Monday, 21 September 2026
NEWS FEED

'เสียงคนพื้นที่' ผู้รับกรรมจากการตัดงบเขื่อนแกนซีเมนต์ชะลอน้ำโดย 'ก้าวไกล' ความคึกคะนองในสภาฯ วันนั้น สร้างความเสียหายแก่ 'หลายจังหวัด' ในวันนี้

(26 ส.ค. 67) จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'นฤเทพ กาละดี' ได้โพสต์ข้อความในฐานะคนที่อยู่ในพื้นที่ จ.น่าน ซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ระบุว่า...

เล่าให้เพื่อนฟัง...

เมื่อวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2567
ผมยังคงเข้าสวน ที่บ้านวังผา อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ไม่ได้
ทั้งที่เดิม ตั้งใจจะเข้าไปเพื่อล้างทำความสะอาด 
ฟื้นฟูสวนและกระท่อม เพราะยังคงมีฝนตกหนัก 
ระดับน้ำของแม่น้ำน่านที่ผ่านสะพานทุ่งช้างพัฒนา 
ยังมีขึ้น มีลง สลับกับไม่มีความแน่นอน...

"เพราะ #ไม่มีเขื่อนแกนซีเมนต์ชะลอน้ำ หรือ #ฝายแม้ว"

ฝายที่คอยปรับสมดุล การไหลหลากของน้ำฝนที่ตกสะสม
ถ้าเป็นไปได้ ผมและชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง
เราอยากได้งบประมาณก้อนนี้ เพื่อสร้างเขื่อน
เขื่อนแกนซีเมนต์ชะลอน้ำ...

#ที่พรรคก้าวไกล อภิปราย #ตัดงบประมาณส่วนนี้ทิ้ง 

พวกเราอยากได้มันคืนกลับมา...

หลายวันแล้วที่ผมกลับไปดูคลิป 
ที่คุณ #วิโรจน์_ลักขณาอดิสร อภิปรายเสร็จ 
แล้วทำท่าโบกไม้โบกมือสะใจ #ยักไหล่เต้นออกสภาฯ  

ดูคลิปแล้ว #มันเจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน 
เจ็บจนผมต้องหลั่งน้ำตา ด้วยความคับแค้นใจ

คุณวิโรจน์ จะรู้ไหมนะ...
ว่า สิ่งที่เขาทำอย่างคึกคะนองในสภาฯ วันนั้น
จะสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล
ให้กับ คนน่าน แพร่ เชียงราย พะเยา 
และสุโขทัย ในวันนี้ 

แต่เรื่องมันผ่านไปแล้ว ขอได้แค่บันทึกไว้ 
เพื่อให้พรรคการเมือง ในระบบรัฐสภาไทย ทุกพรรค
ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ได้มองเห็นถึงโทษและประโยชน์ 
ของสิ่งที่จะเกิดกับประชาชนเป็นที่ตั้ง 

ไม่ใช่แค่เอาชนะคะคานกัน ด้วยความเชื่อส่วนตัว 

ตอนนี้ผมใคร่ขอความกรุณาต่อรัฐบาลและผู้มีอำนาจ
ช่วยหาหนทาง หาช่องทาง เจียดงบประมาณที่เหลือจ่าย
มาดำเนินการโครงการนี้ ให้จงได้ครับ 

จะว่าไป วงเงินก็ไม่ได้มากมายอะไรเลยครับ 
ไม่ถึง 100 ล้านบาท เท่าที่ผมจำได้แค่ 66 ล้านบาท 

แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นในวันนี้...
มูลค่ามากกว่า 200 ล้านบาท ไปแล้ว

'นฤเทพ กาละดี'
คนพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ

'หมอเหรียญทอง' แจง 10 ขั้นตอน รับมือได้ทันที หากเกิดภัยน้ำท่วม มั่นใจ!! ดูแลผู้ป่วย 'รพ.มงกุฎวัฒนะ' ทุกคนได้อย่างปลอดภัย

