Saturday, 20 June 2026
NEWS FEED

‘สวนสัตว์เชียงใหม่’ แถลงปมพบศพ ‘จิงโจ้แดง’ เบื้องต้นพบบาดแผล แต่ไม่พบรอยกัดจากสัตว์อื่น

(30 พ.ค. 67) ตามที่จิงโจ้แดงเพศเมียได้หลุดออกจากส่วนแสดงโซนสัตว์ออสเตรเลีย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา สวนสัตว์เชียงใหม่และอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้เดินเท้าเข้าปฏิบัติหน้าที่จากฝั่งทิศเหนือไปยังฝั่งทิศใต้ และจากทิศตะวันตกสู่ทิศตะวันออกจนถึงเวลา 18.30 น. ไม่พบจิงโจ้แดงจึงดำเนินการปฏิบัติการค้นหาอย่างต่อเนื่อง

เช้าวันที่ 30 พฤษภาคม 2567 นายภูพิชิต ช่วยบำรุง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยได้จัดเจ้าหน้าที่อุทยานฯ กับเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่ รวมจำนวน 70 คน เข้าสำรวจบริเวณห้วยช่างเคี่ยนฝั่งทิศใต้ติดวังบัวบาน และทิศตะวันตกฝั่งพระธาตุดอยสุเทพ ตลอดจนถึงทิศเหนือฝั่งห้วยแม่หยวกน้อย และพื้นที่ใกล้เคียง ประกอบด้วย บริเวณค่ายลูกเสือสุเทพ ห้วยตึงเฒ่า รวมพื้นที่มากกว่า 6 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นพื้นที่มากกว่า 3,950 ไร่ ในการเข้าพื้นที่ในครั้งนี้ได้มีหน่วยงานต่าง ๆ ให้การสนับสนุน ได้แก่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ

ช่วงบ่ายเวลา 13.00 น. สวนสัตว์เชียงใหม่ และอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม เพื่อปฏิบัติการค้นหาอย่างต่อเนื่องและขยายพื้นที่การติดตามค้นหาให้มากยิ่งขึ้น
โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดตามค้นหาในเส้นทางเดิมช้ำ เนื่องจากพบร่องรอยในบริเวณใกล้เคียง และในเวลา 13.30 น. ทีมค้นหาได้ค้นพบร่างจิงโจ้แดงบริเวณด้านล่างน้ำตกของลำห้วย ช่างเคี่ยน ห่างจากสวนสัตว์เชียงใหม่เป็นระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตร ลักษณะพื้นที่เป็นโขดหินขนาดใหญ่และมีร่องน้ำลึกโดยประมาณ ปกคลุมไปด้วยพงหญ้าและต้นไม้ใหญ่หนาทึบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงานได้รายงานไปยังนายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ และนายภูพิชิตช่วยบำรุง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เพื่อวางแผนในการขนย้ายร่างจิงโจ้แดงออกจากพื้นที่แล้ว

เสร็จในเวลา 15.30 น. ต่อจากนั้นได้นำร่างจิงโจ้แดงเข้าสู่กระบวนการชันสูตรซาก ต่อไปการสันนิษฐาน จากการพบร่างเบื้องต้น พบบาดแผลเล็กน้อยจากการขีดข่วน ไม่มีร่องรอยของการถูกกัดจากสัตว์อื่น

ทั้งนี้ ทางทีมสัตวแพทย์จะทำการชันสูตรซากและสวนสัตว์เชียงใหม่จะรายงานผลให้ทราบต่อไป ในการนี้ สวนสัตว์เชียงใหม่และอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ขอขอบพระคุณองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่ให้คำแนะนำ สนับสนุน ในการปฏิบัติงานค้นหาจิงโจ้แดงครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

'กองการบินทหารเรือ' ซ้อมแผนการปฏิบัติ 'อากาศยานเกิดเหตุฉุกเฉิน' ตอกย้ำความรู้ความเข้าใจ และเพิ่มความชำนาญ ในหน่วยปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง

(30 พ.ค. 67) กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ (กบร.กร.) จัดการฝึกซ้อมแผนการปฏิบัติเมื่ออากาศยานเกิดเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ (Pre Accident Plan : PAP) ของสนามบินอู่ตะเภา ประจำปี งป.67 ระหว่างวันที่ 24 - 30 พ.ค. 67 โดยมีการเปิดการฝึกฯ เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 67 ที่ผ่านมา

