Friday, 5 June 2026
Y WORLD

Work and Study โครงการดี ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกภาษาและอยากทำงานไปด้วย!

หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยิน ”โครงการ Work & Travel” ซึ่งเป็นโครงการที่ให้เด็กไทยได้ไปสัมผัสบรรยากาศการทำงานและการไปเที่ยวพร้อม ๆ กัน แล้วถ้าเปลี่ยนจาก “การไปเที่ยว” เป็น “การเรียนภาษา” แถมได้ทำงานอีกด้วย จะเป็นยังไงกันนะ!?

จริง ๆ แล้วโครงการนี้มีชื่อว่า “โครงการ Work & Study” โดยหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่มั่นใจในภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น ๆ ของตัวเองสักเท่าไร อาจจะยังไม่มั่นใจว่าถ้าเข้าร่วมโครงการ Work & Travel ถ้าเราไปทำงานแล้วเราจะกล้าพูดภาษาต่างประเทศได้ไหม โครงการนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์สำหรับใครหลาย ๆ คนเลยก็ว่าได้ ในวันนี้ THE STUDY TIMES ขอนำเสนอโครงการนี้ให้เพื่อน ๆ ผู้ปกครอง หรือผู้ที่สนใจอยากพัฒนาทางด้านภาษาได้ทราบกันว่ามีความน่าสนใจยังไง ถ้าพร้อมแล้ว…ลุย! 

โครงการ Work & Study เป็นโครงการสำหรับผู้ที่ต้องการไปเรียนภาษาเพิ่มเติมในดินแดนต่างประเทศ โดยสามารถเลือกประเทศและระยะเวลาการเรียนได้ แถมยังสามารถทำงานพาร์ทไทม์เพื่อหารายได้เข้าตัวเองอีกด้วย โดยโครงการนี้ไม่กำหนดอายุขั้นต่ำ ไม่ว่าคุณจะจบมหาวิทยาลัยหรืออยู่ในช่วงวัยทำงานตอนปลายก็สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ ซึ่งจะแตกต่างจากโครงการ Work & Travel เพราะจะมีการกำหนดให้แค่เด็กที่เรียนอยู่ในช่วงระดับมหาวิทยาลัย (ปี 1 - ปี 4) และนักศึกษาที่ศึกษาระดับปริญญาโทอายุไม่เกิน 27 ปีสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้เท่านั้น โครงการ Work & Travel เลยตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการไปศึกษาต่อในด้านภาษาที่ต่างประเทศแต่อายุเกินได้

โครงการ Work & Study สามารถกำหนดช่วงระยะเวลาการเรียนภาษาของคุณได้ อยากเรียนคอร์สระยะสั้น 3 เดือน หรือ คอร์สระยะยาว 1 ปีเต็มก็ได้ ทางผู้เรียนสามารถกำหนดเองได้เลย โดยส่วนใหญ่พอไปถึงที่สถาบันการเรียนภาษา ทางสถาบันก็จะมีการให้สอบวัดระดับกันก่อน เพื่อที่ทางสถาบันจะได้จัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียน มีตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นจนไปถึงขั้นสูงสุด ขึ้นอยู่กับทักษาะทางด้านภาษาของผู้เรียนด้วย 

โดยประเทศที่คนไทยส่วนใหญ่สนใจ คือ การเรียนภาษาที่ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดย 2 ประเทศนี้ใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนากัน ทำให้เด็กไทยส่วนใหญ่อยากที่จะฝึกและเรียนภาษา นอกจากการเรียน ด้วยบรรยากาศ สภาพแวดล้อม ผู้คนเป็นมิตรแถมยังใจดี และค่าครองชีพที่ไม่ค่อยสูงมาก ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับคนที่อยากจะเรียนภาษาไปด้วยและทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วย 

