Sunday, 23 August 2026
WORLD

‘นศ.ไทยในจีน’ มุ่งมั่นศึกษาวิชา ‘การฝังเข็ม-การนวด’ หวังต่อยอดความรู้ ใช้ภูมิปัญญาแพทย์แผนจีนดูแลผู้ป่วย

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 66 สำนักข่าวซินหัว, คุนหมิง รายงานว่า ‘ซ่งหลินหลิน’ เป็นนักศึกษาชาวไทยจากจังหวัดนนทบุรี ผู้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเล่าเรียนสาขาวิชาการฝังเข็มและการนวด วิทยาลัยเวชศาสตร์คลินิกแห่งที่สอง มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนอวิ๋นหนาน ณ นครคุนหมิง มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

ทุกบ่ายวันอังคาร ซ่งจะหอบหิ้วตำราเล่มหนาและกระเป๋าอุปกรณ์ฝังเข็ม เข้าเรียนรู้วิชาฝังเข็มจากอาจารย์ที่อธิบายและสาธิตวิธีการ รวมถึงฝึกฝนการฝังเข็มด้วยตนเอง โดยการมาเรียนที่นี่ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกครอบครัว ที่มักรักษาอาการเจ็บป่วยหรือบำรุงร่างกายด้วยการแพทย์แผนจีน

ซ่ง เสริมว่า ตัวเธอเองอยากเรียนรู้ภูมิปัญญาจีน ในการรักษาอาการเจ็บป่วยของผู้คนด้วยเข็มหนึ่งเล่มนี้ พร้อมกับวางแผนว่าหลังจากเรียนจบจะกลับไปเป็นนักฝังเข็มที่ไทย ซึ่งมีคลินิกแพทย์แผนจีนที่ให้บริการฝังเข็มจำนวนมาก

ทั้งนี้ ซ่งเป็น 1 ใน 2 นักศึกษาชาวต่างชาติของชั้นเรียนที่มีนักศึกษาทั้งหมด 62 คน ร่วมเรียนรู้การฝังเข็ม การรมยา ยาจีน การวินิจฉัยขั้นพื้นฐาน และอื่นๆ กับนักศึกษาชาวจีน โดยพวกเขายังต้องอ่านตำราจีนโบราณอย่าง ‘ซางหานลุ่น’ และ ‘หวงตี้เน่ย์จิง’ กันทุกวันด้วย

สำหรับสาขาวิชาการฝังเข็มและการนวด วิทยาลัยเวชศาสตร์คลินิกแห่งที่สองของมหาวิทยาลัยฯ ได้รับความนิยมจากนักศึกษาชาวต่างชาติไม่น้อย โดยเฉพาะจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างลาวและไทย ทั้งยังมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว และอื่นๆ

‘เจ้าชายอับดุล มาทีน’ ประกาศแต่งงานกับ ‘สาวบรูไน’ ต้นปีหน้า เตรียมจัดพิธีฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เป็นเวลาเกือบ 10 วัน

(9 ต.ค. 66) สื่ออินโดนีเซียถึงกับเขียนข่าวว่างานนี้สาว ๆ คงจะอกหักกันไปในหลาย ๆ ประเทศ เมื่อเจ้าชายอับดุล มาทีน ประกาศสละโสด

เจ้าชายอับดุล มาทีน เผยแพร่บัตรเชิญพิธีเสกสมรสกับหญิงสาวที่ชื่อว่า อนิชา รอสนาห์ ผ่านบน Twitter เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ต.ค.

โดยพระองค์ประกาศจัดพิธีสมรสในเดือนมกราคม 2024 ซึ่งงานสุดหรูนี้จะจัดขึ้นเป็นเวลาเกือบ 10 วันติดต่อกัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 7-15 มกราคม โดยไฮไลท์ของงานพิธีเลี้ยงรับรองซึ่งจะจัดขึ้นที่พระราชวังนูรุลอิมานในวันที่ 14 มกราคม 2024 ซึ่งเจ้าสาวและเจ้าบ่าวจะถูกแห่ไปรอบๆ เมืองหลวงบันดาร์เซอรีเบอกาวัน

ข่าวบอกว่า อนิชา รอสนาห์ เป็นหลานสาวของที่ปรึกษาพิเศษของสุลต่านแห่งบรูไน ทั้งสองคบหากันอย่างเปิดเผยมาระยะหนึ่งแล้ว เมื่อเร็ว ๆ นี้เจ้าชายยังพาเธอมาร่วมพิธีแต่งงานของน้องสาวด้วย

ไม่เท่านั้นที่ผ่านมาเจ้าชายยังเคยเผยแพร่ภาพช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน บนโซเชียลมีเดีย และหญิงสาวที่เป็นภรรยาในอนาคตของพระองค์ยังมักจะคอยติดตามเจ้าชายมาทีนไปในช่วงเวลาสำคัญต่างๆ เสมอ

‘อิหร่าน’ ส่งออกยาพุ่ง 3 เท่า สู่ 40 ปท.ทั่วโลก สะท้อนแรงปฏิสัมพันธ์อันดีเชื่อมสู่มนุษยชาติ

อิหร่านส่งออกยาและเวชภัณฑ์เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าจากปีก่อน ไปยัง 40 ประเทศทั่วโลก

เมื่อไม่นานนี้ ‘Heidar Mohammadi’ ผู้อำนวยการสำนักงานอาหารและยาแห่งอิหร่าน (IFDA) กล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันศุกร์ (6 ต.ค.) ที่ผ่านมา ระหว่างการเยือนนิทรรศการระดับนานาชาติด้านเภสัชภัณฑ์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องแห่งอิหร่าน ครั้งที่ 8 (IRANPHARMA EXPO 2023) ‘การส่งออกยาที่เพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปฏิสัมพันธ์ที่ดีของอิหร่านกับประเทศเพื่อนบ้าน เราหวังว่าจะพัฒนาการเข้าถึงของประชาชนในภูมิภาค เพื่อเข้าถึงยาที่มีคุณภาพในการประชุมสุดยอด G5 และความร่วมมือระดับภูมิภาค’ เขากล่าวเสริม

