Saturday, 6 June 2026
WEEKEND NEWS

'ดี้ นิติพงษ์' แต่งเพลงถวาย ในหลวง รัชกาลที่ 10 เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 70 พรรษา

'ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค' นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก 'Nitipong Honark' ถึงแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ไว้ว่า...

วันนั้น 1 พฤศจิกายน 2563 ที่วัดพระแก้ว ดีใจนัก ได้เข้าเฝ้าในหลวง ราชินี พระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์ 

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงนั่งยองกับพื้นถนน ลงมารับสั่งกับฉันว่า

“พี่ดี้…เมื่อไหร่จะแต่งเพลงให้พ่อมั่ง…”

ฉันก็ตื่นตระหนก หน้าพระพักตร์ ยกมือไหว้ยังไม่ทัน ได้แต่...

“พระเจ้าค่ะ รับด้วยเกล้า…”

ณ เพลานี้…เสร็จแล้วพระเจ้าค่ะ

พร้อมจะแพร่มิวสิควิดีโอในทุกช่องทาง วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม 2565 เวลา 09.00 น.

ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาฯ

#เดือนมหามงคล

#วันเฉลิมพระชนมพรรษา

#๒๘กรกฎาคม

#๗๐พรรษา

อดีตบิ๊กศรภ. ชี้!! ถ้ายังมี 'โทนี่' ก็ต้องมี 'นายกตู่' ต่อไป เพื่อไทยไม่มีทางได้แลนด์สไลด์ เพราะ 'อุ๊งอิ๊ง' แน่นอน

10 ก.ค. 65 -​ พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้

ตราบใดยังมี 'โทนี่' ตราบนั้น 'ตู่' ก็ยังเป็นนายกฯ ต่อไป

ภาพการเมืองไทยในปัจจุบัน มองดูแล้วก็ขาดความตื่นเต้นเร้าใจครับ ทุกอย่างแทบไม่มีทางเป็นไปแบบที่สื่อมวลชนส่วนหนึ่งเห็นว่าจะมีเหตุรุนแรงถึงขั้น นายกต้องหลุดจากตำแหน่ง และยังมองข้ามไปอีกว่าจะเกิดแลนด์สไลด์ขึ้นจาก 'อุ๊งอิ๊ง' อีกด้วย

การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ลุงตู่ลอยลำ แม้คะแนนจะไม่มาที่ 1 แพ้ลุงป้อม หรือคุณอนุทิน นิดหน่อยก็เป็นเรื่องตามปกติ ของพวกมีเส้นสาย และจะมี รมต.บางคน ที่คะแนนตกต่ำลง ไปบ้างก็ไม่เป็นไร สบายๆ ครับ

'พรรคกล้า' เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคใต้ครบ 14 จว. 'กรณ์' ย้ำ!! อยู่ข้างประชาชน พร้อมแก้ไขปัญหาปากท้อง

พรรคกล้า ปูพรมภาคใต้ครบ 14 จังหวัด เปิดตัว 'ธนากร บุญสนิท' นักธุรกิจชื่อดังว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง 'กรณ์' ลั่นไม่อยู่ข้างใคร มาเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ชาวบ้านแห่ขอบคุณกระตุกราคาน้ำมัน

วานนี้ (9 กรกฎาคม 2565) พรรคกล้า นำโดยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรค ผศ.ดร.เอราวัณ ทับพลี ผู้อำนวยการพรรค นายเจษฎา ช่วยชูหนู กรรมการบริหารพรรค และว่าที่ผู้สมัครพรรคกล้าจากหลายจังหวัดภาคใต้ ร่วมเปิดตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดพัทลุง 