ส่วนในเรื่องของการทำงานของผู้ที่เข้าร่วมโครงการ Work & Study จะได้วีซ่านักเรียน สามารถใช้ทำงานพาร์ทไทม์ที่ต่างประเทศได้ อย่างประเทศออสเตรเลียจะให้ผู้ที่ถือวีซ่านักเรียนต่างประเทศสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ 20 ชั่วโมง / สัปดาห์ โดยส่วนใหญ่นักเรียนไทยที่ไปเรียนภาษาในช่วงแรกทำงานพาร์ทไทม์ในร้านอาหารไทย (ซึ่งในต่างประเทศเดี๋ยวนี้ร้านอาหารไทยเยอะมาก) พอฝึกภาษาได้ระยะหนึ่งก็สามารถที่จะทำงานที่ร้านของคนต่างประเทศได้ แถมค่าจ้างอาจจะได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ซึ่งขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมโครงการ Work & Study สามารถสมัครได้กับทางเอเจนซี่ที่เปิดรับสมัคร โดยค่าสมัครส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับประเทศและสถาบันที่ผู้เรียนสนใจ ซึ่งในต่างประเทศมีสถาบันการเรียนภาษาให้ผู้เรียนได้เลือกเยอะแยะมากมาย ขึ้นอยู่กับความชอบในรูปแบบการสอนของแต่ละบุคคล บางคนชอบการเรียนภาษาในรูปแบบเรียนในห้องเรียน หรือบางคนอาจจะชอบการเรียนภาษาแบบเน้นกิจกรรมนอกห้องเรียน ทางเอเจนซี่ก็จะคอยช่วยเหลือ เลือกสถาบันการเรียนที่ตอบโจทย์และเหมาะสมให้ นอกจากนี้ทางเอเจนซี่จะคอยช่วยดำเนินการในเรื่องของการสมัครเรียนที่ต่างประเทศ วีซ่า และเอกสารต่าง ๆ ทำให้ผู้เรียนสะดวกมากขึ้นอีกด้วย

นับว่าโครงการ Work & Study เป็นอีกโครงการหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกภาษาและอยากที่จะไปทำงานที่ต่างประเทศ ศึกษาและเลือกเอเจนซี่ที่คุณไว้ใจได้ ดูรีวิวหรือบทความของนักเรียนไทยที่เคยไปโครงการ Work & Study จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น หวังว่าบทความของเราจะทำให้คุณสนใจในตัวโครงการนี้นะคะ 

คำคมการศึกษา ประจำวันที่ 15 กรกฎาคม 2564

#คำคมการศึกษา ประจำวันที่ 15 กรกฎาคม 2564

 

✏️คนเก่ง ไม่ใช่คนที่ได้คะแนนดี แต่คือคนที่สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้

 

วิชาภาษาไทย: เรื่อง ตัวอย่างข้อสอบวิชาสามัญ (ภาษาไทย)

THE STUDY TIMES X ClassOnline

????วันพุธที่ 14 กรกฎาคม

วิชาภาษาไทย: เรื่อง ตัวอย่างข้อสอบวิชาสามัญ (ภาษาไทย)

โดย ครูต้นคูน ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์

ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์ (Ph.D. in Communication Arts) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

#สอนวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคม ระดับ ม.ต้น-ม.ปลาย

#ClassOnline

https://www.classonline.co.th/

.

.

“โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา” นักเรียนเก่ง กิจกรรมเลิศ โรงเรียนการสอบแข่งขันเข้าเรียนสูงสุดอันดับ 1

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา หลาย ๆ คนพอได้ยินชื่อโรงเรียนแห่งนี้แล้วจะนึกถึงเด็กที่เป็นสุดยอดความเป็นเลิศทั้งด้านการเรียนและกิจกรรม ประวัติและชื่อเสียงมีมาอย่างยาวนาน และที่สำคัญมีการสอบเข้าแข่งขันเข้าเรียนสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย วันนี้ THE STUDY TIMES จะมาเล่าประวัติ ความเป็นมาของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแห่งนี้กัน

เดิมโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามีชื่อว่า “โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” โดยโรงเรียนนี้แต่ก่อนสังกัดอยู่กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2480 โดยพันเอก หลวงพิบูลสงคราม อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขณะนั้น โดยแต่ก่อนใช้โรงเรียนมัธยมหอวัง ถนนพญาไทเป็นสถานศึกษา ในปัจจุบันตั้งอยู่ที่ ตั้งอยู่เลขที่ 227 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยมี ม.ล. ปิ่น มาลากุล เป็นผู้อำนวยการท่านแรกของโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเป็นโรงเรียนสหศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย (คือโรงเรียนที่สามารถเรียนได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง)

โดยแต่ก่อนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นโรงเรียนที่เตรียมนักเรียนแผนกต่าง ๆ ไว้สำหรับเข้าศึกษาในคณะต่าง ๆ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยเฉพาะในสมัยก่อนจะเรียกสั้น ๆ ว่าโรงเรียนเตรียมจุฬา 

