Monday, 3 August 2026
NEWS FEED

ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.ส่วนหน้า)

เมื่อวานนี้ (4 ต.ค.67) เวลา 12.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ได้สั่งการให้ นางสาว ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผอ. ศปช.(ส่วนหน้า) และพลเอกณัฐพล 

นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ปรึกษา ศปช. (ส่วนหน้า) เร่งเดินทางไปยังพื้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อบัญชาการเหตุการณ์สถานการณ์อุทกภัยในหมู่บ้านปางช้างแม่แตง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์อยู่ในภาวะวิฤต โดย ผอ. ศปช.(ส่วนหน้า) และที่ปรึกษา ศปช. (ส่วนหน้า) ได้สั่งการให้หน่วยทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เข้าเผชิญเหตุทันที 

เพื่อช่วยเหลือประชาชน นักท่องเที่ยว และช้าง ที่ประสบภัยภายในมูลนิธิช้างและสิ่งแวดล้อมแม่แตง โดยได้เคลื่อนย้ายช้างขึ้นที่สูงแล้ว เหลือเพียงบ้างส่วนที่ยังเคลื่อนย้ายออกมาไม่ได้ เนื่องจากเป็นช้างที่มีความดุ ซึ่งได้ประสานผู้เชียวชาญด้านช้างเข้าให้การช่วยเหลือ พร้อมทั้งสั่งการให้ ปภ. จัดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เพื่ออำนวยการ สั่งการ และประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย รวมถึงให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอำเภอแม่แตง จำนวน 2 จุด ได้ แก่ บริเวณวัดแม่ตะมาน และวัดเมืองกื้ด  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามพยากรณ์

สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ คาดการณ์ว่าคืนนี้เวลาประมาณ 01.00-02.00 น. ระดับน้ำ ณ สะพานนวรัฐ (P1) จะสูงขึ้นอยู่ที่ระดับประมาณ 5.20 เมตร (ซึ่งระบบป้องกันน้ำท่วมสามารถป้องกันได้อยู่ที่ 4.20 ม. เกิน 1 เมตร) โดยได้ประสานการปฏิบัติร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ยกระดับการเผชิญเหตุ ขั้นสูงสุดของจังหวัดตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัย และให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่ได้จัดเตรียมไว้ และให้ประชาชนเคลื่อนย้ายรถยนต์ จักรยายนต์ ไปจอดในที่ปลอดภัย และให้ยกของขึ้นสู่ที่สูง

'สอ.รฝ.' ส่ง 'กำลังพล' เสริมเข้าช่วยประชาชน ผู้ประสบภัยน้ำท่วมพื้นที่ 'จังหวัดเชียงราย'

(4 ต.ค.67) ที่หน้ากองบัญชาการหน่วยบัญชาการต่ออากาศยานและรักษาฝั่ง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือตรี เอตม์ ยุวนางกูร  ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง มอบหมายให้ 'นาวาเอก วิรัตน์ ก้อนทอง' เสนาธิการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง มาเป็นประธานในพิธีส่งกำลังพล ชุดเสริม ในภารกิจ ฟื้นฟูช่วยเหลือ ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมี คณะผู้บังคับบัญชา นายทหาร ร่วมส่งกำลังพล

โดย นาวาเอก วิรัตน์ ก้อนทอง กล่าวให้โอวาทกำลังพล ชุดเสริมภารกิจ ทั้ง 75 นาย เน้นย้ำ ให้กำลังพลทุกนาย เข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม อย่างเต็มกำลังความสามารถ มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อประชาชน และระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย ตนเองด้วย ขอกำลังให้กำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ เดินทางถึงพื่นที่ จังหวัดเชียงราย อย่างปลอดภัย 

'มูลนิธิราชประชานุเคราะห์' จับมือ GTO และเมืองโบราณ อบรมนักเรียน

'พลเรือเอกพงษ์เทพ หนูเทพ' ประธาน 'มูลนิธิราชประชานุเคราะห์' ร่วมทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันศาสตร์แห่งความสุขและความสำเร็จ (GTO academy) และเมืองโบราณสมุทรปราการ 

เพื่ออบรมนักเรียนในสังกัดมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ให้เข้าถึงคุณค่าในตนเอง มีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ณ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

โฆษกพิเศษ ศรชล. ยินดี 'เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ' รับตำแหน่งใหม่

(4 ต.ค.67) พลเรือโท ประทีป ตังติสานนท์ เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ ให้การต้อนรับ 'พลเรือเอก เชษฐา ใจเปี่ยม' โฆษกพิเศษศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และอดีตโฆษก กองทัพเรือ ที่เข้าเยี่ยมคำนับแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ ณ ห้องรับรอง กรมแพทย์ทหารเรือ 

