Saturday, 20 June 2026
NEWS FEED

‘เด็กตรัง’ ผุดไอเดียพานไหว้ครู ‘ขนม-ลูกอม-เหนียวไก่ทอด’ เสร็จกิจกรรมแบ่งกันกิน - มีความสุขถ้วนหน้า โดยไม่เสียของ

(13 มิ.ย. 67) โรงเรียนเทศบาลวัดตรังคภูมิพุทธาวาส สังกัดเทศบาลเมืองกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ซึ่งมีนักเรียนทั้งหมด 123 คน ภายใต้การนำของ นายกาลสิษฐ์ เพชรคง ผู้อำนวยการโรงเรียน และนายชาตรี บุญมี หรือ ครูแว่นดำ ครูผู้พิการทางการมองเห็นชื่อดัง ในฐานะรองผู้อำนวยการโรงเรียน

โดยได้จัดให้มีพิธีไหว้ครู ประจำปีการศึกษา 2567 ขึ้น เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนได้ร่วมรำลึกถึงความสำคัญของครู ในฐานะที่เป็นผู้เสียสละ และประกอบคุณงามความดีเพื่อประโยชน์ของชาติ และประชาชนเป็นอันมาก ด้วยการสั่งสอนศิษย์ หรือถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์ เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นเป็นผู้มีความรู้ มีคุณธรรม และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อสังคมในภายภาคหน้า

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้พิธีไหว้ครูของปีนี้ มีความแปลกแตกต่างไปจากทุกปี ดังนั้น นายกาลสิษฐ์ จึงคิดใหม่ ทำใหม่ ในยุคใหม่ นอกจากเหนือไปจากการเจิมหนังสือ หรือตำราเรียนแล้ว ยังเจิมไอแพด และสมาร์ตโฟนด้วย ถือว่าเป็นสิ่งที่ลูกศิษย์สามารถเข้าไปหาความรู้ได้เหมือนกัน

นอกจากนี้ ยังให้จัดทำพานไหว้ครูแห่งความสุข ด้วยวัสดุอะไรก็ได้ และความหมายก็ให้คิดกันมาเอง จนทำให้เกิดการทำพานไหว้ครูที่สร้างสรรค์มากมาย เช่น พานข้าวเหนียวไก่ทอด พานเยลลี่ พานขนม พานคุกกี้ พานลูกอม พานตัวการ์ตูน ซึ่งหลังทำพิธีไหว้ครูเสร็จ สามารถกินพานไหว้ครูได้เลย ทำให้นักเรียนมีความสุขกันทุกคน

นราธิวาส-ทูตอินโดฯ ชื่นชม โครงการแกล้งดิน ในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมศึกษานำไปพัฒนาดินเปรี้ยวในอินโดนีเซีย

คณะทูต 12 ประเทศจากโลกมุสลิม เยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต" ผ่านการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่เปรียบเสมือนตัวอย่างแห่งความสำเร็จของการศึกษาและการพัฒนา ให้ประชาชนนำไปเป็นต้นแบบการปฏิบัติด้านการเกษตร

โดย ศอ.บต. และ จังวัดนราธิวาส นำคณะทูตชมโครงการต่างๆที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ดำเนินงาน เพื่อให้เห็นถึงความใส่ใจความทุกข์ยากของราษฎร ที่เจอสภาวะปัญหาดินเปรี้ยว ทำการเกษตรไม่ได้ เนื่องจากจังหวัดนราธิวาสมีลักษณะพื้นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำขังตลอดทั้งปี เป็นหน้าดินคุณภาพต่ำไม่เหมาะแก่การทำเกษตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงทรงพระราชทานพระราชดำริให้ก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง ในปี 2525 ให้ศึกษาวิจัยทดลอง หาแนวทางพัฒนาดินเปรี้ยวให้สามารถใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้อย่างเหมาะสม โดยภายหลังทำการวิจัย ก็สามารถทำการเกษตร ปลูกผลไม้ได้หลากหลายชนิด 