ทุกปี ‘IRANPHARMA EXPO’ ซึ่งเป็นงานระดับนานาชาติที่ครอบคลุมในอุตสาหกรรมยา โดยมีผู้ผลิตยา อุปกรณ์และเครื่องจักรทางเภสัชกรรม การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ยา ยาชนิดรีคอมบิแนนท์ ยาสมุนไพร อาหาร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร บริษัทที่มีความรู้ และผู้จัดจำหน่ายยา ศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์และเภสัชกรรม สมาคม และสิ่งพิมพ์และวารสารด้านสุขภาพ

นิทรรศการระดับนานาชาติด้านเภสัชกรรมและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องแห่งอิหร่านครั้งที่ 8 (IRANPHARMA EXPO 2023) จัดขึ้นที่วิทยาเขต Imam Khomeini Grand (Mosala) ในกรุงเตหะราน ระหว่างวันที่ 27-29 กันยายนที่ผ่านมา มีบริษัทในประเทศทั้งหมด 427 บริษัทและบริษัทต่างประเทศอีก 282 บริษัทจาก 33 ประเทศเข้าร่วมงานนิทรรศการครั้งนี้ โดย Mohammadi ถือว่าการเข้าร่วมนิทรรศการนี้จากบริษัทต่างประเทศ เป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของงานนิทรรศการระดับนานาชาติครั้งนี้

Heidar Mohammadi ผู้อำนวยการสำนักงานอาหารและยาแห่งอิหร่าน (IFDA)

ผู้อำนวยการสำนักงานอาหารและยาแห่งอิหร่าน ยังระบุว่า งานนิทรรศการระดับนานาชาติครั้งนี้เป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมในการจัดแสดงศักยภาพ และความสามารถของผู้เชี่ยวชาญและอุตสาหกรรมยาในระดับชาติ สำหรับปีนี้งานนิทรรศการนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการยิ่งขึ้นและได้รับการเยี่ยมชมจากผู้เข้าชมงานจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเข้าเยี่ยมชมงาน Expo และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถของอุตสาหกรรมยาของประเทศ

การส่งออกยาของคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ในปีปัจจุบันจากประมาณ 60 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว

“การผลิตยาที่เพิ่มขึ้นได้รับการสนับสนุนจากอุปทานที่มั่นคงสำหรับการส่งออก และการคาดการณ์ของเราสำหรับการส่งออกในปีปัจจุบันอยู่ที่ 200 ล้านดอลลาร์” ผู้อำนวยการสำนักงานอาหารและยาแห่งอิหร่าน กล่าว

ปัจจุบันการผลิตยา อุปกรณ์การแพทย์ และนมผงได้รับการสนับสนุนโดยเงินอุดหนุน ดังนั้นการส่งออกของอิหร่านจึงยังคงจำกัดอยู่ แต่หวังว่าจะสามารถเพิ่มการส่งออกได้มากขึ้นในปีหน้า Mohammadi กล่าวเสริม อ้างถึงการขาดแคลนยา 100 รายการในประเทศ Mohammadi กล่าวกล่าวว่า “ปัจจุบัน เกือบ 1.5% ของความต้องการด้านเภสัชกรรมของประเทศนั้นนำเข้ามา นอกจากการผลิตในประเทศ ซึ่งแล้วเสร็จทันทีที่การผลิตในประเทศตรงตามความต้องการ”

จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีการส่งออกยามูลค่าประมาณ 60 ล้านดอลลาร์ในปีปฏิทิน (มีนาคม-มีนาคม ค.ศ. 2022) ตัวเลขนี้อยู่ที่ประมาณ 180 ล้านดอลลาร์ในปี ค.ศ. 2018 อิหร่านนำเข้ายาประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ปัจจุบันยาที่ผลิตในอิหร่านถูกส่งออกไปยังแคนาดา ญี่ปุ่น และยุโรป

‘Faramarz Ekhteraei’ ประธานสมาคมอุตสาหกรรมยาแห่งอิหร่านกล่าวเน้นว่า 72% ของวัตถุดิบยาของประเทศนั้นผลิตในประเทศ ซึ่งคณะกรรมการบริหารสมาคมผู้ผลิต และผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์แห่งอิหร่านระบุว่า ราว 40% ของการส่งออกยาทั้งหมดของอิหร่านเป็นผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพ

เกิดแผ่นดินไหวใน ‘อัฟกานิสถาน ฝั่งตะวันตก’ หนักสุดในรอบ 20 ปี ทำบ้านเรือนพังยับ ปชช.ดับพุ่งทะลุ 2,000 ราย เร่งค้นหาผู้รอดชีวิต

(8 ต.ค. 66) สำนักข่าวเอพี, อิสลามาบัด รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวรุนแรงที่อัฟกานิสถานตะวันตก เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2,000 รายแล้ว โฆษกรัฐบาลตอลิบาน ระบุว่า เป็นเหตุแผ่นดินไหวที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดครั้งหนึ่งในรอบสองทศวรรษ

หน่วยงานภัยพิบัติแห่งชาติของประเทศอัฟกานิสถาน เปิดเผยว่า แผ่นดินไหวรุนแรง 6.3 ริกเตอร์ ตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อกที่รุนแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบรายทางตะวันตกของอัฟกานิสถาน เมื่อวันเสาร์ (7 ต.ค.) ที่ผ่านมา