(26 ส.ค. 67) หมอเหรียญทอง แน่นหนา ได้ออกมาโพสต์ ประกาศความพร้อมปฏิบัติการสาธารณภัย ของ รพ.มงกุฎวัฒนะ หากเกิดสถานการณ์มหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง และ กรุงเทพฯ เหนือ เพื่อทราบดังต่อไปนี้

1. ระบบไฟฟ้ากำลัง (ภาพที่ 1) ของ รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้ย้ายจากชั้นใต้ดิน อาคารเก่า (อาคาร 1) ย้ายไปยังชั้นที่ 2 อาคารใหม่ (อาคาร 3) ที่มีความสูงจากระดับ ถ.แจ้งวัฒนะมากถึง 5 เมตร หรือสูงจากระดับน้ำทะเล 6 เมตร เปิดใช้งานระบบไฟฟ้ากำลังในชั้นที่ 2 อาคารใหม่ (อาคาร 3) มาตั้งแต่ 9 ม.ค.67 แล้ว

2. ระบบไฟฟ้าสำรอง (ภาพที่ 2-3) ของ รพ.มงกุฎวัฒนะ เป็นระบบเครื่องปั่นไฟสำรองคู่ [Dual Synchronizing Generator] ขนาด 820 KVA จำนวน 2 เครื่อง พร้อมเดินเครื่องปั่นไฟจ่ายไฟฟ้าสำรองให้แก่แผนกที่มีผู้ป่วยอาการหนัก เช่น ไอ ซี ยู, ห้องผ่าตัด, ห้องสวนหัวใจ, ห้องฉุกเฉิน ฯลฯ ระบบเครื่องปั่นไฟสำรองคู่สามารถเดินเครื่องพร้อมกัน หรือเดินเครื่องสลับสับเปลี่ยนกันเพื่อให้เครื่องปั่นไฟฟ้าสำรองได้พักผ่อนเครื่องได้ทำให้มีขีดความสามารถจ่ายไฟฟ้าสำรองในการรักษาผู้ป่วยอาการหนักได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา รพ.มงกุฎวัฒนะสามารถพึ่งตนเองได้ หากสถานการณ์อุทกภัยส่งผลให้ระบบไฟฟ้าจากการไฟฟ้านครหลวงขัดข้องอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายวันหรือหลายสัปดาห์

3. ระบบการส่งต่อผู้ป่วยทางอากาศ [Aeromedevac] (ภาพที่ 4) คือ ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ตามมาตรฐาน ICAO หรือองค์การการบินระหว่างประเทศ ขนาด 21.0 เมตร x 21.0 เมตร หรือ 441 ตารางเมตร พร้อมลานจอดพักเครื่อง (PARK) อีก 47.0 เมตร x 8.0 เมตร หรือ 376 ตารางเมตร รองรับน้ำหนักเฮลิคอปเตอร์ขณะทำการบินขึ้นสูงสุด หรือ MTOW [Maximum Take Off Weight] สูงสุด 2 เท่าของเฮลิคอปเตอร์ที่มีน้ำหนักรวมสัมภาระบรรทุก 3,750 กรัม ซึ่งหมายความว่า เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพ รุ่น EC145 แล AW 149 สามารถบินขนส่งลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศมายัง รพ.มงกุฎวัฒนะได้

4. ระบบการส่งต่อผู้ป่วยทางน้ำ คือ ‘ทางเข้า รพ.มงกุฎวัฒนะด้าน ซอยแจ้งวัฒนะ 14’ , ‘ทางเข้า รพ.มงกุฎวัฒนะด้าน ซอยแจ้งวัฒนะ 12’ ที่มีระดับความสูงเหนือถนนแจ้งวัฒนะ 1.20 เมตร ตลอดจน ‘เกาะกลางถนนแจ้งวัฒนะ’ ซึ่งเคยใช้ปฏิบัติการเป็น ‘ท่าเรือ รพ.มงกุฎวัฒนะ’ มาแล้วเมื่อมหาอุทกภัย พ.ศ.2554

