Monday, 22 June 2026
NEWS FEED

กรมรางฯ-สถาบันวิจัย-สทร. เปิดรับสมัครกว่า 35 ตำแหน่ง เพื่อจัดเต็ม ให้บริการประชาชน-ระบบการขนส่งโลจิสติกส์

เมื่อวานนี้ (8 มี.ค.67) เพจโครงสร้างพื้นฐานประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ประกาศกรมการขนส่งทางราง เรื่องการ รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ (วุฒิปริญญาโท) และตำแหน่งวิศวกรโยธาปฏิบัติการ (วุฒิปริญญาโท) รวมทั้งเรื่องการ รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป โดยได้ระบุว่า ...

ตอนนี้ล่าสุดได้เปิดรับสมัครรวมกว่า 35 ตำแหน่งได้แก่ กรมการขนส่งทางราง 6 ตำแหน่ง

สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง 29 ตำแหน่ง ได้แก่ 
1. นักวิเคราะห์วิชาการเชี่ยวชาญ ด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ จำนวน 1 อัตรา
2. นักวิเคราะห์วิชาการเชี่ยวชาญ จำนวน 5 อัตรา
3. นักวิเคราะห์อาวุโส จำนวน 9 อัตรา
4. นักวิจัยวิชาการเชี่ยวชาญ จำนวน 2 อัตรา 
5. นักวิจัยวิชาการอาวุโส จำนวน 2 อัตรา
6. นักวิเคราะห์สารสนเทศวิชาการเชี่ยวชาญ จำนวน 1 อัตรา
7. นักวิเคราะห์สารสนเทศวิชาการอาวุโส จำนวน 1 อัตรา
8. นิติกรวิชาชีพอาวุโส จำนวน 2 อัตรา
9. นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการอาวุโส จำนวน 4 อัตรา
10. นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการอาวุโส จำนวน 1 อัตรา
11. นักทรัพยากรบุคคลวิชาชีพอาวุโส จำนวน 1 อัตรา

ซึ่งแบ่งการสมัครเป็น 3 รอบ 

'เชียงราย' ป.ป.ส.ภาค5หรือนบ.ยส.35จัด 'โครงการสัมมนาสื่อมวลชนภาคเหนือตอนบน'

เมื่อวันที่ 8 ที่ผ่านมา พล.ท.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ แม่ทัพน้อยที่3ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคเหนือหรือนบ.ยส.35 เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาสื่อมวลชนเพื่อสร้างการรับรู้การดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของสำนักงานป.ป.ส.ภาค5โดยมีผู้แทนประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายผู้แทนจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยในพื้นที่ 8 จังหวัด

ภาคเหนือตอนบนตลอดจนสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานด้านมวลชนและประชาสัมพันธ์จำนวนทั้งสิ้น 50 คนเข้าโครงการการจัดโครงการในครั้งนี้เพื่อให้สื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานด้านมวลชนและประชาสัมพันธ์ได้มีความรู้ความเข้าใจนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดกฎหมายยาเสพติดอีกทั้งยังเป็นการบูรณาการช่องทางต่างๆในปารสื่อสารลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดทั้งนี้ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคเหนือหรือนบ.ยส.35เปิดเผยว่าตั้งแต่วันที่1ตุลาคม2566ปัญหายาเสพติดค่อนข้างมีความสุขรุนอรงเนื่องจากสถิติที่เราจับกุมมีเพิ่มมากขึ้นโดยตลอดเดือนมีนาคมเฉพาะต้นเดือนมีการจับกุมได้เกือบ20บ้านเท็ดทั้งหมดเกิดจากสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านและการผลิตยาที่ง่ายขึ่นจากการใช้สารเคมีโดยจากการติดตามสถานการณ์ด้านดารข่าวพบว่ามียาเสพติดที่รอการนำเข้ามากกว่า 70-80 ล้านเม็ด

