Friday, 3 July 2026
WORLD

‘ทูตจีน’ เผยสัมพันธ์ ‘จีน-รัสเซีย’ แข็งแกร่ง ท่ามกลางปั่นป่วนบนโลก ยิ่งต้องแน่นแฟ้น

มอสโก, 18 มี.ค. (ซินหัว) — จางฮั่นฮุย เอกอัครราชทูตจีนประจำรัสเซีย กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อจีนเมื่อไม่นานนี้ว่า ยิ่งโลกเผชิญความปั่นป่วนมากเท่าใด ความสัมพันธ์จีน-รัสเซียก็ยิ่งจำเป็นต้องก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

จางระบุว่าไม่ว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร สถานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านแห่งความร่วมมือในยุคใหม่จีน-รัสเซียจะยังคงเดินหน้าต่อไปในระดับสูงขึ้น ภายใต้การชี้แนะเชิงกลยุทธ์ของผู้นำทั้งสอง

เมื่อวันศุกร์ (17 มี.ค.) ฮว่าชุนอิ๋ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ประกาศว่าสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน จะเดินทางเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 20-22 มี.ค. ตามคำเชิญของวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย

จางกล่าวว่าผู้นำจีนและรัสเซียยังคงรักษาการติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิด และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคีและประเด็นระหว่างประเทศที่สำคัญ ซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศและหลักยึดในการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี

จางเผยว่าสีจิ้นผิงและปูตินได้บรรลุฉันทามติเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญหลายประการในการส่งเสริมการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคี การรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค และการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ

ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์จีน-รัสเซียได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ โดยความร่วมมือทวิภาคีบรรลุผลลัพธ์ใหม่ ขณะการประสานงานเชิงกลยุทธ์ก้าวสู่ระดับใหม่

จางเน้นย้ำว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าจีน-รัสเซียได้ยืนหยัดต่อแรงกดดันและก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง แม้เผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น การระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) อันยืดเยื้อ วิวัฒนาการของสถานการณ์ระหว่างประเทศที่สลับซับซ้อน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ

จางกล่าวว่าปี 2022 การค้าทวิภาคีระหว่างจีนและรัสเซียพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1.90 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.44 ล้านล้านบาท) พร้อมเสริมว่าการค้าพลังงานมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นในการค้าทวิภาคี ขณะที่การส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องกลและไฟฟ้า ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ของจีนไปยังรัสเซียล้วนมีการเติบโตอย่างมาก

จางเผยว่าสัดส่วนการชำระเงินในสกุลเงินท้องถิ่นเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มธนาคารรัสเซียดำเนินธุรกิจโดยใช้สกุลเงินหยวนอย่างกว้างขวาง

จางกล่าวถึงความร่วมมือระดับท้องถิ่นระหว่างจีนและรัสเซียที่ลึกซึ้งกว่าที่เคยเป็นมา โดยชี้ว่าสถาบันและผู้ประกอบการท้องถิ่นจากสองประเทศ มีส่วนร่วมแข็งขันในงานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน (CIIE) งานกว่างโจวแฟร์ (Canton Fair) การประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออก (EEF) และการประชุมเศรษฐกิจนานาชาติเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (SPIEF) ซึ่งช่วยประสานความต้องการความร่วมมือและปลดปล่อยศักยภาพความร่วมมืออย่างเต็มที่

จางเปิดเผยว่าสะพานทางหลวงข้ามพรมแดนเฮยเหอ-บลาโกเวชเชนสค์ สะพานทางรถไฟข้ามพรมแดนถงเจียง-เนซเนียลีนินสกอย และสะพานข้ามแม่น้ำบริเวณพรมแดนแห่งอื่นๆ ต่างทยอยเปิดให้สัญจร ส่วนช่องทางขนส่งและโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนมีการขยับขยายเพิ่มเติมเช่นกัน

หลังจากจีนเพิ่มประสิทธิภาพและปรับเปลี่ยนมาตรการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) พิธีการทางศุลกากรที่ท่าเรือของจีนและรัสเซียได้ทยอยกลับสู่รูปแบบเดียวกับก่อนเกิดโรคระบาดใหญ่ ซึ่งช่วยรับรองการแลกเปลี่ยนของทั้งบุคลากรและสินค้าระหว่างสองฝ่ายว่าจะเป็นไปอย่างราบรื่น

“การค้าทวิภาคีเติบโตอย่างแข็งแกร่งช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ปีนี้ โดยมูลค่าสูงถึง 3.36 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.14 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.9 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นที่ดี” จางกล่าว “ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่ารากฐานความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคียังคงแข็งแกร่ง”

ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน จีนและรัสเซียมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันทางการเมืองอย่างแน่นแฟ้น มีความเกื้อกูลกันทางเศรษฐกิจในระดับสูง และมีศักยภาพในการร่วมมือที่ดีเยี่ยม ทำให้บริษัทรัสเซียจำนวนมากขึ้นแสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะร่วมมือกับฝ่ายจีน

จางเชื่อมั่นว่าการค้าจีน-รัสเซียจะพุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ในปี 2023 พร้อมมุ่งมั่นบรรลุเป้าหมายทางการค้าที่ผู้นำทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าไว้ที่ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.81 ล้านล้านบาท) ภายในสิ้นปีนี้

จางเสริมว่าความร่วมมือระหว่างประชาชนมีบทบาทสำคัญมาตลอดประวัติศาสตร์แห่งการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-รัสเซีย

‘แซม นีล’ นักแสดงจูราสสิค พาร์ค เผยเป็น ‘มะเร็งต่อมน้ำเหลือง’ ได้เข้ารับการรักษาแล้ว แต่ต้องรับเคมีบำบัดตลอดชีวิต

แซม นีล นักแสดงดังชาวนิวซีแลนด์ วัย 75 ปี ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากการรับบทเป็นดอกเตอร์ อลัน แกรนท์ ในภาพยนตร์แนวไซไฟเรื่อง “Jurassic Park” หรือ จูราสสิค พาร์ค กำเนิดใหม่ไดโนเสาร์ ในปี 1993 ออกมาเปิดเผยว่า เขากำลังรักษาตัวจากการป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอน-ฮอดจ์กิน ซึ่งเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งในระบบน้ำเหลืองในระยะ  3

นีลเปิดเผยเรื่องราวสุดช็อกในชีวิตครั้งนี้ ในหนังสือบันทึกความจรงจำ ” Did I Ever Tell You This?” ของเขาที่จะวางจำหน่ายในสัปดาห์หน้าว่า “ผมอาจกำลังจะตาย” จากการป่วยด้วยโรคนี้ที่ได้รับการวินิจฉัยเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเขาอาจจะต้องเร่งทำอะไรให้เร็วขึ้น