5. ระบบก๊าซออกซิเจนทางการแพทย์ (ภาพที่ 5) ที่มีขนาดบรรจุออกซิเจนเหลว (Liquid Oxygen) ขนาดใหญ่รองรับผู้ป่วยจำนวนสูงสุดมากถึง 600 เตียง พร้อมระบบการผลิตก๊าซออกซิเจนทางการแพทย์สำรอง ในกรณีที่โรงงานผู้ผลิตออกซิเจนเหลวไม่สามารถขนส่งลำเลียงออกซิเจนเหลวมายัง รพ.มงกุฎวัฒนะได้ เราก็ยังสามารถประคับประคองด้วยการผลิตอ๊ออกซิเจนสำรองบรรจุถังเพื่อพึ่งตนเองในการรักษาผู้ป่วยได้ยามจำเป็นหน้าสิ่วหน้าขวาน

6. ระบบ ไอ ซี ยู ที่มีขีดความสามารถรับผู้ป่วยอาการหนักจำนวนมากถึง 90 เตียง และสามารถเพิ่มกำลังสูงสุดอีก 36 เตียงรวมขีดความสามารถสูงสุดในสถานการณ์จำเป็นมากถึง 126 เตียง ไอ ซี ยู …ไม่ได้โม้นะครับ ปฏิบัติการสำเร็จจนเป็นที่ประจักษ์มาแล้วในสถานการณ์โควิด-19 ระหว่างเดือน เม.ย.- ก.ย.64

7. ระบบหอผู้ป่วยใน ทั้งห้องพิเศษเดี่ยว และหอผู้ป่วยสามัญที่พร้อมปฏิบัติการรับการส่งต่อผู้ป่วยจำนวนมากจากพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยสามารถรับผู้ป่วยสูงสุด 600 เตียง หากสถานการณ์เลวร้ายก็พร้อม ‘ปฏิบัติการ รพ.สนามขั้นสมบูรณ์อีก 400 เตียง’ รวมสูงสุด 1,000 เตียง ภายในเวลาไม่เกิน 3 วัน…โม้ฉิบหายแต่ทำมาแล้วโว้ย!

8. ระบบอาหารของ รพ.มงกุฎวัฒนะ เป็น ระบบ ‘Cook & Chill’ ดังนั้นเราจึงพร้อมผลิตอาหารจำนวนมาก ๆ แล้วกักตุนไว้ให้เย็น [Cold room] ให้สามารถเผชิญปัญหาการขาดวัตถุดิบในการทำอาหารได้นาน 30 วัน

9. ระบบระดมพล รพ.มงกุฎวัฒนะรวมบุคลากรทางการแพทย์ทุกสาขาเข้าพักอาศัยใน รพ.มงกุฎวัฒนะทันทีที่มวลน้ำเข้าถึงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี-นนทบุรี ทั้งนี้เพื่อให้ รพ.มงกุฎวัฒนะมีความพร้อมด้านกำลังพลเต็มอัตรา ตลอดจนการรระดมพลจิตอาสา ดังเช่นปฏิบัติการ รพ.สนามพลังแผ่นดินในสถานการณ์โควิด-19 ที่เราประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวดมาแล้ว

10. อื่น ๆ ขอเว้น เพราะโม้มากไปแล้วครับ

รพ.มงกุฎวัฒนะจะเป็น ‘ศูนย์รับการส่งต่อผู้ป่วยจากสถานการณ์มหาอุทกภัยในทันทีที่มวลน้ำคุกคามประชาชน’ ดังนั้น รพ.มงกุฎวัฒนะขอประกาศว่า “พสกนิกรภายใต้ร่มพระบารมีแห่งองค์พระมหากษัตริย์เจ้าจะได้รับการรักษาชีวิตอย่างสุดกำลังจาก รพ.มงกุฎวัฒนะ โปรดอย่าตื่นตระหนกในทุกสถานการณ์ภัยพิบัติ เราคืออดีตทหารของพระราชาจอมทัพภูมิพลมหาราชที่ยังคงเป็นทหารพระราชาแห่งองค์จอมทัพมหาวชิราลงกรณ์พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว”

พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา
ทหารเก่าแก่ที่ไม่มีวันตายไปจากพระเจ้าแผ่นดิน

ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ
26 ส.ค.67 เวลา 9.35 น.

