Saturday, 13 June 2026
NEWS FEED

สรุปเหตุการณ์ฟ้าผ่า! หลัง ‘Miss Grand International’ ยกเลิกกองประกวดกัมพูชา บอสณวัฒน์สรุปเหตุการณ์ หวั่นไม่เกิดความปลอดภัย ย้ำไม่ใช่เรื่องของประเทศเป็นเรื่องของตัวบุคคล

(7 ต.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาทางกองประกวด Miss Grand International ได้มีการประกาศว่าได้ยกเลิกการจัดประกวด Miss Grand International ส่วนที่จะมีการจัดขึ้น ณ ประเทศกัมพูชา โดยออกประกาศผ่านทางเฟซบุ๊ก ว่า 

‘Miss Grand International เสียใจที่จะแจ้งให้ทราบว่าประเทศกัมพูชาจะไม่ทำหน้าที่เป็น
ประเทศเจ้าภาพอีกต่อไป 

เนื่องจากเจ้าภาพผู้จัดการประกวดไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดตามที่ระบุไว้ในสัญญาการเป็นเจ้าภาพได้

น่าเสียดายที่ทางเจ้าภาพไม่สามารถให้บริการที่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ของ Miss Grand International (MGI) ได้

เราขอขอบคุณสำหรับความเข้าใจของคุณและหวังว่าจะได้รับ
การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากคุณ
องค์กร MISS GRAND INTERNATIONAL

นอกจากนี้เฟซบุ๊กแฟนเพจยังประกาศต่ออีกว่า กิจกรรมของกองประกวดทั้งหมดจะจัดขึ้นที่ประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป 

ขณะเดียวกันด้าน Miss Grand Cambodia ได้มีการออกประกาศผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจเช่นเดียวกันว่า 

เราเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่จะแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า Miss Grand Cambodia ไม่มีใบอนุญาตในการจัดประกวด Miss Grand International อีกต่อไป

เนื่องจาก Miss Grand International ไม่เคารพกัมพูชาในฐานะเจ้าภาพและไม่ให้ความร่วมมือ 

นอกจากนี้ทางนายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้อำนวยการกองประกวด Miss Grand International ได้ออกมาไลฟ์สดเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาว่า 

การตัดสินใจย้ายเกิดจากมีโอกาสที่ผู้จัดการกองประกวดมีการข่มขู่ทำร้ายร่างกาย จึงกังวลว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยกับทั้งทีมงาน และสาวงามผู้เข้าประกวด 

“ตนขอย้ำว่าไม่ใช่ปัญหาของประเทศ แต่ทางเขา(กองประกวด Miss Grand Cambodia) กำลังจะเอาประเทศมาพัวพันกับปัญหา เพราะจริง ๆ มันเป็นปัญหาของคน 5 คน แล้วพยายามพูดให้เป็นเรื่องใหญ่” 

สำหรับรายละเอียดจะมีการแจ้งอีกครั้งเมื่อทีมงานทั้งหมดเดินทางถึงประเทศไทย และได้ยืนยันว่าจะมีการจัดการประกวด Miss Grand International โดยเริ่มใหม่ทั้งหมดตั้งแต่การจัดงานแถลงข่าว

ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรปลูกมะพร้าวน้ำหอมคาบสมุทรสทิงพระ และตัวแทน”คลองไทย” พบ สว.สงขลา

เมื่อวันที่ (6 ต.ค. 67) ที่สำนักงาน ศูนย์ประสานงานสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสงขลา นายณรงค์ ขุ้มทอง ผอ.ศูนย์ประสานงานคลองไทย 5 จังหวัดภาคใต้ พร้อมด้วยนายทศพล ยอดศรี นายณรงค์ นวลพรหม กรรมการประสานงาน ได้เข้าพบนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ตัวแทนวุฒิสภาชิก จ.สงขลา เพื่อให้เป็นผู้ประสานงานกับวุฒิสภาในการผลักดันการขุดคลองไทย ซึ่งคณะกรรมการประสานงานการขุดคลองไทย ได้มีการขับเคลื่อนผ่านวุฒิสมาชิกรัฐสภาชุดที่แล้วจนมีความก้าวหน้าไปแล้วระดับหนึ่ง จึงขอให้วุฒิสภาชุดปัจจุบันพิจารณาทำการขับเคลื่อนให้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อการศึกษาการขุดคลองไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เห็นถึง ข้อดี ข้อเสีย และโอกาสในการ ขุดคลองไทย เพื่อการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

ต่อมานายเจริญกิจ มีศิริ อนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรจังหวัดสงขลา ได้เดินทางมายื่นหนังสือกับนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ตัวของ สมาชิกวุฒิสภาทั้ง 5 คนของ จ.สงขลา  เพื่อของให้ สมาชิกวุฒิสภา เป็นปากเสียง นำความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมใน คาบสมุทรสทิงพระ อ.พื้นที่อื่นๆของ จ.สงขลา ที่ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากผลผลิตตกต่ำ ขายได้เพียงลูกละ 3 บาท สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตกรอย่างยิ่ง เพราะเจอทั้งปัญหาการ โขมยพืชผลการเกษตกรจากกลุ่มผู้ติดยาเสพติด และยังมาพบกับราคาที่ตกต่ำเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงขอให้ สว.นำเรื่องความเดือดร้อนของเกษตกรสวนมะพร้าวไปบอกกับรัฐบาลด้วย

โดยนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ตัวแทนสมาชิกวุฒิสมาชิก จ.สงขลา ได้กล่าวว่าจะนำเอาเรื่องที่ตัวแทนของประชาชนทั้งสองกลุ่มไปดำเนินการ แจ้งให้กับ สมาชิกวุฒิสภา จ.สงขลาได้รับทราบ และดำเนินการให้เป็นตามวัตถุประสงค์ของกลุ่มตัวแทนประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของ มะพร้าวน้ำหอม ใน จ.สงขลา นั้น นายไชยยงค์ กล่าวว่า ได้หารือกับ กงสุลใหญ่ สาธารณประชาชนจีน จ.สงขลา มาแล้วเมื่อเร็วๆนี้ ทราบว่าทางมณฑลไหหลำของ ประเทศจีน มีความต้องการ มะพร้าวน้ำหอมของ จ.สงขลา เป็นจำนวนมา ซึ่งเกษตกร จ.สงขลา น่าจะมีการรวมกลุ่มกันเพื่อหาแนวทาง ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานราชการและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาลูกทางในการส่งออกไปยังมณฑลไหหลำ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ทางการค้า ที่มีความต้องการสินค้าทางการเกษตรกรของภาคใต้

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

‘พิชัย’ ยืนยันอยู่ในเหตุการณ์ ชี้ “นายกแพทองธาร”ทำผลงานโดดเด่น เป็นที่ชื่นชมในเวทีโลก แถมยังมีผลงานมาก ดึงต่างชาติลงทุน ด้านความมั่นคงทางอาหาร-ดาต้าเซนเตอร์ ขอเลิกอคติหันมาให้กำลังใจทีมประเทศไทยด้วยกัน

(6 ต.ค. 67) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว. พาณิชย์ กล่าวว่า ทันทีที่กลับถึงไทย ตนได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงการประชุม ACD summit ในครั้งนี้ โดยย้ำว่า เป็นการประชุมที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แสดงบทบาทผู้นำของประเทศไทยอย่างยอดเยี่ยม และเป็นที่ชื่นชมของผู้นำต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งมีผู้นำหลายประเทศมาขอร่วมถ่ายภาพด้วย ล่าสุดติดอันดับ 100 ผู้ทรงอิทธิพลแห่งอนาคตของนิตยสาร TIME ในเวทีต่างๆ ท่านนายกฯ ยังได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อผู้นำกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ในเรื่องความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และการเชิญชวนชาติต่างๆ เข้ามาตั้ง Data Center หรือสถานที่จัดเก็บข้อมูลในประเทศไทย ซึ่งทำให้ประเทศต่างๆ ให้ความสนใจอย่างมาก เช่น UAE,  Qatar, Kuwait, Oman เป็นต้น

รมว. พาณิชย์ กล่าวต่อว่า ตนจึงแปลกใจที่มีการหยิบยกภาพๆ เดียวที่นายกฯ ถือไอแพดขึ้นมาตัดต่อ บิดเบือน ในเรื่องการสื่อสารในเวทีระดับโลก ตนรู้สึกเป็นการวิจารณ์ที่ล้าสมัย ไม่รู้ข้อเท็จจริง และธรรมเนียมปฏิบัติในเวทีโลก ไม่ยุติธรรมต่อคนทำงาน จึงต้องออกมาให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันการบิดเบือนใส่ร้าย ในฐานะผู้ที่นั่งอยู่ร่วมในวงประชุมต่างๆ กับท่านนายก ทั้งในเวทีใหญ่ และเวทีทวิภาคี

ต่อข้อวิจารณ์ว่านายกฯ อ่านจากไอแพด นักวิจารณ์บางรายไปบิดเบือนเป็นเรื่อง การทูตIpad ขอเรียนว่า ในเวทีสากลแบบนี้ ทุกอย่างที่อยู่ในห้องประชุม ทั้งการสนทนา การนำเสนอวิสัยทัศน์ การให้ข้อแถลงต่างๆ จะถูกบันทึกไว้ทั้งหมดโดยละเอียด ตนนั่งในห้องประชุมหลังท่านนายกฯ จึงได้เห็นว่าผู้นำทุกชาติ เขาอ่านกันทั้งหมด เพราะเขาระวังความผิดพลาด ถ้าพูดผิด ก็จะทำให้บันทึกการพูดผิดไปด้วย การอ่านทั้งจากเอกสาร หรือไอแพดก็ดีจึงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่รัดกุมที่ทุกประเทศเขาทำกันหมด

ส่วนในการเจรจา Bilateral หรือทวิภาคีกับชาติต่างๆ ตนนั่งอยู่ในห้องด้วย ท่านนายกพูดเองทั้งหมด นำการประชุมทวิภาคีได้สมศักดิ์ศรี ต้องเข้าใจก่อนด้วยว่า ในการร่วมเวทีระดับสากล จะมีวงหารือทวิภาคีหลายวง และประเด็นในการสนทนา หรือ Suggest Talking Points ที่แต่ละชาติจะหยิบยกขึ้นมาหารือกัน ก็ไม่เหมือนกันทั้งสิ้น การมีกระดาษโน้ต หรือไอแพดไว้ในมือ เพื่อเหลือบมองหัวข้อบ้างตามสมควร จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นและสามารถทำได้ เพื่อให้ประเด็นที่เราหยิบยกขึ้นมาดำเนินไปด้วยความถูกต้องกับที่เราเตรียมการมา ผู้นำชาติต่างๆ ก็ทำแบบนั้นทั้งสิ้น ท่านนายกฯ พูดได้ไหลลื่น มองไอแพดเป็นครั้งคราวเพื่อดูเพียงหัวข้อ ที่ต้องชมมากคือการเจรจา Bilateral ครั้งแรกกับประเทศอิหร่าน ซึ่งสุดหิน เพราะเพิ่งมีสถานการณ์สดๆร้อนๆ แต่ท่านนายกสามารถทำได้อย่างดีเยี่ยม พูดให้เขาสบายใจ ด้วยภาษาดอกไม้ ไม่เข้าข้างใคร ให้ประเทศไทยอยู่ตรงกลาง และในช่วงการสัมภาษณ์สรุปประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการเข้าร่วม ACD summit กับสื่อมวลชนไทยก็ทำด้วยดี จนพวกเราทั้งสามคนที่ยืนอยู่ด้วยหันมาชื่นชมเป็นเสียงเดียวกัน