โดยในการครั้งนี้ใช้ชื่อการฝึกว่า 'การฝึกซ้อมแผนการปฏิบัติเมื่ออากาศยานเกิดเหตุฉุกเฉิน หรืออุบัติเหตุ สนามบินอู่ตะเภา (U-TAPAO EMEX 2024)' เป็นการฝึกตามข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization : ICAO) ที่กำหนดให้สนามบินที่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ จะต้องมีการฝึกซ้อมแผนการปฏิบัติเมื่ออากาศยานเกิดเหตุฉุกเฉิน หรืออุบัติเหตุ แบบเต็มรูปแบบ 2 ปี ต่อ 1 ครั้ง 

โดยมีความมุ่งหมายเพื่อให้หน่วยที่เกี่ยวข้อง มีความรู้ความเข้าใจ และเพิ่มความชำนาญ ในแผนการปฏิบัติฯ อันจะเป็นการเสริมสร้างความพร้อม และลดความเสียหายที่เกิดขึ้น จากอากาศยานเกิดเหตุฉุกเฉิน หรืออุบัติเหตุ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของการบินสนามบินที่มาตรฐานด้านการรับมือกับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

อีกทั้งยังสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นช่วงที่เกิดสภาพอากาศแปรปรวนบ่อยครั้ง โดยการฝึกจะช่วยให้ทุกหน่วยงานมีความเข้าใจ สามารถทำงานประสานสอดคล้องกัน และพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปฏิบัติงานรวมถึงประชาชนผู้ใช้บริการสนามบินอู่ตะเภา ด้วยการจัดการจำลองการฝึกซ้อมแผน ณ กองบังคับการ (CPX) เวลา 10.00-12.00 น. และทำการฝึกภาคสนาม (FTX) ณ ลานจอด สนบ.กบร.กร. เวลา 13.00-16.00 น.

ในการฝึกครั้งนี้เป็นการฝึกแบบเต็มรูปแบบ (Full Scale) ตามที่องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) กำหนดให้สนามบินที่มีเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศ ซึ่งการฝึกครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายในกองทัพเรือ กับ หน่วยงานต่างๆ ที่อยู่โดยรอบสนามบินอู่ตะเภา ประกอบด้วย...

1.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
2.รพ.อาภากรเกียรติวงศ์
3.รพ. สัตหีบ กม.10
4.รพ.เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ ระยอง
5.สภ.บ้านฉาง

6.สภ.พลูตาหลวง
7.ฝูงบินอิสระปฏิบัติราชการสนาม ฝูงบิน 106 อู่ตะเภา (กองทัพอากาศ)
8.เทศบาลเมืองสัตหีบ
9.เทศบาลเมืองบ้านฉาง
10.อบต. พลูตาหลวง

11.เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว
12.เทศบาลตำบลพลา
13.เทศบาลตำบลสำนักท้อน
14.มูลนิธิพุทธธรรม
15.มูลนิธิสยามรวมใจ

16.มูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน
17.บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
18.บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
19.บริษัท Pattaya Ground Handling จำกัด
20.บริษัท ไทยไลอ้อน เมนทารี จำกัด

21.บริษัท แบ๊กบริการภาคพื้น จำกัด
22.บริษัท พัทยาเอวิเอชั่น จำกัด
23.บริษัท เอสเอฟเอส จำกัด
24.บริษัท อู่ตะเภา แอร์ เซอร์วิส จำกัด
25.บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด

26.บริษัท HS Aviation จำกัด
27.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
28.บริษัท เดลต้า กอล์ฟ โกบัล เซอร์วิสเซส จำกัด

'รทสช.' น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 7 พระมหากษัตริย์ ผู้ริเริ่มระบอบประชาธิปไตยสู่ประเทศไทย

(30 พ.ค. 67) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค ข้าราชการการเมือง และ สส. ร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปีพุทธศักราช 2567 ณ พิพิธภัณฑ์รัฐสภา อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และโปรดเกล้าฯ พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ถือเป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย การสละพระราชอำนาจของพระองค์ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยของไทยจวบจนปัจจุบัน

‘ผบ.ทร.’ ลั่น!! เจรจาจีน ปม ‘เรือดำน้ำ’ เรียบร้อย จ่อเสนอ ครม.เคาะ พร้อมเป็นเขี้ยวเล็บให้คนไทย

(30 พ.ค.67) ที่สนามฝึกยิงอาวุธทุ่งโปรง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงความคืบหน้าจัดหาเรือดำน้ำ ว่า เป็นไปตามขั้นตอนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่จะนำเรียนนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเข้าสู่คณะรัฐมนตรี พิจารณาเป็นครั้งสุดท้ายก็เป็นอันว่าสิ้นสุด ว่าจะเดินหน้าหรืออย่างไร และหากคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาให้เดินหน้าต่อ เราก็มาแก้ไขสัญญา มาถึงขั้นตอนนี้แล้วไม่ยาก และเมื่อแก้สัญญาแล้วก็เดินหน้าต่ออีก 1,217 วัน กองทัพเรือจะมีเรือดำน้ำมาเป็นเขี้ยวเล็บให้กับประชาชนคนไทย 

“หากเราได้เรือดำน้ำลำนี้มา จะเป็นเรือดำน้ำที่ทันสมัย และเป็นลำแรกของภูมิภาคนี้ ที่มีอาวุธนำวิถีปล่อยจากใต้น้ำ ที่เหมือนกับหนังฝรั่งที่เรือดำน้ำอยู่ใต้น้ำและสามารถปล่อยอาวุธจากใต้น้ำ เป็นเขี้ยวเล็บที่สำคัญที่สุดของกองทัพเรือ ซึ่งอาวุธดังกล่าวอยู่ในสัญญาที่ซื้อเรือดำน้ำอยู่แล้ว ผมมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนคนไทยจะต้องภูมิใจกับเรือดำน้ำลำนี้” พล.ร.อ.อะดุง กล่าว

เมื่อถามว่าหลังจากได้ลำแรกแล้วเราจะดูลำที่สองลำที่สามต่อเลยหรือไม่ พล.ร.อ.อะดุง กล่าวว่า เราต้องทำให้ประชาชนสบายใจ และมั่นใจ ซึ่งกองทัพเรือมั่นใจว่าลำที่หนึ่งดี 

"เมื่อเราเดินหน้าเรือดำน้ำแล้วไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วจะเซ็นรับหรือไม่รับ ในปลายปี 2570 หากเป็นไปตามคอนเน็คชั่นส์ที่เราตกลงกันไว้ในตอนนี้ เราก็อาจไม่ต้องเซ็นรับด้วยความสบายใจได้เลย ซึ่งเราไม่ต้องคุยกับทางจีนแล้ว เป็นการเจรจาครั้งสุดท้ายเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา” ผู้บัญชาการทหารทหารเรือ กล่าว 

‘รัดเกล้า’ เชิญชวนคนไทยร่วมกิจกรรมเทิดพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ‘ในหลวง-ราชินี’

(30 พ.ค. 67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2567 ตลอดเดือนมิถุนายน นี้ รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ร่วมกิจกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยสามารถดำเนินการได้ดังนี้

(1) จัดตั้งโต๊ะประดิษฐาน พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

(2) ติดตั้งเครื่องสักการะ

(3) ประดับธงชาติไทย

(4) ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 6 รอบ

(5) ธงอักษรพระนามาภิไธย ส.ท.

(6) ประดับผ้าระบายสีเหลืองอยู่ด้านบน สีม่วงอยู่ด้านล่าง โดยพร้อมเพรียงกัน

นางรัดเกล้า ยังเปิดเผยว่า รัฐบาลเชิญชวนให้ประชาชน เริ่มประดับเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ 

โดยสามารถสั่งจองเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์ฯ ผ่านที่ทำการไปรษณีย์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสั่งจองผ่านระบบร้านค้าออนไลน์ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผ่าน เว็บไซต์ thailandpostmart.com ได้ โดยไม่มีการจำกัดจำนวน รวมถึงที่ บิ๊กซี 208 สาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2567 เป็นต้นไป และสามารถสั่งจองได้ที่บิ๊กซีมินิทุกสาขาทั่วประเทศ (โดยสั่งจองล่วงหน้า 7 วัน) ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสั่งจองเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์ฯ ได้ที่ Contact Call Center 1756

