Saturday, 20 June 2026
NEWS FEED

ชัยภูมิ - รมว.อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.)ลงพื้นที่ชัยภูมิ

เมื่อเร็วๆนี้ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการการะทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของ อว. ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ณ วัดบางอำพันธ์ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ก่อนการประชุม ครม. สัญจร กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์) พร้อมกับ พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษา รมว.อว. น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัด อว.และผู้บริหารกระทรวง อว. เข้าร่วม

โดยมีนายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวต้อนรับ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สานนท์ ด่านภักดี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ กล่าวรายงานผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนงานด้าน อววน. เพื่อพัฒนาด้านเกษตรและแปรรูปผลิตภัณฑ์ พร้อมด้วยนายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ชัยภูมิ เขต 3 ผู้นำชุมชน ผู้นำเกษตรกร และประชาชนให้การต้อนรับและเข้าร่วมรับฟังนโยบายการนำงานวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมาแก้จน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีหน่วยงาน และชุมชน ออกร้านแสดงสินค้า นิทรรศการ ที่ได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ และได้รับความสนใจจากประชาชนที่เข้าร่วมมากมาย และ ยังได้รับการสนับสนุนจากกระทรวง อว. ได้นำหน่วยแพทย์ อว. เคลื่อนที่

โดยโรงพยาบาล ศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น มาให้บริการตรวจสุขภาพประชาชนจำนวนมากกว่า 1,250 คน โดยเน้นการตรวจคัดกรองในโรคที่มีความเสี่ยง ที่พบบ่อยในภาคอีสาน เช่น ตรวจพยาธิใบไม้ในตับ ตรวจมะเร็งท่อน้ำดี และตรวจโรคไต รวมถึงหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ตรวจฟันและขูดหินปูน โดยมุ่งหวังให้ประชาชนในพื้นที่มีโอกาสได้เข้าถึงบริการสุขภาพ และมีสุขภาพที่ดีด้วย

‘รมว.ประเสริฐ’ ลงพื้นที่ติดตามระบบ Health Link เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพแบบไร้รอยต่อเพื่อคนโคราช พร้อมผลักดันสู่แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ  

1 กรกฎาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำคณะทำงานลงพื้นที่ร้านหมอยาพลาซ่าเฮลธ์พลัส และโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ (Health Information Exchange: Health Link) และเยี่ยมชมการสาธิตการใช้ระบบ Health Link โดยมี รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) และนายแพทย์ธนกฤต จินตวร First Executive Vice President, BDI ให้การต้อนรับ พร้อมสั่งการดำเนินการแบบบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อบรรจุแพลตฟอร์ม Health Link เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานสำคัญในแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ  

นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงดีอี เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ ที่จะช่วยยกระดับการรักษาให้กับประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมอบหมายให้สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI หน่วยงานในสังกัด วางแผนดำเนินการแบบบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อบรรจุแพลตฟอร์ม Health Link เข้าเป็นส่วนหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ มุ่งขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระดับชาติ พร้อมทั้งกำหนดแผนปฏิบัติการและกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพที่สามารถนำไปใช้พัฒนาระบบบริการสุขภาพทั่วประเทศ โดยเริ่มจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร ต่อด้วยจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขยายผลการใช้งานในพื้นที่ให้ครอบคลุมทุกหน่วยบริการ พร้อมผลักดันจังหวัดนครราชสีมา สู่การเป็นต้นแบบในการบูรณาการข้อมูลสุขภาพอย่างเป็นระบบ รวมถึงจัดทำแผนงบประมาณระยะยาว ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ยกระดับระบบสาธารณสุขไทยได้อย่างยั่งยืน 

รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นความร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 9 นครราชสีมา และโรงพยาบาลค่ายสุรนารี สังกัดกองทัพบก กระทรวงกลาโหม เพื่อเร่งขยายการเชื่อมต่อระบบ Health Link ให้ครอบคลุมทุกหน่วยบริการ ทำให้ชาวโคราชเข้าสู่ระบบสาธารณสุขได้ทุกรูปแบบ ตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าถึงข้อมูล โดยต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ป่วยเท่านั้น ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ทำให้แพทย์สามารถดูประวัติการรักษาข้ามสถานพยาบาลนอกสังกัด ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยในการตรวจวินิจฉัยซ้ำซ้อน และสามารถได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ทันท่วงที 