“ทั้งตัวผม และผู้ที่ร่วมในการประชุม ทั้ง นายมาริษ เสงี่ยมพงศ์ รมว. ต่างประเทศ และนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริเดช เลขาธิการนายกฯ เราได้อยู่ด้วยในทุกฟอรัมที่นายกฯ เข้าร่วม เรายังยืนคุยกันชื่นชมนายกฯ ที่สามารถทำได้ดีเยี่ยม เป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศ อย่างวงทวิภาคี ตนเองยังต้องใช้เวลาฝึกเป็นปีกว่าจะสามารถดำเนินการได้ แต่ท่านนายกฯสามารถทำได้ดีในครั้งแรก จึงอยากออกมาข้อมูลอีกด้าน ในฐานะที่อยู่เหตุการณ์จริง ขอให้เลิกอคติ จับผิดเรื่องเล็กน้อย วันนี้ ขอชวนคนไทยให้กำลังทีมไทยแลนด์ที่ช่วยกันทำงานอย่างหนัก เพื่อเชิญชวนชาติต่างๆ เข้ามาลงทุนในประเทศไทยจะดีกว่า” นายพิชัยกล่าว

สองทุ่มคืนนี้ แมนยูฟอร์มบู่ บุกเยือน แอสตัน วิลล่า ชี้ชะตาเอริค เทนฮาก หลังเก้าอี้กุนซือผีแดงระอุ

(6 ต.ค. 67) สัปดาห์ที่ 6 ของพรีเมียร์ลีก คู่ไฮไลต์สำหรับวันอาทิตย์ถูกจับจ้องไปที่ ‘สิงห์ ผงาด’ แอสตัน วิลล่า ที่จะเปิดรังเหย้าวิลล่า พาร์ก รับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ฟอร์มช่วงหลังย่ำแย่ หาชัยชนะไม่เจอ 4 นัดติด  

ขณะเดียวกันเช็ก Head to Head ในศึกพรีเมียร์ลีก 58 นัดหลังสุด สถิติแมนยูข่มมิด คว้าชัยไปได้ 40 นัด เสมอ 13 และพลาดท่าแพ้ให้กับแอสตัน วิลล่า ไป 5 นัด

แอสตัน วิลล่า - อูไน เอเมรี่ ยังหมดสิทธิ์ใช้งาน จอห์น แม็คกินน์ กองกลางกัปตันทีมเจ็บแฮมสตริง ส่วน 3 แข้งเช็กฟิตหลังถูกถอดระหว่างเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก พลิกชนะ บาเยิร์น มิวนิค นั้นคาดว่ามีแค่ อมาดู โอนาน่า ที่หายทัน ส่วน เจค็อบ แรมซี่ย์ กับ เลออน เบลี่ย์ ไม่น่าได้มีส่วนร่วม ด้าน แม็ตตี้ แคช แบ็กขวาเพิ่งหายเจ็บกลับมาติดทีมคงนั่งสำรองไปก่อน การจัดทัพมีแนวโน้มที่จะใช้ จอน ดูราน หอกดาวรุ่งฟอร์มฮอตล่าตาข่ายคู่กับ โอลลี่ วัตกิ้นส์ ขณะที่ เจเดน ฟิโลจีน ดาวรุ่งอีกรายลุ้นลุยกราบซ้าย

แมนฯ ยูไนเต็ด - เอริค เทน ฮาก นายใหญ่เก้าอี้ร้อนน่าจะได้ ค็อบบี้ เมนู มิดฟิลด์ดาวรุ่งคืนความฟิตหลังถูกจับพักในเกมยูโรปา ลีก บุกเสมอ ปอร์โต้ เพื่อการนี้โดยเฉพาะ เช่นเดียวกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ฟอร์มดียิง 1 จ่าย 1 ก่อนถูกถอดแบบงงๆ เมื่อกลางสัปดาห์ ทั้งยังได้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีมผ่านอุทธรณ์ใบแดงนัดแพ้ สเปอร์ส คาบ้าน ส่วนที่โดนไล่ออกเมื่อกลางสัปดาห์นั้นโทษแบนไม่เกี่ยวกัน การจัดทัพอาจให้โอกาส แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ฮีโร่ตีเสมอที่โปรตุเกส ได้ออกสตาร์ทแทนที่ มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ ส่วน ราสมุส ฮอยลุนด์ เพิ่งยิงได้ลุ้นยึดตัวจริงต่อ แต่สำหรับ เลนี่ โยโร่, ไตเรลล์ มาลาเซีย และ ลุค ชอว์ ยังเดี้ยง