‘ช่อง Cullen Hateberry’ แจ้งเลื่อนลงคลิปเที่ยว จ.น่าน พร้อมส่งความห่วงใย-กำลังใจให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

(26 ส.ค. 67) สถานการณ์น้ำท่วม จ.น่าน ที่ได้รับผลกระทบถึง 11 อำเภอ 65 ตำบล 435 หมู่บ้าน มีประชาชนเดือดร้อน 50,000 ครัวเรือน ซึ่งขณะนี้ในหลายพื้นที่น้ำได้ลดลงเริ่มเข้าสู่ภาวะเกือบปกติแล้ว แต่ยังมีบางส่วนในพื้นที่ อ.เมืองน่าน และ อ.เวียงสา ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำและเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำยังคงมีน้ำขังอยู่ โดยทุกภาคส่วนได้เร่งเข้าไปให้การช่วยเหลือคนในพื้นที่ หากไม่มีฝนตกซ้ำคาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1-2 วันนี้

ต่อมา ยูทูบเบอร์ชื่อดัง 'คัลแลน' จากช่อง '컬렌 Cullen HateBerry' ประกาศจากทีมงานเลื่อนการอัปโหลดวิดีโออีพีที่ถ่ายใน จ.น่าน ออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะดีขึ้น โดยระบุข้อความว่า.. 

"ทางทีมขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงการอัปโหลด Ep.น่าน ที่มีกําหนดการอัปโหลดในวันนี้ โดยจะทำการอัปโหลดหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมดีขึ้นครับ เนื่องจากตอนนี้หลาย ๆ พื้นที่ในหลายจังหวัดที่ประสบอุทกภัย กำลังเดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลือ ความรัก และความใส่ใจอย่างมากครับ ทางทีม Cullen Hateberry หวังว่าทุก ๆ คนจะปลอดภัย เราขอส่งความรักความห่วงใยพร้อมกับกําลังใจมาให้อีกครั้งนะครับ"

"ทีมช่องยูทูป Cullen Hateberry ขอส่งความห่วงใย และขอแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ประสบและได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั่วภูมิภาค ขอให้ทุก ๆ คนผ่านพ้นวิกฤตนี้โดยเร็วครับ"

เจ้าหน้าที่รุดช่วย 'โกลเด้น' ตกฝายน้ำล้น ฮึด!! ลอยคอสู้กระแสน้ำเชี่ยวนานหลายชั่วโมง

(26 ส.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ช่วงนี้ฝนตกหนักติดต่อกันนานหลายวัน ทำให้น้ำไหลทะลักออกจากหนองบึงนาคำ เขตเทศบาลตำบลบ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี โดยนายสุรเชศฐ์ ภูมิศรีแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีสุนัขตกน้ำบริเวณฝายน้ำล้นนานหลายชั่วโมง กำลังลอยคอพยายามตะเกียกตะกายหนีตาย ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว จึงพร้อมด้วยฝ่ายป้องกันฯ เทศบาลตำบลบ้านเชียง รุดเข้าตรวจสอบให้การช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน 

แม้การช่วยเหลือครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความยากลำบาก เนื่องด้วยกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว แต่แล้วทางเจ้าหน้าที่ก็สามารถช่วยเหลือสุนัขตัวดังกล่าวขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย พบเป็นสุนัขเพศผู้ สายพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ทราบชื่อ เจ้าผักหวาน ขณะนั้นอยู่ในสภาพอ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง เจ้าของจึงรีบนำส่งคลินิกรักษาสัตว์อบอุ่น ที่ อ.หนองหาน ทันที ล่าสุด ทราบว่าเจ้าผักหวานอาการปลอดภัยแล้ว 