ทั้งนี้ จังหวัดนครราชสีมา ถือเป็นแห่งที่ 2 ต่อจากกรุงเทพมหานครในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพกับหน่วยบริการทุกระดับ ส่งผลให้ประชาชนเกิดการรักษาแบบไร้รอยต่อ พร้อมพัฒนากลไกการใช้ประโยชน์จากข้อมูล Health Link อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การเชื่อมต่อข้อมูลที่มีความยั่งยืนและเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกภาคส่วนต่อไป

ดร. พญ.สาวิตรี วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 9 นครราชสีมา กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง สปสช. และ BDI ในการใช้งานแพลตฟอร์ม Health Link ช่วยยกระดับการบริการทางการแพทย์ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพแบบไร้รอยต่อจะช่วยกระจายการบริการไปยังสถานพยาบาลระดับปฐมภูมิ ซึ่งช่วยลดภาระของโรงพยาบาลหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้การรักษาและการส่งตัวผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลเป็นไปอย่างราบรื่น สอดรับตามนโยบายบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่อีกด้วย 

สำหรับโครงการ Health Link คือ แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ ช่วยให้แพทย์ สามารถดูประวัติการรักษาได้ทันที สะดวก ง่าย ปลอดภัย พร้อมมีระบบการเชื่อมโยงข้อมูลด้วยกลไกการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น โดยยืนยันตัวตนของประชาชน และแพทย์ การเข้ารหัสข้อมูลและระหว่างจัดส่งข้อมูล รวมถึงมีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบัน Health Link มีสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ  ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสมัคร Health Link ฟรีผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือ “ThaID” ศึกษารายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ :  https://healthlink.go.th

เปิดใจนักแสดงเอ็มวี ROCKSTAR เล่านาทีเจอ ‘ลิซ่า’  กรี๊ด!! ปรอทแตก ตื่นเต้นสุดชีวิต พูดไปคงไม่มีใครเชื่อ

(30 มิ.ย.67) เกิดเป็นปรากฏการณ์เยาวราชแตก! หลังสาว ลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า Blackpink ปล่อยเอ็มวีเพลง ROCKSTAR ซึ่งขณะนี้มียอดผู้เข้าชมบนแพลตฟอร์มยูทูบไปแล้วกว่า 34 ล้านวิว ที่ยกกองมาถ่ายทำที่ประเทศไทย ซึ่งครั้งนี้ใช้องค์ประกอบที่สะท้อนความเป็นไทย ตั้งแต่สถานที่ไปยันทีมนักเต้นนักแสดงสมทบ เกิดเป็นกระแสคนบันเทิง คนการเมือง รวมถึงร้านค้าแบรนด์ดังต่างพากันเข้ามาร่วมแจมกับกระแสนี้กันอย่างคับคั่ง

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘ภานุ ตั้งใจ’ หนุ่มรอยสักมาดเข้ม ที่ปรากฎตัวบนมิวสิกวิดีโอตัวดังกล่าว โพสต์รูปภาพเผยความประทับใจ ที่ได้ร่วมงานกับลิซ่าศิลปินหญิงชาวไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก พร้อมระบุข้อความว่า

พอมีแต้มบุญกับเค้านิดหน่อยนะเนี่ยเรา เดินทางจากจังหวัดพิษณุโลกเข้ากทม 5-6 ชม. ไปแบบอึน ๆ มึน ๆ ไม่รู้อะไรมากเลย รู้แค่ว่างาน MV

ถึงกองทีมงานเบื้องหลังเยอะคนเยอะมาก เซ็ทใหญ่อลังการใหญ่โตมาก เริ่มเอะใจนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ตลอดเวลาที่นั่งรอ เห็นว่ามีความเคลื่อนไหวตลอดเวลาดูทุกคนขันแข็งเร่งรีบ คนเบื้องหน้าก็ทยอยมาเรื่อย ๆ จนเป็นหลักร้อยได้ เอาล่ะเริ่มตื่นเต้นมากขึ้นมานิดหน่อยละ ตื่นคนเยอะ คิดในใจศิลปินตปท.แน่ใครกันนะ ทีมงานก็ไม่ได้บอกอะไร แค่บอกให้ถ่ายรูปลงชื่อและไปกินข้าว