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
แอสตัน วิลล่า (4-4-2) : เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ - เอซรี่ คอนซ่า, ดีเอโก้ คาร์ลอส, เปา ตอร์เรส, ลูกาส์ ดีญ - มอร์แกน โรเจอร์ส, ยูริ ตีเลอมันส์, อมาดู โอนาน่า, เจเดน ฟิโลจีน - จอน ดูราน, โอลลี่ วัตกิ้นส์
แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : อันเดร โอนาน่า - นูสแซร์ มาซราวี, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลีซานโดร มาร์ตีเนซ, ดีโอโก้ ดาโลต์ - มานูเอล อูการ์เต้, ค็อบบี้ เมนู - อเลฮานโดร การ์นาโช่, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด - ราสมุส ฮอยลุนด์

ความน่าจะเป็นของเกม
ผีแดง พกสถิติดีไม่น่าเชื่อยามเยือน วิลล่า พาร์ค แพ้เพียงหนเดียวในรอบ 25 เกม แต่สถิติอาจใช้ไม่ได้ในยามนี้ที่อะไรๆ ดูแย่ไปหมด ถ้าจะหวังมีแต้มคงต้องลุ้นให้ วิลล่า ฟอร์มหลุดเองดูจะง่ายกว่าลุ้นให้ทีมของ เทน ฮาก เค้นฟอร์มเก่งออกมา

‘ภูมิ คชนิล’ ที่ปรึกษาฟื้นฟูการท่องเที่ยวแม่แตง ใจสลายกับการสูญเสียช้างไทย ชี้ หากรอบคอบความเสียหายคงไม่เกิด การเลี้ยงช้างแบบโบราณไม่ใช่การทรมาน

(6 ต.ค. 67) จากกรณีดราม่าปางช้างน้ำท่วมแม่แตง อาจารย์ภูมิ คชนิล ที่ปรึกษาเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ,"แม่แตง Model" ในโครงการ Service to Survice - Thailand โพส facebook เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม โดยมีข้อความว่า 

นอนไม่หลับมาหลายวันทั้งเรื่องงาน เรื่องเชียงดาวเรื่องเหล่าน้องช้างที่ผมเป็นที่ปรึกษาการท่องเที่ยวแม่แตงตั้งแต่โควิดระบาด เมื่อวานทนห่วงไม่ไหวเลย

มีโอกาสโทรหาแม่หลวงบ้านแม่ตะมานเพื่อถามว่าน้องช้างหลายๆปางบ้านเรา 80 กว่าปางปลอดภัยทั้งหมด ค่อยยังยิ้มใด้หัวใจพองชุ่มฉ่ำอีกครั้ง แต่กลับมาเห็นน้องจากปางที่กักขังและไร้การวางแผนขนย้าย หลุดลอยน้ำล้มไปหลายเชือกก็สงสารใจจะขาด น้อง ๆ ควรปลอดภัยกว่านี้ถ้ามีความรอบคอบและดูแลใด้ดีมากอย่างที่ปากนางพูด 

ขอบคุณการนำทีมช่วยช้างโดยอ้ายเบิ้ม ปี้การ น้องเฟิร์น และควาญช้างจากปางCampช้าง ที่บุกฝ่าน้ำเข้าไปช่วยน้องออกมาได้ พี่ๆหัวใจยิ่งใหญ่มากครับ ส่วนที่เหลือเราควรลุกขึ้นมาช่วยกันเสพข่าวอย่างมีสติ ไร้ดราม่าว่า การเลี้ยงช้างควบคุมช้างแบบโบราณไม่ใช่การทรมานคือสิ่งที่ ‘ใช่’ ที่สุด 

ผมขอส่งพลังใจให้ ปางช้างแม่แตงโดย อ้ายดร.บุญทา พี่กล้าวาสนา พี่พารวย พี่เพชร พี่ดวง แม่หลวงฝน และทีมทำงาน ควาญช้างปางช้างแม่แตง พ่อหลวงวู๊ดดี้ พี่เจตน์ ตำบลกู๊ดช้าง ป้าศรี พี่อุ้มเราจะก้าวผ่านและช่วยกันตีแผ่เรื่องนี้ไปด้วยกันนะครับ

 .. ถึงเวลาที่จะช่วยกันตีแผ่อะไรที่ทำแย่ๆกับน้องช้าง แล้วโลกจะใด้รู้กัน..

ส่อง ‘ชัชชาติ’ เลกเชอร์ระบบระบายน้ำ กทม. เตรียมรับ ‘น้อนน้ำ’ ย้ำ น้ำเหนือ-น้ำหนุน ไม่น่ากังวลแต่ไม่ประมาท ปิดครบจุดอ่อนริมเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ (2 ต.ค. 67) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวรายงานการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำของกรุงเทพมหานคร แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ณ กรมชลประทานปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

นายชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครต้องรับมือกับ 3 น้ำ คือ น้ำเหนือ น้ำหนุน และน้ำฝน สำหรับน้ำเหนือและน้ำหนุนจะอยู่ที่แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นหลัก ปัจจุบันน้ำเหนือเราจะดูที่สถานีจุดวัดน้ำบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยวันนี้ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,818 ลบ.ม./วินาที ระดับเตือนภัยอยู่ที่ 2,500 ลบ.ม./วินาที วิกฤตอยู่ที่ 3,000 ลบ.ม./วินาที ซึ่งยังเหลืออีกเยอะ 

ด้านน้ำทะเลหนุนสุงสุดจากนี้จะเป็นวันที่ 20 ตุลาคม สำหรับการป้องกันน้ำเหนือและน้ำหนุนของกรุงเทพฯ เรามีเขื่อนตลอดแนวเจ้าพระยายาว 88 กม. และเข้าไปในคลองทวีวัฒนา พระโขนง และมหาสวัสดิ์ โดยความสูงเขื่อนไล่ตามระดับน้ำจากทางด้านเหนือ +3.5 เมตร และด้านล่าง +3 เมตร เพราะด้านล่างน้ำน้อยกว่า 

โดยตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยามีจุดอ่อนน้ำท่วม 120 จุด ปัจจุบันแก้ไปแล้ว 64 จุด ที่เหลืออยู่ในขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมดและมีการเสริมกระสอบทรายป้องกันไว้ ซึ่งเรามั่นใจว่าเขื่อนแนวริมเจ้าพระยามีคุณภาพ คาดว่าปีนี้น้ำเหนือและน้ำหนุนไม่น่ากังวลแต่เราก็ไม่ประมาท

นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เป็นห่วงคือน้ำฝน ซึ่งฝนที่ตกในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่แล้วไหลลงสู่เจ้าพระยาโดยมาจากคลองย่อยสู่คลองหลัก หรือจากอุโมงค์ระบายน้ำซึ่งเรามี 4 จุด ยาวรวม 20 กม. แต่ปัญหาการระบายน้ำหลัก ๆ คือเส้นเลือดฝอย ที่ผ่านมาเราลอกท่อไปแล้ว 5,000 กม. และคลองหลัก 200 กม. เปิดทางน้ำไหล 2,000 กม. จึงทำให้โดยรวมน้ำไหลได้ดีขึ้น แต่ปริมาณฝนปีนี้เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนภาพรวมยังน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม คาดว่าเดือนตุลาคมฝนจะตกมากขึ้น ซึ่ง กทม. พร้อมรับมือเพราะเตรียมการมาโดยตลอดและร่วมบูรณาการกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน แจ้งว่าปริมาณน้ำผ่านจุดสำคัญ ได้แก่ 
1.สถานีจุดวัดน้ำ จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,383 ลบ.ม./วินาที โดยปริมาณน้ำไหลผ่านที่เฝ้าระวัง อยู่ที่ 3,660 ลบ.ม./วินาที

2.จุดวัดน้ำบริเวณเขื่อนเจ้าพระยา ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,150 ลบ.ม./วินาที โดยปริมาณน้ำไหลผ่านที่เฝ้าระวัง อยู่ที่ 2,730 ลบ.ม./วินาที

3.สถานีจุดวัดน้ำบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,865 ลบ.ม./วินาที โดยปริมาณน้ำไหลผ่านที่เฝ้าระวัง อยู่ที่ 2,500 ลบ.ม./วินาที

‘พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์’ เสด็จลงพื้นที่ชุมชนคลองแม่ข่า เชียงใหม่ พร้อมทั้งประทานเครื่องใช้อุปโภค-บริโภค ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เมื่อวานนี้ (5 ต.ค. 67) กองทุนพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ได้รายงานว่า

วันนี้ วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม 2567 เวลา 16.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ 
(เสด็จเป็นการส่วนพระองค์) ลงพื้นที่บริเวณชุมชนคลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่ ทรงประทานข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ข้าวกล่อง และสิ่งของต่างๆให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังสูงมาก 

ทั้งนี้ยังทรงช่วยชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ติดอยู่ในพื้นที่ ที่ยังออกมาไม่ได้ นำส่งไปยังพื้นที่ปลอดภัย และนำนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่งสนามบินเชียงใหม่เพื่อเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย

‘ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง’ ร่ายบันทึกความทรงจำอย่างละเอียด หวังไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำรอย กับสัตว์ประจำชาติอย่าง ‘ช้างไทย’

(6 ต.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง The Thai Elephant Conservation Center Lampang’ ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นกับช้างไทย ว่า 

บันทึกเตือนความจำ
ภัยธรรมชาติที่เกิดจากภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงสุดขั้วนำมาซึ่งปริมาณน้ำฝนที่ไหลหลั่งลงสู่แหล่งน้ำ จำนวนมหาศาล ไหลบ่าจากป่าสู่เมืองในที่ลุ่มต่ำ ในทางกลับกันเชื่อแน่ว่าไม่ช้าก็เร็วเราน่าจะเจอกับเหตุการณ์ในขั้วตรงกันข้ามคือแล้ง ร้อนสุดโต่งแน่

กันยายนต่อเนื่องถึงตุลาคม ฝนตกต่อเนื่องจนเกิดมวลน้ำจำนวนมหาศาลจากต้นน้ำแม่แตง ไหลเข้าสู่ลำน้ำแม่แตง สายน้ำแห่งการท่องเที่ยวธรรมชาติของเชียงใหม่ ที่ตลอดสองข้างลำน้ำมีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก รวมทั้งปางช้างต่างๆเรียงรายตลอดลำน้ำแม่แตง ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาจากรายงานของสถาบันคชบาลแห่งชาติ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (2558-2567) พบว่ามีปางช้างถึง 49 ปาง (ช้างจำนวน 546 เชือก) 

เหตุระทึกเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่บ่ายวันพฤหัสที่ 3 ตุลาคม 2567 มวลน้ำจำนวนมากไหลบ่าล้นตลิ่งทั้งสองฝั่งของลำน้ำแม่แตงอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่องจนถึงเช้ามืดวันศุกร์ น้ำเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว ช้างส่วนใหญ่ถูกอพยพนำขึ้นไปผูกล่ามไว้ในที่สูง  ในขณะที่ปางช้างขนาดใหญ่ (มีช้างมากกว่าหนึ่งร้อยเชือก) ของมูลนิธิช้างและสิ่งแวดล้อม ยังคงสาละวนและพยายามขนย้ายช้างและสัตว์อื่นๆอีกนับพันอาทิ สุนัข แมว แพะ โค กระบือ และสุกร ซึ่งยังคงไม่ทันการณ์ เป็นผลให้มวลน้ำจำนวนมหึมาไหลเข้าสู่ปางช้าง (ระดับน้ำสูงมากกว่า 1.5-2.0 เมตร เมื่อประเมินด้วยสายตา) การขนย้ายช้างนับร้อย เป็นเรื่องที่ยากและสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียมากทั้งชีวิตคนและช้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อช้างเหล่านี้มิได้ถูกฝึกหรือสื่อสารกับคนเลี้ยงอย่างใกล้ชิดมาก่อน เราเริ่มจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะพอช่วยเหลือสนับสนุนอะไรได้บ้าง