‘การเหยียดเพศ’ พฤติกรรมฝังรากของ ‘ชาวตะวันตก’ ที่เชื่อฝังหัวว่า ‘ขัดหลักศาสนา’ ฝากบาดแผลทุกยุคสมัย

ก่อนที่เราจะกลับบ้าน เราถามไมเคิลกับเจมส์ว่าจะให้ไปส่งบ้านไหม เขาทั้งสองบอกว่าก็ดีเหมือนกันเพราะจะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าแท็กซี่กลับ ระหว่างทางไมเคิลกับเจมส์ก็เอ่ยปากชวนเราไปทานอาหารแถวบ้านพวกเขาในวันอังคารที่จะถึง ส่วนเราพอได้ยินแบบนั้นก็รีบตอบตกลงไปทันที เพราะตื่นเต้นจะได้มีเพื่อนไปทานอาหารตอนกลางคืน เพราะส่วนใหญ่ตัวเราจะไม่ค่อยทานอาหารเป็นเรื่องเป็นราว เรามักจะทานโดนัทหรือขนมขบเคี้ยวที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพเสมอๆ

เมื่อถึงวันอังคาร เรารีบทำการบ้านจากโรงเรียนสอนภาษาให้เสร็จ เนื่องจากเรารู้ว่าเจอสองคนนี้ต้องพูดคุยกันจนถึงดึกแหง ๆ เราขับรถไปหาไมเคิลกับเจมส์ที่หน้าบ้านเขา เมื่อพวกเขาลงมาไมเคิลก็บอกให้หาที่จอดได้เลย ร้านอยู่ไม่ไกลนัก เดินประมาณห้านาทีจากบ้านเขาก็ถึง 

ประจวบเหมาะว่าวันนี้เป็นวันที่มีคอนเสิร์ตในบริเวณนั้นด้วย พวกเราเลยวนหาที่จอดรถประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าเราจะได้ที่จอดรถ ซึ่งห่างจากร้านอาหารพอสมควร ต้องเดินกันเกือบสิบห้านาที เราก็บอกกับทั้งสองว่าดีเหมือนกันเราได้ออกกำลังก่อนทานอาหารค่ำ ระหว่างที่เดินไปนั้นเราก็คุยกันเรื่องต่าง ๆ อย่างเมามัน สักครู่เราสามคนก็ได้ยินคนทำเสียงเล็กเสียงน้อยล้อเลียนมาจากข้างหลัง เราหันขวับไปเห็นเด็กหนุ่มผิวสีอายุไม่ถึงสิบแปดเดินควงสาวทำลอยหน้าลอยตาแล้วกล่าวว่า ‘Three fags on the road’ ซึ่งหมายถึง ‘ตุ๊ดสามนางบนถนน’

ไมเคิลบอกว่าไม่ต้องไปสนใจให้เดินต่อไป แต่เจมส์อดรนทนไม่ไหวหันกลับไปต่อคำว่า “Grow up” คล้าย ๆ กับว่า “โตซะบ้างได้แล้ว” ทันทีที่เจมส์หยุดพูด ไอ้หนุ่มปากเปราะรี่เข้ามาหาเจมส์และชกเขาล้มไป ไมเคิลโกรธจนหน้าแดงเลยวิ่งไปจะช่วยสู้กับเจ้าตัวร้าย 

ส่วนสาวที่ไอ้หนุ่มน้องควงมาด้วย ก็พยายามเข้ามาห้ามทัพ ตะโกนบอกให้หยุด ๆ หลายครั้ง ไอ้ตัวแสบได้สติเลยวิ่งหนีไป ทั้งไมเคิลและเจมส์รีบวิ่งตามไป แต่สองคนนั้นวิ่งหายเข้าไปในตึกอพาร์ตเมนต์ ส่วนเราสามคนที่วิ่งตามไปอย่างกระชั้นชิด ก็ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขวางไว้ไม่ให้เข้า โดยให้เหตุผลว่าพวกเราไม่ใช่ผู้อยู่อาศัยในตึกนั้น พวกเราทั้งสามหัวเสียไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้ดึงดันจะเข้าไป พออารมณ์เย็นลงก็มาคิดกันว่าจะทำอย่างไรต่อดี ไมเคิลบอกว่าควรจะไปแจ้งตำรวจที่โรงพัก เราเลยขับรถมุ่งไปที่โรงพักใกล้ ๆ แถวที่เกิดเหตุ

สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราทั้งสามคนไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นสิ่งที่ชนกลุ่มน้อยเผชิญอยู่ทุกวันในอเมริกา มันคือการเหยียด (discrimination) ประเทศนี้มีการเหยียดหลายอย่าง เช่น เหยียดสีผิว เหยียดเพศหลากหลาย เหยียดอายุ เหยียดความพิการ 

แต่ในที่นี้ขอเน้นแค่การเหยียดเพศหลากหลาย ประเทศสหรัฐอเมริกาเกิดมาจากการก่อตั้งของพวก Puritan pilgrims พวกเขาคือชาวอังกฤษที่เคร่งศาสนาคริสต์และมุ่งมั่นที่จะตัดพิธีกรรมของคาทอลิกออกจากนิกายของอังกฤษ (Church of England) อย่างสิ้นเชิง เมื่อทางรัฐบาลอังกฤษไม่น้อมเอนตามอุดมการณ์ของพวกเขา พวกเขาจึงหนีมาตั้งถิ่นฐานในดินแดนใหม่ในช่วงต้นคริสต์ศักราช 1700 เพื่อจะได้มีอิสระในการนับถือศาสนาตามแนวคิดของตน 

ต่อมาแนวคิดทางศาสนาของพวกเขาได้พัฒนาเป็นนิกาย Evangelical ที่เข้มงวดในการปฏิบัติตามคำสอนพระคัมภีร์ไบเบิลทุกประโยค พวกเขาตีความว่าชาวเพศหลากหลายนั้นไม่ได้ปฏิบัติตามคำสอนของพระเจ้า เพราะชาวคริสเตียนควรที่จะเกิดมาเพื่อสืบพันธุ์และเผยแพร่ศาสนา ความต้องการทางเพศที่ไม่ได้ลงเอยด้วยการเกิดบุตรธิดานั้นเป็นการขัดต่อคำสอนของพระคัมภีร์และเป็นบาป 