พอเริ่มลงชื่อกินข้าวเสร็จ เริ่มทยอยเก็บมือถือกันแล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังไม่คิดอะไรมาก เพราะกองตปท.ก็เก็บกันปกติ ต่อไปก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเข้าเซ็ต ถ่ายได้ซีนสองซีนเล็กๆก็ยังประหม่า แต่ก็ผ่านไปด้วยดีอาจจะมีช้าบ้างนิดหน่อย

พอน้องลิซเดินออกมาเท่านั้นแหละ เรานี่ เอ๊ะ ! ในใจก่อนเลย ในใจคิด ใช่มั้ยนะ ถอดแว่น ตั้งตาเพ่งดี ๆ  ชัดเลย เฮ้ยยย !! นี่น้องลิซ นี่หว่า ในใจเรานี่กรี๊ดปรอทแตกมากกกก เกินไปมากกกกกก ใกล้ ๆ เลยยย มีอะไรในใจเยอะมาก ตื่นเต้นสุด มันฟุ้งอยู่ในหัวมากมายกูพูดกับใครไปจะมีใครเชื่อกูมั้ยเนี่ย ที่ยืนตรงหน้าเรา นี่คือ ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกเบอร์ต้น ๆ เลย ทำไรไม่ถูกจ้าาาา สั่นไปหมด

เป็นคุณ คุณจะรู้สึกยังไงงงงงงง เขร้ ชีวิตเหมือนประสบความสำเร็จอะไรบางอย่างที่มันใหญ่โตมาก ๆ อ่า OMG !!!???? ขอขอบพระคุณทีมงานทุกคนทุกท่านทุกแผนกทุกหน้าที่ทุกตำแหน่ง และขอบคุณตัวเองด้วย ที่มีส่วนร่วมในมิวสิควีดีโอตัวนี้ให้ออกมาสมบูรณ์แบบสู่สายตาทุกคนทั่วโลก 

‘พิธา’ ปลื้ม ‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’ ยกเป็นผู้ทำคุณูปการให้ชาติ  ชี้!! เป็นการแสดงออกให้ชาติอื่น ได้รู้ถึงความสามารถของคนไทย

(30 มิ.ย.67) ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึง MV ของ ‘ลิซ่า’ ที่โด่งดังจนทำเยาวราชแตก ว่า ตนได้ฟังแล้ว ทุกอย่างเป็นระดับโลกทั้งหมด ทั้งคำร้องที่เป็นภาษาอังกฤษและคำแร๊ป รวมไปถึงเทคนิคการถ่ายทำ ถือเป็นผลงานระดับโลกที่ตนในฐานะคนไทยก็ภูมิใจ ขณะเดียวกัน ก็มี ‘Local Content’ จำนวนมาก และแม้เป็นผลงานระดับโลก แต่การประสานงาน การเต้นหรือคนที่อยู่ในภาพประกอบ ของ Music Video ก็เป็นคนไทยทั้งนั้น ต้องขอชื่นชมไปยังคุณลิซ่าและบริษัทด้วย ที่ทำให้ประเทศไทยได้รับความสนใจ อย่างน่าเหลือเชื่อ และที่ผ่านมาไม่มีบุคคลใดทำได้เท่านี้ ซึ่งน่าจะทำให้เกิดการรับรู้ เพราะการที่คุณลิซ่า ร้องว่า Can you teach me Japanese? I said, ไฮ ไฮ

“มันก็เป็นการแสดงให้คนภูมิภาคอื่น รู้ว่าในเอเชียมีหลายเชื้อชาติ มีความเป็นคนไทยอยู่ด้วย เป็นการเอาคนไทย เอาความสามารถไทย เอานักเต้นไทย ได้ข่าวว่า ช่างทำเล็บหรือช่างแต่งหน้าก็เป็นคนไทยด้วย” นายพิธา กล่าว