นายฟูอาด อาเดรียนชา อัครราชทูตอินโดนีเซีย กล่าวถึงโครงการแกล้งดิน ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า จากการได้ฟัง และเยี่ยมชมศูนย์การศึกษาพิกุลทอง ได้รับข้อมูลว่า ดินเปรี้ยวหรือดินที่เป็นกรด หรือแม้แต่ดินเสีย ก็สามารถใช้ทำการเกษตรได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ประเทศอินโดนีเซีย ก็มีปัญหาในลักษณะนี้ จึงอาจต้องแลกเปลี่ยนงานวิจัย เรียนรู้การแกล้งดิน เพื่อนำไปพัฒนาผืนดินในอินโดฯบ้าง ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 3 วัน ที่ได้ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เรียนรู้ว่าประเทศไทย รัฐบาลไทยได้พยายามดูแลประชาชน 3 จังหวัด ทั้งเรื่องการศึกษา สังคม เศรษฐกิจ เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ คณะทูตยังได้เยี่ยมชมการสาธิตการระบายสีเซรามิก พร้อมชมสินค้า OTOP และสินค้าทางการเกษตรที่ปลูกในพื้นที่สาธิตการทำการเกษตร ปลอดสารเคมี 100% ด้วย 

ข่าว.แวดาโอ๊ะ​ หะไร​ จ.นราธิวาส

เปิดชีวิตปัจจุบัน 'เด็กเก่ง' จากรายการ 'IQ180' หลังผ่านไป 30 ปี ประกอบอาชีพอะไรกันบ้าง

(13 มิ.ย.67) สำหรับรายการ IQ180  คือรายการที่คัดเอานักเรียนเก่ง ๆ จากทุกโรงเรียน มาตอบคำถามทางวิชาการแข่งกัน เพื่อชิงเงินรางวัล ซึ่ง ดำเนินรายการโดย อาจารย์ชัยณรงค์ มนเทียรวิเชียรฉาย ที่คัดนักเรียนเก่ง ๆ จากชั้นมัธยมศึกษาของแต่ละโรงเรียนมาแข่งกัน เพื่อตอบโจทย์ปัญหาด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ และรอบสุดท้ายจะเป็นคณิตคิดเร็ว เพื่อวัดทักษะของนักเรียนแต่ละคน

โดยทาง เฟซบุ๊ก ‘จอห์น ดิกเกิล’ ได้ร่วมย้อนอดีตของรายการ IQ180 ระบุว่า แม้จะเป็นรายการวิชาการ แต่กลับเต็มไปด้วยความสนุก ความตื่นเต้น และความลุ้นระทึก วัดเชาว์ปัญญาของนักเรียนแต่ละโรงเรียนว่าจะสุดยอดแค่ไหน กลายเป็นรายการในตำนานที่ติดตราตรึงใจ และอยู่ในความทรงจำของคนในยุค 90

ทั้งนี้ในการแข่งขันจะมีทั้งหมด 3 รอบ รอบแรกวิชาภาษาไทย รอบ 2 วิชาวิทยาศาสตร์ และรอบสุดท้ายวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งทางรายการจะมีแนวทางให้นักเรียนอ่านมาก่อน เวลาตอบจะได้ไม่ตอบเหวี่ยงแห และจะสังเกตได้เลยว่าแต่ละคนจะตอบเร็วมากเพราะอ่านมาแล้ว แต่สำหรับตนนั้นถูกรายการโทรหาก่อนที่จะอัดรายการไม่กี่ชั่วโมง ตนก็เรียกแท็กซี่จากดาวคะนองไปช่อง 5 และไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน พอไปถึงก็ลงแข่งเลย แต่โชคดีที่ชนะมาได้

อย่างไรก็ตาม ยังมีคนมาถามว่า ส่วนนักเรียนที่เคยไปเข้าแข่งขันในรายการนี้ พอโตขึ้นไปแล้วทำอาชีพอะไร ก็ได้รับคำตอบว่า เป็นอาจารย์ที่คณะเภสัชกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , พนักงานระดับจัดการอุตสาหกรรมในโรงงาน ที่มีคนงานระดับ 1,000 คน เงินเดือนดีมาก , เพื่อนตนเป็นแชมป์รายการนี้หลายสมัย ปัจจุบันทำงานเป็นทันตแพทย์ , ผู้บริหารงานด้านการแพทย์และพยาบาล หรือบางคนได้เป็นแพทย์ก็มีไม่น้อย 

'อัยรดา โฆษกรวมไทยสร้างชาติ' ผนึกกำลัง 'ลูกบ้านซิตี้โฮม ศรีฯ' เพิ่มพื้นที่สีเขียวเขต 'บางนา-พระโขนง' และพื้นที่ใกล้เคียง