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้นมีความเจริญอย่างมากต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2484 ทางโรงเรียนได้มีการจัดพิธีไหว้ครูและมีการแต่งคำประพันธ์ขึ้นมาใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นโรงเรียนแรกที่ทำให้เกิดการมีพิธีไหว้ครูเกิดขึ้น เป็นแบบแผนให้โรงเรียนอื่น นอกจากนี้โรงเรียนยังถูกมรสุมจากสงครามโลกครั้งที่ 2 หนักมาก โดนทหารญี่ปุ่นมาตั้งกองทัพในโรงเรียน ทำให้นักเรียนต้องย้าย อพยพไปอยู่ตามแถวชานเมือง และพอสงครามทหารญี่ปุ่นจบลงเหล่าทหารอังกฤษก็เข้ามาพัก กว่าทุกอย่างจะสงบลงใช้เวลานานหลายปี 

ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2490 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โอนไปสังกัดกรมวิสามัญศึกษา และมีระเบียบกำหนดให้นักเรียนที่เรียนจบการศึกษาจากโรงเรียนนี้ สอบคัดเลือกเข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนักเรียนชั้นเตรียมอุดมศึกษาของโรงเรียนทั่วไป ทั้งยังตัดคำว่า”แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย” ออก คงเหลือคำว่า “โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา” เท่านั้น ม.ล.ปิ่น  มาลากุล  ได้บันทึกถึงเหตุการณ์ช่วงนี้ตอนหนึ่งว่า “โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชื่อยาวนัก จึงได้เปลี่ยนเป็น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เฉยๆ แต่ พระเกี้ยวนั้นเป็นของสูง จะทิ้งกันได้อย่างไร โรงเรียนได้เก็บไว้เป็นเครื่องหมายรวมจิตใจของอาจารย์และนักเรียนจนกระทั่งทุกวันนี้”


คำขวัญของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษานั้นก็คือ “ความเป็นเลิศทางวิชาการและคุณธรรม” นิมิตฺตํ สาธุ รูปานํ กตญฺญู กตเวทิตา (ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี)

และนี้ก็เป็นประวัติส่วนหนึ่งของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาที่มีประวัติและชื่อเสียงกันมาอย่างยาวนาน สำหรับสายการเรียนของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษานั้นมี
- สายวิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์ 
- สายภาษา – คณิตศาสตร์
- สายภาษา - ภาษา ซึ่งภาษาที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามีสายภาษาดังนี้ ภาษาฝรั่งเศส  ภาษาเยอรมัน  ภาษาญี่ปุ่น  ภาษาสเปน  ภาษาจีน ภาษาเกาหลี 


ในแต่ละปีโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาจะมีการสอบเข้าโรงเรียนโดยการสมัครสอบของโรงเรียนจะสมัครสอบผ่านออนไลน์ที่เว็บไซต์  https://admission.triamudom.ac.th โดยวิชาในแต่ละสายที่มีการจัดสอบจะมีดังต่อไปนี้ 
ผู้ที่ต้องการสอบสายวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ จะต้องสอบวิชา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ 
ผู้ที่ต้องการสอบสายภาษา - คณิตศาสตร์ จะต้องสอบวิชาคณิตศาสตร์ สังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ 
ผู้ที่ต้องการสอบสายภาษา - ภาษา จะต้องสอบวิชา สังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ

โดยการสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาจะสอบที่ อิมแพคอารีนา เมืองทองธานี โดยในปีที่ผ่านมามีนักเรียนจากทั่วประเทศกว่า 12,765 คนมาสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาโดยโรงเรียน เปิดรับนักเรียน 1,520 คน ใน 8 แผนการเรียน นักได้ว่าเป็นการแข่งขันที่สูงมากจริง ๆ สำหรับนักเรียนคนไหนที่อยากจะเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนแห่งนี้ก็ขอให้เตรียมตัว อ่านหนังสือ ตั้งใจเรียนและเชื่อมั่นในตัวเองว่าทำได้ ทุกอย่างที่เราตั้งใจก็จะประสบความสำเร็จแน่นอนค่ะ THE STUDY TIMES เป็นกำลังใจให้นะคะ 