ไอซ์ 2,000 กิโลกรัมซึ่งเป็นโจทย์ที่หน่วยงานด้านการสกัดกั้นต้องดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ยาดสพติดเหล่านี้ส่งผลกระทบกับประชาชนซึ่งด้วยเหตุนี้รัฐบาลได้จัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคเหนือนบ.ยส.35ข้นมาเพื้อให้การทำงานด้านการสกัดกั้นเกิดประสิทธิภาพโดยความรวมมือของฝ่ายทหาร ตำรวจและพลเรื่อนตามนโยบายของรัฐบาลในส่วนของความร่วมมือกับประเทศเพื่อนย้านนั้นได้มีการหารือกับแขวงไชยบุรีแขวงบ่อแก้วสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศเมียนมามาเพื่อขอความร่วมมือในการสกัดกั้นโดยเฉพาะกรณีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนทั้งนี้ฝากสื่อมวลชนและประชาชนหารพบความผิดปกติในพื้นที่ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยกันในการป้องกันปัญหายาเสพติดด้านนาย อภิกิต ฉโรจน์ประเสริฐ ผอ.ป.ป.ส.ภาค5 กล่าวอีกว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรางยุติธรรมมีเจตนารมณ์ในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและยาเสพติดมุ่งเน้นการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีนำความปลอดภัยมาสู่ประชาชนอย่าถาวรเกิดเป็นปฎิบัติการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดระยะ1ปีตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลซึ่ง

ต้องอาศัยช่องทางการสื่อสารของสืรอมวลชนในการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนในวงกว้างเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงโทษพิษภัยยาเสพติดมีความรู้เกี่ยวกับกฏหมายยาเสพติดและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติดตลอดจนทราบถึงเจตนารมณ์และความตั้งใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งนี้จะนำผู้เข้าร่วมสัมมนาเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ หน่วยเรือรับษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตเชียงรายอำเภอเชียงแสนและด่านศุลกากรแม่สายเพื่อให้เห็นภาพของการดำเนินงานในมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดและเคมีภัณฑ์ตามแนวชายแดนได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

‘สาว’ ไม่ทน!! โร่แจ้งความ ‘ลิงลพบุรี’ หลังชิงถุงของกิน แถมเสียหลักล้มจนสะโพก-เข่าหลุด เตือน!! ปชช.ให้ระวัง

(8 มี.ค.67) จากกรณีเพจ ‘จ่าไอซ์ ทัพฟ้า’ โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า “ลิงลพบุรีสุดท้ายก็เกิดกับครอบครัวผมทั้งที่ระวังสุดๆ แล้ว “ลิงตัวใหญ่กระชากของจากมือจนล้มลงสะโพกกับเข่าน่าจะหลุด” จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์นั้น

ทางผู้สื่อข่าวได้เข้าพบ น.ส.อริย์กันตา หรืออ้อม กาญจนสินเมธา อายุ 37 ปี ชาวบ้านตำบลถนนใหญ่ อำเภอเมืองลพบุรี ที่มาขายของตลาดนัดคนเดินสวนราชานุสรณ์ผู้ที่ถูกลิงทำร้ายช่วงค่ำของวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงหัวค่ำก่อนกลับบ้านได้เดินไปซื้อกับข้าว ขณะที่หิ้วของเดินกลับมาที่รถได้ถูกกระแทกกระชากอย่างแรง แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นอะไรก็มีเสียงร้องโวยวายจากชาวบ้านว่าถูกลิงตัวใหญ่ 2 ตัวเข้ามากระชากถุงของกินกับข้าวและได้ยื้อแย่งของกินจนล้มกระแทกได้รับบาดเจ็บ จนทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้มาช่วยนำส่งโรงพยาบาล

ทางนายประดิษฐ์ เกลี้ยงเกลา อายุ 66 ปี ได้เปิดเผยว่า เห็นลิงลพบุรีมาตั้งแต่เกิดและเห็นเหตุการณ์ได้เข้าไปช่วยไล่ลิง เล่าว่าเมื่อก่อนมันไม่เป็นเช่นนี้ลิงน่ารักไม่มากมายขนาดนี้ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด เกิดขึ้นมานานนับไม่ถ้วนแทบทุกวันยิ่งที่มีตลาดนัดคนเดินลิงที่อาศัยอยู่ตามตึกกลางเมืองลพบุรีหลายร้อยตัวจะออกมาจ้องมองตามมุมตึกต่าง ๆ โดยอาศัยจังหวะที่คนเดินถือของกินเพลินๆ ก็จะกรูกันออกมาแย่งชิง จนเป็นเรื่องชินตา ครั้งนี้ก้าวร้าวมากคงเป็นจ่าฝูงตัวใหญ่ 2 กลุ่มที่เข้ามาแย่งกระชากจนน้องล้มบาดเจ็บ ซึ่งตนเองมองว่าคงไม่มีหน่วยงานใดทำให้ลิงลดน้อยถอยลงได้เพราะว่าแม่ลิงบางตัวอุ้มลูกน้อย 2-3 ตัว และก็ผสมพันธุ์กันออกลูกทุกวัน เจ้าหน้าที่ฯ ที่เข้ามาจับกรงใหญ่จับลิงได้แค่เพียง 2-3 ตัวจะไปลดลงได้อย่างไร โดยเรื่องนี้ถึงอดีตนายกรัฐมนตรีมาหลายคนและคนปัจจุบันก็รับปากว่าจะช่วยเหลือก็ได้แต่คอยครับ

ทางวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างข้างจุดเกิดเหตุ เล่าว่า เดี๋ยวนี้ลิงฉลาดมากไม่ได้นั่งดักรอคนตามทาง ตามซอกตึกแล้ว มันจะคอยซุ่มอยู่ใต้ท้องรถยนต์คอยวิ่งแย่งของกินจากทางด้านหลัง ส่วนวันธรรมดาที่ไม่มีตลาดนัดลิงจะอาศัยช่วงตอนเย็นแย่งของกินจากนักเรียนที่เดินอยู่ริมฟุตบาท ทุกวันลิงบริเวณนี้จะลงจากตึกมาหาของกันกินตั้งแต่เช้ามืดจนถึง 8 โมงเช้าแล้ว จะกลับไปหาหลบนอนกันที่ร่มเย็นบนตึกพอเวลาประมาณ 4 โมงเย็นช่วงนักเรียนเลิกเรียนจะออกมาหากินแย่งของกินจากเด็กนักเรียน ชาวบ้าน คนต่างถิ่น ที่จะเป็นอาหารพวกเครื่องดื่มที่เดินถือมาไม่ระวังตัว

ด้านแม่ค้าขายลอตเตอรี่ที่คลุกคลีอยู่กับลิงกลุ่มคนรักลิงลพบุรี เล่าว่า ทำไงได้ลิงเขามาอยู่ลพบุรีก่อนคนเมือง โดยที่ไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบใด ๆ เข้ามาบริหารจัดการดำเนินการแต่เนิ่น ๆ จนลิงแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนมากขึ้นแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม จนเกิดปัญหารบกวนชาวบ้านร้านค้า ซึ่งต้องปิดตัวลง ขายกิจการหนีลิงไปหลายราย แต่ตนมองว่าลิงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ไม่ใช่ปัญหาสำคัญอย่างหลายคนอ้าง ที่สำคัญคือหลายร้านหมดสัญญาการเช่าตึกต่างหาก จากเจ้าของขอขึ้นค่าเช่าเพราะจุดที่ลิงอยู่จำนวนมากเช่นหน้าปรางค์สามยอดเขาย้ายออกไปเพราะลิงเยอะจริง แต่เจ้าของตึกเจ้าของร้านจะมาขอขึ้นค่าเช่าจากจุดบริเวณนี้จนเขาทนไม่ไหวต่างหาก ไม่ใช่เพราะลิง เป็นเพราะค่าเช่าที่แพงลิ่วเขารับไม่ไหวย้ายหนี จนดูเหมือนเมืองร้างไป และลิงที่ตรงนี้ไม่ได้ก้าวร้าวทุกตัวขายของตรงนี้มานานกว่า 20 ปี ไม่เคยถูกลิงทำร้ายแม้แต่ครั้งเดียวจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้าน น้องอ้อม ผู้บาดเจ็บจากลิงที่เพิ่งเดินทางกลับมาจาก รพ.พระนารายณ์มหาราช  กล่าวว่า ตกใจมากไม่คิดว่าจะเกิดกับตนเอง เพราะระมัดระวังอย่างดี ครอบครัวมาขายเสื้อผ้าตลาดนัดคนเดินแทบทุกนัด ก่อนกลับบ้านเดินไปซื้อของกิน ขนม ส้มตำ เมื่อฝ่าความมืดมาจะถึงรถที่น้องชายจอดรอ ตนเองคล้ายถูกกระแทก กระชาก คิดว่าถูกชิงทรัพย์ แต่ที่ไหนได้ลิงตัวใหญ่ 2 ตัว รุมกระชากของกิน ซึ่งดูมีพละกำลังมากจนตนเองล้มไม่เป็นท่า ก่อนที่หลายคนจะเข้ามาช่วยเหลือ โดยลิงอาศัยจังหวะความเร็วแย่งของกินไปจนหมดทุกห่อ ก่อนที่กู้ภัยฯ จะเข้ามาช่วยเหลือส่ง รพ.