แต่ ‘อับดุล วาฮิด รายาน’ โฆษกกระทรวงสารสนเทศและวัฒนธรรม กล่าวว่า “ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวในเมืองเฮราตนั้นสูงกว่ารายงานเดิม หมู่บ้านประมาณ 6 แห่งถูกทำลาย และพลเรือนหลายร้อยคนถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง” เขากล่าวขณะเรียกร้องความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ (7 ต.ค.) ที่ผ่านมา ‘องค์การสหประชาชาติ’ แจ้งตัวเลขเบื้องต้นว่ามีผู้เสียชีวิต 320 ราย แต่ภายหลังระบุว่าตัวเลขดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ หน่วยงานท้องถิ่นประเมินว่ามีผู้เสียชีวิต 100 รายและบาดเจ็บ 500 ราย ตามข้อมูลอัปเดตเดียวกันจากสำนักงานเพื่อการประสานงานกิจการด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ

ข้อมูลอัปเดตดังกล่าวระบุว่า มีรายงานบ้านเรือน 465 หลังถูกทำลาย และอีก 135 หลังได้รับความเสียหาย

“พันธมิตรและหน่วยงานท้องถิ่นคาดการณ์ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้น ในขณะที่ความพยายามค้นหาและช่วยเหลือยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางรายงานที่ว่า มีบางคนอาจติดอยู่ใต้อาคารที่พังทลาย” องค์การสหประชาชาติ ระบุ

‘โมฮัมหมัด อับดุลลาห์ ยาน’ โฆษกหน่วยงานภัยพิบัติ กล่าวว่า หมู่บ้าน 4 แห่งในเขตเซนดายาน ในจังหวัดเฮราต ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อกอย่างหนัก

สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ ระบุว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองเฮราตไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 40 กิโลเมตร ตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อกที่รุนแรงมาก 3 ครั้ง วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.3, 5.9 และ 5.5 เช่นเดียวกับแรงกระแทกที่น้อยกว่า

‘อับดุล ชากอร์ ซามาดี’ ชาวเมืองเฮราต กล่าวว่า แผ่นดินไหวรุนแรงอย่างน้อย 5 ครั้งเกิดขึ้นในเมืองนี้

“ทุกคนออกจากบ้านแล้ว” ซามาดีกล่าว “บ้าน สำนักงาน และร้านค้าต่างว่างเปล่า และอาจเกิดแผ่นดินไหวมากขึ้น ฉันและครอบครัวอยู่ในบ้าน ฉันรู้สึกได้ถึงแผ่นดินไหว” ครอบครัวของเขาเริ่มตะโกนและวิ่งออกไปข้างนอก กลัวที่จะกลับเข้าไปในบ้าน

องค์การอนามัยโลกในอัฟกานิสถาน ระบุว่า ได้ส่งรถพยาบาล 12 คันไปยังเซนดายาน เพื่ออพยพผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาล

“ในขณะที่ยังคงมีรายงานผู้เสียชีวิตและผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหว ทีมต่างๆ อยู่ในโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือการรักษาผู้บาดเจ็บและประเมินความต้องการเพิ่มเติม” หน่วยงานของสหประชาชาติ ระบุใน X (เดิมชื่อ Twitter) ว่า “รถพยาบาลที่ได้รับการสนับสนุนจาก WHO กำลังรับส่งผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก”

การเชื่อมต่อโทรศัพท์ขัดข้องในเมืองเฮราต ทำให้ยากต่อการรับรายละเอียดจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ วิดีโอบนโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นผู้คนหลายร้อยคนบนถนน นอกบ้านและสำนักงานในเมืองเฮราต

จังหวัดเฮราตติดกับอิหร่าน สื่อท้องถิ่นรายงานว่า รู้สึกถึงแผ่นดินไหวครั้งนี้ในจังหวัดฟาราห์และบาดกีสที่อยู่ใกล้เคียงของอัฟกานิสถาน

‘อับดุล ฆานี บาราดาร์’ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีอัฟกานิสถาน ฝ่ายเศรษฐกิจ ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยกลุ่มตอลิบาน แสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บในเมืองเฮราตและบาดกิส

กลุ่มตอลิบานเรียกร้องให้องค์กรท้องถิ่น เดินทางไปยังพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวโดยเร็วที่สุด เพื่อช่วยนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล จัดที่พักพิงให้กับคนไร้บ้าน และจัดส่งอาหารให้กับผู้รอดชีวิต พวกเขากล่าวว่า หน่วยงานความมั่นคงควรใช้ทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

“เราขอให้เพื่อนร่วมชาติที่ร่ำรวยของเรา ให้ความร่วมมือที่เป็นไปได้ และช่วยเหลือพี่น้องที่ทุกข์ทรมานของเรา” กลุ่มตอลิบานกล่าวผ่านโซเชียลมีเดีย X

‘ทาคาชิ โอคาดะ’ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำอัฟกานิสถาน แสดงความเสียใจผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า “เขารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งและเศร้าใจอย่างยิ่ง ที่ได้รับทราบข่าวแผ่นดินไหวในจังหวัดเฮราต”

ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2565 ได้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ในพื้นที่ภูเขาขรุขระทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน บ้านเรือนที่สร้างด้วยหินและอิฐโคลนพังราบเป็นหน้ากลอง แผ่นดินไหวครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 1,000 ราย และบาดเจ็บประมาณ 1,500 ราย

‘อิสราเอล’ เดือด ประกาศภาวะสงคราม หลัง ‘ฮามาส’ ยิงจรวดกว่า 5,000 ลูกถล่ม

(7 ต.ค.66) กลุ่มฮามาส ซึ่งปกครองฉนวนกาซา ปฏิบัติการยิงจรวดถล่มอิสราเอลอย่างต่อเนื่องจำนวนกว่า 5,000 ลูก ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้กองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของกลุ่มฮามาสว่าเป็นการจุดชนวนนำไปสู่การทำสงครามกับอิสราเอล 