นายกรณ์ กล่าวว่า วันนี้พรรคกล้าได้เปิดตัวแทนภาคใต้ครบทั้ง 14 จังหวัดแล้ว ณ วันนี้ถือว่าเราพร้อมส่งผู้สมัครทุกจังหวัดทั่วภาคใต้ ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันได้ว่า เราจะมีผู้สมัครคุณภาพทุกจังหวัดในภาคใต้อย่างแน่นอน วันนี้การทำงานของพรรคกล้า ชัดเจนแล้วว่า ไม่อิงผลประโยชน์เพื่อสู้กับนักการเมืองฝั่งไหน เพราะเราไม่อยู่ข้างใคร แต่เราอยู่ข้างความทุกข์ร้อนของประชาชน หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคกล้าต่อสู้เรื่องการลดราคาน้ำมัน โดยยึดหลักของข้อเท็จจริงและผลประโยชน์ของประชาชน โดยไม่ได้ติดวังวนความขัดแย้งทางการเมือง แต่เน้นการแก้ปมปัญหาปากท้องของประชาชน

'​​​สุริยะ' ดันแผนพัฒนาอุตฯ กัญชง ยกระดับสู่พืชเศรษฐกิจใหม่ ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางพืชกัญชงเชิงอุตฯ แห่งอาเซียนภายใน 5 ปี

กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) ผลักดันแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมพืชกัญชงสู่เชิงพาณิชย์ มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปพืชกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้และการจ้างงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมตอบสนองนโยบายเศรษฐกิจ BCG เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน เผยตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพืชกัญชงเชิงอุตสาหกรรมแห่งอาเซียน (Industrial Hemp Hub of ASEAN) ภายใน 5 ปี สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 25,000 ล้านบาท และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20,000 บาทต่อไร่

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมกัญชงในตลาดโลกมีแนวโน้มการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในนานาประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ออสเตรเลีย, สหภาพยุโรป, จีน รวมถึงญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ หลังจากเริ่มผ่อนคลายกฎหมายเพื่อเปิดโอกาสให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชงเพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น โดยคาดว่ามูลค่าตลาดอุตสาหกรรมทั่วโลกในปี 2565 อยู่ที่ประมาณ 1.42 แสนล้านบาท มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ร้อยละ 22.4 ต่อปี และคาดว่าภายในปี 2570 จะมีมูลค่าประมาณ 5.58 แสนล้านบาท 

ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้ผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมพืชกัญชงสู่เชิงพาณิชย์และมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) จัดทำแผนปฏิบัติการ ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมพืชกัญชงสู่เชิงพาณิชย์ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจไทย ตลอดจนสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ก่อให้เกิดการจ้างงานตลอดห่วงโซ่อุปทานกัญชง ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก พร้อมตอบสนองนโยบายเศรษฐกิจ BCG ที่เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพืชกัญชงเชิงอุตสาหกรรมแห่งอาเซียน (Industrial Hemp Hub of ASEAN) ภายใน 5 ปี สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 25,000 ล้านบาท และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20,000 บาทต่อไร่

'ไพศาล' ฟัน!! สูตรหาร 500 หยุด พท. แลนด์สไลด์ไม่ได้ ชี้!! 'ฉ้อราษฎร์ - หลอกปชช.' จะเป็นตัวช่วยให้ชนะขาดลอย

10 มิ.ย. 2565 – นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วย รองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊ก paisal puechmongkol ระบุว่า

ระบบ 500 หยุดเพื่อไทยแลนด์สไลด์ไม่ได้

ตราบใดที่รัฐราชการยังเต็มไปด้วยการโกงชาติฉ้อราษฎร์บังหลวง หลอกลวงประชาชน และล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและปัญหาปากท้องของประชาชนจะเป็นตัวช่วยอย่างยอดเยี่ยมให้แก่ชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย!!!!

ไม่ว่าจะเสกเป่าด้วยวิธีไสยศาสตร์ทางกฎหมาย ให้การเลือกตั้งใช้บัตรกี่ใบ หรือใช้ 500 หารก็ไม่มีทางพลิกสถานการณ์เพื่อไทยแลนด์สไลด์ได้

คำเตือนของท่านอดีตนายกอภิสิทธิ์ ควรจะปลุกผู้หลงมัวเมาและผู้ที่เป็นกาฝากแห่งผลประโยชน์กับผู้มีอำนาจให้ตื่นได้แล้ว พฤติกรรมในการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไปแล้ว!!!! ประชาชนจะไม่สนใจว่า ผู้สมัคร ส.ส. เขต หรือบัญชีรายชื่อ จะเป็นใคร

แต่ประชาชนจะกาบัตรเลือกตั้งเพื่อให้ได้นายกรัฐมนตรีที่ต้องการ และเพื่อทำให้คนที่ไม่ต้องการไม่ให้เป็นนายกรัฐมนตรี

'เพื่อไทย-เชียงใหม่' เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร 10 คนใน 11 เขตและลำพูนอีก 2 เขตเลือกตั้ง ประกาศความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ส.ส.

