่า’ ด้วยการตัดต้นไม้ในพื้นที่นั่นเป็นสิ่งต้องห้ามมาตั้งแต่สมัยปู่ของ Tolstoy และต้นไม้หลายต้นที่นั่นมีอายุมากกว่าร้อยปี โดย Nikolai และ Tolstoy น้องชายมักจะมาพูดคุยกันตรงนี้เสมอ Nikolai พี่ชายของเขาเป็นผู้ตั้งชื่อ 'สถานที่แห่งไม้กายสิทธิ์สีเขียว' ซึ่งหมายความว่า ‘บุคคลที่พบไม้กายสิทธิ์ที่นั่นจะไม่มีวันตายหรือเจ็บป่วย’

บ้านพิพิธภัณฑ์ Ernest Hemingway เมือง Key Wes มลรัฐ Florida สหรัฐอเมริกา

ประเทศต่าง ๆ มักจะมีการนำเอาบ้านพักหรือสถานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือมีความสำคัญในอดีตมาจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชม ถือเป็นการส่งเสริมพลังละมุน (Soft power) ของชาติที่ถูกต้อง เพราะจะทำให้ชื่อเสียงเรื่องราวของบุคคลสำคัญผู้นั้นไม่สูญหายจากไปตามกาลเวลา แม้แต่ในสหรัฐอเมริกาก็มีบ้านพิพิธภัณฑ์เช่นนี้หลายแห่ง ซึ่งแห่งหนึ่งที่ผู้เขียนเคยไปเยี่ยมชมคือ บ้านพิพิธภัณฑ์ Ernest Hemingway เมือง Key West มลรัฐ Florida สหรัฐอเมริกา Ernest Hemingway นักประพันธ์ นักเขียนเรื่องสั้น และนักข่าวชาวอเมริกัน ผู้ซึ่งได้รับรางวัล Noble สาขาวรรณกรรมในปี 1954 จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นายกรัฐมนตรีหญิงท่านนี้ซึ่งพยายามขับเคลื่อนพลังละมุน (Soft power) ของประเทศจะได้มีวิธีคิดในการส่งเสริมและขับเคลื่อนกิจกรรมด้านนี้อย่างมีทิศทางและเป้าหมายที่ถูกต้องและชัดเจนต่อไป
 


👍 ติดตามผลงาน อาจารย์ปุณกฤษ ลลิตธนมงคล เพิ่มเติมได้ที่ : https://thestatestimes.com/author/ดร.ปุณกฤษ%20ลลิตธนมงคล