ทั้งนี้ การยิงจรวดโจมตีอิสราเอลครั้งนี้มาจากรอบทิศทาง ส่งผลให้เบื้องต้น มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงอายุอยู่ในช่วงวัย 60 ปี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 15 คน

ขณะที่กลุ่มฮามาสปลุกระดมกลุ่มนักรบแห่งการต่อต้านในเขตเวสต์แบงก์ และพันธมิตรอาหรับให้ร่วมกันลุกฮือต่อต้านอิสราเอล โดยมีแนวโน้มว่า การสู้รบครั้งนี้อาจรุนแรงที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่อิสราเอลและกลุ่มฮามาสสู้รบกัน นับตั้งแต่อิสราเอลใช้มาตรการปิดล้อมฉนวนกาซา เมื่อปี 2550 

ชนวนเหตุของความขัดแย้งครั้งนี้ มาจากการที่อิสราเอลปิดจุดผ่านแดนในฉนวนกาซานาน 2 สัปดาห์ เมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการจลาจลของชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ และอิสราเอลยอมเปิดจุดผ่านแดนอีกครั้ง เมื่อวันที่ 28 ก.ย.

ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า มีเสียงไซเรนเตือนภัยจากการยิงจรวดดังนานหลายนาทีในภาคใต้และภาคกลางของอิสราเอลในช่วงเช้าของวันนี้ (7 ต.ค.) และประชาชนในฉนวนกาซาก็ได้ยินเสียงการยิงจรวด

ชาวบ้านในฉนวนกาซา เปิดเผยว่า พวกเขาได้ยินเสียงการปะทะกันด้วยอาวุธตามแนวรั้วกั้นระหว่างอิสราเอล ใกล้กับเมืองข่าน ยูนิสทางตอนใต้ และได้เห็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักรบติดอาวุธจำนวนมาก ขณะที่กองทัพอิสราเอลยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

หน่วยรถพยาบาลของอิสราเอลระบุว่า ทีมต่าง ๆ ได้ถูกส่งไปยังพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอล ใกล้กับฉนวนกาซา และประชาชนได้รับคำเตือนให้อยู่ภายในบ้าน แต่ยังไม่มีรายละเอียดในทันทีเกี่ยวกับการบาดเจ็บและเสียชีวิตที่อาจเกิดขึ้น

ด้านสำนักงานของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลกล่าวว่า เขาจะเข้าพบเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระดับสูงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ 

กระแส ‘ตลาดรถ NEV’ ของจีนส่งสัญญาณคึกคัก ดันยอดจำหน่ายช่วง ม.ค.-ส.ค. ปาไป 5.37 ล้านคัน

เมื่อวานนี้ (6 ต.ค.66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า งานจัดแสดงยานยนต์ในช่วงหยุดยาววันชาติจีน (29 ก.ย.-6 ต.ค.) หรือ ‘สัปดาห์ทอง’ ได้สะท้อนความนิยมยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นดาวเด่นดวงใหม่ของงานจัดแสดงยานยนต์ทั่วจีน

งานจัดแสดงยานยนต์พลังงานใหม่นานาชาติแห่งเหอเฝย ปี 2023 ในนครเหอเฝย มณฑลอันฮุยทางตะวันออกของจีน เมื่อวันที่ 29 ก.ย.-4 ต.ค. มีการจัดแสดงยานยนต์พลังงานใหม่จาก 95 แบรนด์ในประเทศและต่างประเทศมากกว่า 1,000 คัน

“หลังคำนวณราคาและปัจจัยอื่นๆ คิดว่าพร้อมซื้อรถยนต์พลังงานใหม่สักคัน จึงมาเดินงานนี้เพื่อดูรุ่นที่เหมาะสม” จางจู้ ชาวเมืองเหอเฝยที่มีรถยนต์เชื้อเพลิงน้ำมันแล้วกล่าว โดยจึงอยากซื้อรุ่นที่ราคาราว 2 แสนหยวน (ราว 1.02 ล้านบาท)

นอกเหนือจากรถยนต์ขนาดเล็กมูลค่าหลายหมื่นหยวน งานนี้ยังนำเสนอรถยนต์ที่มีคุณสมบัติครบครันมูลค่าสูงถึง 1 ล้านหยวน (ราว 5.13 ล้านบาท) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายอีกด้วย

งานนี้มีบรรดาแบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ ครอบคลุมยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่างออดี เมอร์ซิเดซ-เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู รวมถึงผู้ผลิตยานยนต์ม้ามืดจากจีนอย่างบีวายดี เชอรี และนีโอ เข้าร่วมจัดแสดงยานยนต์อย่างคึกคัก

อู๋หู่ ผู้เข้าชมงานนี้อีกคนหนึ่ง เผยว่าประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะและคุณสมบัติด้านความบันเทิงของยานยนต์พลังงานใหม่แบรนด์ภายในประเทศนั้นน่าสนใจมาก ไต้เสี่ยวฮุย พนักงานประจำบูธของเชอรี ผู้ผลิตยานยนต์ภายในประเทศ กล่าวว่ามีคำสั่งซื้อรถยนต์รุ่นต่างๆ มากกว่า 100 รายการในวันเดียว ซึ่งเท่ากับยอดจำหน่ายทั้งเดือนของร้านตัวแทนจำหน่ายระดับมาตรฐาน

เจิ้งลี่ ชาวเมืองเหอเฝยผู้เข้าชมงานนี้อีกคน เผยว่าการก่อสร้างและความครอบคลุมของสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการชาร์จไฟในปัจจุบันมีเพียงพอแล้ว ทำให้ยานยนต์พลังงานใหม่ตอบสนองความต้องการเดินทางได้เต็มที่