(13 มิ.ย. 67) ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง อัยรดา บำรุงรักษ์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตผู้สมัคร สส.เขตบางนา-พระโขนง ขอบคุณคณะลูกบ้านซิตี้โฮม ศรีฯ หลังมอบต้นคลอเดีย จำนวน 116 ต้น เพื่อส่งมอบต่อให้กับหน่วยงานราชการ, อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทสม.), ชุมชนเขตบางนา, ชุมชนเขตพระโขนง และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อนำต้นคลอเดียไปปลูกและเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน

“โครงการคณะลูกบ้านซิตี้โฮม ศรีฯ มีความตั้งใจทำโครงการเพาะปลูกต้นคลอเดีย เนื่องจากคณะลูกบ้านกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มจิตอาสาเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 24-25 ก.พ. 2567 โดยคณะลูกบ้านซิตี้โฮม ศรีฯ เป็นผู้เพาะต้นคลอเดีย เมื่อโตในระดับนึง จึงนำมาส่งต่อให้เบียร์เป็นตัวแทน เพื่อกระจายมอบให้กับหน่วยงานราชการ, ทสม., ชุมชนในเขตบางนา-พระโขนง และพื้นที่ใกล้เคียง เป้าหมายของคณะลูกบ้านซิตี้โอม ศรีฯ มีจุดมุ่งหมายตรงกัน เพื่อต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับกรุงเทพฯ และนี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และจะเป็นก้าวต่อไปที่พวกเราจะร่วมมือกันขยายพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น และพวกเราขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดมลพิษ พร้อมช่วยให้อากาศในกรุงเทพฯ สะอาดมากขึ้น” ว่าที่ร.ต.อ.หญิง อัยรดา ย้ำ

อย่างไรก็ตาม ต้นคลอเดียขณะนี้ ได้ถูกส่งมอบให้กับหน่วยงานราชการ, ทสม., ชุมชนเขตบางนา, ชุมชนเขตพระโขนง และพื้นที่ใกล้เคียงเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมเปิดศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 ทั่วประเทศ กำชับเข้มงวดกำจัดการพนันทุกรูปแบบ ทุกพื้นที่

วันนี้ (13 มิ.ย.67) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 17 หรือ ฟุตบอลยูโร 2024 ณ ห้องประชุม ศปก.ตร. 

พล.ต.ท.อัคราเดชฯ กล่าวว่า วันที่ 14 มิถุนายน ถึง 14 กรกฎาคม 2567 จะมีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 17 หรือฟุตบอลยูโร 2024 (UEFA European Football Championship 2024) ณ ประเทศเยอรมัน โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านสื่อโทรทัศน์และสื่ออื่นฯ ให้ประชาชนได้รับชมการแข่งขันพร้อมกันทั่วโลก สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใย และคาดว่าจะมีผู้ลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอล อันอาจเป็นเหตุให้กลุ่มนักเรียน นักศึกษา เยาวชนทั่วไป ตกเป็นเหยื่อเข้าไปเล่นการพนันทายผลฟุตบอล ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 ให้ทุกหน่วยปฏิบัติ ดังนี้

1. ให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล , ตำรวจภูธรภาค 1-9 , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , กองบัญชาการท่องเที่ยว , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จัดตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 โดยมีผู้บัญชาการ หรือรองผู้บัญชาการที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ เริ่มเปิดศูนย์ฯ พร้อมกันทั่วประเทศในวันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2567 เวลา 10.00 น. 

2. จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบตรวจตราสถานบริการ สถานบันเทิง หรือสถานที่อื่นใดที่เปิดให้บริการรับชมการแข่งขันฟุตบอล เพื่อเป็นการป้องกันปราบปรามและสืบสวนจับกุมอย่างเข้มข้น

3. ให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นหน่วยหลักในการตรวจสอบและเฝ้าระวังการกระทำผิดผ่านเว็บไซต์หรือสื่ออินเทอร์เน็ต ที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ ชักชวน หรือจัดให้มีการลักลอบเล่นการพนัน หากพบว่ามีการกระทำผิดให้ทำการสืบสวนจับกุม และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปิดเว็บไซต์โดยเร็ว

4. บูรณาการการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อแสวงหาความร่วมมือ แจ้งเบาะแสและข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอล ตลอดจนเปิดช่องทางการรับแจ้งเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยง่ายทุกช่องทาง