ความเชื่อทางศาสนาของพวกเขาเป็นฐานการสร้างกฎหมายของประเทศ คนที่ไม่ได้เป็นหญิงชายตามหลักความเชื่อถูกจัดว่าเป็นคนลักเพศและควรจะถูกลงโทษตามกฎหมาย พ่อแม่เห็นลูกมีแนวโน้มที่จะชอบเพศเดียวกันก็จะจับลูกเข้าไปทำบำบัดเปลี่ยนความชอบทางเพศ (conversion therapy) ซึ่งบางทีใช้ไฟช็อต, เฆี่ยน, ขู่ หรือใช้ยากล่อมประสาท ผู้ที่ไม่ยอมทำตามที่สังคมกำหนดให้เดินมักจะสังสรรค์กันในสถานที่ลับ 

บ่อยครั้งที่ตำรวจได้เบาะแส พวกเขาก็จะไปบุกทำลายสถานที่นั้นและใช้กำลังเกินกว่าเหตุเพื่อจับกุมผู้ร่วมชุมนุม สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนถึงวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512) เมื่อตำรวจเข้าไปบุกบาร์ใน Stonewall Inn ณ มหานครนิวยอร์ก ชาวเพศหลากหลายในบาร์นั้นไม่สามารถทนถูกกดขี่อีกต่อไปจึงฮึดสู้กับเหล่าตำรวจจนกลายเป็นจุดเริ่มของการเรียกร้องเสรีภาพทางเพศจนประสบความสำเร็จในหลายเดือนให้หลัง 

หลังจากนั้นพวกเขาได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายของรัฐที่มีความคิดก้าวหน้า เช่น แมสซาชูเซตส์ กฎหมายคุ้มครองขยายจากทีละรัฐจนกลายเป็นกฎหมายของประเทศ ทางรัฐบาลจกำหนดว่าการทำร้ายผู้ที่อยู่ในกลุ่มเพศหลากหลายเป็นอาชญากรรมที่เกิดการความเกลียด (hate crimes) ที่ควรจะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก ถ้าอยากทราบรายละเอียดสามารถอ่านได้ที่: https://www.justice.gov/hatecrimes/learn-about-hate-crimes 

นอกจากนั้นปี 2015 (พ.ศ. 2558) ชาวอเมริกันในกลุ่มเพศหลากหลายได้รับสิทธิที่จะแต่งงานถูกต้องตามกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามพวกเคร่งศาสนาพยายามที่จะลิดรอนสิทธิ์ของชาวเพศหลากหลายมาโดยตลอด 

และการเหยียดทางเพศทะลุสถิติอีกครั้งหลังจากที่ Donald Trump เข้ารับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีในปี 2016 (พ.ศ. 2559) ข้อมูลจากข่าวของโทรทัศน์ช่อง NBC สถิติการทำร้ายชาวเพศหลากหลายเพิ่มขึ้น 50% ในหนึ่งปีหลังจากที่ทรัมป์ได้รับเลือกตั้ง  อ่านเพิ่มได้ที่: https://www.nbcnews.com/feature/nbc-out/anti-lgbtq-homicides-nearly-doubled-2017-report-finds-n840011 

ไม่แปลกเลยที่การเหยียดต่อชาวกลุ่มน้อยต่างพวกจะทะลุเป้าในช่วงที่ทรัมป์อยู่ในทำเนียบขาว เพราะตัวเขาเองซึ่งเป็นผู้นำก็โป้ปดมดเท็จให้ร้ายกับชาวผิวสีและคนจีน 

พลเมืองที่เลียนแบบทรัมป์ โดยเฉพาะสาวความคิดอนุรักษ์นิยมอายุสามสิบต้น ๆ ในนาม Libs of TikTok ใน Twitter ได้กุเรื่องว่าชาวเพศหลากหลายพยายามจะหลอกเด็ก ๆ มาเลี้ยงเพื่อต้องการล้างสมองให้เป็นคู่นอน 

นอกจากนั้นยังหาว่าสาว ๆ ที่ข้ามเพศมาจากชายจะแต่งตัวเป็นหญิงเพื่อแอบปล้ำผู้หญิงที่เข้าห้องน้ำ ที่ร้ายที่สุดก็คือปั้นน้ำเป็นตัวว่าโรงพยาบาลเด็กในบอสตันทำลายอวัยวะเพศของเด็กเพื่อผ่าตัดข้ามเพศ คนที่คิดตามโพสต์ของนางบางคนหลงเชื่อ จนเกิดโมหะและพากันตราหน้าหรือขู่ทำร้ายพวกเพศหลากหลาย แถมยังขู่วางระเบิดโรงพยาบาลเด็กสองครั้งติด ๆ กันเพื่อที่จะป้องกันเด็กไม่ให้ข้ามเพศ อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://www.boston.com/news/crime/2022/11/16/boston-childrens-hospital-bomb-threat-gems-program-gender-multiservices-anti-trans/ 

นักการเมืองที่ทะเยอทะยานอยากได้คะแนนเสียงจากพวกที่เหยียดชาวเพศหลากหลายพากันออกกฎหมายลิดรอนสิทธิ์เสรีภาพของพวกเขา เช่น Florida ลงโทษพ่อแม่ที่สนับสนุนให้ลูกข้ามเพศ โดยทางรัฐจะเอาเด็กไปให้ญาติหรือคนรู้จักที่ไม่เห็นด้วยต่อการข้ามเพศดูแลแทนพ่อแม่ อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://www.eqfl.org/Anti-Trans-Care-Bill-Filed-Senate 

ทาง Texas จะออกกฎหมายห้ามไม่ให้ทุกคน (ทั้งเด็กและผู้บรรลุนิติภาวะ) ผ่าตัดข้ามเพศ อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://www.cbsnews.com/news/texas-bill-ban-gender-affirming-care-transgender-adults/ 

ส่วนที่ Tennessee เพิ่งออกกฎหมายห้ามไม่ให้นักแสดงแต่งตัวข้ามเพศต่อหน้าสาธารณชนและเด็ก อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://www.npr.org/2023/03/06/1161452175/anti-drag-show-bill-tennessee-trans-rights-minor-care-anti-lgbtq-laws 

‘สี จิ้นผิง’ เตรียมบินลัดฟ้า เดินทางเยือน ‘รัสเซีย’ หลังได้รับคำเชิญจาก ‘วลาดิเมียร์ ปูติน’ 

สี จิ้นผิงเตรียมเดินทางเยือน ‘รัสเซีย’ อย่างเป็นทางการ

ปักกิ่ง, 17 มี.ค. (ซินหัว) — วันศุกร์ (17 มี.ค.) ฮว่าชุนอิ๋ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ประกาศว่าสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน จะเดินทางเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 20-22 มี.ค. ตามคำเชิญของวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย

ย้อมแมวข้าวไทย!! ‘พาณิชย์’ แจง ปมข้าวไทย โดนจีนก๊อบปี้-ใส่สารแต่งกลิ่น เผย ภาครัฐจีนสั่งปิดโรงงานแล้ว เร่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

(17 มี.ค. 66) นางมนัสนิตย์ จิรวัฒน์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรณีที่มีข่าวโรงงานข้าวในจีนปลอมข้าวหอมมะลิไทย โดยใช้ข้าวที่ปลูกในจีน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับข้าวไทย มาใส่สารปรุงแต่งให้มีกลิ่นหอมเหมือนกับข้าวหอมมะลิไทย ซึ่งโรงงานดังกล่าวถูกสั่งปิดไปแล้ว โดยการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมาย ว่าด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสินค้าอาหารของจีน ซึ่งกำหนดว่าข้าวสารเป็นสินค้าที่ไม่อนุญาตใช้สารเติมแต่งอาหาร

กรมฯ ได้ประสานกับสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงปักกิ่ง และสำนักงานส่งเสริมการค้า ในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ให้ติดตามข้อมูลว่ามีการปลอมแปลงตราสินค้าและเครื่องหมายรับรอง ข้าวหอมมะลิไทย และมีผลกระทบต่อตลาดข้าวไทยในจีนหรือไม่ รวมทั้งการหยิบยกขึ้นหารือกับหน่วยงานภาครัฐของจีน ให้สอดส่องมิให้เกิดการปลอมข้าวหอมมะลิไทยอีกในอนาคต ในเบื้องต้นได้รับแจ้งว่า ภาครัฐของจีน จะดำเนินคดีกับบริษัทตามข่าวต่อไป แต่ยังไม่พบข้อมูลว่ามีการปลอมตราเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทย

นักวิทย์จีน ผุดเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำ หนุน ‘รถยนต์ไร้คนขับ’ เรียนรู้เองขณะขับขี่

ปักกิ่ง, 17 มี.ค. (ซินหัว) — ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิงหัว พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ที่ทำให้ยานยนต์สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองขณะขับขี่เพื่อรับมือกับสถานการณ์ไม่คุ้นเคย ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่สามารถแก้ไขข้อกังวลด้านความปลอดภัยสำหรับการขับขี่อัตโนมัติ

ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ แมชชีน อินเทลลิเจนซ์ (Nature Machine Intelligence) ระบุว่าเทคโนโลยีข้างต้นช่วยให้ยานยนต์ปรับปรุงสมรรถนะได้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมระหว่างขับขี่อัตโนมัติ ซึ่งแตกต่างจากวิธีการดั้งเดิมที่มุ่งฝึกให้รถยนต์เรียนรู้สถานการณ์การขับขี่หลายแบบล่วงหน้ามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติแบบดั้งเดิมใช้อัลกอริทึมที่รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมผ่านการฝึกฝนที่ใช้ระยะเวลานาน และตัวรถยนต์จะถูกตั้งค่าแผนรับมือล่วงหน้าในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งทำให้ยานยนต์อาจไม่รู้วิธีการตอบสนองในสถานการณ์ที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝนมา และอาจก่อความเสี่ยงด้านความปลอดภัยขณะขับขี่

ปล่อยล้มไม่ได้!! 11 แบงก์ใหญ่สหรัฐฯ อัดฉีด 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ยื่นมือช่วยเสริมสภาพคล่อง ‘เฟิร์สท์ รีพับลิค แบงก์’

ธนาคารรายใหญ่ในวอลล์สตรีท 11 แห่ง ซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกน และโกลด์แมน แซคส์ ประกาศอัดฉีดเงินรวมกันมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิค แบงก์ (First Republic Bank) หรือ FRB ซึ่งเป็นธนาคารในระดับภูมิภาคของสหรัฐ

กลุ่มธนาคารรายใหญ่ในวอลล์สตรีท 11 แห่งได้ตกลงที่จะฝากเงิน ใน FRB เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับธนาคารแห่งนี้ โดยแบงก์ ออฟ อเมริกา, เวลส์ ฟาร์โก, ซิตี้กรุ๊ป และเจพีมอร์แกน จะฝากเงินใน FRB รายละ 5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ และมอร์แกน สแตนลีย์ จะฝากเงินใน FRB รายละ 2.5 พันล้านดอลลาร์ ส่วนธนาคารทรูอิสต์ ไฟแนนเชียล, พีเอ็นซี, ยูเอส แบงคอร์ป, สเตทสตรีท และแบงก์ ออฟ นิวยอร์ก เมลลอน จะฝากเงินใน FRB รายละ 1 พันล้านดอลลาร์

“การที่กลุ่มธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐพร้อมใจกันอัดฉีดเงินรวมกัน 3 หมื่นล้านดอลลาร์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มธนาคารรายใหญ่มีความเชื่อมั่นใน FRB และธนาคารทุกขนาด และยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ธนาคารต่าง ๆ สามารถให้บริการแก่ลูกค้าต่อไป”

กลุ่มธนาคารรายใหญ่ของวอลล์สตรีท ระบุในแถลงการณ์

นายจิม เฮอร์เบิร์ท ประธานบริหารของ FRB และนายไมค์ รอฟเฟอร์ ซีอีโอของ FRB แถลงว่า “ตามข้อตกลงที่ทำร่วมกันนั้น เงินฝากจำนวน 3 หมื่นล้านดอลลาร์นี้ จะอยู่ในบัญชีของ FRB เป็นเวลา 120 วัน เราขอขอบคุณธนาคารทั้ง 11 แห่งที่ช่วยกอบกู้วิกฤตให้กับเราในครั้งนี้”

ด้านนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ พร้อมด้วยนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และนายมาร์ติน กรุนเบิร์ก ประธานบรรษัทค้ำประกันเงินฝากของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FDIC) ได้ออกแถลงการณ์ขานรับธนาคารทั้ง 11 แห่งที่ตัดสินใจยื่นมือเข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่องวงเงินสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ให้กับ FRB

“ความเคลื่อนไหวของบรรดาธนาคารรายใหญ่เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจที่จะสนับสนุนระบบธนาคารของสหรัฐ และยังแสดงให้เห็นว่าระบบธนาคารยังคงแข็งแกร่ง”

นางเยลเลน, นายพาวเวล และนายกรุนเบิร์ก ระบุในแถลงการณ์ร่วม

‘ซาอุฯ’ ขู่ระงับขายน้ำมัน หากถูกกำหนดราคาเหมือนรัสเซีย ชี้ นโยบายชาติตะวันตกซ้ำเติมความผันผวนแก่ตลาดน้ำมันโลก