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าต่อไปจะทำอย่างไร และมีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือบ้าง น้องอ้อม น้องไอซ์ ซึ่งเป็นน้องชายและเป็นคนโพสต์ลงโซเชียล กล่าวว่า ต่อก็ต้องระวังตัวกันมากขึ้นทุกคน ความก้าวร้าวของลิงจุดนี้นับวันยิ่งอันตราย อยากจะไปแจ้งความไว้เพื่อเป็นหลักฐานแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นแจ้งอย่างไรเพราะเขาเป็นลิง ส่วนความรับผิดชอบไม่ต้องพูดถึงไม่รู้ว่าจะไปร้องเรียกเอาผิด เอาความกับใคร จึงอยากจะฝากเตือนพี่น้องประชาชนคนเดินตลาดนัดวันพุธและทุก ๆ วันให้ระมัดระวังการแย่งชิงของกินจากลิง ที่นับวันยิ่งดุร้าย ก้าวร้าวมากขึ้น อาจเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนระอุ ประกอบกับเขาหิวโซเพราะไม่มีจุดให้อาหาร เขาก็ต้องออกมาหากิน ส่วนตัวเองต้องพักรักษาตัวไปก่อนตามหมอสั่งอีก 15 วัน

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘จ่าไอซ์ ทัพฟ้า’ โพสต์ข้อความระบุว่า “นี่เรามาถึงจุดที่ต้องแจ้งความลิงกันแล้วเหรอเนี่ย โถชีวิต”

เชียงใหม่-สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2567 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่จัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 โดยนายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ชุดปัจจุบัน สมัยที่ 22 เพื่อแถลงผลงานที่ดำเนินการจัดทำในปี 2566 และกิจกรรมต่างๆ ของทางสมาคม ได้รับเกียรติจาก นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุลยเลิศ, ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดเชียงใหม่ ผู้มีเกียรติ ร่วมงานฯ ณ โรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงใหม่

นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ชุดปัจจุบัน เป็นช่วงระหว่างในปี 2566  ตลอดระยะเวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา ทุกกิจกรรม ทุกโครงการที่เกิดขึ้น เพื่อประโยชน์ของสมาชิกทุกท่านที่จะสามารถนำไปต่อยอดทางธุรกิจ และเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ธุรกิจการท่องเที่ยวสู่ยุคท่องเที่ยวที่มีความยั่งยืนต่อทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้คำมั่นสัญญาว่าจะทุ่มเทและตั้งใจพัฒนาสมาคมธุรกิจจังหวัดเชียงใหม่ของเราอย่างนี้ต่อไปหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือที่ดีจากสมาชิกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ 

สำหรับงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ชุดปัจจุบัน สมัยที่ 22 ระหว่างปี พ.ศ. 2565 – 2567 ได้มีการแนะนำคณะทำงาน กรรมการ และทีมที่ปรึกษา พร้อมทั้งแถลงผลงาน
ที่ดำเนินการจัดทำในปี 2566 และแถลงนโยบายที่จะดำเนินการในปี 2567 รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ของทางสมาคมฯชี้แจงงบบัญชีรายรับ-รายจ่ายรอบบัญชี 1 ตุลาคม 2565 – 30 กันยายน 2566 ตามลำดับ
นภาพร/เชียงใหม่

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา สนธิกำลังกับตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ รวบเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) , พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษา รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 นำกำลัง ตม.จว.สงขลา ผนึกกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สะเดา , เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) บช.ก , เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. คลองแงะ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) บช.ก. เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2567 เวลาประมาณ 14.50 น. ได้ร่วมกันจับกุม MR.CHEONG KOK WAI  อายุ 43 ปี สัญชาติ มาเลเซีย  

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา ได้รับการประสานว่ามีบุคคลต้องสงสัยตามหมายจับ ผ่านพรมแดนเข้ามายังประเทศไทย จึงขอให้ตำรวจ สภ.สะเดา ตั้งจุดสกัด ต่อมาได้พบรถเก๋งยี่ห้อ Mercedes-benz  ติดแผ่นป้ายทะเบียน WA868W จึงตามไปถึงบริเวณแยกไฟแดงควนสะตอ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้หยุดรถและแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ พบ MR.CHEONG KOK WAI สัญชาติมาเลเซีย ได้เชิญตัวมายัง สภ.สะเดา ตรวจสอบพบหมายจับดังกล่าว สอบถาม MR.CHEONG KOK WAI ผู้ถูกจับกุมให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ขอให้การในชั้นจับกุม

พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ ผกก.ตม.จว.สงขลา กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้ ผบช.สตม.มีนโยบายให้เข้มงวดคัดกรองตรวจสอบประวัติบุคคล ไม่ให้มีผู้กระทำความผิดกฎหมายเข้ามาสร้างความเสียหายแก่ประเทศไทยได้ จึงขอฝากข้อมูลถึงประชาชน หากพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1178

‘สธ.’ เตือน!! ‘คนเลี้ยงนก’ เฝ้าระวัง ‘ไข้นกแก้ว’ หลังยุโรประบาดหนัก ชี้ ติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ทำให้ปอดอักเสบรุนแรง

(8 มี.ค. 67) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพบการระบาดของโรคซิตตาโคซิส หรือ โรคไข้นกแก้ว ในหลายประเทศแถบยุโรป มีผู้เสียชีวิต 5 ราย โดยพบเชื้อในนก สัตว์ปีกในป่า และสัตว์เลี้ยงหลายชนิด ว่า โรคไข้นกแก้ว (Psittacosis) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่พบได้ยาก แต่ไม่ใช่โรคติดต่ออุบัติใหม่ และมียาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาได้ เชื้อโรคนี้มักจะก่อโรคในนกที่เป็นสัตว์เลี้ยง เช่น นกแก้ว เป็นต้น

ในอดีตเคยมีการระบาดในนกแก้วในหลายประเทศ เช่น เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ คอสตาริกา ออสเตรเลีย ส่วนในประเทศไทยเคยมีการรายงานจากการวิจัยสำรวจในสัตว์ปีก ว่าพบเชื้อแบคทีเรียนี้เช่นกัน

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า โรคนี้ไม่แพร่กระจายโดยการกินสัตว์ที่ติดเชื้อ การติดเชื้อในคนส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากนกที่ติดเชื้อ จัดอยู่ในกลุ่มโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยผ่านทางการหายใจเอาเชื้อที่ขับออกมาจากปัสสาวะ อุจจาระ หรือสิ่งคัดหลั่งที่มีการปนเปื้อนของนกที่ติดเชื้อ

ผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และทำให้เกิดอาการปอดอักเสบรุนแรงได้ บางรายอาจมีอาการเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่าพบผู้ป่วยโรคนี้ในระบบเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค

อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมควบคุมโรค ประสานไปยังจุดประสานงานกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR) เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมในกรณีที่พบการระบาดหรือการติดเชื้อของโรคดังกล่าว และประสานไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมปศุสัตว์ และเครือข่ายมหาวิทยาลัย ซึ่งมีความร่วมมือกันเรื่องสุขภาพหนึ่งเดียว (One health) เพื่อประสานข้อมูล และร่วมมือกันเฝ้าระวังโรคทั้งในคนและในสัตว์

โดยโรคนี้อยู่ในระบบเฝ้าระวังแบบ Event base surveillance หรือการเฝ้าระวังเหตุการณ์ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามอย่างใกล้ชิดทุกวัน

“กลุ่มเสี่ยงที่ต้องให้ความสำคัญในการเฝ้าระวังการติดเชื้อ ได้แก่ ผู้เลี้ยงนก สัตวแพทย์ หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับนก แม้โรคนี้จะยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่สามารถป้องกันเบื้องต้นได้ โดยเลือกซื้อนกเลี้ยงจากร้านขายสัตว์เลี้ยงที่น่าเชื่อถือและมีสุขอนามัยที่ดี

ผู้เลี้ยงต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันการติดเชื้อในนก เช่น การรักษาความสะอาด ไม่ให้นกอยู่กันอย่างแออัด แยกสัตว์ป่วยออกจากสัตว์ปกติ เป็นต้น ส่วนประชาชนทั่วไปควรหลีกเลี่ยงใกล้ชิดกับสัตว์ป่วย

หากจำเป็นต้องสัมผัสต้องป้องกันตนเอง สวมถุงมือ และหมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ บุคลากรที่มีความเสี่ยงในการสัมผัสใกล้ชิดกับนก ต้องหมั่นคอยสังเกตอาการตนเองและอาการของสัตว์อยู่เสมอ หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบปรึกษาแพทย์และแจ้งประวัติเสี่ยง” นพ.ชลน่าน กล่าว