มุกดาหาร​ -​ สถานีเรือมุกดาหาร แถลงผลการตรวจยึดยาบ้า 42,000 เม็ด ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ตำบลนาสีนวน

(30 พ.ค 67) เวลา 10:30 น ที่สถานีเรือมุกดาหาร ตามนโยบายของ พลเรือเอก อะดุง​ พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ในด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะยาเสพติดให้โทษ ยาบ้า เพลงเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2561 เวลาประมาณ 13.00 น ภายใต้การอำนวยการของ พลเรือตรีนรินทร์ ขาวเจริญ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง นาวาเอกวรรณะ เกื้อทิพย์​ ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตนครพนม โดยนาวาโท ศิริพงษ์ นพไธสง หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายลับ ฝ้าในห้องวันนี้จะมีกลุ่มบุคคลต้องสงสัย เตรียมการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประชุมวางแผนเตรียมการ 

จากนั้นจึงสั่งการให้ชุดสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สน.เรือมุกดาหาร​ เข้าพื้นที่ซุ่มตรวจ จะได้ประสาน ร้อย​ ทพ.2110 เพื่อบูรณาการปฏิบัติร่วมกัน โดยจัดกำลัง 3 ชุดปฏิบัติการดักซุ่มอยู่ตามบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านนาสีนวล เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.15 น ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เรือต้องสงสัย เพิ่งเข้ามาในพื้นที่ริมตลิ่ง ห่างจากชุดซุ้มประมาณ 200 เมตร พร้อมสังเกตเห็นว่ามีการลำเลียงถุงกระสอบขึ้นมาริมตลิ่งแม่น้ำโขง แล้วทำการแล่นเรือออกจากพื้นที่ริมตลิ่งไปในทันที เมื่อเห็นดังนั้นชุดเข้าตรวจและเฝ้าดูในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 20 นาที ไม่พบผู้ต้องสงสัยเข้ามารับถุงกระสอบแต่อย่างใด จึงเข้าทำการตรวจสอบวัตถุสงสัยดังกล่าว ภายในถุงพบห่อกระดาษสีน้ำตาล พันด้วยเทปกาวอย่างหนาแน่นจำนวน 7 มัด ประทับตราตัวอักษร Y 1 คาดว่าเป็นยาบ้า และตรวจสอบโดยรอบบริเวณ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอื่นใด จึงนำมาตรวจสอบโดยละเอียดที่สถานีเรือมุกดาหาร ตรวจนับได้ยาบ้าจำนวนประมาณ 42,000 เม็ด จึงเตรียมนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ผบ.ทร.ตรวจเยี่ยมการฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธีของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2567

วันนี้ (30 พฤษภาคม 2567) พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ ตรวจเยี่ยมการฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธี และการฝึกยิงอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ IGLA -S ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2567 โดยมี พลเรือตรี ศุภสิทธิ์ บูรณะโอสถ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ให้การต้อนรับ ณ สนามฝึกยิงอาวุธทุ่งโปรง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ การฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธีดังกล่าว มีจุดประสงค์เพื่อทดสอบความพร้อมขององค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธี ในการปฏิบัติตามแผนป้องกันประเทศ ทดสอบความพร้อมรบและขีดความสามารถขององค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธีในการฝึกยิงอาวุธประจำหน่วย รวมทั้ง ทดสอบการปฏิบัติทางยุทธวิธี ระหว่างหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กับ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ในการยิงเป้าหมายทางทะเลเป็นการฝึกตามแผนงานประจำปี พ.ศ.2567 ซึ่งหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ได้จัดปืนใหญ่กลางกระสุนวิธีราบ ขนาด 130 มิลลิเมตร ปืนใหญ่รักษาฝั่งกระสุนวิถีโค้ง ขนาด 155 มิลลิเมตร ปืนต่อสู้อากาศยาน ขนาด 37/70 มิลลิเมตร และอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ IGLA -S เข้าร่วมการฝึก จะยิง 2 แบบ โดยการยิงจากรถ และการยิงแบบประทับบ่าที่ระยะ 1,800 เมตร

สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถี IGLA-S เป็นอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ มีหลักการจับเป้าหมายโดยอาศัยการตรวจจับและรับรังสีอินฟราเรดที่แพร่ออกมาจากแหล่งความร้อนของตัวอากาศยาน อาวุธจะล็อคเป้าหมาย และพร้อมให้พลยิงปล่อยตัวจรวดออกมาเพื่อติดตามและทำลายเป้าหมายต่อไป และเมื่อจรวดแล่นออกจากท่อยิงการทำงานจะเป็นไปในลักษณะ Fire and Forget ซึ่งลูกอาวุธนำวิถีที่ใช้ในการฝึกยิงในครั้งนี้เป็นลูกอาวุธวิถีแบบ 9M342 มีคุณลักษณะที่สำคัญคือมีความเร็วโคจรคงที่โดยเฉลี่ย 600 เมตร/วินาที เส้นผ่านศูนย์กลาง 72.2 มิลลิเมตรน้ำหนัก 16.7 กิโลกรัม

ซึ่งการฝึก ได้กำหนดสถานการณ์ฝึกในการป้องกันพื้นที่สำคัญทางทหารตามที่ทัพเรือภาค 1 มอบหมาย ประกอบกำลังเป็น หน่วยต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งประจำพื้นที่ 1 มีกำลังรบประกอบด้วย กองพันต่อสู้อากาศยาน กองพันรักษาฝั่ง ศูนย์ต่อสู้อากาศยาน และส่วนสนับสนุนส่วนแยก ประกอบกำลังในการป้องกันภัยทางอากาศและป้องกันภัยจากกำลังทางเรือของฝ่ายข้าศึก 

ซึ่งการฝึกครั้งนี้เป็นการฝึกยิงอาวุธปืนทางยุทธวิธีด้วยกระสุนจริง โดยใช้ศูนย์อำนวยการยิงร่วมกัน ของกองพันรักษาฝั่ง (สอ.รฝ) และกองพันทหารปืนใหญ่ (นย.) พร้อมทั้งการฝึกยิงอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ IGLA -S ด้วยลูกจรวดจริง และอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ IGLA -S การฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธีของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ประจำพื้นที่ เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2567 สำหรับขั้นการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเลในห้วงเป็นการฝึกสนธิกำลังระหว่างหน่วย ทำการฝึกตามขีดความสามารถการปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ ทั้งในระดับยุทธการและยุทธวิธี การฝึกควบคุมบังคับบัญชาและการอำนวยการยุทธ์ของศูนย์ปฏิบัติการ (FTX) โดยมีรายการฝึกสำคัญ ประกอบด้วย การฝึกยุทธวิธีร่วมกองเรือ การฝึกปฏิบัติการร่วมระหว่างกำลังทางเรือและอากาศยาน การฝึกป้องกันพื้นที่ของทัพเรือภาค การฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธีของหน่วยต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งประจำพื้นที่ การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบกและส่งผ่านกำลังทางบก รวมทั้ง การฝึกสนธิกำลังดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง โดยเป็นการฝึกตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ คือ “ฝึกฝนให้ชำนาญ เพื่อพร้อมปกป้องอธิปไตยให้น่านน้ำไทย”

‘บุ๋ม’ ขอโทษ ‘รปภ.’ ปมดรามาลูกชายเกิดอุบัติเหตุ ชี้!! เข้าใจกันทั้งสองฝ่าย หลังรู้สึกไม่ดีมาโดยตลอด

(30 พ.ค.67) จากกรณีดรามาต่อเนื่องหลายวันเรื่องราวอุบัติเหตุ น้องอเล็กซ์ ลูกชาย ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ได้รับบาดเจ็บค่อนข้างจะรุนแรง โดย บุ๋ม ออกมาโพสต์ด้วยความตกใจ ก่อนจะกลายเป็นประเด็นร้อนแรงดรามาถล่มทลาย

ล่าสุด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ โพสต์ภาพกับ รปภ.ที่อยู่ในเหตุการณ์อุบัติเหตุวันนั้น พร้อมข้อความได้เคลียร์ใจกับ รปภ.เข้าใจกันทั้งสองฝ่ายแล้วว่า

“วันนี้เคลียร์ใจขอโทษพี่ รปภ. เข้าใจกันทั้งสองฝ่าย รู้สึกไม่ดีมาโดยตลอด พี่ รปภ.ยังกลับมาดูแลกันเหมือนเดิม