(17 มี.ค. 66) เจ้าชายอับดุลลาซิซ บิน ซัลมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแห่งซาอุดีอาระเบีย เตือนบรรดาชาติตะวันตก ต่อการกำหนดเพดานราคาน้ำมันดิบของเมืองริยาด ระบุ ความพยายามใด ๆ ดังกล่าว จะต้องเจอกับการระงับขายและลดกำลังผลิต

พระองค์ทรงตรัสอีกว่า บรรดาชาติผู้ผลิตน้ำมันรายหลักอื่น ๆ มีความเป็นไปได้ว่าจะดำเนินการแบบเดียวกัน “ถ้ามีการกำหนดเพดานราคาน้ำมันส่งออกของซาอุดีอาระเบีย เราจะไม่ขายน้ำมันแก่ประเทศไหน ๆ ที่กำหนดเพดานราคาอุปทานของเรา และเราจะลดกำลังผลิตน้ำมัน และผมจะไม่ประหลาดใจเลยหากว่าชาติอื่น ๆ จะทำตามแบบเดียวกัน” เจ้าชายอับดุลลาซิซ บิน ซัลมาน ตรัสเมื่อช่วงต้นสัปดาห์

รัฐมนตรีพลังงานซาอุดีอาระเบีย ตรัสต่อว่า หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่นโยบายเพดานราคาน้ำมัน ได้ซ้ำเติมความไม่มั่นคงและความผันผวนแก่ตลาด และจะส่งผลกระทบทางลบต่ออุตสาหกรรมน้ำมันทั้งมวลทั่วโลก

พระองค์เปรียบเทียบมาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมัน กับร่างกฎหมายของสหรัฐฯ ที่เรียกว่า ‘NOPEC’ โดยเน้นย้ำว่า มีความเป็นไปได้ ว่ามาตรการทั้งสองอาจส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันไม่ต่างกัน

ทั้งนี้ ‘NOPEC’ (กฎหมายไม่มีเครือข่ายผู้ผลิตและส่งออกน้ำมัน) จะถอดกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน หรือ ‘โอเปก’ ออกจากการได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายต่อต้านการผูกขาดของสหรัฐฯ เปิดทางให้โอเปก และบรรดาบริษัทน้ำมันแห่งชาติทั้งหลายสามารถถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้ ภายใต้กฎหมายต่อต้านการผูกขาดของสหรัฐฯ สำหรับความพยายามขัดขวางการแข่งขันที่จำกัดอุปทานน้ำมันโลก และส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบตามมา

ในเดือนธันวาคม ‘อียู’ และบรรดาสมาชิกกลุ่มจี 7 รวมถึงพันธมิตรได้ร่วมกันกำหนดมาตรการแบนการส่งออกน้ำมันทางทะเลของรัสเซีย เช่นเดียวกับกำหนดเพดานราคาน้ำมันของรัสเซียไว้ที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ ยังมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันรัสเซียเกือบทั้งหมด เช่นเดียวกับบังคับใช้มาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมันดีเซลและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอื่น ๆ เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา

ธนาคารกลางยุโรป เมินวิกฤตแบงก์ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 0.5% สู้เงินเฟ้อ

เพจ World Maker โพสต์ข้อความระบุว่า  ถือว่าผิดคาดนักลงทุนหลายคนไม่น้อย !!! เพราะแม้ว่าจะมีวิกฤต Bank Run ของ SVB เกิดขึ้นและยังเสริมกับความตึงเครียดของ Credit Suisse แต่ล่าสุดธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ยังตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยถึง +0.5% จากเดิม 2.5% กลายเป็น 3% ตามหลัง FED มาติด ๆ เลยทีเดียว !

นั่นทำให้นักลงทุนหลายคนต้องจับตามองว่าทาง FED ซึ่งขึ้นดอกเบี้ยมาถึง 4.75% ในตอนนี้จะยังขึ้นดอกเบี้ยต่อไปอีกหรือไม่ ? เพราะถ้าขึ้นต่อไปอีก +0.25% ก็จะอยู่ที่ 5% แล้ว ! โดยนักลงทุนในตลาดต่างพากันคาดการณ์ว่า FED จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยหรือแม้แต่ปรับลดดอกเบี้ยลงในปีนี้ ! เพราะว่าระดับปัจจุบันเริ่มทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจแล้วไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของ ECB ล่าสุดนี้เน้นย้ำให้เห็นว่าธนาคารกลางมีแนวโน้มที่จะ Focus ไปยังเป้าหมายหลักคือการควบคุมเงินเฟ้อ มากกว่าที่จะอุ้มตลาดหุ้นหรือเศรษฐกิจ ทำให้เริ่มมีคนไม่แน่ใจแล้วเช่นกันว่า FED จะหยุดหรือลดดอกเบี้ยในปีนี้จริงหรือไม่ ?

หุ้นสหรัฐฯ และกลุ่มธนาคารในยุโรปเปิดตลาดมาอยู่ในโซนเขียวคืนนี้ หลังมีข่าวว่าหน่วยงานของรัฐบาลและธนาคารกลางกำลังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และยังมีการประสานงานกันเพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตลุกลามเหมือนมะเร็งร้าย

โดยรัฐบาลและธนาคารกลางของสวิสเซอร์แลนด์ก็ประกาศว่ากำลังหารือกับ Credit Suisse, UBS Group ซึ่งเป็น 2 ธนาคารยักษ์ใหญ่ของยุโรป พร้อมกับกล่าวว่าสภาพคล่อง 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ (2 ล้านล้านบาท) ที่มอบให้ Credit Suisse ไปนั้นยังไม่จำเป็นต้องใช้ด้วยซ้ำ เพราะธนาคารยังมีสภาพคล่องเพียงพอ เพียงแต่เป็นการมอบให้เพื่อรับประกันความเสี่ยงไม่ให้ตลาด Panic !