สมุทรปราการ-วันสตรีสากล!! 'เทศบาลตำบลแพรกษา' จัดโครงการ ฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำสตรีและวันสตรีสากล ประจำปี 2567

วันที่ 8 มีนาคม 2567 เวลา 10.00 น. เทศบาลตำบลแพรกษา จัดกิจกรรมภายใต้ชื่อ โครงการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำสตรีและงานวันสตรีสากล ประจำปี 2567 ณ ห้องประชุมอาคาร ชั้น 5 สำนักงานเทศบาลตำบลแพรกษา ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 

ภายในงานได้รับเกียรติจากนายสุพจน์ ภูมิเกียรติขจร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ให้เกียรติมาเป็นประธาน พร้อมทั้งกล่าวเปิดโครงการ โดยมี นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา เป็นผู้กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ จากนั้น ท่าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร อดีต สส.สมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา กล่าวให้การต้อนรับคณะแขกผู้มีเกียรติที่เดินทางมาร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ ประกอบกับ ภายในงานมีพี่น้องประชาชนและกลุ่มผู้สูงอายุร่วมในกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากนาย ประทีป นทีทวีวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นางอรวรรณ  ชิณศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ นางสาวสุขนันท์ทิพย์ ศรีสมวงษ์ พัฒนาการจังหวัดสมุทรปราการ นางสากัลยาณี กิจนพเกียรติ นางสาวนริสา คงรอด จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรปราการ ตลอดจน คณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการสตรีศรีแพรกษา ตัวแทนกลุ่มแม่บ้านและสตรีตำบลแพรกษาทั้ง 32 ตำบล เข้าร่วมในกิจกรรม

ภายในงานมีการแสดงนิทรรศการ 4 ภาค ประกอบด้วย การเเข่งขันการเดินแบบผ้าไทยจากตัวแทนทั้ง 32 ตำบล การแสดงสินค้าผ้าท้องถิ่นของหน่วยงานต่างๆ การจำหน่ายสินค้า otop และสินค้ากลุ่มอาชีพในเขตเทศบาลตำบลแพรกษา และการแสดงดนตรีและการแสดงรำไทยประยุคต์จากนักเรียนโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา PWS (ฝ่ายมัธยม) 

โดยทางด้าน นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา กล่าวว่า การจัดกิจกรรมขึ้นในครั้งนี้ ทางเทศบาลตำบลแพรกษามีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมไทย ดึงดูดคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ให้กลับมานิยมผ้าไทย แต่งกายด้วยผ้าไทย ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ประกอบกับ เพื่อรณรงค์ให้สวมใส่ผ้าไทย และเพื่อเชิญให้กลุ่มสตรีทุกกลุ่มร่วมยืนหยัดในสิทธิขั้นพื้นฐานและป้องกันการเกิดการล่วงละเมิดทางเพศ รวมถึงการหยุดใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิง ตลอดจนร่วมพลักดันให้ผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้นในทุกสายอาชีพ

และสำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 ในการประกวดการเดินแบบผ้าไทยจากสตรีศรีแพรกษา ได้แก่ นางสาวทิพย์ ศรีวัฒน์ปาน จากชุมชนเอื้ออาทร 1 เฟส 1 รางวัลรองชนะลิศ อันดับ 1 ได้แก่ นางสาวสำรวย สุริยะกมล จาก ชุมชนทรัพย์ธานี รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ นางนงคะลักษณ์ บุดดาจันทร์ จาก ชุมชนรุ่งทวี ส่วนรางวัลชมเชย ได้แก่ นางสาว กุลลภัทร์ ดวงเนตร จากชุมชนเอื้ออาทร 14 นิติ 3

อย่างไรก็ตาม ทางเทศบาลตำบลแพรกษา มุ่งหวังที่จะพัฒนากลุ่มสตรี กลุ่มผู้สูงอายุ ให้มีความรู้ ความสามารถ สร้างรายได้ให้กับตนเองและชุมชนด้วยผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ให้มีรายได้ตามหลักปัญาเศรษฐกิจพอเพียง

(สุรินทร์) ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 25 เปิดโครงการ 'ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง' ประจำปี 2567