5. ให้สืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับผู้ร่วมกระทำผิด ผู้สนับสนุน นายทุน เจ้ามือหรือเครือข่ายรับพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอล ทั้งที่เป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนันโดยตรงและรับพนันออนไลน์ หากเป็นความผิดเกี่ยวกับการเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีวงเงินหมุนเวียนในการกระทำความผิดรวมกันมีมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป หรือเป็นการจัดให้มีการเล่นการพนันทางออนไลน์ อันเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3(9) ให้นำมาตรการการฟอกเงินมาบังคับใช้ทุกกรณีอย่างเคร่งครัด

6. ประชาสัมพันธ์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปรับทราบถึงโทษของการเล่นการพนัน ตลอดจนการขอความร่วมมือจากสถานศึกษาทุกแห่ง ผู้ปกครองของนักเรียน นักศึกษา เยาวชนให้ช่วยสอดส่องดูแลเอาใจใส่บุตรหลานในปกครอง 

7. ให้ทุกหน่วยประสานและสนับสนุนการปฏิบัติกันอย่างใกล้ชิด กรณีที่มีการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญหรือเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ให้ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024  รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยด่วน รวมถึงการจัดแถลงข่าวในพื้นที่ทันทีโดยให้ดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบและคำสั่งที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลดังกล่าว เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมสูงสุด

นอกจากนี้ พล.ต.ท.อัคราเดชฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติคาดหวังว่าพี่น้องประชาชนจะรับชมการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 ในครั้งนี้ อย่างมีความสุข รู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อของการพนัน เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ เพื่อสร้างความเข้าใจ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์ของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ และขอได้ฝากประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชน หากมีเบาะแสหรือเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการพนันทายผลฟุตบอล หรืออาชญากรรมอื่น ๆ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ สายด่วน 1599  ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘ข้าวเหนียวมะม่วง’ ผงาดที่ 2 เมนูมะม่วงดีสุดในโลก เป็นรองแค่ 'Aamras' เมนูเด็ดจากอินเดีย

(13 มิ.ย.67) สำหรับ ‘มะม่วง’ เชื่อว่าคงเป็นผลไม้สุดโปรดปรานของใครหลาย ๆ คน โดยมะม่วงสามารถถูกรังสรรค์ได้หลายเมนู อาทิ ข้าวเหนียวมะม่วง มะม่วงแช่อิ่ม มะม่วงน้ำปลาหวาน ไอศกรีมมะม่วง หรือบิงซูมะม่วง

ขณะเดียวกัน Taste Atlas เว็บไซต์จัดอันดับอาหารทั่วโลก ที่มักจัดอันดับในประเภทต่าง ๆ ก่อนหน้านี้เคยจัดอันดับอาหารยอดแย่อันดับ 1 ได้แก่ ‘แกงไตปลา’ สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์กระหึ่มโซเชียล บ้างก็ว่าไม่ควรติดอันดับ เพราะเป็นเมนูที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย รวมถึงรสชาติที่จัดจ้าน ต่อมาก็ได้จัดอันดับพุดดิ้งข้าวที่ดีที่สุดในโลก โดยประเทศไทยคว้าอันดับ 2 จากทั่วโลก ด้วยเมนู ‘ข้าวเหนียวมะม่วง’ 

ล่าสุดเว็บดังกล่าวจัดอันดับเมนูมะม่วงที่ดีที่สุดในโลก โดย 10 อันดับแรก ได้แก่…

1. Aamras อินเดีย
2. ข้าวเหนียวมะม่วง ไทย
3. Sorbetes ฟิลิปปินส์
4. Rujak อินโดนีเซีย
5. Mango Chutney อินเดีย
6. Mango pomelo sago จีน
7. Chinese mango pudding (Mangguo buding) จีน
8. Rujak cingur อินโดนีเซีย
9. Baobing จีน
10. มะม่วงน้ำปลาหวาน ไทย

ชลบุรี- 'บิ๊กเต่า' ลั่นฟัน 157 หากพบเจ้าหน้ามีส่วนเกี่ยวข้อง เรือบรรทุกน้ำมันของกลางขนาดใหญ่จำนวน 3 ลำ หายไปจากท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ

ความคืบหน้ากรณีที่กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) รายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันของกลางขนาดใหญ่จำนวน 3 ลำ ซึ่งบรรจุน้ำมันรวมกว่า 3.3 แสนลิตร หายไปจากท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ล่าสุดวันนี้ (13 มิถุนายน) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วย พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผู้กำกับ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ และเจ้าหน้าตำรวจสอบสวนกลาง ลงพื้นที่ตรวจสอบหาข้อเท็จจริง เรือบรรทุกน้ำมันหาย 3 ลำ ณ ท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ก่อนเข้าประชุมเร่งรัดหาข้อเท็จจริง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า การดำเนินการติดตามเรือที่หาย ได้มีการตั้งคณะกรรมการในการดำเนินคดีออกเป็น 3 ส่วน คือ เจ้าาหน้าที่ตำรวจน้ำที่ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง และในส่วนของลูกเรือ โดยได้ตั้งกองอำนวยการสืบสวนหาข้อเท็จจริงถึงสาเหตุเรือบรรทุกน้ำหาย และจะเร่งนำเรือของกลางกลับมาโดยเร็ว ทั้งนี้เชื่อว่าเรือที่หายทั้ง 3 ลำ ยังคงอยู่ในอ่าวไทย และยังไปไม่ถึงประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเรือทั้ง 3 ลำมีน้ำมันอยู่ด้วย ทำให้เรือสามารถวิ่งได้ประมาณ 7-8 นอต และจะต้องใช้ระยะเวลาในการวิ่งเรือจากพื้นที่เกิดเหตุไปประเทศเพื่อนบ้านที่มีระยะทาง 240 ไมล์ทะเล โดยต้องใช้ระยะ 15 ชั่วโมง

ส่วนข้อสงสัยที่ว่าทำไหมเรือบรรทุกของกลางที่จอดด้วยกัน 5 ลำ จึงหายไปเพียง 3 ลำนั้น ด้วย เรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำที่หายนั้น จากสืบข้อมูลเชิงลึก เรือทั้ง 3 ลำ มีเจ้าของและเป็นเรือของผู้มีอิทธิพลเรื่องน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ปัตตานี และเหตุที่คาดการว่าเรือทั้ง 3 ลำจะไปประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยเจ้าของเรือคาดว่าอีก 2 ลำ เป็นเรือไม่มีเจ้าของ แต่ถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกัน สำหรับลูกเรือที่จับได้ทั้งหมด 28 คน และหายไปกับเรือ 3 ลำ 18 คน ทั้งนี้ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางสั่งลงมาให้ดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง หากพบเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจและปล่อยเรือออกไปก็จะดำเนินคดี เพราะไม่ทำหน้าที่เท่าที่ควร มีอะไรกับเป้าหมายหรือไม่ รับรองว่าการเข้ามาทำหน้าที่ของตนตรงไปตรงมา หากพบเจ้าหน้าที่นายไหนมีส่วนเกี่ยวข้องพร้อมดำเนินคดี 157 ทันที และเชื่อว่าบนเรือไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในเรือของกลาง อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ทางการกัมพูชา ให้ช่วยติดตามหาเรือทั้ง 3 ลำแล้ว พร้อมเตรียมออกหมายจับลูกเรือที่หนีไป

ด้านพ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผู้กำกับ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ เปิดเผยว่า เรือ 3 ลำได้ยึดเป็นของกลางในคดี ทั้งเป็นคดีของพนักสอบสวนกลางและกรมสรรพสามิต ซึ่งเรือแต่ละลำมีทะเบียนเรือไม่ตรงกับข้อมูลเรือ บางลำไม่มีทะเบียนเรือ และจากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่าเรือ 3 ลำ ที่หายไปเป็นเจ้าของเดียวกัน ส่วนการจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันทั้ง 5 ลำ นั้น ด้วยมีการขนถ่ายน้ำมันกลางทะเลในฝั่งทะเล ออกทะเลอันดามัน เพื่อจะเอาน้ำมันเข้ามาในราชอาณาจักร จึงมีการจับกุม ส่วนการจัดเก็บของกลางตามระเบียบ สตช. ระบุให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้ดูแล และหากของกลางเป็นประเภทเรือ ของกลาง จะต้องให้ตำรวจน้ำในพื้นที่ดูแล

‘หมอเอก’ ชี้ ประเทศไทยใช้งบ 300 ล้านแต่ปัญหายาสูบย่ำอยู่กับที่ พร้อมจี้ประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างเครือข่ายรณรงค์

อดีตส.ส.เชียงราย ‘หมอเอก’ ชี้ข้อเสนอมาตรการคุมบุหรี่ไฟฟ้าจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเป็นการ “ทำสิ่งเดิมซ้ำๆแต่หวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง” ยันอัตราการสูบบุหรี่และจำนวนผู้สูบบุหรี่ในไทยแทบไม่ลดลง แม้มี สสส.มา 30 ปี พร้อมยกประเด็นงบประมาณสสส. 300 ล้านที่ส่อแววผลประโยชน์ทับซ้อน ยันหากไทยอยากกลดคนสูบบุหรี่ให้เหลือน้อยกว่าร้อยละ 5 ต้องปรับวิธีคิด

นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ หรือ หมอเอก อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 1 จังหวัดเชียงราย และอดีตรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขเรื่องปัญหาการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊ค “หมอเอก Ekkapob Pianpises” เกี่ยวกับข้อเสนอในเรื่องมาตรการการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าจากที่ประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ระบุว่า
“มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่ทำสิ่งเดิมๆซ้ำๆ แต่กลับหวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง จากข้อสรุปของที่ประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งได้มีข้อเสนอเรื่องมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า สรุปได้ 5 ข้อ 1. พัฒนาการจัดการความรู้ 2. สร้างการรับรู้ 3. เฝ้าระวังการบังคับใช้กฎหมาย 4. พัฒนาศัพยภาพภาคีเครือข่าย 5. ยืนยันมาตรการป้องกัน-ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ทั้ง 5 ข้อนั่นคือการทำสิ่งเดิมๆซ้ำๆ แล้วเราจะหวังผลลัพธ์ที่แตกต่างได้หรือ?”

โดยหมอเอกวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า ข้อเสนอ 1-4 นั้นอาจเอื้อให้สสส.ทำการ ‘แจกจ่าย’ ให้กับเครือข่าย ซึ่งตนอยากให้ประชาชนจับตาดูและตั้งคำถามว่าเครือข่ายดังกล่าวประกอบด้วยบุคคลหรือองค์กรใดบ้าง พร้อมระบุว่าการเสนอให้ใช้วิธีเดิมซ้ำๆโดยคนกลุ่มเดิม ๆ อาจนำมาซึ่งความ ‘ล้มเหลว’ แบบเดิม ๆ ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือการควบคุมยาสูบโดยการลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ยาเส้น ในภาพรวม โดยมุ่งไปยังเป้าหมายการสร้างสังคมไร้ควัน หรือการที่มีอัตราผู้สูบบุหรี่ในประเทศต่ำกว่า 5% จากที่ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราผู้สูบบุหรี่สูงถึง 17-18%

ก่อนหน้านี้ หมอเอกได้เคยออกมาให้ความเห็นเนื่องในโอกาสวันงดสูบบุหรี่โลก (World No Tobacco Day) ประจำปี 2567 ระบุว่า “วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปีถือเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก กับประเทศไทยที่โหมทำกิจกรรมเกี่ยวกับ บุหรี่ไฟฟ้า เหมือนกับจะเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจที่ ความล้มเหลวในการควบคุมยาสูบ ?!!!” หมอเอกระบุเพิ่มเติมว่า ในปี 2545 มีการจัดตั้งสสส.ขึ้น จากนั้นบุหรี่ไฟฟ้าถูกแบนในปี 2557 และมีพรบ.ควบคุมการบริโภคยาสูบออกมาในปี 2560 ขณะที่มีงบประมาณรณรงค์จากสสส.กว่าปีละ 300 ล้านบาท พร้อมด้วยเครือข่ายการันตีรางวัลจากองค์กรอนามัยโลกด้านการควบคุมยาสูบ รวมถึงทุนวิจัยในเรื่องการจัดการยาสูบโดยเฉพาะ ทว่าตลอดเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยก็ยังไม่สามารถลดอัตราผู้สูบบุหรี่ได้ และมีบุหรี่ไฟฟ้าทะลักเข้ามาในประเทศในจำนวนมหาศาล ขณะที่รัฐเลือกปรับภาษีบุหรี่ขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการยาสูบแห่งประเทศไทยและชาวไร่ยาสูบ และนำมาซึ่งสัดส่วนการตลาดของบุหรี่เถื่อนที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างมีนัยสำคัญ

อนึ่ง หมอเอกได้กล่าวเพิ่มเติมถึงการสอบข้อเท็จจริงในประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนดังกล่าวโดยคณะกรรมาธิการสาธารณสุขของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ผ่านมา และได้มีการส่งต่อประเด็นให้แก่คณะกรรมาธิการปปช. ทว่าการสอบข้อเท็จจริงต้องหยุดดำเนินการหลังการยุบสภา

“ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ และในฐานะของผู้ที่ติดตามปัญหาด้านสาธารณสุข ผมย้ำมาโดยตลอดว่า ไม่สนับสนุนให้ใครสูบบุหรี่ ใครสูบอยู่ก็ควรที่จะเลิก โดยต้องดำเนินการด้วยชุดข้อมูลวิชาการที่ไม่บิดเบือน คำนึงถึงสิทธิของประชาชน และการมองปัญหารวมทั้งรับฟังจากทุกภาคส่วน ในเมื่อชุดความคิดเดิมๆ ในเมื่อคนกลุ่มเดิมๆ ทำงานไม่ได้ตามเป้ามาร่วม 30 ปี เราจะให้โอกาสคนที่ทำพลาดซ้ำๆ ทำงานต่ออีกหรือ?”

‘นายกฯ’ ควง ‘ชัชชาติ’ ล่องเรือตรวจ ‘คลองโอ่งอ่าง-บางลำพู’ รับปาก!! ประสานสื่อต่างประเทศ แชะภาพโปรโมตมุม Unseen

(13 มิ.ย. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะประกอบด้วย นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร ตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โครงการ 10 คลองสวย น้ำใส คนไทยมีสุข ‘คลองรอบกรุง (คลองโอ่งอ่าง-บางลำพู)’ และตรวจติดตามความก้าวหน้าการจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค และความก้าวหน้าในการประดับตกแต่งเรือพระที่นั่ง ณ กองบังคับการกองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

โดยเมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงบริเวณสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร รับฟังบรรยายสรุปโครงการพัฒนาคลองรอบกรุง (คลองโอ่งอ่าง-บางลำพู) โดยสำนักการระบายน้ำ
ณ บริเวณท่าเทียบเรือสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ จากนั้น นายกรัฐมนตรีล่องเรือตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการ 10 คลองสวย น้ำใส คนไทยมีสุข (คลองโอ่งอ่าง)

โดยเดินทางจากท่าเทียบเรือสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ ไปยังท่าเทียบเรือสะพานหัน (คลองโอ่งอ่าง) โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและกรุงเทพมหานครรายงานถึงความคืบหน้าในการดำเนินการซึ่งมีความคืบหน้าไปเกือบ 100% แล้วโดยเฉพาะช่วงเวลาเย็นและค่ำเมื่อมีการเปิดไฟประดับจะทำให้มีความสวยงามของคลองเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างดี 

ทั้งนี้ เมื่อเดินทางถึงท่าเทียบเรือสะพานหัน คลองโอ่งอ่าง นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมพื้นที่บริเวณสะพานหัน และพบปะกับผู้ค้าขายริมคลองโอ่งอ่าง โดยนายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงเรื่องของการค้าขายจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าบริเวณตลาดริมคลองโอ่งอ่าง 

ขณะที่ผู้นำชุมชนริมคลองโอ่งอ่างได้ขอให้ทางรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้คลองโอ่งอ่างกลับมาคึกคักอีกครั้ง เนื่องจากมีบางช่วงซบเซา อย่างไรก็ตามขณะนี้บรรยากาศเริ่มจะกลับมามีประชาชนและนักท่องเที่ยวทยอยกลับมาเดินเพิ่มมากขึ้น แต่ยังต้องการให้นายกและรัฐบาลช่วยผลักดันและประชาสัมพันธ์ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ขณะที่นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทีมงาน ช่วยประสานให้ช่างภาพโดยเฉพาะสื่อต่างประเทศมาช่วยถ่ายภาพและนำเสนอ โดยเฉพาะมุมที่เป็น Unseen ของคลองโอ่งอ่างเพื่อเผยแพร่ไปยังทั่วโลกเนื่องจากบางมุม ที่เป็น Unseen ยังไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์เท่าที่ควรและยังไม่ได้ถูกเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก ให้เป็นที่รู้จักเพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง

ขณะเดียวกันปลัดกรุงเทพมหานครได้ขอให้นายกฯ รัฐมนตรี กลับมาเยี่ยมชมและล่องเรือเพื่อดูทัศนียภาพยามเย็นที่คลองโอ่งอ่างเพื่อดูถึงความสวยงาม อีกรูปแบบหนึ่ง เนื่องจากช่วงเย็น-ค่ำ จะมีการประดับไฟในจุดต่าง ๆ ซึ่งนายกรัฐมนตรีรับปากว่าจะกลับมาอย่างแน่นอนพร้อมจะพาช่างภาพจากสื่อต่างประเทศมาเยี่ยมชมด้วย