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเสี่ยงและแรง Panic ยังครอบคลุมตลาดอยู่ไม่น้อย และทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่แห่เทขายหุ้นกลุ่มธนาคารไปเป็นจำนวนมาก โดยทาง Financial Times รายงานว่านักลงทุนเทหุ้น Bank ทิ้งไปเป็นมูลค่าสูงถึง 1.65 แสนล้านดอลลาร์หรือ -5.7 ล้านล้านบาทเข้าไปแล้วนับตั้งแต่เกิดวิกฤต Bank Run ที่ทำให้มีการ Panic Selling ตามมา

ทางด้าน Janet Yellen ขุนคลังสหรัฐฯ พยายามออกมาสร้างความมั่นใจว่าระบบธนาคารของสหรัฐฯ โดยรวมยังคงแข็งแกร่ง แม้จะมีแบงก์ล้มไป 3 แห่งในเวลาไม่ถึง 1 เดือนก็ตาม ซึ่งเธอกล่าวว่าลูกค้าและชาวอเมริกันสามารถมั่นใจได้ว่าเงินฝากจะยังอยู่ดีและสามารถถอนได้เมื่อต้องการ

แต่ก็มีฝ่ายที่ไม่เชื่อคำกล่าวของเธอ ! โดยเฉพาะกลุ่มที่โปรจีน-รัสเซีย ซึ่งกำลังมองว่าระบบการธนาคารของสหรัฐฯ-ตะวันตกจะล่มสลายและเกิดเป็นวิกฤตใหญ่ โดยมีการโหมข่าวโจมตีอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในตอนนี้

‘นาซา’ เผยโฉมชุดนักบินอวกาศใหม่ ในภารกิจอาร์ทิมิส 3 เตรียมส่งนักบินอวกาศ เยือนดวงจันทร์อีกครั้งในรอบ 50 ปี

‘องค์การนาซา’ กับบริษัท ‘แอกเซียม สเปซ’ พัฒนาชุดนักบินอวกาศรุ่นใหม่ สำหรับโครงการอาร์ทิมิส 3 ที่จะส่งนักบินอวกาศไปลงดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี

(16 มี.ค. 66) องค์การนาซา (NASA) และบริษัทแอกเซียม สเปซ (Axiom Space) เปิดตัวชุดอวกาศรุ่นใหม่ สำหรับการส่งนักบินอวกาศกลับไปยังดวงจันทร์อีกครั้งในภารกิจอาร์ทิมิส 3 ในปี 2568 ที่ ซึ่งชุดนี้สวมใส่โดย นายเจมส์ สไตน์ หัวหน้าวิศวกรของบริษัท แอกเซียม สเปซ

องค์การนาซา ทำสัญญากับบริษัท แอกเซียม สเปซมูลค่า 228 ล้านดอลลาร์หรือราว 7,870 ล้านบาท ในการออกแบบและผลิตชุดนักบินอวกาศโครงการอาร์ทิมิส 3 ที่จะไปสำรวจดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี

จีนส่ง ‘ดาวเทียมทดลอง’ ดวงใหม่ สู่วงโคจรสำเร็จ เตรียม ‘สำรวจทรัพยากรดิน-วางผังเมือง-ป้องกันสาธารณภัย’

(16 มี.ค. 66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จีนประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมทดลองดวงใหม่จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียนทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เมื่อวันพุธ (15 มี.ค.) ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่าดาวเทียมซื่อเยี่ยน-19 (Shiyan-19) ถูกปล่อยจากศูนย์ฯ ตอน 19:41 น. ตามเวลาปักกิ่ง โดยจรวดขนส่งลองมาร์ช-11 (Long March-11) และเข้าสู่วงโคจรที่กำหนดไว้สำเร็จ

‘ศาลปากีสถาน’ เบรกจับกุมตัว ‘อิมรอน ข่าน’ อดีตนายกฯ หวังลดแรงปะทะระหว่าง ‘ตำรวจ-ผู้สนับสนุน’

(16 มี.ค. 66) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปากีสถานล่าถอยออกจากบริเวณบ้านพักของอดีตนายกรัฐมนตรีอิมรอน ข่าน และมีคำสั่งศาลระงับปฏิบัติการจับกุมชั่วคราว เพื่อลดความตึงเครียดจากการปะทะรุนแรงระหว่างตำรวจและผู้สนับสนุน

ทางการแคว้นปัญจาบ กล่าวว่า จำเป็นต้องถอนกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อให้สามารถจัดการแข่งขันคริกเก็ต และแม้สถานการณ์สงบลง แต่มีผู้สนับสนุนรวมตัวด้านนอกบ้านพักของอิมรอน ข่าน เพื่อเฉลิมฉลองที่สามารถขัดขวางการจับกุมได้สำเร็จ

วิเคราะห์ Credit Suisse ยื่นคำขอให้แบงก์ชาติสวิสฯ ช่วยเหลือ หายนะครั้งใหญ่ หรือ ปัญหาที่หยุดได้ หากไหวตัวทัน

(16 มี.ค.66) World Maker เผยว่า Credit Suisse ยื่นคำขอ ให้ธนาคารกลางสวิสเข้าช่วยเหลือ !!!

โดยล่าสุดมีรายงานว่า Credit Suisse ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อธนาคารกลางให้เข้าช่วยเหลือแล้ว !!! หลังหุ้นร่วงกว่า -30% ในช่วง Premarket วันนี้และยังคงติดลบมากกว่า -20% ในช่วง Trading Session ค่ำคืนนี้ !

รายละเอียดของการยื่นอุธรณ์และการเข้าช่วยเหลือนั้นยังไม่เปิดเผยออกมา ! แต่อาจเป็นสิ่งที่เราต้องลุ้นกันต่อไปว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะเข้ามาเบรกวิกฤตในครั้งนี้ได้หรือไม่ ?? เพราะในขณะเดียวกันกองเชียร์ฝ่ายโปรจีน-รัสเซีย ต่างก็กำลังแช่งให้ สหรัฐฯ-ตะวันตก ย่อยยับพังพินาศไปในวิกฤตครั้งนี้ ! ซึ่งแน่นอนว่าถ้า สหรัฐฯ-ตะวันตก พังจริง ผู้คนคงเดือดร้อนกันทั้งโลก แม้ว่าจะสะใจกองเชียร์โปรจีน-รัสเซียก็ตาม !

ในขณะเดียวกันนี้ ทาง Goldman Sachs ได้ออกมาแสดงมุมมอง Bullish ว่าต่อจากนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการหาโอกาส Buy The Dip หุ้นบางตัว ? โดยมองว่าธนาคารขนาดยักษ์ใหญ่ไม่น่าจะเกิดวิกฤตรุนแรงเหมือนตอนวิกฤตการเงินโลกปี 2008

ส่วนทางด้าน Michael Burry นักลงทุนชื่อก้องโลกจาก The Big Short ก็ได้ออกมากล่าวในโพสต์ Twitter ล่าสุดว่าเขาไม่ได้เห็นหายนะจากวิกฤตในครั้งนี้แต่อย่างใด ! ซึ่งตรงกันข้ามกับก่อนหน้านี้ที่เขาบอกว่าการล้มของ SVB ทำให้เขาค่อนข้างนึกถึงฟองสบู่ดอทคอม

ซึ่งมุมมองของ Goldman Sachs และ Michael Burry นั้นตรงกันข้ามกับ Ray Dalio และ Nouriel Roubini ที่กล่าวว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะครั้งใหญ่ ! โดย Ray Dalio มองว่าจะเกิดวิกฤตใหญ่กว่านี้ตามมาแน่ ๆ ส่วน Nouriel Roubini มองว่าวิกฤตครั้งนี้เหมือนกับตอนที่ Lehman Brothers ล้ม !