อนึ่ง ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศจีน ระบุว่าจีนเป็นผู้ผลิตและตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยยอดจำหน่ายยานยนต์พลังงานใหม่ของจีน ช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม รวมอยู่ที่กว่า 5.37 ล้านคัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.2 เมื่อเทียบปีต่อปี

แผนงานด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ฉบับล่าสุดของรัฐบาลจีน กำหนดเป้าหมายผลักดันยอดจำหน่ายยานยนต์พลังงานใหม่ในปีนี้แตะหลัก 9 ล้านคัน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 เมื่อเทียบปีต่อปี

‘สหรัฐฯ’ จ่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกเพิ่ม หวังสกัดกั้นผู้อพยพ อ้าง!! เป็นงบที่เหลือค้างจากนโยบายของรัฐบาล ‘โดนัลด์ ทรัมป์’

(6 ต.ค. 66) สำนักข่าวรอยเตอร์และบีบีซีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ประกาศเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ว่าจะสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโกเพิ่มอีกราว 20 กิโลเมตรในสตาร์ เคาน์ตี้ รัฐเท็กซัส เพื่อสกัดการเข้าประเทศของผู้อพยพจากเม็กซิโก ซึ่งถือเป็นการเดินหน้าในนโยบายหลักของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่สนับสนุนให้มีการสร้างกำแพงตามชายแดนที่ติดกับประเทศเม็กซิโก

หลังจากที่ประธานาธิบดีไบเดนขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ต่อจากทรัมป์ในเดือนมกราคมปี 2021 หนึ่งในสิ่งแรกที่เขาทำคือออกแถลงการณ์ให้คำมั่นว่า “ภาษีของชาวอเมริกันจะไม่ถูกนำไปใช้ในการก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนอีก” รวมถึงสั่งให้มีการตรวจสอบทรัพยากรทั้งหมดที่ถูกใช้ในการสร้างกำแพงไปแล้ว

อย่างไรก็ดี รัฐบาลสหรัฐฯ ได้กล่าวว่า การตัดสินใจที่จะสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโกเพิ่มนั้นไม่ได้หันเหไปจากแถลงการณ์ให้คำมั่นของไบเดนเมื่อปี 2021 แต่อย่างใด เพราะงบประมาณที่ถูกจัดสรรไว้ตั้งแต่สมัยรัฐบาลทรัมป์เมื่อปี 2019 จำเป็นต้องนำออกมาใช้ตอนนี้ ‘นายอเลฮานโดร มายอร์กาส’ รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ระบุว่า ไม่มีนโยบายการบริหารใหม่เกี่ยวกับกำแพงชายแดน ตั้งแต่วันแรกของการทำงาน ฝ่ายบริหารได้แสดงชัดเจนว่ากำแพงกั้นชายแดนไม่ใช่คำตอบ

มายอร์กาส กล่าวว่า โครงการก่อสร้างกำแพงชายแดนดังกล่าวได้รับการจัดสรรงบไว้แล้วในสมัยรัฐบาลของทรัมป์ และกฎหมายระบุให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณดังกล่าว ตามที่มีการประกาศเมื่อช่วงต้นปีนี้

“เราได้ขอให้สภาคองเกรสยกเลิกงบประมาณดังกล่าวหลายครั้ง แต่พวกเขายังไม่ทำเช่นนั้น เราจึงต้องดำเนินการตามที่กฎหมายระบุ และในปัจจุบันมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องสร้างเครื่องกีดขวางและถนนใกล้กับชายแดนสหรัฐฯ เพื่อป้องกันการเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย” มายอร์กาส กล่าว

ด้านอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ได้รีบออกมาประกาศชัยชนะในนโยบายสร้างกำแพงของตนเอง และเรียกร้องให้ประธานาธิบดีไบเดนออกมาขอโทษเขา และประเทศอเมริกาที่เดินหน้าในเรื่องกำแพงชายแดนล่าช้ากว่ากำหนด

ขณะที่ประเทศเม็กซิโกได้ออกมาคัดค้านแผนการสร้างกำแพงชายแดนเพิ่มของสหรัฐฯ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศ ได้มีการหารือกันในกรุงเม็กซิโก ซิตี เมืองหลวงของประเทศเม็กซิโก

โดย ‘นายอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์’ ประธานาธิบดีเม็กซิโกกล่าวประณามว่า เป็นการเดินถอยหลัง และ ‘อลิเซีย บาร์เซนา’ รัฐมนตรีต่างประเทศเม็กซิโก กล่าวคัดค้านแผนดังกล่าวเช่นกัน รวมถึงสมาชิกพรรครีพับลิกันและเดโมแครตหลายคนได้ออกมาวิจารณ์ไบเดน จากการหันมาเดินหน้าสร้างกำแพงกั้นชายแดนเพิ่ม

‘ญี่ปุ่น’ สร้าง ‘Giraffenap’ ตู้งีบหลับแบบยืนคล้ายยีราฟ ตอบโจทย์วัยทำงาน ‘พักสายตา-ร่างกาย’ จากความเหนื่อยล้า

ออฟฟิศสมัยใหม่ในหลาย ๆ ประเทศเริ่มออกแบบให้มีโซนพักผ่อนสำหรับพนักงาน ไว้ใช้แอบงีบหลับพักสายตาสั้น ๆ บริษัทหัวใสแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นจึงได้เอาไอเดียนี้มาทำเป็น ‘Sleeping Pod’ หรือตู้สำหรับนอนงีบหลับที่ไม่ธรรมดา เพราะว่าออกแบบมาให้ผู้ใช้งานต้อง ‘ยืนหลับ’ คล้ายกับวิธีการยืนหลับของยีราฟ โดยให้ชื่อผลงานนี้ว่า ยีราฟแน็ป (Giraffenap)