(9 ก.ค.65) ที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ เขต 1 ถ.ลอยเคราะห์ อ.เมืองเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยนำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต 5 อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย,นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและส.ส.เชียงใหม่เขต 6 และนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่เขต 3 ในฐานะรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยได้ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัว ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน พรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งส.ส.ที่จะมีขึ้นในครั้งต่อไป

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้ประกาศตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือตอนบนไปแล้วจำนวน 31 ที่นั่ง โดยได้ทำการคัดเลือกกลั่นกรองแล้ว 30 ที่นั่งซึ่งยังมีบางส่วนที่ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา โดยการเลือกตั้งส.ส.ในครั้งต่อไป พรรคเพื่อไทยจะส่งผู้สมัครลงให้ครบทั้ง 400 เขต

สำหรับพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเป็นภาคแรกที่จุดประกายในการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ซึ่งวันนี้เป็นการเปิดตัวของจังหวัดเชียงใหม่โดยมีผู้ที่จะลงสมัครครบตามที่ กกต.กำหนดแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ซึ่งเชียงใหม่จะมีส.ส.ได้ 11 ที่นั่ง และพรรคเพื่อไทยได้กำหนดตัวผู้ที่จะลงสมัครของเชียงใหม่แล้ว 10 ที่นั่ง อีก 1 ที่นั่งกำลังกลั่นกรองเนื่องจากมีผู้สมัครเข้ามาหลายคน และของจังหวัดลำพูนอีก 2 ที่นั่ง

“พรรคเพื่อไทยพิจารณาหลายขั้นตอน ดูทั้งการปฏิบัติตัวของผู้สมัครด้วย ซึ่งเราก็มั่นใจว่าจะไดรับการสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่เพื่อสู่เป้าหมายที่ประกาศไว้ คือแลนด์สไลด์ ชนะถล่มทลาย ทุกสิ่งที่เพื่อไทยประกาศไว้จะต้องเกิดขึ้นจริง และเพื่อไทยเองไม่มีปัญหาไม่ว่าจะคำนวณสูตร 500 หรือ 100 หาร เพื่อไทยยอมรับได้แต่ก็จะต้องพิจารณาอีกครั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญ” นายสมพงษ์ กล่าว

ด้านนายวิทยา ทรงคำ ส.ส.เชียงใหม่เขต 4 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับรายชื่อ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เชียงใหม่มีทั้งหน้าเก่าและคนรุ่นใหม่ โดย เขต 1 นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่, เขต 2 นายณัฎฐ์พัฒน์ รัฐไผท, เขต 3 น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์, เขต 4 นายวิทยา ทรงคำ, เขต 5 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, เขต 6 นายบรรจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ เลขานุการส่วนตัว นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, เขต 7 นายนิธิกร วุฒินันชัย, เขต 8 นายสุรพล เกียรติไชยากร,เขต 9 น.ส.ศรีโสภา โกฎคำลือ, เขต 10 นายโกวิทย์ พิริยะอนันต์ อดีต ส.อบจ.เชียงใหม่ เขตอ.เมือง ซึ่งจะลงในเขตเลือกตั้ง อ.เมืองและสารภี ส่วนเขต 11 ยังรอการพิจารณา ประกาศรายชื่อ อีก 1 เขต ผู้สมัครจังหวัดลำพูน คือนายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูนเขต 1 และนายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูนเขต 2

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ในส่วนของจังหวัดอื่นๆ ซึ่งกระบวนการคัดสรรผู้สมัครที่มีคนประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งมากกว่า 1 คนใน 1 เขตเลือกตั้งนั้นได้ผ่านการกลั่นกรองพอควร