พร้อมรับคำแนะนำ และหารือแนวทางการประชาสัมพันธ์ภารกิจต่างๆ ของกรมแพทย์ทหารเรือ เพื่อสนับสนุนนโยบายของกองทัพเรือ ในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลกำลังพลและประชาชน

ผอ.ศรชล.ภาค 1 มอบนโยบายการปฏิบัติงาน แก่ 'กำลังพล' 

(4 ต.ค.67) พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 (ผอ.ศรชล.ภาค 1) ได้ประชุมมอบนโยบายให้กับ รอง.ผอ.ศรชล.จว. และ หน.ศคท.จว. ในพื้นที่ ศรชล.ภาค 1 ทั้ง 12 จังหวัด พร้อมฝ่ายอำนวยการ และกำลังพลของ ศรชล.ภาค 1 เนื่องในโอกาส มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 และดำรงตำแหน่งเป็น ผอ.ศรชล.ภาค 1 ซึ่งเป็นไปตาม พรบ.ศรชล. พ.ศ.2562 มาตรา 25

เพื่อให้แนวทางการปฏิบัติงาน การเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในทะเล พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบภัย และรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล อย่างเต็มขีดความสามารถ 

มีเหตุด่วน เหตุร้าย หรือภัยทางทะเล ต้องการความช่วยเหลือ โทร.1465 แจ้ง ศรชล.ภาค 1 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

'นายกฯ แพทองธาร' ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ย้ำ!! ทุกหน่วยงานดูแลประชาชน พร้อมแจ้งเตือนสถานการณ์ให้ทันท่วงที

(4 ต.ค.67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ เจ้าหน้าที่จากกรมชลประทาน ร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ในโอกาสนี้ นายสุริยพล นุชอนงค์ รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ได้บรรยายสรุปสถานการณ์ และแนวทางการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ณ วันที่ 2 ต.ค.67 สถานการณ์น้ำจากพื้นที่ตอนบนในลุ่มน้ำปิง วัง ยม  และน่าน ยังคงมีปริมาณฝนตกอยู่ในบางพื้นที่ ส่งผลให้มีปริมาณจากทางตอนบนทยอยไหลลงสู่ลุ่มเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง 

ทำให้ปัจจุบันที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 2,128 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อเนื่องให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยายกตัวสูงขึ้นตามลำดับ กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ตามศักยภาพของคลอง และสอดคล้องกับปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ พร้อมควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ให้อยู่ในอัตรา 1,899 ลบ.ม./วินาที เพื่อลดผลกระทบพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ในส่วนของพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างได้เฝ้าระวังปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดระดับน้ำ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่ให้เกิน 3,000 ลบ.ม./วินาที และยังได้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง บริเวณกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ด้วยการพร่องน้ำในคลองสาขาต่างๆ พร้อมเร่งสูบระบายน้ำส่วนเกินออกทางฝั่งตะวันออก ฝั่งตะวันตก และคลองชายทะเล ก่อนระบายลงสู่อ่าวไทย ซึ่งมีศักยภาพการสูบระบายน้ำรวมกันได้ประมาณวันละ 164 ล้าน ลบ.ม. 

ตลอดจนบูรณาการร่วมกับกรุงเทพมหานคร ในการบริหารจัดการน้ำในจุดที่เชื่อมต่อกัน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำในพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนและพื้นที่เศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด ตามข้อสั่งการของ นางสาวแพรทองธาร ชินวัตรนายกรัฐมนตรี และ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์     

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 1 – 3 ต.ค. 67 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีลักษณะอากาศแปรปรวน 

โดยจะมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ประกอบกับกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือได้คาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 28 กันยายน – 2 ตุลาคม 2567 จะเกิดสถานการณ์น้ำทะเลหนุนอีกครั้ง ซึ่งอาจส่งผลให้พื้นที่เสี่ยงบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำท่าจีน ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ แนวเขื่อนชั่วคราว และบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (แนวฟันหลอ) ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, นครปฐม, นนทบุรี, กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น  จึงยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ในระยะนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการในการแจ้งเตือนประชาชนถึงสถานการณ์น้ำให้ทันท่วงที รวมทั้งจัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้โดยเร็วที่สุด