แหล่งที่มา 
https://www.triamudom.ac.th/website/index.php/2016-07-13-03-51-27/2016-07-13-07-27-57
https://tuemaster.com/blog/ประวัติโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
https://www.thairath.co.th/content/234067
https://www.webythebrain.com/article/6-questions-for-triamudom

คำคมการศึกษา ประจำวันที่ 14 กรกฎาคม 2564 

#คำคมการศึกษา ประจำวันที่ 14 กรกฎาคม 2564 
.
✏️ถึงการเรียนจะแย่ แต่เพื่อพ่อแม่หนูจะสู้
 

วิชาฟิสิกส์: เรื่อง วงจรไฟฟ้าสำหรับ ม.ต้น

THE STUDY TIMES X DekThai Online

????วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม

วิชาฟิสิกส์: เรื่อง วงจรไฟฟ้าสำหรับ ม.ต้น

โดย คุณน้ำหวาน ภิรมณ กำเนิดมณี

นักเรียนทุน พสวท. (ฟิสิกส์) ปริญญาตรี-ปริญญาเอก สหรัฐอเมริกา

#สอนวิชาฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ เตรียมเข้าม.4

#DekThaiOnline

https://dekthai-online.com/instructor/P'NAMWAN

.

.

เก่งภาษาจีนได้ง่ายในช่วงโควิด ด้วย 10 แอปพลิเคชัน (ตอนที่ 1)

ในปัจจุบันคนภาษาที่ 2 ที่นอกจากจะมีความสำคัญแล้ว ถ้าเราเก่งในภาษาที่ 3 อีกด้วยถือว่าเราจะก้าวประสบความสำเร็จได้รวดเร็วกว่าคนอื่น ๆ “ภาษาจีน” ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากในประเทศไทยเพราะนอกจากการทำงานแล้ว วัฒนธรรมหลาย ๆ อย่างรวมไปถึงเศรษฐกิจอีกด้วย

ในช่วงโควิดแบบนี้ถ้าไปเรียนภาษาจีนข้างนอกก็คงจะไม่ดีหนัก แล้วถ้าเราเรียนรู้ภาษาจีนจากแอพลิเคชันในโทรศัพท์ น่าจะเป็นการเรียนรู้ที่ดียิ่งขึ้น THE STUDY TIMES ขอแนะนำ 10 แอปพลิเคชันที่คุณสามารถฝึกภาษาจีนได้ง่าย ๆ มาฝากกันค่ะ

ChineseSkill – Learn Chinese

เป็นแอปพลิเคชันสอนภาษาจีนสำหรับผู้ที่เริ่มต้น โดยตัวแอปนี้จะเริ่มสอนตั้งแต่ทักษะการฟัง การอ่าน การเขียนและการพูด มีเนื้อหาต่าง ๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน มีคำศัพท์พื้นฐานจนไปถึงขั้นสูงสุดเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้การเรียนจะเป็นการเล่นเกมเพื่อฝึกทักษะด้านต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน ทั้งสนุกและได้ความรู้อีกด้วย 

Written Chinese Dictionary

เป็นแอปพลิเคชันแปลคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้เป็นภาษาจีนที่ โดนผู้ใช้งานจะได้เรียนรู้ตัวอักษรจีนประกอบด้วยสัญลักษณ์ต่าง ๆ มาประกอบกันเป็นคำหนึ่งคำ สำหรับบทเรียนก็มีตั้งแต่ในระดับ HSK 1 ถึง 6 สามารถเลือกบทเรียนอักษรภาษาจีนอย่างง่าย, จีนดั้งเดิมและแมนดาริน แถมยังมีเรื่องสั้นภาษาจีนให้เลือกอ่านเพื่อฝึกทักษะภาษาจีนอีกด้วย

HSK Online - HSK

แอปพลิเคชันที่ให้ผู้ใช้งานสามารถผ่านการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน HSK ได้อย่างง่ายดาย มีระบบการเรียนรู้แบบ AI ที่มีการโต้ตอบอัตโนมัติ อีกทั้งยังมีคำแนะนำจากผู้เชียวชาญคอยแนะนำตลอด นอกจากนี้ยังมีแบบทดสอบหรือแบบฝึกหัดมีให้เลือกอีกมากมายเพื่อพัฒนาทักษะภาษาจีนของผู้ใช้งาน