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเดินเยี่ยมชมและพบปะกับประชาชนริมคลองโอ่งอ่างได้มีชาวบ้านเข้ามาทักทายถ่ายรูปและมอบพวงมาลัยเพื่อเป็นกำลังใจให้กับนายกรัฐมนตรีตลอดเส้นทางก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะร่วมถ่ายรูปที่สะพานคลองโอ่งเป็นที่ระลึก

จากนั้น เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการ 10 คลองสวย น้ำใส คนไทยมีสุข (คลองบางลำพู) โดยออกเดินทางจากท่าเทียบเรือสะพานหัน ไปยังท่าเทียบเรือบริเวณพิพิธภัณฑ์บางลำพู (คลองบางลำพู) เขตพระนคร โดยมีประชาชนสองฝั่งคลองได้ออกมาโบกไม้โบกมือต้อนรับและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านตะโกนทวงถามว่าเงินดิจิทัลของเราเมื่อไหร่จะได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรียิ้มรับพร้อมบอกว่า ‘ปลายปี’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากขึ้นเรือ นายกรัฐมนตรีเดินเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์บางลำพู โดยมัคคุเทศก์น้อยนำเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ และของดีจาก ชุมชนเขียงนิวาสไก่แจ้ โดยเฉพาะการปักดิ้นบนของที่ระลึก ก่อนออกเดินทางไปยังกองบังคับการ กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

‘เพจดัง’ ชี้!! ‘เด็กไทย’ เรียนเลขโหด โจทย์ยาก เครื่องคิดเลขก็ห้ามใช้ ในยุคเร่งคนให้ทันชาติอื่น เพื่อพาไทยสู่ประเทศเทคโนโลยีขั้นสูง

(13 มิ.ย.67) จากเพจ ‘สานต่อเจตนารมณ์ อาจารย์สมเกียรติ โอสถสภา’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

เห็นว่านี่คือข้อสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียน ม.1 โรงเรียนสวนกุหลาบ

ทำกันได้ไหมครับ 555

เด็กไทยเรียนเลขกันโหดมาก ดู ๆ แล้วเด็กสมัยนี้เรียนเลขกันหนักกว่าสมัยผมเรียนมัธยมอีก

ตอนผมไปเรียนต่อมัธยมที่นิวซีแลนด์ตอน ม.4 จำได้ว่าไม่ต้องเรียนเลขอะไรใหม่เลยจนถึง ม.6 ที่นั่น

คือเลขที่เรียนถึง ม.4 ไทย ใช้ได้จนเกือบจบมัธยมที่นิวซีแลนด์ นี่คือตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว

ที่ต่างกันคือที่ไทยห้ามนักเรียนใช้เครื่องคิดเลข แต่ที่นิวซีแลนด์นักเรียนทุกคนต้องมีเครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์พกติดตัวและต้องใช้ให้คล่อง

ที่นั่นไม่เน้นคิดเลขในหัวเร็ว เน้นให้นักเรียนเข้าใจวิธีแก้โจทย์ เข้าใจตรรกะ (เพราะเลขหลัก ๆ แล้วคือการฝึกให้คิดตามตรรกะ) แล้วไปกดเครื่องให้คิดตัวเลขออกมาให้

ม.ปลายนิวซีแลนด์ ให้นักเรียนเลือกวิชาเรียนตามความสนใจ ไม่ได้แบ่งว่าเป็นสายวิทย์ สายศิลป์เลข ศิลป์ภาษา แล้วเรียนวิชาบังคับตามแต่ละสาย

จำได้ว่าวิชาสายวิทย์ผมเลือกเรียนฟิสิกส์กับเคมี แต่ไม่เรียนชีวะเพราะไม่ชอบท่องจำเผ่าพันธ์สัตว์ต่าง ๆ ไม่ชอบกระปุกสัตว์ดอง ไม่ชอบผ่าซากตัวอะไรก็ตาม

วิชาอื่นที่เลือกเรียนจะหนักไปทางวิชาที่เกี่ยวกับการอยู่ด้วยกันของคนในสังคมพวก เศรษฐศาสตร์ บัญชี ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์

น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ในการทำงานเรามักจะเจอฝรั่งที่รู้หลายเรื่อง มองอะไรหลายด้าน และมักจะสรุปประเด็นปัญหาเรื่องใหม่ ๆ ได้ดี เพราะถูกเทรนมาให้มองหลายมุม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top