ร่วมส่งกำลังใจถวายสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ทรงรับเชิญเสด็จของทีมเรือใบวายุ ร่วมการแข่งขันเรือใบรายการใหญ่

(26 ส.ค. 67) เพจ 'ใต้ร่มฉัตร' ได้โพสต์ข้อความภายหลัง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงรับเชิญเสด็จของทีมเรือใบวายุ ไปทรงร่วมการแข่งขันเรือใบรายการ Puerto Portals 52 Super Series Sailing Week ณ Puerto Portals TP 52 Super Series ราชอาณาจักรสเปน ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม - 1 กันยายน 2567 ในตำแหน่ง Strategist ของทีม 

TP 52 Super Series เป็นการแข่งขันระดับเอลิทของกีฬาเรือใบที่มีคนติดตามจํานวนมาก และรวมผู้แข่งขันที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ จากนักกีฬาเรือใบรายการอเมริกาส์คัพ นักกีฬาเรือใบที่รับเหรียญในระดับโอลิมปิก และนักเรือที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ ระดับโลกทั้งหมด โดยเรือทุกลํา ยกเว้นทีมวายุ จะประกอบด้วยลูกเรือที่เป็นนักกีฬาเรือใบมืออาชีพชั้นนําทั้งสิ้นนอกเหนือจาก เจ้าของเรือ หรือตัวแทนเจ้าของ ส่งผลให้การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือดและเข้มข้น ตั้งแต่จุดสตาร์ท ถึงเส้นชัย 

โดยเรือแต่ละลํามีการผ่านแล่นผ่านกันในระยะที่น้อยกว่า 1 เมตร บนสนามแข่งจะมีทีมกรรมการจัดการแข่งขัน และทีมผู้ตัดสิน (Umpire) ตามดูการแข่งขันอย่างใกล้ชิด กํากับการแข่งขันให้เป็นไปตามกฎระเบียบ แต่ก็มีอุบัติเหตุชนกันเกิดขึ้นได้เสมอ อีกทั้งเรือ TP 52 ยังเป็นเรือแข่งระดับ Grand Prix ซึ่งทรงสมรรถนะและแล่นใบด้วยความเร็วสูง นักแข่งทุกคนจึงจําเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงเกี่ยวกับความปลอดภัยตลอดเวลา 

TP 52 Super Series 2024 จะมีการแข่งขันทั้งสิ้น 5 สนาม โดยสนาม ณ Puerto Portals ที่สมเด็จฯ จะทรงเข้าร่วม จะเป็นสนามที่ 4 ของรายการ โดยปัจจุบันทีมวายุมีคะแนนรวมอยู่ลำดับที่ 6 จาก 13 ทีม

#ขอถวายกำลังพระทัย

สมุทรปราการ-ปลัดกระทรวงมหาดไทย ชื่นชม!! เทศบาลแพรกษา นำร่องเปิดศูนย์ OTOP ต้นแบบจังหวัดสมุทรปราการ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดศูนย์จัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP แพรกษา พร้อมด้วย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายเอกวิทย์ มีเพียร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายประทีป นทีทวีวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่างรายงาน

โดยมี ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการ และประชาชนจำนวนมากร่วมในพิธีเปิดครั้งนี้ ณ อาคารสำนักงานเทศบาลตำบลแพรกษา อ.เมือง สมุทรปราการ

ด้าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนผู้ผลิต ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น ให้ใช้ภูมิปัญญาและทรัพยากรในชุมชน ผลิตและพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพและมีมาตรฐาน ทางเทศบาลตำบลแพรกษา โดย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ได้ให้การสนับสนุนการจำหน่ายสินค้าจึงได้ผลักดันศูนย์ OTOP แห่งนี้ เพื่อสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น
กรมการพัฒนาชุมชน ได้ขับเคลื่อนงานภายใต้วิสัยทัศน์ “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” การพัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างรายได้ โดยการน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต

และเพื่อสนองต่อนโยบายของรัฐบาลจึงได้อนุมัติให้จังหวัดสมุทรปราการดำเนินโครงการก่อสร้างศูนย์จัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP แพรกษา งบประมาณ 3,397,000 บาท เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์จากคนในชุมชนและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดสมุทรปราการให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยศูนย์ OTOP แพรกษา จะเป็นศูนย์กลางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ทั้งในจังหวัดและนอกจังหวัด ทั้งในระบบ Offline และ Online ในอนาคต

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

ผบ.ตร.ห่วงใยประชาชน กำชับตำรวจภูเก็ต จัดกำลังตรวจตรา ดูแลความปลอดภัย และช่วยเหลือพี่น้องประชาชน กรณีภัยพิบัติดินโคลนถล่ม จ.ภูเก็ต

วันนี้ (25 สิงหาคม 2567) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ รอง ผบช.ภ.8 และ พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เข้าประชุมที่ศูนย์ฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อรับทราบสถานการณ์ กรณีภัยพิบัติดินโคลนถล่ม จ.ภูเก็ต

ผบ.ตร. ได้มีข้อสั่งการ กำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีสถานการณ์ภัยพิบัติดินโคลนถล่ม ดังนี้

1. ให้จัดกำลังพนักงานสอบสวน พนักงานวิทยุ สายตรวจ และชุดเคลื่อนที่เร็ว ประจำที่ศูนย์ฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อให้การช่วยเหลือและรับแจ้งเหตุจากผู้ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

2. จัดกำลังออกลาดตระเวนตรวจตราบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนที่ประสบภัย โดยจะต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำเติมประชาชนขึ้นอย่างเด็ดขาด

3. จากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ทราบล่วงหน้าว่าในช่วงนี้จะยังมีฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ดังนั้น เพื่อป้องกันมิให้เกิดความสูญเสียจากเหตุดังกล่าวซ้ำซ้อนอีก จึงให้ทุกหน่วยเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักและดินโคลนถล่มในพื้นที่ พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสียงภัยให้ทราบล่วงหน้า

จากนั้น พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ได้มอบสิ่งของตรวจเยี่ยมจำนวน 150 ชุด ให้กับประชาชนที่ประสบภัย และมอบเงินบำรุงขวัญให้กับ ผกก.สภ.กะรน โดย ผบ.ตร. ได้ฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย และจิตอาสา ที่ได้ช่วยกันให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เปิดสายด่วนให้ความช่วยเหลือประชาชน ทั้งหมายเลขสายด่วน 191 , 1599 , สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง

“ภูมิธรรม”สั่งการด่วน ดูแลสินค้าที่จำเป็นในพื้นที่น้ำท่วม อย่าให้ประชาชนได้รับผลกระทบ พร้อมให้พาณิชย์จัดธงฟ้าราคาประหยัดประสานห้าง ลดราคาวัสดุก่อสร้าง สินค้าทำความสะอาด ดูแลค่าครองชีพหลังน้ำลด

เมื่อวานนี้ วันที่ 25 สิงหาคม 2567 ที่วัดอัมพวัน(ม่วงใต้) ต.ศรีภูมิ อ.ท่าวังผา จ.น่าน

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยว่า ได้สั่งการให้นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือเกษตรกร ประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ และให้เข้าไปดูแลในเรื่องราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ โดยสั่งการให้กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดและเกาะติด อย่าให้มีผลกระทบต่อประชาชน