พร้อมกันนี้ Bloomberg รายงานว่า FED และกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ กำลังทำงานร่วมกับเพื่อตรวจสอบความเสี่ยงเชิงระบบต่าง ๆ รวมถึงธนาคาร Credit Suisse ด้วย !

และแม้ว่า Credit Default Swap หรือ CDS ของ Credit Suisse ซึ่งเป็นอนุพันธ์ที่นักลงทุนใช้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงในการผิดชำระหนี้จะพุ่งขึ้นทำ All Time High ใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับที่มีสื่อหลายสื่อประโคมข่าวโจมตีว่าระบบการเงินของสหรัฐฯ-ตะวันตกกำลังจะล้ม แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ยังมีคนที่ออกมาให้ข้อมูลว่าเราไม่จำเป็นต้อง Panic ขนาดนั้นเลย !

เพราะว่าหากไปตรวจสอบดูระบบเศรษฐกิจจริง ๆ ที่ไม่ใช่ยึดตำราเก่า จะพบว่าธนาคารและบริษัทที่เป็นเสาหลักจริง ๆ ของระบบการเงินโลกยังมีความแข็งแกร่งกว่าในอดีตอย่างมาก และวิกฤตครั้งนี้ก็มีความแตกต่างกันหลายอย่างจนแทบจะเปรียบเทียบกันไม่ได้เลยกับในอดีต

โดยเฉพาะการที่หน่วยงานกำกับดูแลของแต่ละประเทศกำลัง Take Action อย่างรวดเร็วนั้น ถือเป็นการกระทำตามหลักเศรษฐศาสตร์เคนส์ที่มีหลักการเบื้องต้นว่า “ถ้าคุณรอให้วิกฤตดำเนินต่อไป ผลกระทบจะยิ่งรุนแรง แต่ถ้าคุณรีบเข้าช่วยเหลือมันตั้งแต่ต้น ทุกอย่างก็จะเบาลงและหยุดไปในที่สุด”

จับตา 'แบงก์ชาติสวิส' พร้อมอุ้ม 'Credit Suisse' หลังหุ้นทรุดลงไปมากกว่า 30% ใน 1 วัน

(16 มี.ค.66) นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพและประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ได้โพสต์ข้อความถึงกรณี หุ้น Credit Suisse ร่วงต่อเนื่อง โดยระบุว่า...

ให้ล้มไม่ได้ ... ยอมจำนนเป็นรายที่ 2 !!!!

หลังตลาดกดดันมาทั้งวัน จนหุ้น Credit Suisse ทรุดลงไปมากกว่า 30% ใน 1 วัน สุดท้าย ธนาคารกลางสวิส (SNB) และผู้กำกับสถาบันการเงินสวิส (FINMA) ประกาศพร้อมช่วยเหลือ Credit Suisse
.
FINMA is in very close contact with the bank and has access to all information relevant to supervisory law. Against this background, FINMA confirms that Credit Suisse meets the higher capital and liquidity requirements applicable to systemically important banks. In addition, the SNB will provide liquidity to the globally active bank if necessary.
.
FINMA ได้ติดตามหารือกับ Credit Suisse อย่างใกล้ชิด และได้ดูข้อมูลของธนาคารในมิติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามที่กฎหมายกำกับสถาบันการเงินได้กำหนดไว้ FINMA ขอยืนยันว่าฐานะการเงินของ Credit Suisse ทั้งเงินทุนและสภาพคล่องยังเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด และหากจำเป็น ธนาคารกลางสวิสจะจัดสภาพคล่องที่ต้องการให้กับ Credit Suisse 
.
พูดง่ายๆ ได้ดูข้อมูลแล้ว และขอให้สบายใจ หาก Credit Suisse มีปัญหา ธนาคารกลางสวิสจะจัดให้ !!!

ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะว่า Credit Suisse เป็นธนาคารที่สำคัญกว่า Silicon Valley Bank มาก มีขนาดสินทรัพย์ประมาณ 6 แสนล้านดอลลาร์ เป็นธนาคารขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสวิส มีอายุ 167 ปี
.
ฝังรากลึก มีโครงข่าย เชื่อมโยงกับธนาคารต่างๆ ในยุโรป ในสหรัฐ อย่างลึกซึ้ง

ใหญ่เกินไปที่จะปล่อยให้ล้ม 

เพียงผลจากเมื่อคืนนี้ แค่ความกังวลใจ ก็ทำให้หุ้นธนาคารอื่นๆ ในยุโรปก็ร่วงตามเป็นแถวๆ

Societe Generale -12.2%
BNP Paribas -10.1%
ING -9.6%
BBVA -9.6%

กระจายไปทั้งภูมิภาค ตลาดหุ้นอังกฤษ สเปน อิตาลี ตกไปประมาณ 4% ใน 1 วัน กระทั่งธนาคารกลางอังกฤษ ก็ต้องจัดประชุมฉุกเฉินกับกลุ่มธนาคารกลางอื่นๆ เพื่อหารือแนวทางที่จะดูแล

ทั้งนี้ แม้ Credit Suisse มีปัญหาเฉพาะในหลายๆ เรื่อง ต่างจากธนาคารอื่นๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งกรณีของสหรัฐและยุโรป ชี้ไปถึงความเปราะบางในระบบสถาบันการเงินโลกที่เพิ่มขึ้นมาก จากการขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว เกินคาด มา 1 ปีเต็มๆ ของธนาคารกลาง ทำให้สถาบันการเงินจำนวนมาก จัดการความเสี่ยงได้ไม่หมด มีความเสียหายซ่อนไว้ใน Port พันธบัตรที่ถือ จากการลงทุนที่ไปลงไว้ 

ยิ่งเมื่อเศรษฐกิจซบเซาลง จากหนี้เสียต่างๆ ก็จะอ่อนแอลงไปเพิ่ม ทำให้ทุกคนพร้อมวิ่ง เมื่อมีประเด็นเกิดขึ้น ดังเช่นกรณี Credit Suisse เมื่อคืนนี้ เริ่มจากการสัมภาษณ์ธรรมดาๆ ที่ Saudi National Bank ตอบว่า... 

ได้ลงทุนไปที่ 9.9% ของหุ้น Credit Suisse แล้ว หากเกิน 10% ก็จะเข้าสู่เกณฑ์ใหม่ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่สามารถลงเงินเพิ่มได้

แต่ข่าวที่ออกมา พาดหัวว่า...

"ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ Credit Suisse ปฏิเสธที่จะลงเงินต่อ ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเพิ่ม"

เนื่องจาก Credit Suisse มีแผลอยู่แล้ว คนจับตามองอยู่แล้ว มีปัญหาเกิดขึ้นเนื่องๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

สิ่งที่ตามมาจากคำพูดสั้นๆ ดังกล่าว จึงกลายเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง เกินคาด

สะเทือนไปทั่วโลก

แต่ท้ายสุด เนื่องจาก Credit Suisse ใหญ่เกินไป สำคัญเกินไป

ให้ล้มไม่ได้ !!!

ทางการจึงต้องเข้ามาดูแล

ไม่มีทางเลือก

เมื่อคืน ถือเป็นก้าวแรก ประกาศช่วยเรื่องสภาพคล่อง

ต่อไป หากจำเป็น คงต้องประกาศอุ้มผู้ฝากให้ชัดเจน

ฉลาดจนน่าขนลุก!! ChatGPT เปิดตัวเวอร์ชันที่ 4 อาจฉลาดกว่าเดิมถึง 1,000x เท่า Morgan Stanley ประเดิมเข้าถึงบริการใหม่ก่อนใคร

(15 มี.ค.66) World Maker เผยว่า ในขณะที่โลกการเงินในสหรัฐฯ กำลังกังวลกับวิกฤต Bank Run แต่ในอีกด้าน สหรัฐฯ กำลังพัฒนาไปสู่ยุคใหม่อย่างรวดเร็ว โดยล่าสุด OpenAI บริษัทที่ Microsoft ได้เพิ่มทุน 10x เท่าจาก 1 พันล้านดอลลาร์เป็น 1 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมกับประกาศเปิดตัว ChatGPT เวอร์ชัน 4 ซึ่งอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมถึง 1,000x เท่า 

จุดเด่นของ ChatGPT-4 ที่หลายสื่อนำเสนอมีดังนี้...

1. จะมีความปลอดภัยต่างๆ มากขึ้น
2. มีประโยชน์ในแง่ของคำตอบมากกว่าเดิม
3. มีพฤติกรรมในการตอบสนองที่ดีขึ้น
4. จะมีการใช้ความเห็นจากมนุษย์และผู้ใช้งานเพื่อนำมาพัฒนา AI
5. มีความแม่นยำ ตรงประเด็น สร้างสรรค์ และประมวลได้ดีขึ้น
6. สามารถสร้างคำตอบจากคำใหม่ๆ หรือรูปภาพได้ด้วย
7. มีโอกาสน้อยลง -82% ที่จะตอบสนองต่อคำถามที่ไม่ได้รับอนุญาต
8. มีโอกาสมากขึ้น +40% ที่คำตอบจะตรงตามข้อเท็จริง
9. มีฐานข้อมูลด้านรายงานและรายได้ของบริษัทต่างๆ รวมถึงภาษี

โดยทาง Big Bank ใน Wall Street อย่าง Morgan Stanley กำลังเป็นลูกค้ารายแรกๆ ที่สมัครเข้าใช้บริการของ ChatGPT-4 นี้ และยังประกาศอีกว่าตัวเองเป็น 'ลูกค้าเชิงกลยุทธ์' เพียงรายเดียวในอุตสาหกรรมบริหารความมั่งคั่ง ที่ได้รับการเข้าถึง Product ใหม่ของ OpenAI ก่อนใคร

ซึ่งก็ไม่แน่ว่า Big Bank อื่นๆ กำลังตามมาหลังจากนี้ด้วย นั่นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอุตสาหกรรมการธนาคารกำลังให้ความสนใจกับ AI เป็นอย่างมาก และคงทำให้ท่านเห็นภาพแล้วว่า AI จะเข้ามามีบาทมากขึ้นอย่างแน่นอนในหลายอุตสาหกรรมโลก โดยเฉพาะภาคการเงิน การผลิต ภาษา การเรียนการสอน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ AI อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Morgan Stanley กล่าวว่า ChatGPT-4 ถูกออกแบบมาให้มีการควบคุมที่เหมาะสมสำหรับเนื้อหาละเอียดอ่อนที่ต้องการความปลอดภัยสูง และบริษัทจะเริ่ม Train AI โดยยิงคำถามและใส่เนื้อ-ข้อมูลจำนวนมากลงไป พร้อมเผยอีกว่าการสร้างความสัมพันธ์กับ AI บนพื้นฐานความไว้วางใจและการที่มนุษย์ให้คำแนะนำ AI จะมีคุณค่าเสมอ

นอกจากกลุ่มธนาคารแล้ว Nvidia ซึ่งเป็น Supplier รายใหญ่ที่ผลิต Graphic ประมวลผลตัวสำคัญซึ่งใช้ในระบบ Cloud และการฝึก AI ได้กล่าวเมื่อต้นเดือนว่าในที่สุด AI จะช่วยประหยัดเงินให้กับบริษัทต่างๆ ได้มากขึ้น ซึ่งหากคิดดูดีๆ แล้ว มันสอดคล้องกันอย่างมากกับการที่บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกเริ่มปลดคนงานออกเป็นจำนวนมาก เพราะหาก AI เข้ามาเราก็สามารถลดจำนวนแรงงานได้ และยังประหยัดต้นทุนไปได้อีกมากด้วย

Greg Brockman ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งของ OpenAI กล่าวว่า “เรากำลังเริ่มใช้ระบบที่มีความสามารถจริงๆ ซึ่งสามารถให้แนวคิดใหม่ๆ และช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งต่างๆ ที่คุณไม่สามารถทำในอย่างอื่นได้”

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้พัฒนายอมรับว่า ChatGPT-4 ก็ยังมีข้อบกพร่องบางประการอยู่ เช่น อคติทางสังคม หรือการให้คำตอบที่ผิดเพี้ยนในบางอย่าง ซึ่งจะแก้ไขในเวอร์ชั่นต่อๆ ไป

นอกจากนี้ ในวันอังคาร Kenneth Leon นักวิเคราะห์ของ CFRA ได้อัปเกรดมุมองต่อทั้ง Morgan Stanley และ Goldman Sachs Group เพื่ออยู่ในหุ้นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจาก "ความเสี่ยงต่อผลขาดทุนค้างพอร์ตที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงนั้นไม่มีสาระสำคัญอะไรเลย" ต่อทั้ง 2 บริษัทนี้ แสดงให้เห็นว่าในขณะที่สื่อกลุ่มเผด็จการเฝ้าโจมตีระบบธนาคารของสหรัฐฯ อยู่นั้น แต่ในความเป็นจริงกลับกลายเป็นอีกเรื่อง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top