ขอบคุณมาก ๆ นะคะ พี่เขาก็เครียดเพราะตอนน้องล้มได้ยินเสียงกระแทกกึกดังมาก และบุ๋มอยากขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วงอาการของน้องด้วยนะคะ

ส่วนพี่เลี้ยง จบตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องแล้ว ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ ที่เข้าใจและต่อว่า บุ๋มไม่ว่าอะไรเลยค่ะ ขอบคุณทุกคนอีกครั้งค่ะ”

'ฟ้าคราม' อึ้ง!! ฟังเพื่อนต่างชาติ 'รีวิวประเทศไทย’ ชม 'ทุกอย่าง-ให้คะแนนสูง' แถมชวนชาวโลกมาเที่ยวไทย

ไม่นานมานี้ ช่องติ๊กต๊อก 'ฟ้าคราม' (@fhakram.chavit) โดยคุณชวิศร์ ชูประทุม อินฟลูฯ อาสา ได้นำเสนอคลิปสัมภาษณ์เพื่อนชาวฝรั่งเศสที่ได้มาเมืองไทย ในหัวข้อ ‘รีวิวประเทศไทย’ ที่พอฟังจบแล้ว หลายคนน่าจะอดยิ้มไม่ได้กันเลยทีเดียว โดยสาระสำคัญของบทสนทนาดังกล่าว มีดังนี้... 

ฟ้าคราม : ผมขอถามอะไรพวกคุณได้ไหม?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : ได้เลย

ฟ้าคราม : คิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการเดินทางในประเทศไทย?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : เดินทางง่ายมาก มีทั้งรถไฟและเรือ

ฟ้าคราม : แล้วสัญญาณโทรศัพท์ 5G ในประเทศไทยล่ะ?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : เร็วมาก ครอบคลุมทุกที่เลย เราซื้อซิมที่ 7-11 สำหรับ 1 เดือน มันยอดเยี่ยมมาก และง่ายมากๆ สำหรับเรา

ฟ้าคราม : ถ้าให้บอกความรู้สึกเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศไทย ตลอด 1 เดือน ให้กับผู้คนทั่วโลกได้รู้ จะบอกอะไร?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : เป็นประเทศที่ดีมากๆ ราคาสินค้าก็ไม่แพง คุณสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้อย่างสะดวกสบาย / มีกิจกรรมให้ทำมากมาย อาหารก็อร่อยมาก แถมไม่แพงเกินไป ทุกๆ อย่างในเมืองไทยทำให้ง่ายสำหรับการใช้ชีวิตของนักท่องเที่ยว ทุกคนควรมาเที่ยวที่ประเทศไทย

ฟ้าคราม : บอกหน่อยได้ไหม 'อาหารไทย' ที่คุณชอบคืออะไร?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : สำหรับฉัน 'ข้าวซอย' อร่อยมาก 'ผัดไทย' ก็เช่นกัน

ฟ้าคราม : ถ้ามีคนอยากมาเที่ยวประเทศไทย สิ่งที่พวกคุณอยากจะแนะนำเขาคือ?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : ถ้าพวกเขาชอบหรืออยากจะมาปาร์ตี้ เขาต้องไปภาคใต้ของประเทศไทย แต่ถ้าพวกเขาอยากเยี่ยมชม-ศึกษาวัฒนธรรม ฉันคิดว่าเขาควรจะไปทั้งภาคเหนือและภาคใต้เลย แล้วจะให้ดีควรเช่ามอไซต์ด้วย เพราะราคาถูกมาก ต้องเช่าให้ได้เลย

ฟ้าคราม : ให้คะแนนประเทศไทยหน่อย เต็ม 10 ให้เท่าไร?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : ให้ 9 ถึง 10 เลย

ฟ้าคราม : คำถามสุดท้าย บอกมา 1 สิ่ง ที่คุณนึกถึงเกี่ยวกับประเทศไทย?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : สำหรับฉันคือ อิสระ เสรีภาพ 

ฟ้าคราม : ทำไมถึงเป็น อิสระ เสรีภาพ? (ถามเพื่อนคนแรก)
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : มันสะดวกสบายในการใช้ชีวิต มีกฎเกณฑ์น้อยกว่าประเทศอื่น เป็นประเทศที่มีอิสระและเสรีภาพมากๆ 