สำหรับ Giraffenap เป็นตู้แนวตั้ง ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนอนหลับในท่ายืนได้ ตัวตู้นี้มีขนาดพอ ๆ กับตู้โทรศัพท์สาธารณะขนาดเล็ก โดยความสูงของตู้อยู่ที่ 2.5 เมตร และกว้าง 1.2 เมตร พร้อมกับออกแบบให้ตู้นี้สามารถป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ รวมถึงยังติดตั้งตัวดับเพลิง พัดลมภายใน ไฟแอลอีดี และตะขอที่แขวนเสื้อมาให้ในตู้ด้วย

ถ้ามองจากภายนอก ตู้นอนหลับแบบยืนนี้ อาจจะดูเหมือนตู้เก็บของ ห้องน้ำหรือแม้กระทั่งห้องสำหรับใช้โทรศัพท์ แต่เมื่อเปิดออกมาจะพบว่าภายในได้ออกแบบตัวที่นั่งอย่างประณีต ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทิ้งตัวนอนในท่ายืน แบบไม่ต้องเกร็งร่างกายเพื่อรับน้ำหนักตัวเองแต่อย่างใด โดยภายในตู้ประกอบด้วยแพลตฟอร์มรองรับน้ำหนักส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทั้งโต๊ะรองแขน เก้าอี้รองก้น แท่นรองเข่า รวมถึงพนักเล็ก ๆ ด้านใต้ตู้ สำหรับรองฝ่าเท้า ทำให้เวลานอน เราจะต้องฟุบหน้าไปกับแขนที่วางอยู่บนโต๊ะ ส่วนขาก็จะอยู่ในลักษณะงอเข่า และเอียงตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย

โดยบริษัท Koyoju Plywood Corporation จากจังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ผู้ผลิตตู้นอนยีราฟนี้ กล่าวว่าบริษัทกำลังมุ่งที่จะสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถมีที่สำหรับงีบหลับได้อย่างง่ายดาย และมองว่าผลงานนี้ จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยพัฒนาทั้งในแง่ของธุรกิจของบริษัทและสุขภาพของคนทำงานไปพร้อมกัน เนื่องจากบริษัทมองว่าถ้าคนเราได้งีบหลับ ก็จะเหมือนกับได้ฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า ไม่ต้องทนกับอาการง่วงนอนในเวลาทำงาน และตื่นมามีแรงเพื่อที่จะลุยงานต่อไปได้ ซึ่งจะเป็นผลดีทั้งกับบริษัทและตัวพนักงานเอง

แต่สำหรับใครที่อยากจะใช้ตู้นี้ มีข้อจำกัดนิดคือจะต้องสูงไม่เกิน 198 เซนติเมตร หรือมีน้ำหนักไม่เกิน 100 กิโลกรัม เพราะถ้าสูงเกินหรือน้ำหนักตัวมากไป ก็อาจจะไม่พอดีกับตู้ได้ ส่วนราคาวางจำหน่ายตู้นอนแบบยืนนี้ อยู่ที่ตู้ละประมาณ 3,000,000 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยที่ 740,000 บาท

‘คามิกาวะ โยโกะ’ รมว.กต.ญี่ปุ่นคนใหม่ เตรียมเยือนไทย 12-13 ต.ค.นี้ จ่อหารือด้านความร่วมมือ-แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างประเทศทุกมิติ

(6 ต.ค. 66) ‘กระทรวงการต่างประเทศ’ ประกาศการเยือนไทยของ ‘นางคามิกาวะ โยโกะ’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นว่า นางโยโกะมีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 12-13 ตุลาคมนี้

โดยในโอกาสนี้ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและกรอบพหุภาคี และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและระหว่างประเทศที่อยู่ในความสนใจร่วมกัน

การเยือนครั้งนี้ นับเป็นการเดินทางเยือนประเทศไทยครั้งแรกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น หลังจากเข้ารับตำแหน่งใหม่

‘ยูเครน’ เละ!! หลังเปิดฉากทำสงครามกับ ‘รัสเซีย’ โครงสร้างพื้นฐานเสียหายกว่า 1.51 แสนล้านดอลลาร์ฯ

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 66 สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์-ยูเครน อ้างอิงผลการศึกษาล่าสุดจากสถาบันเคียฟ สคูล ออฟ อีโคนิมิกส์ (Kyiv School of Economics) เผยว่าความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนซึ่งกำลังดำเนินอยู่ได้สร้างความเสียหายทางตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานของยูเครน คิดเป็นมูลค่า 1.51 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.59 ล้านล้านบาท) เมื่อนับถึงสิ้นเดือนกันยายน 2023

การศึกษาพบว่าภาคส่วนที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบมากที่สุดจากความขัดแย้งครั้งนี้ โดยมีบ้านส่วนบุคคล อาคารอะพาร์ตเมนต์ และหอพักประมาณ 167,200 หลังถูกทำลายหรือเสียหายจากสงคราม

นับตั้งแต่เริ่มมีการเผชิญหน้า สนามบินและสนามบินพลเรือน 18 แห่ง รวมถึงสะพานและสะพานลอย 344 แห่งในยูเครนได้รับความเสียหาย ขณะกลุ่มสถานประกอบการขนาดใหญ่และขนาดกลางอย่างน้อย 426 แห่งได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน

‘โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ’ ปล่อยน้ำบำบัดชุดที่ 2 ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกวันนี้ ยัน!! น้ำที่ปล่อยอยู่ในระดับปลอดภัย วอน ตปท.เลิกแบนปลาทะเลญี่ปุ่น