โดยในด้านการดูแลสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ และสินค้าซ่อมแซมบ้าน ได้รับรายงานว่ากรมการค้าภายใน ได้ประชุมหารือกับห้างค้าส่ง-ค้าปลีก ห้างท้องถิ่น ร้านสะดวกซื้อ ห้างจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง อาทิ โฮมโปร ไทวัสดุ ดูโฮม โกลบอลเฮ้าส์ เมกาโฮม แม็คโคร บิ๊กซี โลตัส โกโฮลเซลล์ 7-Eleven ชมรมทายาทห้างค้าปลีก-ค้าส่งไทย บริษัท นิ่มซี่เส็ง จำกัด และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพื่อป้อนสินค้าเข้าพื้นที่ ดูแลเรื่องการขนส่ง ซึ่งได้รับการยืนยันสินค้ามีเพียงพอ การขนส่งไม่มีปัญหา และพร้อมจัดโปรโมชันลดราคาสินค้าเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้วย โดยเฉพาะของใช้จำเป็น รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมและทำความสะอาด

ทั้งนี้ ยังได้กำชับให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด กำกับดูแลให้มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้า และเข้มงวดไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า และหากพบการกระทำผิด ให้ดำเนินการตามกฎหมายเด็ดขาด กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาจะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และกรณีจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควรจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ทางสายด่วนกรมการค้าภายใน โทร 1569 ทางแอปพลิเคชันไลน์ @MR.DIT หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด

อย่างไรก็ตาม หลังน้ำลด กระทรวงพาณิชย์ จะเข้าไปดูแลและลดค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยได้มอบหมายให้กรมการค้าภายใน ประสานร่วมมือกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด จัดสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด นำสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าทำความสะอาด สินค้าซ่อมแซมบ้าน ไปจัดจำหน่ายราคาพิเศษ  เพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยด่วนด้วย

“ตรีชฎา” เผย นายกฯ - รมว.สาธารณสุข เร่งระดมสรรพกำลังช่วยปชช.ไม่ทิ้งประชาชน เร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วน สั่ง สสจ.ระดมทุกหน่วยงานให้ความช่วยเหลือผู้เดือดร้อนในพื้นที่ ตั้งหน่วยแพทย์ สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์

น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายการเมืองเปิดเผยว่า จากวิกฤตการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ล่าสุด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้ลงพื้นที่พร้อมกับสส.ในพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่จังหวัดน่าน แสดงความห่วงใยและพร้อมจะสั่งการให้ความช่วยเหลือจังหวัดต่างๆ จากข้อมูล ณ วันที่ 24 สิงหาคม มี 7 จังหวัดที่ประสบวิกฤตน้ำท่วม 21,971 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ โดยภาพรวมระดับน้ำค่อยๆลดลงแล้ว  ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สธ. นอกจากเป็นประธานจัดประชุมวีดิโอ คอลล์ทั่วประเทศร่วมกับผู้บริหาร สธ.และผู้เกี่ยวข้องและ ได้ลงพื้นจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดใกล้เคียง ประชุมร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัด ชลประทานจังหวัดสุโขทัย และผู้เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการการแก้ไขวิกฤตน้ำท่วม

น.ส.ตรีชฎากล่าวว่า วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ซึ่งเกิดจากฝนตกหนัก ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก สร้างความเดือดร้อนและสูญเสียให้พี่น้องประชาชนอย่างมาก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงสธ.และสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมหาทางแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเจ้าหน้าที่ทุกส่วน ทุกฝ่ายของ สธ.จะต้องร่วมมือกัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

โฆษก สธ.ฝ่ายการเมืองกล่าวต่อไปว่า บุคลากรของ สธ. ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติที่เปิดสาย หมายเลข 1669 เพื่อรับแจ้งปัญหาขอความช่วยเหลือจากประชาชน ในส่วนของสาธารณสุขจังหวัด, สาธารณสุขอำเภอ, โรงพยาบาลระดับอำเภอ, อสม. ในพื้นที่ การบริหารจัดการ การตั้งหน่วยแพทย์ การสนับสนุยยาและเวชภัณฑ์  อย่างไรก็ตาม หากมีสิ่งใดจะขอความช่วยเหลือก็ให้ติดต่อแจ้งเข้ามายังผู้บริหารที่ สธ. เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน “กลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้หรือแม้แต่ทุกครั้งที่ผ่านมา ถือเป็นเป้าหมายที่ สธ.จะต้องดูแลใจใส่เป็นพิเศษ ได้แก่ คนพิการ เด็ก สตรีตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเรื้อรัง พร้อมกันนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องเตรียมการป้องกันโรค และดูแลอนามัยสิ่งแวดล้อม” น.ส.ตรีชฎากล่าว