HSK Hero – Chinese Characters

เป็นแอปพลิเคชันที่สอนภาษาจีนในรูปแบบของเกม เป็นการทดสอบผู้ใช้งานในเรื่องของคำศัพท์ที่มีตั้งแต่ HSK ระดับ 1 ถึง 6 โดยตัวแอปพลิเคชันจะเน้นไปที่การจำคำศัพท์ภาษาจีน ทริคต่าง ๆ ในการจำคำศัพท์ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นในภาษาจีน 

Word Match – learn Mandarin

แอปพลิเคชันที่เน้นไปที่การเรียนรู้อักษรจีนขั้นพื้นฐาน โดยแอปจะเป็นการสอนในรูปแบบมินิเกม เป็นการสอนโดยการใช้รูปภาพและคำศัพท์ภาษาจีนนั้น ๆ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถจำคำศัพท์ภาษาจีนได้ง่าย ๆ ผ่านการเล่นมินิเกมรวมไปถึงได้ความสนุกอีกด้วย 

และนี้ก็เป็นการแนะนำแอปพลิเคชันสอนภาษาจีนตอนแรก ทาง THE STUDY TIMES หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้ฝึกภาษาจีนด้วยความเพลิดเพลินและได้พัฒนาทักษะการเรียนภาษาจีนให้เก่งขึ้นอีกด้วยนะคะ สัปดาห์หน้าเราจะมาแนะนำอีก 5 แอปพลิเคชันที่สอนภาษาจีนกัน อดใจรอกันนะคะ 


ที่มา : https://www.iphonemod.net/10-application-practice-chinese-language.html

คำคมการศึกษา ประจำวันที่ 13 กรกฎาคม 2564

#คำคมการศึกษา ประจำวันที่ 13 กรกฎาคม 2564

.

✏️ เรียนให้จบ เพื่อลบคำสบประมาท

วิชาคณิตศาสตร์: เรื่อง พหุนาม สำหรับการสอบเตรียมทหาร

THE STUDY TIMES X DekThai Online

????วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม
วิชาคณิตศาสตร์: เรื่อง พหุนาม สำหรับการสอบเตรียมทหาร

โดย อ.ต้น Study Cadet
จบวิศวกรรมศาสตร์ วศ.บ.โรงเรียนนายเรือ
ศึกษา Afaps 42 ประสบการณ์การสอนกว่า 15 ปี
#สอนคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ม.ต้น - ม.ปลาย, สอบทหาร

#DakThaiOnline 
https://dekthai-online.com/browse
.

.

Oprah Winfrey หญิงผู้ทรงอิทธิพล อุปสรรคและความอดทน ทำให้มีจุดยืน

หลาย ๆ ครั้งที่ทุกคนมักจะประสบพบเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก บางคนขอยอมแพ้กับอุปสรรค ยอมลดค่าของตัวเองลง แต่ก็มีอีกหลายคนที่ลุกขึ้นสู้รวมไปถึง “Oprah Winfrey” เจ้าของรายการและพิธีกร The Oprah Winfrey Show ที่มีเรตติ้งสูงที่สุดในอเมริกา THE STUDY TIMES ขอมาเล่าถึงประวัติและความสำเร็จในชีวิตของเธอที่กว่าจะถึงจุดสูงสุด เธอได้ผ่านจุดที่ตกต่ำที่สุดของชีวิตมาแล้ว

Oprah Gail Winfrey เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน Oprah ได้ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 29 มกราคม ปี 1954 ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเมือง Kosciusko รัฐ Mississippi โดยตัวเธอนั้นเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนมาก พ่อของ Oprah เป็นคนงานเหมืองแร่และช่างตัดผม ส่วนแม่ของ Oprah ทำอาชีพแม่บ้าน ซึ่งครอบครัวของ Oprah นั้นมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไร พ่อกับแม่ของเธอหย่ากัน ทำให้ Oprah อยู่กับแม่และยาย แต่เธอก็มักจะถูกแม่ตีและด่าทออยู่ประจำ 

ด้วยความฉลาดของ Oprah ทำให้เธอกลายเป็นเด็กที่ชอบเรียนหนังสือและสามารถอ่านหนังสือออกได้ตั้งแต่ 2 ขวบและ Oprah สามารถสอบเลื่อนขั้นจากชั้นอนุบาลมาอยู่ประถมได้ด้วยคะแนนที่ดีมาก ๆ ในช่วงนั้นเองคุณครูประจำชั้นก็ได้ เห็นแววความเก่งและขยันขันแข็งในการศึกษาเล่าเรียนของเธอ คุณครูจึงได้มอบทุนการศึกษาให้เธอได้เข้าเรียนระดับชั้นมัธยมต่อ