ฟ้าคราม : แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไรเกี่ยวกับประเทศไทย? (ถามเพื่อนอีกคน)
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : ฉันรักมอไซต์ที่ประเทศไทยมากๆ รักการเดินทางโดยมอเตอร์ไซค์ มันเหมือนกับว่า ในหนึ่งวันเราได้อิสระที่จะสามารถไปได้ทุกที่ได้อย่าง ‘รวดเร็ว’ และ ‘ง่ายดาย’ ที่สำคัญ 7-11 ก็เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเจอมา / เพราะถ้าคุณหิว คุณสามารถไปหาอะไรทานได้ตลอดเวลา ตามที่คุณต้องการ

ฟ้าคราม : แสดงว่านักท่องเที่ยวจะไม่สามารถอยู่ได้ โดยไม่มี 7-11?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : มันน่าจะยากมากๆ ถ้าหากเราต้องอยู่โดยไม่มี 7-11 แต่ตอนนี้มันมีตั้งอยู่ทุกที่บนท้องถนน

โดยสรุปแล้ว มุมมองจากบทสนทนานี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศในหลายด้าน ทั้งการเดินทางที่สะดวกสบาย อาหารแสนอร่อย และราคาไม่แพง / สัญญาณ 5G ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ / 7-11 ที่ง่ายต่อการหาอะไรกินแบบ 24 ชม. / มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และมีอิสระเสรีภาพ มากๆ 

เรียกได้ว่าเป็นอีกเรื่องที่น่าภูมิใจจริงๆ ที่ชาวต่างชาติมีความสุขกับการมาเยือนไทยและประทับใจในหลายๆ เรื่อง จนให้คะแนนในระดับสูง

ผบ.ทร.ตรวจเยี่ยม รร.ชุมพลทหารเรือ นรจ.แสดงศักยภาพความเป็นทหารเรือ ในภาคสาธารณะ

ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้กำลังใจนักเรียนจ่าชั้นใหม่ ก้าวแรกในรั้วทหารเรือ สู่จ่าตรี ที่ดีของกองทัพเรือ
พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูง เดินทางมา โรงเรียนชุมพลทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมนักเรียนจ่าทหารเรือในภาคสาธาณะของนักเรียนชั้นใหม่ โดยมี พลเรือโท วสันต์ สาทรกิจ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ พร้อมด้วย นาวาเอก ยุทธนา ชูธงชัย ผู้บังคับการโรงเรียนชุมพลทหารเรือ ให้การต้อนรับ

ผู้บัญชาการทหารรเรือ ได้ให้โอวาทแก่ นักเรียนจ่าทั้ง 2 ชั้นปี เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ และดูการความเปลี่ยนแปลงของนักเรียนจ่าชั้นใหม่ ที่ต้องถูกฝึก ระยะเวลา 1 เดือน ปรับเปลี่ยนจากบุคคลพลเรือนมาเป็นชายชาติทหารเรือ  อีกทั้งยังต้องมีการฝึกหัดศึกษาหลังจากจบ ภาคสาธาณะ ตามหลักสูตร 2 ปี ตามสาขาพรรคเหล่าที่เลือก จบแล้วติดยศจ่าตรี บรรจุรับราชการในกองทัพเรือ ต่อไป

ในการนี้ ได้ตรวจเยื่ยม การสาธิตการว่ายน้ำในทะเล ของนักเรียนจ่าชั้นปีที่ 2 และตรวจเยี่ยมการฝึกบุคคลท่ามือเปล่า  บุคคลท่าอาวุธ รวมถึงการสวนสนามด้วยการวิ่ง และ เดิน ของนักเรียนจ่า ซึ่งโดยรวมนักเรียนจ่าได้แสดงความเป็นทหารเรือที่ถูกฝึกเกือบ 1 เดือน ให้ผู้บังคับบัญชาได้เห็นถึงศักยภาพ ทั้งครูฝึกและนักเรียนที่มีความตั้งใจในการฝึกฝน จนมีความเป็นทหารเรือ ที่มีระเบียบวินัย มีความอดทน ซึ่งในอนาคตพวกเขาเหล่านนี้ จะเป็นข้าราชการที่ดีในกองทัพเรือ ต่อไป

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล  ทิพย์ศรี  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top