(5 ต.ค. 66) ‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ’ ของญี่ปุ่น ทำการปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี ที่ผ่านการบำบัดแล้วลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกรอบ 2 ในวันนี้

โดย ‘เทปโก’ บริษัทซึ่งเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะระ คาดว่าจะมีการปล่อยน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วในรอบ 2 นี้ราว 7,800 ตัน จากปริมาณน้ำที่ผ่านการบำบัดทั้งหมด 1.34 ล้านตัน นับตั้งแต่สึนามิพัดถล่มญี่ปุ่นในปี 2011 หลังจากที่ได้ปล่อยน้ำผ่านการบำบัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งสร้างกระแสต่อต้านอย่างหนักในประเทศเพื่อนบ้าน

เทปโกยืนยันว่า น้ำเสียดังกล่าวผ่านการกรองสารประกอบกัมมันตภาพรังสีทั้งหมดออกแล้ว เหลือเพียงทริเทรียม ซึ่งเป็นไอโซโทปที่อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

‘ฮิโรคาสุ มัตสึโนะ’ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าการปล่อยน้ำในครั้งแรกเป็นไปตามแผนการที่วางไว้ และเกิดขึ้นอย่างปลอดภัย โดยไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

มัตสึโนะยืนยันว่า รัฐบาลจะยังคงให้ข้อมูลอย่างโปร่งใสต่อไป ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมกับเรียกร้องให้จีนยกเลิกการห้ามการนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่นทันที และดำเนินการต่างๆ บนพื้นฐานเหตุผลทางวิทยาศาสตร์

สุดช็อก!! เหตุกลั่นแกล้งในโรงเรียนที่ ‘ญี่ปุ่น’ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เผย ปี 2022 พบเด็กขาดเรียน-ถูกแกล้ง-ใช้ความรุนแรงกว่า 6 แสนเคส

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 66 สำนักข่าวซินหัว, โตเกียว รายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่น รายงานว่ากรณีกลั่นแกล้งอันเป็นที่รับรู้ในโรงเรียนของญี่ปุ่น พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์กว่า 680,000 กรณีในปีการศึกษา 2022

ผลสำรวจจากกระทรวงฯ พบว่ากรณีกลั่นแกล้งอันเป็นที่รับรู้ในโรงเรียนประถม มัธยมต้น และมัธยมปลายของญี่ปุ่นในปีการศึกษา 2022 ซึ่งสิ้นสุดเดือนมีนาคม รวมอยู่ที่ 681,948 กรณี เพิ่มขึ้นจากปีการศึกษาก่อนหน้ามากกว่า 60,000 กรณี และเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 10

กรณีกลั่นแกล้งอันเป็นที่รับรู้ในโรงเรียนของญี่ปุ่นในปีการศึกษา 2022 แบ่งเป็นโรงเรียนประถม 551,944 กรณี โรงเรียนมัธยมต้น 111,404 กรณี โรงเรียนมัธยมปลาย 15,568 กรณี และโรงเรียนการศึกษาพิเศษ 3,032 กรณี

ทั้งนี้ มีกรณีกลั่นแกล้งอันเป็นที่รับรู้ในโรงเรียนของญี่ปุ่นที่ถูกพิจารณาเป็นกรณี ‘ร้ายแรง’ เนื่องด้วยเด็กที่ถูกกลั่นแกล้งฆ่าตัวตายหรือไม่มาเรียนทั้งหมด 923 กรณี

ผลสำรวจยังพบโรงเรียนในญี่ปุ่น 29,842 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 82.1 เผยว่ามีการรับรู้ถึงกรณีกลั่นแกล้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีการศึกษาก่อนหน้า ขณะจำนวนพฤติกรรมใช้ความรุนแรงและการไม่เข้าเรียนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ด้วย

สำหรับปีการศึกษา 2022 ญี่ปุ่นมีเด็กขาดเรียนเป็นเวลา 30 วันขึ้นไป เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 10 อยู่ที่ 299,048 คน ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และเพิ่มขึ้นกว่า 54,000 คน หรือร้อยละ 22 จากปีการศึกษาก่อนหน้า

‘3 นักวิทย์’ ผู้ค้นพบ ‘ควอนตัมดอท’ วัสดุแห่งอนาคต ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี ประจำปี 2023

เมื่อวานนี้ (4 ต.ค. 66) Royal Swedish Academy of Sciences ได้ตัดสินให้รางวัลโนเบลสาขาเคมี ประจำปี 2023 ตกเป็นของ Moungi G. Bawendi, Louis E. Brus และ Alexei I. Ekimov จากผลงาน ‘การค้นพบและการสังเคราะห์ควอนตัมดอท’

ควอนตัมดอท (Quantum dots) เป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กมากในระดับนาโนเมตร (10^-9 m) ซึ่งมีคุณสมบัติที่น่าทึ่งและน่าสนใจมากมาย โดยขนาดที่แตกต่างกันจะเป็นตัวกำหนดคุณสมบัติของพวกมัน ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดคือ ควอนตัมดอทจะมีสีที่แตกต่างกันขึ้นกับขนาดของตัวมันเอง

ควอนตัมดอทมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาทางด้านนาโนเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันมีการนำไปประยุกต์ใช้อย่างหลากหลาย เช่น เทคโนโลยีการแสดงผล (display technology) ทั้งในคอมพิวเตอร์และโทรทัศน์ การพิมพ์ภาพทางชีวภาพ (bioimaging) เพื่อระบุตำแหน่งและติดตามเซลล์รวมถึงสารชีวโมเลกุลภายในร่างกาย เซ็นเซอร์ทางชีวภาพ (biological sensors) ตัวนำสารเคมีเพื่อไปรักษาเฉพาะจุด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ควอนตัมดอทเป็นแหล่งกำเนิดโฟตอนเดี่ยวสำหรับการทดลองทางควอนตัม ฯลฯ