คณะของสถาบันคชบาลแห่งชาติ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เริ่มเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเมื่อเช้าตรู่ของวันศุกร์ จากการร้องขอของเจ้าหน้าที่มูลนิธิทางโทรศัพท์ โดยเบื้องต้นรับทราบมาว่าให้ช่วยเคลื่อนย้ายและดูแลช้างเพศผู้ที่ยังอยู่ในคอกแต่ไม่สามารถออกมาได้ ในขณะที่ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  คณะทำงานถูกตามตัว รวมทีมและประชุมอย่างเร่งด่วน และออกเดินทางในช่วงสายของวันนั้น 

เมื่อแรกไปถึงพบว่าเส้นทางเข้าถึงปางช้างถูกตัดขาด ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก การติดต่อด้วยโทรศัพท์ไม่สามารถทำได้ ต้องสื่อสารผ่านวิทยุสื่อสารคลื่นสั้นเท่านั้น คณะจึงต้องรอจนถึงบ่ายแก่ๆจึงได้เรือจากหน่วยกู้ภัย จ.กาฬสินธ์ุ ข้ามน้ำเพื่อไปดูช้างตัวผู้ในคอกต่างๆเพื่อประเมินสถานการณ์ เราพบว่าช้างตัวผู้ยังอยู่ครบทั้งสิบเชือก ในสภาพที่ช้างลอยคออยู่ภายในคอก   แต่ที่แปลกใจคือยังมีช้างตัวเมียอีกหลายสิบเชือกติดค้างอยู่ในคอกด้วย บ้างก็พิการขาเป๋ ตาบอด และยังทราบอีกว่าช้างอีกหลายเชือกได้สูญหายลอยไปกับน้ำด้วย เมื่อช่วงก่อนหน้า  

ซึ่งต่อมาพบซากของช้างฟ้าใส(วันเฉลิม)และพลอยทอง เป็นที่น่าเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสีย คณะจึงตัดสินใจแบ่งทีมงานออกเป็น 2 ทีมเพื่อช่วยเหลือช้างให้ครอบคลุมทั้งสองกลุ่มการดำเนินการในภาวะวิกฤติและเร่งด่วนเช่นนี้โดยหลักการแล้ว หากพบว่าช้างกับควาญสามารถสื่อสารกันได้ก็จะให้ควาญช้างเป็นผู้นำและกำหนดทิศทางการเดินของช้างเพื่อความปลอดภัย เพราะช้างเองมักเดินเฉพาะเส้นทางที่เคยชิน ซึ่งในกรณีนี้ช้างมักคุ้นชินกับการเดินแบบอิสระในทุ่งกว้างที่อยู่ติดกับน้ำแม่แตง ที่กำลังไหลเชี่ยว นับว่าอันตรายอย่างยิ่ง ฉะนั้นจึงจำเป็นที่ช้างเหล่านี้จะต้องมีควาญเป็นผู้ควบคุมทิศทาง

ในกรณีช้างเพศเมียหรือช้างที่ไม่ดุร้าย หากช้างกับควาญมิได้มีปฏิสัมพันธ์กันมาก่อน หรือมีแต่เพียงเล็กน้อย ในทางทฤษฎีที่มีการเคลื่อนย้ายช้างป่ามักวางยาซึมและนำทางด้วยผ้าพรางแสงตลอดทางเดินเพื่อนำช้างไปยังจุดที่ต้องการ แต่ในกรณีนี้มีน้ำท่วมสูงจึงค่อนข้างเสี่ยงที่จะวางยาซึม (ยาซึมช้างมีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ ทำให้งวงตกลงสู่พื้น) โดยในวันนั้นคณะทำงานที่ประกอบด้วยสัตวแพทย์ ควาญช้างจากสถาบันคชบาลแห่งชาติ ควาญพี่เบิ้ม(ปางที่อยู่ติดกัน) และภัทรฟาร์ม ซึ่งมีความชำนาญ ร่วมกับควาญช้างของมูลนิธิช่วยกันควบคุมและกำหนดเส้นทางด้วยเชือกให้ช้างเดินไปยังจุดที่ปลอดภัย แต่ก็ทุลักทุเลพอควรด้วยเพราะควาญกับช้างสื่อสารกันแทบไม่รู้เรื่อง วันนั้นทีมเราช่วยเหลือช้างตัวเมียได้บางส่วนจนกระทั่งมืดค่ำจึงยุติภารกิจในเวลา 19.30 น. 