วันที่ 6 มีนาคม 2567 เวลา 14.00 น. พลรี ชินวิช เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25/ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ 'ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง' ประจำปี 2567 ณ บริเวณลานหน้าสโมสรค่ายวีรวัฒน์โยธิน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจความพร้อมของชุดปฏิบัติการ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 25 ยานพาหนะที่จะออกปฏิบัติงานในการช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ รถบรรทุกน้ำ, รถครัวสนาม, รถพยาบาล, รถบรรเทาสาธารณภัย ทั้งนี้ยังได้มีการตรวจวัดควันดำตามค่ามาตรฐาน จากสำนักงานขนส่งจังหวัดสุรินทร์ โครงการ 'ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง' เป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดสุรินทร์ ประกอบไปด้วยหน่วยงานต่างๆ ดังนี้  

มณฑลทหารบกที่ 25 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 25 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ เทศบาลเมืองสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลนอกเมือง สำนักงานขนส่งจังหวัดสุรินทร์ การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) สาขาสุรินทร์ และในโอกาสนี้ ได้จัดกิจกรรม นำรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 2 คัน ปริมาณน้ำ 12,000 ลิตร เข้าแจกจ่ายน้ำให้กับ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าสว่างและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโคกสวาย ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค ซึ่งแสดงให้ประชาชนได้มั่นใจได้ว่า ศบภ.มทบ.25 มีความพร้อมด้าน กำลังพล และยุทโธปกรณ์ ในการเข้าช่วยเหลือสนับสนุน ประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที 

‘มัธยมวัดธาตุทอง’ สุ่มสอบปากเปล่าเด็กด้วย ‘คีย์เวิร์ด’ พบคำ ‘112-ขบวนเสด็จ’ และหลากคำคุ้นจากกลุ่มการเมือง

(8 มี.ค. 67) หลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นครู สอนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง ได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า…

‘การศึกษา’ คือ อาวุธที่ทรงพลังที่สุด ที่เราจะนำมาใช้ในการเปลี่ยนแปลงโลก

- เนลสัน แมนเดลา -
“ห้องเรียนต้องสนุกเป็นพื้นที่ถกเถียงทางวิชาการ”
“ครู ต้องเป็นผู้สนับสนุนให้นักเรียน กล้าคิด พูด ทำ”
“อภิปราย โต้แย้ง ด้วยเหตุผล หลักฐาน และข้อเท็จจริง”
“ช่วยกันทำให้ ‘สังคมศึกษา’ ไม่เป็นวิชาที่น่าเบื่ออีกต่อไป”
“ขอให้พี่ ม.6 โชคดี”

พร้อมกับแนบภาพ ‘ข้อสอบปลายภาค’ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 วิชาสาระร่วมสมัย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยมีคำชี้แจงเบื้องต้น เช่น…

1. ข้อสอบฉบับนี้เป็นข้อสอบพูดปากเปล่า ในรูปแบบคีย์เวิร์ด มีจำนวนทั้งสิ้น 50 
2. นักเรียนจะเป็นผู้สุ่มเลือกข้อสอบเอง (โดยการจับฉลาก) นักเรียนมีเวลาอธิบายคีย์เวิร์ดที่จับฉลากได้ 3 นาที และหลังจากพูดจบ จะมีคำถามจากครูผู้สอน 2 คำถาม และมีเวลาในการตอบอีก 2 นาที
3. คีย์เวิร์ด จะมีความเกี่ยวข้องกับข่าวสาร ข้อมูล เหตุการณ์ที่เป็นประเด็นในประเทศไทย ในสังคมโลก ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2565-2566 และเป็นเรื่องรางที่ครอบคลุมเกี่ยวกับทุกสาระการเรียนรู้ในวิชาสังคมศึกษา
4. ครูผู้สอนจะแจ้งข้อสอบในวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2567 เวลา 09.00 น.และ สอบวันที่ 11-12 มีนาคม พ.ศ.2567 เวลา 9.00 - 15.00 น. นักเรียนจะเลือกมาสอบวันไหนเวลาไหนก็ได้ตามลำดับคิว และ นักเรียนมีโอกาส 2 รอบในการตอบคำถาม
5. กรุณาแต่งกายและปฏิบัติตนตามระเบียบเครื่องแต่งกายและทรงผมโรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง (ชุดนักเรียน)