ความสำเร็จของผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีทั้ง 3 ท่านในครั้งนี้ นับเป็นแรงกระเพื่อมที่สำคัญให้เกิดการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมดอท โดยนักวิจัยต่างเชื่อว่าวัสดุแห่งอนาคตชนิดนี้จะนำประโยชน์มหาศาลมาสู่มวลมนุษยชาติอย่างแน่นอน

‘บังกลาเทศ’ เจอ ‘ไข้เลือดออก’ เชื้อเด็งกีระบาดหนัก คร่าชีวิตไปกว่า 1,000 ศพ สูงสุดเป็นประวัติการณ์

(5 ต.ค. 66) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขของบังกลาเทศเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกจำนวน 11 รายเมื่อวานนี้ ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตตั้งแต่ต้นปีนี้อยู่ที่ 1,017 ราย ขณะที่มีผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลในช่วงเวลาเดียวกันเพิ่มขึ้นอีก 2,564 ราย

จำนวนผู้เสียชีวิตในปีนี้สูงกว่าเกือบ 4 เท่าของปีที่แล้ว ซึ่งมีจำนวน 281 ราย และทำให้ปีนี้เป็นปีที่บังกลาเทศได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากไข้เลือดออกนับตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดในปี 2543

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขบังกลาเทศ กล่าวว่า การระบาดระลอกล่าสุดเล่นงานพวกเขาโดยไม่ทันตั้งตัว มีสาเหตุจากเชื้อเด็งกีสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งหมอหลายคนระบุว่า อาการของผู้ป่วยไข้เลือดออกในช่วงไม่นานมานี้ทรุดลงเร็วกว่าเมื่อเทียบกับ 2 ปีที่ผ่านมา โดยทั้ง 64 เขตทั่วประเทศตรวจพบผู้ติดเชื้อเด็งกีครบทั้งหมดแล้ว

ขณะเดียวกันผู้ป่วยจำนวนมากกำลังล้นทะลักโรงพยาบาล เช่น ในกรุงธากามีผู้ติดเชื้อเด็งกีหลายร้อยคนกำลังรอรับการรักษา ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนสารละลายสำหรับให้ทางหลอดเลือดดำ ซึ่งสำคัญมากต่อการรักษาผู้ป่วยเด็งกีที่มักเกิดอาการขาดน้ำ

‘ปากีสถาน’ ไล่ตะเพิด ‘ชาวอัฟกัน’ ลี้ภัยผิดกฎหมาย 1.7 ล้านคน เหตุไม่พอใจกลุ่มติดอาวุธ จี้!! ออกนอกประเทศภายใน 1 พ.ย.นี้

รัฐบาลปากีสถานประกาศเส้นตายให้ผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานที่เข้ามาอยู่ในประเทศปากีสถานอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งคาดว่ามีมากถึงราว 1.7 ล้านคนนั้น ให้ออกจากประเทศไปในเดือนพฤศจิกายนนี้ หลังจากปากีสถานมีความไม่พอใจที่กลุ่มติดอาวุธเข้ามาก่อเหตุโจมตีรุนแรงตามแนวชายแดนปากีสถานติดกับอัฟกานิสถานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปากีสถานโทษว่าเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่รัฐบาลทาลิบัน ผู้ปกครองอัฟกานิสถานปฏิเสธ

นายซาร์ฟราซ บักติ รัฐมนตรีมหาดไทยของปากีสถาน ประกาศมาตรการข้างต้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมว่า ผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานราว 1.7 ล้านคน ที่อยู่ในปากีสถานอย่างผิดกฎหมาย จะมีเวลาถึงวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ในการเดินทางออกนอกประเทศไปโดยสมัครใจหรือไม่จะถูกเนรเทศออกไป แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นไปอย่างไร

นอกจากนี้ เขายังประกาศตั้งคณะทำงานที่มุ่งพิสูจน์และยึดธุรกิจและทรัพย์สินของชาวอัฟกานิสถานที่ลี้ภัยอยู่ในปากีสถานอย่างผิดกฎหมาย พร้อมประกาศว่าจะดำเนินมาตรการเข้มงวดมากขึ้นกับชาวอัฟกานิสถานที่จะเดินทางเข้ามาในปากีสถาน ที่จะต้องเป็นนักเดินทางที่มีวีซ่าและหนังสือเดินทางเท่านั้นถึงได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศได้

ในการประกาศมาตรการกวาดล้างผู้อพยพลี้ภัยในประเทศอย่างผิดกฎหมาย รัฐมนตรีมหาดไทยของปากีสถาน ไม่ได้กล่าวถึงเหตุโจมตีรุนแรงที่เกิดขึ้นในปากีสถานโดยตรง ที่สร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลและนำมาสู่การดำเนินการในครั้งนี้ เพียงแต่กล่าวมามีเหตุระเบิดฆ่าตัวตายเกิดขึ้นตามแนวชายแดนปากีสถานแล้วถึง 24 ครั้งนับตั้งแต่ต้นปีนี้ ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่งเขากล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธที่ปฏิบัติการจากอัฟกานิสถาน

ขณะที่เมื่อสัปดาห์ก่อนเพิ่งเกิดเหตุระเบิดโจมตีมัสยิดในเมืองมัสตัง ในจังหวัดบาโลชิสถานของปากีสถาน ติดชายแดนอัฟกานิสถาน เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 ราย โดยจังหวัดดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มักเกิดเหตุโจมตีโดยกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่ม รวมถึง กลุ่มเตห์รีค-อี ตาลีบัน ปากีสถาน (ทีทีพี) หรือ กลุ่มทาลิบันปากีสถาน และกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส (บีบีซี)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top