รมว.กต.ต้อนรับ กมธ.มั่นคงฯ ย้ำผลักดันความร่วมมือเพื่อนบ้าน-พหุภาคีแก้ปัญหายาเสพติด-หลอกลวงออนไลน์ - พร้อมเร่งใช้ระบบ ETA คัดกรอง-ติดตามต่างชาติเข้าไทย

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2567 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้การต้อนรับนายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎรและคณะ ซึ่งเดินทางมาเข้าพบหารือกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง และข้อคิดเห็นในการทำงานและร่วมงานกัน เพื่อปกป้องและส่งเสริมผลประโยชน์ของชาติในประเด็นความมั่นคงต่าง ๆ โดยเฉพาะแนวทางการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งกระทรวงฯ ได้ผลักดันความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการป้องกัน และปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด และการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศไทย และสร้างผลกระทบอย่างมากต่อประชาชนไทย ควบคู่กับการมีบทบาทแข็งขัน ในการผลักดันความร่วมมือพหุภาคีระหว่างประเทศ ทั้งในระดับอาเซียน และอนุภูมิภาค ซึ่งเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2567 ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Mekong-Lancang Cooperation: MLC) ครั้งที่ 9 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ประชุมฯ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน และในวันเดียวกัน ปลัดกระทรวงฯ ได้พบหารืออย่างไม่เป็นทางการ กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา จีน และ สปป.ลาว โดยที่ประชุมเห็นพ้อง ที่จะยกระดับความร่วมมือเรื่องความมั่นคงชายแดน และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด และการหลอกลวงออนไลน์

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังเร่งผลักดันการใช้ระบบ Electronic Travel Authorization (ETA) ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการคัดกรอง และติดตามการเคลื่อนไหวของบุคคลชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย

ส่วนกรณีการเผยแพร่เอกสารการประชุมของผู้เสนอรายงานพิเศษฯ เรื่องสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมา กระทรวงฯ ได้ดำเนินการภายหลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ตอบกระทู้ถามของ สส.ฝ่ายค้านต่อสภาผู้แทนราษฎร และตามที่ได้รับคำแนะนำของคณะกรรมาธิการฯ โดยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 นายไพศาล หรูพาณิชย์กิจ รองปลัดการกระทรวงฯ ได้เป็นประธานจัดการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เห็นพ้องร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางการทำให้มั่นใจว่า ระบบสถาบันการเงินไทยมีกระบวนการดำเนินการตามกรอบกฎหมาย และสอดรับกับมาตรฐานสากล และยังได้ประสานงานกับผู้เสนอรายงานพิเศษฯ เพื่อขอหลักฐานที่ชัดเจนเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิด รวมถึงติดตามข้อมูลจากการตั้งกระทู้ถามของ สส.ฝ่ายค้าน และการพิจารณาแนวทางการดำเนินการของประเทศอื่น อันสืบเนื่องจากการเผยแพร่เอกสารฯ ดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปโดยคำนึงถึงการปกป้องผลประโยชน์ของไทยเป็นสำคัญ

สำหรับสถานการณ์ในเมียนมานั้น กระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับการผลักดันให้เกิดสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาในเมียนมา โดยเฉพาะความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา โดยได้ดำเนินการ 3 ด้านพร้อมกัน ได้แก่ การดำเนินการทางการทูตเชิงรุกในทุกระดับ การสนับสนุนกระบวนการสันติภาพในเมียนมา และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนเมียนมา ซึ่งไทยได้มีบทบาทที่สร้างสรรค์โดยตลอด ทั้งผ่านช่องทางทวิภาคี และผ่านองค์การระหว่างประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top