พรรคเพื่อไทยมีความมั่นใจเต็ม 100 โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเพราะเราอยู่กันแบบครอบครัวและได้รับความเอ็นดูจากพี่น้องประชาชน และมั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้านี้จะได้รับการเลือกตั้งแบบยกจังหวัดอีกครั้ง ซึ่งวันนี้กระแสตอบรับและการแข่งขันจะรุนแรงของฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายสืบทอดอำนาจเผด็จการ แต่เพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองหลักที่ต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามมาโดยตลอด ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ทำพรรคให้ทันสมัยมากขึ้น มีการปรับโครงสร้างรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม 

โดยผู้สมัครส.ส.ของพรรคจะเป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้น แต่คนเก่าก็ยังเป็นส่วนสำคัญเพื่อให้เกิดดุลยภาค จึงมีทั้งว่าที่ผู้สมัครหน้าเก่าและหน้าใหม่ โดยหน้าใหม่ก็จะเป็นทายาทที่ทำงานการเมืองกับรุ่นพ่อมาตลอด ส่วนเรื่องบัตรเลือกตั้งแม้พรรคเพื่อไทยจะต่อสู้ให้มีการเลือกตั้งแบบบัตรเดียว เบอร์เดียวแต่ก็พ่ายเสียงของรัฐสภาที่ส.ว.ซึ่งสนับสนุนให้เลือกแบบ 2 ใบ แม้จะทำให้ประชาชนสับสนแต่สำหรับเพื่อไทยไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาแต่อย่างใดมั่นใจว่าเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง เพราะผู้สมัครทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ก็ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้พรรคเพื่อไทย ได้เปิดตัวส.ส.ภาคเหนือบน ไปแล้ว ที่พรรคเพื่อไทย วันนี้เราต้องการแสดงความพร้อมว่าของภาคเหนือบนของเรา มีความพร้อมอย่างยิ่งเรามีการทำงานในส่วนของนโยบายเฉพาะพื้นที่ เฉพาะจังหวัด เฉพาะเขตอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในส่วนของภาคอื่นๆ ที่กำลังจะตามมา

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ ที่ 10 กรกฎาคม 2565 : หลวงปู่ชา สุภทฺโท

เขานินทาต้องหยุดนิ่ง 
พิจารณาดูว่าเขาว่าอะไรกัน
ถ้าไม่เป็นจริงก็แล้วไป
ถ้าเป็นจริงอย่างเขาว่า 
ก็แก้ไขตัวเราเสีย
ก็หมดเรื่อง เท่านั้นเอง

หลวงปู่ชา สุภทฺโท
 

วิเคราะห์ดวง 'อาเบะ' ดื้อ - ซื่อตรง - เด็ดขาด กล้าตัดสินใจ ไม่ยอมเสียเปรียบ

เป็นเรื่องที่น่าตระหนกตกอกตกใจกับการถูกลอบยิงจนเป็นเหตุให้ นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น คนที่ 57 ที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวถึง 2 สมัย ซึ่งนับว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่ผ่านมา

ทั้งนี้ Fengshui Biz Designer จึงขออนุญาตร่วมไว้อาลัยด้วยการวิเคราะห์รูปดวงเชิงวิชาการ ยกไว้เป็นดวงครู เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้ที่สนใจในโหราศาสตร์จีนโบราณ ด้วยหลักวิชา “สี่เสาแห่งโชคชะตา” หรือ 八字四柱 (โป๊ยหยี่ซี๊เถียว)

ลักษณะโครงสร้าง ”สี่เสาแห่งโชคชะตา” หรือ 八字四柱 (โป๊ยหยี่ซี๊เถียว) เป็นคนธาตุทองเพศหยาง ตัวอักษร (แก) เปรียบเสมือนทองแท่งหรือทองแข็ง หรือมีลักษณะคล้ายคมมีดโลหะที่แข็งแกร่ง มีลักษณะอุปนิสัย ดื้อ ซื่อตรง เด็ดขาด เปิดเผย ชอบเอาชนะ ชอบอยู่แนวหน้า อารมณ์หงุดหงิดง่าย แต่เป็นคนกล้าตัดสินใจ ขาดความผ่อนปรน ไม่ยอมเสียเปรียบ พูดจาขวานผ่าซาก