'สรรพามิต' โชว์ปราบสินค้าผิดกฎหมาย 33,359 ดคี พุ่งขึ้น 28% กว่า 2,400 ล้าน

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิตเผยผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศผ่านช่องทางต่าง ๆ ปีงบ 2567 พบการกระทำผิด จำนวน 33,359 คดี สูงขึ้นกว่าปีก่อน 28.03% คิดเป็นเงินค่าปรับ 690.75 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับ 2,465.86 ล้านบาท โดยจำแนกเป็น 

1. สุรา 15,974 คดี ค่าปรับ 150.69 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 48.59 ล้านบาท จำนวนของกลาง แบ่งเป็นสุราในประเทศ 117,361.70 ลิตร และสุราต่างประเทศ 30,340.54 ลิตร
2. ยาสูบ 13,170 คดี ค่าปรับ 361.73 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 2,334.40 ล้านบาท จำนวนของกลาง แบ่งเป็นยาสูบในประเทศ 301,961 ซอง และยาสูบต่างประเทศ 2,579,434 ซอง 
3. น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน 1,465 คดี ค่าปรับ 76.86 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 11.41 ล้านบาท จำนวนของกลาง 2.56 ล้านลิตร

4. รถจักรยานยนต์ 1,109 คดี ค่าปรับ 29.75 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ
6.34 ล้านบาท จำนวนของกลาง 1,493 คัน 
5. ไพ่ 575 คดี ค่าปรับ 7.07 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 10.14 ล้านบาท จำนวน ของกลาง 79,561 สำรับ 
6. รถยนต์ 268 คดี ค่าปรับ 27.89 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 34.16 ล้านบาท จำนวนของกลาง 269 คัน 

7. เครื่องหอมและเครื่องสำอาง 226 คดี ค่าปรับ 13.40 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 20.32 ล้านบาท จำนวนของกลาง 244,723 ขวด 
8. เครื่องดื่ม 216 คดี ค่าปรับ 5.84 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 3.84 แสนบาท จำนวนของกลาง 108,259.31 ลิตร
9. แบตเตอรี่ 210 คดี ค่าปรับ 13.78  ล้านบาท จำนวนของกลาง 89,059 ก้อน 
10. สินค้าอื่น ๆ 146 คดี ค่าปรับ 3.69 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 83,240 บาท

กรมสรรพสามิตได้ยกระดับการทำงานเชิงรุกในด้านการปราบปรามและสืบค้นในทุกช่องทาง อีกทั้งยังมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อสืบค้นการกระทำผิดในช่องทางออนไลน์ ผ่านศูนย์ปราบปรามสินค้าออนไลน์ ของกรมสรรพสามิต ร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ได้แก่ กรมการปกครอง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการขนส่งทางบก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ไปรษณีย์ไทย เป็นต้น ทำให้สามารถจับกุมผู้กระทำผิดพร้อมของกลางได้เป็นจำนวนมากมาอย่างต่อเนื่อง กรมสรรพสามิตให้ความสำคัญกับการปราบปรามและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่ขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่เป็นสินค้าที่มิได้ เสียภาษี ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อพี่น้องประชาชนในการบริโภคสินค้าที่ได้มาตรฐาน และยังเป็นการสร้างความชอบธรรมต่อผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต

สามารถแจ้งเบาะแสที่กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสายด่วน 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรืออีเมลล์ [email protected] โดยกรมสรรพสามิตจะไม่เปิดเผยข้อมูลผู้แจ้งเบาะแส

'รมว.สาธารณสุข' เปิดอาคาร 100 ปีชาตกาล รพ.หลวงพ่อคูณฯ ปลื้มรร.เบาหวานวิทยาด่านขุนทด ลดป่วย-ลดการใช้ยา

(4 ต.ค. 67) ที่ รพ.หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เป็นประธานในพิธีประดิษฐานรูปหล่อพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) เปิดอาคาร 100 ปี ชาตกาล และเปิดสวนสุขภาพ 101 ปีชาตกาล โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข นายรชตะ ด่านกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ บุคลากรเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และ อสม.ร่วมพิธี. นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายพัฒนาศักยภาพ รพ.ในสังกัด และยกระดับระบบบริการให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งโรงพยาบาลหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ได้พัฒนาการจัดบริการประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง และได้ย้ายสถานที่ให้สามารถรองรับผู้รับบริการได้มากขึ้น เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ 

โดยมีการจัดสร้างอาคารบริการต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2559 และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบตั้งแต่ต้นปี 2567 เป็นต้นมา ปัจจุบันเป็น รพ.ชุมชนแม่ข่ายขนาด 120 เตียง ดูแลประชากรในอำเภอด่านขุนทดกว่า 123,000 คน มีศักยภาพการให้บริการเฉพาะทาง ทั้งอายุรกรรม, ศัลยกรรมทั่วไป, ศัลยกรรมกระดูกและข้อ, กุมารเวชกรรม, เวชศาสตร์ฉุกเฉิน, ผ่าตัดต้อกระจก, เวชศาสตร์ครอบครัว, CT SCAN, การส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร (EDG & Colonoscope) 