เมื่อถามว่ารัฐบาลสามารถนำโมเดลของลิซ่ามาผลักดันเป็น Soft Power ได้หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า การที่ Power จะเป็น Power ที่ Soft ได้มันยัดเยียดหรือประดิษฐ์ประดอยไม่ได้ และอย่างที่ 2 ถ้าอยากถอดบทเรียน คือคุณลิซ่ารู้ว่าโลกต้องการอะไร แล้วย้อนกลับมา เขาเป็น Outside in ไม่ได้เป็น Inside out แบบที่เรานิยามความเป็นไทยกัน บังคับให้ทุกคนเสพความเป็นไทยตามที่เราต้องการ แต่เขาดูว่าความต้องการของโลกและเทรนโลกเป็นอย่างไร แล้วเขาค่อยกลับมาทำในมุมมองของเขา แล้วค่อยนำเสนอ เลยกลายเป็นอำนาจที่อ่อนจริงๆ

เมื่อถามว่า ในมุมของพรรคก้าวไกล จะเอาปรากฏการณ์นี้ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์อย่างไร นายพิธา กล่าวว่า ในระยะสั้น เมื่อลิซ่าทำคุณูปการให้กับประเทศไทย ขนาดนี้แล้ว ดังนั้นต้องไปเตรียมเรื่องการท่องเที่ยวให้ดี เพราะในส่วนของ Demand ไม่มีปัญหาคนอยากมาท่องเที่ยวอยู่แล้ว คนนิยมชมชอบกรุงเทพฯอยู่แล้ว อย่างสมุยก็เป็นเกาะระดับต้นๆของโลก อาหารก็เป็นระดับต้นๆ แต่สิ่งที่ต้องเตรียมคือ Supply ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการให้ข้อมูลหลายภาษา ทำให้ไกด์ไทย มีโอกาสเข้าไปอยู่ในโซ่มูลค่า เราว่าต้องมานั่งคิดแล้วในเมื่อคุณลิซ่าทำคุณูปการ รัฐบาลจะรับลูกอย่างไร อย่าทำให้สาธารณูปโภค หรือการท่องเที่ยวเข้มแข็ง และทำให้เม็ดเงินการท่องเที่ยวกระจายออกไม่ใช่กระจุกตัว

การวางเส้นทาง ถ้าคุณจะมา Rock Star Tour ต้องมาเริ่มต้นที่เยาวราช เสร็จแล้วจะเอาสตอรี่อะไรต่อ ให้เขาสามารถไปที่อื่น ที่เขาจะไม่ไปตั้งแต่ตอนแรก ทำให้เขาอยู่ได้นานขึ้น ไม่ใช่อยู่แค่ 3-4 วันแล้วกลับ รวมถึงมีสินค้าท้องถิ่นให้นักท่องเที่ยวซื้อกลับ ไม่เช่นนั้นเวลากินเบียร์ก็กินเบียร์ฝรั่ง โซ่มูลค่าไม่ตกถึงคนไทย ตนเชื่อว่า กทม. รัฐบาล ก็รับลูกทำอยู่

นายพิธา ยังกล่าวว่า สิ่งที่ลิซ่าทำถือเป็นพรสวรรค์ และพรแสวง เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ได้เขาต้องต่อสู้มาอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นภาษาทักษะการร้องเต้น เวลามองตัวไม่ได้มองแค่ปลายทางที่เขาประสบความสำเร็จ แต่ขอชื่นชมเขาในสิ่งที่ต่อสู้และผลักดันมาตลอด จนกระทั่งมาเป็นแบบนี้ ยืนยันว่า ตนไม่ได้โหน แต่คิดว่าทั้งหมดทั้งมวล ควรจะสร้างระบบนิเวศให้พรสวรรค์ไทย ที่มาจากบุรีรัมย์ มาจากสตูล มาจากเชียงใหม่ สามารถอยู่ในประเทศแล้วประสบความสำเร็จได้ นักการเมืองควรจะคิดเช่นนั้นมากกว่า