ดิถีวันเป็นธาตุทอง (แก) ที่นั่งอยู่บนมะโรง (ซิ้ง) มีดาว 日德 (ยิกเต็ก) และดาว 魁罡(ควยกัง) กำกับอยู่ จึงเป็นคนมีวาสนาบุญหนักศักดิ์ใหญ่ มากด้วยอำนาจและบารมี มีความเด็ดขาด แข็งแกร่ง เด่นชัดด้านฝีมือและด้านบริหารวิชาการ สติปัญญาดี ฉลาด ปราดเปรื่อง

เกิดปีมะเมียไม้ “甲午 (กะโง้ว) เดือนระกาน้ำ 癸酉(กุ้ยอิ้ว) วันมะโรงทอง 庚辰(แกซิ้ง) เสาวัยจรเสวยอายุตั้งแต่ 67 ถึง 76 ปี ถนนชีวิตเดินในตำแหน่งเสามะโรงทอง 庚辰(แกซิ้ง) เช่นกัน ทั้งเหมือนทั้งเป็นตัวเดียวกันกับราศีบนและราศีล่างของเสาวัน เข้ากฏตามตำราโหราศาสตร์จีนว่า 伏吟” (หกหงิ้ม) โดยมีดาวร้าย 寡宿” (กัวซิ่ว) และดาวร้าย 刑” (เฮ้ง) กระหน่ำซ้ำเติมเป็นคราวเคราะห์ที่มีผลกระทบต่อชะตาชีวิตในช่วง 10 ปีนี้ไม่น้อยเลย

‘ก้าวไกล’ แจงละเอียดปม 'เล่นบทสองหน้า' ฉะ ‘เพื่อไทย’ ทำศรัทธาปชช.ต่อก้าวไกลวูบ

(9 ..65) นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส..บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานวิป พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความชี้แจงกรณีที่ประชุมรัฐสภา มีมติใช้สูตรหาร 500 คำนวณจำนวนส..บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง โดยมีรายละเอียดดังนี้…

ข้อเท็จจริง จากการประชุมวิปร่วมฝ่ายค้าน

ในการประชุมวิปของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ของเช้าวันอังคารที่ 5 กรกฎาคม เวลา10.00 น ณ ห้อง M1 หลังบัลลังก์ อาคารรัฐสภาโดยมีประธานวิปสุทิน คลังแสง เป็นประธานที่ประชุม และคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว เข้าร่วม รวมถึงตัวแทนจากพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค

เลขาธิการพรรคก้าวไกล ชัยธวัช ตุลาธน ผม และส.. ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ได้ยืนยันจุดยืนของพรรคก้าวไกลอย่างชัดเจนในที่ประชุม ว่าเราเห็นด้วยกับ สูตรหาร 100 ในแบบที่ ส..ปกรณ์วุฒิได้สงวนคำแปรญัตติ เพื่อให้แก้ไขปัญหา ส.. ปัดเศษที่เคยเกิดขึ้นในอดีต โดย ส..ปกรณ์วุฒิ ยังได้อธิบายในรายละเอียดของคำแปรญัตติ และวิธีการคำณวนให้ที่ประชุมได้รับทราบอีกด้วย

จึงเป็นที่มาที่พรรคก้าวไกล จะไม่ลงมติ “เห็นด้วย” กับร่างของกรรมาธิการที่ไม่มีการแก้ไข เพราะเป็นสูตรหาร 100 ที่ไม่ได้แก้ปัญหา ส.. ปัดเศษ

ซึ่งในที่ประชุม ผมยืนยันได้ว่า อย่างน้อย 2 ท่าน ที่รับทราบเจตนานี้เป็นอย่างดี ก็คือ คุณหมอชลน่าน และประธานวิปสุทิน เพราะเรายังถกกันต่อเนื่อง ว่า หากก้าวไกลยืนยันแบบนี้…