นอกจากนี้ ยังมีแผนยกระดับบริการตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เช่น การเป็น รพ.แม่ข่ายด้านศัลยกรรม เพิ่มการเข้าถึงบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) ใกล้บ้าน, เพิ่มศักยภาพการดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง และการดูแลผู้ป่วยวิกฤติอีกด้วย... สำหรับอาคาร 100 ปี ชาตกาล ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือน พ.ค. 2563 ใช้งบประมาณก่อสร้างจากกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 80,190,000 บาท เป็นอาคารผู้ป่วยใน 5 ชั้น รวม 114 เตียง ประกอบด้วย ชั้น 1 หอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย ชั้น 2 หอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง ชั้น 3 แผนกกายภาพบำบัดและแพทย์แผนไทย ชั้น 4-5 หอผู้ป่วยพิเศษ เปิดให้บริการไปเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2567 ส่วนสวนสุขภาพ 101 ปี ชาตกาล เป็นการปรับพื้นที่เพื่อใช้เป็นพื้นที่ออกกำลังกาย จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ให้ญาติผู้ป่วยได้พักผ่อนหย่อนใจ โดยใช้เงินบริจาคของชาวด่านขุนทด จำนวน 2,400,000 บาท 

ทั้งนี้ อาคาร 100 ปี ชาตกาล และสวนสุขภาพ 101 ปี ชาตกาล สร้างขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงคุณูปการต่อวงการศาสนา การศึกษา การแพทย์และสาธารณสุข ของหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ที่บำเพ็ญทานบารมีสร้างอาคารและจัดหาเครื่องมือแพทย์ให้กับ รพ.ต่างๆ จำนวนมาก

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า จังหวัดนครราชสีมา ยังเป็นจังหวัดต้นแบบในการขับเคลื่อนการลดการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก โดย รพ.หลวงพ่อคูณฯ เป็นหน่วยบริการหนึ่งที่ได้เปิดโรงเรียนเบาหวานวิทยา และเป็นพี่เลี้ยงให้หน่วยบริการ 4 แห่งในอำเภอด่านขุนทด ที่ผ่านมามีนักเรียนเข้าร่วมโครงการฯ 81 คน แบ่งเป็น ผู้ป่วยเบาหวาน 74 คน และกลุ่มเสี่ยง 7 คน ใช้กระบวนการดูแลแบบปรับพฤติกรรมสุขภาพ เช่น รับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ การอดอาหารเป็นช่วงเวลา ร่วมกับการออกกำลังกาย ช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถหยุดยาได้ 20.4% ปรับลดยาได้ 48.2% ในจำนวนนี้ อยู่ระหว่างรอประเมินผลอีก 20 คน ลดมูลค่าการใช้ยาได้ 22,797.55 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะขยายโรงเรียนเบาหวานวิทยาในอำเภอด่านขุนทดเพิ่มอีก 7 แห่ง ซึ่งจะช่วยลดการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของคนในพื้นที่ได้มากขึ้น

‘รร.ราชินี’ ยกมาตรฐานการเลือก ‘รถทัศนศึกษา’ พร้อมส่งครู 7-9 คนนั่งประจำจุด คุมเข้มตลอดเส้นทาง

(4 ต.ค.67) เพจเฟซบุ๊ก ‘Rajiniactivity’ ของโรงเรียนราชินี ได้โพสต์ถึงการจัดกิจกรรมนอกสถานที่และการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย ว่า วันที่ 3 - 6 ตุลาคม 2567 นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 116 คน เข้าร่วมกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ (English Camp) รุ่นที่ 21 โรงเรียนมีมาตรการความปลอดภัยด้านการเดินทาง ดังนี้

1. คัดเลือกบริษัทรถที่ได้มาตรฐาน คือ บริษัท ซีอาร์วี ทรานสปอร์ต จำกัด รถมีสภาพดี มีประตูฉุกเฉินที่มีสภาพพร้อมใช้งาน เบาะที่นั่งเป็นเบาะกันไฟ และเป็นรถใช้น้ำมัน ไม่ใช้แก๊ส และจำกัดความเร็วไม่เกิน 90 กม./ ชม. หากพนักงานขับรถเกินความเร็วที่กำหนด จะมีเสียงเตือนภายในรถ และพนักงานขับรถติดต่อกันด้วยวิทยุสื่อสาร แจ้งสภาพปัญหาการจราจรเป็นระยะ