ทั้งนี้ จะพบคีย์เวิร์ด ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากมาย เพียงแต่คำเหล่านั้น ก็ถูกโลกโซเชียลตั้งข้อสังเกตว่า คำต่างๆ ที่ทางโรงเรียนนำมาใช้นั้น ทำไมช่างเหมือนกับเป็นการรวมคีย์เวิร์ดของ ‘คณะก้าวหน้า’ และ ‘พรรคก้าวไกล’ มาไว้ในที่เดียว

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคำถามถึงอาจารย์ผู้สอน วิชาสาระร่วมสมัย ว่ามีความรู้ ‘จริง’ แค่ไหนกับสถานการณ์ที่จะถูกอธิบายจากเด็กผ่านคีย์เวิร์ดต่างๆ แล้วการสอบจะมีการเอนเอียงหรือชี้นำด้วยหรือไม่ อย่างไร เช่นเดียวกันหากคำตอบถ้าไม่ตรงใจผู้สอน จะผ่านหรือไม่ผ่านหรือไม่ โดยคีย์เวิร์ดที่ว่า ประกอบไปด้วย...

- ลี้ภัยทางการเมือง
- เสรีทรงผม
- เสรีเครื่องแบบนักเรียน
- ทลายทุนผูกขาด
- Al คือ ภัยคุกคาม
- นิติสงคราม
- การบังคับบุคคลสูญหาย
- Stop Teen Mom
- ไม่นับถือศาสนา
- ค่าแรงขั้นต่ำ
- คนเท่ากัน หรือ คนไม่เท่ากัน
- ประชาธิปไตยแบบไทยไทย
- อำนาจนิยมในโรงเรียน
- Digital Wallet
- สังคมไร้เงินสด
- สถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทย
- Content Creator
- วิกฤติภูมีอากาศ
- Digital Footprint
- เสียงของประชาชน
- การเมืองเป็นเรื่องของใคร
- Digital Wallet
- สถานศึกษาปลอดภัย
- ขบวนเสด็จ
- การสมรสเท่าเทียม
- กัญชาเสรี
- นักเรียน หรือ นักเลง
- สุราเสรี
- อิสราเอล vs ปาเลสไตน์
- มิจฉาชีพยุคดิจิทัล
- ภาวะสมองไหล
- ยูเครน vs รัสเซีย
- Fast Fashion
- ความกดดันของคน Gen Z
- พุทธพาณิชย์
- เกมสร้างพฤติกรรมรุนแรง ?
- Soft Power
- เมืองโบราณศรีเทพ
- PM 2.5 ฝุ่นพิษ ข้ามพรมแดน
- Social Bullying
- Mental Health
- กู้ยืมเพื่อการศึกษา ทำไมการศึกษาต้องเป็นหนี้
- พลเมืองโลก
- โลกหลายใบ
- มีลูกเมื่อพร้อม
- สิทธิมนุษยชนผู้ต้องขัง
- คุกมีไว้ขังคนจน
- ประเทศโลกที่สาม
- Role Model

พิษณุโลก แม่ทัพภาคที่ 3 ทำพิธีลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการฝึกอาชีพเจ้าหน้าที่ตรวจสภาพรถ สำหรับทหารกองประจำการ

กรมการขนส่งทางบก, กองทัพภาคที่ 3, วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก และชมรมตรวจสภาพรถพิษณุโลก บันทึกข้อตกลงร่วมมือ ณ ห้องบันเทิงทัพ1 สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ในวันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2567 เวลา 13.30 นาฬิกา โดยมีพลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย นายเสกสม อัครพันธ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก, นายพินิจ บุญโสภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก, นายเทวรัตน์ วงศ์วาสน์ ประธานชมรมตรวจสภาพรถพิษณุโลก, นายสุรชัย ทับยา ขนส่งจังหวัดพิษณุโลก และพลตรี สมบัติ บุญกอแก้ว เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU โครงการฝึกอาชีพเจ้าหน้าที่ตรวจสภาพรถ สำหรับทหารกองประจำการ ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของกองทัพภาคที่ 3 จัดทำโครงการฝึกวิชาชีพช่างตรวจสภาพรถยนต์ (ตรอ.) ให้กับทหารกองประจำการในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 เพื่อให้ทหารกองประจำการที่เข้าร่วมการฝึกอบรมนำไปต่อยอดในการประกอบอาชีพหลังปลดประจำการในอนาคตต่อไป
ปรีชา นุตจรัสรายงานข่าวพิษณุโลก 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top