เมื่อถามว่า ‘เขาว่าทำถึง’ นายพิธา ยิ้มแล้วกล่าวว่า ‘ทำเกิน’

‘เศรษฐา’ ขอบคุณ ‘ลิซ่า’ ที่มาถ่ายเอ็มวี ที่เยาวราช ช่วยโปรโมตท่องเที่ยว สั่งเข้ม!! มาตรฐานความสะอาด ความปลอดภัย คนมาเที่ยวต้องไม่ผิดหวัง 

(30 มิ.ย.67) ที่โรงเรียนรัตนบุรี จ.สุรินทร์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงมิวสิควิดีโอ หรือเอ็มวี เพลง ‘ROCKSTAR’ ของ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ที่มาถ่ายทำที่เยาวราช ทำให้นักท่องเที่ยวแห่ไปเที่ยวเยาวราช รัฐบาลจะต่อยอดอย่างไร ว่า เมื่อคืน (29 มิ.ย.) ได้ฟังการให้สัมภาษณ์ของลิซ่า ที่มาถ่ายทำเอ็มวีที่เยาวราช ต้องขอขอบคุณที่คำนึงถึงประเทศที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอน

ทั้งนี้ เยาวราชมีศักยภาพสูงมาก คนจีนเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ไม่อยากพูดถึงแค่เยาวราชอย่างเดียว เพราะถนนทรงวาดหรือที่อื่นๆ บริเวณใกล้เคียง ทางวัดภูเขาทอง ก็มีศักยภาพในการท่องเที่ยว และดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างดีมาก

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคิดว่าความปลอดภัยและระบบสาธารณสุขเป็นเรื่องสำคัญ จึงต้องขอบคุณนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ทำงานร่วมกับนายเสริมศักดิ์พงษ์พานิช รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ที่ลงพื้นที่ไปดูแลเรื่องความสะอาดสุขอนามัยทั้งหมด

การที่ลิซ่ามาโปรโมตเพลงได้ยอดวิวคนดูไปหลายสิบล้านวิว ตนเชื่อว่านักท่องเที่ยวต้องเดินทางมาอย่างแน่นอน ซึ่งมาแล้วก็จะต้องไม่ผิดหวัง คือเรื่องของมาตรฐานและความสะอาด รวมถึงความปลอดภัย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่ทัวร์ชื่อดังหลายแห่งล้มละลาย จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวที่เราตั้งเป้าไว้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จากช่วงที่เกิดโควิด-19 เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว คนที่มีความแข็งแกร่งน้อยก็ไม่สามารถอยู่ได้ คนที่แข็งแรงก็ไปต่อ แต่เมื่อมีล้มก็ต้องมีลุกขึ้นมาใหม่ ปัจจุบันก็มีรายใหม่ๆ เกิดขึ้นมา

ตอนนี้ตัวเลขผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยก็เป็นที่น่าพอใจ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เรามีการส่งเสริมตลาดใหม่ๆ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็มีการไปเปิดตลาดใหม่ๆ สำหรับประเทศที่มีชื่อลงท้ายด้วยสถาน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงหน้าร้อนของกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง อย่างประเทศอินเดียก็ฟรีวีซ่าให้กับคนไทยแล้ว มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป

โดยตนก็จะไปเยือนอินเดีย ระหว่างวันที่ 15 – 16 ส.ค.นี้ ซึ่งจะมีการหารืออย่างเป็นทางการครั้งแรก หนึ่งในเรื่องใหญ่ที่จะหารือ คือ เรื่องของการบิน ที่เราจะเชิญสายการบินของอินเดียมาลงที่ประเทศไทยมากขึ้น แต่ปัญหาใหญ่ของการท่องเที่ยววันนี้ คือ จำนวนไฟลต์บินที่บินเข้ามาไม่เพียงพอ

ยายชาวสุรินทร์ หลั่งน้ำตา ดีใจได้เจอ ‘เศรษฐา’  เผย!! ไม่เคยมี ‘นายกฯ’ มาที่นี่เลย

(30 มิ.ย.67) ภารกิจ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในการลงพื้นที่อีสานใต้ เป็นวันที่ 3 โดยหลังจากพักค้างคืนที่ จ.ศรีสะเกษ เช้าวันนี้ นายกฯ ก็ได้เดินทางต่อมายัง จ.สุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ณ อ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม และคณะ