ในกรณีช้างเพศผู้ เราไม่สามารถวางยาซึมช้างในขณะที่ยังอยู่ในน้ำได้ ซึ่งจากข้อมูลที่ทีมงานได้รับพบว่าช้างทุกเชือกไม่เคยผ่านการฝึกและบางเชือกมีประวัติทำร้ายคนมาก่อน จึงเกิดคำถามว่าหากเคลื่อนย้ายออกมาได้แล้วจะนำช้างไปผูกล่ามอย่างไร ที่ไหน ทั้งในภาวะซึมหรือปกติ ด้วยเพราะช้างไม่คุ้นเคยกับคนหรือช้างใดๆ ช้างแต่ละเชือกอยุ่ตัวเดียวในคอกมานาน ซึ่งจากการประเมินพบว่าช้างทุกเชือกยังมีสภาพร่างกายปกติ (ยกเว้นพลายขุนเดชที่บาดเจ็บที่ขาหน้า) ดังนั้นจึงใช้วิธีวางแท่นพยุงให้ช้างสามารถใช้งวงยึดพยุงมิให้จมน้ำ หากพบว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก เพราะจากประสบการณ์ตรงของคณะทำงานพบว่าช้างมักลอยน้ำและอยู่ในน้ำได้นานถึง 2 วัน 1 คืนในสภาพน้ำนิ่ง โดยไม่เกิดอันตราย ซึ่งจากสภาพช้างภายในคอกพบว่ากระแสน้ำยังคงไหลแต่ไม่เชี่ยวมากนักเมื่อเทียบกับในลำน้ำ ช้างน่าจะยังพอพยุงตัวเองไว้ได้ในระยะเวลาหนึ่ง ด้วยเพราะธรรมชาติของน้ำทางภาคเหนือมักมาเร็วไปเร็ว ไม่น่าจะท่วมนาน เราจึงกำหนดให้ทำแพต้นกล้วยไว้ให้ช้างเพื่อช่วยพยุง ต้นกล้วยยังเป็นอาหารและมีน้ำช่วยประทังชีวิตให้ช้างได้อีกด้วย ทั้งนี้ให้เฝ้าระวังพลายขุนเดชเป็นพิเศษ

โชคดีในช่วงเย็นของวันเดียวกันระดับน้ำเริ่มลดระดับลง เป็นสัญญาณว่าน้ำน่าจะลดลงเป็นปกติในไม่ช้า 
วันรุ่งขึ้นระดับน้ำลดลง เหลือเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำ ช้างเพศเมียถูกเคลื่อนย้ายขึ้นที่สูง ช้างตัวผู้ยังอยู่ในคอกของตัวเอง แต่ทุกตัวยังมีชีวิตอยู่แม้บางเชือกอาจแสดงอาการอ่อนเพลียบ้าง ดังนั้นการฟื้นฟูสุขภาพกาย และสภาวะจิตใจของช้างและควาญจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะโรคต่างๆที่มาหลังน้ำท่วม ก็ดี   น้ำป่าที่อาจเข้าสู่ร่างกายช้างในช่วงก่อนหน้าทั้งทางเดินหายใจ ทางเดินอาหารก็ดี ดินโคลนที่มีรสชาดเย้ายวนต่อการลิ้มลองของช้างก็ดี หรือแม้กระทั่งอาหารที่อาจปนเปื้อน ที่ล้วนนำมาซึ่งความเจ็บป่วยของช้างเหล่านี้ได้ และสภาพจิตใจของช้างที่อาจตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การไม่คุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เหล่านี้จำเป็นต้องฟื้นฟูและเฝ้าระวังกันต่อไป

สรุปยอดรวมช้างในปางก่อนเกิดเหตุ จำนวน 118 เชือก ภายหลังน้ำลด พบช้างเพศเมีย 106 เชือก เป็นช้างเพศผู้ 10 เชือก สูญหายและเสียชีวิต 2 เชือก

วันนี้ฝนตกเบาบางลงแล้ว แต่หากเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันอีก การเรียนรู้บทเรียนและเตรียมแผนเผชิญเหตุทั้งของปางและผู้เกี่ยวข้องเป็นสิ่งที่ต้องจัดทำ  

แม้ในวันนี้ช้างบ้านของไทยจะมีสถานะเป็นทรัพย์สินของผู้ถือครองตามกฎหมาย (พรบ.สัตว์พาหนะ ) แต่จากเหตุการณ์หลายๆครั้งที่ผ่านมา ล้วนกระทบจิตใจคนไทยส่วนใหญ่ หลายส่วนยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองติดตามอย่างใกล้ชิด  จึงเป็นสิ่งที่ทุกท่านพึงตระหนักให้ดีว่า "ช้าง" มีสถานะยิ่งกว่าทรัพย์สิน แต่เขาคือสิ่งที่มีคุณค่า ที่สูงค่าอันประเมินมูลค่ามิได้ ซึ่งเป็นสมบัติของคนไทยเราทุกคน

เปิดประวัติ ‘ดร.นพ-ธนพล’ ผู้เปิดตัวชิงเก้าอี้นายกสภาทนายความ แข่ง ‘ดร.วิเชียร ชุบไธสง’ วัดใจใครจะเข้ามากอบกู้องค์กรทนายความ

(6 ต.ค. 67) ดร.นพ-ธนพล เปิดตัวลงชิงเก้าอี้ ‘นายกสภาทนายความ’ ด้วยความพร้อมทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ และประสบการณ์

เด็กหนุ่มจากสตูล ‘ธนพล คงเจี้ยง’ ตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพ เป้าหมายคือ มหาวิทยาลัยรามคำแหง แหล่งตลาดวิชา ด้วยระบบการศึกษาไทยแบบ ‘แพ้คัดออก’ เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น ‘ลูกพ่อขุน’ กับคณะนิติศาสตร์ ปี 2535 ใช้เวลาเพียงไม่นานนัก ธนพลก็ผ่านเป็น ‘นิติศาสตรบัณฑิต’ สำเร็จตามเป้าหมาย