แต่โชคชะตาก็เหมือนจะไม่เป็นใจ Oprah ในอายุ 9 ขวบเธอโดนลูกพี่ลูกน้องข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศจนเธออายุ 14 ปีเธอได้ตั้งครรถ์ ทำให้แม่ของเธอโกรธมากและนำเธอไปที่สถานการณ์กักกันเยาวชน แต่เหมือนโชคก็ยังเข้าข้างอยู่บ้างเมื่อพ่อของ Oprah ทราบว่าเธออยู่ที่นั้นจึงได้นำเธอกลับมาเลี้ยงดู และได้อยู่กับแม่เลี้ยง ถึงแม่เลี้ยงจะดุแต่ก็ทำให้ Oprah มีวินัยในตัวเองมีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น  หลังจากนั้นเธอก็ได้คลอดลูกชาย เคราะห์ร้ายที่ลูกชายของเธอเสียชีวิตหลังจากนั้น 2 สัปดาห์เนื่องจากการคลอดก่อนกำหนด

หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น Oprah ก็ได้กลับไปเรียนในระดับมัธยมศึกษาที่ East Nashville High School และในระหว่างที่เรียนที่นี่ ตอนที่เธออายุได้ 16 ปี ได้มีโอกาสเข้าทำงานเป็นโฆษกรายการวิทยุ ฯ แถมเธอยังได้รับรางวัลจากการประกวดกล่าวสุนทรพจน์และเรียนจบด้วยเกียรตินิยม จึงทำให้ Oprah ได้รับทุนการศึกษา เพื่อเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย ที่ Tennessee State University เป็นเวลา 4 ปี 

ในระหว่างเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในปีแรก เธอได้เข้าเรียนในสาขา Speech Communications and Performing Arts ได้มีโอกาสเข้าร่วมขบวนการประกวด Miss Black America และได้รับตำแหน่ง Miss Black Tennessee และ Miss Black Nashville อีกด้วย ซึ่งทำให้สถานีโทรทัศน์ CBS ยื่นข้อเสนอให้เข้าร่วมทำงานที่สถานีวิทยุท้องถิ่น WVOL โดย Oprah นั้นได้รับตำแหน่งเป็นผู้ประกาศข่าวหญิงผิวสีคนแรกของสหรัฐอเมริกา และยังมีอายุน้อยที่สุด ด้วยวัย 19 ปี เท่านั้น และเมื่อพอขึ้นเรียนในชั้นปีที่ 2 Oprah ได้กลายเป็นผู้ประกาศข่าวของช่อง Nashville ซึ่งได้กลายเป็นผู้หญิงเชื้อสายอเมริกัน-แอฟริกัน คนแรกที่ได้เข้ารับตำแหน่งนี้ด้วยความสามารถและความฉลาดของเธอ 

แต่แล้วชีวิตก็พลิกล็อกเมื่อ Oprah ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดทำให้เธอโดนปลดจากตำแหน่ง ผู้ประกาศข่าว เป็นเพียงแค่พิธีกร แต่นั้นก็เหมือนจะเป็นโชคชะตาของเธอเพราะทำให้รู้ว่าตัวเธอเองชอบและสนุกกับการเป็นพิธีกรมากกว่าการเป็นผู้ประกาศข่าว เธอเลยตัดสินใจย้ายตัวเองไปอยู่ที่เมือง Chicago และได้เข้าทำงานเป็นพิธีกรรายการ AM Chicago ที่ WLS-TV เพียงแค่เดือนเดียวก็ทุบสถิติเรตติ้งรายการทอล์คโชว์ได้ และ หลังจากนั้นทางทีมงานได้เปลี่ยนชื่อรายการเป็น “The Oprah Winfrey Show” ซึ่งออกอากาศเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 กันยายน ปี 1986 ซึ่งถูกถ่ายทอดไปมากกว่า 120 ช่อง 126 ประเทศทั่วโลก และกลายเป็นรายการที่มีเรทติ้งทีวีสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีวีสหรัฐฯ

โดยเหตุการณ์สำคัญ ๆ ในรายการอย่าง วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ปี 1993 วันที่ Oprah ได้สัมภาษณ์ “Michael Jackson” ซึ่งตัวของ Michael เองนั้นไม่เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อใด ๆ มาเป็นเวลานานกว่า 14 ปี กลายเป็นเหตุการณ์ที่มีผู้ชมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา โดยมีผู้ชมมากกว่า 90 ล้านคนภายในวันเดียว

นอกจากนี้ Oprah ยังได้จัดตั้งกองทุนการกุศล The Oprah Winfrey Foundation ได้บริจาคเงินเพื่อการกุศลในด้านของการศึกษาให้กับเด็กหญิงชาวอเมริกาใต้ เป็นจำนวนกว่า 51 ล้านเหรียญฯ หรือราว ๆ 1,700 ล้านบาท เพราะตัวของ Oprah คิดว่าการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดดังคำที่เธอเคยกล่าวไว้ว่า

“Education is the key to unlocking the world, a passport to freedom.”
"การศึกษาคือกุญแจสู่โลก คือพาสปอร์ตสู่อิสระเสรี"

ปัจจุบัน Oprah ดำรงตำแหน่ง Chairman และ CEO ของรายการที่ออกอากาศมา 25 ปีอย่าง The Oprah Winfrey Show ประสบความสำเร็จกับช่องเคเบิล OWN หรือ Oprah Winfrey Network และเป็นผู้ก่อตั้งนิตยสาร O หรือ The Oprah Magazine และบริษัทโปรดักชัน Harpo Films

และนี้คือความสำเร็จในชีวิตที่กว่าจะมีทุกวันนี้ได้ Oprah ก็ต้องผ่านอุปสรรคมามากมายที่ทำร้ายจิตใจของเธอมานับไม่ถ้วน ทั้งโดนล่วงละเมิดทางเพศ คำดูถูกเหยียดหยามมามากมาย แต่สุดท้ายเธอก็ผ่านพ้นมาได้ ด้วยความตั้งใจและความจริงใจของเธอ ทำให้ Oprah ประสบความสำเร็จมาได้จนถึงทุกวันนี้ 


แหล่งที่มา : 
https://www.blueoclock.com/oprah-winfrey-story/
https://thestandard.co/oprah-winfrey-powerful-woman-in-the-world/

คำคมประจำวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 

คำคมประจำวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 
.
การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ทุกที่ หากเรามี ‘โลกใบนี้’ เป็นคุณครู
 

THE STUDY TIMES X DekThai Online, ClassOnline สัปดาห์ที่เก้า พบกับวิดีโอสรุปเนื้อหา เทคนิค แนวข้อสอบ แต่ละรายวิชา

????THE STUDY TIMES X DekThai Online, ClassOnline สัปดาห์นี้

????วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม - วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

⏰ทุกวัน เวลา 18.00 น.

พบกับวิดีโอสรุปเนื้อหา เทคนิค แนวข้อสอบ 5 รายวิชา 

????วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม
วิชาคณิตศาสตร์: เรื่อง พหุนาม สำหรับการสอบเตรียมทหาร

โดย อ.ต้น Study Cadet
จบวิศวกรรมศาสตร์ วศ.บ.โรงเรียนนายเรือ
ศึกษา Afaps 42 ประสบการณ์การสอนกว่า 15 ปี
#สอนคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ม.ต้น - ม.ปลาย, สอบทหาร

????วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม
วิชาฟิสิกส์: เรื่อง วงจรไฟฟ้าสำหรับ ม.ต้น

โดย คุณน้ำหวาน ภิรมณ กำเนิดมณี
นักเรียนทุน พสวท. (ฟิสิกส์) ปริญญาตรี-ปริญญาเอก สหรัฐอเมริกา
#สอนวิชาฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ เตรียมเข้าม.4

????วันพุธที่ 14 กรกฎาคม
วิชาภาษาไทย: เรื่อง ตัวอย่างข้อสอบวิชาสามัญ (ภาษาไทย)

โดย ครูต้นคูน ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์
ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์ (Ph.D. in Communication Arts) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
#สอนวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคม ระดับ ม.ต้น-ม.ปลาย

????วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม
วิชาภาษาอังกฤษ: เรื่อง ตัวอย่างข้อสอบวิชาสามัญ (ภาษาอังกฤษ)