นอกจากนี้ยังมีนายพรเทพ พูนศรีธนากูล สส.สุรินทร์ เขต 4 พรรคเพื่อไทย และนายคุณากร ปรีชาชนะชัย อดีตสส.สุรินทร์ เขต 3 พรรคเพื่อไทย ร่วมลงพื้นที่ด้วย

ทันที่นายกฯ เดินทางมาถึงได้ทักทายประชาชน โดยมีประชาชนขอจับมือนายกฯ พร้อมบอกว่า ‘โอ๊ย มือนิ่มจังเลยนายกฯ’ นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านเข้ามาขอโอบกอดและถ่ายรูป รวมถึงนำผ้าขาวม้าสุรินทร์มาผูกให้ที่เอวและมอบพวงมาลัยให้ ขณะเดียวกันยังมีชาวบ้านนำเสื่อที่สานด้วยตัวเองมามอบให้นายกฯ ด้วย ทำให้นายกฯ ถึงกับยิ้มปลื้มใจ ก่อนรับเสื้อเป็นที่ระลึก

จากนั้นนายกฯ รับฟังบรรยายสรุปโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยแก้วบ้านสร้างบก ต.หนองบัวบาน อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ จากนายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน ซึ่งโครงการดังกล่าวใช้ระยะเวลาดำเนินการ 180 วัน งบประมาณ 15 ล้านบาท

โดยนายกฯ ได้สอบถามความคืบหน้า ก่อนเดินดูพื้นที่โครงการ รวมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ เนื่องจากฤดูฝนใกล้เข้ามาแล้วและอนาคตจะได้มีแหล่งกักเก็บน้ำไว้ให้ประชาชนใช้เพื่ออุปโภคและบริโภค

และก่อนที่จะเดินทางไปจุดต่อไป นายกฯ ได้แวะทักทายและถ่ายรูปกับประชาชนอย่างเป็นกันเองอีกครั้ง โดยชาวบ้านขอให้นายกฯ มีสุขภาพแข็งแรง พร้อมบอกว่า 

‘รักนายกฯ เศรษฐา ดีใจที่นายกฯ มาใกล้ชิดประชาชน นายกฯ มาวันนี้อากาศเย็นสบาย ดีใจจังเลย เป็นขวัญใจประชาชนชาวรัตนบุรี’

ขณะที่คุณยายท่านหนึ่งถึงกับร้องไห้ด้วยความดีใจที่ได้เจอนายกฯ พร้อมกล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีนายกฯ คนใดลงมาในพื้นที่นี้เลย ดีใจหลายๆ

‘กระทรวงวัฒนธรรม’ ดัน ‘ต้มยำกุ้ง’ ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เพื่อผลักดันเป็น Soft Power ให้ทั่วโลกรู้จัก ‘ประเทศไทย’

(30 มิ.ย.67) น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม นำโดย นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่ากระทรวงวัฒนธรรม ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการดำเนินงานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ซึ่งมีการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับจังหวัดและระดับประเทศทุกปี และมีการเสนอมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก)

น.ส.เกณิกา กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยเสนอมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยเป็นรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติและได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกแล้ว 4 รายการ ได้แก่ โขน นวดไทย โนรา และประเพณี“สงกรานต์ในประเทศไทย” ซึ่งปีนี้มีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย 2 รายการ ได้แก่ “ต้มยำกุ้ง”และชุด“เคบาย่า” ซึ่งชุด“เคบาย่า”ประเทศไทยได้เสนอร่วมกับมาเลเซีย บูรไนดารุสซาลาม อินโดนีเซียและสิงคโปร์ จะเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 19 วันที่ 2-7 ธันวาคม 2567 ณ สาธารณรัฐปารากวัย และได้เสนอ ชุดไทย และ มวยไทย  รวมทั้ง ผ้าขาวม้า เพื่อเข้าสู่การพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโกด้วย