แม้จะมีทางเลือกหลายทางในการยึดเป็นอาชีพสำหรับคนจบนิติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นนิติกร ผู้พิพากษา อัยการ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง แต่สำหรับ ‘ธนพล’ ตัดสินใจเดินไปสู่อาชีพทนายความ หลังเข้ารับการอบรมสอบผ่านเป็นผู้ประกอบอาชีพทนายความ

ระหว่างทางยังศึกษาต่อระดับมหาบัณฑิตด้านนิติศาสตร์ และอบรมหลักสูตรระดับผู้บริหารชั้นสูงอีกหลายสูตร เช่น หลักสูตรการบริหารเชิงนิติศาสตร์ระดับสูงของวิทยาลัยทนายความรุ่นที่1 หลักสูตรนักบริหารระดับสูงในกระบวนการยุติธรรมทางปกครองของศาลปกครองรุ่นที่1 หลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง(พตส.14) รุ่นที่14 และหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนาผู้นำเมืองรุ่นที่6 เป็นต้น

ยังไม่พอ ดร.ธนพล ยังเรียนต่อด้านรัฐศาสตร์ ในรั้วรามคำแหง จนเป็นมหาบัณฑิตด้านรัฐศาสตร์สาขานักบริหารและสามารถจบปริญญาเอกสาขาวิชาการเมืองจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง จนได้รับคำนำชื่อว่า ‘ดอกเตอร์’ ซึ่งเขายังคงยึดรามคำแหงเป็นที่มั่นในเชิงตลาดวิชา แค่ได้เห็นประวัติการศึกษาก็ล้นเหลือ ด้านอาชีพทนายความก็เปิดสำนักงานทนายความของตัวเองในนามบริษัท เดอะรอยัล ลอว์เฟิร์ม จำกัด ตั้งสำนักงานอยู่ย่านถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ ดร.นพ หรือ ดร.ธนพล ยังสละเวลาที่มีอยู่น้อยนิด ทำงานเพื่อสังคม เคยเป็นกรรมการดำเนินงานผลักดันให้ทนายความได้รับใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน ในนามของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เคยเป็นกรรมการและเลขานุการ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค สภาทนายความฯ เคยเป็นคณะทำงานกลั่นกรองในส่วนฝ่ายปฏิบัติการ สภาทนายความฯ เคยเป็นอนุกรรมการบริหาร สภาทนายความ เคยเป็นกรรมการสอบสวนมรรยาททนายความ สภาทนายความฯ เอาเป็นว่า เดินเข้าเดินออกสภาทนายความฯมาร่วม 30 ปี

ในทางธุรกิจ นอกจากเปิดสำนักงานทนายความของตนเองแล้ว ยังเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ Managing Director บริษัท ธนวัต ลอร์ แอนด์ บิสสิเนส จำกัด เคยเป็นทนายความอาวุโสประจำ บรรษัท เงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จำกัด และยังเคยย่ำกายเข้าไปสู่เส้นทางการเมืองกับตำแหน่งที่ปรึกษาเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ปัจจุบันยังรั้งตำแหน่งนายกสมาคมนิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหงอีกด้วย

วันนี้ ดร.ธนพล เปิดตัวลงชิงนายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งจะมีการเลือกตั้งกันในปลายปี 2568 และจากประวัติที่กล่าวมา ถือว่าเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง โดยยังไม่ได้กล่าวถึงภาวะผู้นำ (Leadership) และบารมีที่สะสมมา (charisma)

จับตาครับสำหรับศึกชิงเก้าอี้นายกสภาทนายความ โดยมีคู่แข่งคือ ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความฯคนปัจจุบันที่ขอลงอีก 1 สมัย ผลงานในรอบ 1 สมัยจะเป็นเครื่องวัดใจทนายความว่า จะเลือกใครมานั่งกุมบังเหียน ผู้นำสูงสุดขององค์กรในวงการทนายความ ระหว่าง “ดร.ธนพล กับ ดร.วิเชียร”เพื่อเข้ามากอบกู้เกียรติยศ ศักดิ์ศรีและดูแลสวัสดิการของพี่น้องทนายความ

'มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง' เดินสายซับน้ำตา มอบเงินเยียวยา ครอบครัวผู้สูญเสีย และผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาของโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี

(5 ต.ค.67) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิ พร้อมด้วย นายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ และ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมแผนกสาธารณภัย ลงพื้นที่ให้กำลังใจพร้อมมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถบัสทัศนศึกษาของโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี ประสบอุบัติเหตุและไฟไหม้ รายละ 20,000 บาท รวม 23 ราย โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ร่วมในพิธี ณ โรงเรียนเขาพระยาสังฆาราม หมู่ 5 ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี 

พร้อมกันนี้ นายไปรเทพ ซอโสตถิกุล ผู้ช่วยกรรมการ และนายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ นำทีมแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เดินทางไปยังสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) กรุงเทพฯ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี เข้าเยี่ยมนักเรียนที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ให้กำลังใจผู้ปกครอง พร้อมมอบกระเช้าและมอบเงินช่วยเหลือรายละ 5,000 บาท รวม 3 ราย 

รวมงบประมาณการช่วยเหลือทั้งครอบครัวผู้สูญเสียและผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์ครั้งนี้ทั้งสิ้น 475,000 บาท (สี่แสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอแสดงความเสียใจและอาลัยอย่างสุดซึ้ง และขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวทุกท่านมา ณ ที่นี้

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/pohtecktungofficial


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top