- การลงมติ ในคำถามที่ 1 และ 2 จะเป็นอย่างไร

- จะทำให้สูตรหาร 100 แพ้หรือไม่ เพราะเสียงของก้าวไกลจะไปรวมกับกลุ่มที่เอาสูตรหาร 500 ในคำถามแรก

ผมเองยังแสดงความเห็นว่า หากเรารวบรวมเสียงได้มากพอ ยังไงเราก็จะชนะในคำถามที่สองอยู่แล้ว ไม่น่าห่วง

(แต่หากเราชนะในคำถามที่หนึ่ง ก็จะได้สูตรหาร100 ที่ขาดความสมบูรณ์ ซึ่งต้องเรียนว่า พรรคก้าวไกล มีการหารือในที่ประชุม ส.. อย่างรอบคอบ ว่าเห็นด้วยให้ ส.. ปกรณ์วุฒิถอนคำแปรญัตติหรือไม่ แต่ที่ประชุมเห็นว่า สูตรหาร 100 แบบที่ ส..ปกรณ์วุฒิเสนอ จะสะท้อนเสียงของประชาชนได้อย่างแท้จริง เพราะแก้ไขปัญหา ส..ปัดเศษได้)

คุณหมอชลน่านยังได้เสนอให้ ส.. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้เสนอต่อประธานในที่ประชุม ขอให้ตั้งคำถามแรก ในลักษณะที่ให้ ที่ประชุมจะเลือกอะไร ระหว่างหาร 500 กับ หาร 100 ไปเลย เพื่อให้ก้าวไกลสามารถมาโหวตร่วมกับเพื่อไทยตั้งแต่คำถามแรก อีกด้วย

นอกจากนั้น ในรายงานการประชุมวิป จะเห็นได้ว่า ไม่มีการบันทึกว่า มติของพรรคร่วมฝ่ายค้านในการลงมติประเด็นนี้คืออะไร เพราะหาข้อสรุปร่วมกันทุกพรรคไม่ได้

ผมเห็นว่า…

- การรายงานข่าวของสำนักข่าวต่างๆ ทั้งที่อ้างอิงและไม่อ้างอิง คนของพรรคเพื่อไทย มีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงเป็นอย่างมาก

- การแสดงความเห็นของ พี่น้องประชาชน และ นักการเมือง ที่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม ก็มีความเข้าใจผิด

- แต่หากเป็นผู้ที่เข้าร่วมการประชุมวิป ผมไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่า เข้าใจผิด หรือ จงใจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด??

ผมรู้สึกผิดหวังกับการตัดสินใจของเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภา ที่เป็นการแก้ไขวิธีการคำณวนเพียงเพื่อเป็นนั่งร้านให้กับพลเอกประยุทธ์ในการสืบทอดอำนาจ หรือ เพื่อประโยชน์ส่วนตนมากกว่าหลักการที่ถูกต้อง

และผมจะเสียใจเป็นอย่างมาก หากสูตรหาร 100 จะไม่ผ่านสภา เพราะเสียงของ ส.. พรรคก้าวไกล และคงจะเข้าใจความรู้สึกของพรรคเพื่อไทย หากแพ้โหวตเพราะก้าวไกล

แต่จากผลการลงมติ ในคำถามที่สอง เราเห็นได้ชัดว่า เพื่อไทย / ก้าวไกล และเสียงของกลุ่มที่เห็นด้วยในสูตรหาร 100 มีไม่มากพอที่จะชนะ

หรือแม้กระทั่งว่า พรรคก้าวไกล จะยอมโหวต “เห็นด้วย” ร่วมกับในคำถามที่ 1 แล้วได้สูตรหาร 100 ที่ไม่สมบูรณ์ ก็ไม่สามารถชนะอยู่ดี

‘ดร.นิว’ ติง ‘บิ๊กตู่’ สอบตกด้านความมั่นคง หลังสิงคโปร์ ‘เจอ-จับคนผิด’ วันเดียวเลี้ยวคุก