รมว.สุดาวรรณ ได้ให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสที่ต้มยำกุ้งและชุดเคบาย่า ได้เข้าสู่การพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโกในปีนี้ รวมถึงจัดทำแผนล่วงหน้า 10 ปีในการเสนอมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก ก็ให้จัดทำรายละเอียดทั้งประเภทและระยะเวลาดำเนินการ เพื่อส่งเสริมมรดกทางศิลปวัฒนธรรมและ Soft Power ด้านต่างๆของไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายระดับนานาชาติ

น.ส.เกณิกา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินการส่งเสริม Soft Power นำมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เช่น อาหารไทย งานหัตถกรรม งานเทศกาลประเพณีมาสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่ประชาชนและชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ Soft Power ด้านต่าง ๆ ของไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายระดับนานาชาติ

‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’ ขอบคุณแฟนเพลง  ลั่น!! มีให้กรี๊ดอีกเพียบ รอติดตามชมกันได้เลย

(30 มิ.ย.67) หลังจากปล่อยซิงเกิลแรกในฐานะแยกตัวออกมาทำบริษัทของตนเอง ‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’ หรือ ‘ลิซ่า BlackPink’ ก็เคลื่อนไหวแล้ว โดยขอบคุณแฟนๆที่ต้อนรับ ROCKSTAR หลังซุ่มทำมานาน

ลิซ่า ได้อัปเดตอินสตาแกรม พร้อมเขียนข้อความเป็นภาษาอังกฤษซึ่งระบุว่า

ฉันดีใจมากที่ในที่สุดก็ได้แชร์ ROCKSTAR ซิงเกิลใหม่ของฉัน กับพวกคุณทุกคน

ฉันซุ่มทำโปรเจกต์นี้มาสักพักแล้ว ซึ่งมันสนุกมากๆตอนที่เตรียมตัวทำผลงานนี้ ขอบคุณนะคะที่อดทนรอ และฉันมีความสุขมากๆที่ได้เฉลิมฉลองสิ่งนี้ด้วยกันกับทุกๆคน ขอบคุณทีมงานจาก RCA Records และ We Are LLOUD ที่ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้น

ขอบคุณ Lilies ลิลลี่ ( ชื่อแฟนคลับของ ลิซ่า ) สำหรับความรักและการสนับสนุน เป็นเวลา 3 ปีแล้วนับตั้งแต่เพลงหลังสุด ดังนั้นฉันหวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับยุคของ ROCKSTAR ให้มากเท่ากับที่ฉันสนุกนะคะ

ปล. นี่แค่เริ่มต้นค่ะ! ยังมีอะไรตามมาอีกเยอะ เพราะฉะนั้นรอติดตามชมกันได้เลย

จุ๊บๆ

ลิซ่า

งานนี้แฟนๆได้แต่ส่งเสียงกรี๊ด รอชมความปังของ ลิซ่า กันแล้วเพราะแค่เริ่มยังเลิศขนาดนี้ เชื่อว่าผลงานต่อๆไปของเจ้าตัวในการโซโล่เดี่ยวต้อง ‘ฉ่ำมาก’ แน่นอน

รายแรกของประเทศไทย CFP “หม้อแปลงเจริญชัย” ได้รับประกาศนียบัตรการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) 

นายประจักษ์  กิตติรัตนวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด กล่าว “ เจริญชัย ” ขอขอบคุณองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ที่ได้มอบประกาศนียบัตร การรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP)  ของ Oil-type transformer 1000 KVA “เจริญชัย” พร้อมให้ความสำคัญต่อกระบวนการผลิตและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์พลังงาน ผ่านกระบวนการทำงานที่พัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานที่ได้มีการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์หรือองค์กร เพื่อนำไปสู่การจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมคาร์บอนต่ำถือเป็นการตอบโจทย์ภาครัฐด้านการอนุรักษ์พลังงาน และทั้งทิศทางความต้องการของกระแสโลกที่มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals : SDGs) ในการยกระดับการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน มุ่งสู่การอนุรักษ์พลังงาน บริษัทฯ จึงเล็งเห็นความสำคัญของ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ และเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิตที่จะเติบโตมากขึ้นในอนาคต  คาร์บอนฟุตพริ้นท์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน ทั้งยังช่วยให้องค์กรเห็นภาพรวมของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆนอกจากนี้ยังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ประหยัดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนในด้านพลังงาน ทรัพยากร และวัสดุอีกด้วย 