2. มีตำรวจนำทางตลอดการเดินทาง ทั้งขาไปและขากลับ และมีความชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี

3. รถทุกคันมีครูและ staff นั่งกระจายอยู่ด้านหน้า ตรงกลาง และด้านหลัง คันละ 7-9 คน มีครูนั่งประจำอยู่ประตูฉุกเฉินทุกคัน และครูชายฝ่ายเดินทางติดต่อด้วยวิทยุสื่อสาร โดยคันที่ 1 จะแจ้งเหตุการณ์บนถนนด้านหน้า เป็นระยะ 

4. วันเดินทาง ครูชายตรวจสอบสภาพรถทุกคัน ทดสอบความพร้อมของประตูฉุกเฉินและอุปกรณ์ต่าง ๆ เมื่อนักเรียนขึ้นรถ ครูอธิบายการปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินให้นักเรียนเข้าใจอีกครั้ง

‘สุกฤษฏิ์ชัย’ ชี้เหตุการณ์น้ำท่วมภาคเหนือ เกิดจากวิกฤติทรัพยากรธรรมชาติแนะเร่งฟื้นฟูป่าไม้ สร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ลดผลกระทบในอนาคต

(4 ต.ค. 67) นายสุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ (หน่วยงานดีเด่นแห่งชาติสาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) และที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า 

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจ รวมถึงขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยพิบัติจากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มรุนแรงที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียงหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนจำนวนมาก 

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสภาพพื้นที่ป่าที่ถูกทำลาย เสียหาย เปลี่ยนแปลงสภาพ จากการตัดไม้ทำลายป่าต้นน้ำ ป่าสมบูรณ์ จนเกิดเป็นภูเขาหัวโล้น การบุกรุกเพื่อเปิดพื้นที่ทำการเกษตร ทำไร่เลื่อยรอย ปลูกพืชไร่เชิงเดี่ยว 

ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำป่าไหลหลากและเกิดดินถล่มโดยไม่มีการชะลอความรุนแรงจากป่า รวมถึงการปลูกสร้างอาคารที่อยู่อาศัยที่กีดขวาง รุกล้ำทางน้ำธรรมชาติ

ข้อมูลจากสำนักจัดการที่ดินป่าไม้ กรมป่าไม้ พบว่าพื้นที่ป่าไม้ในภาคเหนือในปี 2566 มีจำนวน 37,976,519.37 ไร่ หรือ 63.24% ของพื้นที่ภูมิภาค ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากปี 2565 เท่ากับ 171,143.04 ไร่ 

การสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการดูดซับน้ำของพื้นที่ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภัยธรรมชาติ 

อีกข้อมูลจากคณะนักวิจัยจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่าในปี 2566 พื้นที่ป่าลดลงมาก ปัจจัยหนึ่งเกิดจากไฟป่าที่ลุกลามและขยายวงอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ สะท้อนถึงปัญหาเรื้อรังและเป็นปัจจัยสำคัญสู่วิกฤติทางสิ่งแวดล้อมจนนำไปสู่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น 

การบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้น จริงจัง คงเป็นสิ่งที่หน่วยงานผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต้องรีบดำเนินการ และถือปฏิบัติโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ รวมถึงการเร่งฟื้นฟูป่าไม้ จัดกิจกรรมรณรงค์ปลูกต้นไม้ เพิ่มความแข็งแรงสมบูรณ์ให้ป่าต้นน้ำ ให้ระบบนิเวศธรรมชาติคืนกลับมาโดยเร็ว บนพื้นฐานให้ชุมชนและสังคมมีส่วนร่วมเพื่อความยั่งยืน 

ภาครัฐ ภาคราชการอาจเป็นผู้สนับสนุนให้ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม มูลนิธิต่าง ๆ มาร่วมกันเป็นเจ้าภาพดำเนินการ พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) ให้มากขึ้นและครอบคลุมทุกพื้นที่ ใช้เทคโนโลยี ระบบดิจิทัล ภาพถ่ายดาวเทียมเข้ามาใช้กำหนดแผนงาน สำรวจภูมิประเทศ

เราอาจได้ทั้งป่าไม้ที่คืนสภาพธรรมชาติเดิม และยังแก้ไขปัญหาฝุ่นควันพิษ PM2.5 ได้อากาศสะอาดกลับคืนมา วิกฤติครั้งนี้อาจเป็นโอกาสให้เราได้แก้ไขและบูรณาการการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบจากทุกภาคส่วนได้อย่างยั่งยืนด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top