โดย ครูพี่ทาม์ย ฐานุวัชร์ รินนานนท์
ศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา (เรียนเน้นภาษาสเปน) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, อาจารย์ผู้สอนอบรม TOEIC ให้องค์กรภาครัฐและเอกชนระดับประเทศ
#สอนวิชาภาษาอังกฤษ ระดับ ม.ต้น-ม.ปลาย

????วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม
วิชาสังคม: เรื่อง ตัวอย่างข้อสอบวิชาสามัญ (สังคม)

โดย ครูต้นคูน ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์
ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์ (Ph.D. in Communication Arts) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
#สอนวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคม ระดับ ม.ต้น-ม.ปลาย

????ช่องทางรับชม 
Facebook และ Youtube: THE STUDY TIMES

วิชาภาษาไทย: เรื่อง ตัวอย่างข้อสอบวิชาสามัญ (ภาษาไทย)

THE STUDY TIMES X ClassOnline

????วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม

วิชาภาษาไทย: เรื่อง ตัวอย่างข้อสอบวิชาสามัญ (ภาษาไทย)

โดย ครูต้นคูน ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์

ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์ (Ph.D. in Communication Arts) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

#สอนวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคม ระดับ ม.ต้น-ม.ปลาย

#ClassOnline

https://www.classonline.co.th/

.

.

วิชาสังคม: เรื่อง ตัวอย่างข้อสอบวิชาสามัญ (สังคม)

THE STUDY TIMES X ClassOnline

????วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม

วิชาสังคม: เรื่อง ตัวอย่างข้อสอบวิชาสามัญ (สังคม)

โดย ครูต้นคูน ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์

ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์ (Ph.D. in Communication Arts) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

#สอนวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคม ระดับ ม.ต้น-ม.ปลาย

#ClassOnline

https://www.classonline.co.th/

.

.

ดีกรีนักกีฬาไอซ์สเก็ตลีลาทีมชาติคว้าเหรียญทองมามากมาย แถมการเรียนยังเริ่ดคว้าปริญญาถึง 3 ใบ มากความสามารถต้องเธอคนนี้ “ทับทิม อัญรินทร์”

“ทับทิม อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์” ดารานักแสดงหญิงที่มากความสามารถในวงการบันเทิงเป็นทั้งดารานักแสดง พิธีกร รวมไปถึงนักร้อง และยังไม่พอด้านกีฬาของสาวทับทิมยังเคยไปแข่งไอซ์สเก็ตเอเชียถึงต่างประเทศได้เหรียญทองมาครอบ และยังเรียนจนได้ปริญญาถึง 3 ใบกันเลยทีเดียว 

ทางด้านการศึกษา สาวทับทิมนั้นเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนอุดมศึกษา หลังจากนั้นสาวทับทิมได้ระดับปริญญาตรี 2 หลักสูตร ศิลปศาสตรบัณฑิตจากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (เอกภาษาอังกฤษ) บริหารบัณฑิตจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หลังจากที่เรียนคว้าปริญญาได้ 2 ใบแล้ว ทับทิมก็ได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง อีกด้วย 

ทางด้านกีฬา สาวทับทิมนั้นมีความชื่นชอบในกีฬาไอซ์สเก็ตอย่างมาก โดยได้ฝึกฝน พัฒนาตนเองจนได้กลายมาเป็นนักกีฬาไอซ์สเก็ตลีลาทีมชาติไทยและได้ไปแข่งขันในรายการ Skate Asia 2016 คว้าเหรียญทองมาได้ถึง 5 เหรียญ 1 ในนั้นคือการนำศิลปะวัฒนธรรมอย่างมโนราห์มาผสานกับกีฬาไอซ์สเก็ตลีลาจนทำให้ชนะใจกรรมการได้เหรียญทองกลับมานั้นเอง 

เรียกได้ว่าเป็นนักแสดงไทยที่มีความสามารถจริง ๆ การเรียนก็ดีแถมกีฬาก็ยังเริ่ดขนาดนี้ นับได้ว่าคงเป็นแบบอย่าง Idol ของใครหลาย ๆ คนกันเลยทีเดียวค่ะ 


แหล่งที่มา : 
https://www.sanook.com/campus/1404967/
https://www.tomasverner.com/ทับทิม-อัญรินทร์/


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top