“เจริญชัย” ได้ร่วมคิดค้นนวัตกรรม หม้อแปลงรางวัลนวัตกรรม พิสูจน์จริงลดค่าไฟฟ้า 8-11%  ดำเนินงานวิจัยหม้อแปลง Low Carbon และระบบบริหารจัดการพลังงานทดแทน Solar กับ Energy Storage ด้วยโปรแกรม Energy Management System  ภายใต้โครงการ “Low Carbon Transformer ระบบจัดการหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อรองรับพลังงานสะอาดอย่างมั่นคง Net Zero, Near Zero, Peak Demand และ Demand Response” ซึ่งจากการดำเนินงานพบว่าหม้อแปลงที่ใช้ในการดำเนินโครงการ ที่กล่าวในข้างต้นตอบโจทย์ภาครัฐ, ภาคเอกชนและ โรงงานอุตสาหกรรมด้านการประหยัดพลังงาน Smart Factory, Smart Building ในด้าน Net Zero & Near Zero, Peak Demand และ Demand Response และการประหยัดพลังงาน โดยสามารถลดการใช้พลังงาน ลดต้นทุนค่าไฟฟ้า และลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และมีระยะเวลาคืนทุนภายในเวลา ๒ – ๕  ปี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาด้านการประหยัดพลังงาน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ สังคม ประชาชนและผู้ประกอบการ ด้านความมั่นคงด้านพลังงาน

‘นิด้าโพล’ เผยผลสำรวจ คะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ปชช. เชียร์ ‘พีระพันธุ์’ เพราะมีความน่าเชื่อถือ ‘ซื่อสัตย์-สุจริต’

(30 มิ.ย.67) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง ‘การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2567’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 14-18 มิถุนายน 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
กระจายทุกภูมิภาคระดับการศึกษาอาชีพ และรายได้ทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น จำนวน 2,000 หน่วยตัวอย่างเกี่ยวกับคะแนนนิยมทางการเมือง

การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ ‘นิด้าโพล’ สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึง บุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวัน นี้พบว่าอันดับ 1 ร้อยละ 45.50 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ ชื่นชอบอุดมการณ์ทางการเมืองมีความรู้ และความสามารถรอบด้าน

อันดับ 2 ร้อยละ 20.55ระบุว่ายังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

อันดับ 3ร้อยละ 12.85 ระบุว่าเป็น นายเศรษฐา ทวีสิน(พรรคเพื่อไทย) เพราะ มีความเป็นผู้นำกล้าตัดสินใจ และมีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาของประเทศ

อันดับ 4ร้อยละ 6.85 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) เพราะ มีภาพลักษณ์ที่ดี มีความน่าเชื่อถือ การทำงานมีความซื่อสัตย์  สุจริต

อันดับ 5 ร้อยละ 4.85 ระบุว่าเป็น นางสาวแพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์ ) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะ มีวิสัยทัศน์  มีความเป็นผู้นำ และมีความรู้ ความเข้าในปัญหาหาของประเทศ

อันดับ 6 ร้อยละ 3.40 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะ เป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ด้านการบริหารที่โดดเด่น และมีความน่าเชื่อถือ

อันดับ 7 ร้อยละ 2.05 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะ มีประสบการณ์ทำงานด้านการบริหาร เข้าถึงประชาชน และชื่นชอบนโยบายที่ผ่านมา

ร้อยละ 3.40 ระบุอื่น ๆ ได้แก่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) นายเฉลิมชัยศรีอ่อน (พรรคประชาธิปัตย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นายชัยธวัช ตุลาธน (พรรคก้าวไกล) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์ ) นายวันมูหะมัดนอร์  มะทำ (พรรคประชาชาติ) พลตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนา) นายวิโรจน์  ลักขณาอดิศร 
(พรรคก้าวไกล) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์  เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย)

และร้อยละ 0.55 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่สนใจ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top