(9 ..65) เว็บไซต์ นสพ.The Straits Times ของสิงคโปร์ เสนอข่าว Man arrested for threatening PM Lee Hsien Loong on social media, following shooting of Japan's ex-PM Abe ระบุว่า เมื่อวันที่ 8 .. 2565 ตำรวจควบคุมตัวชายวัย 45 ปี หลังสืบทราบว่าชายคนดังกล่าวแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ ในลักษณะข่มขู่คุกคามให้ใช้ความรุนแรงกับ ลีเซียนลุง (Lee Hsien Loong) นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ซึ่งวันดังกล่าวเป็นวันเดียวกับที่ ชินโซ อาเบะ (Shinzo Abe) อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงเสียชีวิต

โดยเกรียนคีย์บอร์ดคนดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในเวลา 15.10 . และถูกจับกุมได้ในอีก 5 ชั่วโมงต่อมา โดยตำรวจได้ยึดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถืออีก 4 เครื่องไปตรวจสอบ เบื้องต้นยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน ซึ่งหากถูกตั้งข้อหายุยงปลุกปั่นด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ใช้ความรุนแรง และศาลตัดสินว่าผิดจริงในจ้อหาดังกล่าว อาจถูกจำคุกได้สูงสุดถึง 5 ปี รวมถึงยังมีโทษปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับด้วย

สืบเนื่องจากเรื่องดังกล่าว ทางด้าน ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

เรามีนายกอดีตทหารที่สอบตกด้านความมั่นคง

ประเทศสิงคโปร์สามารถรวบตัวคนที่โพสต์หมิ่นประมาทข่มขู่คุกคามนายกรัฐมนตรีได้ภายในวันเดียว อีกทั้งมีกระบวนการยุติธรรมที่รวดเร็วในการตัดสินคดีความที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง

เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย เรามีนายกรัฐมนตรีที่เคยเป็นถึงอดีตผู้บัญชาการทหารบก แต่กลับไม่เคยสร้างอธิปไตยไซเบอร์ (Cyber Sovereignty) ปล่อยให้ประเทศชาติถูกรุกรานทางไซเบอร์มาโดยตลอด

นอกจากนายกรัฐมนตรีจะปล่อยให้ตัวเองถูกด่าแบบสาดเสียเทเสีย ยังไม่สามารถปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ ปล่อยให้มีการหมิ่นประมาทอาฆาตมาดร้ายกันอย่างเสรี

แม้คุณ ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha จะมีผลงานในด้านต่างๆ จำนวนไม่น้อย แต่กลับสอบตกด้านความมั่นคงอย่างไม่น่าให้อภัย เพราะไร้สติปัญญาในการสร้างอธิปไตยไซเบอร์ และไม่มีน้ำยาในการผลักดันให้เกิดกระบวนการยุติธรรมที่รวดเร็วในการตัดสินคดีความที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง

ขณะที่ประเทศสิงคโปร์สามารถรวบตัวผู้กระทำความผิดด้านความมั่นคง ไม่ว่าจะบนท้องถนนหรือในโลกออนไลน์ได้ภายในวันเดียว แล้วนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่รวดเร็วได้ในทันที

แต่ประเทศไทยกลับปล่อยให้มีการทำผิดกฎหมายและบ่อนทำลายความมั่นคงได้อย่างเสรี ตลอดจนมีกระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้า แถมยังถูกแทรกแซงโดยขบวนการบ่อนทำลายความมั่นคงอีกเสียด้วย

อย่างที่บอกไปแล้ว คุณประยุทธ์มีผลงานไม่น้อยก็จริง แต่ผลงานด้านความมั่นคงและการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นสอบตกอย่างน่าอับอายที่สุด ไม่สมกับการเป็นชายชาติทหารเลยแม้แต่นิดเดียว

ถ้าประชาชนผู้รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างผมหรือใครก็ได้ที่รู้หลักวิชา นั่งอยู่ในฐานะนายกรัฐมนตรีในวันนั้น แล้วทำการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ระบอบประชาธิปไตยตามแนวทางที่ถูกต้องและมีความเป็นธรรม

นำไปสู่การทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนชาวไทยตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เราคงมีอำนาจอธิปไตยที่เป็นของปวงชนอย่างแท้จริง อีกทั้งมีความมั่นคงแห่งรัฐที่แข็งแกร่งตามไปด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top